Fishing the Myriad Heavens (นิยายแปล)

ตอนที่ 174 : บทที่ 173 แสวงหาเจียนเทียนยากเหมือนการปีนขึ้นสวรรค์ !

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 117 ครั้ง
    24 ก.ค. 62

บทที่ 173 แสวงหาเจียนเทียนยากเหมือนการปีนขึ้นสวรรค์ !

[สามารถอ่านเจียนเทียนเป็นเซียนเทียนได้เช่นกัน แต่ผู้แปลนิยามคำว่า "เซียน" คือเหาะเหินเดินอากาศแหวกทะเลทำลายภูเขาเผากระท่อมสบาย ๆ แต่อันนี้ยังทำไม่ได้จึงเรียก "เจียน"]

กลุ่มผู้เชี่ยวชาญระดับเจียงแห่งวิวัฒนาการจำนวนมากพาลูกศิษย์ของพวกเขาวิ่งเข้าไปในหุบเขา ทุกคนพยายามที่จะตามหาลูกศิษย์ของลิโบ

กลับมาที่ค่าย ลิโบกับเหวินเจียงค่อย ๆ คลานมาจากพื้นช้า ๆ ใบหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยวด้วยความขุ่นเคือง พวกเขาเพิ่งจะถูกกลุ่มคนจำนวนมากรุมกระทืบมา

พวกเขาไม่คิดว่าไอ้พวกสัตว์ป่าเมื่อครู่มันจะโหดร้ายขนาดนี้ พวกเขาต้องใช้เวลาในการรักษาตัวหลายวันถึงจะหายดี !

แน่นอนว่าในหลายวันนี้ราชาหลินจือต้องตกไปอยู่ในมือของคนอื่นแล้วแน่นอน !

'อ่า ซูเอ่อ ... เจ้าต้องระวังตัวเองให้ดี ๆ ฉันหวังว่าเจ้าจะตัดสินใจถูกยอมมอบราชาหลินจือให้พวกมันถ้าเกิดโดนพวกมันเจอเจ้า'

ลิโบคิดอย่างกังวล มีเพียงลูกศิษย์คนที่อายุมากที่สุดของเขาที่เชื่อฟังเขามากที่สุด แม้ว่าเขาจะเป็นเงียบ ๆ แต่เขาก็ทำทุกอย่างด้วยความขยันขันแข็ง

เมื่อเทียบกับลูกศิษย์ที่อายุน้อยที่สุดแล้วเขารู้สึกผิดหวังอย่างมาก

"อาจารย์ ! ท่านไม่เป็นไรนะ ? ไอ้พวกบัดซบนั้น ! รอให้ท่านไปถึงระดับเจียนเทียนก่อนเถอะ เมื่อถึงตอนนั้นพวกเราจะกลับมาล้างแค้นพวกมัน !"

หลี่ซุยรู้สึกกลัวอย่างมากเมื่อเขาถูกกลุ่มคนจำนวนมากรุมล้อมทั้งซ้ายและขวา ช่วยไม่ได้ที่เขาจะสบถออกมาด้วยความโกรธแค้นในขณะที่วิ่งไปหาอาจารย์ของเขา

โดยปกติแล้วลิโบจะมีความสุขมากเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ แต่ในสถานการณ์ตอนนี้มันค่อนข้างน่าอึดอัด

เหวินเจียงส่งกระแสจิตคุยกับลิโบ 'นายจะทำเอง ? หรือจะให้ฉันทำ ?'

ลิโบส่ายหัวในขณะที่เขาค่อย ๆ ลูบหัวหลี่ซุย

'หึ ไม่ว่าแกจะทำงานได้ดีแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายคนที่อาจารย์ต้องการมากที่สุดก็คือฉัน !' หลี่ซุยคิดอย่างโกรธแค้นเมื่อเขาคิดถึงตอนที่หม่าเตาซูออกคำสั่งกับเขา

"แกร๊ก !"

ลิโบนำมือที่ย้อมไปด้วยเลือดมาล้างน้ำในแม่น้ำ เขาปล่อยให้น้ำเย็น ๆ ล้างมือของเขาไปอย่างช้า ๆ

สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในแมพน้ำคือศพของหลี่ซุย เขาลอยไปตามกระแสน้ำพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมึนงง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ต้องฆ่าเขาด้วย !

"พี่ใหญ่ มันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่การติดสินใจเลือกคนของพี่ไม่ได้ดีเท่ากับเมื่อก่อนเลย !"

เหวินเจียงพูดในขณะที่มองไปยังศพที่ลอยออกไปช้า ๆ

"ฮึม !"

ลิโบไม่สามารถเถียงออกมาได้ หากไม่ใช่เพราะไอ้โง่หลี่ซุย สภานการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

สิ่งเดียวที่เขาจะทำก่อนจะก้าวไปยังระดับเจียนเทียนคือฆ่าคนที่สมควรตายเสียก่อน !

สำหรับผู้ที่อยู่ระดับเจียงแห่งวิวัฒนาการ การก้าวไปยังระดับเจียนเทียนนั้นสำคัญที่สุด !

ไม่ว่าจะต้องใช้ความพยายามแค่ไหน พวกเขาก็เต็มใจที่จะยอมทำรวมทั้งฆ่าลูกของตัวเองหากมันคิดจะขวางการพัฒนาของพวกเขา !

การยอมให้ลูกชายเขามาทำลายอนาคตในการก้าวไปยังระดับเจียนเทียนนั้นมันไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย

เจียนเทียนอาจจะเป็นระดับที่มหัศจรรย์ แต่การก้าวไปถึงระดับนั้นมันยากมาก ! มีคำพูดที่เคยกล่าวไว้จากปากของผู้ที่อยู่ระดับสูงสุดของเจียงแห่งวิวัฒนาการไว้ว่า แสวงหาเจียนเทียนยากเหมือนการปีนขึ้นสวรรค์ !

มีอัจฉริยะกี่คนที่สามารถมีชีวิตรอดจากสงครามโลกโดยที่พวกเขาอยู่ระดับเจียนเทียน ? คำตอบก็คือไม่ว่าพวกเขาจะมีพรสวรรค์หรือโดดเด่นแค่ไหน สุดท้ายพวกเขาก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้พื้นโลก !

และในตอนนี้ เพราะหลี่ซุย มันทำให้โอกาสในการก้าวไปยังระดับเจียนเทียนของเขาถูกทำลายไป หากเขาไม่ฆ่าไอ้โง่นี่เขาก็จะไม่สามารถระบายความหงุดหงิดของเขาได้ !

ในเวลาเดียวกัน กลุ่มของหวังหยุนก็วิ่งเข้าไปในหุบเขาด้วยความเร็วที่ยอดเยี่ยม ทั้งสองพี่น้องอยู่ภายใต้การคุ้มกันของผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งของตระกูล ทั้งกลุ่มมี 7 คนโดย 2 คนนั้นคือ 2 พี่น้อง ส่วนอีก 5 คนคือผู้เชี่ยวชาญระดับเจียนแห่งวิวัฒนาการ !

"เอ๊ะ พี่ใหญ่ มีคนอยู่ตรงนั้น !"

หวังหยุนนั้นเป็นคนที่ช่างสังเกตอยู่แล้ว เธอมักจะมองไปรอบ ๆ เพราะความอย่างรู้อยากเห็นมากกว่านั่งฟังพวกตาแก่บ่นไปวัน ๆ

"น้องเล็ก คนตายตอนนี้มันไม่สำคัญแล้ว เราต้องรีบไป !"

หวังหยุยสรุปอย่างรวดเร็วที่เห็นคนนอนอยู่ตรงริมฝั่งแม่น้ำ ผิวของเขาซีดราวกับว่าไม่มีเลือดอยู่ในร่าง

หวังหยุนยังคงมองชายคนนั้นด้วยความไม่เต็มใจ เธอก้าวออกมาช้า ๆ ราวกับภูติที่อ่อนโยน เธอรีบเดินไปที่ริมฝั่งแม่น้ำ

"เห้อ น้องเล็กเธอชอบสร้างปัญหาอยู่เรื่อย ! ลุงฉินดูเหมือนต้องรบกวนคุณอีกแล้ว"

หวังหยุยดุน้องเธอเบา ๆ ก่อนจะหันไปบอกชายวันกลางคนข้าง ๆ

"ไม่ต้องห่วงคุณหนูใหญ่"

ฉินเติงก้าวไปข้างหน้า เขาวิ่งไปที่ริมฝั่งแม่น้ำก่อนที่หวังหยุนจะมาถึงก่อนจะเริ่มตรวจสอบ

"ลุงฉิน เขาเป็นไงบ้าง ?"

หวังหยุนแอบมองไปที่ชายวัยกลางคนและถามออกมา

"คุณหนูรอง คน ๆ นี้ดูเหมือนจะบังเอิญตกลงมาในแม่น้ำ ดูเหมือนเขายังมีลมหายใจอยู่"

ฉินเติงวางนิ้วไว้ใต้จมูกของชายคนนั้นและตามมาด้วยการตรวจสอบชีพก่อนจะตอบกลับมา

"คน ๆ นี้เป็นคนปกติ ดังนั้นเขาจึงไม่เป็นภัยคุกคามกับเรา แต่เด็กหนุ่มคนนี้หายใจเบามากอีกทั้งทำไมเขาถึงมีแผลเยอะแยะบนร่างกาย ?"

งานของฉินเติงคือการปกป้องคุณหนูทั้งสองของเขา ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยเขาจึงต้องดูว่าคนนี้สามารถเป็นภัยคุกคามของพวกเขาได้หรือไม่

หลังจากที่ได้ตรวจสอบชีพจรของเขาแล้ว ฉินเติงก็สามารถทำใจให้สบายได้ หลังจากที่ได้เห็นเลือดและฉีที่เล็กน้อยกว่าคนปกติ มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะกลายเป็นภัยคุกคามกับคุณหนูของเขา

"แล้ว ลุงฉิน ลุงมีวิธีช่วยเขาไหม ?"

หวังหยุนมองไปที่ฉิงเติงด้วยความคาดหวัง 

"มี แต่ .. เราต้องรีบไปเดียวนี้เพื่อแย่งราชาหลินจือ !"

หัวใจของฉินเติงแทบจะละลายเหมือนเห็นสายตาที่ไร้เดียงสาและคาดหวังของหวังหยุน แต่ทันทีที่เขาพูดคำแรกออกมาเขาก็ต้องตัดสินใจกัดลิ้นด้วยความเสียใจก่อนจะพยายามหลีกเลี่ยงหัวข้อสนทนานี้

พวกเขาต้องไปจากที่นี่และไม่สามารถพาคนเจ็บไปเป็นภาระได้ นอกจากนี้คน ๆ นี้ก็ลอยมาจากแม่น้ำแล้วทำไมพวกเขาจะต้องมาสนใจอีกว่าจะเป็นหรือตาย ?

"เราจะต้องเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของหุบเขา ถึงแม้ว่าเราจะเอาเขาไปด้วยได้แต่ถ้าเกิดเขาเป็นภาระเราก็ต้องทิ้งเขาไว้แม้ว่าการช่วยคนจะได้บุญมากกว่าการสร้างเจดีย์เจ็ดชั้นก็ตาม !"

ยังไม่ทันทีหวังหยุนจะเปิดปาก เสียงของหวังหยุยก็ลอยออกมา เธอรู้จักน้องสาวของเธอดีที่สุด ดังนั้นหากเด็กน้อยคนนี้ตัดสินใจอะไรไปมันคงเป็นเรื่องยากที่จะกลับมาแก้ไขต่อให้เอาวัวหลายตัวมาดึงเธอกลับไปก็ตาม ! เธอไม่เห็นด้วยที่จะให้น้องสาวเธอช่วยคนที่ใกล้ตายคนนี้ !

"เข้าใจแล้ว !"

แม้ว่าฉินเติงจะไม่พูดอะไร แต่เขาก็หยิบขวดเล็ก ๆ ออกมาแล้วเทยาเม็ดสีขาว ๆ เข้าไปในปากของผู้ชายคนนั้น

หลังจากนั้นพวกเขาก็รีบออกมาแล้วมุ่งไปข้างหน้าต่อ

และสำหรับผู้ชายที่ใกล้ตายนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากไป่เฟิง โชคดีที่เขารอดชีวิตจากการตกหน้าผามาได้ โชคดีที่เขายัดเห็ดหลินจือสีเขียวเข้าปากก่อนจะกระโดดลงมา พลังงานของมันช่วยทำให้เขามีชีวิตรอดและสามารถรักษาลมหายใจสุดท้ายไว้ได้ ! ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องตายในแม่น้ำที่หนาวเหน็บเพียงตัวคนเดียว !

สำหรับพลังงานส่วนใหญ่นั้นพวกมันยังคงอยู่ตรงแขน ขา และกระดูกของเขา มันค่อย ๆ ถูกดูดซึมเข้ามาช้า ๆ

ความเร็วของผู้เชี่ยวชาญนั้นรวดเร็วมาก แม้ว่าทั้งสองสาวจะดูอ่อนแอและอ่อนโยนแต่ทั้งสองก็เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญระดับเจียงแห่งความมืด ! นอกจากนี้พวกเธอยังเรียนรู้เทคนิคการเคลื่อนที่พิเศษที่ทำให้ตัวพวกเธอเบากว่าปกติ ดังนั้นความเร็วของพวกเธอจึงไม่ได้ช้าความผู้เชี่ยวชาญระดับเจียงแห่งวิวัฒนาการเลย !

2 วันผ่านไป สภาพของไป่เฟิงก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่างน้อยใบหน้าของเขาก็ไม่ซีดเหมือนผีอีกต่อไป แก้มของเขาเริ่มมีสีชมพูและสภาพเริ่มเหมือนแค่คนที่นอนหลับเท่านั้น

นอกจากการนำยาเม็ดสีขาวให้ไป่เฟิงกินทุกวัน ฉินเติงก็ไม่ได้สนใจกับไป่เฟิงมากนัก ทำไมผู้ที่มีความโหดร้ายเหมือนสัตว์ป่าอย่างเขาถึงต้องลดตัวมาช่วยเหลือคนปกติด้วย .. เขารู้สึกรำคาญทุกครั้งที่เขามองไปยังไป่เฟิง !

เช้าวันต่อมา กลุ่มผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากก็สามารถไล่ตามกลุ่มของหม่าเตาซูทัน

"เอาราชาหลินจือมาซะ ! มันไม่ใช่ของที่แกจะเก็บไว้ได้ !"

เนื่องจากพวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่เห็นราชาหลินจือ ดังนั้นเป้าหมายของทุกคนจึงเป็นพวกเขา หากไม่ใช่เขาที่ได้มันไปแล้วมันจะเป็นใครไปได้ ในเวลานั้นก็ได้มีชายชราเดินออกมาแล้วตะโกนให้กลุ่มของหม่าเตาซูส่งราชาหลินจือออกมา

"ใจเย็นก่อนพี่ชาย ราชาหลินจือไม่ได้อยู่ที่พวกเราจริง ๆ ! วันนั้นพวกเรามาที่หน้าผาแล้วปะทะกับคนที่ฆ่าพี่น้องของเขา ตอนแรกฉันตั้งใจจะจับตัวมันเอาไว้ แต่มันกลับโดดลมาจากหน้าผาลงมาที่แม่น้ำแทน ! อีกทั้งมันยังเอาราชาหลินจือใส่ไว้ในปากก่อนจะโดดลงมาด้วย !"

หม่าเตาซูกัดฟันพูดออกมา กรรมตามสนองเขาเร็วจริง ๆ ! เพียงไม่กี่วันจากที่เขาเคยคนเย่อหยิ่งเมื่อไหร่กันที่เขาโดนล้อมแล้วกลายเป็นคนอ่อนแอแบบนี้ ? ใครจะคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับเขากัน ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 117 ครั้ง

692 ความคิดเห็น

  1. #660 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 11:10
    ดูเหมือนจะทิ้งเขาไว้ เอ๊ะ หรือจะพามาด้วย..?
    #660
    0