Fishing the Myriad Heavens (นิยายแปล)

ตอนที่ 165 : บทที่ 164 หมาป่า !

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,050
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 117 ครั้ง
    9 มิ.ย. 62

บทที่ 164 หมาป่า !

[Extreme Arctic Frost ขอเปลี่ยนเป็นหอกน้ำแข็งนะครับ :D]

หิมะตกหนักมากราวกับมันอยากจะจมโลกด้วยเกล็ดของมัน !

ลมพัดเกล็ดหิมะสีขาวทำให้อุณหภูมิรอบ ๆ ติด - หลายองศา แม้ว่าไป่เฟิงจะอยู่ในถ้ำแต่เขาก็รู้สึกหนาวขึ้นเรื่อย ๆ เขาเปิดกระเป๋าด้วยความลำบากเล็กน้อยก่อนจะดึงแจ็คเก็ตหนา ๆ ขึ้นมาใส่

"เป็นไปไม่ได้ที่จะเดินต่อ ..."

ไป่เฟิงพึมพำในขณะที่เขานั่งอยู่ที่เดิมพร้อมกับเอาหนังสือเกี่ยวกับศาสนาขึ้นมาแล้วเอนตัวลงในถ้ำพร้อมกับอ่านมันเงียบ ๆ

แหวนเป็นสิ่งเดียวที่ไม่ได้ถูกผนึกไว้ในการเดินทางครั้งนี้ แต่นอกเหนือจากหนังสือก็ไม่มีอะไรเลยในแหวน ไม่มีอาหาร ไม่มีอาวุธ

แม้แต่หอกน้ำแข็งและมีดทองคำก็ถูกทิ้งเอาไว้ที่บ้าน เขาไม่ต้องการที่จะนำพวกมันมาด้วย

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่คัดลอกมาจากเพรชสุตรา มันมีตัวอักษรทั้งหมด 8,208 ตัว และแต่ละตัวอักษรมันมีค่าเหมือนอัญมณี !

ชื่อเต็มของหนังสือเพรชสุตราคือ Vajracchedika Prajnaparamita Sutra มันเป็นหนังสือเก่าแก่ที่มีอินธิพลอย่างมาก มันเป็นของสำคัญที่อยู่ในพระพุทธศาสนาแบบเซน อาจกล่าวได้ว่ามันคือหนึ่งในหนังสือที่แพร่หลายมากที่สุดในโลก !

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไป่เฟิงอ่านมัน ทุกครั้งที่เขาอ่านมันราวกับว่าเขาได้เข้าใจบางอย่าง เขาจะปิดทางและรู้สึกถึงแสงบางอย่างที่ส่องลงมาที่เขาหลายครั้งทุกครั้งที่ได้อ่านมัน

ประการแรก เพรชนั่นมีความหมายว่าความเข็มแข็ง เหมือนเพรชที่ทนทานและไม่สามารถทำลายได้ ความเชื่อมั่นคือสัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่นั่นหมายความว่าไม่ว่าตัวตนภายในเราจะเป็นอย่างไร แต่เราก็คือเราไม่ว่าหัวใจเราจะบริสุทธิ์หรือไม่ก็ขอแค่เราจงเชื่อมันในตัวเอง

ความหมายที่สองนั่นคือความคมของประโยค เหมือนกับ ปีศาจสกานดาที่ทำลายภาพลวงตาทั้งหมดบนโลกและขับไล่ความกังวลและภาพลวงตาในหัวใจออกไปหรือก็คือการทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า [1]

ข้อที่สามนั่นคือแสง หมายถึงสิ่งที่เขียนไว้ข้างในมันคือสิ่งที่เราได้รับมาแม้ว่าเราจะไม่เข้าใจมัน แต่ทุกครั้งที่เราพบเห็นเราจะพยายามดิ้นรนเพื่อจะไปให้ถึงแสงนั่น

แต่ละคนนั่นความหมายแตกต่างกันออกไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือหนังสือเล่มนี้ต้องการจะบอกว่าจงเชื่อมั่นและพยายามต่อไป !

เหมือนกับครูที่มีลูกศิษย์ 10 คน ซึ่งแต่ละคนนั่นเข้าใจความหมายแตกต่างกันออกไป แต่เป้าหมายของพวกเขานั่นเหมือนกัน !

เหมือนกับคำสอนของพุทธศาสนาเกี่ยวกับการตรัสรู้ หากเรารู้แจ้งเราก็จะเข้าใจได้ง่าย แต่หากไม่รู้แจ้งต่อให้มีใครพยายามที่จะสอนและอธิบายมากแไหน สุดท้ายเราก็ไม่สามารถเข้าใจมันได้

ไป่เฟิงเก็บหนังสือไว้ในแหวน เขารู้สึกได้ว่าเขาเริ่มที่จะเข้าใจพวกมันได้ช้า ๆ !

'ไม่จำเป็นที่จะต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งเพื่อข้ามภูเขาขนาดใหญ่; นี่คือสิ่งสำคัญที่หมายถึงความเชื่อมั่นที่ไม่ย่อท้อเพื่อที่จะพิชิตความตั้งใจเดิม !'

ไป่เฟิงนั่งลงและยิ้มออกมาช้า ๆ หากว่าเขาหัวโล้นและมีชุดพระภิกษุสงฆ์ที่ขาด ๆ เขานั่นจะดูเหมือนกับพระภิกษุสงฆ์ที่ผ่านโลกมามากมาย

ไป่เฟิงไม่ลังเลอีกแล้ว เขาสะพายกระเป๋าและเดินออกมาจากถ้ำทันที

พรุ่งนี้ พรุ่งนี้ พรุ่งนี้อีกแล้ว ? ถ้าเขารอจนกว่าหิมะจะหยุดเขาก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเขาจะติดอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน

หิมะหนา 20 ซ.ม. ทำให้ไป่เฟิงมีปัญหาเวลาเดิน เขาคว้าท่อนไม้และขุดลงไปในหิมะให้มีขนาดเท่ามือเด็กทารกเพื่อทำเป็นจุดเดิน ขณะเดียวกันก็เพื่อหาอันตรายที่ซ่อนอยู่

ก่อนที่หิมะจะตก ภูมิประเทศรอบ ๆ นั่นยังคงมองเห็นได้ชัดเจน แต่ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างถูกปกคลุมไปด้วยพรมสีขาวมันจึงไม่สามารถบอกได้ว่าตรงหน้าเขาจะมีหลุมขนาดใหญ่หรือคูน้ำอยู่หรือไม่ !

ไป่เฟิงเดินต่อไปเรื่อย ๆ รอยเท้าของเขาทิ้งรอยลึกไว้บนหิมะในขณะที่เขามุ่งหน้าเข้าไปในป่า หากมองจากด้านหลังจะมองเห็นความโดดเดี่ยวและอ้างว้างได้

หิมะตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ และในไม่ช้าทุกสิ่งทุกอย่างรอบ ๆ ตัวเขาก็กลายเป็นสีขาวจนมองไม่เห็นอะไร เขาเดินไปตรงหน้าผาที่ยื่นออกมาและตั้งเต็นท์ตรงนั่น จากนั่นก็หากิ่งไม้แห้ง ๆ และเริ่มก่อกองไฟเล็ก ๆ

ไป่เฟิงดูน่าสงสารอย่างมากตอนนี้ เขาลุกขึ้นและเดินเข้าไปนั่งในเต็นท์ด้วยอาการหนาวสั่นราวกับใบไม้ใบสุดท้ายที่พร้อมจะหลุดออกจากกิ่งมัน เขากัดเนื้อแห้งและดื่มน้ำเติมท้องของเขาเล็กน้อย

***

ในพริบตาก็ผ่านไปได้สิบวัน ไป่เฟิงไม่รู้เลยว่าเขาอยู่ที่ไหน หรือจะพูดให้ถูกก็คือเขาหลง ...

ในตอนนี้เสื้อผ้าของเขากลายเป็นสีดำสกปรก ไหนจะเส้นผมและใบหน้าที่แสนสกปรก อีกทั้งยังมีหนวดใต้จมูกไหนใต้คางนั่นอีก

ใบหน้าและหูเปลี่ยนเป็นสีแดงสด นิ้วมือเต็มไปด้วยเลือดและบาดแผลที่แห้งแล้ว นี่เป็นผลมาจากอาการหิมะกัด !

ใบกระเป๋าเขาไม่มีอาหารเหลืออีกแล้ว สิ่งเดียวที่เหลือคือเต็นท์และขวดน้ำ

อย่างไรก็ตาม ดวงตาของเขามันกลับเต็มไปด้วยความสดใส มันราวกับเขาเป็นเพรชที่ถูกกลั่นและเจียรระไนมาแล้ว !

"บรู๊ววว !"

เสียงหอนโผล่ขึ้นมาในป่าที่เต็มไปด้วยหิมะ ไป่เฟิงหยุดเดินทันที เสียงเห่าหอนมันใกล้ตัวเขามาก !

เขาเงยหน้าขึ้นและเขาก็ได้เห็นหมาป่าตัวโตเต็มวัยที่วิ่งผ่านหิมะมาทางเขา สายตาของมันเต็มไปด้วยความดุร้าย มันจ้องมองไป่เฟิงราวกับเหยื่ออันโอชะ มีน้ำลายไหลออกฒาจากข้าง ๆ ปากมัน

เมื่อเห็นมัน ไป่เฟิงรีบทิ้งกระเป๋าและยกมือขึ้นเผชิญหน้ากับมันทันที

ความจริงแล้วในตอนนี้เขารู้สึกกังวลอย่างมาก สภาพปัจจุบันของเขาไม่สามารถบอกได้เลยว่าเขาจะเอาชนะมันได้ สำหรับการวิ่งหนีนั่นไม่มีประโยชน์ ความเร็วของเขาน้อยกว่ามันอย่างมาก มันราวกับคนตาบอดที่อยู่ในสภาพแวดล้อมอันตรายที่แสวงหาความตาย !

สิ่งเดียวที่ทำให้ไป่เฟิงโล่งใจคือมันมีตัวเดียว หมาป่าเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ด้วยกันเป็นฝูง ตราบใดที่มันอยู่ด้วยกัน แม้แต่เสือก็ไม่กล้าที่จะปะทะกับพวกมัน !

เนื่องจากไม่มีหมาป่าตัวอื่น นั่นหมายความว่ามันออกมาล่าตัวเดียว !

ไป่เฟิงจ้องมองมันด้วยความจริงจัง เส้นขนที่ด้านหลังของหมาป่าพองขึ้นเนื่องจากมันต้องการขู่เขา หมาป่าตัวนี้ยาวประมาณ 1 เมตร ทั้งร่างของมันถูกปกคลุมไปด้วยขนหนา ๆ ขนของมันดูสกปรกมีสีน้ำตาลอมเหลืองเล็กน้อย ด้านหลังของมันมีสีดำผสมเทา ขนรอบคอ หน้าอก ช่องท้องของมันเต็มไปด้วยขนสีขาว [หมาป่าหรือหมาวัด ?]

หมาป่าตัวนี้อาจจะถือได้ว่าเป็นหมาป่าขนาดกลาง มันไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป จากรูปลักษณ์ของมันเห็นได้ชัดว่ามันหิวมาก แน่นอนว่าหมาป่าที่หิวโหยนั่นคือนักล่าที่น่ากลัวที่สุด !

"กร๊อกก" !

หมาป่าเดินไปรอบ ๆ พร้อมกับเตะหิมะสีขาวไปรอบ ๆ ไป่เฟิง

ไป่เฟิงไม่ได้ขยับเขยือน เขาเฝ้าดูมันและรอคอยโอกาส !

เขาจับไม้ในมือของเขาอย่างมั่นคง บาดแผลที่เพิ่งปิดบนมือก็ได้เปิดขึ้นมาอีกครั้ง !

กลิ่นเลือดทำให้หมาป่ารู้สึกอ่อนไหวอย่างมาก ทันทีที่มันได้กลิ่นเลือดที่กระจายออกมาในอากาศมันก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป มันกระโดดขึ้นมาและพุ่งไปที่คอของไป่เฟิงพร้อมกับเปิดปากกว้าง !

"ไสหัวไป !"

ไป่เฟิงเฝ้ามองมันด้วยความระวังมาตลอด เมื่อเขาเห็นมันพุ่งเข้ามา เขาก็ใช้ไม้ในมือของเขาเหวียงตอบสนองทันที

"วูบ !"

"เอ๊ง !"

เสียงทรมานกับเสียงแตกหักของไม้ที่แตกออกเป็นชิ้น ๆ หมาป่าถูกฟาดกลางอากาศและกลับมาอยู่ตรงจุดที่มันกระโดดออกมา ! เมื่อมันสัมผัสกับพื้นมันก็ส่ายหัวด้วยความเจ็บปวด ความเจ็บปวดนี้ทำให้มันรู้สึกโกรธแค้นมากกว่าเดิม !

ไป่เฟิงเหลือไม้ในมือเพียงครึ่งเดียว กับหมาป่าที่จ้องมองอยู่ เขาไม่กล้าที่จะก้มลงไปหยิบอีกครึ่งหนึ่งขึ้นมา แม้ว่าสภาพอากาศจะหนาวเย็น แต่กลับมีเหงื่อเม็ดใหญ่ ๆ ปรากฏบนหน้าผากของเขา !

หมาป่าเป็นนักล่าโดยธรรมชาติ พวกมันมีความอดทนสูงมาก บ่อยครั้งที่พวกมันจะไล่ตามเหยื่อที่วิ่งหนีไปแล้วหลายสิบกิโลเมตร พวกมันคือตัวแทนของนักล่าในป่าแห่งนี้ !

เนื่องจากเพราะเติบโตมาในสภาพอากาศแห่งนี้และความภูมิใจของมัน มันไม่เต็มใจที่จะปล่อยเหยื่ออันโอชะให้หนีออกไปได้ !

"บรู๊วววว !"

หมาป่ากรีดร้องออกมาในขณะที่มันค่อย ๆ เดินเขามาหาเขา ! มันไม่ได้เคลื่อนไหวให้ยุ่งยากอีกต่อไป มันวิ่งเข้าไปหาไป่เฟิงโดยตรง !

"หนี ! ต้องหนีออกจากที่นี่ !" เสียงกรีดร้องในหัวของไป่เฟิงดังออกมาเมื่อมองเห็นหมาป่าวิ่งเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว

"ไม่ ! ฉันจะไม่หนี ! ในเมื่อแกอยากกินฉัน ฉันก็จะกินแกด้วยเช่นกัน !" ไป่เฟิงต่อสู้กับจิตใจตัวเอง เมื่อเขาเห็นหมาป่ากระโดดเข้ามาหา ทันใดนั่นหัวใจของเขาก็เปลี่ยนเป็นหัวใจเหล็กทันที !

[1] TL/N : สกานดาหรือ เหว่ยตัว เป็นหนึ่งในศาสดาที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้อุทิศตัวเพื่อปกป้องคำสอนของพระพุทธศาสนา นอกจากนี้ยังมีบางครั้งที่คนจีนเรียกเขาว่า "Hufa Weituo Zuntian Pusa" ที่หมายถึง "พระที่เต็มไปด้วยคุณธรรมอันแรงกล้า " เนื่องจากเขาเป็นผู้นำของเทพผู้ปกครองท้องฟ้ายี่สิบสี่แห่งที่กล่าวไว้ในคัมภีแสงสีทอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 117 ครั้ง

692 ความคิดเห็น