ตอนที่ 2 : SWEET' 02 : แต่งไปทำไม~ แต่งแล้วได้อะไร~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2561
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    26 มิ.ย. 61

2




วันต่อมา

 

พรืด!!!

 

เสียงรูดผ้าม่านอย่างแรงโดยฝีมือของผู้เป็นแม่ส่งผลให้ภายในห้องที่เคยมืดทึบสว่างไสวขึ้นมาทันที พร้อมกับแสงจ้าที่ส่องกระทบม่านตาของร่างบางที่นอนหลับอยู่บนที่นอนต้องรีบหันหน้าหนีแสงด้วยความรำคาญใจ ไหนจะมือที่คว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงอย่างไม่ต้องให้การให้ใครได้รบกวน

 

แต่อย่าหวังว่าจะรอด

 

พึ่บ!

 

ผ้าห่มผืนหน้านุ่มแสนอบอุ่นที่ปิดมิดทั้งร่างบางนั้นถูกกระชากออกไปจากตัวทันที ส่งผลให้เธอต้องลุกขึ้นมานั่งหน้าเซ็งด้วยความรำคาญขั้นสุด และโวยวายออกมาเสียงดัง

 

โอ๊ยยย คนจะนอน อะไรนักหนาเนี่ย!”

 

บ่นด้วยความรำคาญใจพลางยกมือขึ้นมาเกาหัวที่ยุ่งเหยิงอยู่แล้วให้ดูยุ่งเข้าไปอีกในขณะที่ตาทั้งสองยังปิดสนิท ใบหน้านั้นบูดบึ้งแสดงถึงความไม่พอใจอย่างมาก และยิ่งดูไม่น่ามองเข้าไปกันใหญ่เมื่อเครื่องสำอางสีจัดที่เธอใช้แต่งแต้มอยู่บนใบหน้าเลอะเทอะเละเทะจนดูไม่เป็นภูตเป็นคน

 

 

 

 

นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว”

 

ก็คนมันง่วง วุ๊!”

 

 

พูดอย่างรำคาญใจอีกครั้งก่อนจะล้มตัวลงไปบนที่นอนตามเดิม อย่างไม่คิดสนใจอะไร ผู้หญิงทั้งสองคนที่เป็นคนเข้ามาปลุกเธอหันมามองหน้ากันด้วยความหนักใจ ถึงคนที่นอนอยู่จะดื้อรั้นอยู่มาก แต่จะปล่อยให้คนที่ขี้เซาได้นอนกินบ้านกินเมืองในขณะที่คนอื่นนั้นลุกไปทำการทำงานกันหมดแล้วมันก็ไม่ใช่

 

คนหนึ่งเป็นพี่สาวแท้ๆ อีกคนก็เป็นถึงแม่แต่กลับออกคำสั่งอะไรกับลูกสาวคนนี้ไม่ได้เลย จริงๆ ก็รับไม่ได้หรอกกับพฤติกรรมของลูกสาวหลังจากส่งไปเรียนเมืองนอกพอกลับมาก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังส้น...

 

ช็อกอยู่เหมือนกัน

 

คิดจะกลับบ้านก็ไม่ยอมบอกกล่าวให้ใครได้รู้ หนำซ้ำยังหนีเที่ยวไม่กลับบ้านกลับช่อง ก่อนจะถูกส่งกลับมาในสภาพเมามายไม่ได้สติ แล้วที่หนักกว่านั้นคือมีผู้ชายหน้าฝรั่งมาส่งถึงบ้านอีก ตอนแรกที่เห็นคนเป็นแม่แทบจะช็อก ไม่อยากจะเชื่อด้วยซ้ำว่าเป็นลูกสาวของตัวเอง

 

มันเปลี่ยนไปมากจริงๆ หน้าตาเปลี่ยนไปไม่พอ นิสัยยังเปลี่ยนอีก

 

แต่ก็พอจะโล่งใจขึ้นมาได้บ้างเพราะเด็กหนุ่มคนนั้นบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทของเธอเท่านั้น โล่งใจไป คิดว่าส่งลูกไปเรียนแล้วลูกมีผัว ลูกพาผัวกลับมาไหว้แม่

 

โอ๊ย หัวใจจะวาย

 

ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้อาหมวย” เสียงของผู้เป็นแม่ที่ดังลั่นขึ้นมาก่อนจะเอามือไปดึงแขนลูกสาวที่ยังขี้เซา

 

นี่มันสิบโมงแล้วยัยหมวยลุกขึ้นเลยนะ” พี่สาวของเธอพูดขึ้นมาบ้างแล้วยังเข้าไปช่วยแม่ดึงเธอให้ลุกออกมาจากที่นอนอีกแรง แต่ก็ไร้ทีท่าว่าเธอจะตื่น

 

ทำไมมันยากลำบากแบบนี้นะ

 

สิบโมงเองขอนอนต่ออีกนิด…” พึมพำขึ้นมาในขณะที่ตายังหลับสนิท ทำเอาทั้งพี่สาวและแม่ถึงกับหนักใจ สงสัยต้องงัดไม้เด็ดออกมาใช้ซะแล้ว

 

ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาสินะ ยัยฟางหลิน

 

อาม่ามา!!!”

 

พรึ่บ!

 

ได้ผลในทันทีที่ตะโกนเสียงออกไป ร่างบางสะดุ้งลุกจากที่นอนแทบไม่ทัน ก่อนจะรีบหันกลับมานั่งแล้วเข้ามาขอโทษขอโพยกันไปยกใหญ่

 

ตื่นเลยสิท่า

 

อาม่าคือหนูไม่ได้ทำอะไรผิดนะ คือหนูตื่นแล้ว หนูแค่แค่…”

 

ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ

 

ใบหน้าของคนที่กำลังลนลานค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองช้าๆ เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นมา พอเจอหน้าของแม่กับพี่สาวที่กำลังหัวเราะลั่นกันอย่างสนุกสนานทำเอาใบหน้าหวานถึงกับหงิกงอใส่

 

ม๊าอะ!”

 

สาวน้อยเชื้อสายจีนโวยใส่อย่างเคืองใจที่โดนหลอก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแต่ก็ยังขุ่นเคืองพี่สาวและแม่ไม่หาย เล่นอะไรก็ไม่รู้ทำเอาตกอกตกใจหมด คิดว่าเป็นอาม่าจริงๆ

 

แต่จะว่าไปมันก็ดีนะที่แม่กับพี่สาวแค่อำเล่น เพราะถ้าเป็นจริงละก็

 

เพราะอะไรถึงได้เกรงกลัวอาม่าขนาดนี้น่ะเหรอ หึ! คนใหญ่คนโตมีอำนาจมากที่สุดในบ้าน ความเคี่ยวเข็ญและดุกร้าวมีมากจนไม่มีลูกหลานคนไหนกล้าหือด้วย เพราะเวลาอาม่าแกต้องการอะไรแกจะเล่นใหญ่จริงๆ แล้วมันก็ต้องได้อย่างที่แกหวังด้วย แต่ถ้ามีใครกล้าค้านก็จะเอาสิทธิ์ที่ตัวเองอาวุโสสุดมาอ้าง แล้วก็ว่าลูกหลานไม่รักแล้ว ไม่เคารพแล้ว เป็นไงละ ใครมันจะกล้า

 

หนำซ้ำแกยังเจ้าระเบียบเอาการ ก็นะตามแบบคนจีนโบราณที่ขยันขันแข็ง ตื่นเร็วเพื่อทำมาหากิน พอต้องมาเห็นลูกหลานของตัวเองนอนกินบ้านกินเมืองแบบนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะสั่งสอน บางทีก็ด่านั่นแหละ

 

อาม่าไม่อยู่หรอก แต่อีกเดี๋ยวก็กลับแล้ว เพราะฉะนั้นรีบไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยเลยนะ ถ้าอาม่ามาเจอเธอในสภาพนี้รับรองต้องฟังเทศน์นาไปเจ็ดวันเจ็ดคืนแน่” พี่ฟางเหม่ย พี่สาวของเธอเป็นคนพูดขึ้น ซึ่งเป็นคนเดียวที่อยู่กรอบในกฎมากที่สุดแล้ว เป็นคนเถตรงเช่นไรก็เป็นเช่นนั้นนิสัยไม่มีเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเหมือนคนเป็นน้องหรอก

 

โห่อาเจ้” ยังคงทำหน้างออย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะให้ไปมองหน้าแม่แล้วรีบโผเข้าไปกอดอย่างออดอ้อน

 

มาม๊าคิดถึงจังเลยไม่ได้เจอตั้งนาน” ที่แบบนี้เปลี่ยนเรื่องเร็วเชียว ที่พูดน่ะก็ดูเว่อไปพึ่งจะเจอกันเมื่อสามเดือนที่แล้วนี่เอง ส่งไปเรียนนอกก็จริงแต่ก็ใช่ว่าลูกสาวคนเล็กจะไม่กลับมาเลย เธอยังคงแวะเวียนมาหาบ่อยๆ ไม่ให้ขาด เพราะเป็นคนรักแม่รักพี่มาก

 

อะ แฮ่ม ตรงนี้มีม๊าคนเดี๋ยวเหรอ” พอได้ยินเสียงพี่สาวที่พูดขึ้นมาบ้างก็รีบผลักกอดออกจากแม่แล้วหันไปกอดพี่สาวในทันที

 

คิดถึงอาเจ้เหมือนกัน กลับมากี่ทีกี่ทีอาเจ้ก็ไม่เห็นจะแต่งงานสักที” ล้อพี่สาวเล่นอย่างทะเล้นจนเธออดไม่ได้ที่จะฟาดฝ่ามือลงบนต้นแขนของน้องสาวขี้เล่นเบาๆ ชอบล้อเรื่องนี้ทุกทีเลย ก็คนมันยังไม่เจอคนที่ใช่จะให้ทำยังไงละ

 

ว่าแต่เราเถอะทำไมถึงทำตัวแบบนี้เนี่ย ถ้าอาม่ารู้โดนด่าขึ้นมาม๊าไม่ช่วยนะ”

 

แค่ไปเที่ยวเฉยๆ เองม๊าไม่เห็นมีอะไรสักหน่อย”

 

กลับมาเมาเละซะขนาดนั้น แถมยังให้ผู้ชายมาส่งถึงบ้าน นี่ยังกล้าบอกว่าเฉยอีกเหรอ แล้วชุดที่ใส่เมื่อคืนน่ะอย่าให้อาม่าเห็นเชียวละ” ผู้เป็นแม่ยังคงบ่นใส่ลูกสาวไม่หยุด ก็นะกลับมาแต่ละทีก็เปลี่ยนไปเหลือเกินลูกสาวคนเล็ก

 

ไม่อยากจะพูดเลยว่าตอนเด็กๆ ก่อนหน้าที่จะส่งไปเมืองนอกนิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว จากที่เคยเป็นเด็กน้อยสดใส เรียบร้อย อ่อนโยนคนนั้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่คิดเลยว่าจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้

 

ม๊าก็พูดไปหนูโตแล้วดูแลตัวเองได้น่า ผู้ชายที่มาส่งก็เพื่อนของหนูเอง มันดูแลหนูดีมากไม่ยอมให้ผู้ชายคนอื่นเข้าหาหนูเลย ม๊ากับอาเจ้ไม่ต้องห่วงว่าใครจะมาทำอะไรหนูหรอก”

 

ใครบอกว่าฉันห่วงแก พวกเราห่วงคนอื่นที่จะถูกแกเข้าไปยุ่งมากกว่า แกน่ากลัวกว่าอีก”

 

อาเจ้หนูออกจะสวย ทำไมพูดงี้ละ”

 

แต่แกน่ากลัวมากกว่า ฉันกลัวแกจะไปทำอันตรายคนอื่นเพราะนั้นอยู่ให้ห่างๆ ผู้ชายเอาไว้” จริงๆ ก็พูดหยอกไปขำๆ เท่านั้นแหละ รู้ว่าน้องสาวอาจจะชอบเที่ยวเล่นกับเพื่อนให้สนุกเป็นเรื่องธรรมดา แต่ยังไม่เคยเห็นมันสนใจผู้ชายคนนั้นจริงๆ จังๆ หรอก

 

ตอนที่เพื่อนของลูกมาส่ง เขาบอกม๊าว่าหนูไปอ้วกใส่คนอื่น เรื่องจริงเหรอ”

 

นั่นไง ผู้ชายที่โชคร้ายที่สุดในโลก”

 

พอได้ยินสิ่งที่แม่กับพี่สาวพูดหญิงสาวก็เริ่มทำหน้าตาครุ่นคิดอีกครั้ง ภาพรางๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันค่อยๆ ฉายขึ้นมาในหัวสมองทีละนิด อาจจะเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ทำให้เธอมึนๆ จนแทบจะจำไม่ได้

 

แต่พอลองนึกดูดีๆ แล้ว

 

เฮ้ย!”

 

อยู่ๆ ก็อุทานขึ้นมาจนทั้งแม่และพี่สาวตกใจพร้อมๆ กันกับเธอ ตอนนี้หญิงสาวจำได้แล้วว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เพราะใบหน้าของผู้ชายคนนั้นปรากฏเข้ามาในหัวของเธออย่างชัดเจน รวมทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย เธอไปอาเจียนใส่เขาจริงๆ

 

เต็มๆ เสื้อ กลิ่นเหม็นและความสกปรกยังคงเกาะติดอยู่บนเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนนั่น

 

โอ๊ยยยย ทำบ้าอะไรละไปยัยฟางหลิน!!!!!

 

พอจำทุกอย่างได้หมดก็รีบเอาหัวโขกลงกับหมอนผ้าห่มที่กองๆ กันอยู่ตรงหน้าทันที พร้อมกับทำเสียงยอแยคล้ายคนจะร้องไห้ เพราะความอับอายและความผิดมหันต์อย่างไม่น่าให้อภัย

 

เป็นอะไรเนี่ยห๊าอาหมวย”

 

นั่นสิ แกบ้าไปแล้วเหรอยัยหมวย”

 

ตายแล้วม๊า หนูต้องตายแน่ๆ เลย!!!”

 

 

1 ชั่วโมงต่อมา…

 

ร่างบางเดินมานั่งอยู่ที่หน้ากระจกหลังจากที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จสับ พออาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ แต่งเนื้อแต่งตัวให้ดีขึ้นเช่นนี้แล้วก็ค่อยดูเป็นภูตเป็นคนขึ้นมาหน่อย ใบหน้าหวานมองจ้องไปยังเงาของกระจกที่สะท้อนภาพตัวเองอยู่ตรงหน้า ก่อนจะหยิบหวีขึ้นมาหวีผมเบาๆ ใบหน้าสวยที่แต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงน้อยนิดดูน่ารักสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ

 

โดยปกติก็เป็นคนเช่นนี้แหละ ไม่ได้แต่งตัววาบหวิวแต่งหน้าแต่งตาให้จัดจ้านอยู่ตลอดเวลาอะไรนัก ยกเว้นเวลาออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนเท่านั้นแหละ และที่สำคัญมาอยู่บ้านที่เปรียบเสมือนเป็นต้นกำเนิดของความเรียบร้อยก็ต้องสำรวจกิริยามารยาทเสียหน่อย

 

หญิงสาวฉีกยิ้มให้ตัวเองผ่านกระจกตรงหน้าเพื่อเรียกความมั่นใจให้ตัวเอง ก่อนจะเดินไปหยิบสมาร์ทโฟนที่วางอยู่ไม่ไกลมากนักขึ้นมากดโทรหาบางคน

 

“Hi Sam”

 

(Hi Honey คิดถึงเค้าเหรอ)

 

เปล่า ฉันแค่จะโทรมาถามเรื่องเมื่อคืน” กรอกสายพูดอย่างไม่ต้องสนใจความรู้สึกของคนที่กำลังพูดอยู่ด้วยนัก

 

ซามูแอลเป็นเพื่อนชายคนเดียว และเป็นเพื่อนคนเดียวที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด สนิทจนชายหนุ่มไม่ยอมที่จะเรียกชื่อจริงของเธอโดยอ้างเอาสรรพนามอื่นมาเรียกแทนเพื่อให้ดูสนิทสนมกันมากขึ้น เธอไม่ถือหรอกเพราะเธอเองก็ไม่เคยคิดที่จะเรียกชื่อเธอเต็มของเขาเหมือนกัน มันยากและยาว

 

จนกระทั่งเวลาเปลี่ยนใจของคนก็เริ่มเปลี่ยนจนแปรพักตร์จากคำว่าเพื่อนรักมาเป็นรักเพื่อน แน่นอนว่าชายหนุ่มต้องสารภาพอย่างเปิดเผยกับเธอว่ารู้สึกยังไงเนื่องจากเป็นคนที่ค่อนข้างตรง และเธอก็เป็นคนตรงๆ บอกไปเลยอย่างไม่อ้อมค้อมว่าสำหรับซามูแอลเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น และถ้าอยากให้ความสัมพันธ์ของเราเหมือนเดิมซามูแอลต้องไม่คิดอะไรกับเธออีก

 

บางทีตรงไปก็เสียใจไง แต่จะไปทำอะไรได้ และเพราะไม่อยากให้เธอหายไปไหนเขาจึงเลือกที่จะทำตามที่เธอขอ ทั้งที่การตัดใจจากใครสักคนมันก็แสนจะยากลำบาก มันน่าแปลกนักที่ทำไมเธอถึงไม่คิดเปิดใจให้ใครเลย ทั้งที่เธอเองก็ไม่มีใคร

 

จนป่านนี้เขาเองก็ยังไม่รู้เหตุผลนั้น

 

(เรื่องเมื่อคืน อ๋อเราพาฮันนี่ส่งถึงบ้านเลยนั่นละ)

 

ไม่ใช่เรื่องนั้น คือเอ่อ…ผู้ชายที่ฉันอ้วกใส่เขาเป็นยังไงบ้างเหรอ”

 

(โฮ่ไม่อยากจะพูดเลย ขนาดเราไม่ถูกอ้วกใส่ยังรู้สึกรังเกียจเลย เสื้อเชิ้ตเขาอะนะบางก็บาง ฮันนี้ก็อ้วกไปตั้งเยอะ ตอนนั้นเขาก็คงรู้สึกอยากตายนั่นแหละ)

 

ไอ้แซม!”

 

ได้แต่โวยวายกลับไปเสียงดัง นี่ถ้ามันอยู่ตรงนี้โดนตบคว่ำไปแล้วแหละ เพื่อนภาษาอะไรไม่เข้าข้างกันบ้างเลย แต่ที่มันพูดมาก็ท่าจะจริงแฮะ ใครมันจะไปชอบอ้วกละ ขนาดซามูแอลที่ว่าชินกับเธอแล้วยังรังเกียจได้ขนาดนั้น

 

ฮื่อ! ไม่น่าเลยจริงๆ ฟางหลินอีโง่!

 

แล้วนี่เขาได้ว่าอะไรไหม” ถามขึ้นมาอีกครั้งเพราะหลังจากที่ทำเรื่องงามหน้าไปแล้วตัวเองก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย

 

(ก็ไม่ว่าอะไรนะ เดินออกไปเลย แต่ที่ไม่พูดน่ะเราว่าเขาคงโกรธจนพูดอะไรไม่ออกนั่นแหละ)

 

โอ๊ยยย ตาย!

 

แล้วแกไม่ได้ขอโทษแทนฉันเหรอแซม”

 

(จะไปขอโทษได้ไงละ พอฮันนี่อ้วกเสร็จก็เป็นล้มเค้ามัวแต่ดู หันมาอีกทีผู้ชายคนนั้นก็ขับรถออกไปแล้ว)

 

เออๆ แค่นี้แหละ ขอบใจนะที่พามาส่งถึงบ้านน่ะ”

 

(คร๊าบบบ)

 

มือบางกดวางสายลงไปก่อนจะโยนโทรศัพท์มือถือลงไปบนที่นอน นึกแล้วก็เครียดไม่หายทำไมต้องเมาจนไปอ้วกใส่คนอื่นแบบนั้นด้วยนะ จะไม่อะไรเลยจริงๆ ถ้าคนที่อ้วกใส่ไม่เป็น…!!!

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

อาหมวยลูก ลงไปข้างล่างได้แล้วอาม่ามาแล้วลูก”

 

เสียงเรียกที่ดังหลังจากเสียงเคาะประตูทำให้เธอถอนหายใจออกมาก่อนจะหันไปเพ่งมองที่กระจกอีกครั้งก่อนจะเรียกขวัญกำลังใจให้ตัวเอง

 

เรียบร้อยลูกเรียบร้อยฟางหลินแกต้องเรียบร้อย”

 

 

ร่างบางเดินลงบันไดบ้านมาด้วยความระมัดระวังเพราะวันนี้ต้องเข้าพบอาม่าคนเก่าคนแก่ของบ้าน เธอก็ต้องเนรมิตตัวเองให้ดูเป็นสาวเรียบร้อยขึ้นมาทันที ด้วยชุดเดรสสีขาวนวลไม่สั้นไม่ยาวแขนระบายที่ค่อนข้างเรียบร้อยอยู่มาพอสมควร ไม่อยากจะบอกเลยว่าตัวเองกลั้นใจใส่ชุดนี้อยู่เพราะเห็นแก่แม่ ถ้าแม่ไม่เอาชุดนี้มาให้ใส่บอกเลยว่าไม่มีวันที่จะแลมอง เชยชะมัด!

 

เพราะดูยังไงมันก็ไม่ต่างอะไรจากชุดที่ต้องไปนั่งปฏิบัติธรรม...สาธุ

 

 

แค่พบอาม่าต้องแต่งองค์ทรงเครื่องขนาดนี้เลยหรือไงเสื้อยืดกางเกงยีนก็พอแล้วมั้ง สบายๆ ไง นี่ขนาดอยู่บ้านตัวเองยังต้องขนาดนี้ เฮ้อ

 

ร่างบางเดินลงบันไดมาจนเกือบจะถึงห้องนั่งเล่นซึ่งกำลังมีสายตาของผู้ใหญ่อีกหลายท่านที่กำลังจดจ้องมาที่เธอ นอกจากแม่ อาม่า และพี่สาวแล้ว ก็ยังมีอาเจ๊กที่นั่งทางซ้ายมือของม๊า ถัดมาก็เป็นอาอี๊คุณน้าที่คอยเลี้ยงดูเธอมา ถัดมาที่โซฟาอีกตัวก็เป็นอากิ๋ม น้าสะใภ้สุดเฮี้ยบ ที่นั่งขนาบข้างกับยัยลูกพี่ลูกน้องซึ่งเธอไม่อยากจะนับญาติด้วยอย่าง หมิงซู’

 

เจอหน้าทีไรคันไม้คันมืออยากตบทุกที ถ้ายัยหมิงซูไม่ปากเสียก็คงไม่โกรธขนาดนี้หรอก เป็นบ้าอะไรมาว่าคนอื่น

 

ชาตินี้แกไม่มีวันมีผัวหรอกอีฟางหลิน!’

 

คำพูดนั้นที่หมิงซูชอบว่าเธอยังคงดังกึกก้องอยู่ในหัว ตอนเด็กๆ ยัยนี่ชอบล้อเธอเช่นนั้นอยู่เรื่อย มีครั้งหนึ่งที่ฟางหลินทนไม่ได้จนเข้าไปตบปาก แล้วดันซวยอาเจ๊กมาเห็นพอดี แกก็เข้าใจผิดคิดว่าเธอไปตีหมิงซู ส่วนแม่นี่แอคติ้งดีเว่อบีบน้ำตาทันทีทันใด ร้องห่มร้องไห้ไปหาอาม่า

 

แล้ววันนั้นฟางหลินก็โดนตีไปโดยปริยาย

 

เพราะเหตุการณ์ในวันนั้นเธอจึงไม่คิดที่จะเข้าไปตบปากหมิงซูเวลาที่แม่นั่นเห่าใส่อีก แต่จะเล่นมันที่จุดอ่อน เพราะยัยนี่ชอบมาว่ายน้ำที่บ้านเพราะฉะนั้นการขโมยเสื้อผ้าเอาไปทิ้งถังขยะจึงเป็นสิ่งที่ฟางหลินทำเป็นเวลาต่อมา หึหึ ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครจับได้ และไม่ถูกลงโทษ ที่สำคัญ โคตรสะใจเลยวะ! ฮ่าๆ

 

แต่เดี๋ยวนะ วันนี้มันวันรวมญาติหรือไงกันมาทำอะไรเยอะแยะเนี่ย?

 

อาหมวยลื้อนี่โตเป็นสาวแล้วสวยน้า” เสียงของอาอี๊ที่เอ่ยชมขึ้นมาหลังจากที่เธอเดินมานั่งข้างๆ พี่สาว ใบหน้าหวานใสยิ้มรับเบาๆ ก่อนจะก้มหัวให้อย่างมีมารยาท ก็แหงละตอนนี้ใครๆ ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอสวยอย่างนั้นอย่างนี้ กลายเป็นความภาคภูมิใจของป๊ากับม๊าไปแล้วละ ตอนนี้คงทำได้แค่ยิ้มน้อยๆ อย่างเรียบร้อยให้พองาม ทั้งที่ในใจ

 

อี๊ก็พูดไป แหมคนมันสวยให้ทำไง สวยกว่าใครบางคนแถวนี้ด้วยแหละ’

 

เขินที่ถูกชมจนอยากจะถลาเข้าไปกอดอี๊เสียเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้ญาติเยอะ ดวงตากลมหันไปมองหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามและยักคิ้วให้อย่างกวนโมโหตอนที่ญาติผู้ใหญ่กำลังหันไปคุยกัน สายตาประหนึ่งจะสื่อให้รู้ว่าชั้นสวยกว่าเธอ ตรงนี้ไม่เห็นจะมีใครชมเธอเลย

 

แหม อาหมิงก็สวยนะคะเป็นดาวเด่นของมหาวิทยาลัยด้วย” คนที่พูดขึ้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคุณแม่ของนางนั่นเอง โธ่ๆ อวยลูกตัวเองก็ได้ด้วย ฟางหลินก้มหน้าหัวเราะเงียบๆ ประชดหมิงซูที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ราวกับต้องการจะแกล้งให้เธอรู้ว่าไม่มีใครสนใจเธอแล้วจนถึงขั้นที่แม่ต้องลุกมาทวงความให้ลูกตัวเอง

 

แหมกลัวจะไม่ชนะฉันหรือไงกัน อย่างนี้ต้องเจอฟางหลินซักดอก

 

อากิ๋มหมายถึงเป็นดาวนี่เมื่อสองปีก่อนหรือเปล่าคะ ตอนนี้หมิงซูเรียนปีสามแล้วเป็นดาวก็จริง แต่ไม่เด่นแล้วค่ะ” คำพูดที่ทำเอาสองแม่ลูกถึงกับโกรธปรี๊ดแต่เพราะอาม่าที่นั่งอยู่ตรงนี้ด้วยถึงได้ไม่กล้าโวย แต่แค่นี้มันยังไม่พอ

 

เดินไปไหนไม่มีใครเขารู้หรอกค่ะว่าเป็นดาว ต้องเอาป้ายมาเขียนติดค่ะว่าเคยเป็นดาว เขาถึงจะว้าว” ยิ่งเธอพูดสองแม่ลูกก็ยิ่งโมโหหนักขึ้นไปอีก แต่ตรงกันข้ามญาติผู้ใหญ่คนอื่นๆ กลับหัวเราะกันอยู่เงียบๆ แต่แล้วมือบางของพี่สาวก็เอื้อมมาจับมือเธอเบาๆ เป็นเชิงบอกให้หยุดก่อน

 

ทั้งที่ตัวเองก็แอบหัวเราะ งั้นแต่นี้ก็ได้พอหอมปากหอมคอพอ

 

เอาละๆ มากันครบแล้ว อั๊วจะพูดตรงๆ เลยก็แล้วกัน”

 

พอได้ยินอาม่าเอ่ยเช่นนั้นทุกคนก็กลับมาอยู่ในท่าตั้งใจฟัง แต่ก่อนที่ท่านจะได้เอ่ยคำพูดใดๆ ขึ้นมาดวงตาเฉียบคมของท่านก็แลมองมาที่หลานสาวอย่างฟางเหม่ย หญิงสาวที่ถูกมองเริ่มหายใจหายคอไม่ทั่วท้อง ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งของท่านและแววตาน่าสงสัยที่กำลังมองมาไม่อาจคิดเดาได้เลยจริงๆ ว่าท่านกำลังจะสื่ออะไร

 

แต่ที่กำลังรู้สึกในตอนนี้คือมันเริ่มหวั่นใจขึ้นมาแล้วละ

 

อั๊วจะให้อาหลินแต่งงาน”

 

ห๊ะ!!!”

 

80%

 

 

ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้มีใครไหมที่ไม่อึ้งในคำพูดของอาม่า อยู่ๆ ก็เรียกรวมทุกคนเพื่อจะมาบอกว่าฟางหลินหลานสาวคนเล็กของบ้านกำลังจะแต่งงานอย่างนั้นเนี่ยนะ?

 

เอ่อ เดี๋ยวนะคะ อาม่าล้อหนูเล่นแน่ๆ เลย อาม่านี่ตลกจังเลยนะคะ ฮ่าๆ” ฟางหลินแกล้งหัวเราะกลบเกลื่อนหันไปมองหน้าแม่และพี่สาวที่ยิ้มแห้งๆ ให้ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ทุกคนที่จะหัวเราะไปกับเธอ

 

อย่าทำแบบนี้กันสิ กลัวนะเนี่ย

 

อั๋วไม่ได้ล้อเล่น ลื้อต้องแต่งงานจริงๆ”

 

อาม่า!” เพราะคำพูดและน้ำเสียงที่ดูจริงจังนั่นทำให้เธอตกใจจนต้องลุกขึ้นมาทำท่าจะโวยวาย พี่สาวของเธอดึงชายกระโปรงน้องสาวเบาๆ เป็นเชิงบอกให้นั่งลงก่อน ถึงแม้ในใจอยากโวยมากซักเพียงไรแต่ก็ต้องนั่งลงตามที่พี่สาววอนขอผ่านสายตา

 

คุณแม่คะ อาหมวยยังเด็กอยู่เลยเรียนก็ยังเรียนไม่จบ จะให้แต่งงานได้ยังไงคะ” แม่ของเธอพยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะก็พึ่งจะรู้เมื่อครู่เหมือนกันว่าแม่จะให้ลูกสาวแต่งงาน ตกใจไม่น้อยเลยละ

 

ปีนี้อีอายุเท่าไหร่แล้ว”

 

ยี่สิบเอ็ดค่ะ”

 

นั่นงาย อีตั้งยี่สิบเอ็ดแล้ว สมัยอั๋วแต่ง ก็แต่งตั้งแต่สิบเจ็ดสิบแปดโน่น”

 

โว้ยยย ก็สมัยก่อนกับสมัยนี้มันเหมือนกันตรงไหนละ อาม่านี่ก็! เย็นไว้หลินเย็นไว้…

 

แต่ว่า…”

 

ลื้อเป็นผู้หญิงจะเรียนปายทำมาย ยังงายลื้อก็ต้องให้ผัวเลี้ยงอยู่ลี”

 

ถึงหนูจะเป็นผู้หญิงแต่ก็ใช่ว่าต้องรอให้ผู้ชายเลี้ยงฝ่ายเดียวนี่คะ หนูดูแลตัวเองได้ หาเงินเลี้ยงตัวเองได้ อาม่าคะอย่าพึ่งให้หนูแต่งงานเลยนะคะ” ทนไม่ได้จนต้องพูดขึ้นมาเสียงเอง ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้ต้องถูกคลุมถุงชน นี่มันยุคไหนสมัยไหนแล้วเนี่ย

 

ลื้ออย่ามาเถียงมีหน้าที่ทำตามก็ทำไป”

 

อาม่า!” คนที่เป็นใหญ่ที่สุดในบ้านหันหน้าออกไปทางอื่นอย่างไม่สนใจว่าเธอจะกำลังรู้สึกยังไง ฟางหลินรู้ว่าคุยตอนนี้อาม่าก็ไม่สนใจเธอจึงลุกหนีออกไปที่อื่น แม้จะมีญาติผู้ใหญ่อยู่เยอะแยะมากมายตอนนี้ก็ตาม

 

ต๊ายดูทำเข้า ไปอยู่เมืองนอกเมืองนาจนไม่สนหัวผู้ใหญ่ซะแล้ว” เสียงนี่ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอากิ๋มคนชอบหาเรื่องนั่นเอง

 

เถียงคำไม่ตกฟากเลยนะ”

 

แม่ของเธอหันไปมองพี่สาวคนโตที่นั่งอยู่ข้างๆ สลับกับมองลูกสาวคนเล็กที่เดินกระฟัดกระเฟียดออกไปด้วยความหนักใจ ท่าทางจะไม่พอใจจริงๆ นั่นแหละเธอถึงได้เดินออกไปแบบนั้น ก็แหม นี่มันงานแต่งงานนะเรื่องใหญ่ขนาดนั้นจะไม่ตกใจกันได้ยังไง

 

บอกอาหลินด้วยนะ ว่าอั๋วมีเหตุผล”

 

จะเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่ที่แน่ๆ ฟางหลินไม่มีวันยอมให้งานแต่งงานนั่นเกิดขึ้นแน่

 

 

โว้ย!!! ไม่น่ากลับมาเลย!”

 

ร่างบางที่เดินออกมาแล้วก็ส่งเสียงโวยวายอยู่หน้าสระว่ายน้ำ เธอเตะโน่นเตะนี่ด้วยความโมโหอย่างไม่สนใจว่าชุดที่กำลังสวมอยู่มันช่างสวยงามควรค่าแก่การสำรวมกิริยามากแค่ไหน แน่นอนว่าท่าทางของเธอทำให้สาวใช้ที่กำลังเก็บกวาดอยู่แถวนี้มีความรู้สึกกลัว

 

เมื่อกี้ก็พึ่งจะเก็บใบไม้ที่มันร่วงใส่สระน้ำไปแล้วแท้ๆ แต่เธอกลับเตะมันลงไปอีกรอบ เฮ้อคนที่ต้องทำความสะอาดทำท่าจะเดินเข้ามาเก็บกวาดใบไม้ที่เธอทำมันตกน้ำไปอีกครั้ง แต่ร่างบางเห็นว่าเป็นเช่นนั้นก็เลยรีบห้าม

 

พี่ไม่ต้องทำหรอก เดี๋ยวฉันเก็บเองก็ได้” ที่จะยอมเก็บแทนก็เพราะว่าตัวเองเป็นคนทำมันสกปรก คนทำความสะอาดเหล่านี้คงจะเก็บมาจนเหนื่อยแล้ว เพราะความเห็นใจจึงได้ออกปากพูดแบบนั้น

 

 

ความใจบุญก็มีนะเนี่ย

 

 

แต่ก็ดูท่าว่าคนเหล่านี้จะยังไม่ส่งตะแกรงตักใบไม้ให้เธอ แต่กลับมองด้วยสายตางงงัน

 

เถอะน่า เดี๋ยวฉันทำต่อเอง” ก็ยังจะเฉย ร่างบางยกมือขึ้นมาเท้าสะเอวอย่างวางอำนาจจนคนเหล่านั้นเริ่มส่งอุปกรณ์มาให้เธอ

 

คุณหนูทำเป็นเหรอคะ ให้พี่ทำดีกว่าค่ะ” รีบห้ามขึ้นมาเมื่อเธอทำท่าจะวางตะแกรงลงไปตักใบไม้ในสระน้ำ

 

พวกพี่มีอะไรก็ไปทำเถอะไป ไม่งั้นจะตัดเงินเดือนจริงๆ ด้วย” ขู่ด้วยน้ำเสียงดุกร้าวที่ไม่ได้จริงจังมากนักก่อนจะถอดรองเท้าทิ้งไปแล้วทำท่าทางตักเศษใบไม้เหล่านั้นด้วยท่าทางทะมัดทะแมง ช่างไม่เหมาะกับชุดสวยๆ ที่สวมอยู่เลยจริงๆ

 

แต่ก็นะเครียดเรื่องแต่งงานอยู่แท้ๆ แล้วนี่ทำไมอยู่ๆ ถึงต้องมาตักใบไม้แบบนี้เนี่ย ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

 

นี่หาผู้ชายเองไม่ได้ จนถึงขั้นต้องให้อาม่าหาให้เลยเหรอ” เสียงใสที่พูดขึ้นมาอย่างเยาะเย้ยทำให้ร่างบางที่กำลังตักเศษใบไม้ต้องหันไปมองอย่างเอือมๆ

 

อีหมิงซู!

 

เธอไม่สนใจและไม่ได้ต่อปากต่อคำตั้งแต่ตอนแรกแต่ยังหันกลับมาทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ด้วยใบหน้านิ่งๆ

 

สงสัยจะขายไม่ออกแล้วจริงๆ”

 

แล้วอย่างเธอที่ขายออกเนี่ย ฟาดไปกี่คนแล้วละ” หันมาตอบอย่างเย้ยหยันทำเอาใบหน้านั้นกรุ่นโกรธขึ้นมาทันที ฟางหลินยิ้มให้น้อยๆ ก่อนจะหันหน้าออกไปทางอื่น

 

ทำเป็นพูดไปเถอะ ตัวเองก็ดีใจจนตัวสั่นละสิที่จะได้แต่งงาน แต่ก็ทำเป็นโวยวายไปอย่างนั้นแหละ แต่จะบอกอะไรให้นะ คนที่อาม่าหาให้ก็คงจะเป็นพวกเศรษฐีเฒ่าๆ แก่คราวพ่อ หน้าตาเขรอะขระ หรือไม่ก็คงจะเป็นพ่อม่ายเมียตายอะไรทำนองนั้นละมั้ง

 

โห่...ชีวิตจะโหดร้ายอะไรปานนั้น

 

 

พูดจบก็หัวเราะเยาะด้วยความสะใจ คนที่ฟังอยู่ก็เริ่มจะหมั่นไส้ไม่ใช่ไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนั้น และเธอก็กลัวว่าอาม่าจะหาพวกแบบนั้นมาให้ แต่ทำไมถึงได้อยากหาอะไรมายัดปากยัยนี่นักนะ!

 

จะเป็นไรไหมถ้าเกิดว่า

 

ตูม!!!

 

ความคิดผุดขึ้นมาเพียงเสี่ยวแต่อารมณ์เท่านั้นที่อยู่เหนือทุกอย่างส่งผลให้เธอรีบเข้าไปผลักร่างแม่นั่นให้ตกน้ำลงไปตูมใหญ่ ก่อนที่คนทำจะยืนหัวเราะด้วยความสะใจและไม่มีความรู้สึกผิดเกิดขึ้นเลยแม้แต่นิด

 

โว้ยยย โคตรสะใจเลย!

 

และเธอยังไม่จบอยู่แค่นั้นตะแกรงที่ใช้ตักใบไม้ในสระน้ำบรรจุไปด้วยใบไม้ที่พึ่งตักขึ้นมาถูกนำมาเทซ้ำไปที่หัวเปียกๆ ของยัยหมิงซูจนเละเทอะ แน่นอนว่ายัยนี่ถึงกับดูไม่ได้

 

กรี๊ด!!!

 

เปรตร้องขอส่วนบุญแล้วโว้ยยย ฮ่าๆ ๆ ๆ” ยังคงหัวเราะเยาะด้วยความสะใจอย่างถึงที่สุด และยังคงสาแก่ใจที่ได้กลั่นแกล้ง แน่นอนว่าสภาพในตอนนี้เละเสียยิ่งกว่าเละเมื่อเช้าแต่งตัวมาสวยยังไงตอนนี้ลืมไปได้เลย

 

ลูกหมาตกน้ำยังเทียบไม่ได้เลย เพราะมันน่ารักกว่าเธอเยอะ”

 

อีฟางหลิน!”

 

อะไร อีหมิงซู!”

 

ทำมาเป็นขึ้นไอ้ขึ้นอี คิดว่าพูดได้คนเดียวหรือไงกัน

 

ขึ้นมาแล้วก็ช่วยป้าแม่บ้านเอาใบไม้ขึ้นมาด้วยล่ะ อี-หมิง-ซู” เยาะเย้ยใส่คนที่ตกน้ำอย่างสนุกปากก่อนที่จะเดินออกไป

 

ฉันจะฟ้องอาม่า!!!”

 

เชิญเลยจ้า”

 

 

ตึง!

 

เฮ้อ

 

เสียงปิดประตูห้องที่ดังขึ้นก่อนที่จะมีเสียถอนหายใจยาวยืดดังขึ้นมาติดๆ พอกลับมาอยู่คนเดียวในความเป็นจริงอีกครั้งความรู้สึกเหนื่อยก็เกิดขึ้นมาทันที อุตส่าห์กลับมาบ้านเพราะคิดว่ามันเป็นสถานที่ที่จะทำให้รู้สึกดีมากขึ้น แต่เปล่าเลยเหมือนกำลังพาตัวเองมาลงนรก

 

อะไรคือต้องมาแต่งงาน บ้าบอ!” เธอก็ยังนึกสงสัยว่านี่มันยุคสมัยไหนแล้ว ไม่คิดเลยด้วยซ้ำว่ามันจะมีการคลุมถุงชนเกิดขึ้น แล้วยังมาเกิดขึ้นกับตัวของเธออีก คนที่ก้าวทันโลก รู้เท่าทันยุคสมัย และเปิดกว้างให้กับโลกยุคใหม่ ยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่คาดว่ามันช่างแตกต่างจากสมัยก่อนๆ

 

ทำไมต้องมาพบเจออะไรแบบนี้!

 

แล้วเจ้าบ่าวจะเป็นแบบไหนวะเนี่ย”

 

นี่ก็น่าจะเป็นอีกปัญหาใหญ่ที่ทำให้เธอรู้สึกกังวลมากไม่ใช่น้อย ก็แหงละเขาเป็นคนที่ต้องอยู่ด้วยทั้งชีวิตนี่ไม่กังวลก็ไม่ใช่แล้ว

 

อาหมวยคิดอะไรอยู่ลูก”

 

ม๊าทำไมไม่บอกหนูก่อนละว่าอาม่าจะให้หนูแต่งงาน ถ้าหนูรู้จะได้ชิ่งกลับก่อน อะไรเนี่ย ทำไม…” ทันทีที่แม่เปิดประตูเข้ามาหาก็รีบหันไปพ้นคำถามใส่ด้วยความรวดเร็ว ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวลที่มีมากจริงๆ

 

ใจเย็นๆ ก่อนสิลูก”

 

ในเย็น? โฮ่ม๊าอะจะให้หนูใจเย็นได้ยังไงหนูกำลังจะแต่งงานนะ แต่งกับใครก็ไม่รู้ด้วย”

 

ฟังนะอาหมวยคือแม่ก็ไม่ได้รู้มาก่อนว่าอาม่าจะให้หนูแต่งงาน แม่ได้ยินยังตกใจเลย”

 

ไม่แต่งได้ไหม”

 

ใครจะไปขัดอาม่าได้ละ”

 

คืนนี้หนูจะหนีกลับเมืองนอกคืน ไปกับแซม”

 

คิดว่าจะรอดหรือไง ถ้าไม่อยากให้อาม่าบุกไปตามถึงที่ก็เลิกที่จะคิดหนีเลย”

 

แล้วมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ไหมคะ ไม่อยากแต่งจริงๆ นะ” หันไปทำเสียงอ้อนวอนใส่แม่อย่างน่าสงสาร ก่อนที่ท่านจะเอื้อมมือมาลูบหัวลูกสาว และกล่าวบางอย่าง

 

ลองไปอ้อนวอนอาม่าเหมือนตอนที่หนูเคยขอไปเรียนเมืองนอกดูสิ”

 

เออวะ…!

 

ม๊าโคตรไอเดียดีเลยจริงๆ เธอยิ้มร่าขึ้นมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันวาน กับการอ้อนวอนที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว

 

ถ้าตอนนั้นทำให้อาม่าใจอ่อนยอมอนุญาตให้เธอไปเรียนเมืองนอกได้ ครั้งนี้ก็ต้องยอมทำตามที่เธอขอเหมือนกัน

 




เฮลโลลล เจ้าบ่าวคือไผจ๊ะ
ไรท์ก็บ่รู้เด้อ ไม่รู้จริงจริ๊งงงง
รีดเดาว่าใครกันน้อ
เหมือนยากเนาะ
5555
ตอนนี้พี่มินยังไม่มา
ตอนหน้าเราแจกันจ๊ะ 
แหมๆเรื่องคิ้วพี่ฝ่านี่จริงๆเลยนะ
ปล. พี่แกไปสักคิ้วมาแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

611 ความคิดเห็น

  1. #578 samyangirl (@samyangirl) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 12:12
    มินฮยอนชะ? ><~~~~
    #578
    0
  2. #576 กระถางต้นไผ่ (@iamoumaim) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 18:37

    เจ้าบ่าวคือพี่มินช่ะ

    #576
    0
  3. #30 Senikame_1004 (@Senikame_1004) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 01:34
    นางเอกเเสบจริง ใครจะเป็นผู้โชคร้าย ขอวงวารพี่มินไว้ล่วงหน้าเลยค่ะ555555
    #30
    0
  4. #28 byfair (@p-fairrs123) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 21:25
    พี่มินแกคงต้องอบรมกันยาวแน่ๆอ่ะ ฮืออออ
    #28
    0
  5. #27 I am Muzik (@ilovemuzik) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 21:22
    เจ้าบ่าวคือใครรรรรรรรรรรรรรรรรรรร รอตอนต่อไปค่ะ 
    #27
    0
  6. #24 fahorine. (@JinJin_FahhFahh) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 13:46
    แต่งกับใครก็แต่งได้ แต่ถ้าแต่งกับพี่ฝ่านี่ตายแน่ๆ อาหมวย น่าจะโดนลากเข้าคอร์สอบรบมารยาท การเป็นกุลสตรี เรียนทำงานบ้าน ซักผ้า ทำกับข้าว สารพัดงานจะทำ อหหหห ตายแน่อิหนูเอ๊ย 555555
    #24
    0
  7. #22 desiny2520 (@desiny2520) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 06:48
    แต่งกับพิฝ่าแน่ๆ ฮืออออเขินนนนน มินฮยอนกะฟางหลินเกี่ยวอะไรกันอะอยากรู้แง้ว ทำไมฟางหลินถึงตกใจตอนนึกขึ้นได้ว่าอ้วกใส่มินฮยอน ต้องรู้จักกันมาก่อนแน่ๆ โอ้ยยยยอยากอ่านแล้วค่ะ รอน้าา
    #22
    0
  8. #21 aiyada99 (@praparassamee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 04:50
    ตอนแรกอ่านชื่อตอนถึงกับตดใจเอ่ย!ตกใจ นึกว่าไรท์มาตัดพ้อบอกว่าจะไม่แต่งนิยายแล้ว ไอเราก็กำลังจะเขามาเมนท์อ้อนวอนให้ไรท์อย่าหยุดแต่ง ที่ไหนได้นี้คือชื่อตอนนิยายเองหรอ!!! ใครบอกให้ไรท์แต่งชื่อตอนแบบนี่ฮะ!!!

    เข้าเรื่องๆ5555 นอกเรื่องมานานแล้ว มาพูดถึงเนื้อหานิยายบ่างดีกว่า

    นางเอกเรื่องนี้ปากร้ายดีจริงๆ ส่วนพี่มินของเราก็ออกจะพูดจาสุภาพหน้าฟัง(มั้งนะ อาจจะร้ายกว่านางเอกเสียอีกละมั้ง555) ชั่งเป็นคู่ที่เข้ากันดีจริงๆ ยังกะกิ้งทองใบโหระพา555
    #21
    0
  9. #20 KHUNDAN (@KHUNDAN) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 01:19
    นางเอกแสบมาก ชอบ ปากคอเราะร้าย 5655555555555555 สู้ๆค่ะไรท์ เป็นกำลังใจให้ อิ้อิ้
    #20
    0
  10. #19 I am Muzik (@ilovemuzik) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 00:15
    นางเอกโคตรแสบ 5555555555555555 รอพี่มินปรากฏตัวอยูนาจาาา
    #19
    0
  11. #18 Unicornrainbow (@Unicornrainbow) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 23:22
    แต่งกับพี่มินๆๆๆๆๆๆ
    #18
    0