Fishing the Myriad Heavens (นิยายแปล)

ตอนที่ 24 : บทที่ 24 ความน่ากลัวที่แท้จริงของรากผีดูดเลือด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,034
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 287 ครั้ง
    20 ก.ย. 60

บทที่ 24 ความน่ากลัวที่แท้จริงของต้นผีดูดเลือด

กลุ่มของโจคังเมื่อตอนติดอยู่บนภูเขานั่น สิ่งที่พวกเขากินได้มีแค่อาหารแห้งและขนมขบเคี้ยวเท่านั้น ทันทีที่ไป่เฟิงนำอาหารร้อน ๆ อร่อย ๆ พวกเขาทั้งสามก็สูญเสียจิตสำนึกของมนุษย์ทันที พวกเขาแทบจะหลีกเลี่ยงการกัดลิ้นตัวเองไม่ได้เลยเมื่อตอนกินอาหาร

'เขาคนนี้เป็นใครกัน ?' พวกเขาทั้งหมดสงสัย

เวลาแห่งความสุขผ่านไปเร็วเสมอ กลุ่มของโจคังหลังจากได้รับการต้อนรับอย่าง 'สุภาพ' พวกเขาก็ออกจากบ้านทันทีที่กินอาหารของพวกเขาเสร็จแล้ว

ขณะกำลังเดินไปตามโคลนแห้ง โจคังรู้สึกขัดแย้งอย่างมากบนใบหน้าของเขา เมื่อเขาได้เจอกับไป่เฟิง เขาไม่ได้รู้สึกประทับใจตัวเขาเลย แต่อย่างไรก็ตามในพริบตาเขาก็ถูกพิชิตลงด้วยอาหารที่ถูกทำจากเขา

โจคังค่อย ๆ เดินห่างออกจากบ้านไปช้า ๆ หลังจากเขาหันกลับมาดูบ้านหลังนี้ครั้งสุดท้ายแล้ว เขาก็ถอนหายใจอย่างหนัก แล้วเดินต่อไป

สำหรับไป่เฟิงเขากำลังล้างจานอย่างเงียบ ๆ ถึงมันจะเป็นงานง่าย ๆ แต่เขาก็ยังทำมันอย่างตั้งใจ

'ฮะ ? ทำไมมีหนูตายมากขนาดนี้กัน ?'

ไป่เฟิงเดินผ่านต้นไทรแล้วเขาก็มาหยุดตรงที่เขาฝังรากของต้นผีดูดเลือดไว้

กลุ่มของหนูเจ็ดถึงแปดตัวมันถูกกองซ้อนขึ้นมา มันดูแห้งเหี่ยวเหลือแต่เนื้อหนังกับกระดูกเท่านั้น

'หนูพวกนี้ไม่ได้ตายที่นี้เมื่อวาน ...'

ไป่เฟิงมั่นใจอย่างมากในเรื่องนี้ ยังไงก็ตามเท่าที่เขาเห็นเหมือนว่าพวกมันได้ตายไปนานแล้ว !

มันลึกลับอย่างมาก ไป่เฟิงกำลังมองรากของต้นผีดูดเลือดอย่างรอบคอบ ถ้ามันมีอะไรแตกต่างจากเมื่อวานคงจะเห็นได้จากรากของต้นถูกดูดเลือดที่มันเหมือนได้ตายไปแล้วครึ่งนึง มาวันนี้มันกลับดูดีขึ้นมาก ! มันมีสีแดงแล้วยังมีจุดที่เหมือนจะมีเลือดไหลออกมานั่นอีก !

'รากของต้นผีดูดเลือดทำมัน ?'

ไป่เฟิงรีบจับจักจั่น เขาเด็ดปีกของมันแล้ววางไว้หน้ารากของผีดูดเลือด [1]

เรื่องนี้ต้องตรวจสอบให้ดี ! ไม่อย่างงั้นเขาคงนอนไม่หลับเมื่อตกกลางคืน

1 นาทีผ่านไป จักจั่นผู้โชคร้ายเริ่มขยับไปมา มันดูเหมือนกำลังร้องไห้ ต่อสู้ดิ้นรนอยู่ต่อหน้ารากของต้นผีดูดเลือด

สามนาทีผ่านไป จักจั่นผู้ที่โดดเด็ดปีกออกมันก็ยังดูเหมือนเดิม โดยจะเห็นได้ว่ามีความสิ้นหวังอยู่ในสายตาของมัน

"ดูเหมือนฉันจะระแวงมากเกินไป อุฟ ฮ่าฮ่าฮ่า !"

ไป่เฟิงไม่สามารถหยุดหัวเราะได้เนื่องจากเขาคิดว่าที่เขากำลังคิดมันเป็นเรื่องตลก อย่างไงก็ในขณะที่เขากำลังหัวเราะอยู่ทั่วลานกว้าง ต้นผีดูดเลือดก็เริ่มขยับ !

รากกลวงนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากพื้นดินด้วยความไวแสง มันแทงทะลุร่างข้างจักจั่นในพริบตา มันแทงเข้าไปในท้องของจั๊กจั่นที่ถูกแบนราบอย่างเห็นได้ชัด ! [2]

หลังจากกินอาหารว่างเสร็จแล้ว รต้นผีดูดเลือดก็เริ่มส่ายรากของมันด้วยความมีชีวิตชีวาในอากาศด้วยท่าทางมีความสุขและพึงพอใจ

ไป่เฟิงหรี่ตาของเขาในขณะที่มองรากของต้นผีดูดเลือดด้วยความกังวัล จากนั่นเขาก็รีบหยิบจักจั่นมาจากพื้น เขาชั่งน้ำหนักบนฝ่ามือของเขา

'มันดูว่างเปล่า สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ก็คือเปลือกนอกเท่านั้น นี้มันดูเหมือนกับหนูพวกนั่น !'

ไป่เฟิงดึงร่างของจักจั่นออกจากกัน และพบว่ามันว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย ! นี้ทำให้หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความกลัว

'จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ถ้าฉันหลับคืนนี้ !'

ไป่เฟิงรู้สึกหนาวเหน็บที่หลัง เขารู้สึกอยากจะทำลายต้นผีดูดเลือดอย่างมากในใจของเขา !

เขารีบไปที่ห้องครัว ไป่เฟิงหยิบห่อหญ้าแห้งและนำมันมากระจายรอบ ๆ ต้นผีดูดเลือด จากนั้นเขาก็เอาไฟแช็คออกจากกระเป๋าเตรียมที่จะเผาหญ้าแห้งไปพร้อมกับต้นผีดูดเลือด

อย่างไงก็ตามในขณะนั่น ไป่เฟิงเริ่มลังเลใจ มือของเขายังคงถือไฟแช็คอยู่

ไป่เฟิงกำลังต่อสู้ในใจของเขา ด้านนึงกล่าวว่า "เผามันสิวะ ! ฆ่ามันด้วยไฟซะ !"

ในขณะที่อีกด้านนึงกล่าวว่า "อย่าเผามันเลย ! ผลเลือดต้นกำเนิดแค่ผลเดียวยังทำให้นายมาถึงขนาดนี้ได้ แล้วจะเป็นยังไงถ้ามันมีให้นายเต็มคันรถละ ?"

หลังจากต่อสู้ในใจเป็นเวลานาน ไป่เฟิงก็ตัดสินใจอย่างเต็มที่ "ฉันเลือกทางที่ 2 ! นี้เป็นเพราะผลเลือดต้นกำเนิดจากแกหรอกนะ !"

แม้ว่าไป่เฟิงไม่เคยกินโสมอายุร้อยปีมาก่อน แต่เขาก็แน่ใจว่าผลเลือดต้นกำเนิดมันแสดงผลการบำรุงที่ดีกว่าโสมอายุหลายศตวรรษ !

เกี่ยวกับการคุกคามของรากต้นผีดูดเลือด มันไม่สามารถเอาโสมมาเทียบได้ ถึงแม้ว่าจะเริ่มทดลองด้วยหนูกับจั๊กจั่น แต่ใครจะรู้ว่ารากของต้นผีดูดเลือดชอบเลือดมนุษย์หรือไม่ ? และแม้ว่าจะไม่ต้องการ แต่ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่ามันจะไม่มีเปลี่ยนคิดไม่วันใดวันหนึ่ง [3]

หลังจากเผชิญหน้ากับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเป็นเวลานาน ไป่เฟิงก็ตัดสินใจที่จะไม่สนใจรากของต้นผีดูดเลือดอีกต่อไป เขาลองกล้าได้กล้าเสีย

'ตราบใดที่มันได้อาหารทุก ๆ วัน มันคงไม่เป็นอันตราย ใช่ไหม?' ดวงตาไป่เฟิงสว่างขึ้นเมื่อเห็นทางออกที่ยอดเยี่ยม 'อืม.. ฉันไม่รู้ว่าที่ฉันคิดมันถูกหรือเปล่า'

ไป่เฟิงค่อย ๆ เก็บไฟแช็คของเขาแล้วหันไปรอบ ๆ มองซ้าย มองขวา เขาเดินจากไป เขากลัวว่าหากเขายังอยู่ เขาจะไม่สามารถเพิกเฉยต่อความกังวัลของเขาได้ เขาอาจจะใช้ไฟเผาต้นผีดูดเลือดขึ้นมาก็ได้

หลังจากเอาเรื่องของรากของต้นผีดูดเลือดไฟในส่วนที่ลึกของใจแล้ว เขาก็โพสข้อความของเขาเกี่ยวกับเรื่องการจองโต๊ะของในวันนี้บน WeChat

ในชั่วพริบตาเงินฝากมากกว่า 200 แห่งถูกฝากเข้าบัญชีของไป่เฟิง ทำให้เขาต้องเปิดปากด้วยความตกใจ

'ทำไมถึงมีคนขอจองมาเยอะขนาดนี้กัน ?'

ไป่เฟิงเลื่อนขึ้นและตรวจสอบประวัติการแชท ปรากฏว่าวังจุนได้รับการยกย่องอย่างมากจากการที่เขาได้ไปทดลองเป็นกลุ่มแรกในการชิมอาหารของไป่เฟิงให้ทุกคนได้ฟัง

เขาอัพโหลดภาพของหวังเจียนโดยเฮลิคอปเตอร์เพื่อมาทานอาหารกลางวันที่นี้ มันจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความสับสนวุ่นวายอย่างมากในกลุ่มสนทนา

แม้แต่นักธุรกิจเช่นหวังเจียนยังนั่งเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวเพื่อมากินอาหารที่นั่น ! นอกจากนี้ หวังเจียนยังนำอาหารที่เหลือขึ้นไปกินบนฟ้าด้วย ที่เป็นผลทำให้ทุกคนร้อนใจจนต้องการไปตรวจสอบด้วยตัวเอง

ไป่เฟิงไม่รู้ว่าเขาควรจะร้องไห้หรือหัวเราะดีในสถานการณ์นี้ คนพวกนี้มีศรัทธาในภาพลักษณ์อย่างมาก พวกเขารู้สึกว่าการที่คนที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองชิงเฉิงมากินอาหารที่นี้โดยเครื่องบินส่วนตัวแล้ว มันต้องเป็นอะไรที่สุดยอดมากแน่ๆ !

'เนื่องจากกิจการกำลังไปได้สวย มันจะเป็นอะไรหรือเปล่าที่จะรับลูกค้าเพิ่มอีกไม่กี่คนต่อวัน ?'

ทันที่ที่ความคิดนี้โผล่ขึ้นมาในใจของไป่เฟิง เขาก็สลัดมันทิ้งทันที เขารู้สึกว่าเขาไม่มีเวลามากพอที่จะทำอะไรได้มากนักต่อให้มีแค่ 4 โต๊ะต่อวันก็ตาม

ตอนนี้เขาอยู่คนเดียว และเขาทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เรื่องค่าใช้จ่ายก็มีแค่เขาตัวคนเดียว ในทางตรงกันข้าม ไป่เฟิงสนใจเกี่ยวกับการฝึกฝนของเขาซะมากกว่า !

ความรู้สึกของการที่ร่างกายทุเลาลงจากการบาดเจ็บมานาน ทีละน้อย ๆ และจากนั้นก็ถูกสร้างขึ้นใหม่ให้แข็งแรงและดีขึ้นกว่าเดิม มันทำให้เขาหมกมุ่นพวกมันอย่างมาก

หลังจากเลือกสุ่มไม่กี่คน เขาก็ยอมรับเงินฝากของพวกเขา ไป่เฟิงไม่ใส่ใจกับการสนทนาพวกนี้ และจากนั่นเขาก็ออกไปที่หมู่บ้าน

ตอนนี้เวลายังไม่ถึง 9 โมงเช้า และสภาพอากาศก็ค่อนข้างเย็น จึงมีคนจำนวนมากเดินบนถนน

มีคนขายของจำนวนมากที่แสดงสินค้าในตลาดกลางแจ้ง เหล่าคนเดินเท้าก็มักจะแวะไปดูสินค้าของพวกเขา ด้วยสายตาของพวกเขา จะพิจารณาและต่อรองราคามัน

ขณะเดียวกัน ไป่เฟิงก็เริ่มมองหาสินค้าของเหลือ เขาจะเอาของที่ไม่มีใครหยิบหรือก็คือพวกผักหรือผลผลิตของเหลือ

"เจ้าของร้าน คุณมีเลือดหมูไหม ?"

ไป่เฟิงมองที่ร้านขายเนื้อใกล้ ๆ และถาม

คนขายเนื้อเป็นชายวัยกลางคนสวมเสื้อไม่มีแขน ใส่เสื้อผ้ากันเปื้อนน้ำมันผูกติดอยู่รอบเอว ไป่เฟิงไม่รู้จักเขา เพราะเขาน่าจะเป็นคนจากหมู่บ้านใกล้เคียงนี้

"มันพอมีเหลืออยู่ ต้องการมากแค่ไหนละ ?" พ่อค้าเนื้อถามไป่เฟิงด้วยความจริงจัง

"ฉันขอเลือดสด ๆ ฉันไม่ต้องการเลือดที่มันแข็งแล้ว ขอบคุณ!"

ไป่เฟิงเห็นพ่อค้าหยิบเลือดหมูที่หมักไว้ในอ่างน้ำ เขารีบบอกพร้อมส่ายหัวทันที

"เลือดสด ? หืมม วันนี้มันไม่เหลือแล้ว ถ้านายอยากได้ก็มาพรุ่งนี้ละกัน ฉันจะเก็บไว้ให้นายเอง" หลินฮุ้ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าไป่เฟิงต้องการเลือดสดไปทำไม แต่เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธธุรกิจในการขายของเขา

"แน่นอน เก็บไว้ให้ผมด้วย ผมจะจ่ายเท่าที่คุณต้องการ" ไป่เฟิงวาง 200 หยวนบนเคาร์เตอร์และกล่าวตอบ

"ไม่มีปัญหา ! ฮี่ ๆ หมูพวกนี้ฉันเป็นคนเลี้ยงเองกับมือ พวกมันไม่เคยกินอาหารหมูจากโรงงานด้วยซ้ำ เลือดพวกนี้มันต้องอร่อยและดีแน่นอน !"

ดวงตาของหลินฮุ้ยสว่างไสวขึ้นในขณะที่เขาหัวเราะอย่างสนุกสนาน เขารีบคว้าเงินไว้ด้วยมือที่มีแต่ไขมันของเขาและวางไว้ในตะกล้าเงินที่วางไว้ใกล้ ๆ

ไป่เฟิงทำได้แค่ยิ้มเท่านั้น มันจะมีหมูซักกี่ตัวกันที่เขาเลี้ยงที่บ้าน ? ไม่อย่างงั้นเขาจะมาเปิดร้านขายเนื้อทุกวันได้ยังไง ?

เนื่องจากเขาไม่ได้ซื้อมากินเอง ไป่เฟิงจึงไม่จำเป็นที่จะต้องพิถีพิถันมากนัก หลังจากปักหลักที่นี่เพื่อจะเอาเลือดกับอีกฝ่าย แต่สุดท้ายของก็กลับบ้านโดยมือเปล่า

"บอส! เจ้าของบ้านเก่า ๆ คนนั่นกลับมาแล้ว !"

ภายในอาคารสูง มีชายคนหนึ่งก้มหัวรายงาน

"หืม ดี ส่งคนไปคุยกับเขา พยายามโน้มน้าวให้เขาขายบ้านเก่า ๆ นั้นให้เรา"

เหว่ยฮุ้ยดูดซิการ์ราคาแพงและพูดเบา ๆ

"บอส ทำไมเราต้องทำกันขนาดนี้ด้วย ? เมื่อสองปีก่อนเราโยนเงินจำนวนไม่กี่แสนหยวนให้เจ้าเด็กนั่น แต่มันก็ไม่ยอมรับที่จะตกลงสัญญาของเราด้วยซ้ำ" ชายคนนั้นถามด้วยความสับสน

"เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่แกสมควรรู้ ที่แกต้องทำคือรีบ ๆ จัดงานเรื่องนี้ซะ !" ใบห้าของเหว่ยฮุ่ยเย็นชาและพูดด้วยเสียงหนาวเย็น

"ครับบอส !" ชายคนนั้นรู้สึกกระวนกระวายใจ เขารีบก้มหัวในทันที

*****
[1] TL/N : ตระกูลจักจั่นกำลังเผชิญหน้าวิกฤติครั้งใหญ่ ! ประชาการของประเทศกำลังลดอย่างรวดเร็ว ! ไม่มีกลุ่มคนที่มีคุณธรรมเพื่อออกมาปกป้องจั๊กจั่นลยงั้นหรือ ? ใครพร้อมจะยืนขึ้นเพื่อปกป้องจักจั่นกันบ้าง ?! 
ED/N : ผมเคยเห็นแต่การเหยียวผิวบางคน แต่ใน CN นี้เป็นครั้งแรกที่จักจั่นถูกเลือดปฏิบัติ บลาๆๆ

Pdiko : ผมไม่แปลนะครับ มันดูแบบมึนๆมากที่พวกคนแปล eng มันบอกไว้ประมาณว่า ทำไมคนเขียนถึงเลือกแต่จักจั่นๆ อะไรก็จักจั่น เป็นอะไรกับจักจั่นนักหรือไง บลาๆๆ ประมาณว่าเหมือนคนแปลอิ้งมันเป็นพวกพิทักษ์ จักจั่นประมาณนั้น
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 287 ครั้ง

692 ความคิดเห็น

  1. #621 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 12:32

    เหมือนกับคนสมัยก่อนที่มักจะด่าเด็กๆที่เรียนไม่เก่งว่า "โง่เหมือนควาย"
    แต่พวกเขาไม่รู้ ว่าควายนั้นฉลาดกว่าที่เห็นมาก ก็เพียงแค่พวกมันชอบใช้ชีวิตแบบ 'สโลว์ไลฟ์' เท่านั้นเอง
    #621
    0
  2. วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 09:42
    รู้ว่ามีบ่อน้ำวิเศษ???
    #492
    0
  3. #291 8lek (@8lek8) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 21:14
    ขอบคุณค่ะ
    #291
    0
  4. #165 PaJth (@Payare2559) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 12:40
    มันหาง่ายไงคะตามภูเขาที่มีหญ้าเดินผ่านทีนี่โดดเพียบเลย
    #165
    0
  5. #132 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 11:15
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #132
    0
  6. #100 ณัฏฐ์ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 13:13
    ขอบคุณคะ
    #100
    0
  7. #99 MoePunCH (@kuronekokuroneko) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 12:54
    หรือเเมลงสาบดีเด็ดปีกก็วิ่งได้
    #99
    0
  8. #98 MoePunCH (@kuronekokuroneko) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 12:54
    คราวหลังก็เอาจิ้งหรีดเเทน555
    #98
    0