Fishing the Myriad Heavens (นิยายแปล)

ตอนที่ 167 : บทที่ 166 ธรรมชาติที่เกิดบนภูเขา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 131 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62

บทที่ 166 ธรรมชาติที่เกิดบนภูเขา

ไป่เฟิงยังคงสังเกตเห็นหมีใหญ่ที่ยังไม่รู้สึกตัวว่าเริ่มมีฝูงผึ้งบินออกมาจากรัง มันยังคงกระแทกต้นไม้ด้วยร่างกายอันทรงพลังของมัน !

"ปัง !"

ทุกครั้งที่มันกระแทกจะทำให้ต้นไม้สั่นอย่างรุนแรง จนรังผึ้งที่อยู่ด้านบนดูเหมือนพร้อมจะร่วงลงมาตลอดเวลา

"วีวี่ !"

ฝูงผึ้งสีดำฝูงใหญ่พุ่งออกมาจากรังและเข้าไปต่อยหมีที่อยู่ด้านล่าง !

"โฮก !"

หมีไม่สามารถปัดผึ้งได้ทั้งหมด แม้ว่ามันจะใช้ความพยายามมากแค่ไหนก็ยังยากที่จะปัดผึ้งที่กำลังโกรธที่มีจำนวนร้อยกว่าตัวอยู่ไปได้ !

มันคำรามด้วยความโกรธก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในป่า หมีมันดูตัวใหญ่และวิ่งด้วยท่าทางเงอะงะ แต่ความเร็วของมันไม่ช้าเลย ! ในไม่ช้ามันก็หายตัวเข้าไปในป่า

ไป่เฟิงยังคงซ่อนอยู่และเฝ้ามองฉากที่หมีวิ่งหายเข้าไปในป่า เขารู้สึกบางอย่างที่พุ่งเข้ามาในจิตใจ

'การเคลื่อนไหวของมันคล้ายกับเทคนิคการหายใจด้วยแสงที่ฉันเคยสร้างขึ้นมาเลย !'

ไป่เฟิงคิดย้อนไปที่การเคลื่อนไหวของหมี การเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนของมันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขา

มันยืนขึ้นหันหลังให้กว้างก่อนจะเอียงไหล่และย้ายความแข็งแรงของมันไปรวมกันที่ข้อศอก จากนั้นก็ทำท่าทางให้มั่นคงราวกับว่ากำลังยกโล่ขนาดใหญ่ขึ้นมา

หลังจากนั้นก็อ้าแขนให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะขยับกรงเล็บและเปลี่ยนมุมข้อศอก ด้วยวิธีนี้มันจะทำให้มันใช้แรงน้อยที่สุดแต่ทรงพลังมากที่สุด นี้คือวิธีการเพิ่มความรุนแรงจากการใช้ความแข็งแรงทั้งหมดของหลังมัน !

เมื่อไป่เฟิงเห็นเขาก็ราวกับได้รับแรงบันดาลใจ หมีมันได้รวบรวมพละกำลังทั้งหมดไว้บนหลังก่อนจะย้ายไปอีกที่ หากเขาพยายามเขาน่าจะทำได้เหมือนกันแต่ของเขาจะรวมมันไว้ที่กำปั้นแทน !

นี่เป็นแนวคิดที่แตกต่างไปจากเดิม แต่ด้วยการมองครั้งเดียวมันเป็นไปไม่ได้ที่ไป่เฟิงจะเข้าใจวิธีควบคุมกำปั้นของเขา

"สำหรับสวรรค์ที่กำเนิดโลกและโลกกำเนิดมนุษย์ มนุษย์สร้างเต๋า และ เต๋าสร้างธรรมชาติ ทักษะการต่อสู้แบบธรรมชาติมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้มันมา ฉันจะต้องไม่ปล่อยโอกาสนี้ไป !"

ไป่เฟิงบ่นกับตัวเอง เขาลังเลก่อนจะมองหาที่ตั้งเต็นท์ใกล้ ๆ เนื่องจากมีรังผึ้งขนาดใหญ่อยู่ที่นี่ และหมีมันก็ชอบน้ำผึ้งมากมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่มันจะยอมปล่อยรังผึ้งไป !

ถึงแม้ว่าเขาจะตื่นเต้นแค่ไหนก็ตาม แต่เขาก็ไม่กล้าตั้งเต็นท์ใกล้เกินไป เขาพบจุดที่เหมาะโดยห่างออกมาจากรัง 1-2 กิโลเมตร

หมีมันมีจมูกที่ดีมาก ดังนั้นหากมีใครเข้าใกล้มันเกินไปมันก็จะหันไปรอบ ๆ และสำรวจว่าเป็นสิ่งใด มันจะยอมให้สิ่งมีชีวิตอื่นมาแทงข้างหลังในขณะที่มันกำลังจัดการรังผึ้งได้อย่างไร ?

ตั้งแต่วันนั้น ไป่เฟิงก็ฝึกตอนเช้าด้วยเทคนิคการหายใจด้วยแสงและใช้เวลาที่เหลืออยู่บนต้นไม้สูงไม่ไกลจากรังผึ้ง

หมีมันจะมาที่นี่ทุกวันเพื่อจะเอาน้ำผึ้ง

หลังจากนั้นมันก็ยืนตรงก่อนจะใช้เท้ายืนอย่างมั่นคงที่พื้นและใช้หลังกระแทกกับต้นไม้ซ้ำ ๆ !

หิมะที่ปกคลุมต้นไม้ค่อย ๆ ร่วงหล่นขณะเดียวกันเปลือกไม้ก็แตกออกเป็นชิ้น ๆ

"ปัง !"

หมีดูเหมือนจะไม่รู้สึกเจ็บปวดใด ๆ มันยังคงใช้หลังของมันกระแทกกับต้นไม้ด้วยความรุนแรง ต้นไม้มันสั่นอย่างน่ากลัวทุกครั้งที่ถูกหมีกระแทก

ไป่เฟิงจ้องมองมันและสังเกตการกระทำของมันทุกครั้งที่มันปรากฏตัวออกมา สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ล้วนเหมือนเป็นสัตว์ประหลาดที่น่าตกใจ ท่าทางและพละกำลังของมันดูไม่เข้ากับตัวมันเลย !

ยิ่งดูมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งสับสนมากขึ้น การเคลื่อนไหวของมันจะแตกต่างจากที่เขาคาดหวังไว้ทุกครั้ง ทุกครั้งที่เขามองเขาจะรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันออกไป

สุดท้ายหลังจากนั่งดูมา 5-6 วัน ไป่เฟิงก็ไม่ได้ดูหมีอีก ไม่ใช่ว่าเขาสูญเสียความอดทน แต่ว่าอาหารของเขาหมด ! มีเนื้อหมาป่าเหลือสำหรับมื้ออาหารอีกมื้อเดียวเท่านั้น !

คราวนี้เขาแอบตามหมีตัวใหญ่มา เขาอยากจะรู้ว่าสภาพแวดล้อมที่มันอยู่เป็นอย่างไร !

การเคลื่อนไหวของไป่เฟิงนั่นเงียบมาก เขายังคงอยู่ห่างจากมันพอสมควรและต้องมั่นใจว่าเขาอยู่ใต้ลมไม่อย่างนั่นหมีจะรู้ตัวได้

"ซ่า ซ่า !"

หลังจากเดินตามหลังหมีมาเป็นเวลานาน ในขณะที่ไป่เฟิงเริ่มสงสัยแล้วว่าเขาจะหาทางกลับได้หรือไม่ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงน้ำไหล !

"ซู๊มม ! โฮก !"

เสียงกระแทกน้ำตามมาด้วยเสียงคำรามจนคนที่ได้ยินต้องสั่นสะท้าน !

เมื่อเขาเดินออกมาจากป่าก็ปรากฏภูเขาขนาดใหญ่ตรงหน้าตามมาด้วยน้ำตกขนาดมหึมาที่ราวกับต้นน้ำมันมาจากสวรรค์ มันไหลลงมาด้วยความน่ากลัว มีเศษน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่บางครั้งก็หล่นตามลงมา

นอกจากน้ำตกแล้วมันยังมีทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เหมือนจะเป็นแม่น้ำย่อม ๆ ที่กว้าง 5-6 เมตร มันมีน้ำไหลอย่างรวดเร็วไปตามทาง

ไป่เฟิงเห็นหมีกระโดดลงไปในน้ำด้วยท่าทางคล่องแคล่ว หลังจากนั่นไม่นานมันก็คาบปลาที่หนัก 7-8 จินขึ้นมาด้วยปากของมัน ! หมีสะบัดน้ำออกจากขนก่อนจะเดินเข้าไปในถ้ำขนาดใหญ่

'มันหาอาหารจากที่นี่เอง !' ไป่เฟิงพึมพำ แต่เมื่อมองไปที่แม่น้ำเขาก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก น้ำที่นี่ไหลเร็วอย่างมากและเขาก็ไม่ได้มีความสามารถทางร่ายกายเหมือนกับหมี มันไม่ดีแน่ถ้าหากเขาลงไปโดยไม่ระวังตัว

หลังจากคิดบางอย่างได้ ไป่เฟิงก็เอาเนื้อชิ้นสุดท้ายออกมาก่อนจะแช่ลงในทะเลสาบ

บางทีอาจจะเพราะไม่เคยมีคนตกปลาที่นี่มาก่อน ปลามันเลยค่อนข้างโง่ พวกมันจิ้มเนื้อเบา ๆ ก่อนจะพยายามแย่งออกมาจากมือของไป่เฟิง เขาใช้มืออีกข้างรีบตะคุบปลาและยกมันขึ้นมาจากน้ำทันที

ปลามันลื่นมากและดูเหมือนจะไม่มีเกล็ด ในไม่ช้าไป่เฟิงก็ทำให้หลุดมือกลับไปอยู่ในน้ำ

หลังจากพยายามอยู่สามครั้ง เขาก็สามารถจับปลาที่หนัก 4-5 จินขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้รีบออกไป เขายังคงพยายามตกมันขึ้นมาด้วยวิธีแบบเดิมอยู่หลายครั้งจนในที่สุดก็จับขึ้นมาได้อีก 3 ตัว หลังจากนั่นเขาก็ลากปลาขึ้นมาและกลับไปยังที่พักของเขา

หลังจากกลับมาอยู่ที่เต็นท์แล้ว ไป่เฟิงใช้มีดคม ๆ เพื่อตัดเนื้อปลา หลังจากทำความสะอาดมันด้วยน้ำเขาก็เริ่มตั้งกองไฟเล็ก ๆ และเริ่มปิ้งปลา

ปลาที่เหลือถูกฝังไว้ในหิมะ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องเก็บมันเอาไว้ก่อน

'หืม ไม่เลว หลังจากที่อยู่ในป่าหลายวัน ทักษะปิ้งย่างของฉันก็พัฒนาขึ้นมาก อย่างน้อยมันก็ไม่ไหม้เกินไปแล้ว'

ไป่เฟิงกลืนน้ำลายเมื่อมองไปยังปลาที่กำลังร้อนอยู่เหนือไฟ

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีเครื่องปรุง แต่ว่าแค่ตัวปลสด ๆ ก็อร่อยมากแล้ว ทันทีที่กัดลงไปยังเนื้อสีขาว ๆ เขาก็รู้สึกได้ถึงผิวกรอบ ๆ กับเนื้อที่ยังคงมีความหวาน เมื่อเคี้ยวเข้าไปมันก็ยังมีความหวานติดอยู่ที่ลิ้นของเขา

ไป่เฟิงทำความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่ตรงนี้ คนส่วนใหญ่ที่นี่ไม่กินปลาเพราะเคยมีเรื่องเล่าว่าปลา กบ และพวกสัตว์น้ำเป็นสัตว์เลี้ยงของมังกรพระเจ้า หากว่าพวกเขาสัมผัสหรือทำร้ายพวกมันตัวใดตัวหนึ่ง พวกเขาจะต้องประสบกับความเจ็บป่วยที่น่ากลัว

คนมักจะคิดไปเองว่าที่ชาวทิเบตไม่กินปลาเพราะพวกเขาเชื่อในคำสอนของพุทธศาสนาเกี่ยวกับการไม่ฆ่าสิ่งมีชีวิต แต่อย่างไรก็ตามไป่เฟิงคิดว่าเหตุผลที่แท้จริงก็คือการฝังศพด้วยน้ำมากกว่า

ทิเบตไม่เพียงแต่มีการฝังศพบนท้องฟ้าเท่านั้น [1] แต่หลาย ๆ คนยังคงรักษาธรรมเนียมการฝั่งศพดั้งเดิมไว้

โชคดีที่พื้นที่ตรงนี้อยู่ในป่าและภูเขาลึก มันจึงไม่น่าจะมีคนเข้าป่ามาเพื่อฝังศพน้ำที่นี่ ดังนั้นไป่เฟิงจึงสามารถกินปลาได้โดยไม่ต้องกังวลอะไร

ปลามันอร่อยจนไป่เฟิงทึ่ง หลังจากที่ได้กินเนื้อหมาป่ามาหลายวัน เขารู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้เปลี่ยนรสชาติอาหาร

ปลา 3-4 จินในตอนนี้ถูกทำความสะอาดหมดจนเหลือแค่หัวปลา

"ฟิ้วว สบายดีจัง !"

ไป่เฟิงลูบท้องด้วยความสุขใจ ตอนนี้เที่ยงวันและพระอาทิตย์ก็ลอยสูงอยู่บนท้องฟ้า แต่อากาศยังคงเย็นอยู่

ในขณะที่เขานอนอยู่ในเต็นท์ ไป่เฟิงคิดถึงบ้านหลังใหญ่ที่แสนสบาย บ้านที่สุขสบายของเขา เขากลืนน้ำลายเมื่อคิดถึงเนื้อราชามังกรหิมะหยกดำที่มีรสชาติเหมือนได้ขึ้นสวรรค์

หลังจากพักจนท้องหายอืด เขาก็คลานออกมาจากเต็นท์แล้วไปยืนอยู่ตรงยอดก้อนหินใหญ่ใกล้ ๆ

เหตุผลที่เขามายืนนั่นเพราะว่าตำแหน่งนี้ทำให้เขาสามารถมองเห็นได้ดี หากมีอะไรผิดสังเกตเขาพร้อมที่จะหนีได้ทุกเมื่อ

[1] TL/N : การฝังศพบนท้องฟ้านั่นเป็นการวางศพมนุษย์บนยอดเขาเพื่อรอให้ศพย่อยสลายหรือไม่ก็รอให้นกมากิน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 131 ครั้ง

692 ความคิดเห็น

  1. #648 เจ้าลูกหมู (@katay123) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 10:00
    ขอบคุณค่า
    #648
    0