Fishing the Myriad Heavens (นิยายแปล)

ตอนที่ 158 : บทที่ 157 เทคนิคการหายใจด้วยแสงระดับสูง !

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,653
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 178 ครั้ง
    28 เม.ย. 62

บทที่ 157 เทคนิคการหายใจด้วยแสงระดับสูง !

ด้วยพลังจิตที่สูงกว่าปกติทำให้เขาสามารถจดจำเนื้อหาในหนังสือเก่า ๆ ได้สบาย ๆ

แม้ว่าเขาจะไม่สามารถบอกได้ว่าเนื้อหาเหล่านั่นสมบูรณ์หรือไม่ แต่อย่างน้อยเขาขอแค่ทำความเข้าใจมันให้ได้มากที่สุดก็พอ

ด้วยประสบการณ์มากมายที่ถูกส่งต่อมาจากผู้ฝึกฝนเทคนิคการหายใจด้วยแสงและแผนภาพไทจิมันกลายเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้เขาเข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่าง

ไป่เฟิงเข้าสู่สภาวะจิตใจสงบนิ่ง การใช้บัญญัติเต๋านี้เรียกได้ว่าการเป็นหนึ่งเดียวกับสวรรค์ หรือถ้าเป็นอีกโลกก็คือคำว่าการเข้าใจท่องแท้ !

ราวกับสัญชาตญาณในร่างกระตุ้นเอง ไป่เฟิงหันหน้าไปทางธรรมชาติตรงทิศตะวันออกแล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ !

ลำแสงสีม่วงหนา ๆ ขนาดเท่าแขนผู้ใหญ่ถูกยิงออกมาจากก้อนเมฆและยิงเข้าไปในจมูกของไป่เฟิง !

เส้นพลังฉีสีม่วงนับไม่ถ้วนค่อย ๆ ถูกดูดซึมเข้าไปในร่างของไป่เฟิง รูขุมขนของเขาเปิดออกและดูดพวกมันเข้าไป

ทันทีที่เขาได้ดูดซับแสงสีม่วง ไป่เฟิงก็เหมือนได้รู้แจ้ง ความเข้าใจอันสมบูรณ์พุ่งเข้ามาในหัวของเขา หลังจากนั้นความเข้าใจถึงเทคนิคการหายใจด้วยแสงได้เลื่อนขั้นมันมาถึงระดับสูง ! อีกเพียงก้าวเดียวเขาก็สามารถเข้าใจถึงวงจรที่ยิ่งใหญ่ของโลกได้ !

หลังจากนั่นความเจ็บปวดก็ปะทุออกมาจากกระดูกของเขา ไป่เฟิงอดทนรับความเจ็บปวดในขณะที่เขาทำความเข้าใจกับร่างกายในตอนนี้ เขาสังเกตการเปลี่ยนแปลงในร่างกายอย่างช้า ๆ

แสงสีม่วงกลายเป็นหมอกและยึดติดอยู่กับกระดูกของเขา หลังจากนั่นมันก็ค่อย ๆ ถูกดูดซึมเข้าไปในกระดูกอย่างช้า ๆ

"ความรู้สึกนี้มันมากกว่าครั้งก่อน ๆ และดูเหมือนความเร็วที่แสงสีม่วงถูกดูดเข้าไปในกระดูกจะเริ่มช้าลงแล้ว งั้นก็หมายความว่ากระดูกของฉันน่าจะดูดแสงสีม่วงจนเกือบจะเต็มแล้ว ?"

ไป่เฟิงพึมพำกับความคิด สำหรับเขาแสงสีม่วงนั่นน่าจะมีผลกับการเสริมความแข็งแกร่งให้กับกระดูก แต่สิ่งเดียวที่เขาไม่แน่ใจคือเขาไม่รู้ว่ามันใช้เวลานานแค่ไหน

ร่างของไป่เฟิงไม่ได้ขับของเหลวกลิ่นเหม็นออกมาเหมือนตอนฝึกฝนปกติ แต่มันกลับขับกลิ่นหอมสดชื่นออกมาแทน นี่เป็นสัญญาณว่าเขาได้บรรลุการฝึกฝนในร่างกายเรียบร้อย !

เมื่อร่างกายแข็งแกร่งขึ้น สิ่งสกปรกในร่างก็จะถูกขับออกมาจากร่างช้า ๆ นี้เป็นหนึ่งในวิธีที่ใช้เลื่อนระดับจากเหาเทียนเป็นเจียนเทียน !

วลี 'เจียนเทียนคือความบริสุทธิ์' หรือก็คือเด็กทารกในครรภ์มารดา เพราะว่าร่างกายของเด็กทารกในครรภ์นั่นไม่มีสิ่งสกปรกใด ๆ

หลังจากที่เขาได้ออกมา เขาก็เริ่มสูดอากาศไม่บริสุทธิ์และเริ่มซึมซับอาหารจำนวนมาก มันจึงทำให้สิ่งสกปรกจำนวนมากสะสมในร่างของพวกเขา !

ร่างกายของไป่เฟิงได้มาถึงระดับเจียนเทียน และในตอนนี้ก็ไม่มีสิ่งสกปรกใด ๆ ในร่างของเขา มันจึงได้ปลดปล่อยกลิ่นหอมสดชื่นออกมาแทน

แม้ว่าเขาจะไม่รู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น แต่ไป่เฟิงรู้สึกว่าเขาสามารถควบคุมร่างกายได้ง่ายขึ้น !

หลังจากนั่นเขาก็กลับมาที่บ้านและเริ่มทำอาหารเช้า

เนื้อมังกรถูกตัดเป็นชิ้นบาง ๆ ไป่เฟิงใช้เนื้อทาด้วยขิงผสมหัวหอม จากนั่นใช้น้ำมันหมูผสมซีอิ๊วทาบาง ๆ ลงที่เนื้อแล้วนำไปใส่หม้อทำอาหารแรงดันสูง

ห้านาทีต่อมาเขาก็เปิดฝาหม้อ กลิ่นหอมแพร่กระจายไปทั่วห้องครัวอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าจานจะร้อนแค่ไหน แต่ไป่เฟิงก็เอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ตัวขิงได้ละลายจากการโดนความร้อนและมันได้กระจายล้อมรอบตัวปลาดังเช่นผ้าห่ม

มีซุปนมขาว ๆ ที่ส่องประกายระยิบระยับเป็นชั้นน้ำมันอยู่ด้านล่างถาด

ไป่เฟิงนำมันใส่จานและเรียกจิ้งจอกน้อยมากินด้วยกัน

หลังจากกินปลานึ่งหมดไปหนึ่งชิ้น ไป่เฟิงก็ตระหนักได้ว่าช่องว่างการทำอาหารของเขากับชายชราที่อยู่ร้านศาลาภูเขาบอบบางนั่นห่างกันแค่ไหน โชคดีที่เนื้อราชามังกรหิมะหยกดำนั่นมีความอร่อยของมันอยู่แล้ว มันจึงสามารถละเลยการทำอาหารของเขาไปได้

"เนื้อดี แต่ฉันขาดข้าวที่ใช้กินคู่กับมัน"

ไป่เฟิงพึมพำกับตัวเองในขณะที่นอนบนเก้าอี้

ข้าวธรรมดาไป่เฟิงไม่คิดจะนำมาคู่กันแม้แต่น้อย สำหรับเขาข้าวในตอนนี้ก็เหมือนสิ่งสกปรกจำนวนมากที่จะทำให้เขาเสียรสชาติและเสียเวลาที่จะกิน

"มิ้ว !"

จิ้งจอกน้อยได้ยินสิ่งที่ไป่เฟิงพูด มันจึงส่ายหัวแล้วกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะ จากนั่นก็ทำท่าทางแปลก ๆ ด้วยเท้าของมัน

"หืม ? จิ้งจอก เธอจะบอกว่าข้าวแม่น้ำขาวมันใช้ทำอาหารได้เหมือนข้าวปกติ ?"

เมื่อเห็นท่าทางของจิ้งจอกน้อย เขาก็เอียงหัวแล้วถามออกมาด้วยความไม่แน่ใจ

"มิ้ว ! มิ้ว !"

จิ้งจอกน้อยพยักหน้าอย่างมีความสุข

ไป่เฟิงรู้สึกมึนงงเล็กน้อย ข้าวแม่น้ำขาวกินได้เหมือนข้าวปกติ ? ไม่ใช่ว่าข้าวมันเป็นผลไม้หรอกหรือ ?

ด้วยความคิด ผลของข้าวแม่น้ำขาวก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา

เขาดึงเปลือกด้านนอกออกและเผยให้เห็นเนื้อเหมือนเยื่อกระดาษนับไม่ถ้วน ไป่เฟิงเดินไปที่หม้อหุงข้าวก่อนจะถอดแกนของผลไม้ออกแล้วเทเมล็ดทั้งหมดลงไปในหม้อ

หลังจากนั่นก็เติมน้ำเหมือนกับการหุงข้าวปกติแล้วปิดฝากดสวิตซ์

จากนั้นเขาก็นอนอาบแดดอย่างสบายใจ ยี่สิบนาทีต่อมาจิ้งจอกน้อยก็วิ่งมาหาแล้วกระโดดขึ้นมาบนท้องของเขาด้วยท่าทางตื่นเต้น

"โอ้ ? ข้าวสุกแล้ว ?" ความง่วงของไป่เฟิงหายไปทันที เขากระโดดลุกจากเก้าอี้และวิ่งไปที่ครัว

เมื่อเปิดฝาเขาก็ได้รับการทักทายด้วยไอน้ำสีขาว

ข้าวแม่น้ำขาวทั้งหมดดูเหมือนจะสุกแล้ว เม็ดแต่ละเม็ดบวมเล็กน้อย สีของพวกมันมีสีเหลืองเล็กกับข้าวแก่ที่เก็บไว้นานเกินไป

แต่มันแตกต่างจากข้าวแก่ที่มันดูอวบอ้วนและเปล่งประกายไปด้วยความหอม

ทุกเม็ดของมันไม่เล็กน้อย ด้วยข้าวในหม้อมันสามารถกินได้ถึง 6-7 ชามใบเล็ก !

ไป่เฟิงตักข้าวขึ้นมาไว้ในชาม ก่อนจะหยิบมันขึ้นมากินด้วยตะเกียบของเขา

"หืม ? เหนียวนุ่มมาก !"

ดวงตาของไป่เฟิงสว่างไสวด้วยความดีใจ ข้าวแม่น้ำขาวมันรสชาติเหมือนข้าวเหนียวสุก แต่มันไม่ได้เหนียวเหมือนข้าวเหนียว

ทันทีที่เม็ดข้าวเข้าไปในปาก พวกมันแตกออกและเปล่งประกายเหมือนไข่มุกที่ส่องสว่าง

ลิ้นของไป่เฟิงไล่เลียข้าวที่เหลือในปากทั้งหมด จากนั่นนำมันมาเคี้ยวอีกครั้ง น้ำที่ถูกรวมกันในเม็ดข้าวก็ได้ระเบิดออกมาอีกครั้ง

ไป่เฟิงเคี้ยวไม่กี่ครั้งในขณะที่หลับตา ข้าวแม่น้ำขาวไม่เหลือเศษบนลิ้นของเขาเลย มันช่างแตกต่างจากการกินข้าวปกติอย่างมาก

หลังจากนั่นเขาก็จัดการกินข้าวที่เหลืออยู่ทั้งหมด หากเขาไม่ได้จิ้งจอกน้อยช่วยเอาไว้ก็คงเป็นไปได้ยากที่เขาจะหาข้าวกิน !

แม้ว่าจะมีส่วนเหลือไว้ให้กับจิ้งจอกน้อย แต่มันก็ยังคงมองไป่เฟิงด้วยความระมัดระวังราวกับกลัวว่าไป่เฟิงจะแย่งอาหารของมันไป

เมื่อเห็นว่าจิ้งจอกน้อยที่ใช้ร่างของมันบังชามอาหารของมันเพื่อป้องกันตะเกียบของเขา และเมื่อไป่เฟิงมองเขาก็ไม่รู้ควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ขณะเดียวกันร่างกายของเขาก็รู้สึกอบอุ่น พลังงานจำนวนมากของข้าวแม่น้ำข้าวค่อย ๆ ถูกย่อยในร่างของไป่เฟิง

'มันก็ไม่ได้แย่ ถึงมันจะเทียบกับเนื้อมังกรไม่ได้ แต่พลังงานของมันก็มีเยอะมาก ถ้าให้เทียบมันกับเนื้อก็น่าจะเท่ากับข้าวแม่น้ำขาว 4-5 ผลใช่ไหม ?'

ไป่เฟิงคำนวณเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ทำอะไรมากไม่ได้ เขาส่ายหัวด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว ข้าวแม่น้ำขาวมันมีผลเพียงไม่กี่ลูก ถ้าเขาเอามันมาเป็นมื้ออาหารทั้งหมดมันคงเป็นไปไม่ได้

ตอนนี้เขาจะต้องกินมันให้ประหยัดมากขึ้น เขาต้องกินเนื้อเยอะ ๆ และข้าวน้อย ๆ

บางทีหากเขาปลูกมันใหม่และได้ผลเก็บเกี่ยว เขาอาจจะกินมันมากเท่าไหร่ก็ได้ตามต้องการในภายหลัง

หลังจากทำความสะอาดจานและช้อนส้อมเสร็จ ไป่เฟิงก็นำตำราเก่า ๆ และกลับไปที่สวนเอนหลังนอนอ่านอย่างเงียบ ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 178 ครั้ง

692 ความคิดเห็น