Fishing the Myriad Heavens (นิยายแปล)

ตอนที่ 8 : บทที่ 8 การตกแต่งที่สมบูรณ์แบบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,765
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 309 ครั้ง
    19 ก.ย. 60

บทที่ 8 การตกแต่งที่สมูบรณ์แบบ

ไป่เฟิงคำนวณในใจเล็กน้อยเกี่ยวกับของที่เขาต้องนำมาตกแต่งห้อง จนเขาเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย

"แม่ง นี้แม่มโคตรยาก!" เขาเกาหัวด้วยความผิดหวัง

สุดท้ายเขาก็ทนความน่ารำคาญนี้ไม่ได้ เขาจึงล็อคบ้านแล้วเดินออกจากไป

"ลุงเซียง !"

ไป่เฟิงมาถึงโรงไม้ประจำหมู่บ้าน ข้างในมีชายวังกลางคนที่กำลังนั่งแกะสลักไม้อยู่

"หลานเฟิง ! นายกลับมาเมื่อไหร่กัน ?" เซียงเฉินผู้ที่กำลังใส่อุปกรณ์แกะสลักเงยหน้าขึ้นมามองไป่เฟิงด้วยความตกใจ

"อ่าลุงเซียง ผมเพิ่งมาถึงเมื่อวานตอนเย็นนี้เอง" ไป่เฟิงตอบกลับด้วยความเคารพ

เมื่อตอนที่เขาได้รับบาดเจ็บไม่กี่ปีมานี้ ลุงเซียงเป็นคนที่มาดูแลเขาบ่อยที่สุด เขาวิ่งวุ่นเพื่อหาคนมารักษาเขาโดยไม่ต้องการของตอบแทนเลยแม้แต่น้อย

"ดีแล้วที่หลานกลับมา ตั้งแต่ที่ภูเขาชิงหลิงได้รับการพัฒนามานี้ มันก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวมาที่นี้ทุกวันเลย มันไม่ใช่เรื่องยากอีกแล้วที่จะอาศัยอยู่ที่นี้ในอนาคต" เซียเฉินโบกมือไปมาโดยไม่แม้แต่จะปิดบังเจตนาของเขา

"นั่นคือสิ่งที่ผมคิดเช่นกัน ตั้งแต่นี้ต่อไปผมจะกลับมาอยู่ที่นี้แล้วเริ่มทำพวกสวนหรืออะไรทำนองนั่นที่บ้านของผมแล้ว" ไป่เฟิงก็ตอบกลับไปตามความคิดของเขา ไม่แม้แต่จะปิดบังใดๆ

"ดีแล้ว ถ้าหลานต้องการให้ลุงช่วยอะไรก็มาบอกได้นะ" เซียงเฉินตบหน้าอกพร้อมหัวเราะไปด้วย

"ลุงเซียง ที่ผมมาหาเพราะว่าผมกำลังหาซื้อโต๊ะกับเก้าอี้ซัก สองสามโต๊ะ ผมสงสัยว่าตอนนี้ลุงยังมีพวกมันขายไหม ?" ไป่เฟิงตอบกลับโดยไม่อ้อมค้อมเรื่องที่เขามาที่นี้

"มีแน่นอน ลองไปหาดูข้างหลังได้เลย ถ้าได้ที่ต้องการแล้วเดียวฉันจะส่งไปที่บ้านหลานเอง" เซียงเฉินชี้ไปที่โต๊ะกับเก้าอี้ที่เรียงกันอยู่สองสามชุดในร้าน

ไป่เฟิงยืนคิดอยู่ซักพักนึง "ลุงเซียงฉันต้องการชุด โต๊ะกับเก้าอี้ ประมาณสี่ชุด ลุงขายพวกนี้ราคาเท่าไหร่" สองชุดอาจจะไม่เพียงพอ เขาจึงคิดว่าควรจะซื้อสี่ชุดถึงจะสมบูรณ์แบบ

เซียงเฉิน ถอนหายใจ " เจ้าเด็กโง่แกถามอะไรของแกว่าพวกนี้ราคาเท่าไหร่ ฉันไม่คิดเงินกับแกหรอก อยากได้อะไรก็บอกได้เลย !" เซียงเฉินเฝ้าดูไป่เฟิงเติบโตขึนมาตั้งแต่ยังเล็ก ในหัวใจของเขาไป่เฟิงคือหลายชายของตัวเองตั้งแต่ที่ได้รู้จักเมื่อนานมาแล้ว แล้วจะให้เขารับเงินจากหลานตัวเองได้อย่างไร ?

"ลุงเซียง ถ้าลุงไม่รับเงินจากผม ผมก็จะไม่เอาพวกเฟอร์นิเจอร์พวกนี้" ไป่เฟิงตอบด้วยความจริงจัง

เซียงเฉินสถานะการทางการเงินของเขาไม่ค่อยดี เขามีลูกสองคนโดยที่คนแรกกำลังจะเข้าเรียนมหาลัย ในขณะที่อีกคนกำลังเข้าเรียนชั้นมัธยม มันถือว่าเป็นช่วงที่เขาต้องหาเงินใช้มากที่สุด !

ไป่เฟิงไม่ต้องการใช้ประโยชน์จากความเมตตาของลุงเซียง

"ฮ่าฮ่า พอได้มองหน้าโง่ ๆ ของแกแล้วฉันคิดถึงปู่ของแกจริง ๆ ช่างเหมือนกันดีนัก เอาหล่ะ ฉันไม่ต้องการอะไรมาก ฉันขาย 500 หยวนต่อชุดละกัน"

เซียงเฉินยิ้มอย่างข่มขืน เจ้าเด็กคนนี้ช่างเป็นคนดีจริง ๆ เขาจึงแอบมองพร้อมเอ่ยด้วยราคาที่ถูกกว่าปกติอย่างมาก

"ลุงเซียง ทำไมมันถูกแบบนี้" ไป่เฟิงไม่หลงกลง่าย ๆ เขายิ้มจาง ๆ แล้วเดินขึ้นไปตรวจสอบพวกโต๊ะและเก้าอี้อย่างระเอียด

"วัสดุพวกนี้ทำมาจากต้นฝนใช่ไหม [ต้นจามจุรี] ? ลำต้นของมันน่าจะมีขนาดกว้าง 80 เซนติเมตร มันต้องใช้ค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000 หยวนต่อลูกบาศก์เมตร แม้แต่ต้นที่เล็กกว่านี้ก็ใช้ถึง 1,400-1,500 หยวน ต่อลูกบาศก์เมตร ไหนจะค่าแรงอีก ถ้าลุงขายมันด้วยราคาแค่นี้ลุงก็เตรียมร้านเจ๊งได้เลย" ไป่เฟิงยิ้มล้อเลียน หลังจากคำนวณสั้น ๆ เขาหยิบเงินออกมาจำนวน 8,000 หยวนวางไว้บนโต๊ะอย่างรวดเร็วโดยไม่โอกาศให้เซียเฉินพูดอะไร

'ทำไมเด็กคนนี้ถึงคิดเลขได้เร็วนั่น' เซียงเฉินคิดในใจ เขาเป็นห่วงเรื่องเงินของเก็บไป่เฟิงมากกว่า เขากลัวว่าทั้งหมดนี้อาจจะเป็นเงินออมของไป่เฟิงก็ได้

ไม่รู้ว่าเซียงเฉินรู้ได้อย่างไร เพราะใช่แล้วนี้คือเงินเก็บตลอดอาทิตย์ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาของไป่เฟิง [ในที่นี้คือเงินเก็บจากการทำงานนะครับ ไม่ใช่จากการขายปลา]

เพราะเคยทำงานที่เกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์มาก่อน เกี่ยวกับไม้พวกนี้ ไป่เฟิงรู้เกี่ยวกับคุณภาพและราคาของมันอยู่บ้าง

หลังจากที่ออกจากร้านแล้ว ไป่เฟิงก็เดินไปที่เมืองซวนเพื่อซื้อของตกแต่งเพิ่มเติม [ผมก็ไม่รู้เช่นกันนะครับว่าเมืองที่ไปรอบที่แล้วเป็นเมืองอะไร เพราะผู้เขียนไม่ได้บอกไว้เช่นกัน]

สิ่งที่เขาจะนำมาตกแต่งก็คือพวกของที่มีรูปแบบย้อนยุค ตัวอย่างเช่นภาพวาดหมึก แจกันโบราณและอื่นๆ ที่หาซื้อไม่ได้จากหมู่บ้าน

หลังจากใช้เวลาครึ่งวันที่เมืองซวน ไป่เฟิงก็ถือของจำนวนมากกลับมายังบ้านของเขา ของพวกนี้ราคาไม่ค่อยแพง แต่กว่าจะหาซื้อมาได้มันใช้เวลานานมาก นั่นก็เพราะมันไม่ค่อยมีร้านขายของพวกนี้ซักเท่าไหร่ เขาจึงต้องวิ่งไปทั่วเมืองเพื่อหาของแต่ละอย่าง [1]

สุดท้ายเขาต้องหาช่างฝีมือเกี่ยวกับผ้าม่านและการแก้ไขบ้านของเขาเพือที่จะเปลี่ยนหลายๆอย่าง

ในช่วงเวลาสั้นๆของบ่ายวันนี้ ทำให้กระเป๋าสตางค์ของไป่เฟิงแฟ่บลงไปถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว !

"อ๊ะ ฉันยังไม่ได้แม้แต่เริ่มเปิดร้านก็ยังใช้เงินไปเยอะขนาดนี้แล้วงั้นหรอ !" ไป่เฟิงรู้สึกเสียใจเล็กหน่อย สำหรับของที่แพงที่สุดก็คือผ้าม่าน ชุดน้ำชา โต๊ะและเก้าอี้

ส่วนที่เหลือก็จะถูกลงมาแต่ก็ไม่ได้ถึงกับแพงมากนัก

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในขณะที่ไป่เฟิงกำลังยุ่งอยู่กับตัวเอง ในพริบตาท้องฟ้าก็มืดซะแล้ว

ไป่เฟิงปัดฝุ่นออกจากตัวเองแล้วเดินเข้าไปในครัวเพื่อเริ่มทำมื้อเย็น

'ไก่จากต่างโลกมันอร่อยมาก ปลาตัวนี้มันก็ต้องอร่อยไม่แพ้กันใช่ไหม ?' ไป่เฟิงกลืนน้ำลายในขณะที่กำลังจ้องมองเนื้อปลาดิบที่ดูอวบน้ำกินนั่นซิ

หลังจากนั้นเขาก็ตัดส่วนที่ไม่ต้องออกไป

เนื้อปลามีสีแดงสด เส้นสีขาวซึ้งดูเหมือนจะมีทั้งไขมันและเส้นเลือดได้รูปทรงสวยงามนั่นอีก

ไป่เฟิงนำปลาบางส่วนไปทำซุป และนำบางส่วนไปทอด ในขณะที่เขากำลังเตรียมอาหาร กลิ่นของพวกมันทำร้ายกระเพาะของเขามาก ทุกครั้งที่เขาได้กลิ่นพวกมันทำให้เขาอยากจะเอาเอามันเข้าปากจนน้ำลายไหล [2]

การทำอาหารโดยใช้กระทะใบใหญ่มีประสิทธิภาพมาก ไป่เฟิงรู้สึกได้ว่ารสชาติของมันน่าจะดีกว่าการทำด้วยกระทะขนาดเล็กซะอีก

เนื่องจากเพราะประสิทธิภาพของกระทะและความจริงที่ว่าท้องของไป่เฟิงกำลังโกรธอย่างบ้าคลั่ง ทำให้เขาต้องรีบทำมัน โดยที่เขาทำมามีทั้งหมด 3 จานด้วยกัน อย่างแรกคือซุปปลานมขาว มันมีกะหล่ำปลีลอยอยู่เล็กน้อย แต่เพียงแค่คุณมองมัน มันจะทำให้คุณหิวกระหายเพิ่มขึ้นหลายเท่าเลยทีเดียว

ส่วนจานอื่นๆ นั่นเป็นปลาทอดทีดูน่ากินพอๆกัน แป้งทั้งสองด้านที่ถูกทอดจนกรอบสีทองที่ดูสมบูรณ์แบบและความร้อนที่พอดีทำให้ไม่มีน้ำมันไหลออกมา จนสามารถมองเห็นความกรอบของแป้งและไอน้ำบนจานได้ เมื่อมองเข้าไปจะเห็นความสมบูรณ์แบบที่ด้านนอกกรอบด้านในนุ่มได้ !

'อืมมมมมมมมม ! โคตรอร่อยย !' แสงออกจากดวงตาของไป่เฟิงเมื่อเขานำปลาเข้าปาก

กลิ่นหอมที่โชยออกมาทำให้ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยกลิ่นที่ใครก็ตามได้กลิ่นจะต้องหิวจนทนไว้ไม่ได้ พวกเขาจะน้ำลายไหลโดยที่ตัวเองไม่สามารถควบคุมได้ และหากพวกเขาได้ชิมมันเล็กน้อยพวกเขาคงจะเข้าใจคำว่าอาหารจากสวรรค์แน่นอน ไม่ว่าจะรสชาติที่ลึกล้ำ ความรื่นรมย์ของมัน หรืออื่น ๆ อีกหลายพันคำ แต่ถ้าจะให้พูดง่าย ๆ ก็คือ แม่งโคตรหอมชวนทำให้หิวจริง ๆ !

ไม่มีคำที่สอง ไป่เฟิงแทบจะฝังหน้าเข้าไปในชามข้าวของเขา เขาเริ่มงัดตะเกียบกินพวกมันเหมือนคนบ้า แต่น่าเสียดายที่ร่างกายมนุษย์มันมีข้อจำกัดที่ว่า ไม่ว่าคุณจะกินมากแค่ไหนสุดท้ายก็ต้องอิ่มอยู่ดี แต่ไป่เฟิงก็ยังยัดมันเข้าไป ยัดเข้าไป เขาไม่เต็มใจที่จะวางตะเกียบแล้วหันหลับกลับ จนสุดท้ายไม่ว่าเขาจะยัดลงไปแค่ไหนเขาก็ไม่สามารถกลืนอีกคำลงไปได้อีก

หลังจากล้างจานเสร็จแล้วไป่เฟิงก็ลงไปนอนบนเตียงแล้วกำลังคร่ำครวญอย่างหนัก ในขณะที่ทีวีกำลังฉายเกี่ยวกับการวิ่งแข่งอยู่แต่ไป่เฟิงไม่ได้สนใจมันแม้แต่น้อย เพราะเขากำลังคิดถึงเรื่องอื่นอยู่ในใจเขา

'สิ่งที่สำคัญที่สุดของร้านอาหารระดับไฮเอนด์คือต้องมีอะไรแปลกใหม่และไม่เหมือนใคร' ไป่เฟิงคิดอย่างเงียบๆ บางครั้งแม้แต่ไวน์ที่มีกลิ่นหอมและรสชาติชั้นเลิศที่ถูกซ่อนอยู่ในภูเขาลึกเมื่อมีคนชิมมัน มันก็จะทำให้ไวท์นั่นกลายเป็นที่รู้จักกันแม้ว่ามันจะถูกซ่อนไว้ในภูเขาลึกก็ตาม ! [3]

'ความคิดนี้ดูแล้วน่าจะไปได้สวย !' ความคิดบางอย่างเข้ามาในหัวของไป่เฟิง

ความคิดนี้เป็นอะไรที่ง่ายมาก อะไรมันจะไปดีกว่าการได้รับการยอมรับจากชายผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในเมืองชิงเฉิงมาทานอาหารที่ร้านของเขากันละ ?

คนร่ำรวยมักมีเพื่อนที่ร่ำรวย ตราบใดที่หวังเจียนพอใจ เพื่อนของเขาก็ต้องมั่นใจเหมือนกัน

แต่ว่าแผนนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อหลังจากปรังปรุงห้องเสร็จแล้วเท่านั้น [4]

ไป่เฟิงค่อยๆหลับลงไปในขณะที่เขากำลังดูทีวีอยู่

ในวันรุ่งขึ้น ไป่เฟิงตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นเป็นพิเศษ เพราะว่าวันนี้พวกช่างฝีมือได้เข้ามาติดต่อกับเขาเรื่องการปรับปรุงห้องและเรื่องการทำผ้าม่าน 

"อ๊าา ! ในที่สุดก็เสร็จซักที"

ไป่เฟิงเพิ่งอธิบายแนวคิดของเขาเรื่องการออกแบบกับช่างฝีมือไป ตอนนี้เขารู้สึกได้ว่าเขาไม่มีแรงเหลือแล้ว หลังจากนอนลงบนเก้าอี้แล้ว ไป่เฟิงก็หลับตาลง ตอนนี้ในหัวเขารู้สึกเหมือนกำลังว่ายน้ำกลับหัวด้วยกัน [ว่ายไงวะ ?]

ถึงงานนี้จะไม่ใช่งานใหญ่ แต่เพราะมันมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่น่ารำคาญ ทำให้ไป่เฟิงต้องใช้ความคิดอย่างมาก

ไป่เฟิงนั่งพักเก้าอี้ต่อซักพัก เมื่อเขาเริ่มรู้สึกดีขึ้นเขาก็เดินออกมาพร้อมกับเบ็ดสีม่วงเดินไปที่บ่อน้ำโบราณ เขาจะลองเสี่ยงโชคในวันนี้ไปกับการตกปลาประจำวันของเขา

แต่จะว่าตกปลาก็ไม่ถูก เพราะตลอดหลายวันมานี้เขาไม่สามารถตกอะไรได้เลย จนเขาเริ่มรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย

'วันนี้ก็ตกไม่ได้อีกแล้ว ไอ้ระบบตกปลาสวรรค์เฮงซวย ...'

ไป่เฟิงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเขากำลังสูญเสียเงินก้อนใหญ่ไปต่อหน้าต่อตา

แต่สิ่งที่ไป่เฟิงรู้สึกหดหู่จริงๆก็คือความโชคร้ายของเขาที่เกิดขึ้นติดกันมาสามวันแล้ว ไป่เฟิงเริ่มรู้สึกสงสัยว่าโชคดีของเขาคงไม่ใช่ว่าหมดไปกับการตกครั้งที่สองหรอกนะ ?

แต่มันก็ยังมีข่าวดีอยู่อย่างหนึ่งก็คือตอนนี้ห้องอาหารได้รับการปรับปรุงตกแต่งใหม่เสร็จแล้ว เมื่อเดินเข้ามาอย่างแรกที่เห็นก็คือทางเข้าประตูที่ถูกแกะสลักอย่างดีด้วยไม้แดง [ต้นสนแดง] ถึงมันจะดูไม่ค่อยหรูหรา แต่มันก็ยังคงสง่างามเหมือนกัน

เมื่อเดินผ่านประตูมา สิ่งแรกที่เห็นคือโต๊ะสี่เหลี่ยมน่ารัก ๆ ผ้าที่ถูกถักทอละเอียดอ่อน ไหนจะความประณีตเมื่อมันถูกวางไว้ข้างบนนนั่นอีก

ฉากกั้นขนาดใหญ่ที่แบ่งกันห้องออกเป็นส่องช่อง มีไว้เพื่อให้แขกสามารถรับชมอย่างอื่นๆได้

โต๊ะขนาดใหญ่สีน้ำตาลอ่อนที่ตั้งอยู่ภายในแต่ละห้อง โต๊ะพวกนี้มีกลิ่นอายของความโบราณอยู่ นอกจากนี้ยังมีภาพวาดหมึกที่แขวนอยู่ตามผนังห้องอีก

เมื่อดูโดยรวมแล้วมันมีบรรยากาศที่ทำให้คนที่เข้ามารู้สึกดีทั้งร่างกายและจิตใจ เหมือนพวกเขาได้ย้อนกลับมายังอดีตอีกครั้ง

***********
ฝากเพจด้วยงับ


***************

[1] ED/N : ปกติของโบราณ ตามเมืองจะไม่ค่อยมีขายครับ มันหายาก เลยต้องวิ่งไปทั่วเมืองเพื่อตามหาร้านที่ขาย

[2] ED/N : น่าจะเป็นการมโนมากกว่า

[3] TL/N : เหมือนบทกวีที่ใช้ในบทที่ 5

[4] ED/N : สำหรับท่อนนี้ก็คือ ผู้เขียนหมายถึงพวกคนรวยเวลาไปกินอะไรอร่อยแล้ว พวกเขาจะบอกเล่าเรื่องนี้กับเพื่อน เพื่อที่จะไปลอง เหมือนบ้านเราที่ว่า ดีจนต้องบอกปากต่อปาก :D

*************

1 คัต = 0.5 กิโลกรัม
1 เทียร์ = 50 กรัม หรือก็คือ 1/10 คัต
1 จาง = 3.3 เมตร 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 309 ครั้ง

692 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 22:41
    อ่านเพลินเลย เกือบลืมย้อนไปแสดงความคิดเห็นแหนะะะะะ
    #476
    0
  2. #425 คาเดชิโกะ (@kudsarin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 14:51
    ทำร้ายยย
    #425
    0
  3. #400 ddlovepp (@puilikedd) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 19:25
    สนุกกมากก
    #400
    0
  4. #338 sovy1212312121 (@sovy1212312121) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 12:59
    เอาจริงยังมีจุดอ่อนตรงที่สัตว์มาจากโลกไหนก็ไม่รู้แต่กล้าเอามาทำขายนะเนี้ยนิยายเรื่องนี้ ประเด็นคือกินแล้วตายคนเดียวยังพอว่า นี้เอาสัตว์ที่ไม่รู้ว่ามีพิษรึเปล่ามาขาย โห้ คนจีนกินทุกอย่างแท้
    #338
    0
  5. #262 `Pяіdє..® (@pasuta1150) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 16:19
    ทำร้ายจิตใจกันจัง เห็นแล้วหิวเลย
    #262
    0
  6. วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 16:52
    อือหืออออออ ทำร้ายยยยย
    หิววววววอ่ะTOT
    #259
    0
  7. #252 Nopphong Sripattra (@nopphong) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 11:42
    อ๊าาาาาา. หิวววววเลย
    #252
    0
  8. #151 nesssang (@kimkup) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 16:25
    ?^?หิวววว
    #151
    0
  9. #111 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 01:08
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #111
    0
  10. #20 เกริด้า(๐-*-๐)v (@Monkey_D_Luffy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 21:11
    ตกแต่งร้านดีๆนาาาา เป็นหน้าตาอย่างหนึ่ง / ตกลงว่าบ่อกับเบ็ดนั่นคืออะไรกันแน่หนออออ / เป็นปู่ที่ดีจัง เพื่อนบ้านแบบนี้หายากนะ
    #20
    0
  11. #17 MoePunCH (@kuronekokuroneko) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 18:48
    ตกช้างมาซักตัวเลย
    #17
    0
  12. #14 แสนฤทัย (@Virgo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 17:57
    จะเริ่มเมนูแรกเป็นอะไรน้า
    #14
    0
  13. วันที่ 2 กันยายน 2560 / 17:30
    #13
    0