ตอนที่ 3 : รักร้อนซ่อนร้าย ep.3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2860
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    31 ม.ค. 59


บ่ายวันเดียวกันที่ร้านอาหารในโรงแรมแห่งนึงระดับห้าดาว บริเวณมุมห้องของโต๊ะวีไอพีที่1หนุ่ม1สาวชอบนัดพบ และพามากินอาหารที่นี่กันเป็นประจำเสมอ เพราะติดใจในเรื่องของรสชาติและบรรยากาศ รวมไปถึงการบริการที่ดีเลิศ จนทั้งสองแทบไม่เปลี่ยนร้านไปไหนเลยยามเจอกัน 


"เป็นอะไรไปว่ะไอ้เอม ทำหน้าตาอย่างกับแบกโลกไว้ทั้งโลก...ขอเมนูด้วยครับ"


เพื่อนหนุ่มร้องถามด้วยความสงสัยทันทีที่เห็นหน้า 'คนอารมณ์ดีอย่างไอ้เอมมีสาวๆหนุ่มๆวิ่งล้อมหน้าล้อมหลัง มันยังมีเวลาไหนที่อารมณ์ไม่จอยได้หนอ' คิวคิด พลางหันไปเรียกบริกรที่ยืนอยู่ไม่ไกลมารับออร์เดอร์


"จะรับอะไรดีครับ?"


ร่างของชายหนุ่มในชุดของพนักงานเสิร์ฟที่ถูกเรียกเข้ามายื่นเมนูให้พร้อมกับเอ่ยถามไม่ถึง3นาที บริกรหนุ่มก็เดินกลับไปหลังทั้งคู่สั่งอาหารเสร็จ


"ว่ายังไงว่ะ สรุปไปกินรังแตนที่ไหนมา หน้าตาถึงได้เป็นตูดลิงขนาดนี้"


คิว เพื่อนสนิทของ เอม สมัยเรียนปริญญาตรีแถมยังค้นหาลูกค้าให้กับโรงงานใหม่ของเขา ที่ผลิตเครื่องออกกำลังกายส่งขายออกนอกประเทศโดยที่บิดาไม่เคยรู้เลย ก่อนจะได้ยินเสียงหายใจของเพื่อนรักดังตามมาพร้อมกับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างคนเครียดจัด


"พ่อฉันจะแต่งงานใหม่ว่ะ"


"เฮ้ย !!...จริงดิ ไหนแกเคยเล่าว่าพ่อแกไม่สนใจใครแล้วไงหลังจากแม่แกเสีย"


"ก็เออดิว่ะ...ทีแรกก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นแต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วว่ะ!"


เสียงตอบที่แสดงถึงความเหนื่อยใจสุดขีดสายตามองเพื่อนรักนิ่งนาน


"ถ้าถึงขนาดแต่งงานกัน ฉันว่าครั้งนี้พ่อแกคงรักจริงถึงได้คิดที่จะแต่งงานด้วย แกก็อย่าไปคิดมากเลยว้า...ปล่อยให้คนแก่มีความสุขในช่วงบั้นปลายของชีวิตเถอะ ยิ่งสุขภาพท่านไม่ค่อยดีด้วยไม่ใช่หรอ ขืนแกไปขัดใจเอาตอนนี้กลัวว่าจะกลายเป็นเทลาะกันซะมากกว่า"


"ฉันคงไม่ว่าอะไรหรอกหากผู้หญิงคนนั้นเป็นคนดี และอายุอานามก็น่าจะใกล้เคียงกับท่าน แต่นี่มันไม่ใช่เลย..."


เอมหยุดพูดไปนิดนึงเมื่อภาพของหญิงสาวหน้าหมวยที่ดขากำลังกล่าวถึงลอยเข้ามาในห้วงความคิด ใบหน้าสวยกระจ่างใสไร้ที่ติขาวผ่อง ความหอมจากกลิ่นกายสาวที่เขาสัมผัสได้เมื่อช่วงเช้า ยังตราตรึงวนเวียนไม่ไปไหนจนเขาอดนึกไม่ได้ว่า ถ้าหากใกล้ชิดเธอนานกว่านี้ ไม่แน่ว่าเขาเองนี่แหละจะห้ามใจตัวเองให้ร่วมรักกับเธอได้


"ไอ้เอม ...ไอ้เอมโว้ย!!!!!!"


เสียงเรียกของเพื่อนรักที่ไม่เบาเลยสักนิด ทำให้รอบข้างต้องหันมามอง โดยเฉพาะเจ้าของชื่อถึงกับสะดุ้งสุดตัว


"ก็นั่งอยู่แค่นี้แกจะตะโกนแหกปากทำไมว่ะ แสบแก้วหูฉิบ!"


หญิงสาวต่อว่าเพื่อนรักเบาๆหลังได้สติ พลางก้มหน้าจัดการกับอาหารที่เพิ่มมาเสิร์ฟอย่างตั้งใจ ไม่สนใจอาการเพื่อนรักที่มองอย่างจับผิด


"แกยังไม่เล่าไม่จบเลยนะเว้ย จะห่วงกินไปถึงไหนว่ะ"


"แล้วฉันเล่าถึงตอนไหนแล้ว"


ใบหน้าคมเงยหน้าขึ้นถามเพื่อนรักด้วยว่าจำไม่ได้ ก่อนจะระบายยิ้มออกมาหลังเห็นสีหน้าของมันเริ่มแดงเพราะโมโห


"โธ่!...ไอ้นี่นิ...มัวแต่คิดถึงใครอยู่ละ ถึงได้ใจลอยไปถึงเขาขนาดนี้ ไงคราวนี้เป็นนางแบบหรือนายแบบตนไหนอีกละ แต่แกไปติดใจเข้า สติถึงได้ไม่อยู่กับตัวอย่างนี้"


"เปล่า!"


เอมปฏิเสธเสียงสูงจะบอกได้อย่างไรเล่าว่าเขากำลังละเมอหาแม่เลี้ยงสาวพราวเสน่ห์คนนั้น ทั้งๆที่เขากำลังต่อว่าเจ้าหล่อนให้เพื่อนรักฟังอยู่แท้ๆก่อนจะเล่าเรื่องราวที่พูดค้างไว้ต่อหลังแกล้งอีกฝ่ายให้โกรธได้สำเร็จ


"เธอเป็นพนักงานที่บริษัทของพ่อฉันเอง เห็นว่าทำการตลาดอะไรเนี่ยแหละ หน้าตายังเด็กอยู่เลยน่าจะเพิ่งเรียนจบ แต่ดันขึ้นมาเป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดทั้งที่อายุก็แค่นี้ แกจะให้ฉันไม่คิดได้ยังไงว่าเธอไม่เอาเต้าไต่"


"เฮ้ย!! พ่อแกจะกินเด็กหรือไงว่ะถึงได้เอาซะอายุขนาดนั้น สัก30กว่าๆฉันว่ากำลังดี 20ต้นๆฉันก็คิดแบบเดียวกับแกว่าคงไม่เหมาะ หรือจะมาหลอกพ่อแกว่ะไอ้เอม"


คิวตีความหมายได้จากสิ่งที่ได้ยิน และมันก็ตรงกับหญิงสาวกำลังครุ่นคิดและไม่สบายใจอยู่ เสียงถอนหายใจที่หนักหน่วง จนร่างบางของเอมกระเพื่อมไหวตามแรง ทำให้คิวรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าเพื่อนรักทุกข์ใจเพียงใด


"เฮ้ย! คิดซะว่าเป็นความสุขของพ่อแกก็แล้วกัน แกจะได้ไม่ต้องมาคิดมากเข้าเรื่องของเราดีกว่า อย่ามัวไปเสียอารมณ์เพราะผู้หญิงคนนั้นเลยโรงงานของแกก็ใกล้จะเสร็จเต็มที่แล้วไม่ใช่หรอ เมื่อไหร่แกจะเลิกเดินแบบซะทีวะไหนบอกว่างานที่หัวหินเป็นงานสุดท้ายแล้วไม่ใช่เหรอ"


เออ...ทีแรกฉันตั้งใจว่าจะให้พ่อฉันออกมาพักผ่อนอยู่บ้านแล้วขายหุ้นที่บริษัทนั้นไปซะ บอกกี่หนก็ไม่เคยฟังว่าธุรกิจที่ท่านทำอยู่มันมีการแข่งขันสูงมากยอดขายมันถึงได้ตกต่ำขนาดนี้ ถ้าการตลาดไม่เก่งจริงมีแต่ล้มกับล้มแต่พอมาเจอแบบนี้บอกตามตรงว่ะว่าเซ็ง!"


ร่างที่อยู่ในท่าเซ็งอยู่แล้ว พอพูดถึงเรื่องนี้ใบหน้าที่เคร่งขรึมอยู่แล้วกลับเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
"ก็ไหน...ว่าที่แม่เลี้ยงแกเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายการตลาดยังไงละเขาไม่มีฝีมือทางด้านหรอกเหรอ"
ในหน้าคมเหยียดยิ้มอย่างนึกดูถูก


"ก็บอกแล้วไงว่าหล่อนเอาเต้าไต่ ทำงานเป็นหรือเปล่ายังไม่รู้เลย เด็กขนาดนั้นคงถนัดอยู่อย่าวเดียว...เรื่องบนเตียง"


คิวฟังแล้วถึงกับส่ายหน้าทันที ไม่ใช่ว่าเพื่อนเขาจะมีนิสัยดูถูกผู้หญิง แต่เพราะว่ามันไม่เคยว่าใครให้เขาเคยได้ยินเลยตั้งหาก จึงทำให้อดคิดไม่ได้ว่าหญิงสาวที่เพื่อนรักคนนี้พูดถึงคงจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะถ้าเป็นคนดีๆมีหัวคิดจะมาเอาคนรุ่นราวคราวพ่อมาทำสามีทำไม


"แต่ไม่ว่ายังไงแกก็ต้องเข้าไปบริหารงานที่บริษัทใหม่ของแกนะเว้ย เพราะถ้าทิ้งให้คนอื่นบริหารแทนแล้วแกกลับไปเดินแบบต่อ ฉันว่าแกไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานใหญ่ขนาดนี้หรอก มันเสียดายเงินที่หมดไปหลายร้อยล้านเปล่าๆ อุตส่าห์เก็บออมมาเป็นสิบๆปีจะลงทุนทำธุรกิจทั้งทีกับต้องมายืมจมูกเขาหายใจฉันว่ามันไม่คุ้มว่ะเพื่อน"


"แกนี่โครตพูดมากเลย ไอ้คิว ไม่เจอกับแป๊บเดียวแกกลายเป็นนักเทศนาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ว่ะ"


เอมต่อว่าเพื่อนรักอย่างรำคาญสิ่งใดที่เธอตั้งใจจะทำแล้วไม่มีทางจะปล่อยวางไปง่ายๆ โดยเฉพาะกับโรงงานนี้ เธอก็ได้เงินจากค่าเดินแบบที่เริ่มเดินมาตั้งแต่อายุ18ปีจนกระทั่งตอนนี้ก็ร่วมสิบปีแล้ว มันก็สมควรแก่เวลาที่เธอจะต้องวางมือจากวงการบันเทิงเสียที และหันมาจับธุระกิจที่ทำให้ชีวิตและครอบครัวมั่นคงขึ้น หลังจากเริ่มสำรวจความต้องการของตลาดภายในประเทศและต่างประเทศแล้ว


เธอจึงคิดแล้วว่าโรงงานใหญ่ยักษ์ที่เธอกำลังจะเปิดตัวในเร็วๆนี้ที่ทำเกี่ยวกับเครื่องออกกำลังกายน่าจะไปได้สวยที่เดียว และยิ่งเพื่อนรักของเธอคนนี้จะเป็นคนช่วยให้สินค้าของเธอออกไปจำหน่ายทางโซนยุโรบ นับว่าเธอคาดการณ์ได้ดีกับการจับธุรกิจประเภทนี้


เธอกับบิดามีหัวคิดทางการค้าและมีสายเลือดของการเป็นนักธุรกิจเหมือนกัน เพียงแต่ว่ามองกันคนละแง่ธุระกิจกันคนละด้าน พ่อของเธอทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องเขียน ซึ่งในประเทศไทยตอนนี้มีโรงงานที่ทำธุรกิจแบบนี้ไม่ต่ำกว่า50บริษัท และคาดว่าจะเกิดขึ้นอีกมากมายในแต่ละปี และเธอก็คัดค้านมาหลายปีแล้วว่าให้เลิกทำแล้วหันมาทำอย่างอื่นแทนที่น่าจะไปได้ 


แต่เพราะพ่อของเธอมักเอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่เสมอ และคิดว่าตัวเองอาบน้ำร้อนมาก่อนบวกกับดูเหมือนว่าเธอไม่เป็นโล้เป็นพายทำให้บิดาของเธอไม่เชื่อถือในสิ่งที่เธอกล่าวเตือน สุดท้ายบริษัทพ่อเธอก็ทรงตัวไม่อยู่จริงๆ อย่างที่เธอว่า เนื่องจากปีที่แล้วยอดขายลดลงอย่างน่าใจหาย เธอจึงไม่ลังเลที่จะสร้างโรงงานนี้ขึ้นมาเพื่อประคับประคองฐานะทางครอบครัวและกู้ชื่อเสียงให้บิดาเธอด้วยลำแข้งของตัวเอง
คิวได้แต่หัวเราะเบาๆกับคำต่อว่าของเพื่อนรัก พลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นใครคนนึง ที่เขาคิดว่า

ชาตินี้ไม่มีโอกาสได้เจออีกแล้ว เดินเข้ามาในร้านอาหารแห่งนี้ด้วยรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป ใบหน้าหล่อตี๋แสดงความดีใจออกมาจนปิดไม่มิด ซึ่งทำให้เอมต้องหันไปมองตามสายตาเพื่อนรักด้วยความอยากรู้
ภาพเบื้องหน้าทำให้หญิงสาวหน้าคมถึงกับขบกรามแน่นในการกระทำของหญิงที่เพิ่งมาวิ่งวนเวียนในสมองเธออยู่เมื่อครู่ อย่างนึกรังเกียจเดียดฉันท์ว่าที่แม่เลี้ยงคนใหม่ออกมากินข้าวกับชายอื่นลับหลังพ่อของเธอหน้าตาเฉย ความคิดนึงแวบเข้ามาในโสตประสาท มือเรียวล้วงหยิบเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กกดบันทึกภาพตรงหน้าทันที


รอยยิ้มเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมหลังได้ภาพที่เธอต้องการ ก่อนจะเก็บเครื่องมือสื่อสารนั้นเข้ากระเป๋ากางเกงอย่างพอใจ คราวนี้แหละพ่อของเธอจะได้ตาสว่างสักที ความคิดของเธอทั้งหมดต้องมีอันยุติลงเมื่อคิวเพื่อนรักของเธอเดินปรี่ไปหาหญิงสาวคู่กรณี และเข้าไปทักทายสาวหน้าหมวยด้วยความสนิทสนมราวรู้จักกันมานาน และที่สำคัญมันทำให้เขาหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกว่าทำไมต้องไม่พอใจที่เห็นเพื่อนรักเข้าไปใกล้ชิดกับสาวหน้าหมวยอย่างนั้น


"น้ำ!"


"พี่คิว!"


น้ำครางเรียกชายหนุ่มตรงหน้าอย่างตกใจนานเท่าไหร่แล้วนะที่เธอไม่ได้เจอกับเขาตั้งแต่เขาไปเรียนต่อปริญญาโทที่เยอรมันจากนั้นเธอก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลย
คิวมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา ภาพเด็กนักเรียนหญิงใส่ชุดนักเรียนเรียบร้อยน่ารัก ที่เขาจำได้ดีว่าตอนนั้นเธออยู่แค่ม.6 ส่วนเขาอยู่ปี4 ยังติดตาเขาอยู่ไม่มีวันลืม
ถ้าว่าวันนี้เด็กสาวกะโปโลเมื่อวันก่อนได้หายไปแล้ว เหลือไว้แต่หญิงสาวแสนสวยน่ารักสดใส ในชุดเดรสสีอ่อนน่ารักพอดีตัวคาดทับด้วยเข็มขัดเส้นโตราวตุ๊กตา ที่เขาเห็นครั้งแรกยังจำแทบไม่ได้ แต่เพราะว่าเขาแอบชอบเธอมานานทำให้เขาจำเธอได้เป็นอย่างดี
"พี่คิวมาทำอะไรที่นี่คะ" น้ำตัดสินใจถามออกไปหลังตั้งสติได้และเห็นว่าลูกค้าที่มาด้วยก็หยุดยืนอยู่กับเธอเช่นกัน


"พี่มาทานอาหารกับเพื่อนแล้วน้ำล่ะ"


คิวเลียบๆเคียงๆถามหญิงสาวเมื่อเห็นเธอเดินมากับชายหรุ่มอีกคน แม้จะรู้ว่าเป็นการเสียมารยาทแต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะถาใออกไปด้วยความอยากรู้


"มาทานอาหารเหมือนกันคะ นี่คุณขจรลูกค้าของบริษัทที่น้ำทำงานอยู่คะ"


"ยินดีที่ได้รู้จักครับผมคิวเป็น...เพื่อนของน้ำ" คิวจำต้องกลืนคำว่าคนพิเศษลงคออย่างจำยอม


"เช่นกันครับ"


ทั้งสองต่างแลกนามบัตรกันและกันหลังแนะนำตัวเสร็จ ส่วนขจรก็ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรง่ายๆเขาเอ่ยขอตัว เดินไปยังที่นั่งปล่อยให้ทั้งสองได้พูดคถยกันอย่างมีมารยาท
คิวรู้สึกโล่งอกยิ่งนักทีแรกเขายังนึกว่าผู้ชายคนนี้เป็นแฟนของเธอแต่คำตอบที่ได้กลับมาเรียกรอยยิ้มจากเขาได้มากทีเดียว ผิดกลับหญิงสาวตรงหน้าที่รักษาท่าทีได้ดีที่เดียว อาจเป็นเพราะว่าเธอโตขึ้นมากแล้วด้วย เธอจึงได้เปลี่ยนไปเป็นเย็นชากับเขามากขนาดนี้


"ถ้าไม่มีอะไรน้ำขอตัวไปดูแลลูกค้าก่อนนะคะ"


น้ำรีบกล่าวตัดบทลาอีกฝ่าย ซึ่งทำให้ชายหนุ่มออกอาการเสียดายอย่างสุดซึ้ง ที่การพบกันครั้งนี้มีบุคคลที่สามอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นเขากับเธอคงได้พูดคุยกันมากกว่านี้


"พี่ขอเบอร์ติดต่อได้ไหม?"


คิวถามเสียงละห้อยสายตาอ้อนวอนไม่แพ้น้ำเสียงที่เปล่งออกไป


"อย่าเลยคะน้ำไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย น้ำขอตัวก่อนนะคะเกรงใจคุณขจร"


"น้ำ...พี่ไม่รู้ว่าตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเราจึงทำให้วันนี้น้ำหมางเมินพี่ได้ขนาดนี้ ทุกครั้งที่พี่กลับจากเยอรมันในช่วงปิดเทอม พี่ไปหาน้ำที่บ้านแต่คนแถวนั้นเขาบอกว่าน้ำย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว พี่ตามหาน้ำจนทั่วถามเอากับเพื่อนของน้ำที่โรงเรียนเดียวกัน แต่ก็ไม่มีใครรู้เลยว่าน้ำย้ายไปเรียนที่ไหน บอกพี่ได้ไหมครับว่ามันเกิดอะไรขึ้นในช่วงที่พี่ไม่อยู่"


คิวเหมือนอยากจะร้องไห้ หญิงสาวที่เขาเพียรตามหามาตลอดเกือบหกปี ทำไมถึงได้ดูใจร้ายและเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ อยากจะถามเหลือเกินว่าเพราะอะไรน้องน้ำคนเดิมขอวเขาหายไปไหน


"พี่คิวคะเรื่องมันผ่านมานานแล้วช่างมันเถอะคะ น้ำไม่อยากนึกถึงมันอีก น้ำต้องไปแล้วขอโทษด้วยนะคะที่ต้องเสียมารยาทแบบนี้"


ชายหนุ่มยืนมองร่างของหญิงสาวที่ตนรักเดินจากไปจนลับสายตาก่อนจะหมุนตัวกลับมานั่งที่เดิมของตัวเอง ท่ามกลางความผิดหวัง ผิดไปจากเดิมก่อนที่เขาจะลุกไปในทีแรกที่แบกรอยยิ้มไปเต็มเปี่ยม หากแต่ตอนขากกลับมาเป็นสภาพนี้ เอมนึกแปลกใจสงสัยเพื่อนรักของเธอคงเป็นหนึ่งในคู่ขาของสาวหน้าหมวยละมั้ง ถึงได้ทำหน้าอกหักมาซะขนาดนี้


"ตอนไปเหมือนไก่จะบิน...ตอนกลับไงเหมือนห่าจะลงแบบนี้ว่ะ"


เสียงถอนหายใจระบายออกมานับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่กบับมานั่ง บ่อยครั้งที่เธอเห็นเพื่อนรักหันไปมองหญิงสาวที่กำลังนั่งทานอาหารอยู่กับผู้ชายอีกคนด้วยสีหน้าไม่สู่ดีนัก


"แกรู้จักเธอด้วยหรอ"


เอมเปิดประเด็นถามอีกครั้ง หลังเห็นทีท่าของเพื่อนรักจะเป็นจะตาย มองแต่หญิงสาวพราวเสน่ห์คนนั้นแทนอาหารตรงหน้าจนเธอนึกเป็นห่วง


"อืม!" คิวขานรับเบาๆอย่างเซ็งๆ


"รู้จักกันขนาดไหน!"


"เคยจีบ" ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ


"ถึงขั้นจีบเลยหรอวะ โฮ ! แม่นี่เสน่ห์แรงเป็นบ้าเลย"


คิวช้อนสายตาคมขึ้นมองเพื่อนรักนิ่งนาน คำพูดของมันดูเหมือนรู้จักผู้หญิงในดวงใจของเขาเป็นอย่างดี


"ไม่ได้แค่จีบอย่างเดียวแต่ฉันชอบเธอเลยแหละ"


"งั้นแกคงต้องเปลี่ยนความคิดนั้นซะแล้วละเพื่อนรัก"


  "แกหมายความว่าไง?"


"ก็ยัยหน้าหมวยคนนั้นคนที่แกพร่ำเพ้ออยู่นี่ยังไงละ...ว่าที่แม่เลี้ยงคนใหม่ของฉัน"


ช้อนในมือของคิวหลุดล่วงกระทบจานจนเกิดเสียงดังเคล้ง! เรียกสายตาจากทุกคนในร้านอาหารให้หันมามองได้มากทีเดียว ไม่เว้นแม้แต่น้ำที่มองมาอย่างไม่ตั้งใจ แบะสบเข้ากัยสายตาดุกร้าวของลูกเจ้านายเข้าอย่างจัง จนเธอต้องเบือนหลบไปทันที ด้วยไม่อาจจะทนสายตาหยามเหยียดที่เขามองมาได้


"เป็นไปได้ยังไงทำไมน้ำต้องทำแบบนั้นต้องมีเหตุผลอื่นแน่ๆ ต้องไม่ใช่อย่างที่แกเข้าใจไอ้เอม แกจำผิดคนหรือเปล่า แกลองมองอีกทีซิว่าใช่น้ำแน่เหรอที่จะเป็นแม่เลี้ยงของแก"


"ล้านเปอร์เซ็นต์เลยเพื่อนตัดใจซะเถอะวะ แกคงจะเป็นคนที่เธอคิดว่าจะหลอกลวงได้ยาก ถึงได้เบนเข็มไปหาพ่อของฉันไงแก่แล้วหลอกง่ายดี"


เอมพูดพร้อมกับเหลือบสายตาคมตวัดไปมองหญิงสาว ที่นั่งอยู่ในมุมที่ปะทะสายตาของเขาได้ง่ายเช่นกัน
น้ำเมื่อเห็ยสายตาดุร้ายของเอมที่มองมาแล้วให้รู้สึกหวั่นใจไม่น้อย


'เขาคงจะบอกเรื่องราวของเธอใหคิวรู้แล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าสองคนนี้จะรู้จักกัน แล้วทำไมคิวถึงยังมีเพื่อนแบบนี้ได้เธอยังสงสัยอยู่ เธอจะไปแคร์ทำไมน้ำ คิวเป็นแค่อดีตสำหรับเธอไปแล้วหยุดคิดหยุดเพ้อฝันลมๆแล้งๆได้แล้ว หยุด!'


เธอสั่งตัวเองอย่างเฉียบขาดในใจ พบาวหันมาสนใจลูกค้าตรงหน้าและปัดความรู้สึกนั้นทิ้งไปอย่างไม่ใยดี

กว่าจะเสร็จการเจรจากับคุณขจรลูกค้าคนสำคัญ ก็ปาเข้าไปเกือบสองทุ่ม หลังจากออกจากร้านอาหารแห่งนั้น เธอก็พาเขาไปยังร้านกาแฟขึ้นชื่อที่เธอชอบไปนั่งทานบ่อยๆจากนั้นก็ไปเยี่ยมมารดาที่โรงพยาบาลต่อจึงค่อยกลับ


การคุยธุรกิจเป็นไปได้อย่างรมบลื่นเป็นที่น่าพอใจไม่น้อย ที่เธอสามารถโน้มน้าวให้เขาเซ็นสัญญาสั่งซื้อสินค้าจากเธอมากขึ้นอีก 20 เปอร์เซ้นต์ จากเดิมได้สำเร็จ ก็เล่นเอาน้ำลายหมดไปหลายกะละมังนับว่าการเสียเวลาครั้งนี้ไม่เปล่าประโยชน์จริงๆ เธอคิดพร้อมกับก้าวขาลงจากรถ ที่คนขับรถประจำบ้านหลังใหญ่ขับไปรับเธออย่างเช่นทุกวัน


"อ้าวกลับมาแล้วเหรอหนูน้ำ"


เสวกเอ่ยทักทายหญิงสาวทันทีเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามา สีหน้าของเธอดูเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย จะไม่ให้เป็นอย่างนั้นได้ยังไงเมื่อต้องแบกรับภาระที่หนักเกินตัวด้วยวัยเพียงเท่านี้


"คะ...คุณลุงยังไม่นอนอีกหรอคะ แล้วนี่ทานข้าวทานยาแล้วหรือยัง"


พูดพลางเธอก็เดินปรี่เข้าไปในครัวถามเอากับจั่นในสิ่งที่เธออยากรู้จนผู้สูงวัยถึงกับยิ้มอบอุ่นออกมาจนกระทั่งทั้งสองเดินกลับออกมา แม้จะยังไม่ได้ตอบอะไรแต่เพราะความคล่องแคล่วว่องไวของเธอ บวกกับความเป็นห่วงเป็นใยในตัวเจ้าของบ้าน ทำให้เสวกรู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกขนาดลูกแท้ๆยังไม่เคยห่วงใยขนาดนี้เลย คิดแล้วเขาเลือกคนไม่ผิดจริงๆ 


"คุณท่านนะทานข้าวทานยาเสร็จเรียบร้อยแล้วคะคุณน้ำ จั่นบอกให้ขึ้นไปพักผ่อนก็ไม่ยอมไป บอกว่าจะรอคุณน้ำกลับมาก่อน"


สาวหน้าหมวยพอได้ยินสิ่งที่บ่าวรับใช้ของบ้านนี้บอกกล่าวก็รู้สึกดีใจไม่ได้ ก่อนจะรอบถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงกับความดื้อรั้นของผู้สูงวัยเธอรีบเดินมานั่งลงข้างเขาพบางจับแขนของท่านดึงขึ้น เพื่อที่จะพยุงท่านขึ้นไปพักผ่อนด้วยรอยยิ้มที่แสนเต็มใจไม่ได้เสแสร้งแม้แต่น้อย การที่เธอเป็นคนนอกมาอยู่ในบ้านคนร่ำคนรวยแบบนี้ ไม่คาดคิดว่าเธอจะได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นไม่ต่างจากมารดาของเธอเลย ซึ่งเธอก็ปฏิบัติกับเขาอย่างเช่นญาติผู้ใหญ่เหมือนกัน 


"ไปคะคุณลุง...น้ำจะพาไปพักผ่อนนี่จะสี่ทุ่มแล้วนะคะ ถ้าวันหลังคุณลุงมานั่งรอน้ำแบบนี้ น้ำจะไม่พักที่นี่แล้วนะคะ เพราะน้ำทำให้คุณลุงต้องอดหลับอดนอนไปด้วยและสุขภาพก็จะยิ่งแย่ไปกันใหญ่ รับปากนะคะว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกถึงเวลานอนก็ต้องนอนนะคะคุณลุง"


"จ้ะ"


  เธอยิ้มหวานละไมให้ผู้สูงวัยกว่า พร้อมกับประคองร่างของเขาขึ้นไปยังชั้นบนด้วยความระมัดระวัง ความจริงบอสของเธอก็ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกแค่ความเครียดเข้ากดดันเท่านั้นจึงทำให้จิตใจหดหู่จนไม่เป็นอันทำอะไร


"พักผ่อนมากๆนะคะละก็อย่าเครียด งานที่บริษัทคุณลุงไม่ต้องเป็นห่วง น้ำจะทำอย่างเต็มที่สุดความสามารถ และรอจนกว่าคุณลุงจะหายและกลับไปบริหารงานได้เหมือนเดิม"


เธอพูดให้คนแก่สบายใจหลังส่งให้เขานอนลงบนที่นอนอย่างเรียบร้อย  และห่มผ้าให้อย่างนุ่นนวล มือหนาหากแต่เหี่ยวย่นจับกุมมือนุ่มไว้แน่น


"ฉันไม่รู้จะพูดยังไงกับหนูน้ำดีถึงจะสาสมกับความดีที่หนูมีให้ฉัน...ฉันไม่รู้ว่าคำว่าขอบใจจะเพียงพอสำหรับหนูหรือเปล่าแต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ยังอยากที่จะพูดมันอยู่ดี...ขอบใจนะหนูน้ำลุงขอบใจจริงๆ"


  ร่างน้อยทรุดตัวลงนั่งที่เตียงข้างกายชายสูงวัยพลางดึงมือกลับออกมาแล้วเปลี่ยนเป็นกุมมือของเขาไว้แทนอย่างให้กำลังใจ


"ไม่เป็นไรคะคุณลุง...น้ำยินดีทำเพื่อคุณลุงครั้งนึงน้ำเคยฝันอยากให้พ่ออยู่ด้วย เวลาเห็นเพื่อนคนอื่นๆเขาพาพ่อไปโรงเรียนในงานวันพ่อ เห็นเพื่อนๆได้แสดงความรักได้กราบเท้าได้กอดท่าน ในขณะที่น้ำได้แต่มองเพราะเก้าอี้ตรงหน้าของน้ำมันว่างเปล่าไม่มีคนๆนั้นให้น้ำได้สวมกอด น้ำอยากสัมผัสอ้อมกอดของพ่อว่าจะอบอุ่นสักแค่ไหน อยากคุยอยากถามอยากพูดอะไรมากมาย สุดท้ายมันก็เป็นเพียงความเพ้อฝันที่ไม่มีทางเป็นจริงชาตินี้น้ำหมดสิทธิ์ที่จะได้ดูแลพ่อแท้ๆที่เสียไปนานแล้ว หากคุณลุงไม่รังเกียจเด็กยากจนคนนี้ น้ำก็อยากจะรักและนับถือคุณลุงเป็นพ่ออีกคนนึง จะได้ไหมคะ?"


น้ำระบายความในใจออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ น้ำตาที่กักเก็บมานานพังทลายลงไม่มีชิ้นดี เมื่อร่างสูงใหญ่ของผู้มีพระคุณลุกขึ้นมาสวมกอดเธอไว้ ราวกับให้ความอบอุ่นที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อนในขีวิตจากบิดา เขานี่แหละจะเป็นสิ่งนั้นที่เธอต้องการเอง เสวกคิด


"โธ่!หนูน้ำ ทำไมชีวิตถึงได้น่าสงสารแบบนี้นะ บางคนมีพร้อมทั้งพ่อและแม่ยังเอาดีไม่ได้แบบหนูเลย ทำไมหนูถึงไม่เกิดมาเป็นลูกของฉันนะ"


มือหนาที่เหี่ยวย่นตามวัยลูบแผ่นหลังบางให้อย่างอ่อนโยนประดุจลูกรัก ร่างขาวสะอื้นไหวไปตามแรงแห่งความเสียใจ ที่แม้แต่หน้าพ่อเธอก็ยังไม่เคยเห็น เธอรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาของตัวเองเหลือเกิน
เอมที่เพิ่งกลับเข้ามาในบ้าน หลังพาเพื่อนรักที่เมาไม่ได้สติออกจากผับหรูใจกลางเมืองหลวงของกรุงเทพไปส่งที่คอนโด ด้วยสาเหตุที่ว่ามันรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่มันหลงรัก กลับกลายมาเป็นแม่เลี้ยงของเพื่อนรักแทน ความกลัดกลุ้มที่ไม่อาจหาทางออกได้จึงทุ่มเทไปกับแอลกอฮอล์อย่างเต็มพิกัด บทสรุปของค่ำคืนจึงเป็นเขาที่ต้องหิ้วปีกมันกลับที่พักด้วยความทุลักทุเล


ขาเรียวยาวหยุดอยู่ที่บานประตูหน้าห้องผู้เป็นบิดาที่เปิดค้างอยู่ไม่มาก แต่ก็พอที่จำทำให้เขามองเห็นอะไรต่อมิอะไรข้างในได้เป็นอย่างดี 'สำส่อน ร่าน กลางวันสองคนกลางคืนอีกหนึ่งคนเธอนี่มันแพศยาสิ้นดีน้ำ'
เอมต่อว่าในใจอย่างโกรธแค้นแทนผู้เป็นบิดาที่โดนหญิงสาวหลอก


ภาพของผู้หญิงที่เขาตั้งแง่รังเกียตตั้งแต่แรกเห็น นั่งกอดกันกลมกับผู้เป็นบิดาของเขาอย่างหน้าตาเฉย ทั้งที่เมื่อตอนกลางวันเธอกลับไปอี๋อ๋อกับผู้ชาบคนอื่นอย่างหน้าด้านๆ ช่างไม่มียางอายเอาเสียเลย ดวงตาของสาวหน้าคมเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ แข็งกร้าวกระด้างขึ้นมาทันทีอย่างรังเกียจขยะแขยงพร้อมกับเดินจากไปด้วยความรวดเร็วอย่างรับไม่ได้


มือเรียวยาวล้วงเข้าไปหยิบของบางอย่างในกระเป๋ากางเกงยีนส์พอดีตัวขึ้นมาดู สายตาคมมองภาพหญิงสาวที่กำลังหัวเราะ กับผู้ชายที่เธอควงมาด้วยเมื่อตอนกลางวันในมือถือของเขาอย่างมาดหมาย พลางเดินไปจัดการกับตัวเองที่ห้องนอนอย่างสบายอารมณ์าวกับผู้ที่เหนือกว่า
เมื่อได้ยินเสียงประตูห้องนอนของผู้เป็นบิดาปิดลง รอยยิ้มเย็นของสาวหน้าคมที่เตรียมจะเล่นงานสาวหน้าหมวยปรากฏขึ้นทันที 'น้ำ ฉันไม่ปล่,อยให้คนอย่างเธอมาหลอกลวงพ่อของฉันเด็ดขาด' ไวเท่าความคิดร่างบางก้าวออกจากห้องนอนของตัวเองไปยังเป้าหมายทันที....







                    ....................................

ขออภัยด้วยนะคะเรื่องภาษาและคำผิด #กราบแรง

อูยยยยยยย เอมจะทำอะไรน้ำ !!!!??????????????
เอาแล้วสิ เด็กหมีเราโดนอีกแล้ว 
ติดตามตอนหน้าครัช ......


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

57 ความคิดเห็น

  1. #30 บีเวอร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:06
    เฮ้ยยยยยยยเมื่อไหร่ไรท์จะมาต่อค่ะไรท์ รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #30
    0
  2. #29 บีเวอร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:05
    ไรท์จ๋ามาต่อเถอะนะ รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #29
    0
  3. #28 ไม่บอก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:05
    เม้นแล้วมาต่อด้วยนะที่รัก
    #28
    0
  4. #25 jan(uary) (@190199) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2559 / 13:47
    จะปาncมาเลยรึปล่าว / นี่ก็คิดได้อยู่เรื่องเดียว555
    พี่เอมจะมากไปแล้วนะ จะตั้งแง่อะไรขนาดนั้น ตัวเองยังไม่รู้จักพี่น้ำเลยด้วยซ้ำ ก็รู้แหละว่าหวงพ่อ กลัวพี่น้ำจะมาหลอกเอาสมบัติ แต่พี่ก็ยังไม่รู้จักพี่น้ำดีเลยนะ  หูย ด่าในใจ แต่แรงมาก โคต่อคติเลย ได้กันเร็วๆ ก็รู้ใจตัวเองเร็ว 555 ด่าเค้าสารพัดโน่นนี่นั่น สุดท้ายก็รักเค้าซะเอง เรื่องบริษัทก็อีกเรื่องพี่เอมไม่เข้าไปดู แล้วจะรู้ได้ไงว่าตอนนี้ยอดขายมันไม่ได้ตกแล้ว พี่น้ำทำยอดขายได้แล้ว ฮ่วย...พี่น้ำกับคิวเคยรักกันมาก่อน ตอนนี้พี่น้ำกำลังจะแต่งงานกับพ่อพี่เอม เดี๋ยวพี่เอมก็จับแม่เลีเยงปล้ำ แล้วก็รักกันเอง เห้อออ ยุ่มากมาย 555
    #25
    1
    • #25-1 บีเวอร์ (จากตอนที่ 3)
      6 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:28
      ไรท์จ๋าไรท์ไรท์อยู่หนายมาต่อเถอะคร่ารอๆๆๆๆๆๆๆๆ
      #25-1
  5. #24 lady lucky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2559 / 12:50
    สนุกล่ะ งานนี้ มันส์พะย่ะค่ะ ขอยืมบทความของเอมน้ำที่อัดคลิปให้ fc ช่วงนั้นด้วยนะคะ

    #ได้กัน ได้กัน ได้กัน # ส่วนรีดเองก้ออ เย้ๆๆๆๆ ชงเอง กินเอง เป็นงายยล้าา 5555556

    ไรท์ คะ ด่วนเร้ย ค่ะกะลังหนุก คริ คริ
    #24
    0
  6. #23 มาโมรุ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2559 / 07:57
    เอมนี่อคติมากเลย ระวังเถอะจะหลงรักแม่เลี้ยงจนโงหัวไม่ขึ้น. เรื่องคำผิดเราให้อภัยนะแต่อย่ามาก

    เพราะเดาไม่ถูกว่าไร้ท์พิมพ์คำว่าอะไร ตอนนี้ก็มีบ้างเล็กน้อย แต่ยังเดาคำอ่านไม่ออกเหมือนเดิม5555

    แต่ชอบเนื้อเรื่องสนุกดีแล้วมาอัพอีกนะสู้ๆนะไร้ท์

    #23
    0
  7. #22 Moon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2559 / 01:38
    เอมจะทำอะไรน้ำ น้ำเคยรักกับคิวหรอนี่ ยุ่งเหยิงมาก 555
    #22
    0