Fishing the Myriad Heavens (นิยายแปล)

ตอนที่ 126 : บทที่ 125 เหล่าผู้คนที่ถูกเจ้าของบ้านเอาเปรียบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,744
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 197 ครั้ง
    23 ธ.ค. 61

บทที่ 125 เหล่าผู้คนที่ถูกเจ้าของบ้านเอาเปรียบ

กลิ่นหอมอันน่าอร่อยของเนื้อซาราแมนเดอร์ยักษ์ปรากฏออกมาบนโต๊ะพร้อมกับซอสเล็กน้อยข้าง ๆ ถาด

ดวงอาทิตย์ลอยขึ้นสูงบนท้องฟ้าส่งความร้อนออกมา คนที่เพิ่งกลับมาจากการขุดในตอนเช้าตอนนี้ผิวสีน้ำตาลของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อที่ปกคลุมจนมัมวาว

แต่ความร้อนและเหงื่อไม่ได้ทำให้เสียงท้องร้องของเขามีปัญหาเลย กลุ่มตัวโตทั้งหลายรีบคว้าตะเกียบจุ่มเนื้อลงไปในซอสแล้วยัดเข้าไปในปากทันที

"ซี๊ดดด ! ร้อนน !" ผู้ชายคนหนึ่งร้องออกมาเสียงดังเมื่อเขาเอาเนื้อเข้าไปในปากโดยที่ไม่รอให้เย็น มันได้ลวกปากของเขาทันที ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะทรมานจากความร้อนในปากแต่เขาก็ไม่ต้องการที่จะคายเนื้อออกมา

"อร่อยมาก ! นี้เป็นครั้งแรกที่ฉันกินอะไรอร่อย ๆ แบบนี้ !"

"ไอ้โง่เอ้ย ซุปนี้สิคือสมบัติที่แท้จริง ! มันอร่อยและสดชื่นมาก !"

ทุกคนมีความชอบแตกต่างกันออกไป บางคนดื่มน้ำซุปโดยที่ทำหน้าตามึนเมาในขณะที่บางคนก็เคี้ยวเนื้อด้วยท่าทางมีความสุขบนหน้าของพวกเขา

ที่จริงแล้วสมบัติจริง ๆ นั่นคือซุปนั่นแหละ ! เพราะว่ามันมีไขมันและกรดอะมิโนจากเนื้อ พวกมันได้ผสมผสานกันอย่างลงตัวในซุปทำให้เกิดความสมบูรณ์แบบทั้งรสชาติและคุณค่าของมัน ตามจริงแล้วเพียงแค่รสชาติมันก็เหนือกว่าเนื้อสัตว์ทุกชนิดแล้ว !

สิ่งดี ๆ ที่ไป่เฟิงมอบให้นั้นก็เพราะว่าเขาต้องการใช้พื้นที่จำนวนมาก เขาได้ใช้เนื้อถึง 100 จินสำหรับมื้อนี้ เขามั่นใจได้ว่าแต่ละคนจะต้องได้กินเนื้ออย่างน้อย 1 จินแน่นอน ! ด้วยชามข้าวขนาดใหญ่ 2 ชามต่อคน แค่นี้มันก็ทำให้พวกเขาอิ่มกันจนจุกได้แล้ว

หลังจากกินอาหารเสร็จ พวกเขาก็แยกย้ายกันไป บางคนไปนอนใต้ต้นไทร บางคนก็ไปสูบบุหรี่ ในขณะที่มีจับกลุ่มคุยกันสบาย ๆ 

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ไป่เฟิงก็ได้ปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มสดใส "พวกนายกินกันเสร็จหรือยัง ? อิ่มไหม ?"

"อึก"

ทุกคนพร้อมใจกันกลืนน้ำลายทันที พวกเขารู้สึกกระตุกตาแปลก ๆ บัดซบ มันต้องมีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นแน่นอนเมื่อมองเห็นรอยยิ้มนั้น !

ตามที่คิดไว้ ไป่เฟิงพูดออกมาอย่างรวดเร็ว "ในเมื่อพวกนายกินกันเสร็จแล้ว มันถึงเวลาต้องทำงานต่อแล้วจำได้ไหม ? อย่าลืมว่ามันยังมีบ่อน้ำที่พวกนายต้องขุดให้ฉัน"

"อ่าา !"

"บัดซบ ! ฉันก็คิดว่าพวกนายไปทำอะไรกันในตอนเช้า ถึงว่าทำไมถึงมีคนอยากจะเปลี่ยนงานกับฉัน ! ขุดบ่อมันหนักมากไหม ?"

พวกที่เหลือกลายเป็นคนโง่ทันทีเมื่อฟังคำพูดจบ ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็รู้สึกสงสารตัวเองเช่นกัน

ในเมื่อพวกเขาถูกเรียกให้ไปทำงานพวกเขาก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที แต่เมื่อพวกเขาเดินไปถึงหลังบ้านแล้วคิดถึงชะตากรรมของคนอื่น พวกเขาก็เริ่มรู้สึกสบายใจมากขึ้น

มีเพียงแค่ 10 คนที่ถูกดึงออกมาเพื่อทำงานอื่น ๆ เช่นล้างจาน เช็ดโต๊ะ ในขณะที่พวกที่เหลือถูกส่งไปขุดบ่อ

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว ตอนนี้พวกเขาก็ได้หลุมที่มีความลึก 2 เมตร กว้าง 6-7 เมตร โดยหลุมนี้มันถูกขุดขึ้นมาด้วยความพยายามของคนเกือบ 100 คน

มันโชคดีที่ดินค่อนข้างซุย มันจึงขุดได้ง่าย แต่ถ้าเกิดว่ามันมีก้อนหินหรือรากไม้มากมายเหมือนบนดินใกล้ ๆ ภูเขา มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะขุดได้ขนาดนี้

หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จไป่เฟิงก็ไล่ทุกคนออกไป เขาไม่สามารถให้คนจำนวนมากมาอยู่ในบ้านของเขาได้

แต่เมื่อคิดถึงฉากวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้ ไป่เฟิงก็ตัดสินใจให้ครึ่งหนึ่งอยู่ที่นี่ก่อนจะสั่งให้พวกเขาไปหาที่พักในหมู่บ้าน ส่วนที่เหลือสามารถกลับไปได้

บรรดาผู้ที่สามารถกลับไปได้นั่นพวกเขามีความสุขอย่างมาก พวกเขารีบออกไปเพราะกลัวว่าจะโดนไป่เฟิงเรียกให้กลับมาเพื่อขุดหลุมในวันพรุ่งนี้

บรรดาผู้ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังนั่นราวกับถูกบังคับให้กินน้ำเต้าขม พวกเขากำลังจินตนาการว่าพรุ่งนี้บอสใหญ่ของพวกเขาจะทรมานพวกเขาด้วยอะไร

วันต่อมา มี 10 คนถูกทิ้งไว้ที่ร้านของลุงเซียงเพื่อพาลูกค้าไปที่บ้านของเขา ส่วนที่เหลือก็อยู่ที่บ้านของไป่เฟิงแล้วเริ่มทำงาน

เมื่อมีคนผ่าฟืนและเติมน้ำแล้ว ไป่เฟิงก็พบว่าตัวเขาเองไม่มีอะไรให้ทำอีกแล้ว

เขาเรียก Extreme Arctic Frost ออกมาแล้วไปที่ลำธารด้านหลังบ้าน เขาใช้ปลายของ Extreme Arctic Frost ทำทางโดยลึกประมาณ 30 เซนกว้างขนาดพอ ๆ กับหมัดของเด็กทารกเชื่อมไปยังบ่อที่ถูกขุดเมื่อวาน

หลังจากที่พอใจกับฝีมือตัวเองแล้ว ไป่เฟิงก็กลับไปที่บ้าน ด้วยความเร็วของน้ำที่ไหลมานี้ มันน่าจะใช้เวลานานกว่าที่น้ำจะเต็มบ่อ

ซาราแมนเดอร์ยักษ์มันเหมือนกับซี่โครงไก่สำหรับเขาตอนนี้ ถึงรสชาติจะไม่ได้แย่แต่มันก็ถูกโยนทิ้งไป เพราะมันใช้พื้นที่ในการเก็บมากเกินไป

และเพราะแบบนี้จึงมีโปรโมชั่นขึ้นมาเพื่อที่จะขายมันออกไปอย่างรวดเร็ว มันก็ไม่เลวที่จะให้คนอื่น ๆ มีความสุขกับอาหาร นี้เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการจัดการกับเนื้อซาราแมนเดอร์ยักษ์

เมื่อดูเวลาตอนนี้ 11.00 น. แล้ว ลูกค้าก็เริ่มมากันแล้ว สภาพอากาศตอนนี้ร้อนอย่างมาก

มีลูกค้าบางคนเอาร่มขนาดใหญ่มาด้วย และก็มีคนอยู่ไม่กี่คนที่คุยกันอยู่ใต้ร่ม พวกเขาคุยกันสบาย ๆ

คนที่ฉลาดจะรีบย้ายไปนั่งใกล้ ๆ ใต้ต้นไทร บางคนก็เริ่มที่จะย้ายไปนั่งใกล้ ๆ ป่าแทน

"หยาหยา ทำไมฉันรู้สึกเหมือนเราจะเข้ามาในถ้ำโจรเลยละ ? ดูพนักงานเสิร์ฟสิ ดูก็รู้แล้วว่าพวกเขาไม่ใช่คนดี !"

สาวน้อยคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนสาวข้าง ๆ เธอ เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยเมื่อพูดว่า 'พนักงาน'

"อย่ากลัวน่า มีคนเยอะแยะมาที่นี่ก่อนเราอีก ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขาเลย" ซงหยาชี้ไปที่โต๊ะใกล้ ๆ "เห็นคนพวกนั่นไหม ? เขามีผมสีทองแล้วก็มีรอยสักด้วย แต่เขาก็พูดแบบคนปกติไม่ใช่หรอ ?"

ชายหนุ่มที่มีอายุ 20 ปีที่หน้าเหมือนคนไม่ดีเมื่ออยู่ในสายตาของซงหยา ถ้าหากมันมีตัวอีกษรบนหน้าผากเขาว่า "ฉันมันเลว" มันคงเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบน่าดู ตอนนี้เขากำลังยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อคุยกับ 'พนักงานเสิร์ฟ'"

"อืมมันก็จริง ... มันเป็นความผิดของฉันเองที่ตัดสินคนจากภายนอก" หญิงสาวข้าง ๆ เดาะลิ้นออกมาแล้วพูดด้วยความอับอาย

ในขณะเดียวกันผู้ชายที่ถูกยกย่องว่าเป็นคนดีที่กำลังคุยกับพนักงานเสิร์ฟอยู่นั้น

"อ่า พี่เม้ง พี่มาทำอะไรที่นี่ ?" ดวงตาของลั่วไห่แทบจะออกมาจากเบ้าเมื่อเห็นพนักงานเสิร์ฟคนนี้

"นายเรียกฉันมาแค่นี้ ?" เม้งฉิงเฟิงมองไปที่ลั่วไห่

ลั่วไห่สับสนเล็กน้อย "ใช่แล้ว พี่เม้ง พี่มาที่นี่เพื่อนกินอาหารด้วยใช่ไหม ? เจ้าของร้านที่นี่เขาไม่รู้วิธีทำธุรกิจหรือยังไงกัน ! เขาไม่เคยได้ยินคำว่า "ลูกค้าคือพระเจ้า" ยังงั้นเหรอ ? ทำไมเขาต้องปล่อยให้พระเจ้านั่งใต้ดวงอาทิตย์ร้อน ๆ และไม่มีน้ำให้ได้ยังไงกัน ?"

มุมปากของเม้งฉิงเฟิงกระตุกเล็กน้อย เขายิ้มออกมาอย่างน่าเกลียด "นายรู้จักฉัน ?"

"ฉันรู้ ! แน่นอนว่าฉันรู้จักพี่ ! พวกเราเจอกันครั้งสุดท้ายที่ Azure Bar !"

ลั่วไห้รู้สึกตื่นเต้นมาก คนตรงหน้าเขาเป็นพี่ใหญ่ถึงสามแก๊ง ! บาร์ที่เขาทำงานอยู่ก็อยู่ภายใต้การควบคุมของพี่เม้งคนนี้ แม้กระทั่งผู้จัดการร้านก้ยังทำตัวเหมือนหลานชายที่เชื่อฟังเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา !

ลั่วไห่เป็นเพียงลูกน้องที่ต่ำต้อย หากเขาทำความรู้จักกับพี่เม้งได้ในวันนี้ หากว่าพี่เม้งพูดถึงเขากับพูดจัดการซักเล็กน้อย เพียงคำเดียวจากพี่เม้งมันก็จะทำให้เขาเลื่อนขั้นรวมทั้งได้เงินเดือนเพิ่มแน่นอน จริงไหม ?

"นายจำผิดแล้ว ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟของที่นี่ นายต้องการน้ำใช่ไหม ? เดียวฉันเอามาให้" ใบหน้าของเม้งฉิงเฟิงมืดลงหลังจากนั่นเขาก็หันจากไป

"พี่เม้ง ! ฉันไม่มีทางจำผิดคนได้ !" ลั่วไห่ตะโกนออกมาแล้ววิ่งไล่ตามเม้งฉิงเฟิง

เขาหันกลับมาพร้อมกับความอันตรายที่พุ่งออกมาจากดวงตาของเขา เม้งฉิงเฟิงมองไปที่ลั่วไห่ "นายไม่เข้าใจคำพูดที่ออกมาจากปากของฉัน ? ฉันบอกว่านายจำผิดคน มันก็คือผิดคน ! ถ้าฉันเห็นนายเอาเรื่องในวันนี้ไปพูดข้างนอกละก็ เตรียมตัวโดนไล่ล่าไว้ให้ดี !"

ลั่วไห่รู้สึกแข็งค้างทันที 'น่ากลัวอะไรขนาดนี้ !'

"ไห่ซี มีอะไรหรือเปล่า ? ทำไมนายต้องพูดกับพนักงานสุภาพด้วย ?"

คนที่มาพร้อมกับลั่วไห่ถามทันทีที่เขานั่งลง

ลั่วไห้ส่ายหน้าอย่างแรง เขาไม่กล้าที่จะพูดออกมา จิตใจของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความกลัว กลัวในสายตาอันโหดร้ายของเม้งฉินเฟิง กลัวคำพูดที่หนาวเย็นจนลึกเข้าไปในกระดูกของเขา

"ดุ๊ง !"

"นี้เครื่องดิ่มของนาย ขอให้มีความสุข"

เม้งฉิงเฟิงวางถ้วยยาลงอย่างแรงตรงหน้าลั่วไห่

ลั่วไห่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจ เขารู้สึกราวกับว่ากำลังนั่งอยู่บนเบาะที่ทำมาจากเข็ม บัดซบ ทำไมเขาต้องไปเรียกพนักงานเสิร์ฟโดยไม่มีเหตุผล ? เยี่ยม นอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้วบางทีมันอาจจะร้ายแรงกว่าเก่าด้วยซ้ำ .. บางทีพี่เม้งอาจจะมองหาฉัยแล้วจัดการฉันหลังจากผ่านช่วงเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงใช่ไหม ?

'บัดซบ ฉันทำงานที่ Azure Bar ไม่ได้อีกแล้ว ฉันต้องลาออกทันทีที่กลับไป !' ใบหน้าของลั่วไห่ซีดเซียว หัวใจของเขาเจ็บปวดอย่างมาก

หากเขายังทำงานอยู่ที่นี่ บางทีเม้งฉิงเฟิงมาหาเขาซักวันหนึ่งเพราะจัดการกับเขาก็ได้ !

เมื่อลูกค้าทุกคนมาครบแล้ว หม้อสิบกว่าหม้อที่มีซุปที่เคี่ยวจากซาราแมนเดอร์ยักษ์ก็ส่งกลิ่นอันหอมหวานออกมา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 197 ครั้ง

692 ความคิดเห็น