|ENGAGING►ฟันเหล็ก สเป็คหมอ [MarkBam]

ตอนที่ 3 : น้องแบมฟันเหล็ก::02 แบมแบมคนเดิมเดิม เพิ่มเติม...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2805
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    11 ต.ค. 59



น้องแบมฟันเหล็ก::

-แบมแบมคนเดิม เพิ่มเติม...-



          #เวลาหลังจากนั้นที่นานมากประหนึ่งเดินทางจากกรุงเทพไปกทม.(?)


          เรานึกว่าเราจะไม่รอดเสียแล้ว เมื่อกี้พึ่งผ่านช่วงนาทีชีวิตของเราไป จนถึงตอนนี้เราก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าเรายังหายใจอยู่รึเปล่า


          แกร๊กๆ


          “เรียบร้อยแล้วครับ ลุกขึ้นมาบ้วนนะ”


          น้ำเสียงนุ่มๆฟังดูอ่อนโยนดังขึ้นใกล้ๆหู เราว่าเรายังไม่น่าตายนะ ทำไมเหมือนเห็นเทวดาเลยอ่ะ คนอะไรไม่รู้มีออร่าวิ้งๆรอบตัวเต็มไปหมดเลย


          “แบม น้องแบมครับ?”

          “ฮะ? ครับ เสร็จแล้วหรอ”

          “อื้อ เหม่อไปถึงไหนแล้วครับ มาบ้วนปากเร็วๆ เราไม่คาวเลือดเหรอ?”


          ละ เลือด!


          จริงสิ ถึงว่าทำไมเราเค็มๆในปาก เห็นไหมเราบอกแล้ว ว่าการมาพบหมอฟันน่ะมันฝันร้ายชัดๆ ตอนนี้เราพึ่งเรียกสติกลับมาได้ ถึงได้รู้ว่ามันเริ่มจะปวดนิดๆในช่องปากแล้ว แถมยังรู้สึกแปลกๆเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในปากเราด้วย ทำไมมันน่ากลัวจังนะ


          เราค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นจากเบาะ รู้สึกโลกมันเอียงๆ สงสัยเราจะนอนนานไปหน่อย มองไปทางพี่หมอ ร่างสูงกำลังเคลียอุปกรณ์ลงขยะ แล้วเราก็คิดผิดมากที่หันไปมอง นะ นั่นมันฟันเรา ตั้งสี่ซี่เลยนะ เราเจ็บปวดมากตอนที่พี่หมอบอกว่าต้องถอนฟันทิ้ง เราเกือบจะถอดใจเลยนะ แต่ไม่ได้ เรื่องหน้าบวมกับอ้วนมันค้ำคอเราอยู่ เราจะล้มเลิกเพราะแค่เราป๊อดกลัวเจ็บไม่ได้เด็ดขาด


          “มองพี่หมอนี่คิดอะไรอยู่ครับ ฮึ? บ้วนปากเร็ว”

          “ขะ ขอโทษครับ”


          เราสะดุ้งเมื่อพี่หมอพูดขึ้นทั้งๆที่ยังหันหลังให้อยู่ ก่อนจะคว้าแก้วน้ำที่วางอยู่มาบ้วนปากแบบเร็วๆ แอะ! รสชาติมันแย่มากเลย เรารู้สึกผะอืดผะอมมาก คงเพราะเราอ้าปากไว้นานเกินไป มันเลยรู้สึกเหมือนจะงับไม่ค่อยลง แถมในปากเราตอนนี้ยังมีลวดมีเหล็กอยู่อีก เราเลยไม่ชินเอามากๆ


          “นี่ครับ พี่หมอจัดยาไว้ให้ด้วยนะ เผื่อเราปวดฟันจะได้กินเนอะ แล้วหลังจากนี้สักหนึ่งชั่วโมงอย่าพึ่งทานอะไรนะครับ พวกของแข็งนี่ห้ามเลย”


          เรานั่งกระพริบตาปริบๆฟังพี่หมอพูด งดของแข็งงั้นหรอ? แบบนี้เราก็อดกินอมยิ้มสิ แต่เราต้องเชื่อพี่หมอแหละ ยิ่งประโยคต่อมาที่พี่หมอบอกเรายิ่งต้องเชื่อ...


          “ถ้าไม่เชื่อฟังกันแล้วลวดขาดขึ้นมา พี่หมอจะลงโทษนะครับ”


          นะ น่ากลัว


          เราเชื่อว่าพี่หมอไม่ได้พูดเล่นๆ แต่ถ้าเราไม่เชื่อฟังเราจะโดนลงโทษจริงๆ เชื่อสิ เราเดาออก ถึงพี่หมอจะดูใจดี แต่ก็คงเหมือนคุณครูที่เวลาสอนแล้วใจดีแต่พอตัดเกรดแล้วใจร้ายแบบสุดๆนั่นแหละ เราเชื่อว่าพี่หมอต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ


          “ว่าไงครับ เข้าใจไหม เรานี่ดูเอ๋อๆนะ คิดอะไรอยู่ครับ”

          “ขะ เข้าใจครับ แต่เมื่อไหร่จะกินได้” ถ้าห้ามไม่ให้เรากินเลยเราก็ผอมตายดิ ไม่ได้อยากผอมจนตายแต่ก็ไม่ได้อยากอ้วนนะ เข้าใจเราไหม เรายังเห็นของอร่อยๆแล้วอยากพุ่งเข้าใส่อยู่นะ โดยเฉพาะพุดดิ้ง อ่า~ ไม่น่านึกขึ้นมาเลยอ่ะ


          “กินได้ครับ พี่หมอไม่ได้ห้ามไว้ซะหน่อย แค่ต้องระวัง แต่ทางที่ดีช่วงนี้ควรทานอาหารอ่อนๆไปก่อนนะ พวกข้าวต้มพวกโจ๊กอะไรแบบนี้”

          “ครับ ขอบคุณนะครับ เอ่อ...ผมไปได้รึยัง?”

          “อื้อ ตามสบายครับ แล้วอาทิตย์หน้าเจอกันอีกนะ”


          พี่หมอเอ่ยเสียงนุ่มตามแบบฉบับแล้วส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้เรา เราจึงพยักหน้าแล้วขอบคุณพี่หมออีกครั้ง ก่อนจะลงจากเตียงแล้วเดินออกมา งือ เริ่มตึงๆที่ปากแล้วอ่ะ เราจะปากบวมไหมเนี่ย


          “เดี๋ยวครับ!”

          “ครับ?”


          พี่หมอเรียกเราไว้อีกครั้งก่อนออกจากห้อง เราหันไปมองพี่หมอที่หมุนเก้าอี้มองมาทางเราด้วยรอยยิ้ม เป็นคนที่ใช้รอยยิ้มได้สิ้นเปลืองจริงๆนะ เราว่า


          “ยิ้มให้พี่หมอดูหน่อยสิ”

          “อะไรนะครับ?”

          “ยิ้มให้พี่หมอดูหน่อยครับ นะ”


          พี่หมอเป็นบ้าอะไรอีก อยู่ๆก็มาขอให้เรายิ้มเนี่ยนะ จะบ้าหรอ เรายิ่งตึงๆปากอยู่ด้วย ไหนจะยังไม่ชิน แถมยังอ้าปากกว้างๆไว้นานอีก ก็ว่าไปนั่น จริงๆเราก็แค่...เขินพี่หมอแค่นั้นเองแหละ ใครไม่เขินล่ะ ก็พี่หมอดูจริงจังกับการให้เรายิ้มมากเลยนะ จ้องเราจนจะเกร็งไปทั้งตัวอยู่แล้วเนี่ย


          “ทะ ทำไมต้องยิ้มล่ะครับ”

          “ก็พี่หมออยากเห็นนี่ครับ ไหนให้พี่หมอดูผลงานหน่อยไม่ได้หรอ?”

          “ก็..ได้ครับ” ไม่เห็นต้องทำหน้าหงอยๆเลยหนิ

          “ได้ก็ยิ้มสิ พี่ไม่อยากบังคับเรานะ เพราะงั้นยิ้มให้พี่หมอดูหน่อยนะครับ”


          ถามจริง นี่ไม่เรียกบังคับแล้วหรอ?


          แต่เราจะไม่ถามพี่หมอแบบนั้นหรอก ในเมื่อไม่มีทางเลือก เราเลยยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยตัวเองนิดๆก่อนจะมองซ้ายมองขวา จากนั้นก็ค่อยๆยกมุมปากทั้งสองข้างขึ้น แม้จะลำบากไปหน่อยก็เถอะ พี่หมอก็จ้องจนเราทำอะไรไม่ถูกเลย ได้แต่ส่งยิ้มกว้างๆไปให้อีกคนตามที่ต้องการ


          อ่า..เมื่อยปากแล้วนะ


          “อืมม..สีชมพูมันเหมาะกับเราจริงๆด้วยนั่นแหละ”

          “เอ๋? สีชมพูหรอครับ”

          “อื้อ ก็น้องแบมบอกให้พี่หมอเลือกให้ พี่หมอเลยเลือกสีชมพูให้ไง มันเข้ากับเรามากเลยนะ”

          “ตะ แต่สีชมพูมัน...” มันไม่ดูตุ๊ดไปหน่อยหรอครับ

          “น่ารักออก ยิ่งอยู่บนตัวน้องแบมแล้ว...ยิ่งน่ารัก”


          พี่หมออ่ะ ถ้าจะพูดขนาดนี้ผมจะเถียงอะไรได้ล่ะครับ-///////-




          หลังจากนั้น...เราก็ออกมาหาคุณม๊าแล้วไปจ่ายตัง ความรู้สึกตอนนี้เริ่มปวดๆตึงๆที่ปากมาก รู้สึกเหมือนฟันเราจะหลุดออกมาเลย ฮือ อีกนานไหมกว่าเราจะชิน


          “เป็นไงลูก เจ็บไหม?”

          “เจ็บมากเลยม๊า แบมนอนเกร็งตลอดเลยตอนที่พี่หมอเอาเครื่องมืออะไรไม่รู้ว่าใส่ปาก”

          “หืม?พี่หมอ”

          “อ่า..พี่หมอใจดีมากเลยครับ ให้แบมเรียกว่าพี่ด้วย แถมยังหล่อมากๆอีกต่างหาก” 

          “ขนาดนั้นเชียว คุณหมออายุยังน้อยหรอ”

          “แบมก็ไม่รู้ แต่ไม่น่าเกินสามสิบหรอก หน้าพี่หมอยังใสกิ๊งอยู่เลยม๊า แบมเห็นแล้วยังอิจฉาเลย”

          “แล้วคุณหมอว่ายังไงบ้างครับ กินอะไรได้ไหม”

          “กินได้นะม๊า แต่ต้องเป็นอาหารอ่อนๆ แบมคงอดกินขนมเค้กอร่อยๆของม๊าไปนานเลย”


          พูดมาแล้วเราก็เสียใจมาก ขนมเค้กคุณม๊าอร่อยจริงๆนะ ถ้าเราไม่ได้กินเราจะอยู่ยังไงนี่ยังคิดไม่ออกเลย เพราะตั้งแต่เราเกิดมาแล้วเดินได้ เราก็ได้ขนมเค้กของคุณม๊านี่แหละเลี้ยงชีวิต


          เฮ้ออ~ ลาก่อนนะ คุณขนมเค้ก ลาก่อนนะอมยิ้ม ลาก่อนนะทุกๆอย่าง ฮื่ออ!!~


          “เดี๋ยวม๊าทำข้าวต้มให้กิน ได้หุ่นดีสมใจแน่ลูกชายคราวนี้”

          “ข้าวต้มกุ้งนะม๊า แบมอยากกิน”

          “คร้าบๆ กลับกันเถอะลูก”

          “อื้อ”


          เราพยักหน้า ก่อนจะเดินออกมากับคุณม๊าไปที่รถส่วนตัวที่จอดอยู่ ตอนนี้แดดร้อนมากๆเลย แถมรถยังเยอะสุดๆเลยด้วย คงเพราะเป็นวันหยุด เราว่ากว่าจะถึงบ้านคงอีกนานเลยแน่ๆดูจากสภาพการจราจรตรงหน้าแล้ว


          “ตายแล้ว!”


          เราตกใจหลุดออกจากความคิด เมื่อเสียงคุณม๊าอุทานออกมาดังๆ เราหันไปมองก็พบว่าคุณม๊ากำลังก้มลงมองไปที่ล้อรถตัวเอง เราเลยเบนสายตาไปมองบ้างแล้วก็พบว่า...ตายแน่ๆ


          ล้อรถเรายางแบน ถึงจะแค่ล้อเดียวก็เถอะ แล้วแบบนี้จะกลับยังไง!?


          “ซวยจริงๆเลย ตรงนี้มีตะปูอยู่ม๊าก็ลืมดู แล้วแบบนี้จะทำยังดีเนี่ย”

          “โทรเรียกช่างมาซ่อมไหมครับ”

          “ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละ แต่รถติดขนาดนี้กว่าช่างจะมาถึงเราคงไม่ได้กลับบ้านกันพอดี”

          “แล้วจะทำยังไงดีครับ”

          “แบมนั่งแท็กซี่ได้ไหม?”

          “ม๊าก็รู้ว่าแบมนั่งแท็กซี่ไม่ได้”


          อย่าหาว่าเรางั้นงี้เลยนะ เราก็ไม่ได้คุณหนูถึงขนาดนั่งรถประจำทางไม่ได้หรอก แต่แค่เราไม่ถูกกับกลิ่นแอร์รถคันอื่น พอขึ้นไปมันจะเวียนหัวอยากอ้วกทุกที เราเลยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปที่ต่างๆ เพราะส่วนใหญ่เราก็ไปแต่กับคุณม๊า เลยไม่มีปัญหาเรื่องนั้น


          “เดี๋ยวม๊าโทรเรียกช่างมาก่อนละกัน..”

          “มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?”


          แต่ก่อนจะคุณม๊าจะโทรหาช่าง ก็มีเสียงนุ่มๆทุ้มๆที่เราคุ้นดังขึ้นซะก่อน พอหันไปมองก็พบว่าเป็นพี่หมอจริงๆ ตอนนี้พี่หมอไม่ได้ใส่เสื้อกาวน์แล้ว แต่เป็นเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนดูเรียบร้อยมากเลย แต่ก็ดูดีมากเช่นกัน


          “พะ พี่หมอ”

          “ไงครับ เจอกันอีกแล้วนะ”

          “คุณหมอหรอลูก?” คุณม๊าถามเรา ก่อนจะมองไปที่พี่หมอที่ยกยิ้มอ่อน แล้วโค้งให้คุณม๊าเรานิดหน่อย

          “สวัสดีครับคุณแม่ มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ?”

          “พอดีรถแม่ยางรั่วน่ะ ว่าจะตามช่างมาเปลี่ยนอยู่พอดี”

          “เอางี้ไหมครับ เดี๋ยวผมเปลี่ยนให้จะดีกว่า ผมมีล้อรถสำรองอยู่พอดี”

          “จะดีหรอคะคุณหมอ แม่ว่ามันจะรบกวนคุณหมอเกินไป”

          “ไม่หรอกครับ ตอนนี้ผมว่างอยู่พอดี ให้ผมเปลี่ยนให้จะดีกว่า ถ้าตามช่างมา กว่าจะถึงนี่คงค่ำพอดี นะครับ”

          “งั้นแม่ของรบกวนหน่อยนะลูก”

          “ไม่เป็นไรครับคุณแม่”


          พี่หมอว่าด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินหายไปที่โรงจอดรถ อะไรกัน! เดี๋ยวนี้คุณม๊าจะมีลูกใหม่หรอ ทำไมถึงดูสนิทกันไวแบบนี้  เราไม่ได้น้อยใจนะ จริงๆเลย!


          “พี่หมอที่ลูกพูดถึงเมื่อกี้ใช่ไหม?”

          “ใช่ครับ คนนี้แหละ”

          “หล่อมากจริงๆนะ แถมยังสุภาพอีกต่างหาก ใครได้ไปเป็นแฟนนี่โชคดีมากๆเลย ว่าแต่คุณหมอเขามีแฟนรึยังนะ”

          “แบมก็ไม่รู้หรอกครับ ทำไมอ่ะม๊า?”

          “ถ้ายังไม่มีม๊าจะยกลูกชายม๊าให้เลยไง ดีไหม?”

          “บ้า! แบมเป็นผู้ชายนะม๊า ละ แล้วพี่หมอก็ผู้ชาย!”


          ฮื่อ >////<คุณม๊านะคุณม๊า! พูดอะไรออกมาก็ไม่รู้ เราเป็นผู้ชายนะจะไปยกเราให้ผู้ชายได้ยังไง ถึงแม้ว่าพี่หมอจะหล่อมากก็เถอะ แต่พี่หมออาจมีแฟนแล้วก็ได้ แต่ทำไมนะ ทำไมพอเราคิดว่าพี่หมอกับเราเป็นแฟนกัน...แล้วหน้ามันร้อนขึ้นด้วยๆแบบนี้


          “แต่เราหน้าแดงมากเลยนะ”

          “บะ แบมร้อน ม๊าไม่ร้อนหรอครับ”


          เราเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะพัดๆมือไปที่หน้าตัวเอง ร้อนมากจริงๆนั่นแหละแดดวันนี้ แถมยังรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงดังฉ่าๆอีกด้วย ฟู่วว จงหายๆๆจงหายแดงซะ


          “จ้าๆ ร้อนเนอะลูก”


          คุณม๊าแกล้งกันชัดๆเลย


          ระหว่างนั้นพี่หมอก็มาพอดี มาพร้อมกับล้อยางล้อหนึ่งด้วย แล้วถุงอะไรสักอย่าง ที่เราเดาว่ามันคือถุงอุปกรณ์การถอดล้อนั่นแหละ


          “คุณแม่กับน้องไปนั่งรอด้านในก็ได้นะครับ อยู่ตรงนี้มันค่อนข้างจะร้อน”

          “ไม่เป็นไรค่ะคุณหมอ พอจะเปลี่ยนให้แม่ได้ใช่ไหม”

          “พอได้ครับ ผมก็เคยเปลี่ยนมาบ้าง แต่คุณแม่ไปนั่งรอดีกว่านะครับ มันก็นานอยู่พอควร”

          “ถ้างั้นแม่ฝากด้วยนะคุณหมอ แบม อยู่กับพี่เขานะ ม๊าไปนั่งรอในคลินิกก่อน”

          “ละ แล้ว...” แล้วทำไมคุณม๊าถึงทิ้งเราไว้กับพี่หมอแค่สองคนล่ะ


          คุณม๊าเดินไปหลบแดดแล้ว เราก็ได้แต่ยืนเกกังอย่างไม่รู้จะทำอะไรดี มันร้อนนะ แต่เราก็เกรงใจพี่หมอ อุตส่ามาทำให้จะทิ้งไปหลบแดดได้ยังไงล่ะ


          “ไปรอข้างในก็ได้นะครับ ไม่ร้อนรึไง”

          “ก็ร้อนครับ แต่ไม่เป็นไร ผมอยู่เป็นเพื่อนพี่หมอดีกว่า”

          “ตามใจ แต่ดำขึ้นมาพี่หมอไม่เกี่ยวนะ”


          พี่หมอพูดขำๆก่อนจะพันแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก แล้วก็ปลดกระดุมเสื้ออีกสองเม็ด ทำให้เห็นอกขาวๆแบบวับๆแวมๆ อ่า ทำไมเราลามกจัง ไม่มองหน้าอกพี่หมอแบบนั้นได้ยังไง แบมแบมคนลามก ฮื่อ! แต่มันเซ็กซี่มากเลยนะ


          “พี่เขินนะครับ...”

          “ผะ ผมปล่าวมองนะ”

          “ครับๆ ไม่มองเนอะ”


          ฮื่ออ รอยยิ้มล้อเลียนนั่นมันอะไร


          เราว่าเราตัวจะแตกแล้วแหละ ถ้ายังอยู่ตรงนี้นานๆมีตัวแตกแน่ๆ เราเดินมานั่งที่เก้าอี้แถวๆนั้น มองพี่หมอที่เริ่มต้นถอดล้อออกมาแล้ว เก่งจัง นอกจากจะถอนฟันเก่งแล้ว ยังเก่งเรื่องแบบนี้ด้วย ดูถ้าพี่หมอจะถนัดงานพวกถอดๆถอนๆนะ(?)


          ไม่รู้นานเท่าไหร่แล้ว แต่สำหรับเรา เราเพลินมากเลย การนั่งดูอะไรแบบนี้ก็ไม่คิดว่ามันจะเพลินได้ขนาดนี้เหมือนกัน ตอนนี้เสื้อพี่หมอเปียกมาก แถมแดดตอนนี้ก็ร้อนมากๆเช่นกัน น่าสงสารจัง แต่เราทำไม่เป็นนี่ ถ้าเราทำเป็นเราจะไม่เดือดร้อนพี่หมอเลย


          จ๊อก...


          อ่า เริ่มหิวแล้วอ่ะ ทำไงดีนะ เรากวาดสายตามองไปรอบๆ เผื่อมีอะไรขายแล้วเรากินได้บ้าง นั่นไง ร้านชาไข่มุก ไม่แข็งด้วยเรากินได้ เรายิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นเดินข้ามฝั่งไปที่ร้านชาไข่มุกร้านนั้น เป็นร้านเล็กๆแต่ลูกค้าเยอะพอดู สงสัยจะอร่อย


          “รับอะไรดีคะ?”

          “อ่า ขอเป็นนมสดครับ”

          “รอสักครู่นะคะ”


          เราพยักหน้าก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ มองนั่นมองนี่ไปเรื่อย ก่อนสายตาจะไปสะดุดกับกลุ่มนักศึกษาชายกลุ่มหนึ่ง ที่กำลังมองเราอยู่เหมือนกัน ระ เราไม่อยากมีเรื่องนะ ทำไมมองเราแบบนั้นล่ะ หรือว่าเราต้องแสดงท่าทีที่เป็นมิตรให้พวกเขาซะก่อน


          เรายกยิ้มขึ้นเล็กน้อยให้พี่นักศึกษากลุ่มนั้น พอเรายิ้มก็ดูเหมือนทุกคนจะหน้าแดง เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน คงเพราะอากาศที่ร้อนจัดวันนี้แน่ๆ


          “พวกมึง! น้องเขายิ้มให้กูด้วยว่ะ”

          “ใครบอก เขายิ้มให้กูต่างหาก ดูก็รู้แล้ว!”

          “พวกมึงไม่ต้องเถียงกัน กูต่างหากโว้ยย!!~”

          “แม่งน่าจับมาขยำแล้วยัดลงท้องฉิบหาย! ดัดฟันด้วยอ่ะ สเป็คกูเลย!!”

          “หล่อไม่เท่ากูอย่ามาหวัง คนนี้กูจองเว้ย!”

          “ถุยยย ไอ้หล่อ มึงหล่อมากมั้งสัสส!!”


          อืม พวกพี่เขาคุยกันเสียงดังดีนะ


          แต่เราก็ยังจับใจความไม่ได้อยู่ดีว่าพูดถึงอะไรกัน มีแต่คำหยาบเต็มไปหมดเลย  เมื่อไหร่ชาไข่มุกเราจะเสร็จนะ น่ากลัวจัง


          “ได้แล้วค่ะ นมสดหนึ่งแก้วใช่ไหมคะ?”

          “ใช่ครับ เท่าไหร่ครับ”

          “ยี่สิบบาทค่ะ”


          เรารับแก้วมา ก่อนจะล้วงกระเป๋าหาตัง แต่ล้วงเท่าไหร่ก็ไม่เจอ อย่าบอกนะว่าเราไม่ถือตังไว้สักบาทน่ะ มันต้องอยู่ที่คุณม๊าแน่ๆเลย เอาไงล่ะแบมแบม


          “เอ่อ..พี่ครับ คือว่าผมลืมกระเป๋าตังไว้ เดี๋ยวผมเอามาจ่ายได้ไหม”

          “ไม่ได้ค่ะ ถ้าคุณน้องชิ่งพี่จะทำยังไง”


          เงินแค่ยี่สิบ เราไม่ชิ่งหรอกน่า


          “ไม่ชิ่งแน่นอนครับ เงินผมอยู่กับแม่ที่คลินิกตรงข้ามนี่เอง”

          “ยังไงก็ไม่ได้ค่ะ ถ้าคุณน้องไม่มีจ่าย พี่คงต้องเรียกตำรวจ"


          บ้าแล้ว! เราอยากจะกรอกตามองบน แต่เพราะเห็นว่าพี่คนขายเป็นผู้หญิงเลยไม่ทำ กับอีแค่เงินยี่สิบจะปล่อยผ่านไปเลยก็ได้นะบางที ไม่เห็นต้องถึงตำรวจเลยนี่ ยี่สิบบาทนะไม่ใช่ยี่สิบล้าน


          “มีปัญหาอะไรกันรึเปล่าครับ?”


          ก่อนจะได้พูดอะไร เสียงห้าวๆเข้มๆก็ดังขึ้นที่ด้านหลังเราซะก่อน เราหันไปมองก็พบว่าเป็นพี่หนึ่งในนักศึกษากลุ่มนั้น แถมพี่คนขายยังเปลี่ยนสีหน้าทันทีพอเห็นหนุ่มหล่ออีก นี่มันสองมาตรฐานชัดๆเลยนะ


          "พอดีน้องคนนี้สั่งแล้วแต่ไม่ยอมจ่ายน่ะค่ะ"

          “ไม่ใช่ไม่ยอมจ่ายนะครับ ผมจะจ่ายแต่ไม่ใช่ตอนนี้”

          “แต่ว่าคุณน้อง...”

          “เอาล่ะๆๆ พอก่อนครับ แค่จ่ายเงินก็จบใช่ไหม”

          “ค่ะ”

          “งั้นนี่ครับ ผมจ่ายเอง ยี่สิบบาทใช่ไหม”


          เราตาโตเมื่อพี่คนนั้นจะจ่ายเงินให้เราจริงๆ รู้จักกับเราไหมก็ไม่ เราเกรงใจนะ แต่จะห้ามก็คงไม่ทันแล้ว เพราะพี่คนขายรับเงินไปไวเหลือเกิน เป็นผู้หญิงยังไงกันแน่นะ


          พอปัญหาจบ ทุกอย่างก็กลับเข้ามาสู่ช่วงปกติ พี่คนนั้นก็ยังยืนมองเรายิ้มๆอยู่ เราควรจะขอบคุณพี่เขาแล้วเอาเงินมาคืนซะ แบบนั้นใช่ไหม


          “ขอบคุณนะครับ เดี๋ยวผมเอาเงินมาคืน พี่รออยู่ตรงนี้ก่อนนะ”

          “รอแล้วจะมาจริงรึเปล่าครับ”

          “ผมไม่ชิ่งหนีหรอก เดี๋ยวมานะ”

          “ถ้าน้องชิ่งล่ะ พี่จะทำยังไง”


          เอ๊ะ!? ทำไมมีแต่คนหาว่าเราจะชิ่ง หน้าตาเราดูเหมือนเด็กเลี้ยงแกะขนาดนั้นเลยรึไง


          “ผมไม่ชิ่งแน่นอนครับ”

          “ขอเบอร์หน่อยสิ”

          “เอ๋??”


          เกี๋ยวอะไรกับเบอร์เรา


          “กันไว้ไงครับ ถ้าน้องชิ่งพี่จะได้โทรตามตัวถูกไง”

          “ผะ ผมบอกแล้วไงว่าไม่ชิ่ง ไม่หนีแน่นอน”

          “งั้นก็ขอเบอร์ไว้หน่อยสิ เพื่อความแน่ใจ”


          พี่คนนั้นพูดออกมาหน้าตาเฉย ทำยังไงดี ถ้าไม่ให้ก็จะหาว่าเราหนี แต่ถ้าให้ไป แล้วเขาเอาเบอร์เราไปทำเรื่องไม่ดีขึ้นมาล่ะ แต่ว่าพี่เขาก็หน้าตาไม่ได้เหมือนโจรอะไร เราก็ไม่ได้คิดจะหนีจริงๆซะหน่อย ให้ไว้ก็คงไม่เสียหายหรอกมั้ง


          อื้ม ให้ก็ได้...


          เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น เราเลยหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมา หมายจะให้อีกคนโทรแล้วยิงเบอร์เข้าเครื่องตัวเอง แต่ทุกอย่างก็เป็นอันหยุดชะงักลง เมื่อมีมือที่สาม(?)ยื่นเข้ามาจับมือเราไว้อีกที


          “พะ พี่หมอ?”

          “อะ อาจารย์หมอ!”


          เราขมวดคิ้วทันที พี่คนนั้นเรียกพี่หมอว่าอาจารย์งั้นเหรอ แล้วทำไมต้องทำเสียงสั่นๆเหมือนกลัวด้วยล่ะ พี่หมอเราไม่ดุขนาดนั้นซะหน่อย


          อ๊ะ? พี่หมอเรางั้นเหรอแบมแบม


          “ไงครับนักศึกษา ถ้าผมจำไม่ผิดเวลานี้พวกคุณมีเรียนเซคบ่ายไม่ใช่หรอ?”

          “พะ พวกผมกำลังจะไปครับ พอดีมีเรื่องนิดหน่อย”

          “เรื่องนิดหน่อยที่ว่าคือเรื่องนี้งั้นหรอครับ”

          “งะ งั้นผมขอตัว สวัสดีครับอาจารย์หมอ.. ไปโว้ยยยพวกมึงงง!! ไปเรียนนนน!!~”


          เรากระพริบตาปริบๆประมวลผมเหตุการณ์ตรงหน้า พี่หมอคงเป็นอาจารย์สอนในมหาลัยด้วยงั้นสินะ แถมดูเหมือนจะเป็นที่เกรงกลัวของเหล่านักศึกษาด้วย


          “เป็นอะไรรึเปล่าครับน้องแบม”

          “คะ ครับ? ผมไม่เป็นอะไร”

          “เฮ้อ~ พี่หมอตกใจหมดเลยตอนที่ไม่เห็นเราอยู่ตรงนั้น นึกว่าจะโดนใครอุ้มขึ้นรถไปแล้วซะอีก”


          อะ อุ้ม? พี่หมอคิดว่าเราเป็นเด็กงั้นหรอ?


          “เราไม่ใช่เด็กสักหน่อย”


          เราบ่นงึมงำกับตัวเองเบาๆ เราอายุสิบเจ็ดเชียวนะ ไม่ใช่วัยที่จะโดนใครอุ้มไปง่ายๆสักหน่อย แถมเราก็ไม่ใช่เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักที่จะโดนอุ้มขึ้นรถด้วย พี่หมอมั่ว!

          

          “เรา? แทนตัวเองน่ารักจัง..”

          “ขะ ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ”

          “พี่ก็ไม่ว่าอะไรนะ ไปกันเถอะครับ พี่เปลี่ยนล้อให้เสร็จแล้ว”


          พี่หมอว่าก่อนจะเดินนำเราไป เราเลยเก็บโทรศัพท์เข้าที่โดยไม่ลืมถือแก้วนมสดปั่นมาด้วย แล้ววิ่งเหยาะๆตามพี่หมอไป พอเห็นเราวิ่งตามพี่หมอก็หยุดรอก่อนจะยกยิ้มบางๆจนเราเกือบจะสะดุดเพราะเผลอไปมองเข้า เป็นคนที่ยิ้มแล้วดูดีจริงๆนะ


          หมับ


          “พะ พี่หมอ..”จับมือเราอีกแล้วนะครับ

          “จับมือกันข้ามถนนไงครับ ปลอดภัยดีนะ”

          “แต่..แต่ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ”

          “แต่เราก็ยังเด็กกว่าพี่อยู่ดีนะ ไปครับ”


          พี่หมอไม่รอช้า ออกแรงดึงเบาๆแล้วพาเรา ข้ามถนนมาอีกฟาก ระหว่างข้ามมาสายตาเราก็ดันไปมองมือที่จับกันไว้ซะนี่ มันเลยทำให้หน้าเราร้อนผ่าวขึ้นมาซะดื้อๆจนต้องยกแก้วน้ำขึ้นมาบังไว้

บ้าที่สุดเลย!


          กึก


          อ๊ะ พี่หมอหยุดไม่บอกกันอีกแล้ว การหยุดแบบกะทันหันนั้นทำเอาหน้าเราเกือบทิ่มหลังพี่หมอ ดีที่รั้งตัวเองไว้ได้ทันการ ไม่งั้นล่ะก็.....อ๋าา แค่คิดก็เจ็บขึ้นมาแล้ว


          “เดินไม่มองทางเลย แบบนี้จะไม่ให้ห่วงได้ยังไงกันครับ”

          “หะ ห่วงหรอครับ”

          “แถมยังชอบทำท่าทางแบบนี้อีก..”


          เราขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าที่พี่หมอต้องการจะสื่อ ไหนจะสายตาที่มองเราอย่างเอ็นดูแบบนั้นอีก เราไม่ทำอะไรที่มันตลกๆให้พี่หมอเห็นรึเปล่านะ แล้วก็นั่น! หน้าพี่หมอเปื้อนด้วยหนิ


          “พี่หมอ อยู่นิ่งๆนะครับ”

          “??”


           เราหยิบผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้พี่หมอมากกว่าเดิม สูงจังเลย แบบนี้เลยจะเช็ดถนัดได้ยังไงกัน


          “ขออนุญาตนะครับ”


          เราเอ่ยขอออกไป ก่อนจะเอื้อมมือไปรั้งต้นคอพี่หมอลงมาอย่างถือวิสาสะ ตาคมของพี่หมอฉายแววตกใจอยู่แวบหนึ่ง แต่ตอนนี้เราสนใจที่รอยเปื้อนบนใบหน้าพี่หมอมากกว่า


          เราบรรจงซับผ้าเช็ดหน้าลงบนรอบเปื้อนที่แก้มซ้ายพี่หมออย่างเบามือ สาเหตุการเปื้อนต้องมาจากการเปลี่ยนยางรถให้แน่ๆ แต่พอมาดูใกล้ๆแบบนี้พี่หมอก็ดูดีมากจริงๆนะครับ ผิวพี่หมอใสกิ๊งเหมือนเด็กๆเลย จมูกก็โด่ง ตาก็สวย แถมปากยังสีสดมากๆเลยด้วย เห็นแบบนี้แล้วเราอิจฉาชะมัดเลย


          “เรานี่...น่ารักเนอะ”

          “ฮะ!?” เราถึงกับชะงักมือที่กำลังเช็ดหน้าให้พี่หมออยู่ ก่อนจะพึ่งรู้ตัวว่าตอนนี้ใบหน้าของเรากับพี่หมออยู่ใกล้กันมาก...มากๆเลยด้วย อีกนิดเดียวเราจะเห็นขนจมูกพี่หมออยู่แล้ว

          “ตอนแรกก็ว่าน่ารักมากแล้ว แต่พอยิ่งจัดฟันเข้าไป...”

          “...?”

          “น่ารักกว่าเดิมอีกนะครับ พี่หมอชอบนะ...อะไรที่มันน่ารักๆน่ะ”


          ฉ่า -///////////-


          มะ เมื่อกี้เสียงอะไรไหม้น่ะ คงไม่ใช่หน้าเราหรอกใช่ไหม?


          ฮื่ออ~ พี่หมอบ้าที่สุดเลย! เราขอยึดผ้าเช็ดหน้าคืน ไม่ใช่อะไรนะครับ เราจะเอามาปิดหน้าร้อนๆของเราไว้แทน ก่อนที่มันจะไหม้ไปตรงหน้าพี่หมอ น่าอายชะมัดเลย><


TBC.

ฮ่อลลลลลลลล!!!! พี่หมอมาร์คข่นบร้าาาา แกพูดอะไรออกมาเห็นใจเด็กน้อยฟันชมพูบ้างง

ฮื่อออ ทำไมน่ารักก ทำไมบิดด แต่งไปนี่มือหงิกไปแล้วจ้าา

แล้วที่บอกว่ากลัวน้องโดนอุ้มนะ ถามใจตัวเองดูนะคะว่าใครกันแน่ที่อยากอุ้ม วรั้ยยๆๆๆ

พี่หมอคนดีมากอ่ะแกรเราเชอบบบ แล้วคุณม๊าแบมนี่ไม่ธรรมดานะคะ คิดจะยกลูกชายให้พี่หมอหรอ จัดมาเลย สินสอดพร้อมม 5555




O W E N TM.
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

610 ความคิดเห็น

  1. #577 wan62063 (@wan62063) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 12:05
    แหมมมมมม
    #577
    0
  2. #566 `dalnimmb♡ (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 18:53
    เขินนนนน
    #566
    0
  3. #491 litterrabbitza (@rabbitza) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 16:52
    งื้อออ ตรงไปแล้วว
    #491
    0
  4. #481 xcoolzip (@xcoolzip) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 22:06
    เขินนๆๆๆๆๆ บิดแรงงมากกกกก
    #481
    0
  5. #428 sinnmb93 (@sinn181) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 17:31
    เขินแรงมากกกกก พี่หมอทำไมละมุนแบบนี้
    #428
    0
  6. #350 xstcphpp (@iptmzliaen) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 10:16
    หมอก็กันท่าจริงขนาดพึ่งเจอนะ
    ต่อไปหึงตายย555555
    #350
    0
  7. #331 mbbjsk_ (@mbbjsk_) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 23:29
    จะตายแล้วฮื่อออออออออออ
    #331
    0
  8. #313 Hazylight (@rinlaby) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:12
    ข่นบร้าาาาาาาาาา เขิลลลลลลล =///=
    #313
    0
  9. #285 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 12:21
    พี่หมอน่ารักกกกก โธ่ นักศึกษาคนนั้นเกือบได้เบอร์แบมแล้วเชียวว แบมก็น่ารัก
    พี่หมอใจดี๊ใจดีอะ คุณแม่ก็พูดเล่นพูดหยอกไป อิอิ พี่หมออ่อยแบมมากกกก
    #285
    0
  10. #253 DOWNee40 (@DOWNee40) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 09:59
    พี่มาร์ครุกแรง น้องแบมน่ารักจริงๆ
    #253
    0
  11. #246 ปีศาจสีเงิน (@aaron-anael-abel) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 02:54
    ละมุนล่ะเกิน ยิ้มแก้มแทบปริ
    #246
    0
  12. #225 Bam Yien (@aunjung14872) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 21:12
    อ่านแล้วเขินนนน พี่มาร์คแลดูเป็นคนละมุน อบอุ่นมากก แบมน่ารักเกินไปแล้ววว
    #225
    0
  13. #181 Sky Dreams (@deedeelnw) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 19:10
    ตอนที่พี่หมอให้น้องแบมยิ้ม อื้มมมหื้มมม หนูรู้นะคะ หนูรู้นะว่าพี่หมอคิดอะไรอยู้~~ อร๊ายยย?
    #181
    0
  14. #177 Tempobear (@tempobear) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 18:44
    อ๋อยยยยยยยย เขิลแทนแบม
    #177
    0
  15. #87 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 23:32
    เเบมนี่มีแต่คนมาจีบน้องก็ยังไม่รู้ตัว พี่หมอก็เต๊าะเก่งจริงๆ 555
    #87
    0
  16. #79 Oni (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 15:42
    งานนี้ถ้าจะปล่อยแบมไว้ลำพังคงจะไม่ได้จริงๆ มีแต่คนจะขายขนมจีบแบม

    ดีนะที่พี่หมอมาร์คตามมาทันและจัดการกะลูกศิษย์ไปได้
    #79
    0
  17. #70 @fujinoii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 09:23
    น้องแบมก็น่ารักมากๆๆๆๆๆๆส่วนพี่หมอมาร์คก็หล่อมากๆๆๆๆ น้องน่ารักแบบไม่รู้ตัวเลยทำให้พี่หมอหลงเลยมั้ง
    #70
    0
  18. #67 TaoHun DakHyo (@kim_nik) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 05:37
    พี่หมอหยอดซะน้องไปไม่เป็นเลยนะ  ทำแบมเขินตลอด
    #67
    0
  19. #59 himawari (@yuyu7283) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 22:16
    เขิลคร่ะโอ้ยตาย
    #59
    0
  20. #58 prim0309 (@prim0309) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 23:55
    อร๊ายยยยยย พี่หมอออ
    .
    .
    .
    .
    คุกนะ
    #58
    0
  21. #57 vitaaminkim (@vitaaminkim) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 08:05
    เขินนนน
    #57
    0
  22. #56 마크뱀뱀 (@fonbang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 01:52
    โปรไฟล์ดีนะะ 5555 น่ารักกก
    #56
    0
  23. #54 teeraporn1635 (@teeraporn1635) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 16:17
    น่ารักกกกอ่าาาา เขินมากๆ
    #54
    0
  24. #53 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 13:04
    เป็นหมอนะ เต๊าะเด็กมัธยมแบบนี้ก็ได้หรอ 555
    #53
    0
  25. #52 BF'EYE (@pathanan12345678) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 07:36
    อร๊ายยยยยย รุสึกถึงออร่าแบมแรงมาก ไปรร.ทุกคนต้องตะลึงตึ่งโป๊ะ55555555555
    #52
    0