Fishing the Myriad Heavens (นิยายแปล)

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 การร่อนเร่ของลมเหนือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,075
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 433 ครั้ง
    3 ก.ย. 60



ฝูโจวหรือที่เรียกว่าบันยันซิตี้ได้รับการยกย่องจากทั้งประเทศว่าเป็นเมืองที่มีมาตรฐานการครองชีพสูงสุดในประเทศจีน
ที่นี้สิ่งที่เห็นได้บ่อยที่สุดคือร้านเล่นไพ่นกกระจอก และ ... ร้านเล่นไพ่นกกระจอก ร้านไพ่นกกระจอก ร้านไพ่นกกระจอก (?) โดยไม่คำนึงถึงใดๆทุกคนในเมืองสามารถตั้งชื่อร้านของตัวเองยังไงก็ได้

แต่ความเย้ายวนใจทั้งหมดเป็นแค่ผิวนอกของชีวิตในเมือง ความเป็นจริงคนส่วนใหญ่ต่างดิ้นรนต่อสู้เพื่อหาเงินจำนวนมากโดยทุกวัน ผู้คนจะรีบออกจากบ้านแต่เช้า และจะกลับมาตายรังในคืนนั่น

"เก็บข้าวของแกไปแล้วไสหัวออกไปจากแผนกการเงินนี้ซะ"

เสียงของผู้ชายวัยกลางคืนดังก้องเบาๆ

"คุณผู้จัดการเรื่องนี้ความผิดของเขา ทำไมเป็นฉันคนเดียวที่ถูกไล่ออกละ" ไป่เฟิง ประท้วง

"ทำไมงั้นหรอ? ความจริงเรื่องเล็กน้อยนี้มันสามารถเพิ่มรายได้บริษัทขึ้นหลายร้อย หลายพันหยวนทุกเดือน นี้เป็นเหตุผลเพียงพอที่แกไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีกแล้ว ออกไปซะ" ผู้จัดการตะโกนด้วยความอดทน

'โตแล้วยังโง่อีก! ฝ่ายหนึ่งสามารถสร้างกำไรให้กับ บริษัท ได้มาก ในขณะที่อีกฝ่ายเป็นแค่พนักงานใหม่อยู่ในช่วงทดลองงาน แม้แต่คนปัญญาอ่อนยังรู้เลยว่าควรเลือกใครระหว่าง สองคนนี้' ผู้จัดการคิดอย่างหงุดหงิด

ในที่สุดเขาก็รู้ตัวว่าเขาถูกเขี่ยทิ้ง ไป่เฟิงทำได้แค่เงียบ กำมืดทั้งสองข้างแน่นหันหลังกลับไปยังโต๊ะแล้วเริ่มเก็บข้าวของ ของเขา

"ชิ ชิ ดูนี่สิตอนจบที่ทุกคนไม่พอใจนายนะ พี่ใหญ่ซวน" มีเสียงร่าเริงดังขึ้นมา ในขณะที่ไป่เฟิงกำลังเก็บของของเขา บางคนก็พอใจในความโชคร้ายของคนอื่นและแน่นอนเขาย่อมไม่พลาดที่จะหัวเราะเมื่อเห็นคนพวกนี้ล้มเหลว

"หืม นั่นมันคนบางคนคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ไม่รู้ แต่ในความเป็นจริงแค่ทำยอดขายไม่ได้ในสองเดือนนี้ไม่ใช่หรอนั่น" เสียงของผู้หญิงที่หัวเราะเยาะเมื่อเห็นเขาเดินผ่าน

ไป่เฟิงไม่ได้รำคาญที่จะตอบหรือเถียงกับพวกเขา เขาทำเพียงแค่เมินสายตาและเสียงเยาะเย้ยเหล่านั้น ในตอนนี้เขากำลังเดินไปที่แผนกการเงินเพื่อรับเงินค่าจ้างสุดท้ายของเขา

บางทีอาจเป็นเพราะผู้จัดการได้แจ้งให้แผนกการเงินทราบล่วงหน้าแล้ว การจ่ายเงินสุดท้ายถึงได้รวดเร็วนัก

ค่าจ้างรายเดือนของพนักงานทดลองคือ 2,500 หยวน เงินเดือนแค่นี้ไม่เยอะนักสำหรับสถานที่เช่นฝูโจวซึ้งมีมาตรฐานการครองชีพสูงมาก

การเช่าห้องที่นี้มีราคาที่ 1,200 หยวนต่อเดือน หลังจ่ายค่าไฟ ค่าน้ำ และอื่นๆในชีวิตประจำวันมันก็แทบจะทำให้เขาไม่มีเงินเหลือใช้แล้ว

หลังจากได้รับเงินเดือนสุดท้ายแล้ว เขาได้เดินออกจากที่นั่น และในตอนนี้เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะไปไหนต่อดี

ไป่เฟิงมีอายุ 26 ปี และยังไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตของเขาเลยซักอย่าง

เขาไม่มีเงินเก็บ ไม่มีรถ ไม่มีบ้าน ไป่เฟิง ไม่มีอะไรเหลือให้กับชื่อของเขาเลย แฟน? อย่าไปพูดถึงมันเลย

ไป่เฟิงไม่เคยเห็นพ่อแม่ของเขาเลยเมื่อตอนเด็ก เขาเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไว้ แต่โชคดีที่มีชายแก่คนหนึ่งรู้สึกดีและเก็บเขามาเลี้ยง

ถ้าไม่อย่างงั้นเขาคงตายไปนานแล้ว หลังจากที่เขาเรียกจบโรงเรียนมัธยมต้นแล้วเขาก็เริ่มทำงานทันที

ไม่ใช่เพราะเขาไม่ชอบเรียน หรือเรียนไม่เก่ง แต่ความจริงคือผลการเรียนของ ไป่เฟิง ดีมาก เขาเป็นคนที่โดดเด่น แต่เหตุผลเดียวที่เขาไม่เรียนต่อก็คือชายแก่ใจดีนั้นแก่ลงมากแล้ว บางทีอาจจะอยู่ไม่ถึงฤดูหนาวด้วยซ้ำ ไป่เฟิงจึงมีทางเลือกเดียวคือ ต้องลาออกจากโรงเรียนแล้วนำชายแก่ที่มีอายุมากกลับไปที่หมู๋บ้าน จากนั้นเขาก็กลับมาหางานต่อไป

แม้ว่างานที่ได้จะเหนื่อยหรือสกปรกแค่ไหน ไป่เฟิงยังคงอดทนเนื่องจากค่าจ้างค่อนข้างดี

หลังจากทำงานมาได้หลายปี ไป่เฟิงสามารถเก็บเงินออมได้เล็กน้อย แต่เมื่อตอนเขาอายุ 23 ไป่เฟิงตกลงมาด้วยความสูง 3 ชั้นจากที่ทำงาน ทำให้เขาบาดเจ็บหนัก

นายจ้างผู้รับเหมาที่มองอยู่เห็นว่านี้เป็นเรื่องแย่แล้วเลยได้วิ่งหนีไป เฉพาะผู้ที่ดูแลไซต์งานที่ไม่ได้วิ่งหนี แต่เขาก็หลบอยู่ข้างหลัง

หนึ่งจะสมมติได้ว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุตามกฏหมายผู้ที่ดูแลรับผิดชอบต้องรับผิดชอบ และดูแลช่วยเหลือเขา แต่นั้นไม่ใช่ปัญหาเลยเพราะคนที่ต้องเข้ามาช่วยเหลือนั้นคือหัวหน้าคนงานแล้วตอนนี้เขาก็วิ่งหนีหายไปนานแล้ว !

ในที่สุดหลังจากถูกกดดันอย่างหนักโดยลุงในหมู่บ้านของไป่เฟิง หัวหน้างานก็ยอมแพ้แล้วยอมจ่ายเงินจำนวน 100,00 หยวนเพื่อจบเรื่องนี้

อย่างไงก็ตามเพราะอุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้เงินฝากของไป่เฟิงหายไปหมด เพราะมีบาดแผลหลายที่ที่ถูกซ่อนไว้ตามร่างกายของเขา

และตั้งแต่ตอนนั่นมันทำให้ชีวิตของเขาไม่สามารถทำงานที่ใช้แรงงานหนักได้ เพราะเมื่อใดก็ตามที่เขาใช้แรงมากเกินไป เขาจะรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างของเขา

หมอได้บอกอย่างจริงจังกับเขาว่า ไป่เฟิงมีโอกาส 80 % ที่เขาจะกลายเป็นอัมพาตเมื่อถึงวัย 40 !

จนถึงวันนี้บางส่วนของร่างกาย ไป่เฟิง ยังคงมีเหล็กติดอยู่ !

เดิมที่ลุงในหมู่บ้านของไป่เฟิงคิดจะให้เขาหมั้นกับลูกสาวของเขา จนถึงขั้นได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับการแต่งงานของฝ่ายหญิงแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเมื่ออีกฝ่ายได้ยินเกี่ยวกับอุบัติเหตุของเขา พวกเขาถอนคำพูดเกี่ยวกับการทำงานทันที

มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ใครอยากจะใช้ชีวิตครึ่งหลังของพวกเขาเพื่อดูแลคนพิการละ ?

หลังจากใช้เวลาตลอดครึ่งปีที่อยู่บนเตียง ในที่สุดไป่เฟิงก็กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ

'หรือฉันจะกลับบ้านดี ?'

ความคิดดังกล่าวกระพริบผ่านใจของไป่เฟิง ช่วงเวลาที่ความคิดนี้โผล่ขึ้นมาแต่แค่แปปเดียวแล้วก็หายไป

'ตั้งแต่ที่ฉันอยู่ได้ด้วยตัวเองก็เท่ากับว่าต้องพึงตัวเองเท่านั้น' ไป่เฟิงคิดอย่างไม่เต็มใจ

ยิ่งเขาคิดถึงเรื่องนี้เท่าไรก็ยิ่งมีความเป็นไปได้มากว่า เขาสามารถเลี้ยงเป็ดและไก่ สามารถปลูกข้าวสาลีหรือปลูกอะไรก็ได้

หลังจากที่แก้ปัญหาในความคิดแล้ว ไป่เฟิงตัดสินใจคว้ากระเป๋า ก้าวไปข้าวหน้าอย่างแข็งขันและหายตัวไปในฝูงชน

3 ชั่วโมงต่อมา ไป่เฟิงลงที่สถานีขนส่งทางไกล

ตอนแรกเขาคิดจะมาโดยรถไฟความเร็งสูง แต่ว่าเพราะมันไม่สะดวกในการเอาข้าวของจำนวนมากมาด้วย ทำให้เขาต้องมาโดยรถประจำทาง

****

ที่บ้านเกิดของไป่เฟิง ชิงเฉิง

เมืองที่ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาสูง เป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศทัศนียภาพที่น่าตกใจ วันที่มีเมฆเราสามารถมองเห็นขอบฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆและรูปร่างที่คลุมเครือของภูเขาที่ยืนออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดได้

"ไปภูเขาชิงหลิงเท่าไหร่" ไป่เฟิงถามขณะที่กำลังเดินขึ้นบนรถแท็กซี่ที่จอดข้างนอกสถานี

"ไปภูเขาชิงหลิง มันไกลอยู่น่า 100 หยวนละกัน"

ไป่เฟิงกระพริบตาแล้วเดินออกมาโดยไม่พูดอะไร

คนแต่งตัวประหลาดนี้คิดว่าจะเชือดเขาได้ง่ายๆหรือยังไง ปกติค่าเดินทางมันควรจะไม่เกิน 40 ด้วยซ้ำ !

"เอ่อ น้องชายรอเดี่ยว อย่าเพิ่งไป มะกี้บอกราคาผิดหน่ะ"

คนขับแท็กซี่เริ่มกังวัลการหาลูกค้าแถวนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วเขาจะปล่อยให้ธุรกิจนี้หลุดมือไปได้ยังไง !

"สี่สิบ !" ไป่เฟิงหันหน้าไปแล้วพูดแห้งๆ

"น้องชายมันน้อยเกินไป ขอเพิ่มอีกหน่อย เจ็ดสิบละกัน" คนขับรถพูดพร้อมกับแสดงท่าทางเจ็บปวดราวกับว่าเนื้อของเขากำลังโดนหั่นเป็นชิ้นๆ

"ฉันคงให้สี่สิบถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เดียวฉันหารถคันอื่นไปเอง"

ไป่เฟิงไม่อ้อมค้อมแต่ก็ไม่ได้หยาบคายกับคนขับรถมากเกินไป

"ก็ได้ๆ สี่สิบ"

คนขับรถพยายามจะไม่แสดงออกทางจมูกของเขาว่าเขาไม่พอใจแค่ไหน ที่เขาทำได้ก็แค่ถอนหายใจ หลังจากไป่เฟิงวางกระเป๋าลงข้างๆตัว รถก็ค่อยๆแล่นตัวออกไปทิ้งไว้เพียงเศษฝุ่น

"น้องชายมาเที่ยวพักผ่อนงั้นหรอ" คนขับรถถามด้วยเสียงที่เป็นมิตรหลังจากขับรถมาได้ซักระยะนึง

"ไม่ ฉันอาศัยอยู่ที่นี้" ไป่เฟิงมองออกไปที่หน้าต่างแล้วด้วยกลับด้วยรอยยิ้ม

'ไม่น่าแปลกใจเลยทำไมถึงมันถึงดูฉลาดนัก ที่แท้ก็คนท้องถิ่นนี้เอง !' คนขับรถแท็กซี่ได้แต่ทำหน้าข่มขืน ไอ้เจ้าเด็กนี้นึกว่าจะมาเที่ยว ที่ไหนได้มันก็คือคนที่นี้

บรรยากาศในรถเริ่มอึดอัดเล็กน้อย แต่ในช่วงสั้นๆคนขับรถก็ไม่สามารถทนได้ เขาจึงไอเบาๆ แล้วเปลี่ยนเรื่องคุย

บรรยากาศของภูเขาชิงหลงนั้นสวยงามเหมือนภาพวาด ไม่ว่าจะหินแปลกๆที่ต่างก็ว่างอยู่ในพื้นที่โล่งโดดเดี่ยว อันเป็นความงามมาจากพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง และในตอนนี้เป็นพื้นที่ที่สวยงามระดับ สาม A

โรงแรมเกิดขึ้นผ่านถนนมากมาย เมื่อสองปีก่อนมีคนเสนอไป่เฟิง 1,500,00 หยวนสำหรับซื้อบ้านของไป่เฟิง หลังจากที่ชายแก่เสียชีวิตลง แต่เขาก็ปฏิเสธที่จะขายมัน

แม้ว่าช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นเรื่องยากสำหรับเขา แต่ไป่เฟิงก็ไม่เคยให้ความสำคัญที่จะขายบ้านหลังนี้ เพราะสิ่งเดียวที่ใช้ระลึกเหลืออยู่ของชายแก่คนนั้นคือบ้านหลังนี้

แม้ถนนจะราบเรียบ แต่ยังใช้เวลา 40 นาทีในการเดินทางมาถึงหมู่บ้านที่เชิงเขาของภูเขาชิงหลิง

แถวของบ้านที่มีสีเก่าจางๆ ปรากฏตัวให้เห็นจากระยะไกลนำมาด้วยกลิ่นของสมัยโบราณ พระอาทิตย์ตกจัดว่าเป็นแสงสุดท้ายของหมู่บ้านนี้ ทำให้สถาพอาคารโบราณสวยงามราบกับว่าพวกมันถูกมัดด้วยทอง

ไป่เฟิงส่งมอบค่าโดยสารและก้าวเดินไปทางถนนที่ปูด้วยหินปูน

ร้านขายของมากมายเรียงรายอยู่ตามสองข้างทาง บนถนนมีกลุ่มนักท่องเที่ยวรวมตัวกันเพื่อดูของที่ระลึกต่างๆมากมาย

ไป่เฟิงสังเกตเห็นว่ามีหลายๆอย่างเห็นไปในหมู่บ้านนี้เมื่อเทียบกับที่เคยเป็นมาเมื่อสองปีก่อน ปัจจุบันหมู่บ้านมีความเจริญขึ้นมาก นอกจากนี้ยังมีบังกะโลแบบตะวันตกที่สร้างขึ้นทั่วทุกหนแห่ง

ไป่เฟิงเลือกซื้อสิ่งของที่จำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวัน พวกผักและส่วนผสมในการทำอาหาร เมื่อเขาเดินผ่านร้านค้าเหล่านั้น

ขณะที่เขาเดินมาเรื่อยๆ อาคารข้างทางก็ค่อยๆเบาบางลงเรื่อยๆ และค่อยๆเลือนหายไปตามเส้นทางที่เต็มไปด้วยโคลนและต้นไม้สูง ไป่เฟิงก้าวไปบนทางเท้าที่มีหินสีเขียวอยู่ทางเล็กๆที่เหล่านี้เต็มไปด้วยวัชพืชมากมาย

หลังจากที่เดินไปตามเส้นทางเล็กๆ ประมาณ 10 นาที ตึกแถว 4 ชั้นก็โผล่ขึ้นมาให้เห็น ใช่แล้ว บ้านของเขาเอง

บ้านที่แท้จริงของไป่เฟิง

ED/N : Bei Feng = ลมเหนือ

------

แนะนำให้หาอ่าน Gourment food suppile ไปด้วยนะครับเพื่อเพิ่มความเกรียน (?) ไปในตัว
ลงไม่บ่อยนะครับ เพราะแปลจาก eng บางที eng มันแปลมั่วด้วยเช่นกันเลยต้องตรวจดูหลายที ปกติ 1 ตอนใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงในการแปลครับ :D
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 433 ครั้ง

692 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 22:32
    น่าสนุกนะเนี่ย
    #469
    0
  2. #393 ddlovepp (@puilikedd) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 18:55
    สนุกๆ ตามๆ
    #393
    0
  3. #388 Chooon (@Chooon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 17:39
    เราว่าภาษามันดูทื่อๆไปอ่ะค่ะลองเกลาๆดูใหม่นะคะ
    #388
    0
  4. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:40
    ใส่ , ระหว่างตัวเลขผิดนะ. ช่วยแก้ด้วยนะทำเอางงเลย
    #372
    0
  5. #300 ดิสตี้โนวา (@pipawat) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 19:30
    บูฟ่ง แกเป็น Chefs นี่น่า
    #300
    0
  6. #277 8lek (@8lek8) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 11:44
    ขอบคุณค่ะ
    #277
    0
  7. #274 PiyapatBang (@PiyapatBang) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 07:35
    รบกวนแก้หน่วยเงินหน่อยค่ะ ง๊งงงมาก 1,500,00 คือ 1,500,000 หรือ 150,000 คะ ไม่เข้าใจ แหะๆ
    #274
    0
  8. #255 Chalamekhuan Choyim (@kakabambu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 09:56
    สีหน้าขมขื่น ? สีหน้าข่มขืน x
    #255
    0
  9. #254 k_he (@k_u_k_k_i_k) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 14:10
    ลองเปลี่ยน จากฉัน เป็น ผม สรรพนามที่แทนตัว ไป่เฟิง มันน่าจะสมูท มากขึ้นค่ะ
    #254
    0
  10. #228 musiccool (@musiccool) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 23:41
    ขอโทษนะคะ แต่ตัวพินอินชื่อตัวเอก Bei Feng อ่าน เป่ยเฟิงนะคะ เป็นสระ ei - เอย
    ปล. เป่ย - เหนือ , เฟิง - ลม ค่ะ
    #228
    0
  11. วันที่ 27 กันยายน 2560 / 17:11
    เริ่มต้นชีวิตอยู่แบบพอเพียง...
    #224
    0
  12. #178 AP20698588 (@AP20698588) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 07:12
    นี่มัน! สตาดิวอลเล่ชัดๆ
    #178
    0
  13. #158 Nungning1978 (@Nungning1978) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 21:31
    สู้ๆค่ะพยามตอไป

    #158
    0
  14. #105 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 00:33
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #105
    0
  15. #101 karnjana1956 (@karnjana1956) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 16:48
    ขอบคุณ ที่แปลให้อ่านคะ ชอบมากคะ
    #101
    0
  16. #18 MeawMeaw🐾 (@mikaail) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 20:15
    แปลดีนะคะ เรื่องก็สนุก แต่ฟอนต์ตัวเล็กไปหน่อย แนะนำ angsana new ไซต์18ค่ะ กำลังดี

    ปล.ใส่ลิงค์เว็บต้นฉบับรึเวอร์ชั่นอิ้งไว้ก็ดีค่ะเผื่อจิไปดำน้ำ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 กันยายน 2560 / 20:28
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 2 กันยายน 2560 / 20:36
    #18
    1
    • #18-1 Pdiko (@Pdiko) (จากตอนที่ 1)
      3 กันยายน 2560 / 00:52
      อ่า ปกติผมแปลใส่ Text อะครับขอโทษด้วย เดียวจะแก้ไขให้นะครับขอบคุณมาก

      เดวจะแปะไว้ให้ที่หน้าหลักนะครับ
      #18-1