Fishing the Myriad Heavens (นิยายแปล)

ตอนที่ 166 : บทที่ 165 หมีและผึ้ง !

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 130 ครั้ง
    9 มิ.ย. 62

บทที่ 165 หมีและผึ้ง !

ดวงตาของไป่เฟิงลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความดุร้าย เมื่อมนุษย์ถูกบังคับให้จนมุม มันจะเป็นการปลุกสัญชาตญาณ 1 ใน 2 อย่างให้ตื่นขึ้นมา

อย่างแรกคือยอมแพ้ทุกสิ่งทุกอย่าง กับอีกอย่างคือ .. การตอบโต้ทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความบ้าคลั่ง

สุดท้ายมนุษย์ก็ยังเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง ความแตกต่างของมนุษย์กับสัตว์อื่น ๆ ก็คือการวิวัฒนาการของเราที่ประสบความสำเร็จมามากมาย แม้ว่าจะเรียนรู้วัฒนธรรมและทิ้งอารยธรรมอันล้าหลังไว้ด้านหลังเป็นเวลานาน แต่สัญชาตญาณสัตว์ธรรมชาติพื้นฐานก็ยังคงมีอยู่ในมนุษย์ทุกคน

ถ้าเปรียบก็คือการศึกษาและการใช้ชีวิตในปัจจุบันนั่นเปรียบเสมือนกับห่วงโซ่ที่คอยยับยั้งสัตว์ร้ายเอาไว้ในหัวใจของแต่ละคน

และตอนนี้ไป่เฟิงก็กำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่มีชีวิตเดิมพัน ทุกสิ่งทุกอย่่างไม่สำคัญอีกต่อไป สิ่งเดียวที่เขาต้องการนั่นคือการมีชีวิตต่อไป ! ความเชื่อมั่นเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง !

ในขณะที่หมาป่าใกล้เข้ามา ไป่เฟิงรู้สึกได้ถึงลมร้อนและกลิ่นเหม็นในปากของมัน

เขาบังคับตัวเองให้เปิดตาไม่ยอมรับความกลัว หากเขาปิดตาในสถานการณ์เช่นนี้มันเปรียบเสมือนการฆ่าตัวตายชัด ๆ !

ไป่เฟิงทิ้งไม้และเอามือทั้งสองข้างล็อคคอของหมาป่า จากนั่นทั้งสองก็ล้มลงกับพื้นเหมือนกับนักมวยปล้ำ

หมาป่าตัวไม่ใหญ่มาก แต่ความแข็งแกร่งของมันไม่อ่อนแอ กรงเล็บของมันเจาะเข้าไปในผิวหนังของไป่เฟิง !

ไป่เฟิงรู้สึกเจ็บปวดอย่างมากในขณะที่ต่อสู้กับหมาป่า ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเลือด เขาเพิ่มแรงไปที่แขนเพื่อที่จะล็อคมันให้มากขึ้น มากขึ้น มากขึ้นไปอีก !

'ถ้าฉันปล่อยมือ ฉันจะต้องตายแน่ ๆ !'

ไป่เฟิงนั่นไม่เคยออกกำลังกายในสภาพแบบนี้มาก่อน เนื่องจากการเคลื่อนไหวในพื้นที่อากาศบางเบาแบบนี้มันทำให้การออกกำลังกายปกตินั่นต้องใช้ออกซิเจนจำนวนมากซึ้งเขาไม่รู้มาก่อน !

เหมือนหนูที่บ้าคลั่ง ไป่เฟิงเปิดปากและกัดลงไปที่คอของหมาป่า !

"เอ๊ง !"

หมาป่านั่นร้องออกมาด้วยความตกใจ หัวใจของมันราวกับรู้สึกได้ถึงความผิดพลาดของมัน ใครจะไปคิดว่ามันจะโดนเหยื่อที่หมายตามากัดได้ !

การกัดของไป่เฟิงนั่นมันกัดโดนเพียงแค่ขนของมันเท่านั่น แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยไปเด็ดขาด เขาขยำฟันให้หนักขึ้นไปอีก เขาพยายามใช้ปากของตัวเองขยับไปมาเพื่อที่จะฉีกเนื้อของมัน !

รสเปรี้ยวสัมผัสได้ในลิ้นของไป่เฟิงมันค่อย ๆ ไหลเข้าไปในท้องของเขา มันกลายเป็นแรงกระตุ้นที่เขาอยากจะอ้วกออกมา

อย่างไรก็ตาม เขายังคงอดทนต่อต้านมัน เขาไม่เต็มใจที่จะปล่อยหมาป่าตัวนี้ !

หมาป่ารู้สึกเจ็บปวดมากกว่าเดิม ! กรงเล็บของมันทิ้งบาดแผลจำนวนมากบนร่างของไป่เฟิง หนึ่งชายและหนึ่งหมาในตอนนี้กำลังต่อสู้กับความเป็นตายบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยหิมะ

สิบนาทีต่อมา หน้าของไป่เฟิงเต็มไปด้วยเลือด ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเลือดของเขาหรือเลือดของหมาป่า "ถุ๊ย !" เขาถ่มน้ำลายที่เต็มไปด้วยเลือดเนื้อและขนสัตว์ออกมา หลังจากนั่นเขาก็ล้มตัวลงและหายใจด้วยความเหนื่อยล้า

"เจ็บโคตร ... โชคดีที่สุดท้ายฉันก็รอดมาได้ สงสัยฉันจะต้องไปหาวัคซีนป้องกันตัวเองจากหมาบ้าซักหน่อย"

ไป่เฟิงหัวเราะอย่างขมขื่นเมื่อมองไปที่เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยเลือด โชคดีที่เขามีเสื้อแจ็กเกตหนา ๆ มันได้ลดความเสียหายลงไปได้มาก ไม่อย่างนั่นอาการบาดเจ็บของเขาจะมากกว่านี้

ใบหน้าและแขนของไป่เฟิงเต็มไปด้วยบาดแผลที่มีความรุนแรงแตกต่างกันออกไป ทั้งหมดมันเกิดขึ้นมาจากการข่วนของหมาป่า

หน้าอกของเขามีบาดแผลเล็กน้อย โชคดีที่ได้เสื้อแจ็คเก็ตช่วยเอาไว้ !

ไป่เฟิงนอนอยู่บนพื้นเหมือนศพ เขารอคอยจนกว่าความแข็งแกร่งของเขาจะกลับมา หลังจากนั่นเขาก็คลานไปที่กระเป๋าและยกมันขึ้นมาสะพานพร้อมกับลากหมาป่าเดินต่อไป

'จุดนี้น่าจะป้องกันลมกับฝนได้' ไป่เฟิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจเมื่อมาถึงมุม ๆ หนึ่งบนหน้าผา

เขาลากร่างที่บาดเจ็บมากวาดหิมะและหานำกิ่งไม้แห้งออกมา

จากนั่นฉีกเสื้อผ้าออกและพาดมันไว้กับไม้ใกล้ ๆ กองไฟเพื่อทำให้มันแห้ง

"ซี๊ด !" ไป่เฟิงสูดลมหายใจอันหนาวเย็นเข้ามาเมื่อมีลมหนาวพัดมาในขณะที่เขากำลังทำความสะอาดบาดแผลสกปรกบนร่างของเขา

หิมะที่หนาวเย็นได้สั่นกระดูกของเขาและคลื่นความเจ็บปวดก็ค่อย ๆ ถาถมเข้ามา

หลังจากทำความสะอาดบาดแผลเสร็จ เขาก็รีบคว้าเสื้อผ้าขึ้นมาและสะบัดไล่สิ่งสกปรกเล็กน้อย ทันทีที่เขาสะพัด ชั้นของเลือดที่แห้งก็ค่อย ๆ กระจายออกไป

ไป่เฟิงรีบใส่เสื้อผ้าและนั่งลงข้าง ๆ กองไฟ หลังจากนั่นไม่นานร่างกายที่ถูกแช่แข็งของเขาก็เริ่มรู้สึกได้ถึงบางอย่าง

"จ๊อก จ๊อก !"

เสียงคำรามดังออกมาจากท้องของเขา คลื่นความหิวกระหายค่อย ๆ กระจายไปทั่วร่าง

ไป่เฟิงหยิบหมาป่าขึ้นมาและเริ่มถลกหนัง

หมาป่ามีบาดแผลนิดเดียวนั่นคือตรงคอของมัน หลังจากใช้ความพยายามจำนวนมาก เขาก็ถลกหนังมันเสร็จเรียบร้อย

เขาใช้หินแหลม ๆ ตัดชิ้นเนื้อมันออกมาและทำความสะอาดด้วยหิมะ จากนั่นก็นำไม้แทงเข้าไปและวางไว้เหนือกองไฟ

10 นาทีต่อมาเนื้อหมาป่าก็เปลี่ยนเป็นสีดำ ดูเหมือนมันจะไหม้ "การทำอาหารของฉันมันแย่จริง ๆ ..." ไป่เฟิงกัดฟันพร้อมกับใบหน้าที่บิดเบี้ยว มันเป็นปาฏิหารย์จริง ๆ ที่เขากล้ากินเนื้อและไม่คายมันออกมา

เนื้อมันมีสีดำและไหม้เกลียม แต่เขาก็พยายามที่จะกัดกลืนมัน ไม่มีเกลือหรือเครื่องปรุงใด ๆ ดังนั่นคุณน่าจะนึกถึงรสชาติของหมาป่าที่สุกเกินไปได้

"บัดซบ ... ทำไมฉันถึงไม่เอาเครื่องปรุงกับมีดไว้ในแหวน ?"

หลังจากมีเนื้อเข้าไปในท้อง ไป่เฟิงก็ไม่ได้หยุดพัก เขายังคงตัดเนื้อเป็นชิ้น ๆ อละวางมันข้าง ๆ เตาผิงเพื่อย่างมัน

เนื้อในตอนนี้ไม่ได้ไหม้เกินไปอีกต่อไป เพราะเขาใช้ความร้อนแบบแผ่กระจายแทนที่จะวางไว้เหนือกองไฟโดยตรงแทน เมื่อเสร็จแล้วเขาก็ห่อเนื้อทั้งหมดแล้วใส่เข้าไปในกระเป๋าข้างหลัง จากนั้นเขาก็โยนท่อนไม้ขนาดใหญ่เข้าไปในกองไฟ ก่อนจะทำความสะอาดหนังหมาป่าด้วยหิมะ หลังจากนั่นเขาก็นำมันมาผิงไว้ข้าง ๆ กองไฟเพื่ออบมันก่อนจะคลานเข้าไปในเต็นท์และหลับลงไป

วันต่อมา ไป่เฟิงตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัว เขารู้สึกปวดหัวและอึดอัดอย่างมาก ไป่เฟิงวางมือบนหน้าผากของเขา "โอ้ ไม่นะ หรือฉันจะเป็นไข้เพราะทำความสะอาดแผลเมื่อคืน !"

ไป่เฟิงรู้สึกไม่ดี การเป็นไข้ในที่แบบนี้เป็นปัญหาใหญ่ และยิ่งในสถานการณ์ที่ไม่มียาในมือด้วยแล้ว

ไป่เฟิงกัดฟันและตัดสินใจ เขาจะต้องอดทนและผ่านมันไปให้ได้ มันถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่เขาต้องผ่านมันไปให้ได้ !

เขาไม่ได้นั่งข้างกองไฟเพื่อสร้างความอบอุ่น เขาเลือกที่จะเดินออกมาและเริ่มฝึกเทคนิคการหายใจด้วยแสงแทน

หลังจากนั้นเขาก็นำทุกส่งทุกอย่างใส่ลงไปในกระเป๋าและออกเดินทางต่อ สิ่งที่เขามีในตอนนี้คือหนังหมาป่า เนื้อย่าง เต็นท์ ขวดน้ำ นี้คือทั้งหมดที่เขามี

***

สิบวันต่อมา หูและแขนขาของไป่เฟิงก็เปลี่ยนไปเนื่องจากเขาต้องทุกข์ทรมานกับน้ำแข็งกัดมาเป็นเวลานาน

เส้นผมของเขายาวขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้มันยาวไปถึงกลางหลังและโบกสะบัดไปมาในสายลม มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะแยกแยะสีของเสื้อผ้าของเขา ด้วยท่อนไม้ในมือ ไป่เฟิงเดินไปอย่างช้า ๆ ผ่านหิมะหนา ๆ

"โฮกก !"

"ปัง ปัง !"

มีเสียงคำรามตามมาด้วยเสียงทุบตีบางอย่าง !

ไป่เฟิงรีบหลบไปหลังเนินเขาเล็ก ๆ เพื่อสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น

ที่ผ่านมาเขาได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มามากมาย เขาไม่ใช่นกน้อยอีกต่อไปแล้ว

ไป่เฟิงมองไปตรงจุดที่เกิดเสียง เขาเห็นหมีสีเทาเงินกำลังใช้หลังกระแทกกับต้นไม้ด้วยความบ้าคลั่ง

หมีมีขนาดใหญ่และสูงไม่ต่ำกว่า 2.5 เมตร จากการประเมินของเขามันน่าจะหนักอย่างน้อย 400 กิโลกรัม ! หัวของมันใหญ่มาก ฟันของมันแหลมคม มันมีหูกลม ๆ 2 ข้างบนหัวของมัน ความยาวของไหล่มากกว่าความยาวของสะโพก เมื่อมันยืนขึ้นและมองข้างหลังจะเห็นหางสั้น ๆ ที่หมุนไปมาของมัน ขาทั้งสี่ของมันดูแข็งแรงและมันมีขนรอบคอเหมือนกับวงแหวนสีขาว

เท้าของมันหนามากแต่ไม่เท่ากับหมีดำ นอกจากนี้ดูเหมือนมันจะตัวเล็กกว่าหมีดำทั่วไปอยู่มาก

หลังจากนั่นไป่เฟิงก็ได้มองเห็นรังขนาดใหญ่ที่อยู่บนต้นไม้ที่หมีกำลังทุบตี มันมีผึ้งดำขนาดใหญ่จำนวนมากบินออกมาจากรัง เมื่อเทียบกับผึ้งปกติมันมีขนาดใหญ่กว่าปกติถึง 2 เท่า !

'แปลก ตอนนี้หิมะก็ตกอยู่แล้วไม่ใช่ว่าหมีมันต้องจำศีลหรือยังไง แต่ ... ทำไมพวกผึ้งถึงไม่อพยพ ?' 

ไป่เฟิงรู้สึกแปลกใจอย่างมาก ไม่ว่าจะมองยังไง เขาก็รู้สึกได้ว่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเอาสิ่งที่เขารู้มาวัดได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 130 ครั้ง

692 ความคิดเห็น

  1. #646 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 23:56

    ไหม้เกลียม >> ไหม้เกรียม

    นานๆมาที จัดให้สามตอนเลย
    ขอขอบพระคุณเจ้าค่ะ..
    #646
    0