#สัต(ว)แพทย์สายโหด ll MARKBAM ll GOT7 BTS

ตอนที่ 20 : rewrite ll ตอนที่ 1 9 - ขอโอกาสได้มั้ยวะ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,485
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    25 ก.ย. 61




 ตอนที่ 1 9 - ขอโอกาสได้มั้ยวะ [100%]



               วันถัดมาหลังจากเกิดเรื่องเมื่อคืนขึ้น นักศึกษาของมหาวิทยาลัยก็ลงความเห็นว่าจะกลับกันในเช้านั้นเลย ซึ่งมันกะทะหันแบบสุดๆ เพราะว่าเมื่อมาถึงมหาวิทยาลัยต้วนอี้เอิ้นก็โดนอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเรียกเข้าพบทันที วึ่งนั้นมันก็ทำให้ทุกคนรู้สึกไม่ดีเอามากๆ


               เรื่องนี้มันเป็นเหตุสุดวิสัยไม่มีใครรู้ว่าจะมีการขนยาเสพติดข้ามชายแดนกันเมื่อวานนี่หน่า และอีกอย่างมันก็ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บด้วย


          "กูใจไม่ดีเลยว่ะ"แจบอมที่นั่งรอมาร์คกับคนอื่นๆ พูดขึ้นมา เขารู้สึกโหวงๆ ในใจยังไงก็ไม่รู้เพราะปกปิดอธิการบดีเขาจะไม่มายุ่งเรื่องนี้สักเท่าไหร่นะ


          "มันจะโดนไล่ออกมั้ยวะ"เจย์ถามด้วยความสงสัย


          "ไม่โดนไอ่สัด"เสียงที่ดังมาจากด้านหลังของกลุ่มที่นั่งออกันอยู่หน้าตึกอธิการบดี มาร์คเดินออกมาด้วยสีหน้าโล่งอกโล่งใจ เขาเกือบคิดว่าตัวจะโดนทัณฑ์บนจากอธิการบดีแล้วสะอีก


          "ไอ่มาร์ค! "ทุกคนพากันตะโกนเรียกชื่อมาร์คราวกับอีกฝ่ายมีชีวิตรอดมาจากการเกณฑ์ทหารทั้งๆ ที่รอดมานานแล้ว พึ่งรอดหมาดๆ ช่วงปิดเทอมตอนขึ้นปีสามนี้เอง


          "อธิการว่ายังไงวะ"แจบอมถามขึ้นมา


          "เขาก็ตักเตือนอ่ะ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเราแม่งไม่รู้กันไงว่าจะเกิดเรื่องไง"มาร์คอธิบายก่อนจะนั่งลงตรงข้ามแบมแบมที่ไม่ได้ทำอะไรนั่งจากนั่งเฉยๆ สายตาคมจ้องมองใบน้าหวานที่ถอนหายใจเบาๆ แล้วเสหน้ามองไปทางอื่นแทน"งอนกูหรอวะ"


          "ประสาท"แบมแบมตอบกลับ


          "ที่กูขังมึงกูมีเหตุผลนะย้วย"มาร์คพูด เขาอธิบายเรื่องนี้ให้แบมแบมฟังหลายรอบมากๆ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะโกรธอยู่ดี"กูก็ไม่ได้เป็นอะไรไง หายโกรธนะครับ"


          "มาร์ค ถ้ามึงเป็นอ่ะจะทำยังไงวะ ทีหลังจะทำอะไรก็คิดหน่อยนะกูห่วงมึงแทบตาย เจ็บตัวอีกต่างหากแม่งน่าโดนยิงให้ตายคาป่าเป็นผีเฝ้าป่าไปก็จบ"แบมแบมสวดยาวยับก่อนจะหยิบกระเป๋าแล้วลงออกไป ไอ่ที่ว่าเจ็บตัวของแบมแบมก็คือเท้า


               เล่นโดดลงมาจากหน้าต่างรองเท้าก็ไม่สวม สรุปคือหินบาดเต็มเท้าเลย


          "โดนโกรธแล้วว่ะเพื่อน"ยองเคบอกมาร์คที่มองตามแบมแบมไป ดูไม่น่าแปลกใจนักถ้าแบมแบมจะโกรธเป็นเขานะถ้าเกิดมีคนมาทำให้เป็นห่วงแล้วดันมาทำลายความเป็นห่วงเราด้วยการทำให้เป็นห่วงกว่าเดิม เขาจะมไ่มานั่งรอฟังว่าชะตาชีวิตมันเป็นยังไงแน่ๆ 


          "เดี๋ยวค่อยง้อ กูกลับบ้านก่อนนะ"มาร์คพูดจบก็ลุกออกไปทันที วันนี้เขาต้องกลับบ้านตามที่แม่นมลีขอเอาไว้ อีกอย่างเขาอยากกลับไปนอนบ้านด้วยทั้งๆ ที่ก็พึ่งจะได้ออกจากบ้านมา


               สงสัยคิดถึงแมวที่บ้านมั้ง จนป่านนี้เจ้าของเขายังไม่มาดูมันเลยว่ะ


               สงสัยมันจะโดนทิ้งเหมือนเขาแล้วมั้งเนี้ย




          "อี้เอิ้น"


          "ครับ"มาร์คที่กำลังจะเดินกลับขึ้นไปบนห้องต้องชะงักและหันกลับมาขานรับผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่กับภรรยาใหม่ของเขาหรือแม่เลี้ยงของมาร์ค และอีกไม่นานนักอีกสองวันพวกเขาจะแต่งงานกันแล้ว


               แต่มันน่าแปลกใจที่ทำไมบ้านหลังนี้ถึงยังไม่ตกแต่งไปด้วยสีขาว สีชมพูและดอกไม้ต่างๆ นาๆ สักที บางทีพวกเขาอาจจะยังเห็นหัวมาร์คและไปจัดที่อื่นแทนที่บ้านตระกูลต้วนก็ได้เป็น


               เหอะ! อยากจะขำให้หน้าแหก


          "แกเป็นยังไงบ้างไม่ได้บาดเจ็บมาใช่มั้ย? "คำพูดพวกนี้ครั้งแรกรึเปล่านะที่เขาเคยได้ยินมันคำพูดที่ดูใส่ใจแบบนี้ อาจจะใช่เพราะตั้งแต่แม่ตายไปเคยสักครั้งใหม่ที่มีคำพูดเป็นห่วงแบบนี้ หรือไม่บางทีคุณชายต้วนอาจจะแค่อยากได้หน้าจากลูกเผื่อว่าจะซื้อใจรับแม่เลี้ยงคนใหม่เข้ามาในชีวิต


               หวังสูงดีเนอะ เขาไม่มีวันทำอะไรแบบนั้นแน่


          "พ่อเป็นห่วงแก"คำพูดช่างสวนทางกับใบหน้าเสียเหลือเกิน


          "พ่อไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงผมหรอก"


          "อี้เอิ้น"คุณชายต้วนพูดเสียงอ่อน


          "พ่อหวังอะไรอยู่หรอครับถึงมาถามหรือมาพูดอะไรแบบนี้ ผมไม่เคยเห็นจะแยแสอะไรผมเลย--ตั้งแต่ที่แม่ตาย"และมาร์คก็ไม่ใช่คนอ้อมค้อม เขาถามคนเป็นพ่อออกมาด้วยความสัตย์ตรง พูดตรงเสียจนคนที่นั่งฟังหน้าชาไปตามๆ กัน


          "พ่อต้องการอะไรกันแน่"


               คุณชายต้วนถอนหายใจออกมาก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น มาร์คหัวเราะหึในคอออกมา เขารู้ว่าทำไมพ่อถึงไม่กล้ามองหน้าเขานานไม่กล้าแม้กระทั่งสบตา เพราะเขาเหมือนแม่ยังไงล่ะแทบทุกอย่างยกเว้นเว้นเสียแต่แววตาและรูปจมูกเท่านั้น 


               และนั้นมันทำให้มาร์คค่อนหน้าเหมือนแม่มากกว่าผู้เป็นพ่อเสียอีก คุณชายต้วนถึงไม่กล้ามองมันนานๆ เพราะทำให้คิดถึงภรรยาที่ตายจากไป และหลังสิ้นคำถามถูกอย่างเหมือนเดดแอร์เงียบจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ


          "ผมว่าพ่ออย่าฝืนเลยครับ ไม่ต้องทำอะไรหรือถามอะไรจากผมหรอก"


          "..."


          "ผมไม่ต้องการมันเลยสักนิดเดียวก็ไม่"มาร์คพูดหน้าตาย


          "ผมไม่ต้องการให้พ่อมาห่วงหรือสนใจผม กลับไปเป็นเหมือนเดิมเหอะครับ--เป็นผู้ชายคนนั้นที่เขาไม่เคยสนใจว่าวันนั้นบนใบหน้าของผมมีบาดแผลมั้ย ผู้ชายคนนั้นที่ไม่เคยยินดีปรีดาว่าผมสอบได้เกรดเท่าไหร่"มาร์คพูดออกมาจากความอึดอัดที่เขามี


          "พ่อไม่เคยสนใจผมเลยพ่อจำได้มั้ย"


          "อี้เอิ้น"คุณชายต้วนพยายามจะแย้ง


          "แต่พอมีผู้หญิงคนนั้นเธอกำลังจะก้าวเข้ามาในชีวิตของผมในฐานะแม่เลี้ยง พ่อกลับมาสนใจผมเพื่ออะไรหรอครับ เพื่อให้ผมยอมรับเธออย่างงั้นหรอ"มาร์คกรอกตามองอย่างเบื่อหน่าย เขาฉลาดพอที่จะรู้ดีว่าพ่อทำอะไรมักหวังผลจากเขาทั้งนั้น


               ให้ตายยังไงผู้หญิงคนนี้ก็ไม่มีวันได้ชื่อว่า แม่ เพราะแม่ของเขามีคนเดียวคือคนที่ตายไปแล้ว


          "อี้เอิ้น พ่อไม่ได้--"


          "เงียบไปเถอะครับ"


          "..."


          "พ่อเป็นคนยังไงทำไมผมจะไม่รู้ ผมอยู่ตัวคนเดียวมาทั้งชีวิตแล้วพ่อจะทำอะไรก็เชิญ จะพาใครมาผมไม่เคยว่าแต่ผมขอ--อย่ามายุ่งกับผม อย่ามาวุ่นวายและมาขอร้องหรือบังคับให้เรียกเธอว่าแม่ แม่ของผมไม่ได้หน้าตาแบบนี้"อี้เอิ้นชี้ไปยังผู้หญิงที่นั่งอยู่ใกล้ๆ พ่อของเขาด้วยความไม่พอใจ


          "แล้วขอให้พ่อรู้ไว้ด้วย จบปีสี่เมื่อไหร่ผมจะย้ายไปอเมริกาทันที"มาร์คพูดจบเขาก็หันหลังเดินขึ้นชั้นสองไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องและปิดประตูเสียงดังลั่น


          "พี่คะ? ฉันว่าอย่าพึ่งทำอะไรที่มันโจ่งแจ้งเลยนะคะ แกยังคง--ไม่อยากรับใครเข้ามาจริงๆ "คิมยองมินเข้าปลอบคุณชายต้วน เธอรู้ดีว่าการที่เด็กคนหนึ่งครั้งหนึ่งเขามีบาดแผลในใจมากมาย เขาจะทำการรักษามันเองและปิดบังคนที่สร้างออกให้ไกล 


               มันไม่มีอะไรช่วยได้นอกจาก เวลา เวลาเท่านั้น


          "ผมก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะคุณ"



               หลังจากที่มาร์คหันหลังเดินหนีผู้เป็นพ่อและแม่เลี้ยงเขาก็เลือกที่จะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนอนของเขา ปล่อยให้ความคิดนับร้อยความคิดลอยทิ้งไปกับความเงียบ แต่มันไม่ง่ายเพราะเขาเอาแต่คิดมันอย่างเดียว ทั้งเรื่องแม่ เรื่องพ่อ และเรื่องไปอเมริกา


               เขาน่ะ...จะย้ายไปเรียนต่อที่นั้นหลังจากจบปีสี่ เขาจะไปต่อโทที่บ้านเกิดของแม่ถึงแม้ว่า...ใจของเขาจะอยู่ที่นี้


               แต่เหมือนว่าใจของเขามันกำลังจะเดินทางกลับมาหาเขาและเดินทางไปอเมริกาพร้อมกันแล้วล่ะ เหมือนตลอดเวลาที่นานพอจนเขาลืมนับว่าตอนนี้มันกี่อาทิตย์แล้วที่เขาเข้าไปในชีวิตแบมแบม


               มันดูไร้ค่ายังไงก็ไม่รู้


          "กูควรบอกมึงดีมั้ยว่ะย้วย"มาร์คพึมพำ ก่อนจะหันไปสนใจมือซ้ายของตัวเองทีมีอะไรเย็นๆ อยู่ แมวตัวน้อย(?) สีขาวกำลังแทะนิ้วมาร์คอย่างกับอาหารแมว รอยยิ้มจางๆ ประดับที่ใบหน้าของชายเย็นชาคนนี้ เขาเอื้อมมือไปดึงตัวเจ้าสองสีที่ยังคงไร้ชื่อขึ้นมา


          "ไงไม่อยู่หลายวันคิดถึงกูป่ะ"มาร์คถามขึ้นมา จริงๆ เขาก็ไม่ได้อยู่บ้านแค่วันสองวันเอง


          "เหมี๊ยว"


          "ขี้อ้อนสัด"


          "แง๊ว! "


          "ดุนิดหน่อยจะขวนกูเออ"มาร์คแตะลงที่หลังมือตัวเองหลังจากแมวบ้านี่ขวนเขาเพราะเผลอไปดุมันว่าขี้อ้อน เออ ฟังภาษาคนรู้เรื่องด้วยเว้ยแบบนี้ดิค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย ทุกวันนี้คุยกับใครไม่รู้เรื่องเลยสักคนเดียว ไม่รู้ว่าเรียนหนักหรือเมาลมกันแน่


          "มึงยังไม่มีชื่อนี่หว่า"


          "...ชื่อนี้มั้ย? บาร์ มาจากแบมแบม กับมาร์คไง"มาร์คพูดไปยิ้มไป ไม่รู้สิเขาอยากตั้งชื่อนี้มันเหมือนว่าไอ่เจ้าสองสีนี้คือตัวแทนของแบมแบม อย่างน้อยก็อุ่นใจเหมือนมีแบมแบมอยู่ข้างๆ เขาในวันที่เหนื่อยที่สุด อีกอย่างไอ่เจ้าสองสีนี่แหละทำให้เขาและแบมแบมได้ใกล้กันมาอีกก้าวหนึ่ง


          "ถึงว่ากูจะไม่ได้เข้าไปอยู่ในใจของคนที่รับมึงมา แต่อย่างน้อย--กูก็ได้รู้ว่าเขา ไม่ได้ใจร้ายนักหรอก"


               นั้นสิ แบมแบมไม่ได้โหดร้ายเหมือนในข่าวเลยสักนิดเดียว อาจจะเพราะมีใครบางคนอยู่ในใจถึงได้ไม่กล้าเปิดรับใคร แถมยังมีนิสัยโหดๆ อีกด้วย ก็นะลุงเป็นถึงเจ้าของค่ายมวยเชียวนะ




               สองวันถัดมา...


          "หืม รูปคู่? "จองกุกโพล่งขึ้นมาหลังจากที่เขาไล่ไถแอพพิเคชั่นรูปนกสีฟ้า แต่ดันไปเจอรูปๆ หนึ่งที่ถูกคนในคณะนั้นแหละรีทวิตมาอีกที มันเป็นรูปของผู้ชายสองคนที่กำลังเล่นกับแมวอยู่แต่คนละตัวคนละรูปด้วยซ้ำ แต่สำหรับคนขี้ชิปทั้งสองคนนั้นอยู่ก็วีดว๊ายเต็มทวิตเตอร์


               ไปๆ มาๆ  ก็ดันกลายเป็นไวรัลเบาๆ เพราะแบมแบมและมาร์คดันลงรูปแมวในเวลาใกล้เคียงกัน มิหน่ำซ้ำแคปชั่นใต้รูปในแอพอิสตาแกรมก็ดันเป็นรูปหัวใจสีชมพูเหมือนกันไปอีก


          "เชรด เดี๋ยวนี้มีไอจีสื่อรักแล้วว่ะ"ยูคยอมโวยออกมา คืออะไรนี่นัดกันมารึเปล่าก็ไม่แน่ใจเพราะรูปที่กำลังเป็นไวรัลมันลงเวลาแค่ห่างกันหนึ่งชั่วโมงเอง ก็เลยกลายเป็นกระแสคู่ชิปเบาๆ และที่สำคัญเลยนะแบมแบมเองก็ยังไม่รู้ตัวเลย


          "อะไรว่ะ"แบมแบมถือวิสาสะคว้ามาดูทันที"เชี่ย ไรเนี้ย"


          "ไงนิคุณแบมแบม สรุปไปค่ายไม่กี่วันได้กันแล้วเออ"แบมแบมคว้าหนังสือที่อยู่ใกล้มือฟาดเข้ากลางหน้ายูคยอมจนรองโอ๊ยออกมา มิหน่ำซ้ำยังมองตาขวางใส่อีกด้วย ได้กันบ้านแกสิไอ่ยูคแล้วอีกอย่างนี้มันลงคนละเวลาด้วยไม่ได้นัดแนะอะไรสักอย่าง 


               แบมแบมไม่ได้ติดตามไอจีมาร์ค มาร์คก็ไม่ได้ติดตามไอจีแบมแบม


               มันคือความบังเอิญเข้าใจมะ แล้วเนี้ยถ่ายคนละเวลาด้วยนี่มันผ่านมาวันกว่าๆ แล้วพึ่งมาเห็นกันหรอ


          "ทำไมชอบจิ้นอะไรแบบนี้ว่ะ กูไม่มีวันมาลงแคปชั่นเกี่ยวกับมันแน่ๆ เนี้ยกูลงตั้งแต่นานแล้วก็ไม่รู้ด้วยว่ามันจะลง"แบมแบมวางโทรศัพท์ของจองกุกลงบนโต๊ะไม้อย่างไม่สบอารมณ์ เขาไม่ชอบอ่ะไม่ชอบอะไรแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร แถมยอดขอติดตามแบมแบมเพิ่มขึ้นมาจนตกใจ ตอนแรกก็ไม่อะไรเพราะเขาไม่รับอยู่แล้ว


               แต่พอมาเจอแบบนี้รู้เลย ชีวิตที่สงบสุขไม่มีอีกแล้วเว้ย! คนบ้าพวกนี้หนิ


          "เห้อ กูจะทำไงดีเนี้ย"แบมแบมถอนหายใจออกมา แค่มีข่าวว่ามาร์คหอมแก้มเขาชีวิตนี้วุ่นวายยิ่งกว่าสอบไฟนอลสักอีก แถมยังมาคอยระแวงว่าจะมีใครดักฆ่ารึเปล่า แต่ช่างเหอะถ้ามีเขาจะสวนกลับให้หมดผู้หญิงก็ผู้หญิงเหอะ ใครจะไปยอมว่ะ


          "ทำใจ"


          "ช่วยกูได้มาก"


          "ไม่เป็นไรๆ เพื่อนกัน"จองกุกยิ้มกว้างให้ บางทีเขาก็อยากจะดักฆ่าจองกุกเหมือนกัน คือทุกคนเข้าใจมั้ยว่าแบมแบมกำลังประชดจองกุกแล้วเจ้าตัวดันตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มที่เรียงฟันสวยอย่างกับจัดเรียงมาแล้ว แถมฟันกระต่ายคู่หน้านั่นแทบจะเฉาะหน้าเขาอยู่แล้ว


          "สัด"


          "หยาบคาย"ยองแจสวนขึ้นมา เห็นนั่งเงียบตั้งนานที่ไหนได้หาเวลาแทรกไม่ได้ต่างหาก


          "เหอะ กูไปเรียนละรำคาญพวกมึง"แบมแบมตัดปัญหาโดยการหนีไปเรียนมันสะเลย ต่อให้เขาอธิบายเป็นพันรอบล้านรอบพวกนั้นก็ต้องหาข้อโต้แย้งจนเขาเถียงไม่ได้อยู่ดี นี่มันยิ่งกว่าแขงโต้วาทีสมัยมัธยมอีกนะ เขาเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงตึกที่ต้องเรียนนี่เขามาก่อนเวลาตั้งครึ่งชั่วโมงแหนะ


               ชิบหาย


          "ไอ่ย้วย"


               ทำไมต้องเรียนตึกข้างตึกมึงอีกว่ะ! โว้ยกูไม่เรียนแล้วได้มั้ยเนี้ย


          "เดี๋ยวดิย้วย"และก็หนีไม่พ้นจริงๆ ถ้ารู้ว่าวิ่งเช้าเย็นแล้วมันไม่ได้ทำให้ความสูงเพิ่มขึ้นก็ไม่วิ่งมันหรอกโว้ย แบมแบมหันไปมองมาร์คด้วยแววตานิ่งๆ แล้วเลิกคิ้วถามอย่างสงสัยตอนนี้บรรยากาศรอบๆ อึดอัดเอามากๆ เพราะทุกคนต่างจับจ้องมาที่พวกเขา


               และที่สำคัญเขากับมาร์คไม่ได้คุยกันมาสองวันแล้ว ตั้งแต่ที่เขาโกรธมันไปคราวนั้น


          "มึงเห็นข่าวแล้วใช่ป่ะ"


          "เห็นดิ กูก็ตามข่าวอยู่ทะ ที่นายกป.หนีไปขั้วโลกเหนือใช่ป่ะ เออๆ ใช่ๆ กูเห็นแล้ว"แบมแบมเริ่มออกนอกทะเล นายกป.บ้าอะไรจะหนีไปขั้วโลกเหนือหนีไปก็ทำห่าไรไม่ได้อยู่ดี แต่มันเป็นทางเดียวที่เขาจะหนีจากมาร์ค ก่อนที่ความส่วนตัวของเขารวมไปถึงความปลอดภัยมันจะลดหลืบลงไปมากกว่านี้


          "แบมแบม"


          "จริงจังทำไมว่ะ มึงอะไรก็พูดมาเลย แล้วกูก็เห็นข่าวแล้วกูไม่สนใจมันหรอกนะ เพราะระหว่างกูกับมึงมันไม่มีวันเป็นไปได้เว้ย"แบมแบมพูดรัวออกมาราวกับไม่ต้องการให้มาร์คตอบอะไรทั้งสิ้น แต่รู้มั้ยกว่าเขาจะกล้าพูดคำพูดพวกนี้เขาต้องรอความกดดันมันสูงขนาดไหน


          "กูรักพี่แจ็คสัน"


          "แต่กูรักมึง"


          "มึงเข้าใจกูหน่อยสิ"


           "แล้วมึงเข้าใจกูบ้างป่ะ"


          "มึงเป็นอะไรของมึงว่ะ วันนี้นึกอยากจะบอกรักงี้หรอ...ประสาทแล้วป่ะ แล้วในข่าวอ่ะกูไม่ใส่ใจหรอกนะในเมื่อมันไม่ใช่ความจริงว่ะ"แบมแบมยังงงๆ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น คือมันเกิดอะไรขึ้นหรอ เขาอะไรลงไปยังงงๆ ตัวเองเลย"กูไม่เข้าใจสถานการณ์ว่ะ"


          "แบม..."


          "..."


          "กูขอโอกาสหน่อยได้ป่ะ"


          "โอกาสเชี่ยไร"


          "กูขอโอกาศจีบมึง ขอโอกาสให้กูได้แทนที่คนที่มึงรักบ้างได้ป่ะว่ะ มึงให้โอกาสกูหน่อยได้ป่ะว่ะ"





รีไรต์ 25.09.2018
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

385 ความคิดเห็น

  1. #358 FrontHyuk (@chocolatepie) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 23:37
    โอ้ยยยย พี่มาร์คเริ่มท้อแล้ว สงสาร มรสุมชีวิตเหลือเกิน กว่าจะเจอคนที่จะมาเป็นแสงสว่างให้ เค้าก็ตัดเยื่อใยไม่ให้โอกาสเลย เฮ้ออออ สงสารมาร์คเว้ยย
    #358
    0
  2. #311 Notetoaki (@Notetoaki) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 18:10
    19 ตอนละนะเหนื่อยแทนมาร์คละพูดจิง...เห้อออ
    #311
    0
  3. #301 auanja (@auanja) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 13:50

    เปิดที🙏🙏🙏
    #301
    0
  4. #300 Pure-26 (@Pure-26) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 20:55
    เพิ่งจะได้เข้ามาอ่านอ่ะ ทำใมล็อคคะ?
    ชอบอ่ะ เปิดให้อ่านได้มั้ย

    ทำไงจะได้อ่าน 😓😓😓😓😓😭😭😭😭😭😭
    #300
    0
  5. #150 LightRock (@nalinnalar) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 07:36
    ง่ะ....รู้ใจตัวเองเร็วๆนะแบม
    #150
    0
  6. #125 prawiioo_BG (@prawiioo_BG) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 23:36
    ให้เลยแบมมมม พี่แจ็คสันนี่คือตายแล้วหรือไรอ่ะงง??
    #125
    0
  7. #124 KuenNun (@KuenNun) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 22:46
    โถวววว ให้โอกาสมาร์คไปเลยลูกกก
    #124
    0
  8. #123 narawadee1001 (@narawadee1001) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 21:52
    ต่อเรววววววววววววววววว
    #123
    0
  9. #122 Anuchu (@Anuchu) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 02:24
    สงสารมาร์คจังเลยยย แบมเปิดใจหน่อยจิ เด่วหนัก็ไปแอลเอไม่บอกไม่กล่าวอีก
    #122
    0
  10. #121 DarkST (@Cindysirarit) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 00:17
    เปิดใจหน่อยแบมม
    #121
    0