Fishing the Myriad Heavens (นิยายแปล)

ตอนที่ 56 : บทที่ 55 เทคนิคหมัดอันเก่าแก่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,735
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 349 ครั้ง
    13 ม.ค. 61

ฝากเพจอีกทีงับ หน้าเพจถึง 60 กลุ่มลับถึง 189


บทที่ 55 เทคนิคหมัดอันเก่าแก่

*[ตอนนี้แปลยาก อาจจะมีคำที่ไม่ค่อยเข้าใจความหมายอยู่บ้าง ผมไม่ถนัดเรื่องพวกการฝึกหรือกำลังภายในซักเท่าไหร่ แต่พยายามจะทำความเข้าใจงับ]*


หลังจากทื่ความคิดนี้ผ่านเข้ามาในใจของเขา แต่ไป่เฟิงก็รีบส่ายหัวแล้วปฏิเสธความคิดนี้ทันที !


แต่ยิ่งคิดเท่าไหร่ก็เป็นไปได้ว่าความคิดนี้จะถูกต้อง ! การเคลื่อนไหวเป็นชุดสำหรับเทคนิคการหายใจด้วยแสงนั่นมันอาจจะเป็นไปได้ !


"ฮู้ววว !"


ไป่เฟิงเปลี่ยนท่าทางเป็นการออกหมัดกลางคันในขณะที่เคลื่อนไหวชุดแรก


หลังจากนั่นชุดที่สองเขาก็ได้เปลี่ยนท่าทางเป็นการโอบแขนไว้ข้างหน้า เหมือนเขากำลังจะโอบกอดโลก !


หลังจากนั่น ไป่เฟิงก็ปรับเปลี่ยนการยืนโดยยกแขนขึ้นเหนือหัวราบกับว่ากำลังแบกรับภูเขาศักดิ์สิทธิ์ อยู่ !


ไป่เฟิงพยายามที่จะขยับการเคลื่อนไหวชุดที่สองนี้ให้กลายเป็นเทคนิคที่รุนแรง !


ด้วยมือทั้งสองข้างที่เหนือหัวของเขา เขาพยายามรวบรวมความแข็งแกร่งแล้วจิตตนาการถึงภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ให้มันกดทับลงมาที่เขา !


มันเป็นเพียงเวลาสั้น ๆ แต่ไป่เฟิงรู้สึกได้ว่าพลังมหาศาลในมือของเขา เลือดและพลังภายในของเขากำลังเดือด ราบกับว่าเขากำลังแบกภูเขาศักดิ์สิทธิ์ไว้จริง ๆ ! แต่ก่อนที่เทคนิคนี้จะเสร็จสมบูรณ์ เขาก็ไม่สามารถรับแรงกดดันของมันได้อีกต่อไป ความรู้สึกนี้จึงได้หายไปในทันที !


ไป่เฟิงรู้สึกเหมือนได้แบกภูเขาทองคำไว้ก่อนหน้านี้ แต่เขาขาดความสามารถพอที่จะได้มันมา !


'ฉันไม่สามารถยอมแพ้ได้ ! ถึงมันจะเป็นเวลาสั้น ๆ แต่ก็ทำให้รู้ว่ามีพลังอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนไว้ภายใต้การเคลื่อนไหวแบบนี้ ! ถ้าหากว่าฉันต้องการที่จะมัน ฉันจะต้องแข็งแกร่งว่านี้หลายเท่า !'


แสงที่มีความหวังออกมาจากตาของไป่เฟิง ในช่วงเวลาสั้น ๆ เขารู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่เขาได้รวบรวมไว้ที่มือของเขา ! มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากจริง ๆ !


ความแข็งแกร่งนี้สามารถเข้าใจได้โดยง่ายหากเปรียบเทียบกับแผ่นโลหะและก้อนน้ำแข็งยัก ไม่ว่าก้นนักแข็งใหญ่มันจะใหญ่แค่แต่หากเรื่องความแข็งแกร่งของมันก็ยังน้อยกว่าเศษแผ่นโลหะอยู่ดี !


เช่นเดียวกับความแข็งแกร่งของไป่เฟิง เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะก้าวไปถึงจุดที่สูงที่สุดหากไม่มีเทคนิคการต่อสู้ที่เหมาะสมกับตัวเขา !


มันเป็นเรื่องที่ดี หากสามารถชนะการต่อสู้โดยใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายเพียงครึ่งเดียวโดยปราศจากเทคนิคการต่อสู้ แต่หากลองคิดดี ๆ เขาจะมีพลังมากแค่ไหนกันถ้าหากสามารถรวมพลังพวกมันไปพร้อมกันได้ !


นี้คือหน้าที่หลักของเทคนิคการต่อสู้ ! เทคนิคการต่อสู้ที่ดีมันจะสามารถแสดงผลออกมาได้ 100% ถึง 120 % ของพลังพวกเขา


แต่ท้ายที่สุดความเข้าใจเรื่องเทคนิคของไป่เฟิงนั่นต่ำเกินไป มันไม่เพียงพอที่จะเรียนรู้เรื่องพวกนี้ได้ !


เขาขบฟันด้วยความคิดไปในตัว จากนั่นไป่เฟิงก็เรียกเปยเซียงเพื่อช่วยทำความเข้าใจของเขาให้กระจ่างมากขึ้น


"แกร๊ก"


สองเสียงที่ได้ยินไปทั่วลานกว้าง โดยไป่เฟิงนั่นมีเปยเซียงช่วยจับไหล่ของไปเฟิงที่หลุดออกมาให้กลับมาที่เดิม


ในระหว่างนี้ไป่เฟิงเพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเท่านั่น เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด


อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นชุดอีกต่อไป เขานั่งลงแล้วใช้ความคิดเกี่ยวกับความซันซ้อนของเทคนิคหมัดที่กำลังพัฒนานี้


"ฮู้วว ! มันยากมากจริง ๆ ฉันเหนื่อยแล้วสิ .."


หนึ่งชั่วโมงต่อมา ไป่เฟิงก็ตื่นขึ้นมาจากความคิด เขาส่ายหัวแล้วนวดหน้าผากเล็กน้อย


เทคนิคของหมัดนี้มันเต็มไปด้วยเส้นทางที่นับไม่ถ้วนในการพัฒนามัน มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาเทคนิคหมัดที่เหมาะกับตัวเขาได้ในช่วงสั้น ๆ มันไม่มีประโยชณ์จนกว่าเขาจะเจอความโชคดีบางอย่างที่จะเกิดขึ้นกับตัวเขาเอง


เทคนิคของหมัดหรือเทคนิคอาวุธมือเปล่า ในประเทศจีนมันถูกค้นคว้าพัฒนามาตลอด มันถูกปรับปรุงอย่างช้า ๆ มาหลายชั่วอายุคน


ในเรื่องนี้ มันไม่จำเป็นที่จะพูดถึงความยากในการเคลื่อวไหนที่ซับซ้อนของไป่เฟิงในตอนที่ฝึกเทคนิคการหายใจด้วยแสง หากให้เปรียบเทียบละก็ มันเหมือนเทคนิคจากพระเจ้ามากกว่า !


เขาปิดตาของตัวเองลง ไป่เฟิงละทิ้งความคิดทั้งหมดและค่อย ๆ ผ่อนคลายจิตใจและจิตวิญญาณของเขาในขณะที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ชายหาดใต้ต้นไทร อย่างช้า ๆ อากาการปวดหัวของเขาก็ค่อย ๆ หายไป


"เจ้านาย ได้เวลากินข้าว" เปยเซียงเดินมาบอกหัวไป่เฟิงข้าง ๆ


"อืม"


ไป่เฟิงทำเสียงดังในลำคอเป็นการตอบสนอง แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน


มีคำพูดเก่า ๆ เคยบอกไว้ว่า : อย่าพูดในตอนที่นอนหรือกินอยู่ ! นี้จะเป็นการแสดงถึงนิสัยของตัวเองได้ !


ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้เกินความจริงซักเท่าไหร่ แต่ไป่เฟิงก็ไม่ค่อยได้เปิดปากพูดในระหว่างที่เขากินอาหาร


ในทำนองเดียวกัน เปยเซียงก็ไม่ได้พูดในขณะที่เขากินอยู่เช่นกัน เมื่อกินเสร็จแล้วพวกเขาก็เก็บจานแล้วทำความสะอาดทันที


ไป่เฟิงพอใจอย่างมาก เขาหยิบคันเบ็ดสีม่วงเดินออกไปพร้อมกับหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวัง


แต่เห็นได้ชัดว่าโชคของเขาไม่มีเลย เขานั่งอยู๋ครึ่งชั่วโมงก่อนที่จะเดินออกมาโดยไม่ได้มีการแสดงออกใด ๆ บนหน้าของเขา


ไป่เฟิงไม่ได้คิดมากในเรื่องนี้ จริงอยู่ที่ว่าเขาคาดหวังว่าจะตกอะไรได้ทุกวัน แต่ในกรณีนี้ ระบบตกปลาสวรรค์นั่นมันสามารถตกได้เรื่อย ๆ แบบนี้ทุกวัน มันจึงไม่เป็นไรหากเขาต้องการจะมาลองอีกครั้งในวันพรุ่งนี้


"เปยเซียง ฉันจะออกไปทำธุระซักพัก ฉันไม่แน่ใจว่าจะกลับมาวันไหนบางทีอาจจะ ไม่กี่วัน 10 วัน บางทีก็ครึ่งเดือน นี้เงินหนึ่งพันหยวนถ้ามีอะไรขาดเหลือนายก็ไปซื้อมาใช้ซะ ถ้านายอยากกิน ก็เอาของในตู้เย็นมาใช้ก่อนก็ได้ "


ไป่เฟิงคิดลึก ๆ เมื่อเขามองไปที่น้ำวนสีดำในบ่อน้ำที่กำลังปิดลง จากนั่นเขาก็ตัดสินใจได้ เขาเก็บคันเบ็ดสีม่วงแล้วเดินไปบอกกับเปยเซียง จากนั่นจึงได้เดินออกจากบ้าน


หนึ่งชั่วโมงต่อมา ไป่เฟิงก็ก้าวลงมาจากรถที่เมืองชิงเฉิง


อย่างแรกที่เขาทำหลังจากมาถึงที่นี่ คือการเดินไปหาตู้กดเงินที่ใกล้ที่สุดก่อนจะใส่บัตรที่เนี่ยยุนให้มาแล้วกดรหัสผ่าน


'ฮะ ? รหัสผิด ?'


ไป่เฟิงมองที่หน้าจอตู้กดเงินด้วยความโง่งม จากนั่นเขาก็ใส่รหัสอีกครั้ง


ตามที่คิด ผลสุดท้ายก็เหมือนเดิม ไป่เฟิงเริ่มหงุดหงิดอย่างมาก เป็นไปได้ไหมว่าไอ้ลูก ***** จากตระกูลเนี่ยไม่เคยคิดจะให้เงินเขามาตั้งแต่แรก ?


'เชี้ย ! ถ้า 000000 มันผิด แล้วถ้าเป็น 123456 ละ ?'


ไป่เฟิงใส่รหัสอีกครั้ง


รอยยิ้มอันร่าเริงปรากฏบนใบหน้าของไป่เฟิง เนื่องจากในที่สุดเขาก็เข้าถึงบัญชีที่มีตัวเลขหยาดเหยียดปรากฏบนหน้าจอได้


เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกที่โหดร้ายนี้ เงินเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ หากจะพูดได้ว่าสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยเงิน มันคงจะเป็เรื่องที่ตลกอย่างมาก !


"เฮ้ ไอ้หนู นายรีบ ๆ หน่อยได้ไหม ? มีอีกหลายคนที่รอใช้ตู้นี้อยู่ !"


มนุษย์ป้าวัยกลางคนช่วยไม่ได้ที่จะไม่พอใจ เธอรู้สึกหงุดหงิดอย่างมากเมื่อมองไปที่เจ้าคนโง่ตรงหน้าของเธอเพราะเขาใช้ตู้คนเดียวมาเป็นเวลานาน


"โอ้ ! โทษที" ไป่เฟิงรีบหยิดบัตรออกจากตู้กดเงิน แล้วมองไปทีแถวยาดเหยียดที่อยู่ข้างหลังเขาด้วยความเสียใจ


ตอนนี้ไป่เฟิงมีเงินทุกอยู่เล็กน้อย แต่ถ้าหากนับเงินในบัตรนี้แล้วละก็ ไป่เฟิงจะสามารถหยิบเงินล้านหยวนตอนไหนก็ได้หากเขาต้องการ


ตั้งแต่ที่เขามีเงิน ไป่เฟิงก็ตระหนี่อีกต่อไป เขาเดินไปเลือกชุดกีฬาตัวใหม่จากร้านขนาดใหญ่ไม่กี่ชุด โดยไม่แม้แต่จะมองป้ายราคา เขาดึงมันแล้วเดินไปจ่ายเงิน จากนั่นเดินออกมาจากร้านด้วยความเหย่อหยิ่ง เขามองไปที่ร้ายขายเสื้อผ้าโบราณ ไป่เฟิงมองอย่างไม่ใยดีก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน


แต่ของที่อยู่ในร้านนี้ทำให้เขาตกใจอย่างมาก เขารีบตื่นจากความฝันอันสวยงามอย่างรวดเร็ว หลังจากได้รับการแนะนำจากพนักงานขาย ไป่เฟิงก็ได้ซื้อสามชุดสำหรับการฝึกฝนของเขา เนื้อผ้าของมันไม่ใช่ชุดที่ใช้ฝึกธรรมดา ๆ พวกมันเป็นชุดที่ถูกออกแบบมาอย่างเก่าแก่ สำหรับฝึกศิลปะการต่อสู้ พวกมันทั้งใส่สบายและดูเท่ห์อย่างมาก ในทางตรงกันข้ามกับลักษณะภายนอกของร้าน ราคาสำหรับชุดฝึกทั้งสามชุดมันไม่ได้น้อยเลย ไป่เฟิงจ่ายเงินด้วยเสียเสียใจอย่างสุดซึ้งไปถึง 10,000 หยวนที่เคาเตอร์


ในเวลาต่อมา ไป่เฟิงก้โผล่ออกมาจากร้านด้วยความรู้สึกหนักใจ เมื่อคิดถึงสิ่งที่เขาได้ซื้อไป


'ฉันคิดว่าฉันน่าจะอยู่ในกลุ่มของพวกคนรวยแล้ว แต่สุดท้ายฉันก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านี้เลย ' ไป่เฟิงซ่อนความข่มขืนไว้ในความรู้สึก มันเป็นความผิดของเขาเองที่รู้สึกชอบสิ่งของต่าง ๆ ในร้านพวกนี้โดยที่เห็นเพียงแค่แวบเดียว ?


ท้องฟ้าเริ่มมืดลง ไป่เฟิงเดินไปที่ถนนเล็ก ๆ ก่อนที่จะมองหาห้องบนในโรงแรมที่ดี เขาสั่งอาหารอร่อย ๆ เพื่อที่จะไปเพลิดเพลินในห้องของเขา


อาหารนี้รสชาติดีมาก แต่ยังไงก็ตาม เมื่อครั้งหนึ่งเคยได้ลิ้มลองอาหารที่มีรสชาติเหมือนขึ้นสวรรค์มาก่อน ลิ้นของเขามันทำให้เขาเบื่อที่จะยัดพวกมันเข้าไปในปากอย่างมาก


ลิ้นของเขามันเริ่มไม่มีความรู้สึกที่อยากกินอาหาร 'ปกติ' มากขึ้น มันเป็นจุดที่แม้แต่ไป่เฟิงเองก็เริ่มกังวล เขาไม่กล้าจิตนการการเลยว่าเขาจะเป็นยังไงหากว่าสิ่งมีชีวิตที่แสนอร่อยจากอีกโลกอย่างกุ้งอมตะถูกกินหมดไปแล้ว !


ในขณะที่นอนดูทีวีอยู่บนเตียง ไป่เฟิงก็ค่อย ๆ หลับไปในที่สุด


เขาตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น อย่างไรก็ตาม ไป่เฟิงก็ไม่กล้าที่จะฝึกเทคนิคการหายใจด้วยแสง ตอนนี้จากความเข้าใจของเขา ระดับความลึกซึ้งของเทคนิคนั่นมันมากเกินกว่าที่เขาจะรับได้


เขาต้องค่อย ๆ ทำความเข้าใจมันอย่างช้า ๆ ก็เหมือนกับคนไม่ได้ตาบอดที่ไมีมทางจะหลบแสงอาทิตย์ที่ส่องเข้ามาได้ ต่อให้เขานำนิ้วมากั้นไว้ระหว่างท้องฟ้าก็ตาม


มันอาจจะเป็นช่วงที่เช้าอย่างมาก แต่สำหรับคนที่นี่พวกเขาตื่นแบบนี้กันเป็นประจำ โดยสามารถดูได้จากการสวีทภาพแสงอาทิตย์ที่ขอบฟ้าจากในมือถือหรืออินเทอร์เน็ตได้


ในเมื่อไม่มีอะไรทำ ไป่เฟิงจึงได้เปิดช่องทีวีสลับไปมา มันไม่มีอะไรที่น่าสนใจเลยแม้แต่น้อย


ในมือของเขานั่นคือหนังสือสัญญาจิตวิญญาณ เป้าหมายการเดินทางของเขานั่นไม่ใช่มาแค่เที่ยวเล่นเท่านั้น


"นี้มันคือเวทมนย์ของจริง มันมีตวามสามารถในการควบคุมชีวิตกับความตายได้ นอกจากนี้มันยังมีขีดจำกัดของผู้คนที่จะถูกควบคุมได้อีก มันเป็นความสามารถที่น่ากลัวมาก !"


ไป่เฟิงบ่นกับตัวเอง หนังสือจิตวิญญาณในมือของเขานั่นทำให้เขาคิดถึงหนังสือในตำนาน หนังสือชีวิตและความตายที่เป็นของราชายามะ ![1]


'สำหรับฉัน ฉันสามารถตัดสินใจถึงชีวิตหรือความตายของใครก็ได้ที่มาจบลงด้วยหนังสือของฉัน !'


เมื่อเขาคิดได้ดังนั่น ไป่เฟิงก็เริ่มคิดถึงความรุนแรงของมันขึ้นเรื่อย ๆ เขาตัดสินใจที่จะไม่มองกลับไปไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นใครก็ได้ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกไพ่ตายของพวกเขาคืออะไร หากเขาประมาทละก็ มันจะเป็นเรื่องง่ายที่จะทำให้เรือของเขาจ่มลง !


[1] TL/N : หนึ่งในตำนานของจีน ราชาหยาน เขาคือพระเจ้าแห่งความตาย และผู้ควบคุมความเป็น โดยอยู่ใน "สิบราชานรก" เขาปรากฏตัวในลักษณะร่างมนุษย์เพศชายพร้อมกับลูกสมุนของเขา ในมือของเขาจะมีหนังสือที่คอยฟังเสียงของดวงวิญญาณว่าเมื่อไหร่จะถึงวันตายของทุกชีวิต

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 349 ครั้ง

692 ความคิดเห็น

  1. #340 ASURAJA (@zicmad) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 13:15
    ราชายามะ น่าจะเป็นอีกชื่อหนึ่งของ ยมบาล รึเปล่าครับ เพราะ หนังสือที่มีอายุไข ผมเทียบเคียงกับไซอิ๋ว ที่ฉีเทียนต้าเซิ้น หรือ ซุนหงอคง กลัวตัวเองกับบริวารตาย เลยไปแก้ไขอายุไขตัวเองกับบริวารที่เขาไม้ผล
    #340
    0