Full [Wan x Two]: eg9Ten Entertainment

ตอนที่ 14 : #Track09 ถ้าเรียกมันว่ารัก (Ost. แอบรักออนไลน์) – ตู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    28 ก.ค. 61

#eg9TenEnt

#Track09 ถ้าเรียกมันว่ารัก (Ost. แอบรักออนไลน์) – ตู่

ทุกเรื่องราวที่เกิด ทำฉันวุ่นวายหัวใจ
ไม่รู้เธอคิดอย่างไร ไม่เคยถามตรงๆ สักที

.
.

ถ้าเรียกมันว่ารัก ไม่ผิดใช่ไหมเธอ
ถ้าทุกวันต้องการจะเจอ มีแต่เธอทุกลมหายใจ
แบบนี้ มันคือความรักใช่ไหม
เธอจะเป็นบ้างไหม ช่วยพูดให้เข้าใจที





“ตื่นแล้วหรอพี่ใหญ่ ไปอาบน้ำก่อนเลยนะ ผมกำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่” คนมีเคราเดินเข้ามาดูตู่ในห้องนอนว่าตื่นรึยัง ก่อนที่เขาจะกลับลงไปทำอาหารเช้าในครัวต่อจนเสร็จ

เช้านี้เป็นอาหารที่ทำง่ายๆ ขนมปังปิ้ง ไข่ดาว ซุปข้าวโพด เสิร์ฟพร้อมกับกาแฟ และนมอุ่นๆของโปรดของภพธรอีก 1 แก้ว ว่านจัดแจงเก็บจานอาหารที่กินเสร็จแล้วบนโต๊ะเพื่อจะเอาไปล้าง ตู่คว้ามือไว้บอกว่าเขาจะจัดการทั้งหมดเอง ให้ว่านไปอาบน้ำแต่งตัวได้เลย

หลังจากล้างจานเสร็จตู่ก็มานั่งรอว่านแต่งตัวอยู่ที่ห้องรับแขกพลางมองสำรวจไปรอบๆห้องว่าน ในใจก็แอบคิดว่ามันจะเป็นการเสียมารยาทไปไหม? ถ้าเขาจะแอบหยิบอะไรๆขึ้นมาดูสักหน่อย แต่ไม่ทันแล้วล่ะ เพราะมือมันยั้งไม่อยู่ ตู่คว้ากล่องเหล็กใบเล็กขนาดเท่าๆกับกล่องใส่การ์ดบนชั้นหนังสือของว่านขึ้นมาดู และใช่… มันคือกล่องใส่การ์ด ซึ่งภายในเต็มไปด้วยการ์ดอวยพรวันเกิด และรูปถ่ายน่ารักๆจากสาวๆที่ดูจะเป็นแฟนคลับของเขาให้มา รวมๆกันก็ค่อนข้างเยอะ อัดแน่นอยู่เต็มกล่อง

คนมาดเนี๊ยบไล่ดูคร่าวๆอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าช้าแล้วว่านมาเห็นคงไม่ดีแน่ เขาปิดกล่องนั้นแล้ววางลงบนชั้นตามเดิม และเพิ่งสังเกตว่าข้างๆกันนั้นมีอีกกล่องหนึ่งที่ดูจะเป็นความลับมากกว่า เพราะมันดูจะคล้ายๆกล่องเมื่อสักครู่ แต่ต่างกันตรงที่มันมีกุญแจที่สลักสัญลักษณ์ W&J ล็อคไว้
‘นี่คงสำคัญกับว่านมากเลยสินะ’

เวลาล่วงเลยมาสักพักใหญ่ แต่คนมีเคราก็ยังไม่เสร็จสักที คนมาดเนี๊ยบรู้สึกว่ารอนานจนต้องหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลาสักหน่อย นึกขึ้นได้ว่าเขาเคยให้ปิ๊กกีต้าร์เป็นของขวัญวันเกิดว่านนี่นะ ว่านเก็บมันเอาไว้ไหน? ว่าแล้วก็ลองสำรวจห้องดูอีกครั้งหนึ่ง ตู่ค่อยๆเดินเล่นไปรอบๆห้องเรื่อยๆจนถึงระเบียงห้อง เขาก้าวเท้าออกไปก็พบกับก้นบุหรี่และกระป๋องเบียร์มากมายกองอยู่รวมถึงกีต้าร์และปิ๊กกีต้าร์ด้วย… แต่ไม่มีปิ๊กที่เขาให้ว่านเลยน่ะสิ

“ออกไปยืนทำอะไรตรงนั้นล่ะพี่ใหญ่” ตู่หลุดออกจากห้วงความคิดของตัวเองทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกจากว่าน

“ออกไปสูดอากาศข้างนอกน่ะ แต่ก็ไม่คิดว่า…” ตู่พูดอ้ำอึ้ง

“ไม่คิดว่ามันจะเหม็นบุหรี่ใช่มั้ย?” ว่านพูดรู้ทันความคิดของคนมาดเนี๊ยบ

“อ่า… ช่างเถอะ ไปทำงานได้แล้วเดี๋ยวสาย” ตู่พูดจบก็เร่งฝีเท้าเดินกลับเข้าไปในห้อง

“พี่…” ว่าเรียกสั้นๆจนตู่ต้องหยุดหันกลับมามอง “ต่อไปนี้ผมจะเลิกบุหรี่แล้วนะ ถ้าพี่ไม่ชอบ”

.

“นี่คร้าบบบบบ” เป๊กยิ้มร่าพร้อมกับยื่นถุงขนมและเครื่องดื่มมากมายให้เอกกี้และพนักกงานคนอื่นๆในทีม Health&Beauty ลุลา ซาร่า และอ้นรีบเร่งเข้ามารับถุงขนมกันใหญ่

“วันหลังไม่ต้องลำบากก็ได้ครับ” เอกกี้บอกด้วยความเกรงใจ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ กินเยอะๆนะครับจะได้อ้วนๆ”

“อะ…อ้วน? ให้กินจนอ้วนเลยหรอครับ?”

“เอ่อ…เปล่าครับ ผมก็แค่แซวเล่นน่ะครับ” เป๊กยิ้มเคอะเขินตอนที่พูดว่าให้กินเยอะๆจะได้อ้วนๆน่ะนะ เขากำลังบอกคนตัวเล็กของเขาที่เดินผ่านมาตรงนั้นต่างหาก เป๊กตะโกนบอกลาทุกคน “มีช็อคโกแล็ตร้อนหวานน้อยด้วยนะคร้าบบบ” ก่อนจะเดินกลับไป

“คุณเป๊กนี่เค้าใจดีเนอะพวกแก” ซาร่าเปิดประเด็นสนทนากลางวงขนมและเครื่องดื่ม

“นั่นสิ หล่อด้วยนะ กรี๊ดดด” ลุลาเขามาสมทบ
“เค้ามีแฟนยังอ่ะ?”
“ไม่รู้อ่ะ”
“งั้นสืบม่ะ?”
“ดีเลยแก สืบเลยๆ”
“เออนี่พวกแก ที่คุณเป๊กเค้าบอกว่ามีช็อคโกแล็ตร้อนหวานน้อยอ่ะ เค้าบอกใครอ่ะ?”

“นั่นสิ ทุกแก้วเป็นกาแฟหมดเลยไม่ใช่หรอ?” ลุลา ซาร่า อ้น หันมาพูดพร้อมกันกับนิว จิ๋ว

คนตัวเล็กเจ้าของช็อคโกแล็ตร้อนหวานน้อยตัวจริงเดินมาหยิบแก้วเครื่องดื่มและขนมของโปรดไปนั่งกินที่โต๊ะเงียบๆอย่างสบายใจโดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเลย

.

เอกสารเล่มสุดท้ายของเช้านี้ถูกประทับด้วยลายเซ็นของภพธรเป็นที่เรียบร้อย เขายื่นมันกลับไปให้เลขาแล้วหยิบแฟ้มงานของเอกกี้ที่เขาอ่านค้างไว้เมื่อเย็นวานนี้มาอ่านต่อก่อนจะมีเสียงเคาะประตูของผู้มาเยือน เมื่อตู่อนุญาตให้คนด้านหลังประตูบานนั้นเข้ามาได้ เอ๊ะจึงเปิดประตูเดินเข้ามา พร้อมกับซองการ์ดสีขาวนวลฉลุลายดอกไม้เรียบหรูที่ยืนมาให้เจ้าของห้อง

“การ์ดแต่งงานนายหรอ?...ยินดีด้วยนะ” ตู่ละสายตาจากงานที่อ่านอยู่เหลือบมองเอ๊ะครู่หนึ่งแล้วก้มหน้าอ่านต่อโดยไม่หยิบมันขึ้นมาดู

“หยิบขึ้นมาดูสัก 1 นาทีคงไม่เสียเวลานายมากนักหรอกนะ” พูดจบแล้วเอ๊ะจึงนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามตู่

“…” มีเพียงความเงียบเมื่อตู่เปิดอ่านการ์ดเชิญใบนั้น เขาวางมันลงเมื่ออ่านจบแล้วก้มหน้าอ่านงานของเอกกี้ต่อ

“งานนี้อั๋นไปด้วยแน่ๆ และมันจะเป็นโอกาสให้นายได้ทวงคืนพื้นที่สื่อ ถ้านายตัดสินใจจะไปจริงๆล่ะก็นะ…” พูดอย่างเว้นจังหวะเพื่อดูท่าทีของตู่

“…” มีเพียงความเงียบเป็นการตอบรับ

“ฉันก็พูดไปอย่างนั้นแหละ นายจะไปหรือไม่ไป ก็ขึ้นอยู่กับตัวนายเอง แต่อย่าลืมนะ ว่าสิ่งที่นายทำทุกอย่างมันมีผลต่อบริษัท” จบประโยคด้วยการลุกจากเก้าอี้แล้วหันหลังเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองผู้ฟังเมื่อสักครู่

‘เรื่องซื้อตัว… คะ คุณภูวนาท เอ่อ… คุณภพธรรู้ด้วยหรอครับ?’ เอกกี้นั่งไม่ติดพนักพิง เขากำลังตื่นตกใจที่เรื่องการซื้อตัวอั๋นไปทำงานบริษัทคู่แข่งรู้ถึงหูผู้บริหารระดับสูงอย่างตู่ทั้งๆที่เอ๊ะและจ๋าพยายามปิดเรื่องนี้เป็นความลับ และกำชับผู้บริหารทุกระดับไม่ให้ข่าวรั่วออกไป

‘ก่อนหน้านั้น… มีกระแสข่าวว่าทางนั้นจะปิดตัวนิตยสารเพราะยอดขายตกนี่นะ ถ้าจะปิดตัวจริงๆ อั๋นจะลาออกจากบริษัทที่กำลังไปได้สวยอย่างเราไปอยู่ที่นั่นทำไม? คุณว่าจริงมั้ย?’ ละสายตาจากงานที่อ่านขึ้นมามองเอกกี้อย่างเต็มตา ไม่นานนักสิ่งที่ตู่ต้องการจะรู้ก็หลุดออกจากปากเอกกี้จนหมด

แผ่นหลังของเอ๊ะเดินจากไป ตู่นั่งทบทวนถึงเรื่องที่ได้คุยกับบรรณาธิการบริหารของทีม Health&Beauty เมื่อวานนี้อีกครั้งก่อนจะพบคำตอบว่าเขาควรจะไปงานนี้หรือไม่…

ดวงตาเซ็กซี่เหลือบมองคนตรงหน้าแว๊บหนึ่งแล้วเบนสายตากลับไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อโฟกัสเรื่องงานต่อโดยไม่สนใจคนตรงหน้าอีก เอ๊ะไม่ได้สนใจว่าจ๋าจะมองเขาหรือไม่เพราะตอนนี้เขากำลังเดาท่าทีของตู่อยู่ว่าคนมาดเนี๊ยบนั้นจะตอบรับการเชิญของคุณเพชรหรือไม่

“นิ่งกว่าเมื่อก่อนมาก”
“ใคร”
“มัน”
“…”
“หมายถึงตู่”
“หรือว่าคุณตู่จะรู้?”
“ก็อาจจะ” คิ้วยังคงขมวดเป็นปมไม่อาจคลายลงได้ ความวิตกกังวลและความเครียดเริ่มมีมากขึ้น เอ๊ะพิงพนักเก้าอี้ทำงานหันมองออกไปนอกหน้าต่างห้องก่อนจะหลับตาลงเพื่อคิดแผนที่จะทำให้เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นไปในทางที่ดีขึ้น และเพื่อไม่ให้มีใครล่วงรู้ความลับที่เขาปิดซ่อนไว้มานานกว่าสองปีได้

“พี่รู้มั้ยว่าเมื่อคืนคุณตู่ไม่สบาย” รองประทานสาวเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบเมื่อครู่
“…รู้”

.

‘ไฮไลท์ร้านอาหารสุดชิค’
‘เซเลบขึ้นปกนิตยสาร’
‘งานเปิดตัวนิตยสาร’

จบหัวข้อสุดท้ายปากกาไวท์บอร์ดถูกวางลงข้างๆกระดานในห้องประชุมขนาดกลาง ลุลาหันหน้ากลับมายังโต๊ะประชุมเพื่อดำเนินการประชุมต่อ เอกกี้ ลุลา อ้น ซาร่า นิว จิ๋ว คัตโตะ ว่าน ทอม และทีมช่างภาพอีกครบทีมมาประชุมร่วมกันเกี่ยวกับงานที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้

“เอาล่ะ เริ่มที่หัวข้อแรก จากที่ทุกคนเสนอมาพี่ว่าดีทั้งหมดเลยนะ” เอกกี้เริ่มต้นหัวข้อเกี่ยวกับการทำสกู๊ปร้านอาหารที่กำลังเป็นกระแสนิยมอยู่ตอนนี้

“ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มโหวตกันเลยมั้ยคะ?” ลุลารับช่วงดำเนินการต่อทันที และมติในที่ประชุมเห็นพ้องต้องกันว่าร้าน Room7o2 เป็นร้านที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้ ที่จะได้เป็นไฮไลท์ของเล่ม

“ว่านสนิทกับคุณเป๊กนี่นา น่าจะคุยด้วยง่ายนะ อีกอย่าง คุณเป๊กเค้าก็ดูใจดีมากด้วย” อ้นเสนอความเห็นบ้าง

“ดีเหมือนกันนะ จริงๆงานนี้พี่ตั้งใจจะให้ว่านทำอยู่แล้วล่ะ แต่พี่อยากจะให้ทอมทำด้วย” เอกกี้พูดอย่างมั่นใจพร้อมกันหันไปมองหน้าคนตัวเล็กที่กำลังแอบอมยิ้มน้อยๆอยู่

“แต่เป๊กติสท์มากเลยนะครับพี่เอกกี้ ผมไม่รู้ว่าจะยอมมั้ย?” ว่านแย้ง

“ก็ลองคุยดูก่อนแล้วกันว่าน ได้ไม่ได้ยังไงก็ค่อยมาอัพเดทอีกทีนะ”

“โอเคครับ”

“งั้นสรุปว่าไฮไลท์ร้านอาหารประจำเล่มก็คือร้าน Room7o2 ของคุณเป๊กนะคะ” ลุลาเลขาการประชุมกล่าวสรุปอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง

.

ราวๆ 6 โมงเย็น มือเล็กเรียวผลักประตูกระจกใสเดินเข้าไปในร้านด้วยความคุ้นเคย เขาวางสัมภาระทั้งหมดลงที่โต๊ะมุมประจำที่เคยนั่งบ่อยๆก่อนจะเดินไปสั่งเครื่องดื่มที่เคาท์เตอร์ คนตัวสูงกว่าถือแก้วเครื่องดื่มและอาหารพร้อมเสิร์ฟเดินเข้ามาหาเสมือนว่าเตรียมการทุกอย่างไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

“เหมือนรู้เลยนะฮะว่าทอมจะมา” คนตัวเล็กพูดอย่างรู้ทัน

“ถ้าไม่รู้ก็ไม่ใช่พี่หรอก” ส่งสายตายั่วยวนพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากดูมีเลศนัย

“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลยนะฮะ” ทอมยิ้มกลับทำหน้าท้าทายไม่เกรงกลัวรอยยิ้มคนตรงหน้าเลยสักนิด เขารับอาหารและเครื่องดื่มจากมือเป๊กไปวางที่โต๊ะให้เรียบร้อยก่อนจะจัดท่าทางกินอาหารตรงหน้า คนพี่เดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามโต๊ะแล้วเตรียมกินอาหารไปพร้อมๆกัน ทั้งคู่ไม่ได้คุยอะไรกันมากมากนัก เป็นการทักทายพูดคุยทั่วไป ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการปรับตัวเรื่องงานของทอมที่บริษัทซะมากกว่า

“เอ้อ…พี่เล็ก ทอมถามอะไรหน่อยสิฮะ” กินเสร็จคำสุดท้ายพอดีอยู่ๆก็นึกอะไรออกขึ้นมา

“อะไรหรอ?” ว่าแล้วตักข้าวคำสุดท้ายก่อนจะยกน้ำขึ้นมาดื่ม

“พี่เล็กจำได้มั้ยที่ทอมเคยบอกว่า ทอมอยากจะมารีวิวอาหารที่ร้านพี่อ่ะ”

“จำได้สิ” พยักหน้ารับ

“แต่ตอนนั้น…” คนตัวเล็กทำหน้าหงอยๆ พูดเว้นจังหวะไป

“พี่เคยบอกว่าไม่ชอบให้ใครมารีวิวใช่มะ?”

“อื้อ…ก็นั่นแหละฮะ”

“แต่สำหรับทอม ทำได้นะ พี่ยอม”

“น่ารักที่สุดเลยฮะ…” มือเล็กๆเอื้อมข้ามโต๊ะไปหวังจะบีบแก้มคนตรงหน้า ทว่าแขนสั้นไปหน่อย เป๊กแค่เอนหลังหลบนิดเดียวทอมก็เอื้อมไม่ถึงซะแล้ว มือเล็กเลยถูกมือหน้ากุมไว้แล้วดึงมาจูบที่หลังมือแทนทำเอาคนที่อยากบีบแก้มแกล้งในตอนแรกกลายเป็นฝ่ายโดนแกล้งจนหน้าแดงไปซะเอง

‘หืม… พี่เล็กนี่ร้ายจริงๆ’ 


.

“ป้านิ่ม” เสียงกึ่งเรียกกึ่งกระซิบทางด้านหลังห้องแม่บ้านในตอนค่ำของออฟฟิศซึ่งไร้ผู้คนแบบนี้ดูน่าตกใจยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น ก่อนที่เขาจะโผล่ออกมาจากมุมมืด

“โถ… คุณว่านนี่เอง ทำป้าตกใจหมดเลยนะคะ” หญิงสาววัยห้าสิบกว่าเอามือกุมหน้าอกไว้ด้วยความตกใจ ก่อนจะรู้สึกโล่งอกทันทีที่คนมีเคราเดินออกมาจากที่ซ่อนตัว

“ชู่วว… เบาๆหน่อยสิครับป้า” นิ้วชี้จ่อไว้ที่ปากเป็นเชิงบอกให้ป้าแม่บ้านเงียบไว้

“ทำไมต้องทำลับๆล่อๆด้วยล่ะคะ” ป้านิ่มพยายามพูดให้เสียงเงียบลง

“ผมไม่อยากให้ใครรู้น่ะครับว่าผมยังไม่กลับ”

“แล้วย่องมาที่นี่มีอะไรให้ป้าช่วยหรอคะ?”

ป้านิ่มไม่ได้พูดอะไรต่อ ทำเพียงแค่รับของบางอย่างจากคนมีเคราที่ยื่นมาให้ แล้วจัดแจงทำตามที่ว่านบอกทุกอย่าง ป้านิ่มเตรียมเครื่องดื่ม และขนมจำนวนหนึ่งที่ว่านซื้อมาให้จัดใส่จานเรียบร้อยพร้อมเอาขึ้นไปเสริ์ฟให้บอสใหญ่ที่ชั้นผู้บริหารระดับสูง

เพราะรู้ดีว่าคนมาดเนี๊ยบโหมงานหนักมาก กว่าจะกลับบ้านเวลาก็ปาเข้าไปสองทุ่มต่อเนื่องมาหลายวัน แถมมือกลางวันบางวันก็แทบไม่มีเวลากิน ก็ต้องใช้วิธีนี้แหละ

ด้วยความที่เขาไม่ใช่ผู้บริหารระดับสูงจึงไม่สามารถขึ้นไปบนชั้นนั้นได้เอง เพราะเป็นที่ต้องห้าม มีแค่ตู่ เอ๊ะ จ๋า และบรรดาเลขาของพวกเขาเท่านั้นที่จะเข้าไปได้

“เดี่ยวก่อน ป้านิ่ม” ว่านเรียกให้ป้าแม่บ้านหันมาหาเขา ก่อนจะเอากระดาษโน้ตที่มีข้อความอะไรบางอย่างเขียนไว้คว่ำหน้าลงวางไว้ใต้แก้วกาแฟ จากนั้นป้านิ่มก็เอาของทั้งหมดขึ้นไปเสริ์ฟให้ตู่

ไม่นานนักที่ป้านิ่มเดินขึ้นไปเสิร์ฟว่านที่กำลังจะเดินกลับไปยังห้องทำงานของตัวเองก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเจอสาวเซ็กซี่ที่คุ้นหน้าคุ้นตายืนรออยู่ที่ประตูหน้าห้อง คนมีเคราทำท่าทีไม่สนใจคนตรงหน้า เขาเปิดประตูห้องทำงานเข้าไปตามปกติ แต่สาวสวยยื่นมือไปจับมือเขาไว้ ว่านไม่ได้สะบัดมือออกหรือมีทีท่าสนใจอะไรเท่าไหร่ จ๋าเห็นว่าวิธีนี้เรียกร้องความสนใจไม่ได้ผลจึงใช้วิธีโอบเอวและซบหน้าลงที่ไหล่แกร่งของว่านแทน

“ว่านจะไม่พูดอะไรกับเราหน่อยหรอ?” น้ำเสียงเซ็กซี่พูดอย่างอ้อนวอน

“พอเถอะจ๋า เดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดีนะ” คนมีเคราพยายามแกะมือจ๋าออกจากเอวเขา แต่ก็ไม่สำเร็จ จ๋าดันตัวเองเข้าไปในห้องทำงานของคนมีเคราจนได้ ก่อนที่จะจัดการปิดประตู

“จ๋าขอโทษนะ” ส่งสายตาแสดงออกถึงความรูสึกผิดในใจและพยายามกอดว่านให้แน่นขึ้น

“ไม่ต้องขอโทษหรอก เรื่องนั้นเราไมได้คิดอะไรแล้ว” จ๋าผละตัวออกหลังจากได้ยินประโยคนี้จากว่าน

“หมายความว่าไง?”

“ก็…ตรงๆตามที่พูดนั่นแหละ”

“ไม่ได้คิดอะไรแล้ว? หมายความว่าไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วงั้นหรอ?”

“แล้วจ๋าคิดว่าเรายังต้องรู้สึกอะไรอีกหรอ?”

“พักนี้ว่านเปลี่ยนไปมากเลยนะ”

“ความจริงแล้วจ๋าต่างหากล่ะที่เปลี่ยนไป”

“…”

“กลับไปเถอะจ๋า”

สาวสวยผลักประตูห้องทำงานว่านออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ การถูกปฏิเสธิจากชายหนุ่มซึ่งเคยเป็นเบี้ยล่างของเธอมาตลอดนั้นไม่ใช่เรื่องที่เธอจะยอมรับได้ ว่าน… ผู้ซึ่งยอมเธอทุกอย่างเหมือนในอดีตคงไม่มีอีกแล้วสินะ ต่อไปเธอคงต้องเตรียมรับมือกับเรื่องที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอานาคต

“อ้าวป้า ทำไมไม่เอาไปให้บอสใหญ่ล่ะ” ว่านร้องทักเมื่อเห็นป้านิ่มนั่งกินอาหารของตู่ที่ห้องพักแม่บ้าน

“อ้าวคุณว่าน ป้าต้องถามคุณมากกว่าว่าทำไมถึงมาหาป้าที่ห้องพักล่ะคะ” แม่บ้านถามกลับด้วยความสงสัย

“ก็ผมจะมาถามป้าไงว่าบอสใหญ่เค้ากินแล้วเป็นไงบ้าง แล้วทำไมป้านิ่มมานั่นกินของเค้าทำไมเนี่ยะ”

“ป้าไม่ได้แอบเอามากินนะคะ ท่านอนุญาตป้าเอง คุณว่านนั่นแหละ ทำไมไม่ไปกินข้าวกับคุณบอสใหญ่ล่ะคะ?”

“หมายความว่าไงป้า? ที่ว่าผมจะไปกินข้าวกับบอสใหญ่น่ะ”
“ก็ป้าเดินสวนทางกับท่านตอนจะเอาอาหารไปเสิร์ฟนี่แหละค่ะ สวนทางกันตรงทางเดินที่จะมาห้องคุณว่านนี่เอง ท่านยังบอกอีกนะคะว่าจะมาชวนคุณว่านไปกินข้าว เลยให้ป้าเอาอาหารพวกนี้ไปกินเอง”

“ตายละ…” แทบช็อค!

‘หวังว่าพี่ใหญ่คงจะไม่มาเห็นตอนที่จ๋ากอดกับเราหรอกนะ’

หลายสิบข้อความที่ไม่ได้อ่านจากแชทที่คนมีเคราส่งมาให้เขา ถูกอ่านหลังจากที่เขาเคลียร์งานของวันนี้ทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยในช่วงค่ำ วันนี้ทั้งวันตู่ตั้งใจไม่ติดต่อกับว่านเลยไม่ว่าจะช่องทางไหนก็ตาม ทั้งๆที่ว่านพยายามโทร.หา และส่งแชทมาหาเขาตลอดทั้งวัน เหตุผลน่ะหรอ… ก็เพราะเขากลัวจะหวั่นไหวจนไม่มีสมาธิทำงานน่ะสิ

ยอมรับอย่างไม่อายเลยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่เจอกัน เขาก็แอบคิดเข้าข้างตัวเองอยู่หน่อยๆว่าคนมีเครากำลังรุกจีบเขาอยู่ แต่ก็ยังไม่ค่อยแน่ใจนัก จนกระทั้งตอนที่ว่านพาเขาไปที่สวนสนุกตอนกลางคืนเขาก็เริ่มมมั่นใจว่า ว่านคงไม่ได้รู้สึกกับเขาแค่เพื่อนรวมงานหรอก ไหนจะเรื่องที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นอีก เขาเองก็แอบมีใจให้ว่านเหมือนกัน ถึงแม้จะยังรู้สึกสับสนอยู่มากก็ตาม เพราะเขาเองก็ไม่เคยถามความรู้สึกของว่านตรงๆซักที

แต่หลังจากที่ได้รู้เรื่องว่านจากที่เอกกี้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับจ๋า เรื่องกล่องใส่การ์ดที่เจอที่ห้องของว่าน และไหนจะเรื่อที่เกิดขึ้นเมื่อกี้อีก… ยิ่งทำให้เขาสับสนมากกว่าเดิม

คนมาดเนี๊ยบฟุบหน้าลงที่พวงมาลัยรถหรูของตัวเองขณะที่ยังคิดเรื่องเดิมวนเวียนอยู่ในหัว คนมีเคราเดินมาเคาะที่กระจกรถด้านข้างคนขับเพื่อให้ตู่รู้สึกตัวก่อนจะถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามานั่งด้านในรถโดยที่เจ้าของรถยังไม่ได้เชื้อเชิญ

“ไปกินข้าวกันพี่” ส่งยิ้มให้ดูเหมือนปกติ ทำเหมือนไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้

“…”

“อ่า… หรือพี่อยากให้ผมขับ?”

“…”

“งั้นผมขับให้ดีว่า พี่คงเหนื่อย”

“…”

“พี่ใหญ่จะไม่พูดอะไรกับผมสักหน่อยหรอ?”

“…”

“…”

เมฆหมอกของความเงียบปกคลุมทั่วทั้งคันรถเมื่อไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพูดต่อ ภาพธรขยับตัวโดยไร้คำพูดออกมานอกรถแล้วเดินอ้อมไปฝั่งข้างคนขับ ว่านมองการกระทำของคนมาดเนี๊ยบแล้วลุกออกจากที่นั่งไปนั่งฝั่งคนขับแทน แล้วเขากับขับรถไปยังร้านอาหารโดยระหว่างทางไม่มีบทสนทนาอะไรเกิดขึ้นเลย

.

รองเท้าหนังสีดำมันวับค่อยๆเคลื่อนที่ช้าๆเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผู้สวมใส่หยุดยืนที่หน้าโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ของผู้ที่ถูกเรียกว่า ‘นายท่าน’ ก่อนจะส่งเอกสารสำคัญในซองสีน้ำตาลให้

“นี่ครับ… ประวัติของคนที่นายท่านต้องการ” มือขวาคนสนิทคนเดิมของนายท่านกล่าวหลังจากที่นายท่านรับซองไปจากมือ

“อื้ม… ธนกฤต”

.

ดูเหมือนอะไรๆจะดีขึ้นมากเมื่อมีบทสนทนาเกิดขึ้นในระหว่างการกินข้าว มื้อค่ำของวันนี้ช่างดูพิเศษกว่ามื้ออื่นๆ อาจะเป็นเพราะคนที่มากินด้วยกันล่ะมั้ง? ที่ทำให้มื้ออาหารดูแตกต่าง ภพธรเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างในความรู้สึกของตัวเองขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้ชัดเจนมากอะไร แค่พอคลายความสับสนลงมานิดหน่อยเท่านั้นเอง

คนมีเคราเดินมาส่งเขาที่รถก่อนจะนั่งแท็กซี่กลับ ระหว่างทางที่ขับรถอยู่ตู่ก็ได้ทบทวนสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ถึงแม้จะเป็นระยะเวลาไม่นานนัก

‘ฉันไม่ได้รู้สึกอย่างนี้กับใครทุกคน หัวใจมันดูสับสนกับอาการที่ตัวฉันมี ทั้งที่เราก็ต่างไม่เคยเปิดในสักที รู้เพียงว่ารู้สึกดีที่มีเธอข้างในหัวใจ…’

…เสมือนบนเพลงพูดแทนความรู้สึกในใจของเขาไปหมดแล้ว สิ่งที่ยากสำหรับคนมาดเนี๊ยบในตอนนี้ไม่ใช่การคาดเดาความรู้สึกของคนมีเครา แต่เป็นความรู้สึกของเขาที่มีต่อว่านต่างหากล่ะ จะเรียกว่าความรักได้รึยัง?








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

60 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 08:31
    หน่วงไปหมด ;.;
    #60
    0
  2. #59 Anonimo (@tipparat111) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 10:21

    มีความสุขได้ไม่ถึง1ตอนน พี่ตู่ควรเรียกมันว่าความรักได้แล้วนะะ

    #59
    1
    • #59-1 PFCPLOY (@PFCPLOY) (จากตอนที่ 14)
      29 กรกฎาคม 2561 / 12:03
      พต.เค้าสับสนอยู่วววว
      #59-1