The war online พักรบมาทำไร่ (Yaoi)

ตอนที่ 18 : บทที่17 : สิ้นสุดการเล่นเกมไล่จับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    4 ต.ค. 60

       

          แดน :

               

มาเล่นกันเถอะ นายของเล่นชิ้นใหม่เอลฟ์ผิวเข้มยิ้มอย่างสนุกสนานจนเห็นฟันซี่ขาวในปาก ที่ทำให้ผมอึ้งและคิดเรื่องอื่นไปทั่วเกี่ยวกับคนตรงหน้า

 

ชั่งมันสิ มันก็เป็นทั้งคนโรคจิตทั้งคนคุมวิหารนั่นแหละ!

 

ปัง!

ผมผลักประตูด้วยความแรงทั้งหมดที่มี ให้ไปโดนคนที่กำลังเกาะประตูอยู่ตอนนี้ นั่นทำให้เขาถูกผลักไปและหลังของเขาโดนขอบประตูอย่างแรงจนล้มลง

โอ๊ย!”เขาลงไปนอนตรงประตู ใบหน้าดูเจ็บปวด การกระแทกเมื่อกี้น่าจะทำให้เขาเคลื่อนไหวช้าลงไปสักพักซึ่งมันก็เป็นโอกาสของผม

ผมกระโดดข้ามตัวเขาเพื่อออกไปจากห้อง และก้มลงเพื่อเอามือแตะขาไอ้เอลฟ์ผิวเข้มนี่

อย่าหวัง!”เขาตะโกนออกมา ด้วยใบหน้าที่ดูเริ่มโมโห เขาจับขอบประตูแล้วดึงตัวเองเข้าไปในห้องที่ผมเพิ่งออกมาเพื่อไม่ให้ผมแตะขาเขาได้ แล้วเขาก็ลุกขึ้นด้วยท่าทางปกติ เหมือนเขาไม่เคยบาดเจ็บฉันไม่มีทางให้แกจับฉันหรอก!”

...ผมไม่ได้พูดอะไรแต่ก็วิ่งออกมาด้วยความรวดเร็ว เพื่อขึ้นไปบนชั้น2 ความจริงตอนที่ผมกำลังวิ่งหาที่ซ่อนผมเห็นว่าข้างในของที่นี่มีสวนอยู่ตรงกลาง และล้อมรอบด้วยห้องที่มีศพไปเกือบครึ่งพวกนี้ ซึ่งผมก็เห็นจากหน้าต่างเหล็กดัดตรงทางขึ้นลงบันได แต่ว่าลานโล่งแบบนั้นถ้าไปวิ่งมีหวังตายแน่

 

ฟิ้ว..

 

ขณะที่ผมกำลังวิ่งลงบันได ก็มีเสียงบางอย่างขว้างมาจากทางที่ผมวิ่งมา แต่ว่าผมก็ก้มหลบได้ทัน

 

ชิ้ง!

 

พอลุกขึ้นมาดู ก็ได้พบว่ามีดาบกำลังปักอยู่บนผนังตรงหน้าผม แบบที่มีใบดาบโค้ง และมีด้านคมเพียงด้านเดียว ด้ามดาบสีเงินถูกพันด้วยหนัง ใช่แล้ว...มันคือดาบของคนที่กำลังไล่จับผมอยู่

ฮะ ฮ่าๆ เป็นการหนีที่ทำให้ฉันเจ็บตัวจังเลยนะไอ้หัวทอง!”โดยไม่ได้หันไปดูผมก็รีบวิ่งต่อขึ้นไปบนชั้นสองทันที

 

ฟรึบ!

 

และเมื่อผมขึ้นมาถึงชั้นสองก็ได้ยินเสียงบางอย่างกำลังพุ่งมาหา แต่ครั้งนี้ดูเหมือนเป็นของหนักมาจนผิดปกติ

 

หินงั้นเหรอ?!

 

แต่เมื่อผมหันหลังไปดู ก็ได้พบกับกับเจ้าเอลฟ์นั่นอีกครั้ง เขาพุ่งมาและถลึงตามาหาผม บนใบหน้านั้นยังมีรอยยิ้ม ผมสีขาวที่เคยรุงรังอยู่ด้านหน้า ถูกพัดให้ย้อนกลับไป นั่นเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเขาพุ่งมาด้วยความเร็วแค่ไหน

 

มันเร็วจนเหมือนว่าเขาไม่ได้เดินมาตามบันไดเลยสักก้าว แต่พุ่งขึ้นมาทันที

 

ด้วยความตกใจผมเลยใช้เท้าขวาเตะข้าที่ท้องของเขาอย่างจัง จนเขากลิ้งตกลงไปตามบันได แต่เมื่อเห็นว่าเขายังไม่สลบ ผมก็ออกวิ่งอีกครั้ง

 

เจ้าหมอนี่เป็นนักฆ่ารึไง?!

 

ตอนนี้คำถามกำลังตีอยู่ในหัวผมทั้งที่มันไม่ใช่เวลาเลยสักนิด แต่ว่าจากการกระทำของเอลฟ์ตรงหน้ามันทำให้ผมเริ่มคิดขึ้นมานิดหน่อย

ถ้าจำไม่ผิดในหนังสือบอกว่าพวกเอลฟ์เป็นพวกรักสงบแต่กับเจ้าตัวนี้ดูตรงกันข้ามมาก แถมยังมีผิวสีเข้มจนเกือบเหมือนถ่าน หรือว่าที่เจ้านั่นดุร้ายจะเป็นเพราะสีผิว?

 

หรือเป็นเพราะมันเป็นผู้คุมวิหาร?

 

ฮ่าๆ ของเล่นชิ้นใหม่นายนี่แสบใช่เล่นเลยนะ!”เสียงของเอลฟ์ที่พึ่งโดนถีบตกบันไดไปก้องไปทั้งชั้น

 

แต่มันก็ไม่ควรบ้าจนเหมือนโรคจิตขนาดนี้สิ!

 

ผมวิ่งเข้าไปหลบในห้องๆหนึ่ง ซึ่งยังไม่ได้ล็อคแล้วเข้าไปหลบสักพัก พอเสียงวิ่งของเอลฟ์ตัวนั้นผ่านไป ผมก็ออกมาอีกครั้ง

 

มันเหมือนเป็นชะตากรรมที่ไม่สิ้นสุดที่ต้องวิ่งอย่างนี้

 

แต่มันก็เพื่อหาที่ซ่อน..

 

ทำไม 1ชั่วโมงมันนานนักนะ...ผมสบถออกมาเบาๆ และผมก็วิ่งกลับไปชั้น 1อีกครั้ง เพราะมันสะดวกในการวิ่งและอีกฝ่ายอาจนึกไม่ถึงว่าผมจะวิ่งกลับลงมาอีก

แฮ่ก..ผมเริ่มหอบ เหมือนผมกับไปฝึกเป็นอัศวินอีกรอบเหมือนตอนเด็กๆ เมื่อผมลงมาชั้น1 ผมก็เริ่มเดินเพื่อลดเสียงวิ่ง และในขณะที่กำลังเลี้ยว สายตาของผมก็สะดุดกับบางอย่าง

          มันเป็นเหมือนห้องใต้บันได ประตูเป็นประตูไม้แกะสลัก แต่ไม่อลังการเหมือนกับบานอื่นๆในวิหารแห่งนี้ ข้างๆประตูมีโคมไฟธรรมดาๆที่ยังไม่ได้จุดไฟเพราะตอนนี้ท้องฟ้ายังไม่มืด

           แต่สิ่งที่ผมสนใจไม่ใช่สิ่งนั้น สิ่งที่ผมสนใจคือมันเป็นที่ซ่อนได้ไหม

 

            ตึก! ตึก! ตึก!

 

           เสียงอุ้งเท้าหนักๆดังขึ้นจากบนชั้นสอง และเริ่มใกล้มาทางบันไดที่มีห้องที่ผมสนใจอยู่

 

            ลืมไปเลยแหะว่ามีไอ้หมานั่นด้วย

 

           ด้วยความรีบผมจึงพุ่งเข้าไปหาประตูนั้นโดยแทบไม่ต้องคิดอะไรอีก และเป็นอย่างที่ผมต้องการ ประตูนั้นไม่ได้ล็อค ผมจึงเข้าไปซ่อนข้างใน และไม่ลืมที่จะปิดประตูให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมยืนอยู่ในนั้นสักพัก

 

          ให้ตายสิฉันไม่มีนาฬิกาด้วย!

               

          ผมไม่อยากฆ่าคนด้วย...

 

         เมื่อไหร่จะได้แหวนแล้วกลับไปหาทุกคนเนี่ย!?

 

ตึก! ตึก... ตึก...

 

เสียงอุ้งเท้าหนักๆ ดังมาจากเพดานหรือก็คือบันไดที่ห้องนี้อยู่ข้างใต้ดังขึ้นเหมือนมันอยู่ด้านบน และเสียงนั้นก็ค่อยๆเบาลงพร้อมกับความรู้สึกที่เหมือนไม่มีสิ่งหนักๆอยู่ด้านบน ทำให้ผมเริ่มที่จะเดินเพื่อผ่อนคลายความรู้ลึก

ห้องนี้แคบมากและมืด แถมแทบไม่มีอะไรนอกจากโต๊ะที่มีชั้น3ชั้น เชิงเทียนสำหรับใส่เทียนสามเล่ม บนเชิงเทียนสีดำมีเทียนสีขาวอยู่ทุกช่องแต่เทียนละลายจากการใช้แทบจะหมดอยู่แล้ว และไม้ขีดกล่องใหญ่มาก ที่ถูกเลื่อนเปิดค้างไว้และบางส่วนในกล่องก็ถูกใช้แล้ว

และผมก็พึ่งสังเกตเห็นว่าข้างหลังผมมีบันไดลงไปต่อ แต่มันมืดจนแทบไม่เห็นว่ามีบันได ผมลองจุดไฟบนเชิงเทียนดูเพราะคิดว่าคงไม่มีใครได้ยินเสียงไม้ขีดไฟในตอนนี้ และเอาเชิงเทียนขึ้นมาถือเพื่อส่องดูบันไดนั้น ก็พบว่ามันเป็นบันไดหินที่มีพรมสีแดงยาวปูไปจนสุดบันได และสุดบันไดมีป้ายบางอย่างติดอยู่ผนัง และทางด้านขวาก็จะมีบันไดต่อลงไปอีก

 

บางที่ถ้าไปซ่อนลึกกว่านี้อาจจะปลอดภัย ถึงแม้มันจะเสี่ยงกว่าก็เถอะ              

 

ผมเดินลงไปตามบันได และลองอ่านป้ายนั้น

 

อดีตผู้คุมวิหารอดีตผู้ปกครองเอลฟ์

 

พวกผู้คุมวิหารมีห้องเป็นของตัวเองด้วย?

 

พออ่านเสร็จผมก็เดินลงบันไดที่อยู่ทางขวาต่อและก็ได้พบห้องใต้ดินที่มีห้องอยู่ประมาณ 10ห้อง ประตูไม้ธรรมดา มีห้องหนึ่งที่เหนือประตูไม้ มีป้ายไม้อยู่ มีตัวอักษรเหมือนถูกมีดแกะสลักเพราะมันดูไม่ค่อยเรียบร้อย

แต่ผมไม่ได้ใส่ใจนัก สิ่งที่ผมสนใจคือที่นี่มีที่ซ่อนไหมต่างหาก พอเดินสำรวจก็พบว่าห้องทุกห้องล็อคหมด และก็ได้เจอหนังสือเล่มหนึ่งวางไว้บนพื้น มันเล่มหนามาก ปกเป็นหนังสีน้ำตาล บนปกมีตัวหนังสือสีทองเขียนว่าเอลฟ์พอผมลองเปิดดู พบว่ากระดาษนั้นเริ่มเหลืองแสดงถึงอายุของมันที่ไม่น่าจะต่ำกว่า20ปีแน่ๆ ในหนังสือเป็นเรื่องเกี่ยวกับเอลฟ์ตั้งแต่การถือกำเนิดเอลฟ์กลุ่มแรก และผมก็ได้เจอเรื่องหนึ่งซึ่งมันเหมือนเป็นการรื้อฟื้นความทรงจำของผม

 

ดาร์คเอลฟ์

เอลฟ์ผู้เรียนรู้ด้านศาสตร์มืด พวกมันจะดูดซึมพลังแห่งความมืดเข้าตัวของจนผิวที่เคยขาวเหมือนแสงสว่างกลับกลายเป็นสีดำดั่งก้นเหว และส่วนใหญ่ผมจะเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือสีเงิน ไม่ว่าคนที่เรียนรู้จะมีจุดประสงค์ดีหรือร้าย ก็ต้องแรกมาด้วยการที่ร่างกายเปลี่ยนไปและการถูกเกลียดจากเอลฟ์ส่วนมาก รวมถึงสายเลือดดาร์คเอลฟ์จะส่งต่อไปยังลูกหลานถึงแม้จะไม่ต้องการก็ตาม ดาร์คเอลฟ์ส่วนใหญ่จะมีนิสัยรักสงคราม การต่อสู้ แตกต่างจากเอลฟ์ปกติที่รักความสงบและไม่ทำร้ายใครหากอีกฝ่ายไม่ทำร้ายก่อน รวมถึงดาร์คเอลฟ์จะมีร่างกายที่แข็งแรง หากเป็นหญิงจะมีร่างกายเย้ายวน...

 

ในหนังสือยังมีเรื่องของดาร์คเอลฟ์อีกประมาณ 5หน้า มันทำให้ผมเริ่มนึกได้ว่าตอนฝึกเป็นอัศวินก็เหมือนจะโดนสอนมาเรื่องนี้ แต่ดันลืมซะได้

 

งั้นก็แปลว่าเอลฟ์ที่คุมวิหารนี้อยู่เป็นดาร์คเอลฟ์

 

พวกดาร์คเอลฟ์จะมีที่อยู่แถบของพวกปีศาจ ซึ่งจะตรงข้ามกับที่อยู่ของพวกเอลฟ์ปกติ...

 

พอผมอ่านมาถึงตรงนี้ ก็เริ่มกระตุก

 

ท่าที่นี่คือทางใต้ แปลว่าพวกดาร์คเอลฟ์ต้องอยู่ทางเหนือ

 

แล้วทำไมเจ้าดาร์คเอลฟ์นั่นถึงมาอยู่ที่นี่?

 

....................................................................................................

 

ไม้ :

 

ให้ตายเจ้านั่นตายไปแล้วรึไง?สีนิลบ่นออกมาด้วยความหงุดหงิด และเตะก้อนหินไปโดนต้นไม้ต้นหนึ่ง

พวกเราหาแดนมานาน และจะให้หาทั้งป่าก็คงไม่ไหว มีหวังเจ้าแดนโดนกินก่อนแน่ แต่ถึงยังไงก็ต้องเดินต่อ ถึงแม้จะขาลากแล้วก็ตาม และสุดท้ายผมก็เดินไปสะดุดกับก้อนที่ไอ้สีนิลเตะมา และผมกำลังล้มไปหาต้นไม้ แต่ตอนนี้แทบไม่มีแรงจะพยุงตัวหรือร้องโวยวายอะไรแล้ว หนังตาก็แทบจะปิด

 

เอาฟะ ให้หัวโหม่งต้นไม้สักหน่อยอาจจะตื่นขึ้นมาบ้าง

 

แต่มันกับไม่ใช่อย่างที่ผมคิดเมื่อผมดันผ่านต้นไม้นั้นโดยแทบไม่ได้รับการกระแทกใดๆ แต่ว่าหัวผมก็กระแทกกับพื้นอยู่ดี และตอนนี้ต้นไม้ก็ดันมาอยู่ตรงกลางของตัวผม ผมพลิกตัวมามองอย่างอึ้งๆ

นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?!”ผมรีบกระโดดขึ้นมายืนตรงและลองยื่นมือไปหาต้นไม้ต้นนั้น แต่มือผมก็ทะลุอยู่ดี แต่พอสีนิลที่เห็นการกระทำทั้งหมดมาลองยื่นมือไปแตะต้นไม้ดู ก็พบว่ามือของเขาไม่ได้ทะลุและมันก็ให้ความรู้สึกเหมือนต้นไม้ปกติ เขาหันมามองผมหางคิ้วเลิกขึ้น

เจ้าเป็นผีหรอไม้?

บอกตามตรงฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจผมลองเดินผ่านต้นไม้นั้นอีกรอบและตัวผมก็ทะลุต้นไม้นั้นนี่ฉันเผลอไปตายตอนไหนรึเปล่า?

ไม่ขอรับ คุณไม้ยังไม่เคยเสียชีวิตเลยนะขอรับเชนเดินมาหาผม เขาลองจับมือผมดูและผมก็จับตัวคุณได้ด้วย

มันเป็นความสามารถพิเศษของเทพน่ะฟรานเดินมาสมทบพร้อมกับจูงมือชมพู่มาด้วยเทพมีพลังพิเศษอย่างหนึ่งคือสามารถทะลุภาพลวงตาระดับสูงได้ โดยภาพลวงตาระดับสูงก็คือภาพลวงตาที่สร้างขึ้นจะมีคุณสมบัติเหมือนของจริง และทะลุไม่ได้ยกเว้นน้ำ

นั่นนี่ก็เป็นภาพลวงตา?

ใช่ และอาจจะเป็นเบาะแสไปหาตัวเจ้าหนุ่มแดนด้วย ไม้เจ้าต้องทำลายมันนะ เพราะเจ้าทำได้คนเดียว

แล้วนายล่ะ นายก็เคยเป็นเทพหนิ

ข้ายกพลังให้เจ้าไปเกือบหมดพลังพิเศษนั่นก็อยู่กับเจ้าด้วย

แล้วต้องทำไงอ่ะ?ผมเริ่มเอามือไปยื่นผ่านต้นไม้ไปมา เหมือนความสนใจผมไปอยู่ตรงนั้นแทนแล้ว

ก็ต้องแสดงตนว่าเป็นเทพ เอาเป็นว่าข้าเทพแห่งพฤกษา ไม้ ด้วยพลังของข้าภาพลวงตาจงหายไป!’”ฟรานพูดพร้อมอินเนอร์เหมือนเขากำลังทำแทนผม ผมหันหน้าไปทางเขา

จะพูดคำพูดที่แฟนตาซีแบบนั้นจริงดิ?ผมก็มีความอายเหมือนกันนะจะให้พูดแบบนั้นต่อหน้าทุกคนเนี่ย

ใช่ และต้องทำท่ายื่นมือออกไปด้วย

...ผมยื่นมือขวาออกไปตรงหน้า และแบในแนวตั้ง รู้สึกถึงความอายที่เริ่มขึ้นหน้าขะ ข้าเทพแห่งพฤกษา ไม้ ด้วยพลังของข้าภาพลวงตาจงหายไป!”

ในตอนนั้นทุกคนต่างนิ่งเงียบเพื่อรอดู แต่ว่ากับไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนผมเริ่มรู้สึกอายว่าตัวเองทำอะไรอยู่

แต่พอจะเอามือลง มือกับเหมือนถูกดูดไว้ถึงแม้จะพยายามดึงออกก็ตาม แล้วก็มีวงเวทย์สีเขียวเกิดขึ้นตรงฝ่ามือ มีลวดลายต่างๆและมีหลายชั้นในวงเวทย์นั้นมันกำลังหมุนไปมาเรื่อยๆ และจนสุดท้ายมันก็หมุนตรงล็อคเกิดเป็นรูปเอลฟ์ที่แสนงดงาม เพราะไม่มีเส้นผมทำให้แยกไม่ออกว่าชายหรือหญิง หลังจากที่เข้าที่เข้าทางก็มีเสียงกริ๊ก เหมือนกลไกได้เข้าที่แล้ว และวงเวทย์นั้นก็ค่อยๆจางหายไป

คุณไม้ได้ทำทำลายภาพลวงตาระดับสูงขอรับเชนพูดออกมา

ภาพป่าข้างหน้าค่อยๆเลือนหายไปเป็นบริเวณกว้าง และถูกแทนที่ด้วยพื้นหญ้าเตียน และอาคารที่ทำจากหินขนาดใหญ่ ป้ายเหนือประตูทางเข้าเขียนไว้ว่า วิหารอดีตผู้ปกครองเอลฟ์

ที่นี่คือที่ๆเราจะมาหาแหวนนี่นาฟรานเงยหน้ามองป้ายนั้น

มิน่าล่ะที่อยู่ถึงไม่แน่ชัด คุณไม้ต้องการให้ผมบันทึกที่นี่ไว้ในแผนที่ไหมขอรับ?

อืม ฝากด้วยนะผมค้างกับภาพตรงหน้าไปสักพักแล้วหันมาตอบเชน ก่อนจะหยิบแผนที่ในกระเป๋ากางเกงให้เขา

ขอรับเชนรับแผนที่ของผมไป เขากางมันออก และเริ่มมีหน้าต่างสีฟ้าประจำตัวเชนขึ้นมาเหมือนกำลังหาข้อมูล

ในขณะที่พวกเรากำลังจะเริ่มเดินเข้าไป ก็มีคนเดินออกมาจากประตู นั่นทำให้พวกเราต้องหยุดเดินเพื่อดูท่าทางบุคคลมาใหม่

เขามีผิวสีน้ำตาลเข็มจนเกือบจะดำเหมือนถ่าน ดวงตามีสีแดง ผมสีขาวฟูอย่างไม่ได้จัดทรง ผมหางเต่าถูกมัดรวบยาวถึงกลางหลัง ตัวของเขาไม่สูงนัก หน้าตาดูเหมือนเด็กอายุเท่าๆผม ใบหน้ากลมและตาโต เขาใส่ชุดเหมือนนายพรานสีขาวถึงแม้จะมอมจนดูเหลืองๆก็ตาม บนหน้าผากมีผ้าโพกหัวสีส้มซึ่งกลางหน้าผากมีรูปอัญมณีสีน้ำทะเลหกเหลี่ยม

บนไหล่มีผ้าคลุมสีขาวยาวถึงเอวมีลวดลายสามเหลี่ยมสีส้มตรงชายผ้าคลุมเสื้อข้างในเป็นเสื้อแขนสามส่วนสีขาว ที่แขนมีผ้าพันแผลไว้ตั้งแต่ข้อมือจนถึงข้อศอก และมีเกราะที่แขนเป็นสีเงินมีลวดลายเหมือนป่า กางเกงก็เป็นกางเกงสามส่วนสีครีม มีผ้าพันแผลตรงน่องที่ขาขวา รองเท้าทำจากผ้าสีขาวดูสกปรกเหมือนกับรองเท้าพละของเพื่อนผมที่ชอบลุยโคลนที่โรงเรียนเลย ในมือทั้งสองข้างของเขาถือดาบที่มีรูปร่างโค้งเหมือนดาบของพวกโจรสลัดกันคนละข้าง

เฮ้อ..มากันเพิ่มหรอเนี่ย? แต่นั่นมันไม่ใช่ประเด็น..เขาถอนหายใจพร้อมสีหน้าเหนื่อยใจ ก่อนจะมองมาทางผมตาขวาง พร้อมชี้ดาบในมือข้างขวามาทางพวกผมประเด็นคือพวกนายเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?! ฉันสร้างภาพลวงตาระดับสูงเลยนะ แล้วแกก็เข้ามาง่ายๆอย่างงี้เนี่ยนะ! คงจะไม่ใช่พวกคนธรรมดา..

คุณไม้ได้พบผู้คุมวิหารอดีตผู้ปกครองเอลฟ์ขอรับเชนเดินมาบอกข้างๆผม

เจ้าหมอนี่เป็นผู้คุมวิหาร?ผมทำท่ามองไปทางคนที่เหมือนนายพรานอยู่ตรงประตู เป็นสัญลักษณ์ว่าใช่คนตรงนั้นจริงๆหรอ

ใช่ขอรับ คนที่ยืนอยู่ตรงประตูนั่นแหละขอรับ

เฮ้ย! บอกมาสิว่าแกเป็นใคร? ฉันเป็นผู้คุมวิหาร แล้วนาย..เขาชี้ดาบมาทางผม และเว้นประโยคพูดให้ผมตอบ ซึ่งผมก็ลองคิดดูว่าผมยังไม่ควรบอกเขาเรื่องที่ผมจะมาเอาแหวนที่นี่ เพราะฉะนั้นผมจึงเลือกที่จะบอกอีกเรื่อง

ฉันเป็นเอ่อ.. เป็นเทพแห่งพฤกษา ชื่อไม้ พวกเรากำลังตามหาเพื่อนของเรานายพอเห็นไหม? เขาผมสีทองๆ ตาสีฟ้า ตัวสูงๆหน่อย คือฉันก็ไม่ได้อยากพูดหรอกนะ แต่เจ้านั่นหน้าตาดีนิดหนึ่ง ชื่อแดน

อุ!”เขาทำท่าปิดปากเล็กน้อย แล้วยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มสุดจริงใจที่ทำให้เห็นฟันที่เรียงตัวกันอย่างสวยงามในปากถึงแม้มันจะดูหลอนๆฉันว่าฉันเคยเจอเขานะ...

ในขณะที่ผู้คุมวิหารกำลังพูด ก็มีเงาของคนๆหนึ่งเดินมาจากเงามืดข้างหลังผู้คุมวิหาร

เขามีลักษณะเหมือนที่นายพูดเลยล่ะ ทั้งหัวทอง ตาฟ้า แต่เรื่องชื่อฉันไม่ได้สนใจ เขาเหมือนพวกเจ้าชายในหนังสือเด็กเลยใช่ไหมล่ะ เสียดายที่เจ้าหมอนั่นน่ะเป็นขโมย...คนที่ยืนอยู่ตรงประตูเริ่มบทสนทนาเหมือนไม่ค่อยมีคนให้คุยด้วยในชีวิตหรือยังไงก็ไม่ทราบ และเริ่มเอาไหล่ไปพิงกำแพงเพื่อความสบาย โดยไม่ได้สังเกตเลยว่ามีคนมาจากข้างหลัง

คนที่เดินมาจากข้างหลังมีเส้นผมสีทอง ดวงตาสีฟ้า หน้าเรียวจมูกโด่ง และมีผิวสีขาวไม่ต่างจากเจ้าชายในนิทานหลายเรื่องของเด็กๆ เขาคนนั้นก็คือ แดน

แต่ในขณะที่ผมกำลังจะพูดทักเขา เขาก็เอานิ้วชี้มาไว้ที่ปากตัวเองเป็นสัญญาณว่าให้เงียบ และมองไปทางผู้คุมวิหารผิวถ่านข้างหน้าของเขา พวกเราก็เลยต้องเงียบไว้ถึงแม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจ

เขาพยายามจะขโมยของจากราชินีของเอลฟ์ล่าสุดในวิหารนี้ ฉันก็เลยให้เขาเล่นเกมวิ่งไล่จับกับฉัน และถ้าพวกนายเป็นพวกกับเจ้านั่น ฉันก็คงต้องให้พวกนายเล่นด้วย กติกาก็ง่ายๆ..คนที่พิงอยู่ตรงประตูยังพูดต่อ โดยไม่รับรู้การมีตัวตนของแดน จนแดนเข้มาใกล้เขาคนนั้นห่างกันประมาณ1ไม้บรรทัด

แดนยื่นมือทั้งสองข้างไปหาชายคนนั้นอย่างช้าๆ จนเกือบจะแตะชายคนนั้นแต่คนที่ถูกแตะกับหันไปหาแดนซะก่อน

แหมๆ จะแตะฉันงั้นหรอ? ฝันไปเหอะ!”เขาหันไปพูดกับแดน ก่อนจะพุ่งใส่แดน

...แดนไม่พูดอะไร เขายืนอยู่เฉยแล้วหยิบอะไรบางอย่างมาจากด้านหลัง มันเป็นหนังสือปกสีน้ำตาล เล่มหนามากเลยทีเดียว

 

ถ้า..

 

แดนเอาหนังสือเล่มนั้นมาฟาดใส่ขมับด้านขวาของชายคนนั้นจนล้มลง และปล่อยหนังสือนั้นลงกับพื้น

 

ถ้าฟาดคงหงายแน่

 

นั้นคือสิ่งที่ผมคิด และแดนก็พุ่งไปหาชายคนนั้น โดยเหมือนจะพยายามเอามือทั้งสองข้างแตะเขาให้ได้ และแดนก็แตะเขาได้สักที

ฉันชนะ..แดนพูดออกมาเสียงเรียบ

ไอ้บ้าเอ้ย! นี่แกเอาหนังสือของฉันมาฟาดฉันเนี่ยนะ?!”ชายผิวถ่านหยิบหนังสือนั้นขึ้นมาเก็บไว้กับตัว แล้วลุกขึ้นมาตะโกนเสียงดังพอกันที เจ้าหัวทองมันชนะ!”

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่แดน?ผมถามแดน

เดี๋ยวฉันจะบอกนะ

 

ตึก! ตึก! ตึก!

 

เสียงวิ่งหนักๆที่เหมือนเคยได้ยินมาก่อนดังขึ้น มาทางประตูวิหารแล้วก็ปรากฏร่างหมาป่ายักษ์สีขาวตัวเดิมกับที่เราเจอในป่า มันหามามองทางผู้คุมวิหารที่พึ่งตะโกนไปเมื่อกี้

มันชนะตามมาเอาของรางวัลสิ ส่วนนาย...ชายผิวเข้มชี้ไปทางหมาป่าเจ้าขนปุยรออยู่ข้างนอกหลังจากพูดจบเขาก็เดินเข้าไปในวิหาร

แดนกวักมือให้เราตามเข้าไป เขาก็เดินตามชายคนนั้นเข้าไปเหมือนกัน พวกเราทั้งหมดที่อยู่ข้างนอกก็เลยต้องเดินตามเข้าไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ แถมยังต้องเดินผ่านไอ้หมาป่านี่ด้วย เวลาเดินผ่านก็เห็นมันนั่งลงและชูคอขึ้นเหมือนว่าต้องการให้ตัวเองสง่า เวลาที่พวกเราเดินผ่านก็พ่นลมหายใจออกมาเหมือนต้องการไล่ให้เราเดินไปเร็วๆ ซึ่งพอเราเดินพ้นมันมา มันก็เดินออกไปนั่งข้างนอกตามที่ชายคนนั้นสั่ง

ระหว่างที่เดินเข้ามาผมก็เห็นประตูมากมายหลายบาน มีสีน้ำตาลสลักลวดลายต้นไม้อลังการ หน้าต่างเป็นหน้าต่างเหล็กดัดดัดเป็นรูปดอกไม้ แต่ละชั้นมีห้องไม่ต่ำกว่า50แน่นอนจากที่ผมดู  ตัวอาคารทำจากหินที่มีทรงสี่เหลี่ยม มีเสาทรงโรมันบ้างเป็นบางมุม ที่มีร่องยาวๆในแนวตั้งเป็นลายบนเสา บางเสาหรือหน้าต่างบางบานมีเถาวัลย์ขึ้น หินบางก้อนมีรอยร้าวทำให้รู้เลยว่าที่นี่อายุไม่ใช่น้อยๆ ชายผู้บอกว่าตัวเองเป็นผู้คุมวิหารพาเราเดินขึ้นบันไดทางขวาขึ้นมาชั้นที่3 และเขาก็เริ่มพูด

เรียกฉันว่านอกซ์ล่ะกัน ฉันเป็นผู้คุมวิหารที่มีแต่ศพนี่ ฉันดูแลวิหารนี้มาได้ 300ปีแล้ว และหมาป่านั่นเป็นเพื่อนฉัน

นายเป็นดาร์คเอลฟ์ใช่ไหม?แดนที่เดินตามหลังนอกซ์เอ่ยถามไล่หลัง

ใช่ ไม่ต้องย้ำมากก็ได้มันไม่ได้มีเกียรติอะไรขนาดนั้นนอกซ์ตอบกลับมาด้วยเสียงหงุดหงิด แล้วผมก็พึ่งสังเกตว่าคนที่ชื่อนอกซ์มีหูแหลมเหมือนพวกเอลฟ์ แต่ผิวของเขาแค่เป็นสีเข้มมากกว่าเอลฟ์ที่ผมเคยเห็นมาเท่านั้น

หมายความว่าคนในครอบครัวนายเรียนเรื่องศาสตร์มืดล่ะสิแดนพูดต่อ

จะถามอะไรนักหนา? เออ.. ใช่นอกซ์ตอบด้วยเสียงที่หงุดหงิดมากขึ้นก่อนจะผ่อนอารมณ์ลงในประโยคหลัง

ถ้าฉันเข้าใจไม่ผิดเรื่องที่นายคุยกัน พวกนายคงท้าอะไรกันโดยมีแหวนเป็นเดิมพันใช่ไหม?ผมเริ่มพูดบ้าง เพื่อให้เข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองคิดมาแต่แรกถูกหรือเปล่า

ใช่ แต่เอาจริงๆนะ ถ้าฉันเจอนายก่อนฉันคงให้ไปเอาแหวนแล้วล่ะนอกซ์หันมาพูดกับผม

หมายความว่า?

อเลซ่า.. หรือคนที่พวกนายจะมาเอาแหวนน่ะ นับถือเทพแห่งพฤกษามากเลยล่ะ ถึงขั้นถ้าเทพพฤกษามาขอของอะไรจากเธอ เธอบอกว่าจะให้หมดอย่างแน่นอน

สิทธิพิเศษของพวกเทพสินะสีนิลพูดขึ้นมาปนหัวเราะนิดหน่อยในลำคอ

ก็นะ เอลฟ์ที่นี่เป็นเอลฟ์ป่า เราอยู่กับป่าอยู่กับพืช อเลซ่าถึงได้นับถือเทพแห่งพฤกษาไง ถ้าไม่มีป่าที่อุดมสมบูรณ์ประชาชนของเธอก็อยู่ไม่ได้ แต่ไม่ได้มีแค่อเลซ่าหรอกที่นับถือเทพแห่งพฤกษานอกซ์พูดกับผม แต่ครั้งนี้กับเพ่งมองมาทางผมมากขึ้นแต่ก็ไม่คิดว่าเทพแห่งพฤกษาจะดูไม่ค่อยได้เรื่องขนาดนี้

เฮ้ยๆ นับถือกันหน่อย อีกอย่างฉันเป็นเทพแห่งพฤกษาได้ไม่ถึงปีด้วยซ้ำ รุ่นก่อนหน้านี้ที่อเลซ่านายนับถือคงจะเป็นคนนั้นผมชี้มือแบบไม่หันไปมองไปทางฟรานที่เดินอยู่เกือบหลังสุดของกลุ่ม โดยมีชมพู่ที่เป็นคนหลังสุดของกลุ่มเดินจับมือฟรานอยู่ นอกซ์เพ่งสายตามองไปทางฟราน

ดูไม่ได้เรื่องกว่าอีกนะนอกซ์พูดพลางยิ้มแบบกดขี่มาทางผม

อย่างน้อยก็ดีที่นายหาว่าฉันดีกว่าผมยิ้มออกมาเพราะรู้สึกดีนิดหน่อยที่ตัวเองไม่ได้กากขนาดนั้น

ถึงเป็นคนแก่ข้าก็ยังหูดีอยู่นะเสียงที่ปนอารมณ์หงุดหงิดดังมาจากท้ายกลุ่ม

 

                พวกเราเดินกันมาเรื่อยๆและก็มาหยุดที่หน้าห้องๆหนึ่งที่มีป้ายหินอยู่เหนือประตู แต่ประตูที่เราเดินผ่านกันมาไม่มีป้ายหินอย่างนี้ และประตูถัดไปจากพวกเราที่ยืนอยู่ก็เริ่มมีป้ายหิน

 

            คงประมาณว่า ห้องไหนได้ใช้ก็มีป้ายสินะ

 

                ผมมองขึ้นไปบนป้ายหินมีข้อความแกะสลักอยู่

 

อเลซ่า ซินเดรีย

ค.ศ.1879 - ค.ศ.1979’

               

                นอกซ์เปิดผ้าคลุมที่ปิดบริเวณอกของเขาออกทำให้เห็นว่ามีกระเป๋าหนังเล็กๆสีเทารัดอยู่ที่อกของเขา เขาเปิดกระเป๋านั้นและหยิบพวงกุญแจออกมา1พวง ซึ่งมีกุญแจประมาณ 100ดอก แต่เขาก็หยิบขึ้นมาอย่างชำนาญ ซึ่งพอเขาเอามันไปไข มันก็ปลดล็อคได้จริงๆ

 

            แต่ถ้าทำงานในนี้มา 300ปีคงไม่แปลก

 

ถึงแล้ว พวกนายจะเอาแหวนอะไรนั่นใช่ปะล่ะ? ไปเอากันไปหลังจากที่นอกซ์ไขประตูเสร็จ เขาก็หลบมาจากประตูให้พวกเราเดินเข้าไป แต่ระหว่างที่เรากำลังเดินเข้าไปนายไอ้หัวทองมากับฉันหน่อย ฉันจะได้ให้ของเพิ่มตามที่พูดไว้ หลังจากพูดจบดาร์คเอลฟ์นอกซ์ก็เดินนำไปทางบันไดที่เราพึ่งขึ้นมา

อือแดนเดินตามหลังเขาไป แต่ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องเขาก็จับมือข้างซ้ายผมไว้เดี๋ยวกลับมานะเขามีสีหน้าเศร้านิดหน่อย

เห? พูดอะไรของนาย เดี๋ยวก็ได้เจอกันอยู่แล้ว ถ้าคนที่ชื่อนอกซ์ทำอะไรนายก็ตะโกนดังๆล่ะกันผมพูดปนอารมณ์ขัน

อืม..แดนยิ้มบางๆให้กับผม และปล่อยมือผมลงและเขาก็เดินตามนอกซ์ไป

ผมหันกลับมามองในห้องที่มีชั้นวางของมากมายรวมถึงหีบที่ทำจากไม้ แต่ขอบของพวกชั้นและหีบนี้ทำจากทอง บนพื้นมีพรมสีแดงสด ที่มีโลงศพทำจากไม้สีครีมวางอยู่กลางห้องและกางเขนสีขาววางอยู่บนโลง มันลักษณะเหมือนโลงศพพวกฝรั่งที่ผมเคยเห็น  

ตรงผนังห้องที่ตรงข้ามกับประตู มีภาพวาดพื้นหลังสีเขียวที่มีรูปเอลฟ์ที่น่าจะเป็นเพศหญิง ใส่ชุดสีขาวเรียบๆที่มีลูกไม้คลุมตรงแขน เธอมีผิวสีขาว ใบหน้าเรียว จมูกโด่ง ริมฝีปากบางแย้มยิ้มนิดหน่อย ดวงตาสีเขียวเป็นประกาย ผมตรงยาวสีทองดูส่องสว่าง บนหัวมีมงกุฎสีทองที่มีรูปร่างเหมือนกิ่งไม้ชี้ขึ้นอยู่ ใบหูที่แหลมงอตกลงมา ทำให้เธอดูเหมือนขี้กลัว

 

สวยจัง..

 

นั่นคือสิ่งที่ผมคิด ก็ในชีวิตจริงมันไม่มีอย่างนี้นี่นา ทุกคนเริ่มมองไปทั่วๆห้องและสายตาของทุกคนก็ไปสะดุดกับกล่องที่ดูบางๆบนชั้นด้านซ้าย มันเป็นกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดประมาณมือแบออก

ฉันคิดว่ามันเหมือนกล่องเก็บแหวนนะฟรานที่เดินอยู่ใกล้กล่องนั้นมากที่สุด หยิบกล่องลงมาจากชั้นและเขาก็เปิดดูข้างในมีแหวนอยู่ 5วง

ขอดูหน่อยสิผมเดินไปหาฟรานพร้อมกระดาษภารกิจที่มีรูปแหวนที่เป็นเป้าหมาย ผมจับกล่องที่อยู่บนมือฟรานให้หันมาทางผมเพื่อดู

 

แต่มันไม่มี..

 

ไม่ว่าจะมองทางไหนก็ไม่มีแหวนที่มีอัญมณีสีทองและปีกล้อมรอบเหมือนในรูปในกล่องนี้เลย มีแหวนที่มีอัญมณี4วง และแหวนที่ทำจากดอกหญ้าซึ่งแห้งจนถ้าสัมผัสอาจจะกลายเป็นผงได้ และดูแปลกๆหน่อยด้วย ที่มีแหวนดอกหญ้าในกล่องเก็บแหวนอย่างนี้

หนูคิดว่าน่าจะเป็นอันนี้นะชมพู่ชี้ตรงชั้นที่อยู่ต่ำกว่าชั้นที่วางแหวน 2ชั้นและอยู่ทางซ้ายสุดของชั้น มันมีแหวนวางแยกอยู่ซึ่งไม่ได้ใส่กล่องหรือภาชนะอะไร ผมหยิบมันขึ้นมาดูซึ่งมันก็ตรงกับในรูปภาพ แหวนสีเงินที่ในส่วนของวงแหวนทำเป็นรากไม้สีเงิน และมีอีกสีเงิน 1คู่ล้อมรอบอัญมณีทรงรีสีทอง

ใช่แล้วล่ะ วงนี้ล่ะ เก่งมากยัยหนูผมเก็บแหวนนั้นใส่ในกระเป๋าเป้ แล้วกล่าวชมชมพู่และลูบหัวเธอเล็กน้อย ซึ่งเธอก็ยิ้มนิดหน่อยที่เธอเป็นคนหาแหวนเจอ

งั้นเราก็ไปกันเถอะฟรานที่เห็นว่าเป้าหมายสำเร็จแล้ว ก็พูดออกมาเพราะตัวเขาก็เริ่มเหนื่อยแล้วจากทั้งการวิ่งหนีหมาป่า และตามหาแดนข้าเหนื่อยแล้ว

จ้าๆ คนแก่’”ผมหันไปแซวฟราน

ผมมาร์คจุดเสร็จแล้วขอรับ จากแผนที่ ใกล้ๆนี้มีเมืองนะขอรับเชนเดินนำแผนที่มาให้ผม

โหะ! ดูนี่สิสีนิลที่ยืนอยู่หน้าชั้นฝั่งขวา ซึ่งมีหนังสือหนาวางรวมกันประมาณยี่สิบเล่ม ในมือของเขากำลังเปิดหนังสือเล่มหนึ่งอยู่

อย่ามาจับอะไรมั่วซั่วสิ บอกไว้เลยนะว่าฉันจะเอาแค่แหวนผมบอกกับสีนิล เพราะที่นี่มีแต่ของคนตาย แถมเจ้าของก็อยู่ในโลงกลางห้องนี้ด้วย

รู้แล้วน่า แค่เจอของน่าสนใจ นิดๆหน่อยๆสีนิลหันหน้ามาหาพวกเรา พร้อมกับกางหนังสือให้พวกเราเห็นด้านใน

มันเป็นรูปถ่ายเอลฟ์เด็กเพศหญิงผมยาวสีทองถึงกลางหลังในชุดกระโปรงสีขาว ดวงตาโตสีเขียว ผิวขาวเนียน ใบหน้าเรียวฉายแววสวยแต่เด็กเธอเหมือนกับอเลซ่าแต่ดูเด็กกว่า เธอนั่งบนเก้าอี้ไม้ในสวนพร้อมรอยยิ้ม ซึ่งมีเด็กชายยืนอยู่ข้างหลังเขาใส่เสื้อยืดคอวีสีขาว กางเกงสามส่วนสีขาว รองเท้าก็เป็นผ้าสีขาว ผิวสีน้ำตาลเข้มมากจนเกือบเป็นสีดำ ผมมีสีขาวสั้น ดวงตาสีฟ้าเทากำลังหลบกล้อง แก้มป่องเหมือนกำลังเขิน

 

เขาดูเหมือนกับนอกซ์

 

เจ้าเด็กนี่ดูเหมือนเจ้าผู้คุมเลยสีนิลมองดูรูปในหนังสือนั้น

มากไปเปล่าพวกแก?เสียงดังขึ้นจากตรงประตู นอกซ์ยืนอยู่ที่ประตูและมองมาทางเรา และผมก็พึ่งเห็นว่าดวงตาของเขาเป็นสีฟ้าเทาเหมือนเด็กในรูป ทั้งที่ตอนเจอกันนั้นเขามีตาสีแดงแท้ๆ ซึ่งดวงตาสีนั้นทำให้เขาเหมือนเด็กในรูปมากขึ้นไปอีก

ในรูปนี้คือเจ้าหรอ?สีนิลที่ไม่ได้สนใจคำพูดคนที่ยืนอยู่ตรงประตู ก็ยังกล้าถามต่อ

ใช่ รูปฉันเอง ถ้าไม่มีอะไรที่ต้องการ ก็รีบไปซะไป เดี๋ยวจะมืดซะก่อนเขาตอบแบบเฉยๆ เหมือนเริ่มชินกับความสอดรู้สอดเห็นของพวกเรา

ตอนนี้บ่าย 2กว่าๆแล้ว...แดนยืนอยู่ข้างหลังนอกซ์

อืมผมพยักหน้า

นอกซ์เดินหลบจากประตูออกไปข้างนอกแล้วไปพิงผนังข้างๆประตู สีนิลเก็บหนังสือเข้าชั้นแล้วเดินออกไป ฟรานเองก็เก็บกล่องแหวนไปวางไว้บนชั้น จากนั้นสีนิล ฟราน และชมพู่ก็เดินออกไปจากห้อง เหลือผมกับเชนอยู่ในห้อง และแดนกับนอกซ์เหมือนจะคุยอะไรสักอย่างต่อ

 

ถ้าจำไม่ผิด

 

ในรูปนั้นที่นิ้วนางบนมือข้างซ้ายของอเลซ่า มีแหวนที่ทำจากดอกหญ้า

 

เหมือนในกล่องแหวนนั้น ถึงแม้มันจะเหี่ยวแห้งแทบจะเป็นผงก็เถอะ

 

ผมยืนนึกอยู่สักพัก

 

พอจะเข้าใจแล้วล่ะ

 

ผมหยิบกล่องแหวนนั้นลงมาอีกครั้ง ผมเปิดมันดูในกล่องมีแหวนอยู่ 5วง และตรงกลางคือแหวนดอกหญ้าที่เหี่ยวแห้งจนเป็นสีน้ำตาล ก้านดอกหญ้ารีบจนไม่เหลือน้ำ

 

ความรักของกับเพื่อนสมัยเด็กกสินะ

 

คงไม่เป็นอะไรหรอกนะผมพูดออกมาเบา จนเชนที่อยู่ข้างๆสงสัยนิดหน่อย และผมก็ยื่นมือเข้าไปในกล่องเพื่อกุมแหวนดอกหญ้าวงนั้น ผมเริ่มพูดเพื่อดึงพลังของตัวเองออกมาใช้กับแหวนดอกหญ้านี้

 

ดอกไม้จงเบ่งบาน...

 

....................................................................................................

 

ผมเดินลงตามทุกคนลงมาข้างล่าง ซึ่งแดนกับนอกซ์ก็เดินตามลงมา

ขอบคุณมากสำหรับแหวนผมพูดกับนอกซ์ แล้วยกมือไหว้ตามความเคยชินถึงแม้ว่าจะไม่ได้ว่ายถึงขั้นก้มหัวลงไป

เป็นเทพแห่งพฤกษามาไหว้คนที่อยู่ต่ำกว่ามันดีแล้วหรอ?นอกซ์

ไม่เป็นไรการที่นายให้แหวนของคนสำคัญขนาดนั้นกับพวกเรามันมีค่ามาก

หึ ถ้าฉันบอกว่าของที่ฉันจะให้ยังไม่หมดล่ะนอกซ์พูดเสร็จก็ส่งสายตาไปหาแดน คงจะเป็นเรื่องของรางวัลจากการท้ากันอะไรสักอย่างของพวกเขาสองคน

ยังมีอีกหรอ?แดนเลิกคิ้วขึ้น เหมือนไม่ค่อยเชื่อ

นายไม่เชื่อแน่.. มานี่นอกซ์พูดจบก็ชูมือขึ้นเหมือนเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง

หมาป่ายักษ์สีขาว เดินมาหานอกซ์แล้วนั่งลง มันพ่นลมหายใจอย่างไม่ชอบใจนัก

ฉันจะให้เจ้าหมาป่านี่

นี่เอาจริงดิ?แดนพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ ถึงแม้หน้าตาจะนิ่งไม่เข้ากับน้ำเสียง

ก็ฉันกับมันก็ท้ากันไว้เหมือนกันว่าถ้าพวกเราแพ้ มันจะไปเป็นทาสนาย แต่ถ้านายแพ้นายต้องเป็นของเล่นให้มันแค่นั้นแหละ

แต่ว่าฉันไม่มีอาหารเลี้ยงมันหรอกนะ

ไม่เป็นไรแค่ปล่อยมันไปในป่าหรือไม่ก็ใกล้ๆริมน้ำก็ได้ ให้มันหาอาหารเอง มันอดอาหารได้นิดหน่อย และอีกอย่างนายสามารถพกมันไปที่ไหนก็ได้นอกซ์พูดจบเขาก็ล้วงมือลงไปในกระเป๋า แล้วหยิบเหมือนกับสัญลักษณ์อะไรบางอย่างขึ้นมา แล้วโยนมันให้แดน ซึ่งแดนก็รับมันได้

มันเป็นอัญมณีสีทองรูปทรงหยดน้ำที่มีเหล็กสีเงินเป็นกรอบทำเป็นลวดลายคลื่นติดกับอัญมณี

แค่นายกดมันเบาๆ นั่นคือการเก็บสัตว์ หรือปล่อยสัตว์ออกมานอกซ์พูดกับแดน

 

นี่มันโปเ*ม่อนชัดๆ

 

ผมคิดในใจเกี่ยวกับอัญมณีที่อยู่ในมือแดน

แต่มันเป็นสัตว์เลี้ยงของนายนะแดน

ไม่เป็นไร ฉันยังมีแม่ของเจ้านี่อยู่ ไม่ต้องห่วงฉันไม่ได้ตั้งชื่อมัน จะเรียกว่าอะไรก็เรียกไปเถอะ

ขอบคุณ อย่างนี้พวกเราก็มีสัตว์เอาไว้เดินทางแดนเก็บอัญมณีนั้นใส่กระเป๋าแต่ไม่เป็นไรจริงๆนะ?

ไม่เป็นไร งั้นฉันไปก่อนล่ะ

นอกซ์พูดเสร็จก็เดินกลับเข้าไปในวิหาร โดยไม่ได้เหลียวมองมาทางหมาป่าเลยแม้แต่นิดเดียวถึงแม้ว่าหมาป่าจะจ้องมองแค่ไหน

คนแบบไหนกันนะ? ที่ทิ้งสัตว์เลี้ยงง่ายๆอย่างนี้ผมเผลอพูดออกมา ในความเป็นจริงจะมีคนทิ้งสัตว์เลี้ยงที่อยู่ด้วยกันมานานง่ายๆขนาดนี้เลยหรอ

มันอาจมีเหตุผลซับซ้อนกว่านั้นก็ได้สีนิลที่มายืนข้างผมตอนไหนไม่รู้เอียงคอลงมาคุยกับผมพร้อมรอยยิ้ม ไหนๆ ก็มีสัตว์แล้วเราก็ออกเดินทางกันเถอะ

อือ นายคงได้ยินแล้วนะ

แดนหันไปพูดกับหมาป่าที่กำลังนั่งอยู่ มันจึงนั่งลงแบบทั้งสี่ขาเพื่อให้ติดพื้น เหมือนรู้ความหมาย พวกเราก็เลยขึ้นไปนั่งกันบนหลังของมัน ยกเว้นแต่เชนที่อาสาจะวาร์ปไปเพราะรู้สึกว่าจะทำให้ทุกคนอึดอัดมากขึ้นไปอีกหากตัวเองนั่งเพิ่มลงไป และ..

 

ตืด..! ตืด..!

เสียงสั่นของโทรศัพท์ดังขึ้นจากสีนิล สีนิลหยิบโทรศัพท์สีดำที่ไม่มีปุ่มอะไรบนเครื่องทำให้ผมคิดว่ามันคงเป็นหน้าจอแบบทัชสกีน บนจอมือถือมีรูปภาพคนสีขาวที่ไม่มีหน้าตาแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ตั้งภาพไว้ ข้างล่างภาพนั้นเขียนไว้ว่างู และมีปุ่มโทรศัพท์สีแดงกับสีเขียวในการวางสายและรับสายตามลำดับ

รอแปปหนึ่งนะสีนิลหันมาพูดกับแดนที่ขึ้นมาบนหลังหมาป่าเรียบร้อยและเตรียมจะออกเดินทาง

 

ติ๊ด!

เขากดรับสาย แล้วเดินออกไปห่างๆพวกเรา เหมือนจะเป็นธุระสำคัญ ผมก็ไม่ค่อยได้ยินมาก แต่ได้ยินประมาณว่าได้เวลาแล้วหรอ?

 

ได้เวลาอะไร?

 

สีนิลทำท่าเหมือนกดวางสายเสร็จก็เดินกลับมาหาพวกเรา สีหน้าดูเครียดๆนิดหน่อย

ขอโทษพวกเจ้าด้วยนะ แต่ข้ามีธุระด่วนน่ะรู้สึกว่าที่บ้านจะโทรตาม

ที่บ้าน?ผมถามเขาด้วยความสงสัย ถ้าจำไม่ผิดสีนิลบอกว่าที่ออกเดินทางมาก็เพื่อหาคู่ครองตามที่พ่อบอกเขา

อืม! ก็เรื่องคู่ครองนั่นแหละคงเรียกข้าไปด่าแน่เลยเรื่องที่ไม่คืบหน้าหัวคิ้วเขาเลิกขึ้นเหมือนช่วยไม่ได้ เขาเดินมาใกล้ผมที่อยู่บนหลังหมาป่าก่อนที่หัวคิ้วของเขาจะมาขมวดเข้าหากันแล้วจ้องมาทางผมเหมือนจะเอาเรื่องเพราะเจ้านั้นแหละไม้ไม่ยอมรับรักข้า

เพราะฉันไม่ชอบผู้ชายไง!”ผมตะคอกใส่หน้าเขาพร้อมคอมโบดีดหน้าผากไปหนึ่งที

โอ้ย! ฮ่าๆ งั้นข้าไปก่อนนะ ขอให้เดินทางกันให้สนุก

สีนิลลูบหน้าผากไปมา การหัวเราะของเขาดูหม่นหมองเหมือนไม่ได้มีความสุข หลังจากที่เขาพูดจบเขาก็กางปีกค้างคาวสีอมม่วงนั้นบินขึ้นไปในอากาศ และหายไปจากสายตาของผม

ไปได้ยัง?แดนหันมาถามผมซึ่งนั่งถัดมาข้างหลังเขา

ไปได้เลยผมบอกเขา พอเขาได้ยินดังนั้นเขาก็ตบมือบนต้นคอหมาป่าเบาๆ ทำให้หมาป่าลุกขึ้นมาและเริ่มออกวิ่งไปในป่า ภาพวิหารค่อยๆเลือนหายไปหลังจากที่เราออกมาและแทนที่ด้วยต้นไม้หลายต้นเหมือนก่อนที่ผมจะทำลายภาพลวงตา

ตอนนั้นเองผมพึ่งสังเกตว่านิ้วกลางที่มือซ้ายและมือขวาของแดนมีแหวนสีเงินใส่อยู่ทีมือซ้ายเป็นแหวนสีเงินรูปโล่สีขาว และที่มือขวาเป็นเป็นแหวนสีเงินที่มีอัญมณีสีน้ำเงินทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ปีกสีเงินขนาบข้างอัญมณีนั้นนี่หรือว่าจะเป็นของรางวัลที่นอกซ์ให้เพิ่มอะไรนั่นผมก็เลยตัดสินใจที่จะถาม

นอกซ์ให้มาน่ะเขาตอบโดยไม่ได้หันมามองหน้าผมเพราะสนใจกับทางตรงหน้าเขาบอกมันจะทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้น

พอผมได้ยินดังนั้นก็เริ่มสงสัยกับแหวนสองวงนั้น รู้สึกว่าการที่เรามาเอาไอ้แหวนแค่วงเดียวในประกาศ จะได้อะไรมามากเกินคาด

 

....................................................................................................

 

แดน :

 

หลังจากที่เจ้าดาร์คเอลฟ์ให้พวกไม้เข้าไปหาของ เขาก็เรียกผมมาข้างนอกและพาผมลงไปที่ห้องใต้ดินซึ่งเป็นที่ที่ผมเคยมาซ่อนและเจอหนังสือที่ชื่อเอลฟ์ นอกซ์เดินเข้าไปในห้องๆหนึ่งในนั้น

นี่นายจะเอาของคนตายมาให้ฉันรึไง?ผมไม่ได้เดินตามเขาเข้าไปแต่ยืนอยู่ตรงประตู

ไม่ใช่ นี่ห้องฉัน พอฉันตายก็จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเก็บของไง เอาศพเข้ามาไว้ก็จบ นายน่าจะเห็นป้ายแล้วนี้ อดีตผู้คุมวิหารอดีตผู้ปกครองเอลฟ์เดี๋ยวพอฉันตายฉันก็เข้ามาอยู่ในห้องนี้เสียงนอกซ์ดังจากห้องถัดไปจากห้องที่มีป้ายไม้ที่ผมเห็นตอนลงมา ต่อมาพวกเราก็เงียบเพื่อรอนอกซ์ที่เหมือนกำลังรื้อของในห้องนั้นจนมีเสียงกุกกักดังออกมา แล้วเขาก็เดินออกมา เขายื่นมือมาให้ผมซึ่งมีแหวนอยู่สองวงบนฝามือของเขา มันเป็นแหวนสีเงินทั้งสองวงวงหนึ่งมีรูปโล่สีเงินบนแหวน อีกวงมีอัญมณีสีน้ำเงินเล็กรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดที่มีปีก1คู่ติดกับอัญมณีนั้น

ของประดับรึ?ผมหยิบแหวนสองวงนั้นขึ้นมาดูจากฝ่ามือของเขา

มันคือแหวนที่มีพลัง ฉันรู้ว่านายไม่มีพลังที่แข็งแกร่งพอหรือเวทย์มนต์ แต่ว่าสำหรับฉัน ฉันคิดว่านายแข็งแกร่งสำหรับมนุษย์ธรรมดา เพราะฉะนั้นเจ้าแหวนสองวงนี้จะช่วยนายเมื่อนายต้องสู้กับสิ่งที่มนุษย์สู้ไม่ได้จริงๆ เมื่อนายต้องการจะสู้มันจะแสดงผลออกมาเอง

ขอบคุณมากผมเอาแหวนที่มีรูปโล่สวมที่นิ้วกลางข้างซ้าย ส่วนแหวนที่มีอัญมณีสีน้ำเงินสวมที่นิ้วกลางข้างขวาแต่ไม่รู้ว่าฉันจะได้ใช้เมื่อไหร่นะ

หึ เชื่อฉันเถอะนายได้ใช้แน่นอกซ์หัวเราในลำคอ จากนั้นพวกเราก็เดินกลับขึ้นไปชั้น3 เพื่อไปหาพวกไม้ และในระหว่างที่เรากำลังเดินขึ้นไปก็ได้คุยอะไรกันนิดหน่อย

ดูเหมือนนายจะรู้จักพวกผู้ปกครองดีเลยนะ เช่นอเลซ่านายก็รู้ว่าเธอชอบอะไร

ก็ฉันเคยเป็นเพื่อนกับเธอน่ะ ตอนเด็กๆตอนแรกฉันก็ดีใจนะตอนที่เธอได้ขึ้นมาเป็นผู้ปกครองจนกระทั่งเธอตายน่ะ เธอได้ปกครองแค่ 100ปีเอง ทั้งที่เอลฟ์ส่วนใหญ่อายุเป็นพันปีทั้งนั้น

ถ้านายบอกว่าเอลฟ์มีอายุประมาณพันปีทำไมห้องผู้คุมวิหารถึงโดนใช้แค่ห้องเดียวล่ะ?ตอนที่ผมลงไปในห้องนั้นมีห้องที่ถูกใช้แค่ห้องเดียวแปลว่าตั้งแต่สร้างวิหารนี้มามีผู้คุมแค่สองคนและเสียไปหนึ่งคนหมายความว่าเอลฟ์ผู้ปกครองสมัยก่อนปกครองกันได้แปปเดียวน่ะสิ

ผู้คุมอย่างเราเป็นกึ่งอมตะ ถ้าไม่ถูกฆ่าก็อยู่ไปเรื่อยๆ ผู้คุมคนก่อนก็พ่อฉันเอง ฉันพึ่งมาตอนอเลซ่าเนี่ยแหละ ราชาคนปัจจุบันยังไม่ตายเลย

พวกเราพูดคุยกันไปเรื่อยๆ ทั้งเรื่องของผม เรื่องของนอกซ์ และไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกเราจะมีเรื่องคุยกันจนมาถึงห้องของอเลซ่า ทั้งที่ปกติผมไม่ค่อยมีเรื่องคุยแท้

 

แต่เวลาคุยเรื่องไม้ และคนอื่นๆกับคุยได้เยอะเลยแหะ

 

....................................................................................................

 

คนเขียนกลับมาแล้ว! จะมีคนกลับมาอ่านกี่คนกันเนี่ย ฮ่าๆๆ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

196 ความคิดเห็น

  1. #137 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 11:07
    อยากให้สีนิลทำแต้มมากกว่านี้จัง ถึงจะทำแต้มไปแล้วตอนที่ปกป้องก็เถอะ
    #137
    0
  2. #108 ฮันนี่พี (@chalis) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 13:24
    เพิ่งมาเจอเรื่องนี้ เรื่องน่าสนใจมากๆเลยค่ะ แต่งสนุกมาก เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #108
    0