#สัต(ว)แพทย์สายโหด ll MARKBAM ll GOT7 BTS

ตอนที่ 31 : ตอนที่ 2 8 - ผู้ชายที่เรียกว่าพ่อ 2 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,034
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    13 ต.ค. 61




ตอนที่ 2 8 - ผู้ชายที่เรียกว่าพ่อ 2 [100%]



          "เป็นอะไรอ่ะแบม"


          "หือ เป็นอะไรไม่ได้เป็น"แบมแบมที่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างนานหลายนาทีในขณะที่อาจารย์กำลังอธิบายการเรียนการสอนอยู่หน้าชั้น จนจองกุกสังเกตุได้ว่าเพื่อนหน้าแมวไม่สนใจกับเรื่องที่สอนเลยสักนิดเดียวปกติแบมแบมจะตั้งใจเรียนกับอาจารย์คนนี้จะตายไป


          "ไม่เป็นอะไรก็บ้าละ มึงไม่ฟังอาจารย์เลยอ่ะแบม"


          "หรอ กูคงง่วงมั้ง"แบมแบมว่า ไม่รู้สิเขาแค่รู้สึกว่าเรียนตึกนี้ที่ขึ้นชื่อว่าตึกแฝดกับคณะวิศวะฯ แล้วก็อยากมองออกไปนอกหน้าต่างตลอด


               ยังจำตอนที่มาร์คเกาะกระจกคุยได้อยู่เลย


          "มึงว่าวันนี้มันจะไม่มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นใช่ป่ะ"แบมแบมหันมาถามจองกุกที่หันไปสนใจกับสไลด์บนจอต่อ แต่ก็ต้องหันกลับมาขมวดคิ้วเป็นปมใส่แบมแบม"วันนี้มาร์คมันต้องไปคุยกับคุณชายต้วน กูเลยเป็นห่วงมันอ่ะ"


          "แปลกไงพ่อลูกคุยกัน"จองกุกถาม ใช่มันไม่แปลกหรอกสักนิดเดียวก็ไม่แปลกไงแต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อเช้าที่เขาเจอ มันกำลังทำให้เขากลัวอย่างบอกไม่ถูก เพราะเขากลัวว่าการที่เขาบอกให้มาร์คไปคุยกับพ่อที่เกิดการแตกหักกันมาขนาดนั้น


               กลัวว่ามันจะพังเพราะเขาน่ะสิ


               โอ้ย เครียดๆๆๆ


          "กูโดดคาบนี้ได้ป่าวมึง"


          "พ่อมึงดิ เดี๋ยวโดนแดกหัวพอดี เรียนไปเลยเดี๋ยวมีควิซท้ายคาบ"จองกุกว่า ขืนโดดคาบนี้ออกไปคะแนนควิซที่จำเป็นต้องมีมากๆ ก็หายไปตามกันพอดีน่ะสิ ซึ่งแบมแบมอาจจะโดนอาจารย์ที่เคารพรักเชือดคอแบบนิ่มๆ ด้วยการสั่งงานอย่างน้อยสองเล่มใหญ่ๆ


          "เห้อ"


          "หยุดถอนหายใจแล้วเรียนสะไอ่แบม"จองกุกบอกเสียงแข็ง ถ้าขืนแบมแบมยังคงไร้สติแล้วเอาแต่นั่งถอนหายใจแบบนี้อย่างหวังเลยว่าจะทำควิซท้ายคาบได้นะ เขาหวงว่าแบมแบมจะคะแนนตกจนถูกดุคณะนี้มันเข้ายากเมื่อเข้ามาแล้วทุกอย่างต้องดี


               ใช่ ทุกอย่างมันต้องดีมากๆ ถึงมากที่สุด เพราะชีวิตของสัตว์สำคัญเหมือนกันเดี๋ยวปีหน้าเขาก็เริ่มเรียนหนักขึ้นเรื่อยๆ 


          "อืม แต่กูขอเล่นโทรศัพท์ก่อน"


          "หนึ่งนาทีแล้วเรียนไม่งั้นกูตบหัวมึงหลุดแน่"แบมแบมพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว มือเรียวแอบหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าแล้วกดเข้าไปในแอปพลิเคชั่นสีเขียว


          แต่แล้วก็กดออกมาเพราะลืมไปเขาไม่มีไลน์มาร์คนี่หว่า


          "เสร็จยังมึงจารย์เริ่มให้ดูจุดสำคัญแล้วเลิกเล่นได้แล้วไอ่แบม"จองกุกสะกิดแบมแบมรัวๆ เพราะเมื่อกี้อาจารย์บอกว่าไม่กี่สไลด์จะเป็นจุดสำคัญในการออกควิซท้ายคาบแล้ว


          "เออ แป๊ปๆ "แบมแบมกดอะไรยุกยิกๆ สักอย่างก่อนจะวางเอาไว้แล้วเงยหน้าขึ้นมาเรียนต่อ หวังว่าที่กดส่งไปเมื่อกี้จะกดถูกนะไม่ได้กดแล้วก็กดออกไปเลย ภาวนาให้มาร์คทำได้ก็แล้วกันเพราะถ้าทำไม่ได้ขึ้นมาแล้วมาร้องไห้งอแงเขาคงต้องได้ปลอบแน่ๆ 


               เขาปลอบใครเป็นที่ไหนก๊าน


               เปล่าเสียงสูงเด้อ




          'สู้ๆ นะมึงทำให้ได้กูเชื่อมึงนะ'

          'แต่อย่ามาร้องไห้นะไอ่ควายเผือก'


               มาร์คระบายยิ้มออกมากับประโยคให้กำลังใจของแบมแบมที่มันดูห้วนๆ แต่มันก็จริงใจดี นั้นสิเขาต้องทำให้ได้มีคนตั้งความหวังกับเขามากแค่ไหน อีกอย่างมันถึงเวลาแล้วที่เขาต้องคืนดีกับพ่อให้ได้มันอาจจะยากหน่อย แต่ถ้าเขาพยายามมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้ามันไม่ได้จริงๆ มันก็คงหมายความว่า


               คุณชายต้วนไม่ได้มองคนอย่างอี้เอิ้นเป็นลูกชายอีกแล้ว


               วันหนึ่งถ้าพ่อหมดความอดทนเขาอาจจะโดนไล่ออกจากบ้านแหง่ๆ 


          "นมนั้นมันรถคุณมาร์คไม่ใช่หรอนมลี"


          "ก็ใช่นั้นน่ะสิ"แม่นมลีตอบสาวใช้ที่ทักขึ้นมา เมื่อกี้คุณมาร์คแกโทรมาว่าจะกลับมาเข้ามาบ้าน เธอก็ใจไม่ดีเรพาะกลัวว่าจะมาทะเลาะกับคุณท่านอีก


          "นั้นๆ คุณเขาลงมาจากรถแล้วนม"สาวใช้ชี้ไปยังมาร์คที่เดินลงมา เจ้าตัวยังคงใส่ชุดที่เหมือนตอนเช้าแต่แทนที่คุณหนูของนมจะอยู่มหาวิทยาลัยไม่ใช่บ้านหลังนี้


          "คุณมาร์คไม่มีเรียนหรอคะ"แม่นมที่เห็นมาร์คเข้ามาในบ้านก็ถามอย่างเป็นห่วง เมื่อเช้ามาร์คก็โดนคุณชายหมิ่งจื่อดุด่าไปแล้วในเรื่องเรียนแน่นอนว่ามันหนักหนามากและเป็นการทะเลาะกันที่ถึงขั้นเกือบจะลงไม้ลงมือ และมันก็มากจนมาร์คเอยปากว่าจะออกไปจากบ้านหลังนี้


               มันทำให้ทุกคนกลัวว่าจะเกิดขึ้นจริงๆ แม้แต่คุณชายต้วนเองท่านก็กลัวเหมือนกัน


          "อ่า ผมโดดเรียนมาน่ะครับ"


          "คุณมาร์คคะ! ทำไมทำแบบนี้ละคะถ้าคุณท่านรู้เข้าโดนตีแน่เลยนะคะ"แม่นมลีเอ็ดคุณหนูของตน ก่อนจะฟาดเบาๆ ที่ต้นแขนของมาร์คเบาๆ เป็นการทำโทษแต่ว่าคนถูกตีก็ยังคงฉีกยิ้มกว้างจนตาหยีให้แม่นมลีเช่นเคย มันน่าตีให้ตายเลยจริงๆ นะคุณมาร์คของเธอเนี้ย


          "แต่ผมไม่มีเรียนแล้วครับโดดเช้าแล้วเลยว่างยาว"


          "แบบนี้จะจบปีสามมั้ยคะเนี้ย"


          "ไม่จบก็ไม่เป็นไรครับเรียนห้าปีก็สนุกไปอีกแบบนะครับ เผลอๆ เรียนหกปีจบพร้อมแบมแบมไปเลย"มาร์คพูดติดตลกพลางขำออกมาเบาๆ 


          "คุณมาร์คคะ"แม่นมกดเสียงต่ำก่อนคุณมาร์คของเธอจะระบายยิ้มกว้างออกมา นี่คงกะจะไม่สำนึกเลยแน่ๆ ยิ้มแปร่ตอบกลับมาทุกครั้ง แต่ทางที่ดีเธอยังอยากให้มาร์คไปอยู่ที่อื่นสักพักเพราะตอนนี้คุณชายหมิ่งจื่อยังคงนั่งทำงานอยู่บนห้องทำงาน


               ถ้าท่านรู้ขึ้นมา พ่อลูกคงแตกหักกันจริงๆ 


          "พ่ออยู่ที่ห้องทำงานรึเปล่าครับ"มาร์คถามถึงคุณชายต้วน แม่นมลีที่กำลังยิ้มอยู่ถึงกับค่อยๆ หุบยิ้มลงมาเธอไม่อยากบอกเลยจริงๆ ว่าคุณท่านอยู่บนห้อง ตอนคุณมาร์คโทรมาเธอก็ไม่ได้บอกอะไรมาก


          "อยู่ค่ะ เพราะฉะนั้นคุณมาร์คไปเที่ยวเล่นที่อื่นก่อนได้รึเปล่าคะนมกลัวว่า--"แม่นมหยุดพูดลง เพราะความกลัวที่สายเลือดจะแตกหักกันเธอถึงอยากให้มาร์คไปเที่ยวเล่นที่ไหนก่อนก็ได้ ขืนคุณชายต้วนรู้ก็อย่างที่บอกไว้มันอาจจะแตกหักลงจริงๆ ก็ได้


          "นะคะคุณมาร์คของนม"


          "ที่ผมกลับมาบ้านก็เพราะผมมีเรื่องจะคุยกับพ่อถ้าผมไปเที่ยวเล่นที่อื่นก่อนกลับมาไม่เจอพ่อก็แย่สิครับ"แม่นมลีกับคนใช้สองสามคนได้ยินสิ่งที่มาร์คแทนชื่อคุณชายต้วนว่าพ่อ พวกเธอต่างพากันเบิกตากว้างอย่างตกใจหลายสิบปีมานี้


               คำว่าพ่อแทบไม่ออกจากปากของมาร์คด้วยซ้ำ


          "แต่ว่า--"


          "แจ่มฉันขอกาแฟถ้วยหนึ่งสิ--ขอแบบที่พ่อชอบนะ"มาร์คชะโงกหน้าไปบอกคนใช้ เขาไม่รู้จะเข้าหาพ่อวิธีไหนแต่เท่าที่รู้พ่อชอบดื่มกาแฟเวลาทำงานมาก เรียกได้ว่าบอกให้คนใช้ชงไปให้ทุกๆ สามชั่วโมงก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่รู้วิธีก็คงต้องพึ่งกาแฟแก้วนี้


          "ได้ค่ะคุณมาร์ค"คนใช้รับคำสั่งก่อนจะเดินออกไป


          "จะคุยเรื่องอะไรกันหรอคะบอกนมได้มั้ย"แม่นมลีถามด้วยความสงสัย


          "คุยเรื่องที่เราหนีกันมาตลอดไงครับ"


          "คุณมาร์คคะทำไมทำอะไรไม่ถามนมเลย"แม่นมเอ็ดมาร์คเบาๆ เธอรู้ว่าเรื่องนั้นคืออะไร"นมกลัวนะคะ"


          "ไม่เห็นต้องกลัวเลยครับแม่นมของผม--เราไม่มีอะไรให้ต้องกลัวอีกแล้ว"มาร์คพูดไปยิ้มไป จนแม่นมรู้สึกได้ว่ามันแปลกไปมากเธอไม่เคยเห็นมาร์คเป็นเช่นนี้มาก่อน รอยยิ้มกว้างที่จริงใจแบบนี้น้อยครั้งจะได้พบจะได้เจอ


          "แบมเคยบอกผมว่าคนที่เหนื่อยที่สุดคือพ่อ"


          "เพราะฉะนั้นมันไม่มีอะไรให้กลัวถ้ากลัวก็คงต้องกลัวใจตัวเองที่มันอ่อนแอขนาดนี้"


          "โถ่ คุณมาร์คของนม"แม่นมลีพูดเสียงอ่อน คนที่ดูเข้มแข็งต่อหน้าคนอื่นทำไมถึงได้อ่อนแอมากขนาดนี้ เธอล่ะอยากขอบคุณแบมแบมจริงๆ ที่ทำให้พวกเขาเลือกจะหันมาคุยกัน คงเป็นกาวที่น้องสาวของคุณหญิงซูเม่ยบอกจริงๆ "นมขอให้คุณมาร์คคุยกับท่านให้ได้นะคะ"


          "ครับ"


          "คุณมาร์คคะ นี้ค่ะกาแฟของคุณชาย"


          "ขอบคุณนะแจ่ม"มาร์คยิ้มรับถ้วยกาแฟเอาไว้ ถึงใบหน้าจะยิ้มแย้มแต่ในใจของเขามันสั่นไปหมดกลัวว่าจะทำไม่ได้กลัวว่าจะตวาดใส่คนเป็นพ่อ เขากลัวว่าเขาน่ะจะทำให้ทุกอย่างมันพังจนหมดไม่เหลืออะไรเลยอีกก็ได้


          "แม่นมครับผมขออะไรอย่างหนึ่งได้มั้ย"


          "จะขออะไรหรอคะคุณมาร์ค"


          "ถ้าเกิดวันหนึ่งผมกับพ่อขาดกันแล้วจริงๆ แม่นมไม่ต้องห่วงผมนะทุกอย่างมันแก้ไขไม่ได้อีกแล้ว"มาร์คยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านเขาเดินสวนกับแม่เลี้ยงที่ออกมาจากห้องทำงานของคุณชายต้วนพอดี


          "สวัสดีครับ"มาร์คทักทายแม่เลี้ยงของเขาด้วยน้ำเสียงสุภาพ


          "สะ สวัสดีค่ะคุณมาร์ค"คิมอิมยองเธอตอบกลับออกมาอย่างตกใจ ร้อยวันพันปีลูกเลี้ยงของเธอไม่แม้แต่จะทักแต่มาวันนั้นเขาทักเธอด้วยคำพูดที่สุดภาพมาก"ดิฉันนึกว่าคุณมาร์คจะไปเรียนสะอีกนะคะ"เธอถาม แต่ใจหนึ่งก็กลัวว่าลูกเลี้ยงอาจจะตวาดใส่ได้


               ก็มาร์คไม่ชอบเธอมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว


          "ผมไม่มีเรียนแล้วครับเลยกลับบ้าน"เขาตอบคำถามอิมยอง"พ่ออยู่ในห้องทำงานใช่มั้ยครับ"มาร์คถามกลับ


          "ใช่ค่ะ ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ"อิมยองยิ้มให้แล้วก็เดินออกไป ส่วนมาร์คเขาก็ทำใจยืนอยู่หน้าห้องสักพักใหญ่ๆ แล้วตัดสินใจเคาะประตูเพื่อบอกคนในห้องทำงาน


               เงียบกริบ


          "ป๊าครับนี้มาร์คเอง"


               นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้เรียกผู้ชายคนนั้นว่า ป๊า มันคงตั้งแต่ตอนที่แม่จากไปตอนที่เขาเสียทุกอย่างในชีวิตไปละมั้ง


               อาจจะเป็นช่วงนั้นที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม


          "..."


               เงียบอีกแล้ว


          "ถ้าป๊าไม่ว่างเดี๋ยวผมมาหาใหม่ก็ได้ครับ"มาร์คบอกกับคนในห้อง หลังจากที่ไม่มีอะไรตอบกลับออกมานอกจากความเงียบสองครั้ง ตั้งแต่เคาะประตูจนบอกว่าใครที่มาหา บางทีคุณชายต้วนแกอาจจะเกลียดเขาไปแล้วล่ะมั้ง


               ก็วันๆ เอาแต่เรื่องน่าปวดหัวมาให้


          "เข้ามาสิ"ไม่ทันได้หันหลังเดินออกไปเสียงของคุณชายต้วนก็ดังขึ้นมา สิ้นเสียงอนุญาติของพ่อเขาก็ถอนหายใจออมาเบาๆ เพื่อคลายความกังวลแล้วค่อยๆ เปิดประตูเข้าไป มือสั่นจนรู้สึกว่าแก้วกาแฟสั่นไปด้วย กลัววว่ามันอาจจะตกแตกก่อนถึงมือพ่อ


               มาร์คมองผู้เป็นพ่อที่ยังคงก้มหน้าทำงานอยู่ด้วยความเคร่งเครียด เขาดูมีอำนาจมากและมีน่าหลงใหลมากเช่นกันไม่แปลกที่แม่จะรักผู้ชายคนนี้และไม่แปลกที่ผู้หญิงคนนั้นจะรักเขาเช่นกัน


               พ่อของเขาดูดีสะขนาดนี้เป็นใครใครก็ชอบทั้งนั้น ยิ่งมีอายุพ่อก็ยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้น


               ก็ภาวนาว่าการที่พ่อเลือกคิมอิมยองเข้ามาแทนที่แม่ของเขาในวันนั้นจะไม่ใช่การเลือกผิดนะ


          "กาแฟครับ"มาร์ควางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะทำงานของคุณชายหมิ่งจื่อ


          "ขอบคุณ"คุณชายต้วนพูดออกมา ในขณะที่สายตาจับจ้องไปยังเอกสารจดหมายที่กองตรงหน้า มาร์คถอยออกมายืนในจุดที่ไม่ไกลจากโต๊ะทำงานของพ่อนักจะให้เดินหนีมันก็ไม่ใช่เพราะยังไงวันนี้เขาต้องได้คุยกับคุณชายต้วน และเรื่องทุกเรื่องมันต้องสิ้นสุดวันนี้แหละ


               ความสัมพันธ์ระหว่างสายเลือดที่มันร้านฉานควรจบลงได้แล้ว มันควรจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่ดิ่งลงเรื่อยๆ 


          "ผมมีเรื่องจะคุยกับป๊า--ช่วยเลิกทำงานก่อนได้มั้ยครับ"


          "ก็พูดมาสิ"คุณชายต้วนพูดทั้งๆ ที่ยังคงก้มหน้าทำงานอยู่


          "ผมขอโทษ"


          "..."คุณชายต้วนชะงักไปกับคำพูดที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากของลูกชายเพียงคนเดียว และเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เคยคิดเอยคำขอโทษออกมาให้ใครได้ยิน นานแล้วที่ไม่ได้ยินมาร์คพูดกับตนแบบนี้มันนานมากแล้วจริงๆ 


               และความจริงแล้วมันควรเป็นตนที่เอยคำขอโทษไม่ใช่ลูกชายที่พูดมันออกมา


               เพราะเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะตัวของคุณชายต้วนที่ไม่เคยทำอะไรให้มันชัดเจนเลยแม้แต่ครั้งเดียว


          "ขอโทษเรื่องอะไร"คุณชายหมิ่งจื่อถาม


          "..."


          "มาร์คต้วน"คุณชายหมิ่งจื่อกดเสียงต่ำ ก่อนจะวางปากกาลงแล้วเงยหน้ามองคนเป็นลูกที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของตน"ว่ามาสิว่าจะขอโทษป๊าเรื่องอะไรพูดออกมาเลย"


               นานแล้วสินะที่ไม่ได้แทนตัวเองว่าป๊าแบบนี้ นานมากจริงๆ


          "ผมขอโทษทุกอย่างที่ทำให้ป๊าเกลียดผม ทุกอย่างที่ผมทำให้ป๊าต้องเหนื่อย--และทุกๆ อย่างที่ผมทำให้ป๊าไม่เคยเชื่อใจลูกชายของป๊าเลย"มาร์คพูดเสียงสั่นเหมือนจะร้องไห้ออกมา ตลอดเวลาเขาเอาแต่คิดว่าว่าตัวเองถูกเสมอและโยนความผิดให้พ่อไปจนหมดสิ้นแต่พอย้อนกลับมามอง


               เขาเองก็ผิดเช่นกันผิดไม่ต่างกันเลย


          "ป๊าจะไม่ให้อภัยผมก็ได้เพราะผมรู้ว่ายังไงผมก็ไม่ใช่ลูกรักของป๊าอีกแล้ว--ป๊าจะไล่ผมออกจากบ้านก็ได้แต่อย่างน้อยผมก็อยากจะดีกับป๊าก่อน"มาร์คก้มหน้าก้มตาพูดไม่มองไม่สบตาคุณชายต้วนเลย เขาไม่กล้าสบตาเพราะกลัวจะเจอสายตายที่ว่างเปล่า


               เหมือนทุกครั้ง


               ไม่ว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไงเขาก็ต้องยอมรับ ถึงมันจะจบลงไม่สวยงามก็เถอะ


          "แกไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมามองป๊าบ้างหรอ"คุณชายต้วนถาม มาร์คไม่เคยมองหน้าขึ้นมาตนเลยสักนิดแล้วก็เอาแต่พูดปาวๆ ว่าคนอย่างพ่อจะไล่ลูกชายไปให้ไกลจากตน


               เขาทำแบบนั้นไม่ได้หรอกเพราะมาร์คเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่สำหรับคนเป็นพ่อที่ต้องสูญเสียภรรยาไป


          "ป๊าไม่เคยที่จะไม่รักแกมาร์คไม่เคยแม้แต่จะเกลียดแกด้วยซ้ำและป๊าก็ไม่มีวันไล่แกไปให้ไกลจากป๊าแน่นอน"คุณชายต้วนลุกจากเก้าอี้ทำงานก่อนจะเดินตรงไปที่ลูกชาย


               เมื่อก่อนมาร์คตัวเท่าต้นขาของเขาเองตอนนี้ดูสิลูกชายคนนี้สูงเกือบจะเลยเขาด้วยซ้ำไป นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้มองลูกชายของตนแบบจริงๆ จังๆ มาก่อน มาร์คนับวันยิ่งเหมือนซูเม่ยกับตัวเขาไปสะทุกอย่างบนใบหน้าแทบจะถอดออกมาจากพ่อและแม่


          "แล้วแกรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่เคยเชื่อใจแกมาร์ค"คุณชายต้วนถาม ไม่ใช่เขาไม่เชื่อใจมาร์คหรอกนะเขาเชื่อใจตลอดเวลาเชื่อใจทุกครั้ง และก็ภูมิใจกับสิ่งที่มาร์คทำที่มหาวิทยาลัยทั้งการเป็นพี่ระเบียบหรือเป็นพี่ค่ายอาสา


               แต่เพราะระยะห่างระหว่างพ่อลูกมันกั้นไว้คนเป็นพ่อจึงทำได้แค่ยืนมองไกลๆ มองจากที่ไกลที่สุดในสายตาของมาร์ค


          "แล้วแกรู้ได้ว่าป๊าเกลียดแกมาร์ค--ป๊าเป็นป๊าแกนะมีคนเป็นป๊าที่ไหนเขาจงเกลียดจงชังลูกกันจริงมั้ย"คุณชายต้วนพูดขึ้น ก่อนจะระบายยิ้มออกมา มาร์คเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อของตนก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา"แกหัวเราะอะไรป๊าห่ะ ไอ่หมา"


          "ก็ป๊าร้องไห้อ่ะใครจะไปคิดว่าป๊าจะร้องเล่า"มาร์คพูดขึ้นมา


          "ที่ป๊าร้องไห้ก็ร้องเป็นเพื่อนไอ่ลูกหมาที่ไหนก็ไม่รู้น่ะสิ ขี้แยตั้งแต่ยันโตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้ว"คุณชายต้วนล้วงกระเป๋าแล้วมองไปรอบๆ ห้อง ก่อนจะหันกลับมามองที่ลูกชายของตน อ้อมแขนถูกกางออกเพื่อรับกอดจากลูกชายเพียงคนเดียวของเขา


          "ไม่กอดหรอก"


          "ก็แล้วแต่"


          "แต่กระโดดกอดเลยต่างหากเล่าป๊า"มาร์คแทบจะกระโดดกอดใส่คุณชายต้วนเต็มแรง นานแล้วที่สองพ่อลูกไม่ได้กอดกันพวกเขาไม่เคยยิ้มให้กันมานาน มันมีแต่ความตึงเครียดในความสัมพันธ์ของสองพ่อลูก


               และมันก็ทำให้คนที่อยู่หน้าประตูรู้สึกโล่งใจไปตามๆ กัน


          "โชคดีนะคะที่คุณแบมแบมเตือนใจคุณมาร์คแกไม่งั้นพวกเราก็คงไม่ได้เห็นภาพนี้แน่ๆ "แบมแบมหันไปโคลงหัวให้แม่นมลีเบาๆ ก่อนจะหันกลับมามองภาพสองพ่อลูกที่หน้าตาก็คลับคล้ายคลับครากันตามสายเลือด ในที่สุดพวกเขาก็ได้อยู่ด้วยกันโดยไม่มีความอึดอัดใดๆ มันกั้นกลางอีกแล้ว


               ไม่ร้องไห้ก็ดีแล้วไอ่ควายเผือก กูโคตรขี้เกียจปลอบมึงเลย


          "ผ้าเช็ดหน้ามั้ยหนู"แบมแบมหันไปมองนายหญิงคนใหม่ของบ้าน อิมยองยื่นผ้าเช็ดหน้าสีครีมให้กับเขา"ไม่รู้เลยหรอว่าตัวเองร้องไห้ออกมาน่ะ"อิมยองบอก ก่อนที่แบมแบมจะยกมือขึ้นจับที่ใบหน้าของตน


               ร้องไห้เมื่อไหร่วะ


          "ขอบคุณนะครับ"


          "ไม่เป็นไรหรอก--เป็นฉันฉันก็คงร้องไห้เมื่อกันเชื่อมั้ยล่ะว่าวันนี้คุณมาร์คเขาคุยกับฉันด้วยนะหนู ตกใจมากเลยรู้มั้ยฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะถูกยอมรับจากผู้ชายคนนั้นเลย"อิมยองหันไปมองสองพ่อลูกก่อนจะระบายยิ้มออกมา เธอไม่เคยมีความสุขเลยสักนิดหลังจากที่แต่งงาน ไม่สิ หลังจากที่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน


               ก็เพราะมีผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่เคยแม้จะมองหน้าเธอ ไม่พูดกับเธอ หรือยอมรับเธอเลย แต่หลังจากวันนี้ไปอะไรๆ มันก็คงดีมากกว่านี้


          "ขอบคุณนะหนูที่ทำให้บ้านกลายเป็นบ้าน"


          "ยินดีเสมอครับ"


               ยินดีกับมึงด้วยนะไอ่ควายเผือกเอ้ย




รีไรต์ 13102018
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

385 ความคิดเห็น

  1. #373 FrontHyuk (@chocolatepie) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 21:26
    งือออออออออ -ลูกหมาาาา ดีแล้ว เจ้าดีกันแล้สพ่อลูก บ้านกับมาเป็นบ้านอีกครั้ง งือออออ ทีนี้ก็เหลือพิชิตใจแบมแบมให้ได้ในที่สุดงือออ พี่มาร์คสู้ๆน้า
    #373
    0
  2. #252 view2544 (@chalika2544) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 01:16
    น้ำตาไหลเลย รอมาต่อนะคะ
    #252
    0
  3. #251 mavvimm (@wimmmm) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 20:34
    เกือบหน่วงงงงง555555555
    #251
    0
  4. #250 Arywife (@Arywife) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 20:25
    แง๊ น้ำตาไหลตามเลย
    #250
    0
  5. #249 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 07:17
    เพราะมีแบม โลกของมาคเลยสดใสขึ้น
    #249
    0
  6. #248 mark_bambam1 (@mark_bambam1) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 06:09
    อ่ะคือน้ำตาไหลตาม5555😂
    #248
    0
  7. #247 DarkST (@Cindysirarit) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 23:46
    ขอบคุณแบมมากๆเลย
    #247
    0
  8. #246 NokJS (@NokJS) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 20:15
    ดีกะพ่อแล้วว-ความเผือกกชอบบบ
    #246
    0
  9. #245 ynhuat (@ynhuat) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 19:50
    งื้อออออ อดยิ้มไม่ได้เลยง่ะ -ลูกหมาาาาา
    #245
    0
  10. #244 OimMT (@OimMT) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 19:22
    ฮืออ ร้องง
    ลูกหมาของป๋าา
    #244
    0
  11. #243 pruksa0997214790 (@pruksa0997214790) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 17:25
    ขอบคุณมากๆเลยค่ะไรท์กลับมาก็อบอุ่นหัวใจเลยละ
    #243
    0