|ENGAGING►ฟันเหล็ก สเป็คหมอ [MarkBam]

ตอนที่ 4 : น้องแบมฟันเหล็ก::03 กระต่ายน้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2482
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    4 ต.ค. 59




น้องแบมฟันเหล็ก::0

-กระต่ายน้อย-




          ก๊อกๆ


          “แบมลูก”


          ก๊อกๆๆ


          “น้องแบม ตื่นรึยังครับ?”

          “ม๊า ขออีกห้านาทีน้า~”

          “ไม่ต้องเลย ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ สายแล้วลูก”


          งื้ออออ!~


          เรามุ่ยหน้าก่อนจะกลิ้งไปมาอยู่บนเตียง สายที่ไหนกันล่ะ ให้เราเดาเราว่ายังไม่ทันจะแปดโมงด้วยซ้ำไป แต่พอคว้านาฬิกามาดูเท่านั้นแหละ


          โอเค สายก็ได้ นี่มัน สิบโมงเช้าแล้ว!


          เราไม่เคยหลับเป็นตายขนาดนี้มาก่อนเลยนะ ต้องเป็นเพราะก่อนนอนเรากินยาแก้ปวดเข้าไปแน่ๆ ยามีผลทำให้ง่วงซึม เราเลยนอนยาวยันสิบโมงขนาดนี้


          เราพลิกตัวขึ้นมานอนหงาย แขนก็กอดปิกาจูตัวอ้วนไว้แนบกาย งืม วันนี้เราจะกินอะไรได้รึยังนะ พึ่งจะผ่านมาวันเดียวเองอ่ะ เมื่อไหร่จะกินได้ตามใจชอบสักที คุณเพดานห้อง มองลงมาจากตรงนั้นหน้าเราไม่บวมแล้วใช่ไหม?


          เราไม่ได้บ้านะ เราแค่เป็นเด็กที่มีจินตนาการสูงเท่านั้นเอง ตอนเด็กๆเราแข่งวาดรูปได้ตั้งที่หนึ่งเลยนะ เราไม่อยากจะอวด


          กลัวคุณม๊าจะขึ้นมาดุอีก เรายอมลุกก็ได้ วันนี้วันอาทิตย์ คุณม๊าเราปิดร้านเพื่อพักผ่อน ส่วนวันเสาร์คุณม๊าเปิดแค่ช่วงบ่าย แต่เมื่อวานคุณม๊าไปอยู่กับเราทั้งวันที่คลินิก เลยต้องปิดร้าน รู้สึกเสียใจนิดๆที่เกิดมาเป็นภาระครอบครับ แล้วเราจะดราม่าทำไม?


          แปะๆๆ


          เราตบแก้มตัวเองแล้วมองดูสภาพในกระจก เด็กหนุ่มสุดหล่อคนนี้ใครกันนะ ตาก็โต ปากก็สีแดงน่าจุ๊บ(?) แล้วพอยิงฟัน ฮี่ๆๆ เห็นเหล็กเต็มปากเลยอ่ะ ดูมุมไหนก็หล่อ ไม่เห็นจะน่ารักเหมือนที่พี่หมอบอกเลยสักนิด


          ยิ้มได้ไม่นานเราก็ยู่ปาก เรางอนพี่หมอมากเลย ทำไมต้องเลือกสีชมพูด้วยก็ไม่รู้ แต่ก็นะ มันก็จริงอย่างที่พี่หมอว่าแหละ มันดูเข้ากับเราเฉยเลย ผู้ชายหล่อๆกับเหล็กจัดฟันสีชมพูเนี่ยนะ(ยังคงมั่นใจว่าตัวเองหล่อ)


          “หอมจังเลยครับม๊า วันนี้ทำอะไรกินอ่ะ?”


          เราสงเสียงลงมาจากชั้นบน ก่อนจะวิ่งเตาะแตะไปกอดม๊าจากด้านหลัง เราติดนิสัยอ้อนคุณม๊าไปแล้วแหละ แม้จะไม่ได้มีอะไรที่ต้องการ เราก็จะไปกอดคุณม๊าบ่อยๆ


          “ม๊าทำข้าวต้มปลาจ้ะ กลัวเด็กแถวนี้กินไม่ได้”

          “ฮื่อ! แต่แบมอยากกินทอดเนื้อ ทอดน่องไก่อ่ะ กินไม่ได้หยออ??”


          เราว่าเสียงอ้อน พรางมองไปที่ทอดน่องไก่ชิ้นโตกับทอดเนื้อที่ส่งกลิ่นหอมๆไปทั้งบ้าน ไหนจะยำทะเลตรงนั้นอีก ทำไมคุณม๊าให้เรากินได้แค่ข้าวต้มปลาล่ะ ไม่ยุติธรรม!


          “กินได้ แต่ถ้าเหล็กหลุดแล้วโดยคุณหมอดุ ม๊าก็ไม่รู้ด้วยนะ”

          “ไม่กินก็ได้”


          เราบอกอย่างเสียดาย ก่อนจะนั่งแหมะลงที่ประจำแล้วตักข้าวต้มปลากินเงียบๆ อื้ม กินข้าวต้มก็อร่อยดีเหมือนกัน ไม่ต้องเคี้ยวด้วย


          “แล้วคุณหมอนัดอีกทีวันไหนลูก”

          “อาทิตย์หน้าครับ น่าจะวันศุกร์นะ”

          “คราวหน้าม๊าไม่ไปด้วยแล้วนะ ไปเองนะครับ”

          “คร้าบ แบมโตแล้วน่า ที่ให้ไปด้วยเพราะกลัวเฉยๆหรอก”

          “แสดงว่าตอนนี้ไม่กลัว?”

          “ก็...ก็กลัว มันเจ็บจะตาย”

          “แต่คุณหมอหล่อนะ”

          “ม๊า ไม่เกี่ยวกับหมอหล่อไม่หล่อซะหน่อย”


          เราไม่คุยกับคุณม๊าแล้ว เราตักข้าวต้มคำเล็กๆก่อนจะเอาเข้าปลา ค่อยๆเคี้ยวก่อนจะกลืนลงคอ คุณม๊าก็มองมาด้วยสายตาล้อเลียนอยู่ได้ คิดว่าเราจะเขินไหมล่ะ แน่สิ เราเขินจะบ้าอยู่แล้ว


          “เอ้อ วันนี้ว่างไหมลูก?”

          “เอ๋? ว่างนะม๊า ทำไมหรอ”

          “ดีเลย เดี๋ยวม๊ามานะ”


          คุณม๊าดีดนิ้วอย่างชอบใจ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัว สักพักก็ออกมาพร้อมกับ พร้อมกับ...ขนมเค้ก!


          ฮื้อ คุณมาจะฆ่าเราหรอ อย่าเอามาล่อกันสิ#กัดช้อนมองอย่างริษยา(?)


          “อะไรอ่ะม๊า เอามาทำไมหรอ หรือว่ามีลูกค้าสั่ง”

          “ไม่ใช่ลูกค้าจ้ะ แต่เป็นคนพิเศษ รบกวนลูกเอาไปส่งให้ม๊าหน่อยนะ”

          “อ่า ได้สิครับ”


          เรางับช้อนไว้ก่อนจะพยักหน้าลง มองถุงกระดาษที่ด้านในมีขนมเค้กตาละห้อย หรือว่าเราจะแอบกินระหว่างทางดีนะ


          อืมม..เป็นความคิดที่ดีเลยล่ะ

 

 

 

 

          หลังจากนั้น.. เราก็ปั่นจักรยานตัวเก่งสีฟ้าอ่อนไปตามทางที่คุณม๊าเขียนแผนที่ให้ ปกติเราก็ชอบปั่นจักรยานอยู่แล้ว เพราะเราไม่ถูกกับกลิ่นแอร์รถคันอื่นเท่าไหร่ จักรยานเลยเป็นทางที่ดีที่สุด แต่นี่เราว่าเราปั่นมาไกลพอสมควรเลยล่ะ ทิวทัศน์ข้างทางก็ดูเหมือนจะคุ้นตาแปลกๆเหมือนกับว่าเราเคยผ่านทางนี้มางั้นแหละ แต่พอมาถึงที่หมาย ดูเหมือนว่าเราจะไม่ใช่แค่เคยผ่านนะสิ..


          ก็นี่มันคลินิกพี่หมอชัดๆ


          “เราไม่น่าหลงทางนะ..”


          งึมงำกับตัวเองเบาๆก่อนจะก้มมองกระดาษแผนที่ที่คุณม๊าเป็นคนเขียนให้กับมือ ก็ถูกแล้วหนิ แต่ทำไมถึงเป็นที่นี่ล่ะ ที่นี่มีคนพิเศษที่คุณม๊าว่าอยู่งั้นเหรอ?? สงสัยเราคงต้องโทรถามซะแล้ว


          ตู๊ดดดด....


          (“ฮัลโหล ว่าไงลูก”)

          “แบมมาถึงแล้วนะ แต่ว่า..ที่นี่คือคลินิก”

          (“ก็ถูกแล้วหนิครับ สงสัยอะไรลูก”)

          “คือ...ม๊าบอกเอามาให้คนพิเศษ แบมไม่ยักรู้ว่าม๊ามีคนพิเศษอยู่ที่คลินิก”

          (“ฮ่าๆไม่ใช่พิเศษแบบนั้นครับ ม๊าให้เราเอาขนมไปให้คุณหมอนั่นแหละ ตอบแทนที่ช่วยเรื่องรถเมื่อวาน”)

          “เอาไปให้พี่หมอหรอครับ?”

          (“ใช่จ้ะ ถ้าเข้าใจแล้วก็รีบเอาไปให้เลย เดี๋ยวหน้าเค้กละลายหมด”)

          “อ่า..งั้นแค่นี้นะครับม๊า”


          หลังจากคุณม๊าวางสายไปแล้ว เราก็เดินเข้าไปในคลินิก ในหัวก็คิดเรื่องพี่หมอเต็มไปหมด นี่เราจะได้เจอกันอีกแล้วหรอ ยังไม่ครบกำหนดอาทิตย์หนึ่งเลยนะ แล้วเราจะทำตัวยังไงดีอ่ะ เมื่อวานเราแทบจะทำตัวไม่ถูกเลย ฮื่อ ไม่คิดแล้ว รีบให้จะได้รีบกลับ


          พอคิดได้แบบนั้น เราก็เดินตรงไปที่เคาน์เตอร์พนักงานอย่างมุ่งมั่น จะเป็นการดีมากถ้าพี่หมอไม่อยู่ในตอนนี้ แต่ดูเหมือนสวรรค์จะไม่เข้าข้างเราเลย


          “อ้อ คุณหมอมาร์คใช่ไหมคะ อยู่ในห้องค่ะ ตอนนี้คุณหมอไม่มีคนไข้พอดีเลย”

          “อ่า ขอบคุณครับ”


          ผมยิ้มนิดๆให้พี่สาวตรงเคาน์เตอร์ ก่อนจะเดินไปที่ห้องของพี่หมอซึ่งอยู่ด้านใน อืมม คงเป็นห้องนี้สินะ เอาล่ะ สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วก็...


          พรวด!


          เปิดประตูเข้าไปเลยทันที


          “พี่หมอ... อ๊ะ! ขอโทษครับ!”


          เราบอกขอโทษโดยเร็วก่อนจะหันหน้าเข้าหาประตูอย่างตกใจ ก็..ก็ตอนเราเปิดเข้ามาพี่หมอ...ไม่ได้ใส่เสื้อน่ะสิ.////. ละ แล้วก็..ขาวมากเลย


          ย่าส์! คิดอะไรของนายน่ะแบมแบม


          “อ้าว น้องแบม มาหาพี่หมอหรอครับ”

          “คะ ครับ แต่..พี่หมอแต่งตัวก่อนก็ได้ ดะ เดี๋ยวเรา เอ้ย ผมจะไปรอข้างนอกนะครับ”

          “อะไรกัน คุยกับพี่แต่หันหน้ามองประตูแบบนั้น มันน่าน้อยใจชะมัดเลย”


          หง่ะ! มันไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย ก็พี่หมออ่ะ..ฮื่ออ


          “ปะ ปล่าวนะครับ ไม่ใช่แบบนั้น”

          “ไม่ใช่ก็หันหน้ามาคุยกันดีๆสิครับ”


          จะให้หันไปได้ยังไงเล่า ก็พี่หมอยืนโป๊(ท่อนบน)อยู่น่ะ ถึงเราจะเป็นผู้ชายเหมือนกัน ก็ใช่ว่าเราจะไม่...เขินซะหน่อยนะ


          “ก็พี่หมออ่ะ..”

          “พี่หมอทำไม หื้ม?”

          “สะ ใส่เสื้อผ้าให้มันดีๆก่อนสิครับ!

          .

          .

          .

          .

          “ฮ่าๆแบบนี้นี่เอง โอเคครับผม”


          หลังจากที่พี่หมอเงียบไปสักพัก จู่ๆก็หัวเราะเสียงนุ่มออกมาแบบนี้มันคืออะไร อยากจะบ้าตาย เราอยากเอาหัวโขกประตูชะมัด รู้แบบนี้น่าจะเคาะประตูก่อน ไม่น่าตื่นเต้นจนลนแล้วเปิดพรวดพลาดเข้ามาแบบนี้เลย ดีนะที่ถอดแค่เสื้อ ถ้าถอด...เอ่อ กางเกงด้วยล่ะก็ เราคงระเบิดตู๊มเป็นโกโก้ครั้น!


          “สะ เสร็จรึยังครับพี่หมอ?”

          “เรียบร้อยแล้ว ไม่โป๊ครับ”

          “แน่นะครับ”

          “แน่สิ ไม่เชื่อก็หันมาดูได้เลย”


          สิ้นคำ เราก็ค่อยๆหันไปด้านหลังอย่างระแวดระวัง หวังว่าจะไม่มีอะไรโผล่มาหรอกนะ เราได้ช็อกตายแน่ๆ แล้วพอหันไปก็พบพี่หมอแต่งเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เราเลยถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอย่างโล่งอก


          แต่อีกใจหนึ่ง...ก็แอบเสียดายนิดๆนะ


          “หน้าแดงมากด้วย หึ”

          “นะ นะ นี่ผมตากแดดมาต่างหากครับ ไม่ใช่..”

          “พี่หมอก็ยังไม่ว่าอะไรสักหน่อยนี่ครับ”

          “ก็..” จริงด้วย ยังไม่พูดสักหน่อยว่าเราเขิน

          “ก็อะไรครับ เรานี่น้า ชอบทำให้อยากแล้วก็จากไปตลอดเลย”


          อยาก! ย่ะ อยากอะไร!?


          “พะ พี่หมอหมายถึง...”

          “พี่หมอหมายความว่า เราน่ะชอบทำให้พี่อยากรู้ แต่ก็ไม่ยอมบอกต่อให้จบ ก็แค่นั้นครับ คิดอะไรหื้ม”


          สาบาน เราไม่ได้คิดอะไรจริงๆ จริงๆนะ!


          พี่หมอยิ้มให้เรา ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประจำตำแหน่ง แล้วพยักหน้าเป็นเชิงให้เรานั่งลงด้วย เราเลยเดินไปนั่งแหมะลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่งซึ่งอยู่ตรงข้ามกับพี่หมอ ซึ่งก็ดูเหมือน คนแถวนี้จะไม่ค่อยพอใจนะ


          “ทำไมหรอครับ?” เราถามอย่างสงสัย

          “มานั่งนี่สิครับ ไปนั่งตรงนั้นพี่หมอจะตรวจภายในได้ยังไง”


          ทุกคน คำไหนไม่เข้าพวก


          “พี่หมอ ภายในอะไรกันครับ” เรากลัวนะบอกเลย กลัวแค่ไหนไม่รู้ แต่ตอนนี้กอดตัวเองไว้แน่นมาก พี่หมอบ้า จู่ๆมาบอกจะตรวจภายใน ถึงเราจะเป็นเด็กใสใส แต่บอกเลย บางทีสมองเรามันก็ชอบคิดอกุศล แล้วคำว่าตวรจภายในของพี่หมอน่ะ เราไม่สามารถคิดเป็นเรื่องอื่นได้จริงๆ


          “ภายในช่องปากครับ ฮ่าๆโทษที พี่หมอขี้เกียจพูดยาวๆน่ะ”

           “แต่ผมไม่ได้มาตรวจฟันซะหน่อย”

           “อ้าว ถ้างั้นน้องแบมก็คงคิดถึงพี่หมอ ถูกไหมครับ”

          “บ้า! คะ ใครจะคิดถึงพี่หมอกันล่ะ ยิ่งพี่หมอเป็นหมอฟันผมยิ่งไม่คิดถึงเลย”

          “หมอฟันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นสักหน่อย หรือว่าน้องแบมกลัวพี่หมอนะ”

          “ปล่าวนะครับ ไม่ใช่แบบนั้น จริงๆก็...กลัวหมอฟันทุกคน แต่พึ่งมีคนเดียวที่ไม่ค่อยกลัวก็คือพี่หมอนี่แหละครับ”


          เราตอบอ้อมแอ้มในลำคอ พร้อมกับก้มหน้างุดหลบสายตาเป็นประกายแปลกๆของพี่หมอไปด้วย เป็นคนที่ดูดีมากจริงๆเลย เราชักอิจฉาแล้วนะคนแบบพี่หมอน่ะ


          “ดีใจจัง พี่หมอกังวลมากนะถ้าน้องแบมกลัวน่ะ พอมาได้ยินแบบนี้แล้วอยากจะให้รางวัลเด็กดีเลยล่ะ”

          “ผมไม่เด็กแล้วนะครับ ไม่อยากได้รางวัลด้วย” แต่ถ้าได้ก็ดีนะ แหะๆ

          “ไม่เด็กหรอ? อายุเท่าไหร่กัน พี่หมอว่าน้องแบมไม่น่าอายุเกิน 15 นะ”

          “17 แล้วครับ ไม่เด็กแล้ว”

          “แต่ก็ยังเด็กอยู่ดี ถ้าเทียบกับพี่หมอที่อายุมากกว่า จริงไหมครับ”

           “จะมากกว่าสักเท่าไหร่กันเชียว”

          “30 ครับ มากพอรึยัง ฮ่าๆว่าไปแล้วพี่หมอนี่ก็แก่เนอะ”


           นี่น่ะเหรอคนอายุ 30 บอกเราทีว่านี่คือเรื่องจริง ไหนจะหน้าตาที่หล่อเหลา แถมยังใสกิ้งกว่าเราที่เป็นเด็กอายุสิบปลายๆ แล้วก็เอ่อ...กล้ามพี่หมออีก ดูยังไงอายุพี่หมอก็น่าจะอยู่ที่ยี่สิบกว่าๆไม่ใช่หรอ แบบนี้ไม่ใช่ว่าพี่หมอมีลูกแล้วหรอกนะ อายุเท่านี้ไม่น่าจะโสดหรอก


          “ลูกพี่หมออายุเท่าไหร่แล้วครับ”

          “ฮะ? เราว่าอะไรนะครับ”

          “คือว่า..พี่หมออายุขนาดนี้ คงมีลูกมีเมี..เอ้ย ภรรยาแล้วใช่ไหม ผมเลยอยากรู้ว่าลูกพี่หมออายุเท่าไหร่แล้วน่ะ”

          “พี่หมอยังไม่มีอะไรที่น้องแบมบอกมาทั้งนั้นแหละครับ”

          “อ้าว ผะ ผมขอโทษครับ ก็พี่หมอหล่อขนาดนี้ ผมก็นึกว่า...”

          “พี่หมอโสดมาหลายปีแล้วครับ งานเยอะขนาดนี้จะเอาเวลาที่ไหนไปมีลูกมีเมียกันล่ะ”

          “อ่า..ขอโทษนะครับพี่หมอ”

          “แต่ว่านะ...ตอนนี้พี่หมอชักเริ่มไม่อยากโสดแล้วสิ พี่หมอควรทำยังไงดีครับน้องแบม”


          แล้วเราจะรู้ไหมล่ะ หื้ออ?


          “อ๊ะจริงสิ ผมเกือบลืมไปเลย นี่ครับ”


          เราวางถุงเค้กถุงใหญ่ที่ถือมาด้วยลงบนโต๊ะ ก่อนจะดันมันไปหาพี่หมอที่นั่งขมวดคิ้วมองอยู่ อะไรกันอ่ะ แม้แต่ขมวดคิ้วยังดูดีเลย แน่ใจนะว่าสามสิบแล้ว


          “อะไรกันครับ? มีของมาฝากกันด้วย”

          “คุณม๊าผมให้เอามาฝากครับ พอดีที่บ้านเราเปิดร้านขายขนมเค้ก เลยเอามาตอบแทนพี่หมอเรื่องรถเมื่อวาน ช่วยรับไว้ด้วยนะครับ”

          “พูดมาซะขนาดนี้ พี่หมอคงปฏิเสธไม่ได้แล้วสินะ”

          “อื้อ คุณม๊าตั้งใจทำมากนะ พี่หมอรับไว้เถอะ”


          แต่ถ้าไม่อยากรับไว้ เอามาให้เราก็ได้นะ เราได้แต่คิดในใจในประโยคต่อมา ก็นั่นมันของโปรดเรานี่นา แถมตอนนี้เริ่มหิวๆแล้วด้วย แต่เราก็ยังกินอะไรไม่สะดวกอยู่ดี เคี้ยวข้าวทีเหมือนฟ้าจะผ่า เจ็บปวดมากกกกก


          “ก็ได้ครับ แต่จริงๆไม่ต้องเอามาให้ก็ได้นะ พี่หมอเต็มใจช่วย”

          “อื้ออ ทานสิครับ เดี๋ยวหน้าเค้กละลายหมดไม่อร่อยนะ”

          “โอเคๆ จะทานให้หมดเลยครับ”


          ไม่ต้องหมดก็ได้นะ


          พี่หมอเอ่ยเสียงนุ่มพร้อมทั้งยังยิ้มจนตาปิด ก่อนจะลุกขึ้นถือถุงขนมหายเข้าไปทางด้านหลัง เราว่าพี่หมอน่าจะเอาไปจัดใส่จานแหละ แล้วก็เป็นอย่างที่คิด เค้กก้อนโตๆถูกหันเป็นสี่ส่วนอยู่ในจานลายน่ารักๆ


          อึก..อยากกินจังอ่ะ


          “อื้ม~ อร่อยดีนะ อยู่บ้านเราคงจะกินบ่อยสิท่า”

          “....” อ่า..ลิ้นสีแดงๆนั่นเลียปากตัวเองที่เปื้อนเค้กด้วย

          “น้องแบมครับ?”

          “....” พี่หมอทำร้ายเรามากเลย รู้ไหมว่าเราอยากกินน่ะ

          “น้องแบมครับ ได้ยินพี่หมอไหม”

          “อ๊ะ เอ่อ..ขอโทษครับ พี่หมอว่ายังไงนะ”

          “เป็นอะไรน่ะเรา นั่งเหม่อคิดถึงใครหื้อ? แฟนหรอ”

          “ป่าวครับ ผมยังไม่มีแฟนหรอก”

          “ก็ดีแล้วนี่”


          สิ้นคำ มือใหญ่ของพี่หมอก็เลื่อนมาวางแหมะลงบนหัวเราก่อนจะยีเบาๆคล้ายเอ็นดู แต่เรานี่สิ กลับใจเต้นผิดจังหวะกับการกระทำแบบนี้


          เราว่า...เราต้องเป็นโรคหัวใจแน่ๆ


          “เอ่อ...ถ้างั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับพี่หมอ”

          “จะกลับแล้วหรอ อยู่ด้วยกันก่อนสิครับ”

          “ตะ แต่ว่า...”

          “นะครับ เดี๋ยวพี่หมอก็เสร็จงานแล้ว พอเสร็จงานไปกินข้าวด้วยกันนะ”

          “พี่หมอ..คือ”

          “นะครับ ตกลงตามนี้เนอะ”


          ฮื่ออ ให้มันได้อย่างนี้สิครับ


          แล้วเราก็ไม่ได้กลับบ้านอย่างที่ใจคิด ได้แต่นั่งมองพี่หมอกินขนมเค้กตาละห้อย จะกินก็ไปกินที่อื่นสิ มากินให้เราดูด้วยทำไมเล่า


          เราเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเกมส์ เพื่อที่จะได้ให้ความสนใจอย่างอื่นแทนขนมเค้กหวานๆตรงหน้า แต่ก็นะ เล่นได้ไม่เท่าไหร่เราก็เงยน้าขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับตกใจเมื่อเจอสายตาวาวๆของพี่หมอจ้องอยู่


            เอ่อ...จ้องขนาดนี้ เราทำอะไรผิดรึเปล่านะ


          “พี่หมอลืมไปเลย น้องแบมอยากทานด้วยกันไหม?”

          “คะ ครับ? ไม่เป็นไรดีกว่า พี่หมอทานเลยครับ”

          “เค้กชิ้นโตขนาดนี้พี่หมอทานไม่หมดหรอกนะ มาทานด้วยกันเถอะ พี่หมอไม่ว่าอะไรหรอก”


           ฮื้ออ อย่าใจดีนักสิ เดี๋ยวเด็กดื้อแบบเราก็ได้ใจกันพอดี


          “ไม่เป็นไรจริงๆครับ แหะๆ”

          “เค้กนุ่มๆแบบนี้ทานได้นะครับ พี่หมอไม่ดุหรอก”


           อย่ามาอ่อยเลย เราไม่หลงกลหรอกนะ


          “จริงเหรอครับ”


          อืมใช่ ไม่หลงกลน้อยไปสิ!


          ตอนนี้เราแทบจะถลาเข้าใส่จานเค้กอยู่แล้ว แต่ก็ต้องดึงสติไว้ พี่หมอขำนิดๆกับท่าทีของเราด้วย หงึ มันน่าขำตรงไหนกัน พี่หมอไม่เคยชอบอะไรมากๆแต่เข้าใกล้ไม่ได้เหรอ ความรู้สึกเราตอนนี้เป็นแบบนั้นเลย


          “จริงสิ แต่ต้องค่อยๆทานนะ ถึงจะนุ่ม แต่ถ้าไม่ระวังก็ทำเหล็กหลุดได้เหมือนกัน”

          “ถ้างั้นผมทานนะ..”

          “อื้อ เอาสิ พี่หมออิ่มแล้วด้วย”

          “ไม่บอกม๊านะ...”

          “แน่นอนครับ เก็บไว้เป็นความลับของเราสองคนเนอะ”


          พอได้ยินแบบนั้นเราก็ยิ้มกว้างทันที พอๆกับที่พี่หมอก็ดันจานเค้กมาให้ พี่หมออนุญาตแล้วแบบนี้ หวังว่าคุณม๊าคงไม่ว่าอะไรนะ เราไม่ได้แอบกินด้วย ทุกคนเป็นพยานให้เราด้วยนะ เราหยิบช้อนอีกคันขึ้นมา ก่อนจะจ้วงลงเค้กแล้ว...


          งั่มม~


          อื้มม ฟินอ่ะ เค้กช็อกโก้นุ่มๆละลายในปากด้วย คุณม๊าทำเค้กอร่อยสุดๆไปเลย เรายิ้มออกมาก่อนจะตักเค้กชิ้นต่อไปเข้าปาก พอได้กินของที่ชอบมันก็อารมณ์ดีแบบนี้ล่ะน้า


          กึก


           เรางับช้อนค้างไว้ในปาก เมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วเจอกับสายตาพี่หมอที่จ้องมองอยู่ เราเลยยิ้มกว้างให้พี่หมออย่างอารมณ์ดี พร้อมทั้งเลียช้อนในปากไปด้วย แต่แล้วอยู่ๆพี่หมอก็หลบสายตาเรา พร้อมทั้งยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยอย่างเก้อๆแอบเห็นว่าพี่หมอหูแดงด้วยแหละ


          สงสัยจะร้อน แอร์คงเย็นไม่พอมั้ง


          งั่มม~ อาหย่อยย


          เอ๊ะ หรือว่าพี่หมอจะอยากกินด้วยนะ...


          “พี่หมอ กินด้วยกันสิครับ”

          “อ่า ไม่ดีกว่า พี่หมออิ่มแล้วครับ”

          “ฮื่อๆ กินด้วยกันนะ ผมกินทั้งหมดนี่ไม่ไหวหรอก นะครับ”


          เราส่ายหัวไปมาจนผมสะบัด พร้อมทั้งดันจานเค้กไปฝั่งพี่หมอบ้าง เหมือนพี่หมอก็เคยทำแบบนี้กับเราเมื่อกี้ จริงๆก็เค้กพี่หมอนะ แต่ทำไมเรากินเหมือนเป็นของตัวเองเลยก็ไม่รู้


          “เฮ้อ ให้ตายสิ”


          พี่หมอถอนหายใจออกมาพร้อมทั้งมองเราด้วยสายตาที่เราเองก็อ่านไม่ออก เราเลยได้แต่พยักหน้าแล้วดันจานเข้าไปอีก พี่หมอก็มองเรานิดหน่อยก่อนจะระบายยิ้มอ่อนๆที่มุมปาก ก่อนจะเอื้อมมือมาจับมือเราที่จับช้อนไว้อีกทีแล้วตักเค้กขึ้นมาหนึ่งคำ จากนั้นก็ส่งมันเข้าปากพร้อมทั้งช้อนตามองเราไปด้วย


          มะ มือพี่หมออุ่นจนหน้าเราจะร้อนแล้วนะ เกี่ยวไหมเนี่ย?


          “อร่อยกว่าเมื่อกี้อีกนะครับ”

          “พี่หมอ ปล่อยมือผมก่อนสิ กินถนัดหรอครับ”

          “มือเรานิ่มดี พี่หมอเคยบอกแล้วไงครับ”

          “ละ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกินเค้กล่ะครับ พี่หมออ่ะ”


          เราเผลอยู่หน้าตามนิสัย เพราะเวลาเรางอนหรือไม่พอใจมันก็จะทำแบบนี้โดยอัตโนมัติ แต่พี่หมอกับยิ้มขำนี่สิ แถมยังไม่ยอมปล่อยมือเราอีกต่างหาก


          อะไรของเขากันนะ #หน้างอระดับสิบ


          “ฮ่าๆ โอเคๆพี่หมอไม่แกล้งแล้วก็ได้”


          อีกคนหัวเราะอย่างอารมณืดีก่อนจะยอมปล่อยมือที่จับไว้ เรามองพี่หมออย่างเคืองๆก่อนจะตักเค้กเข้าปากเลยเคี้ยว ฮึ่ม พี่หมอนะพี่หมอ เห็นว่าตัวเองเป็นพี่แล้วจะทำอะไรกับเราก็ได้งั้นสิ เราไม่ยอมให้แกล้งเราบ่อยๆหรอกนะ คอยดู คราวหน้าเราจะโต้กลับบ้าง แล้วพี่หมอจะรู้สึก...


          หมับ


          เราสะดุ้งตกใจเมื่อคนที่เรากำลังค่อนขอดในใจโน้มตัวเข้ามาหา พร้อมทั้งยังจับปลายคางเราเชิดขึ้นอีก นะ นะ นี่พี่หมอจะทำอะไร เราไม่คิดจะแก้แค้นแล้วก็ได้ ตะ แต่อย่าทำกับเราแบบนี้นะ เราเป็นลูกมีพ่อมีแม่นะ พี่หมอจะทำอะ...


          “กินเลอะเหมือนเด็กเลยนะครับ เดี๋ยวพี่หมอเช็ดให้นะ”


          อะ อ้าว? ปากเลอะหรอกหรอ


          เรากระพริบตาถี่ๆมองพี่หมอที่บรรจงใช้นิ้วโป้งปาดเนื้อเค้กที่มุมปากของเราออก สัมผัสแผ่วเบาพลอยทำให้เราใจเต้นขึ้นมาเสียดื้อๆจนเราต้องหลบตาไปมองทางอื่น เพื่อรักษาอัตราการเต้นของหัวใจให้คงที่


          “เด็กๆนี่เลือดลมดีจังนะครับ แก้มแดงเชียว”


           พี่หมอเอ่ยเสียงนุ่ม พร้อมกับไล้ไปมาที่กลีบปากเราเบาๆ เอ่อ..พี่หมอคงกลัวไม่สะอาดสินะ แต่ทำไมต้องลูบไล้จนเราหวิวๆในอกแบบนี้ด้วยเล่า


          “โอเค สะอาดแล้วครับ”


         พี่หมอถอยห่างออกไปแล้ว เราเลยเงยหน้าขึ้นไปมองอีกฝ่ายนิดหนึ่ง แล้วก็ต้องหน้าร้อนฉ่า เมื่อเราเห็นพี่หมอเลียนิ้วตัวเองที่มีเนื้อครีมเลอะอยู่พอดี ละ แล้วทำไมต้องมองมาที่เราแบบนั้นด้วย สายตาแบบนั้นมันทำให้เรากลัวนะ พี่หมอดูเหมือน...หมาป่าเจ้าเล่ห์ที่จ้องจะขย้ำเหยื่อเลยอ่ะ แล้วไม่นานพี่หมอก็กลับมายิ้มใจดีให้เราเหมือนเดิม เล่นเอาเราปรับอารมณ์ตามไม่ทันเลย


          “ขะ ขอบคุณนะครับ”

          “หึ เรานี่ตลกดีจัง เหมือนกับ...กระต่ายเลยเนอะ”

          “อะ เอ๋? กระต่ายหรอครับ”

          “อือฮึ ชอบทำหน้าตื่นๆอยู่ตลอดเวลา แล้วยังขี้ตกใจอีก แต่ว่านะ..มันก็ดูน่ารักน่าถนอมไปอีกแบบ ว่าไหมครับ?”


          แล้วเราควรจะตอบยังไงดีครับ ใครรู้ช่วยบอกเราหลังไมค์ทีนะ


          ฮื้อออ!~ คนบ้า><


TBC.

พี่หมอข่นบร้าาาา ขอพูดด้วยคนนน ฮ่าๆๆๆ  ก่อนอื่นเลย เราไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับการหายไปเกือบอาทิตย์ค่ะ คืองานมันรุเร้าจริงๆ นี่ก็พึ่งผ่านงานวันวิทย์ไป ปั่นนิยายกันจนมือหงิกเลยค่ะ ส่วนเนื้อหา เราอยากจะบอกว่าเราชอบพี่มาร์คลุคนี้มากก ดูคนดี ดูคุณชาย ดูสุภาพบุรุษ ฮื้ออ ละมุนได้อีกกก อีไรท์นี่อินมากกก ฮ่าาๆๆ แล้วทุกคนลองมองน้องแบมในมุมพี่มาร์คดูนะคะ เด็กอะไรก็ไม่รู้ชอบทำหน้าตื่นๆแถมยังขี้ตกใจเหมือนกระต่ายตื่นตูมอีก แค่นั้นยังไม่พอ น้องแบมของเรายังขี้มโนอีกต่างหาก แล้วไปทำหน้าแดงๆใส่คนพี่แบบนั้น ก็นะ..พี่หมอแกเอ็นดูของแก ไม่มีอะไรแอบแฝงหรอก จริ้งงๆๆ#เสียงสูง




 

 

O W E N TM.
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

610 ความคิดเห็น

  1. #592 TattA (@sun036) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 19:41
    คุกคุกคุก พี่หมอฮะ น้องยังไม่ 18 นะ
    #592
    0
  2. #578 wan62063 (@wan62063) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 12:10
    คุกน้าาา
    #578
    0
  3. #567 `dalnimmb♡ (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 19:00
    พี่หมอดูเจ้าเล่ห์นะคะะ อย่าเพิ่งกินน้องนะ
    #567
    0
  4. #496 litterrabbitza (@rabbitza) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 00:56
    โง้ยยย พี่หมออ
    #496
    0
  5. #482 xcoolzip (@xcoolzip) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 22:44
    ละมุนนน ฮืออออ ฟินจ้ะแม่จ้าวววว
    #482
    0
  6. #429 sinnmb93 (@sinn181) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 17:40
    พี่หมอคนเจ้าเล่ห์!! 
    #429
    0
  7. #332 mbbjsk_ (@mbbjsk_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 23:39
    ให้ตายเถอะ เขินทั้งตอน ชั้นเนี่ย! ขยันเต๊าะเนาะพ่อคุณ
    #332
    0
  8. #286 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 12:31
    โง้ยยย อพหมอมันเจ้าเล่ห์ ร้ายกาจดูสิ เป็นแบบนี้แล้วน้องแบมจะรอดไปไหน แหม เทียวหยอดเทียวเต๊าะจริงนะคะพี่หมอออแแแ
    #286
    0
  9. #249 ปีศาจสีเงิน (@aaron-anael-abel) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 09:40
    หยอดตลอดดดด
    #249
    0
  10. #226 Bam Yien (@aunjung14872) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 17:11
    แอร๊ยยยยย พี่มาร์คขี้เต๊าะมาอ่ะ ><
    #226
    0
  11. #188 Tempobear (@tempobear) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 19:44
    ฟินนนนนนนน พี่หมอโคดรุก มีจูบทางอ้อมด้วย
    #188
    0
  12. #182 Sky Dreams (@deedeelnw) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 19:12
    อีกนิด หนูจะคิดว่าพี่หมอทำอาชีพเสริมขายขนมจีบแล้วนะคะ555 ฟิคเรื่องนี้อ่านแล้วมีความสุขอ่าา ชอบ><
    #182
    0
  13. #112 마크뱀뱀 (@fonbang) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 23:57
    ข่นบ้าาาา น่ารักทั้งคู่เลยยย
    #112
    0
  14. #88 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 23:45
    ขำน้องแบมเป็นเด็กใสใส แต่ชอบคิดอกุศล >_< พี่หมอก็เต๊าะแรงละเกินนนนน
    #88
    0
  15. #84 ✻ SHbamz. (@mildpiyathida17) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 19:46
    พี่หมออย่าพึ่งฟันน้องแบมนะคะ ใจเย็นๆ55555
    #84
    0
  16. #83 BF'EYE (@pathanan12345678) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 20:51
    เราก้ไม่รุจะตอบไงเหมือนกันแบม >< เขิลลลล พี่หมอรุกแรงมาก ตอนนี้รุหลายอย่างเลยนะเนี่ย พี่มาร์คโสด แบมไม่มีแฟน อรั้ยยย
    #83
    0
  17. #82 bam_praew (@bam_praew) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 19:24
    เขินนนนนนน พี่หมอข่นบร้าาาาา>< รอยูนะไรท์
    #82
    0
  18. #80 Oni (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 16:08
    พี่หมออออออคนบ้าาาาาาทำเอาซะแบมเขินแล้วเขินอีก

    พี่หมอนี่ตั้งใจจีบแบมมากเลยนะ555อยู่มาอายุก็ 30 ปีแล้ว

    เพ่งจะมาตั้งใจจีบเด็กหรือคะพี่หมอ
    #80
    0
  19. #76 kazenoutau (@kazenoutau) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 13:02
    โอว...ฟินมากกกก เต๊าะกันแลบนี้เขินมากจิมๆ อ่านตัวบิดดด
    #76
    0
  20. #75 vviez (@iamjaja) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 11:36
    พี่หมอระวังคุก
    #75
    0
  21. #74 @fujinoii (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 10:29
    พี่หมอแก่กว่าน้องสิบสามปีนะ โอ้โห!!!หลอกเด็กชัดๆ(แต่เด็กมันน่าหลอก)
    #74
    0
  22. #73 Jidaaa.mb. (@songprince) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 10:26
    ให้ตายยย พี่หมอจะละมุนไปไหนนนนนน
    #73
    0
  23. #72 Tuan-En (@Tuan-En) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 10:23
    เราเขินนนนน ฮื่อออออออ.กัดหมอน
    #72
    0
  24. #69 KYMB11P (@jittimaporn26301) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 08:29
    ฮืออออออออเขินนนแก้มจะแตกแล้วค่ะ;_;คุกนะพี่หมออออ
    #69
    0
  25. #68 TaoHun DakHyo (@kim_nik) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 05:58
    พี่หมอทำใจเด็กเต้นแรงบ่อยๆ รับผิดชอบด้วยนะ  30 17 ห่าวกันๆม่เยอะหรอก
    #68
    0