ตอนที่ 11 : CHAPTER 2 คำถามกับทางเลือก [3/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 198
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    27 พ.ค. 59


 

            สติที่ดับสูญกลับคืนมาอีกครั้ง

            มารีลืมตาขึ้น เขานอนแผ่หลาบนเตียง มองเพดานอยู่ในห้องของตัวเอง ร่างสังเคราะหของเขาสะอาดเอี่ยมไร้คราบน้ำมัน แขนที่หลุดพังถูกอมแซมหรือสร้างใหม่ก็ไม่ทราบ

            อย่างไรก็ตาม ภาพที่เห็นก็ยังคงพร่าเลือนเล็กน้อยแม้จะถูกเติมน้ำมันคืนชีวิตจนเต็ม มารีหลับตาลง กะพริบตาถี่ๆ พลางคิดว่าตนเองช่างเหมือนมนุษย์เสียจริง...

            อ่อนแอ...เปราะบาง...ตายได้

            ที่จริงมารีปักใจไปแล้วว่าตนเองเป็นตัวถวง คริษฐ์ตั้งใจทำลายเขาทิ้งในห้องใต้ดินนั่น ไม่นึกเลยว่าจะมีโอกาสลืมตาได้สติขึ้นอีกครั้ง หากเป็นมนุษย์คงเรียกว่าการชุบชีวิตใหม่

            ผู้ชักใยต้องการอะไรกันแน่?

            คริษฐ์เปิดประตูเข้ามาพอดี มารีเพียงแต่เหลือบมองผู้เป็นนายซึ่งปล่อยผมยาวยุ่งเหยิง ไม่ได้มัดครึ่งศีรษะดั่งที่ชอบทำเป็นปกติ ปอยผมกัดปลายสีแดงตัดกับเสื้อผสีเข้ม ใบหน้าหลอเหลาดูซีดเซียว รู้เลยว่าไม่ได้นอนมาทั้งคืน

            มารีที่เริ่มคุนชินกับคริษฐ์ฉบับเย็นชาจึงเตรียมตัวรับบรรยากาศกดดันอึมครึม

           

            กว่าจะนะ ไอ้หุ่นกระป๋อง! ฉันไม่ได้นอนทั้งคืน แต่นายเอาแต่นอนอูเนี่ยนะ!

            ใบหน้าที่เมื่อครู่ยังราบเรียบเหมือนหน้ากาก มาตอนนี้ริมฝปากบางกลับฉีกเป็นรอยยิ้มยียวนกวนประสาท...แบบคริษฐ์ที่มารีรู้จักมาโดยตลอด ผู้ชักใยเดินนวยนาดมาทางเตียงเหมือนแมวน้อย ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวใหญ่ขนาดนี้ไม่มีใครเขามองเห็นเป็นแมวหรอก

            “ของใช้การไม่ได้ก็ต้องทิ้ง...แต่บังเอิญฉันเกอมได้แล้วยังยกเครื่องใหม่ให้เจกว่าเดิม าๆ

            ชายหนุ่มซึ่งนั่งลงข้างเตียงของมารีคนนี้ คือคนเดิมก่อนหน้าวันนั้นที่โทรศัพท์ดัง...

            “คุณคริษฐ์...

            “เอ้า ไหนลองอ่านนี่ซิ อ่านออกหรือเปล่า ชายหนุ่มโยนซองจดหมายซองหนึ่งลงบนตักมารี ร่างเล็กหยิบมันขึ้นมาเพมอง เห็นเป็นซองจดหมายสีครีม แต่ตัวอักษรแตกพร่าเหมือนหยดหมึกถูกสะบัดลงบนกระดาษเนื้อบาง

            “ผมอ่านไม่ได้ ภาพมันเบลอ...

            “ก็ว่างั้น เฮ้อ นายนี่มันภาระเกมเมอรจริงๆ ผู้ชักใยผู้ติดเกมจับคางมารีขืนให้เงยขึ้นสบกับดวงตาสีเข้ม มืออีกข้างก็เอื้อมหยิบอุปกรณ์ขนาดพกพาในกระเป๋ารัดติดต้นขา แล้วเงื้อไขควงรูปร่างแปลกตาขนาดเล็กขึ้น

            อย่าดิ้นล่ะ

            ถูกไขควงทิ่มพรวดมิดดามเข้าในดวงตาแบบนี้ หากเป็นมนุษย์คงดิ้นไปแล้ว คริษฐ์คนๆ กวนๆ อยู่ครู่ใหญ่ ซึ่งใครได้เห็นเข้าต้องถูกสมองทรยศ ฉายภาพนี้ซ้ำๆ ในนร้ายอย่างแน่นอน

            “เอ้า เสร็จแล้ว คราวนี้ลองอ่านซิ

            หลังจากดึงไขควงออกก็เช็ดคราบน้ำมันก่อนเก็บกลับไป คริษฐ์มองมารีหยิบซองจดหมายขึ้นมาอ่านอีกครั้ง คราวนี้ตัวอักษรสีแดงปรากฏชัดเจน

            “จดหมายส่งตัวประกอบการเลื่อนขั้น...? มารีอ่านออกเสียงอย่างฉงน ตลอดห้าปีที่อยู่ในองค์กร นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นจดหมายเลื่อนขั้นอย่างเป็นทางการจากศูนย์บัญชาการหลักประเทศอังกฤษ นี่คุณคริษฐ์ได้เลื่อนขั้นหรือครับ

            “ก็เออสิฟะ! แกเห็นเป็นจดหมายไล่ออกปะล่ะ คริษฐ์คงหงุดหงิดกับความหัวช้าของมารี หรือที่ตีความได้อีกแบบว่า อย่างคริษฐ์เนี่ยนะ

            “ที่คุณฆ่าผมในห้องใต้ดิน...ก็เพราะเรื่องเลื่อนขั้นหรือครับ

            มารีแอบตำหนิในใจว่าเจ้านายบ้าอำนาจ!คริษฐ์เป็น พวกทำงานเนี้ยบแต่ชอบออกตัวว่าขี้เกียจและติดเกม เขามีความ-ทะเยอทะยานขนาดที่ยอมพังมารีเพื่ออมและปรับปรุงตั้งแต่เมื่อไรกัน ตั้งแต่รู้ว่าจะได้เลื่อนขั้นน่ะหรือ?

 

            เลือกใช้วิธีอัดตุ๊กตาให้สุดๆ หาจุดบกพร่องแล้วปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ก็เพื่อให้ตนเหมาะสมกับตำแหน่งใหม่

            แค่พังแล้วสร้างขึ้นใหม่...ตรากตรำทั้งหมดก็เพื่อประกาศศักดาของตนเอง

 

            ยิ่งมารีคิด ความเชื่อในตัวคริษฐ์ก็ยิ่งลดลงเรื่อยๆ

            “นายคิดว่าฉันเมายาแก้แพหรือจิตตกอะไรหรือไงเล่า เฮอะ! เพื่อเงินกินบุฟเฟตแพงๆ ปลาดิบไม่อั้น ฉันก็ต้องพยายามสิฟะ ตัวฉันน่ะเกเทพอยู่ละ แต่ตุ๊กตาข้างตัวเนี่ยสิกระอกกระจอก แยจังเนอะ? คริษฐ์หัวเราะด้วยน้ำเสียงชวนหนวกหูดังเดิม ก่อนจะเอานิ้วจิ้มไสกลางหน้าผากมารีจนตุ๊กตาน้อยแหงนเห็นเพดาน ฉันเครียดเรื่องนายจะไปปล่อยไกต่อหน้าเบื้องบนน่ะเซ่ ต้องไปศูนย์ฯ ใหญ่ที่ลอนดอนเลยนะเฟ!

            “ครับ...

            มารีทำได้เพียงรับคำ ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างได้ คำถามที่เกิดขึ้นในใจเมื่อได้เห็นดวงตาล้ำลึกคู่นั้น...

            “คุณคริษฐ์ครับ คุณมี...ครอบครัวหรือเปล่าครับ”

            คำถามไร้ที่มาที่ไปทำให้คริษฐ์นิ่งค้าง ปากกระตุกก่อนจะคลี่ยิ้มขึ้นกว้าง ขำหรือกลบเกลื่อน? แต่มารีมั่นใจว่านั่นเป็นเบาะแสที่ได้รับก่อนตายในครั้งนั้น

            ถึงใบหน้าหญิงสาวคนนั้นจะยังพร่าเลือน แต่วูบหนึ่งเธอช่างดูคล้ายคลึงกับคริษฐ์เหลือเกิน ดวงตาคู่นั้น...มารีไม่ได้จำผิดใช่ไหม

            “ถ้ามีครอบครัว ฉันจะมาเข้าองค์กรนี่ตั้งแต่ตัวกระเปียกเท่านายเรอะ? ว่าแล้วคริษฐ์ก็ยืนเท้าเอว ชี้นิ้วสลับระหว่างตัวเองกับตุ๊กตา รู้หรือเปล่าว่าแผนกมอบตุ๊กตามันบอกฉันว่าไง โธเจ้าเด็กกำพรกลัวเหงาจัง งั้นให้ตุ๊กตาวัยใกล้ๆ กันจะได้มีเพื่อนกับเขาบ้าง แล้วเป็นไงล่ะ เวลาผ่านมาเกือบสิบปี ฉันเลยต้องมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแทน!

            มารีฟังแล้วลังเลว่าการที่คริษฐ์เล่าไม่หยุดแบบนี้เท่ากับต้องการายเบี่ยง หรือเปล่า ชายหนุ่มอาจไม่ได้โกหกเรื่องไม่มีครอบครัว แค่ไม่ได้บอกว่าในอดีตเคยมีหรือไม่...แต่ตุ๊กตาน้อยยังดึงดัน

            “คุณเคยมีครอบครัว และคุณเคยให้ความสำคัญกับ ผู้หญิง คนหนึ่งในครอบครัว คุณถึงได้ตั้งชื่อผมและตุ๊กตาตัวนั้นว่า มารี...

            ตุ๊กตาตัวน้อยกดเสียงเข้มกลับพยายามใช้เบาะแสในมือยิงให้อีกฝ่ายจนมุม คริษฐ์อ้าปากค้าง คิ้วขมวดมุแสดงออกถึงความทึ่งอย่างชัดเจนเกินไป...มารียิงตรงจุด หรือผิดไปไกลจนชายหนุ่มอึ้งล่ะเนี่ย เมื่อตั้งสติได้ ผู้ชักใยก็โวยลั่น

            “โอ! มโนไปถึงจักรวาลไหนแล้ว ชื่อนั่นฉันก็แค่กวนประสาทคนไปเรื่อย ตั้งชื่อเป็นสาวน้อยเพราะตุ๊กตาอย่างนายอิงหน้าตาท่านอาเชอรนั่นไงเล่า แกลคนในองค์กรอะ เข้าใจปะ แล้วพวกมันก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามฉันด้วยเพราะยกตุ๊กตาให้ฉันแล้วนี่ โธเจ้าบื้อ! เพใหญ่ละ กลไกสมองของนายพังอยู่เรอะ สงสัยจะเกินเยียวยาแล้วมั้ง อ่านหนังสือเยอะไปจนอยากแต่งนิยายกับเขาหรือไงหา? สนใจสำนักพิมพ์แนวไหนล่ะ พูนิกาปะ ส่งใบสมัครนักเขียนไปเลยไป”

            มารีหรี่ตามองอย่างจับผิดว่านั่นเป็นการกลบเกลื่อนหรือไม่ แต่อีกฝ่ายใช่ว่าจะใส่ใจ ผู้ชักใยยังคงลอยหน้าลอยตาพูดต่อ จนตอนนี้กำลังนำเสนอผลงานเด่นๆ จากสำนักพิมพ์นั่น และบอกว่าตัวเองหลกว่าพระเอกทุกคนทุกเรื่องของที่นั่นอีกด้วย

            “ถ้าจะแต่งเรื่องเกขนาดนี้ เดี๋ยวฉันเสียสละเป็นพระเอกในเรื่องของนายก็ได้ หาคนวาดให้หลเท่าตัวจริงของฉันละกัน ไอ้ตุ๊กตาเอ!

            ถ้าหากเป็นคนทั่วไปคงเชื่อตามสิ่งที่คริษฐ์พูดแล้ว เรื่องที่ว่ามารีเพอเจไม่ใช่เรื่องที่ชายหนุ่มหลกว่าพระเอกนิยาย... แต่เบาะแสสำคัญอย่างนั้น ตุ๊กตาน้อยไม่อยากยอมแพว่าตนเองเข้าใจผิด

            เพราะตลอดห้าปีมานี้ นี่คือเบาะแสแรกและอาจเป็นเบาะแสเดียวที่มารีไขวคว้าได้

            ต่อให้ปกติคริษฐ์จะพูดมากอยู่แล้ว แต่มารีต้องพนันว่าตนเองสันนิษฐาน ได้ถูกต้อง ต้องเชื่อว่าชายหนุ่มรู้แต่ไม่ยอมบอก แล้วต้องทำอย่างไร คริษฐ์จึงจะยอมตอบคำถามมาตรงๆ

 

            คุณคริษฐ์ บนหน้าของคุณตอนนี้...คือหน้ากากหรือหน้าแท้ครับ

            ทันทีที่เด็กชายถามจบ คริษฐ์ก็ระเบิดหัวเราะอย่างชอบใจ มือกุมท้องข้างหนึ่ง และปาดน้ำตาที่เล็ดจากการหัวเราะมากไป ทิ้งช่วงอยู่เนิ่นนาน กว่าจะหยุดหัวเราะได้ การหยิบชื่อหนังสือต้องห้ามมาถามมันน่าขำขนาดนั้นเชียวหรือ

            “แล้วทำไมฉันต้องใส่หน้ากากปิดบัง ทำไมฉันต้องเปิดเผยหน้าแท้ให้คนเห็น?

            มารีหรี่ตาลงมองอีกครั้ง เขาจะไล่เลียงหรือตามทันผู้ชายคนนี้หรือไม่ สมองกลต่อให้มีระบบประมวลผล ก็มิอาจไล่ตามความลึกลับของจิตใจมนุษย์ได้

            “ช่างเถอะครับ

            มารีถอดใจ และปล่อยให้คริษฐ์หลบซ่อนอยู่ในเปลือกที่ตัวเขาสร้างขึ้น

            “ผมเหนื่อยแล้ว...

            ทั้งมนุษย์และตุ๊กตาต่างก็มีสิ่งที่ไม่ต้องการให้ใครเห็น จึงต้องสร้างเปลือกขึ้นมาเพื่อให้คนอื่นมองเปลือกนอกแทนความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใน
            คริษฐ์มีสิทธิ์ใช้เปลือกนั้นกับใครก็ได้ แม้แต่กับมารี

            และคริษฐ์เองก็ไม่มีสิทธิ์เอาเปลือกของมารีออกไปเช่นกัน

........................................

 

            ร่างบางนั้นวิ่งหนีใครบางคนอย่างเอาเป็นเอาตาย วิ่งตลอดทางระเบียง-หินอ่อนสีเทา ก่อนจะลื่นล้มลงศีรษะฟาดกับพื้น

            และแล้วผู้ล่าก็ก้าวเข้ามาในฉาก...อตัวลงครอมร่างอ่อนปวกเปียก

            “นังโง่...

........................................

 

            เนื้อความในจดหมายบอกให้คริษฐ์ไปสำนักงานใหญ่ที่ลอนดอนพร้อมกับตุ๊กตาในบงการ

            “แต่พนันด้วยอะไหล่ทั้งตัวนายเลยว่า เงินเดือนเยอะขึ้น ประดับตำแหน่งหรู แต่ศูนย์ฯ หลักคงได้สิทธิ์ทำคดีใหญ่ๆ เหมือนเดิม ชายหนุ่มกลอกตาอย่างเอือมระอา ก็ทีมเขาคนเยอะ อ้างเบื้องบนได้ว่า อุ! เจ้าคริษฐ์มันมีแค่หุ่นเด็กตัวเตี้ยชื่อ หนูมารีมีเจ้านายหล ยังไงก็ทำคดีใหญ่เสียหายแน่เลยครับ สูยกให้พวกผมทำไม่ดีกว่าเหรอ ยกพวกไปเก็บกวาดหลักฐานอย่างแมนยำ จบงานแล้วก็สะบัดกกันไปเดินห้างพารากอน ฉลองคดีใหญ่ที่สูอย่างสมศักดิ์ศรีซะไม่มี แหวะ!

            มารีทำเป็นพยักหน้ารับ แต่พุ่งสมาธิไปกับการพับเสื้อผให้คริษฐ์ไว้ใช้เดินทาง

            “สุดท้ายก็โยนคดีวงๆ ที่ขี้เกียจทำเพราะมันไม่เอาไปโมไม่ได้ว่าเฮ้ย! คดีที่ออกขาวฮือฮาทั่วหลนั่นมือผมเอง เออ! ไม่ยุ่งยากดี ให้ทำก็ทำได้ล่ะว! ร่างสูงรัวเป็นชุดด้วยความเร็วเท่ากับนิ้วซึ่งจิ้มเกม ก่อนจะสบถเพราะพลาดท่าศัตรูประจำานที่กำลังเล่น

            สุดท้ายก็บ่นเรื่องเดิมๆ และการเลื่อนตำแหน่งคือพิธีที่เตรียมย้อนกลับสู่วิถีเดิมๆ

            เด็กชายกำลังชั่งใจว่าช่วงนี้คริษฐ์พูดมากน่ารำคาญกว่าเดิม เนื่องจากอัดอั้นจากการทำขรึมเครียดอยู่นาน หรือเพราะ...

 

            หน้ากากหรือหน้าแท้...

 

            มารีความคิดนั้นตกไป ไม่จำเป็นต้องถามเรื่องนี้จากคริษฐ์อีกแล้ว สงสัยไปก็เหนื่อยเปล่าๆ ไม่มีทางได้ฟังความจริงจากผู้เป็นนาย

            หลังจากการถูกฆ่าเพื่อชำแหละครั้งใหญ่ ก็มีแต่การเคี่ยวเข็ญให้มารีฝึกฝนทักษะต่อสูแต่ไม่ได้ระห่ำเท่าครั้งนั้น ไม่รู้ว่าขี้เกียจอมเพราะกลัวไม่ทันวันเดินทาง หรือแค่ระบายความเครียดใส่ทาสของตนเอง

            ฝึกร่างกายอย่างเดียวยังไม่พอ มารีต้องอ่านเอกสารเป็นตั้งๆ จดจำข้อมูลทั้งหมดให้ได้ เล่นเอาระบบประมวลผลของตุ๊กตาตัวน้อยถึงกับขัดข้อง จู่ๆ ก็ดับวูบไม่รู้สึกตัวไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเปิดระบบคืนมาได้อีกครั้งเมื่ออุณหภูมิเย็นลง ปกติมารีไม่ได้ โอเวอรโหลด ง่ายๆ แต่เพราะครั้งนี้เอกสารทั้งหมดเป็นข้อมูลเชิงลึกจนเกินไปขององค์กร

            ราวกับว่าข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับการเผยแพรเป็นทางการ ทว่าเป็นข้อมูลลับจากการสืบเสาะอย่างเข้มข้น ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าห้าปีถึงรวบรวมข้อมูลได้ละเอียดขนาดนี้

            คริษฐ์บังคับให้มารีจดจำเพื่ออะไร

            หรือนี่คืออีกหนึ่งบททดสอบว่าตุ๊กตาตัวนี้มีค่าให้อมแซมหรือควรทิ้งไปซะ?

........................................

 

            คู่หูยมทูตต้อง