{GOT7} GHOST2: YUGJAE

ตอนที่ 16 : special: HUMAN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    14 ก.พ. 60



Human





 

สำนวนหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า

ความลับไม่มีในโลก

 

แต่สำนวนที่กล่าวนั้นใช้ไม่ได้กับเขา โกสท์นามยูคยอมมีความลับที่ไม่สามารถบอกกับใครได้แม้แต่คนในครอบครัว รวมไปถึงเหยื่อของเขาอย่าง ชเว ยองแจด้วย

ยูคยอมเงยหน้ามองท้องนภายามราตรีด้วยสีหน้าเรียบเฉย ลมหายใจถูกพ่นออกมาพรืดใหญ่อย่างเอือมระอา

ทุกๆหนึ่งร้อยปีจะมีหนึ่งคืนที่พลังของจันทราอ่อนกำลังส่งผลให้ในคืนนั้นพลังของปีศาจระดับสูงถดถอยลง ค่ำคืนนั้นถูกเรียกขานว่า โฮปเลสไนท์

“ค่ำคืนแห่งความสิ้นหวัง”

น้ำเสียงนั้นเรียบนิ่งก่อนรอยยิ้มจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของราชาปีศาจ

ค่ำคืนที่ไม่มีใครล่วงรู้ถึงความลับ ค่ำคืนแห่งความสิ้นหวัง ค่ำคืนนี้...โกสท์จะไร้ซึ่งพลังและกลับกลายเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา

 

- 600 ปีก่อน

ร่างสูงโปร่งเดินเอื่อยเฉื่อยไปตามริมแม่น้ำ ดวงตาสีเลือดทอดมองเงาของดวงจันทร์ที่สะท้อนลงบนผิวน้ำ สีแดงก่ำคล้ายกับดวงตาของเขาดูหม่นหมองกว่าทุกคืน

“โฮปเลสเหรอ...” เอ่ยกับตนเองเบาๆอย่างไม่ใส่ใจ สำหรับปีศาจระดับสูงค่ำคืนนี้คงไม่น่ากลัวอย่างที่ตำนานได้กล่าวอ้างเท่าใดนัก เขาคิดเช่นนั้น

โกสท์หนุ่มยังคงเดินเอ้อระเหยดื่มด่ำกับบรรยากาศเงียบสงบยามค่ำคืนโดยไร้ซึ่งความหวาดระแวง ขายาวก้าวเดินไปจนถึงเมืองแห่งหนึ่ง เขาตัดสินใจเดินเข้าไปปะปนกับผู้คนในเมือง  กวาดสายตามองรอบๆสำรวจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโลกมนุษย์

“เชิญแวะในร้านก่อนได้นะครับ”

“เร่เข้ามาครับเร่เข้ามา!

“วันนี้มีสินค้าหายากมาขายจ้า!

เสียงบรรดาพ่อค้าแม่ขายดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ แม้เวลาจะล่วงเลยมาจนถึงสามทุ่มก็ยังมีของขายกันอยู่ต่างจากสองร้อยปีก่อนที่เงียบสงัด

ยูคยอมเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมาย น่าแปลกที่ค่ำคืนนี้หนาวเหน็บกว่าคืนไหน เขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปในร้านขายเครื่องนุ่งห่ม

“ยินดีต้อนรับค่ะ” เจ้าของร้านทักทายอย่างอารมณ์ดีพร้อมยิ้มรับลูกค้าที่เดินเข้ามา

ยูคยอมยิ้มตอบก่อนเริ่มมองหาเสื้อตัวที่ตนเองถูกใจ เขาเดินวนแทบจะทั้งร้านแต่ก็ยังไม่พบเสื้อผ้าแบบที่ตนต้องการจนกระทั่งเหลือบไปเห็นโค้ทสีดำสนิทตัวหนึ่ง ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้บนเสื้อเพื่อสำรวจเนื้อผ้า รอยเย็บและตะเข็บนั้นถูกทำอย่างประณีตบรรจงจนละสายตาแทบไม่ได้

“คุณลูกค้าตาถึงจังเลยนะคะ” เจ้าของร้านพูดขึ้น ยูคยอมมุ่นคิ้วก่อนหันไปถาม

“ทำไมเหรอครับ”

“เสื้อตัวนี้เป็นเสื้อที่ตัดและเย็บโดยช่างฝีมือดีที่สุดในเมืองนี้เลยล่ะค่ะ” คนฟังพยักหน้าตาม คงเป็นจริงอย่างที่เธอกล่าว เสื้อตัวนี้สวยจนไร้ที่ติสมกับฝีมือของช่าง

“แต่ดิฉันอยากจะบอกคุณลูกค้าไว้”

“ครับ?”

“เสื้อตัวนี้เป็นเสื้อที่นำมาตัดเย็บใหม่เนื่องจากเจ้าของคนเดิมได้นำมันมาขายให้กับทางร้าน...” เจ้าของร้านแลดูไม่อยากบอกเท่าใดนัก อาจเพราะเกรงว่าเมื่อบอกไปแล้วลูกค้าจะเปลี่ยนใจ

“เสื้อมือสองสินะ” ใบหน้าของเธอเจื่อนลงพร้อมรอยยิ้มแห้งๆประดับบนใบหน้า

“ใช่ค่ะ”

โกสท์ยังคงมองโค้ทตัวนั้นอยู่ ทั้งเนื้อผ้า กระดุม หรือแม้แต่ด้ายที่ใช้ตัดเย็บ ทั้งหมดเป็นสีดำ เขาลังเลอยู่นานเพราะตนไม่ชอบของมือสองเท่าใดนัก แต่สุดท้ายโกสท์ก็ตกหลุมพรางความสวยงามของผ้าสีนิลเข้าจนได้

“ผมรับตัวนี้แหละครับ” เขาบอกกับคนขาย เธอรีบก้มโค้งแสดงความขอบคุณแล้วทำท่าจะนำโค้ทไปพับใส่ถุงให้

“ไม่เป็นไรครับ ผมจะสวมไปเลย” ยูคยอมจ่ายเงินให้กับเจ้าของร้านก่อนสวมโค้ทตัวใหม่แล้วเดินออกไป

ทั้งที่เนื้อผ้านั้นไม่หนามากแต่กลับรู้สึกอุ่นกว่าเสื้อทุกตัวที่เขามีในครอบครอง ยูคยอมหยุดยืนหน้าม้านั่งก่อนหย่อนกายลงนั่งพักเสียหน่อย รอบข้างนั้นเริ่มสงบลง บรรดาร้านรวงต่างพากันพับเก็บเพื่อเดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้านแล้วออกทำมาหากินใหม่ในรุ่งสาง

“มาคนเดียวเหรอพ่อหนุ่ม” ชายชราหนวดเครารุงรังถามด้วยเสียงแห้งแหบ เขานั่งลงข้างยูคยอมด้วยท่าทีสบายๆ

“.............” โกสท์เลือกที่จะเมินเฉยต่อคำถามนั้น ช่างเป็นคำถามที่ไร้สาระเสียจริง รอบตัวเขามีคนอยู่ด้วยหรือไงจึงได้ถามอะไรแบบนี้

“เฮ้อ คนหนุ่มนี่ช่างเย็นชาจริงๆ” ชายชราเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

ยูคยอมยังคงนั่งนิ่ง รู้สึกได้ถึงบรรยากาศโดยรอบที่ดูต่างไปทุกที ดวงจันทราแดงปลั่งดุจเลือดเด่นหรากลางท้องนภายิ่งขับให้ดูวังเวงขึ้นไปอีก

“พ่อหนุ่ม...พอจะมีอะไรให้ฉันกินไหม” โกสท์ชำเลืองมองคนพูดก่อนส่ายหัวเบาๆ

“ฉันหิวเหลือเกิน ไม่มีอะไรตกถึงท้องมานานมากแล้ว” ชายชรายังคงบอกกล่าวเรื่องของตนเองต่อไปโดยไม่สนใจสีหน้าของยูคยอมเลยแม้แต่น้อย

“พ่อหนุ่ม”

มือหยาบกร้านคว้าเข้าที่ข้อมือของโกสท์ แรงบีบที่ส่งมานั้นมากเกินกว่าที่คนแก่คนหนึ่งควรมี ยูคยอมมุ่นคิ้วก่อนหันไปมองหน้าอีกฝ่าย

“คงดีหากพ่อหนุ่มยอมให้ฉันกิน” โกสท์สะบัดแขนออกแต่กลับไม่สามารถหลุดจากการเกาะกุมได้ ยูคยอมรู้สึกถึงบางอย่างกำลังผิดปกติไป

“ปล่อย” พูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆแล้วมองด้วยสายตาแข็งกระด้าง

 

ชายชราทำเพียงแย้มยิ้มน่าขนลุก จู่ๆคอของเขาก็หักพับลงไปก่อนดวงตาสีแดงฉานจะปรากฏขึ้น ยูคยอมผละออกเล็กน้อย โกสท์พยายามบีบมือให้คลายจากแขนของตนแต่ทว่าว่าเรี่ยวแรงนั้นได้หายไปจนแทบไม่หลงเหลือความเป็นปีศาจ...

ในค่ำคืนแห่งความสิ้นหวังนั้น ปีศาจส่วนมากอ่อนกำลังลง แต่กลับมีปีศาจบางพวกที่พลังแข็งแกร่งขึ้น ปีศาจบางพวกที่กล่าวถึงนั้น...คือผีดิบ

“ฉันหิวเหลือเกินพ่อหนุ่ม” ผีดิบแก่เอ่ยด้วยน้ำเสียงยานคาง ศีรษะยังคงหักพับอยู่ดังเดิมราวกับต้องการสั่นประสาทคนมองให้เกิดความกลัว

ยูคยอมยันโครมเข้าที่หน้าของผีดิบตนนั้นอย่างแรงจนมันยอมปล่อย มือใหญ่ง้างออกเตรียมเรียกห่าฝนกระดูกออกมา นิ้วชี้วาดเป็นรูปลูกศรลากจากบนลงล่างอย่างแรง...ว่างเปล่า ไม่มีห่าฝนกระดูกอย่างที่ควรเป็น โกสท์ทดลองอีกครั้งผลที่ได้ก็ออกมาไม่ต่างจากเดิม

“อะไรกัน...” สองขาเริ่มก้าวถอยหลังช้าๆเมื่อเห็นว่าผีดิบลุกขึ้นมาอีกครั้ง

ยูคยอมออกตัววิ่งเต็มฝีเท้าให้ห่างจากผีดิบตนนั้นมากที่สุด เกิดอะไรขึ้นกับเขา พลังของโกสท์ได้หายไป รวมทั้งกลิ่นไอปีศาจของเขาด้วย โกสท์สับขาวิ่งไปแบบไร้จุดหมายก่อนหยุดวิ่งเพราะรู้สึกเหนื่อยจนแทบขาดใจ...แม้แต่พละกำลังก็ถูกลดลงไปด้วย

แสงสีแดงที่สาดส่องกระทบกับบานกระจกดึงความสนใจให้ยูคยอมเงยหน้าขึ้นมอง จันทราสีเลือดกำลังมองเขาอยู่...

“โฮปเลสไนท์...” ยูคยอมแทบไม่อยากจะเชื่อ คงเป็นเรื่องดีหากนี่คือความฝัน

พลังของโกสท์ถูกจันทราที่อ่อนแรงดึงดูดไป เขาในตอนนี้ไม่ต่างจากมนุษย์ธรรมดาเลยด้วยซ้ำ

“พ่อหนุ่ม...” น้ำเสียงแห้งพร่าไล่หลังใกล้เข้ามา ยูคยอมออกตัววิ่งอีกครั้ง

เขาออกวิ่งทั้งที่ไร้จุดหมายและที่หลบซ่อนตัว โกสท์ได้ค้นพบความรู้สึกแปลกประหลาด ความรู้สึกของมนุษย์เมื่อพบเจอกับปีศาจที่ตนไม่มีทางสู้และเอาชนะได้ ความรู้สึกกลัวและตื่นตระหนก...

“ยังตามมาอีกเหรอ บ้าเอ๊ย!” ยูคยอมตะโกนออกมาอย่างหัวเสีย ลมหายใจเริ่มหอบหนักจนควบคุมไม่ได้ สองขาหยุดขยับเมื่อวิ่งมาจนถึงทางตัน โกสท์ทรุดลงกับพื้น โก่งตัวอาเจียนออกมาด้วยความทรมาร

“อ่อนแอจริงๆ น่าสมเพช” โกสท์พยุงร่างไร้พลังของตนเองขึ้นพิงกำแพง ผีดิบตนนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ รอยยิ้มแสยะชวนขนลุกถูกส่งมาให้เขา

“หยุดเสียทีนะพ่อหนุ่ม” เสียงฝีเท้าค่อยๆใกล้เข้ามา

ยูคยอมหลับตาแน่น ยอมรับความเจ็บปวดที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่กี่วินาทีข้างหน้า อย่างน้อยเขาคงไม่มาจบชีวิตเพียงเพราะผีดิบตนนี้

“สายัณห์สวัสดิ์!” เสียงตะโกนดังมาจากหลังคาบ้านหลังหนึ่ง ผีดิบและโกสท์เงยหน้าขึ้นไปมองก่อนร่างนั้นจะกระโจนลงมาถีบตัวผีดิบจนกระเด็น

โครม!

ร่างของผีดิบแก่อัดกระแทกผนังอย่างแรงจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียว ชายปริศนาหยิบปืนออกมาจากกระเป๋าก่อนบรรจุกระสุนเงินเข้าไปแล้วเล็งเป้า

ปัง!

กระสุนเพียงนัดเดียวพุ่งทะลุตัดขั้วหัวใจของผีดิบจนหยุดทำงานทันที

“ไม่เป็นไรนะคุณ” เขาหันไปถามยูคยอมที่ยังคงยืนนิ่ง

“...ไม่เป็นไร”

“คืนจันทร์มืดใครให้ออกมาเดินเพ่นพ่านแบบนี้ล่ะ นี่มันคืนรวมผีดิบเลยนะ รีบกลับบ้านไปเถอะ บ้านอยู่ไหนเดี๋ยวผมไปส่ง”

“ไม่เป็นไร” ยูคยอมปฏิเสธ จะให้มนุษย์ธรรมดาเดินไปส่งที่ปราสาทโกสท์อย่างนั้นเหรอ...น่าขำสิ้นดี

แต่จากเมื่อครู่ทำให้ยูคยอมได้รู้ว่ามนุษย์เรียกค่ำคืนนี้ว่าคืนจันทร์มืดและมันยังทำให้เขารู้อีกว่าในค่ำคืนนี้...พลังของเขาจะหายไปทั้งหมด กลายเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา

“อย่าพูดแบบนั้นสิครับ ผีดิบเยอะขนาดนี้ เมื่อครู่คุณก็เห็นไม่ใช่เหรอ”

“ไม่เป็นไร...ผมรอจนเช้าก็ได้”

อีกฝ่ายถอนหายใจออกมาเสียงดังแบบไม่เก็บอาการ

“คุณครับ ไม่กลัวเหรอ”

โกสท์แย้มรอยยิ้มท่ามกลางความมืด...กลัวงั้นเหรอ...เขาเคยสัมผัสความรู้สึกนั้นมาแล้วเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี่เอง

“ไม่กลัวแล้ว”

“แปลกคนจังเว้ย” อีกฝ่ายบ่นอุบก่อนเก็บปืนเข้าที่ดังเดิม ในเมืองมีพรรคพวกคอยระวังภัยอยู่ คงไม่เสียหายหากเขาจะเฝ้าชายคนนี้อยู่ตรงนี้

ยูคยอมพอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมไปไหนจึงเลือกที่จะเปิดบทสนทนาแต่จังหวะดันสบกันเข้าพอดี

“คือ/คุณ”

ความเงียบก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ยูคยอมจึงผายมือเป็นเชิงให้อีกฝ่ายได้ถามก่อน

“คุณออกมาทำอะไรตอนกลางคืน”

“แค่ออกมาซื้อเสื้อโค้ท” คำตอบจากยูคยอมนั้นทำเอาอีกฝ่ายขมวดคิ้วมุ่น เหตุผลแปลกประหลาดอะไรแบบนี้...พอลองเพ่งมองโค้ทตัวนั้นก็แอบยิ้ม

“แล้ว...คุณเป็นใคร” ยูคยอมเอ่ยปากถาม

“ผมเป็นเดม่อนฮันเตอร์ ชื่อลอเรน คุณล่ะ”

“ยูคยอม”

บทสนทนาจบลงเสียอย่างนั้น เดม่อนฮันเตอร์ที่พลั้งพลาดช่วยเหลือปีศาจซึ่งแข็งแกร่งที่สุดในหมู่มวลปีศาจ หากเขารู้จะทำหน้าอย่างไรกัน...

“เสื้อตัวนั้น คุณชอบมันเหรอ”

“อืม...สวยดี”

“มันเคยเป็นโค้ทของผม” ลอเรนเอ่ยแล้วสังเกตอาการคนข้างๆ...เงียบ

“ทำไมต้องกลับตอนเช้าล่ะครับ” ลอเรนถามทำลายความเงียบอันน่าอึดอัด

“สะดวกดี”

“ทั้งที่บอกว่าจะไปส่งก็ยังไม่ยอมไปอีก ที่บ้านไม่เป็นห่วงแย่เลยเหรอครับ” ยูคยอมแย้มยิ้ม ที่ปราสาทคงไม่กังวลกับเขาเท่าไหร่นักหรอก

“ไม่หรอก พวกเขาไม่ได้สนใจฉันเท่าไหร่” ลอเรนเหล่มองคนพูด ช่างเป็นคนที่ประหลาดจริงๆ

โกสท์และเดม่อนฮันเตอร์ยืนคุยกันจนแสงตะวันเริ่มสาดส่อง รอยยิ้มปิติฉายชัดบนใบหน้าของโกสท์ เขาหลับตานิ่งสนิทสร้างความสงสัยให้กับลอเรน

“ยูคยอม...”

คนถูกเรียกลืมตาขึ้นพร้อมปีกที่งอกออกมาจากหลัง เดม่อนฮันเตอร์สะดุ้งเฮือก รีบถอยกรูดออกมาตั้งหลักแล้วยกปืนขึ้นทำท่าจะยิง

“แกเป็นปีศาจเหรอ!” ลอเรนตวาดลั่น รู้สึกสับสนจนคิดอะไรไม่ออก

“ฉันก็ไม่ได้ปิดบังอะไร...แค่นายไม่ถาม” ดวงตาสีเลือดกลับคืนมาอีกครั้ง สีดำทมิฬโอบล้อมกรอบมองดูน่าเกรงกลัว

“แก...”

“ฟังนะลอเรน” คนถูกเรียกชะงักกึกราวกับถูกบงการโดยปีศาจ

“ในอนาคต ฉันจะทำให้เผ่าพันธุ์ของเราเป็นพันธมิตรกัน จนถึงตอนนั้น ถ้านายยังไม่ตายจากไปเสียก่อน...” ยูคยอมหยุดพูดไปพักหนึ่งก่อนแย้มรอยยิ้มให้กับลอเรน

“เรามาเล่นหมากรุกด้วยกันสักตานะ”

ปีกสีดำสยายออกก่อนกระพือพาร่างเจ้าของขึ้นไปบนท้องนภา เดม่อนฮันเตอร์มองตามโกสท์ที่บินออกไปก่อนแย้มยิ้มบางๆ

“แล้วเจอกันนะยูคยอม”

 

----END----

 

ตอนนี้เป็นตอนที่อยู่ในเล่มแถมสำหรับคนที่ซื้อรวมเล่มค่ะ

บางส่วนในเนื้อหาอาจมีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมชิงฟิคในอนาคต

ปาล์มเลยนำมาลงให้อีกหลายท่านที่ไม่ได้ซื้อรวมเล่มได้อ่านกัน

ส่วนเนื้อตอนพิเศษที่อยู่ในเล่มหลักยังคงสงวนสิทธ์ให้กับท่านที่ซื้อรวมเล่มและอีบุ๊คค่ะ

ปาล์มจะลง Ghost facts เอาไว้ใน #ฟิคยจก

ใน Ghost facts จะมีคำตอบของคำถามที่ใช้ชิงฟิคในอนาคตด้วย

สามารถอ่านย้อนหลังได้ในแท็กค่ะ

Happy Valentine’s Day

 


(c)              Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

867 ความคิดเห็น

  1. #853 moonnietare (@moonnietare) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 14:59
    แงงงงเก็บตังค์แปปจะซื้ออีบุ๊คของคุณปาร์ม
    #853
    0
  2. #461 อริส (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:50
    ก็ว่า...ทำไมเหมือนเคยอ่านตอนนี้แล้ว แต่ก็ยังอ่านใหม่จนจบนะ แล้วถึงได้ร้ว่าเอาที่อยู่ในเล่มมาลง 55555
    #461
    0
  3. #428 Popeye_19 (@Popeye_19) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:54
    อยากรู้เรื่องราวเหล่านี้จัง แต่อยากได้รวมเล่ม อยากเก็บสะสมไว้จัง
    #428
    0
  4. #427 sometimeonline (@hanny321) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:14
    ได้เห็นท่านราชาปีศาจวิ่งหนีแบบนี้ถือว่าต้องเป็นความลับจริงๆ 
    ขืนยัยแจนรู้รับรองน้ำหูน้ำตาไหลแน่ๆ 
    #427
    0
  5. #426 Mnk_m (@Mnk_m) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:07
    ก้ว่าทำไมคุ้นๆ เคยอ่านในเล่มแล้วนี่เอง 55555 ชอบความมีที่มาที่ไปนะคะ เป็นที่มาของการปรองดองกันในอนาคตจริงๆด้วย ไม่งั้นแจ็คสันไม่ได้มีบทบาทหรอกเนอะ 555555
    #426
    0
  6. #425 lanya78 (@lanya78) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 03:26
    เเล้วเค้าได้เล่นหมากรุกด้วยกันไหมคะ
    #425
    0