#สัต(ว)แพทย์สายโหด ll MARKBAM ll GOT7 BTS

ตอนที่ 28 : rewrite ll ตอนที่ 2 6 - ใกล้พังแล้ว [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,944
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    13 ต.ค. 61




ตอนที่ 2 6 - ใกล้พังแล้ว [100%]



          "กูไม่อยากรื้อฟื้นมันแม่งแล้วว่ะย้วย"มาร์คเผลอใส่อารมณ์ในคำพูดและปัดกล่องปฐมพยาบาลตกบนพื้นของในกล่องกระเด็นออกมาเกือบหมด แน่นอนแบมแบมตกใจไม่ใช่น้อยๆ เวลาโกรธมาร์คก็เหมือนหมาบ้าตัวหนึ่ง ต่อให้ระงับอารมณ์ได้ไม่ให้บ้าไปมากกว่านี้


               แต่มันน่ากลัวจริงๆ นะ


               แบมแบมมองมาร์คด้วยแววตาที่ตกใจจนมาร์คเริ่มอ่อนลง เขาไม่ได้ต้องการให้แบมแบมกลัว แต่เขาไม่อยากพูดถึงผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว ทุกครั้งที่พูดเขาก็รู้สึกเจ็บปวดไปหมด ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้เป็นคนทำแต่เขาก็ต้องมาเป็นอริกับไอ่วอนโฮจนถึงวันนี้


          "กูขอโทษนะที่ทำมึงกลัว"มาร์คพูดเสียงอ่อนลง


          "กูไม่ได้กลัว"แบมแบมถอนหายใจออกมา ก่อนจะเก็บอุปกรณ์ที่หล่นไปตามทิศแรงปัด เขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเก็บในขณะที่มาร์คมองแบมแบมด้วยสายตาที่หลายความหมาย เขาไม่รู้หรอกนะว่าทำไมแบมแบมถึงพูดมันออกมา แต่อยากให้รู้ไว้ว่าอิมนายอน


               ไม่ได้มีผลอะไรต่อหัวใจของอี้เอิ้นคนนี้อีกแล้ว แต่สิ่งที่มันเกิดกับเธอเขาจำไม่เคยลืม ไม่มีวันลืมลงได้เลย


          "แผลน่ะอย่าให้โดนน้ำนะ แล้วก็ถ้าเกิดบวมหรือผิดปกติรีบไปหาหมอล่ะ มึงอาจจะติดเชื้อได้"แบมแบมบอกอะไรกับมาร์คเล็กน้อย ก่อนจะลุกเอากล่องปฐมพยาบาลไปว่างไว้บนชั้นใกล้ๆ บางทีตอนนี้เขาอาจจะก้าวก่ายเรื่องของมาร์คมากเกินไป


               ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยเล่าเรื่องตัวเองให้มาร์คได้รู้เลย แล้วผู้หญิงที่ชื่อนายอน...เธอเป็นใครกันนะ อาจจะเป็นคนที่เหมือนแจ็คสันก็ได้หนิ


               คนที่อยู่ในหัวใจแต่ไม่ได้ยืนอยู่ข้างกันจริงๆ คนที่อยู่ในความทรงจำไม่ใช่ในชีวิตจริง


               เธออาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้


          "กูกลับบ้านก่อนนะ"แบมแบมบอกมาร์คที่นั่งอยู่บนโซฟา


          "กูไปส่ง"มาร์คลุกขึ้นทันทีที่พูดจบ


          "ไม่ต้อง ! --กูกลับเองได้มึงเจ็บแผลก็นั่งเฉยๆ ไปเถอะ"แบมแบมพูดเสียงแข็ง ตอนนี้สมองของเขามันประมวลผลอะไรไม่ได้แล้วสับสนและวุ่นวายไปหมด กระเป๋าเป้สีดำถูกหยิบขึ้นจากพื้นและเจ้าของกระเป๋าใบนั้นก็รีบเดินออกจากห้องไปทันที


               ที่เขาเปิดใจยอมรับมาร์ค...มันเพราะอะไรกันหรอ เพราะเขาอยากให้มาร์คได้พิสูจน์ตัวเองจริงๆ


               หรือเพียงเพราะ สงสารกันแน่หรือว่าเขาแค่อยากให้มาร์คช่วยดึงเขาออกมาจากความเจ็บปวดนั้น ถ้าเขาทำแบบนั้นจริงๆ ถือว่าเป็นคนที่แย่มากถึงมากที่สุดเลยล่ะ


          "กูขอโทษนะย้วยที่บอกอะไรมึงไม่ได้เลย แต่กูไม่อยากให้นายอนมาดึงความสัมพันธ์ของมึงกับกูอีกแล้วว่ะ"มาร์คพูดออกมาในขณะที่คนที่เขาอยากให้รับรู้มากที่สุด ไม่อยู่ในห้องนี้แล้วนายอนน่ะคืออดีตคนรักที่มันฝั่งใจเขา


               มันก็ไม่ได้ต่างจากแบมแบมที่ทั้งใจมีแต่แจ็คสันนั้นแหละ


               ต่อให้แบมแบมเปิดใจยอมรับแค่ไหน แต่ถ้าในนั้นมีแต่ผู้ชายที่ชื่อหวังแจ็คสันล่ะก็ ผู้ชายที่ชื่อต้วนอี้เอิ้นก็ไม่มีที่ยืนหรอกนะ แต่สำหรับผู้ชายที่ชื่อต้วนอี้เอิ้นคนนี้น่ะอิมนายอนมีแค่ในความทรงจำเสี้ยวหนึ่ง ไม่ใช่ในหัวใจและมันก็ว่างเพื่อรอคนอย่างแบมแบม


               เข้ามานั่งอยู่เข้ามาเป็นยาที่ให้ใจที่มีแต่บาดแผลหายสักที


               เหอะ กำลังฝันอยู่รึเปล่าวะไอ่มาร์ค



               เสียงหมัดกระทบเข้ากับกระสอบทรายดังลั่นค่ายมวย ในเวลาที่ทุกคนต่างกลับบ้านกลับห้องกันจนหมดแล้ว แต่หลานของเจ้าของค่ายกลับเลือกที่จะมาต่อยเพียงลำพังโดยที่ไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย มือที่ไม่ได้สวมนวมหรือผูกผ้าอะไรตั่งต่าง มือขาวกำแน่นเหวี่ยงเข้าใส่กระสอบทรายซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแดงเทือก


               มันเจ็บนะแต่ความเจ็บแบบนี้แหละที่แบมแบมชอบ


          "พอเถอะไอ่แบม"แบมแบมที่หันจะชกลุงจ้อนก็ต้องชะงัก เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหอบ มันเรื่องอะไรกันที่ต้องมาทำร้ายตัวเองแบบนี้ เขาต้องเป็นบ้าแน่ๆ ทำไมถึงต้องมาน้อยใจกับเรื่องผู้หญิงที่ชื่อนายอนด้วย เขามีสิทธิ์อะไรไปน้อยใจหรอ


               ไม่หนิไม่มีเลยด้วยซ้ำ


          "เอ็งเป็นอะไรไปวะกลับมาเอาป่านนี้ ข้าวปลาที่แม่เอ็งเตรียมไว้ก็ไม่กินมาชกกระสอบทราย นวมก็ไม่ใส่เอ็งเป็นอะไรของเอ็งอีกวะ ห้ะ! ไหนเอ็งบอกข้ามาสิว่าเป็นอะไร"


          "เปล่าลุงแบมก็แค่--ช่างแม่งเหอะ"เจ้าตัวโบกมือปัด ก่อนจะหันหน้าไปทางกระสอบทรายเพื่อจะชกมันอีก แต่มือที่กำลังจะเหวี่ยงไปถูกดึงด้วยมือหนาและข้อมือของนักมวยรุ่นเก่า ลุงจ้อนดึงมือหลานชายเอาไว้ก่อนจะมองหลังมือที่แดงเถือก


          "เอ็งไม่เจ็บหรอวะ"


          "ไม่"


          "เอ็งปฏิเสธความรู้สึกของเองได้ แต่ร่างกายของเองมันฟ้องอยู่ทนโท่ว่าเองน่ะเจ็บ"เสียงหายใจหอบของแบมแบมมันเริ่มทำให้เขารู้ว่าตัวเองเหนื่อยอาการเจ็บที่หลังมืออีก เขาคงบ้าไปแล้วจริงๆ ต่อยจนแดงขนาดนี้ดีนะที่เป็นกระสอบทราย ถ้ามันเป็นผนังขึ้นมาล่ะก็


               เหอะ หลังมือของแบมแบมได้แตกแน่ๆ 


          "ลุง--แบมแม่งเป็นอะไรไปวะ ทำไมอ่ะลุงทั้งที่แบมไม่ได้รักมันแต่ทำไมแบมต้องมาทำตัวเป็นหมาบ้าแบบนี้ด้วยวะ"คำถามมากมาออกมาจากคนที่เข้มแข็งต่อหน้าคนอื่น แต่กลับอ่อนแอต่อหน้าคนในครอบครัว ลุงจ้อนอาบน้ำร้อนมาก่อนย่อมรู้ดีว่ามันคืออะไร


               สับสนไง ไอ่หลานตัวดีของเขามันกำลังสับสน


               ระหว่าง ต้วนอี้เอิ้นกับหวังแจ็คสัน มันกำลังสับสนอย่างดีเลยล่ะ


          "เอ็งเป็นอะไรก็รู้แก่ใจของเอ็งป่ะวะ เอ็งมาถามลุงทั้งๆ ที่ลุงเป็นคนอื่นมันก็ให้คำตอบไม่ได้หรอกนะ"มือหยาบปล่อยข้อมือของแบมแบมก่อนจะจับเข้าที่ไหล่ของหลานชายเพียงคนเดียว"ข้าจะบอกอะไรให้เอ็งฟังนะ คนในความทรงจำมันเทียบไม่ได้กับคนในความเป็นจริงหรอกนะ "


          "เอ็งเจ็บเอ็งรู้แก่ใจ เพราะฉะนั้นเอ็งรักใครเอ็งก็รู้แก่ใจ"


          "ผมไม่ได้รักมันนะลุง ตลอดเวลาผมเอาแต่รักและคิดถึงพี่แจ็คสันตลอด"มือหยาบบีบไหล่ของหลานชายเบาๆ นี้ขนาดมันอายุปาไปยี่สิบกว่าแล้วนะ มันยังไม่เข้าใจตัวเองอีกหรอไม่เข้าใจในคำพูดของคนที่อายุมากกว่ามันอีกหรอ


          "เอ็งอาจจะไม่ได้รักมันตอนนี้"


          "แต่วันหนึ่งเอ็งก็ปฏิเสธใจตัวเองไม่ได้หรอกนะ ว่าเอ็งรักมัน--รักคนที่เอ็งจับต้องได้ดีกว่าคนที่มันอยู่ในนี้"ลุงจ้อนเคาะหัวแบมแบมไปสองครั้งก่อนจะยิ้มน้อยๆ ส่งไปให้ เขาไม่เข้าใจความรักของวัยรุ่นหรอกมันจะมาคิดมากคิดมายทำไม สมัยก่อนนะรักก็บอกรัก ชอบก็บอกชอบ


               ไม่มีใครมานั่งคิดสับสนหรอก เพราะทุกคนคิดอย่างเดียวคือ รักคนที่สามารถรักจะดีกว่า 


          "ถ้าเอ็งมัวแต่คิดสับสนว่าจะไอ่ตี๋นั้นหรือแจ็คสัน สักวันถ้ามันหายไปจากชีวิตของเอ็ง"


          "เอ็งจะโหยหาและเจ็บมันยิ่งกว่าตอนที่แกรู้ว่า ใจที่แกได้รับมันคือของแจ็คสันเสียอีก เชื่อลุง--ลุงเรียนมากับตัวเองแล้ว"


               ไอ่ลุงแก่ๆ คนนี้แหละที่มันเคยได้เจอเรื่องแบบนี้มากับตัวเองน่ะ ไม่งั้นนะมันคงไม่อยู่ครองโสดมาจนอายุป่านนี้หรอก เพราะไอ่การเอาแต่คิดว่าชอบใครรักใครเนี้ยมันทำให้เราต้องสูญเสียคนที่เราพึ่งมานึกได้ ทุกคนบนโลกจะรับรู้ถึงความสำคัญของมันก็ตอนที่มันหายไปแล้ว


               สักวันไอ่หลายชายของเขามันก็คงเป็นแบบเขานั้นแหละ กว่าจะรู้ใจตัวเองมันก็คงหายไปจากชีวิตแล้ว




          'วันนี้ยกคลาสนะนักศึกษา'


               แบมแบมอ่านข้อความที่ถูกส่งมาจากอาจารย์ประจำวิชาในภาคเช้านี้ สรุปคือวันนี้แบมแบมมีเรียนแค่คาบบ่ายเท่านั้น ส่วนตอนนี้เช้านี้เขาก็คงต้องนอนๆ เล่นๆ บนเตียงแน่นอน แต่มันก็น่าเบื่ออ่ะนะมือที่ถูกพันด้วยผ้าสีขาวถูกยกขึ้นมามองสภาพมือที่มันเยินมากๆ ตอนแรกก็แค่แดงแต่พอหลังจากลุงจ้อนไป


               หมาบ้ามันก็เข้าสิงแบมแบมจนซัดมันลงพื้นซีเมนต์ไง เป็นไงละมือแตกเลยโดนทั้งแม่จุ๋มทั้งลุงจ้อนด่าแหลก"โถ่เว้ย เป็นอะไรวะเนี้ย"


          "แบมวันนี้ไม่มีเรียนหรอลูก"


          "ครับแม่ วันนี้ผมไม่มีเรียน"


          "อ้าวหรอ? แล้วทำไมน้องมาร์คมารอแบมล่ะ"แบมแบมรีบเด้งตัวลุกขึ้นมาจากเตียงทันที สองเท้ารีบตรงดิ่งไปที่ประตูห้องก่อนจะออกแรงดึงออก ดวงตาคู่สวยเงยมองคนตรงหน้าอย่างตกใจนี่หูฝาดหรอ? เขาว่าเขาได้ยินเป็นเสียงแม่จุ๋มนะแต่ทำไม


          "ไม่มีเรียนทำไมไม่ไลน์ไปบอกวะ"


          "เชี่ย"


          "ไม่มีเรียนก็ควรออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ดิวะ"


          "ไม่ขี้เกียจจะนอน เห็นกูมีเวลาว่างนักเออ"


          "เป็นไร"แบมแบมส่ายหน้าเป็นคำตอบ ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยออกจะปกติดีก็พูดแบบนี้ใส่ตลอดปะวะ"ไม่เป็นก็แปลกละ ทำไมงอนกูเรื่องเมื่อวานหรอ"มาร์คย่อตัวลงมาให้เท่ากับแบมแบม เจ้าคนที่ถูกมองหันหน้ามองไปทางอื่นทันที


               ไม่ชอบจ้องตากับคนอื่นโว้ย


          "โอ้ย เจ็บไอ่สัด"


          "เห้ย โดนไรมาเนี้ย"มาร์คดึงข้อมือของแบมแบมเอาไว้ กันชักหนีนะสิสายตาเป็นห่วงมือหลังมือข้างซ้ายมีมีเลือดซึมออกมานิดหน่อย นอนดิ้นเผลอไปฝาดกับขอบเตียงเลือดเลยออก แบมแบมไม่ตอบอะไรเลยเอาแต่เงียบ"แบมแบม"


          "ไม่ต้องมาทำเสียงเข้มใส่กู"แบมแบมสวนทันที เขาไม่ชอบให้ใครมาบังคับที่สุดเลยและยิ่งบังคับแบบนี้


          "กูเป็นห่วงมึงนะ"มาร์คพูดเสียงอ่อน เขาไม่ได้อยากบังคับแบมแบมสักหน่อยแต่เขาเป็นห่วง เมื่อวานนี้มือข้างซ้ายนี้มันยังดีอยู่เลยแต่พอมาวันนี้กลับมีผ้าพันแผลและยังมีเลือดซึมออกมาอีก"ไม่ต้องตอบก็ได้แต่ไปเที่ยวกันเหอะ กูไม่มีเรียนเลยวันนี้"


          "ไม่เอาจะนอน"แบมแบมพูดอย่างทันที วันนี้เขาไม่มีอารมณ์จะไปไหนทั้งนั้นแหละอยากนอนอยู่ที่บ้านเฉยๆ


          "นอนเป็นหมูแล้วเนี้ย ดูแก้มดิ"


          "เจ็บโว้ย ! "แบมแบมปัดมือมาร์คออก ใครมาสั่งมาสอนให้ยิกแก้มคนอื่นแบบนี้วะ


          "ทำไมวันนี้งอแงจัง หืม"มาร์คยื่นหน้าเข้ามาใกล้แบมแบมจนต้องหดคอหนี รอยยิ้มทะเล้นๆ ของมาร์คทำเอาเขาเริ่มหมั่นเขี้ยวไอ่ควายตรงหน้าเต็มทนแล้ว มือเล็กๆ ที่มีผ้าพันแผลคาดไว้ยกขึ้นบิดหูของคนตรงหน้าแรงๆ จนร้องออกมา ยิ่งร้องแบมแบมยิ่งดึงลงไปเรื่อยๆ "โอ้ยๆๆๆ สัดย้วยกูเจ็บไอ่ห่า"


          "หึ สมควรโดนแกล้งกูก่อนมั้ยล่ะ"


          "ก็ไม่เสียเปล่าป่ะวะ"


          "อย่าน้อยมึงก็ยิ้มละอ่ะ ไม่ต้องหุบยิ้มเลยนะเว้ย"มาร์ครีบแย้งก่อนที่แบมแบมจะหุบยิ้มลง"ไปเที่ยวกับกูรู้มึงไม่มีเรียนในภาคเช้า"


          "แต่มึงมีกูจำได้ไม่ต้องมาเนียนบอกกูไม่มีเรียนเลย"แบมแบมรีบพูดสวนกลับทันที เขาไม่มีแต่คนตรงหน้ามีเรียน"มึงห้ามโดดเด็ดขาดอย่างได้เอฟมาแดกหรอว่ะ"


          "ไม่กูจะโดด ไปเหอะน่านะกูไม่พามึงไปขายหรอก นะ นะๆๆๆๆ"มาร์คเขย่าแขนแบมแบมเบาๆ เหมือนเด็กสองขวบที่อยากให้แม่ซื้อขนมให้กินในงานวันเด็กนั้นแหละ สายตาออดอ้อนมองมาที่เขาจนคนถูกมองต้องรีบเบนสายตาหนี"แบมแบมไปเถอะ"


          "เออๆๆ ไปก็ไปวะงอแงเป็นเด็กเลย"


          "เยส ป่ะงั้นไปกันเลย"ไม่ทันได้ให้แบมแบมตั้งตัวอะไรทั้งนั้น มาร์คก็ดึง(ลาก)คนตัวเล็กลงมาจากชั้นสองของบ้าน มีแอบโค้งให้กับแม่จุ๋มที่ยืนยิ้มอยู่ห่างๆ หลังจากนั้นก็ยัดแบมแบมเข้าไปในรถ ถูกต้องยัดเข้าไปในรถเพราะวันนี้เขาเอารถยนต์มา


               BMW อ่ะรู้จักป่ะ


          "เดี๋ยวๆ มึงลากกูมาโดยไม่ให้กูเอาอะไรมาเลยหรอวะ"


          "เออน่า ไปที่แบบนี้เอาโทรศัพท์ไปก็ไม่ได้ใช้อะไรเลย"มาร์คที่ตามขึ้นมาที่หลังตอบคำถามของแบมแบม ที่นั่งในรถด้วยสีหน้างงๆ เงิบๆ แต่ไม่ทันได้ถามอะไร ต้วนอี้เอิ้นก็ออกรถไปสะก่อนแถมเหยียบเต็มฝ่าเลยทีเดียว


               มันจะไม่ได้รึยังไงว่าเขาไม่ชอบให้ใครมาขับรถเร็วๆ แบบนี้


          "มาร์คอย่าขับรถเร็วได้มั้ย"แบมแบมบอกเสียงดังแต่เหมือนมาร์คจะไม่ค่อยฟังเท่าไหร่


          "แปดสิบเอง"มาร์คตอบออกมาเพราะปกติเขาก็ขับประมาณนี้ตลอด


          "บอกให้ขับเบาๆ ไงวะ! "แบมแบมตะคอกใส่ทันที และทันทีจบประโยคคนขับรถ(ไม่จำเป็น)ค่อยๆ ผ่อนแรงลง เล่นเอาแบมแบมถอนหายใจเฮือกใหญ่เขาไม่ชอบอะไรที่มันเร็วๆ แบบนี้เลย ถึงแม้รถเมย์มันจะขับตีนผีก็เถอะแต่ก็ไม่จำเป็นต้องเร็วขนาดนี้ ถ้าเกิดหักหลบไม่ทันตายขึ้นมาทำยังไง


          "มึงเลิกขับรถแบบนี้สักทีเหอะตายขึ้นมาจะทำไงวะ! "แบมแบมหันไปดุมาร์คทันทีที่ ถึงจะขับแค่แปดสิบแต่มันก็เร็วสำหรับเขารถในกรุงเทพก็ติดยาวเป็นแม่น้ำไนล์ขนาดนี้ เขากลัวตายเหมือนกันนะ


          "กูขอโทษ"


          "ไม่! ถ้าเกิดมึงเอาไปคว่ำตายทำยังไงวะ"แบมแบมจัดการสวดมาร์คบทใหญ่ ถึงแม้จะโดนว่ายังไงต้วนอี้เอิ้นก็ยิ้มรับคำด่าของกันต์พิมุกต์ราวกับคนบ้า"ถ้ามึงตายพ่อมึงจะทำไง หัดคิดถึงคนอื่นบ้างดิ"


          "พ่องั้นหรอ? เหอะ เขาจะสนไรกูทุกวันนี้หน้าเขายังไม่คิดจะมองด้วยซ้ำ"น้ำเสียงขุ่นๆ ของมาร์คลดความโกรธของแบมแบมลงไปได้บ้าง แต่ก็ยังไม่หายทั้งหมดเพราะคนที่นั่งถัดจากเขาพูดออกมาไม่เข้าหูเอาสะเลย"ทำไมต้องทำหน้ายักษ์ใส่กูด้วยวะ"


          "คิดเองเหอะกูขี้เกียจพูด"


          "พูดมาเหอะย้วยอะไรๆ ที่มึงพูดให้กูฟังอ่ะ"


          "กูก็ฟังหมดแหละ"รถค่อยๆ ชะลอตัวลงหลังจากสัญญาณไฟเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีส้มและสีแดงในที่สุด แบมแบมที่เลือกเบนสายตาหนีออกไปด้านนอกต้องกลับหันมามองหน้าคนที่ทำให้ต้องเบือนหนีอีกครั้ง งั้นหรอ? ถ้าเขาพูดแล้วมาร์คฟังจริงๆ


               ป่านนี้เขาต้องนอนอยู่บ้านโง่ๆ แล้วไอ่ควายนี้ก็ต้องไปเรียน


               ถ้าฟังกันจริงการกระทำมันจะสวนทางกันหรอ


          "แล้วนี่จะไปไหน"แบมแบมถามเพื่อปัดเรื่องก่อนหน้านั้นทิ้งไป


          "บ้านกู"


          "บ้านมึงอีกละไม่กลัวกูเนียนขโมยของหรอวะ"แบมแบมหันขวับไปถามด้วยความรวดเร็ว เขาไปบ้านของมาร์คแทบจะทุกอาทิตย์ไปจนลุงยามลากยาวยันแม่บ้านจำหน้าได้หมดแล้ว มันไม่กลัวเขาคิดจะไปขโมยของมันบ้างหรอถ้าหายขึ้นมาไม่ต้องโทษใคร 


               เขาเนี้ยแหละที่ขโมยคือข้าวของราคาเหยียบหมื่นของบ้านมันไปขาย


          "ไม่กลัวเพราะมึงไม่ทำ"


          "อ่ะ ไม่แน่เดี๋ยวกูขโมยนาฬิกาตั้งโต๊ะไปจำนองแม่ง"แบมแบมพูดขึ้น ถ้าเขาร้อนเงินจริงๆ เขาจะโขมยไปจำนองแน่


          "เอาดิเอาไปให้หมดเลยอยากได้อะไรก็เอาไป แต่แลกกัน"มาร์คพูดขึ้นอย่างไม่เดือดร้อนอะไร คือมึงของบ้านมึงราคาหลายหมื่นอยู่นะ ยกให้คนง่ายไปป่ะวะ "ของหนึ่งชิ้นจูบกูหนึ่งครั้ง"


               ...กูว่าแล้ว


          "เดี่ยวโดนต่อยอ่ะไอ่สัดกวนตีนนะมึง จูบเหี้ยไรทุเรศว่ะ"แบมแบมโวยใส่ทันที บางทีมันควรคิดว่าเขาจะขโมยของบ้านมันสักหน่อยเถอะของแต่ละชิ้นนะขายทีซื้อบ้านได้ละมั้งเนี้ย แต่ก็นั้นแหละถ้าสมองเอาแต่คิดเรื่องแบบนี้นะ


          หายไปสักชิ้นมันก็คงไม่สงสัยหรอกไอ่เนี้ยอ่ะ


          "กูล้อเล่นป่ะละจริงจังเนอะไอ่ย้วย"


          "กูจริงจังทุกเรื่องแหละสัด เรื่องอะไรๆ ที่จริงจังได้ก็เอามาจริงหมด"


          "มิน่าทำไมมึงถึงชอบเก็บเรื่องคนอื่นมาคิดไปเรื่อย เลิกคิดสะบ้างเดี๋ยวก็เครียดตายหรอก"มาร์คยกมือข้างซ้ายขึ้นมาโยกหัวแบมแบมเบาๆ แล้วหันกลับไปขับรถต่อ แบมแบมน่ะเป็นพวกชอบเก็บเอาเรื่องคนอื่นมาเป็นเรื่องตัวเองเสมอ ยกตัวอย่างเช่น


          "เรื่องของกูกับพ่อน่ะมึงไม่ต้องคิดแทนกูกับเขาหรอกนะ"


          "..."


          "ทุกอย่างมันแม่งใกล้พังเต็มทนละ"





รีไรต์ 13102018
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

385 ความคิดเห็น

  1. #371 FrontHyuk (@chocolatepie) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 18:25
    มันจะไม่มีทางดีกันได้เลยหรือไงนะ พ่อลูกคู่นี้เนี่ย เฮ้อ!!!
    #371
    0
  2. #320 Notetoaki (@Notetoaki) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 08:19
    อยากอ่านต่อแต่ล๊อคอ่าาาา 😭😭😭
    #320
    0
  3. #215 MaBaYu (@neem2312) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 13:21
    โอ้ยยย เดี๋ยวหน่วง เดี๋ยวยิ้ม ฮือออ ชอบบมากกก รอนะ กลัวใจแบมจังเลยยย แบมช่วยมาร์คกับพ่อให้ได้นะ ไรท์สู้ๆเด้อออ
    #215
    0
  4. #207 w.miaags (@wimmmm) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 14:17
    แงงงงง รอออออออ
    #207
    0
  5. #206 gan8824 (@gan8824) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 21:17
    สายใยพ่อลูกตัดไม่ขาดหรอก ต่อให้ผุพังแล้วกยังมั็สายใยบางๆที่เเทบมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นอยู่ดี
    #206
    0
  6. #201 SuchadaOngsiri (@SuchadaOngsiri) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 20:01
    ย้วยรักควายเผือกก็บอกไปวันหลังจะเสียใจนะย้วย.
    #201
    0
  7. #200 Ananyaa (@AnanyaNu) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 19:25
    ฮือออ ฮาร์คคอแต่น่ารักก งุ้งิ้ บอกควายเผือกไปเหอะ (หยาบไปขอท่ด)
    #200
    0
  8. #199 ynhuat (@ynhuat) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 19:16
    ย้วย!รักเขาก็ยอมรับเถอะ ทำเป็นปากไม่ตรงกับใจ แหมมมม
    #199
    0