Fic Touken Ranbu : แด่โชคชะตาที่ถูกผูกมัด

ตอนที่ 11 : ความปราถนาของเหล่าเด็กๆบ้านโทชิโร่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 171 ครั้ง
    30 พ.ย. 61





                         กว่าจะประชุมก็อีกสามเดือน...อีกตั้งนานแหน่ะ

                         คอนโนสุเกะแจ้งเพิ่มเติมว่าจะมีการแจ้งจดหมายมาอย่างเป็นทางการก่อนการประชุมหนึ่งเดือน  โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ของการประชุมเป็นแค่การหารือกับบอกเล่าข้อมูลพร้อมปรึกษาหาแนวทางในการตั้งรับทั่วไป 

                         "อย่างไรเสียนี่เป็นความคิดของเทพอินาริที่อยากให้ซานิวะทุกท่านสามารถพบหน้าและแลกเปลี่ยนแนวความคิดกันและกันได้...ท่านจึงได้จัดเตรียมสถานที่พิเศษไว้ให้แก่พวกท่าน  และอนุญาตให้นำพาศาสตราเข้าร่วมการประชุมได้ท่านละสองนาย"

                         ดูเหมือนเทพจิ้งจอกจะทราบนิสัยหวาดระแวงของเหล่าซานิวะเป็นอย่างดี  ต่อให้ไม่บอกแต่การมองดูฮงมารุแต่ละที่อันซึ่งซานิวะทั้งห้าประจำอยู่ก็พอจะรู้ได้ถึงความระแวดระวังภัยของตนเองอย่างเต็มที่  เพราะแต่ละคนต่างก็จัดเต็มด้านการป้องกันเรือนตนเองอย่างสุดความสามารถ  เรียกว่าวางกับดักไว้แทบทุกตารางนิ้วเลยทีเดียว  ขนาดคิดว่าซานิวะสายต่อสู้จะไม่ถนัดด้านการวางเขตอาคมแล้วแท้ๆ  แต่พวกเขาก็สร้างความตกอกตกใจให้แก่เทพจิ้งจอกไม่น้อยเลย

                         ระยะเวลาไม่นานพวกเขาก็เรียนรู้อะไรได้ไวอย่างน่าสะพรึง ทั้งที่ไม่ใช่ศาสตร์ที่ถนัดก็เถอะ  เรียกได้ว่าซานิวะที่ได้รับการคัดเลือกในรุ่นนี้แต่ละคนต่างเป็นตัวอันตรายที่ประมาทกันไม่ได้เลย

                         เพื่อป้องกันปัญหาเทพจิ้งจอกจึงเตรียมสถานที่สำหรับการประชุมไว้ให้โดยมอบหมายหน้าที่ในการนำพาซานิวะทั้งห้าผ่านข้ารับใช้เทพอย่างคอนโนสุเกะให้พาพวกเขาไปยังสถานที่จัดเตรียม  นอกเหนือจากนั้นก็มอบให้ซานิวะนำพาศาสตราหรือผู้คุ้มกันเข้าร่วมได้เพียงแค่สองเท่านั้นเอง

                         เหตุก็คงเพราะากคนอาจมากความ...

                         ไอฮาเนะถอนหายใจหลังฟังรายละเอียดเพียงเล็กน้อยนั้นจบ  ว่ากันตามตรงคนติดตามไปแค่คนเดียวก็เกินพอ  แต่เอาเถอะเทพตัดสินใจไปแล้วคงขัดไม่ได้

                         "ก็อีกตั้งสามเดือน  เตรียมความพร้อมเพิ่มอีกหน่อยก็คงดี"  สี่คนที่เหลือน่าจะเป็นคนรู้จักเพราะด้วยสกิลและอันดับการประลองนั้นทั้งสี่ชื่อรวมทั้งตัวเธอต่างก็ผลัดกันสลับสับเปลี่ยนยึดครองกันมาตลอด  หากเทพอินาริปราถนาซานิวะที่แข็งแกร่ง  สี่คนที่ว่านั่นต้องถูกเลือกอย่างแน่นอน

                         เธอครุ่นคิดอย่างเงียบเชียบ  ก่อนหางตาจะเหลือบไปเห็นสองร่างฝาแฝดที่ตัวติดกันราวกับปาท่องโก๋  นามาสึโอะ  และโฮเนะบามิ  โทชิโร่  สองวากิซาชิที่ได้มาแบบแพ๊คคู่นั่นเอง

                         อันที่จริงในบรรดาพี่น้องโทชิโร่  คนที่จะไม่สนิทมากที่สุดก็เห็นจะเป็นสองฝาแฝดนี้กระมัง  อ้ะ...ไม่ใช่เพราะในแง่ของระยะเวลาที่ได้พบกันหรอกนะ  แต่เนื่องจากประวัติของทั้งสองประกอบกับพลังของเธอที่เกี่ยวข้องกับเปลวเพลิง

                         การจะสนิทสนมกับพวกเขาก็คงจะมีปัญหาไม่แพ้กับโซวสะ  ซามอนจิ  อย่างไรก็ดีความสัมพันธ์ระหว่างตนกับชายหนุ่มผมสีชมพูก็ดีขึ้นมากแล้ว  ในตอนนี้แม้จะประสานรวมกับเพลิงแห่งนิรันดร์เขาก็ไม่มีท่าทีหวาดกลัวอะไรอีก

                         ไฟของท่านไม่ได้ดูโหดร้าย...มันอบอุ่นอ่อนโยน...

                         เขาพูดเสมอและเริ่มชอบที่จะได้รับการรักษาบาดแผลโดยตรงจากการใช้เพลิงมากกว่าการจะหนีไปหานายช่างให้ซ่อมเขาเหมือนเมื่อก่อน

                         แต่นั่นคงเป็นอีกเรื่องสำหรับสองฝาแฝดโทชิโร่  กับนามาซึโอะยังไม่เท่าไหร่เขายังยิ้มแย้มทักทาย  แต่โฮเนะบามิแค่มองนิ่งๆด้วยใบหน้าไม่สื่ออารมณ์ใดๆ  ถ้าเทียบกับโอคุริคาระแล้วรายนี้ดูเหนื่อยหน่อยเพราะอ่านสีหน้าท่าทางยากกว่าเหลือเกิน

                         "ท่านไอ..."  หลังจากที่อิชิคิริมารุได้ยินอุกุยสุมารุขอเรียกชื่อตนแบบสั้นเขาก็เริ่มเอาบ้าง  หลังจากนั้นพอคนอื่นได้ยินก็ทำตามจนสุดท้ายชื่อเธอก็โดนย่อให้สั้นเหมือนที่ถูกเรียกแบบนี้ยังไงล่ะ  ไม่ได้ไม่พอใจหรอกนะก็อย่างที่บอกเพราะรู้สึกแปลกๆแต่มันก็ให้ความรู้สึกดีอยู่เหมือนกันเลยอนุญาตให้พวกเขาเรียกต่อไป

                         "ไงทั้งสองคน  จะไปไหนกันเหรอ"

                         "ไม่ได้จะไปที่ไหนหรอกขอรับ  พวกข้าว่างเลยเดินเล่นน่ะ  ว่าแต่ท่านไอไม่ไปซ้อมดาบหรือขอรับ"  ช่วงเวลานี้ยังเช้าอยู่ไอฮาเนะมักใช้เวลาตรงช่วงนี้ในการฝึกดาบ  เหล่าศาสตรารับรู้กันทั่วฉะนั้นหากใครอยากเป็นคู่ซ้อมหรืออยากไปฝึกด้วยก็ใช้เวลาว่างไปรวมตัวกันที่นั่น

                         "โดนคอนโนสุเกะเรียกไว้น่ะสิแถมท่าทางจะคุยปรึกษายาวก็เลยยกเลิกการฝึกช่วงเช้าไปก่อนน่ะ  อีกอย่างโดทานุกิถูกส่งไปออกทัพในวันนี้เลยหาคู่ซ้อมไม่ได้น่ะสิ"  อันที่จริงคือมีคนอยากซ้อมด้วยนั่นแหละแต่พักหลังเธอเริ่มรุนแรงขึ้นหน่อย  สาเหตุของเรื่องก็ต้องไปโทษพ่อดาบอายุน้อยที่ขี้หลงตัวเองอย่างอิสุมิโนะคามินั่นแหละ  ดันพูดมากยามซ้อม  ด้วยความหมั่นไส้(ส่วนตัว)  ก็เลยหวดเต็มเหนี่ยวใส่เอวทำเอาเจ็บระบมลงไปนอนกลิ้งบ่นโอดครวญ  ที่โชคร้ายกว่าคือโดนโฮริคาว่าหันมามองตาเขียวปั๊ดฐานทำร้ายคาเนะซังของเขา

                         แต่เรื่องมันมีต้นสายปลายเหตุ  ก็เลยอบรมไปนิดหน่อยว่าด้วยมารยาทการฝึกดาบ  เนื่องจากการฝึกต้องใช้สมาธิถ้าพูดมากก็อาจทำให้เสียสมาธิจนเป็นบ่อเกิดอุบัติเหตุเช่นเมื่อครู่ได้  ก่อนจะโอ๋เจ้าดาบขี้โอ่ด้วยการรักษาแผลให้ไป  ทำเอาหลังจากนั้นก็ไม่ค่อยมีคนอยากมาซ้อมด้วยแถมได้ยินคำบ่นแว่วๆมาว่าท่านไอยามฝึกดาบนั้นอารมณ์ร้ายซะงั้น

                         นามาสึโอะผู้อยู่ในเหตุการณ์เหมือนโฮเนะบามิหัวเราะแห้งๆ  เขาจำภาพนั้นได้ติดตายิ่งนัก  ทางฟากคนด้านข้างแค่จ้องมองอย่างสงบแล้วหันไปหาฝาแฝดตนเอง  "ข้าขอตัวก่อนละกัน"  แน่นอนว่าเขาพูดกับนามาซึโอะ  ก่อนหันมาโค้งศรีษะแก่นายสาวแล้วถอนตัวจากไปอย่างเงียบเชียบ

                         น้องปลาดุกเอ้ย...นามาสึโอะสีหน้าเจื่อนไปนิด  แต่ไอฮาเนะส่งยิ้มคล้ายปลอบว่าไม่เป็นไรหรอก  "ท่าทางเขาจะไม่ชอบฉันอยู่ดีสินะ"

                         "มันไม่ใช่ความผิดท่านหรอกนะ"

                         เหตุผลที่โฮเนะบามิหลีกหนีซานิวะสาวก็คงเป็นเหตุผลเดียวกับโซวสะ  ซามอนจินั่นแหละ  พวกเขามีความทรงจำที่ไม่ดีเกี่ยวกับไฟ  จากประวัติของเขาช่วงเวลาดังกล่าวเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเอโดะ  ตัวโซวสะและโฮเนะบามิต่างถูกไฟไหม้เผาเสียหายอย่างหนัก  ความจริงบรรดาพี่น้องของพวกโทชิโร่ต่างก็ประสบพบเจอกับเหตุการณ์ไฟไหม้ไม่ต่างกันนัก  แค่โชคร้ายที่โฮเนะบามินั้นเสียหายอย่างหนักส่งผลให้เขาสูญเสียความทรงจำไปทั้งหมด

                         สำหรับคนอื่นอาจจะมีเรื่องราวมากมายในอดีตแต่โฮเนะบามินั้นความทรงจำที่เขามีเป็นเพียงแค่หน้ากระดาษอันว่างเปล่า

                         ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะแสดงสีหน้าอย่างหวาดหวั่นยามเห็นเธอเรียกเปลวเพลิงออกมาในช่วงที่กำลังฝึก  มันเป็นความไม่ตั้งใจของตัวไอฮาเนะเองที่เลินเล่อลืมคิดถึงเรื่องนี้  กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่เขาหันหลังวิ่งหนีออกไปท่ามกลางเสียงตะโกนอย่างตกใจของนามาสึโอะ

                         "ไม่หรอก  ฉันพอเข้าใจพวกนายนะ...ฉันเองก็ไม่ได้คิดจะฝืนใจหรอก  แต่การฝึกคงงดให้ไม่ได้แต่ถ้าต้องออกต่อสู้ละก็จะพยายามหลีกเลี่ยงนะ"  หมายถึงการฝึกเหมือนที่คนอื่นเจอนั้นจะผ่อนปรนไม่ได้  พวกเขาจำต้องออกรบเหมือนคนอื่นและทำงานดั่งเช่นศาสตราคนอื่น  แต่เฉพาะเรื่องการถูกใช้ในการรบกับโยมินั้นจะถูกงดเว้นเอาไว้  จวบจนกว่าจะทำใจ..กล้าเผชิญกับเปลวเพลิงได้เหมือนโซวสะ  ช่วงระยะเวลานั้นจะไม่มีการบังคับใดๆเกิดขึ้นทั้งสิ้น

                         "ไม่เป็นไร  ค่อยๆเป็นค่อยๆไปเถอะไม่ต้องฝืนหรอก"  เด็กสาวยกมือลูบเส้นผมสีดำที่เหมือนกับตนแผ่วเบา  นามาสึโอะขยับยิ้มเล็กน้อยให้กับการปลอบใจของนายตนเอง  "ฉันเองจะระวังเหมือนกันเพราะงั้นขอโทษด้วยนะที่ทำให้นึกถึงเรื่องอดีต"

                         "ขอรับ..."

                         ไอฮาเนะคิดว่าหลังจากพูดคุยเสร็จ  นามาสึโอะคงจะตรงดิ่งกลับไปหาฝาแฝด  แต่กลายเป็นว่าเขามาขอนั่งด้านข้างทำเอาเด็กสาวมึนไปชั่วขณะ

                         ก็ไม่มีเรื่องจะคุยแล้วนี่  ทำไมยังอยู่อีกล่ะ

                         ความจริงตั้งใจจะสร้างผลึกเพลิงออกมาแต่ถ้านามาสึโอะอยู่เห็นทีคงต้องยกเลิกไปก่อน  อย่างไรเสียเขาก็เป็นอีกคนที่มีความทรงจำไม่ดีเกี่ยวกับเปลวเพลิง

                         "ท่านไอขอรับ  คือว่าข้าน่ะ..."

                         "หือ?"

                         สีหน้าหวานเหมือนสตรีเต็มไปด้วยความลังเล  ก่อนจะส่ายหน้าแล้วยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  "เปล่าขอรับ  ไม่มีอะไร...ข้าแค่คิดว่าวันนี้อากาศดีนักก็เท่านั้นเอง"

                         ไอฮาเนะกระพริบตาปริบๆ  ก่อนตอบตามน้ำ  "อืม  นั่นสินะ"

                         "อา  ว่าไปยามัมบะกิริซังกำลังซักผ้าอยู่นี่นา  ข้าว่าจะชวนโฮเนะบามิไปช่วยเขาล่ะขอรับ  ดังนั้นขอตัวก่อนล่ะ"

                         "อืม..."  แล้วน้องปลาดุกก็ก้าวขาตัวเองออกไปอย่างฉับไวทิ้งให้นายสาวขมวดคิ้วพยายามคิดทบทวนว่าทำอะไรผิดไปหรือไม่




                         "พวกทัพแรกกลับมาแล้วขอรับท่านไอ!!!  ซาโยะกับโซวสะได้รับบาดเจ็บขอรับ!!"

                         ผ่านช่วงสายไปไม่เท่าไหร่  ทัพที่ส่งออกไปก็ได้รับบาดเจ็บกลับมา

                         เรื่องนี้ค่อนข้างเหนือความคาดหมาย  แต่ว่าการที่ฮาเซเบะมานั่งคุกเข่าก้มกราบกรานพลางร้องขอให้นายเอาตัวเองไปหลอมทิ้ง  อันนี้สิทั้งเหนือความคาดหมายและตกใจมากกว่าอี๊ก!!! 

                         "เพราะความอ่อนด้อยของข้าจึงทำให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บ!  ตัวข้าช่างบกพร่องในหน้าที่ศาสตราที่ดีนัก!  ทั้งที่ท่านเมตตามอบหมายให้ข้าเป็นแม่ทัพแท้ๆ...!"

                         ครั้งนี้ฮาเซเบะได้รับหน้าที่เป็นแม่ทัพเป็นครั้งแรกดังนั้นเขาจึงฮึกเหิมตั้งแต่ก่อนออกทัพเสียอีก  ครั้นเมื่อกลับมาแล้วผลการต่อสู้ไม่ดีนักมิหนำซ้ำสมาชิกในทัพก็บาดเจ็บหนักกลับมาอีก  มันคงทำให้เขาเสียศูนย์

                         "ฮาเซเบะ...ช่วยตั้งสติแล้วคิดหน่อยซิว่าตอนนี้ควรทำยังไงก่อน"  ถามอย่างอ่อนใจกับท่าทีของเขา  ก็ดูเถอะตอนนี้วุ่นวายจะตายอยู่แล้วยังจะมาทำแบบนี้อีก  "และชีวิตนายเป็นของฉัน  อย่าคิดว่าจะหนีตายไปก่อนล่วงหน้าสิ  เอ้าถ้าเข้าใจแล้วก็เลิกบ้าแล้วมาช่วยกันจับพวกเขาหน่อยสิ!"

                         "ขะขอรับ!"  เมื่อได้ยินคำของนายสาวเขารีบตั้งสติ  ท่าทางคร่ำครวญเมื่อครู่หายไปปลิดทิ้งรีบเข้ามาช่วยคนอื่นพยุงร่างคนเจ็บให้นอนราบไปกับเสื่อทาทามิแล้วถอยออกห่าง  ระหว่างนั้นก็เตรียมจะพูดต่อ  "ถ้าเช่นนั้นข้า..."  เขาเอ่ยค้างเมื่อเปลวไฟสีขาวตรงเข้าห่อหุ้มบาดแผลของสองดาบที่นอนหน้าซีดอยู่  ฮาเซเบะไม่เอ่ยอะไรต่อปล่อยให้เจ้านายทำการรักษาร่างของเพื่อนพ้องที่ร่วมรบอย่างสงบเสงี่ยม  

                         ฟากไอฮาเนะใช้ไฟรักษาพร้อมกันทั้งสองคนโดยมีโคเซ็ตสึมาอยู่ช่วยด้านข้าง

                         สีหน้าอันเย็นชาเต็มไปด้วยความกังวลและเคร่งเครียดเมื่อก้มมองดูสองร่างของพี่น้องตนเองที่ยังหมดสติ

                        "ไม่เป็นไร  ถือว่ายังไม่หนักมากนัก"  ไอฮาเนะเอ่ยปลอบพี่ใหญ่ที่แม้ไม่พูดแต่ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นห่วงเต็มเปี่ยม  เด็กสาวเร่งการรักษาให้เร็วขึ้นกว่าเดิมและเพราะการเพิ่มพลังวิญญาณที่มากขึ้นทำให้ต่อให้ผลาญไปเท่าไหร่ก็ไม่หน้ามืดได้ง่ายๆเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว  

                         เกือบสิบนาทีก็ว่าได้ที่รักษาบาดแผลของสองพี่น้องซามอนจิเสร็จสิ้น  ไอฮาเนะหันกลับไปจัดการร่างศาสตราของทั้งสองอีกครั้ง  แม้กายเนื้อจะได้รับการรักษาแต่ถ้าให้ดีก็ต้องเช็คร่างจริงที่เป็นศาสตราด้วย  อิชิคิริมารุย้ำเสมอว่าหลังจากการปะทะกับโยมิหรือดาบมาร  อย่างน้อยสักครั้งก็ต้องมีการชำระล้างให้กับเหล่าดาบเพื่อป้องกันการถูกแทรกซึมด้วยจิตมารนั่นเอง

                         "เรียบร้อยแล้ว  อีกสักพักก็คงได้สติเดี๋ยวจะวานให้คนอื่นยกสำรับอาหารไปที่ห้องให้ละกันนะ"

                         "ขอบคุณขอรับ"  พี่ใหญ่ซามอนจิเอ่ยกล่าวขอบคุณขณะมองดูซาโยะน้องน้อยที่หลับสนิทด้วยสีหน้าไม่ทรมานจากบาดแผลอีกแล้ว  ไอฮาเนะไหว้วานให้มุทสึโนะคามิไปตามคนอื่นมาช่วยพาสองพี่น้องไปพักผ่อน  ก่อนหันกลับมาจัดการกับสามคนที่เหลือที่มีบาดแผลพอสมควร

                         ขณะไล่เรียงการรักษาไปเรื่อยระหว่างนั้นก็สอบถามถึงสาเหตุจากการบาดเจ็บ

                         จริงอยู่ว่าฮาเซเบะ  โดทานุกิและนิคคาริจะมาใหม่แต่เมื่อมีโซวสะกับซาโยะไปด้วยพวกเขาก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรไม่ใช่หรือ  อีกอย่างสามคนที่มาใหม่ก็โดนส่งไปสนามรบบ่อยระยะหนึ่งแล้วด้วย  ถ้ายังเจ็บหนักกลับมาก็มีอยู่สองอย่าง

                         "ไปเจอเคบิอิชิหรือว่าโยมิล่ะ"

                         "โยมิขอรับ"  แม่ทัพในครั้งนี้ตอบเสียงอ่อยขณะรับการรักษา  เขาบ่ายเบี่ยงบอกว่าเพราะความผิดพลาดของเขาควรได้รับโทษ  ดังนั้นจะขอไปรอให้นายช่างซ่อมเอง  ยอมทนเจ็บเองเป็นการลงโทษแก่ตัวเขา  สุดท้ายไอฮาเนะเลยเขกกะโหลกทำโทษให้หนึ่งดอกแล้วเทศนาอีกสักสิบนาทีก่อนจะจับมาทำแผล

                         "โฮ่  ปรากฏออกมานอกเหนือจากที่คอนโนสุเกะบอกหรือเนี่ย"

                         ตามปกติโยมิจะถูกตรวจพบโดยคอนโนสุเกะแล้วเจ้าจิ้งจอกจะนำมาบอกเพื่อให้ตนไปจัดการ  นอกนั้นแล้วก็พบเจอแต่ศัตรูที่เป็นดาบมารทั่วไปเท่านั้น  ส่วนเคบิอิชิเหรอ...ช่วงนี้พวกมันเงียบหายไปไม่โผล่มาทักทายเลย  ขนาดเยือนแมพเข้าบอสซ้ำซากเคบี้จังก็ไม่โผล่จนสุดท้ายยอมถอดใจไม่ล่าพวกมันซะงั้น

                         "น่าแปลกเหมือนกัน  แต่ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะดันเจอโยมิเข้าเสียได้  ดวงไม่ดีจริงๆฮาเซเบะ"  เธอมองชายหนุ่มที่ยังก้มหน้าสลด  "อย่างไรก็ตามฉันขอลงโทษนายนิดหน่อยละกัน  เอาเป็น...กลับจากนี้ไปเขียนรายงานมาให้ละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด  แล้วก็ช่วงนี้ให้คอยนำอาหารไปส่งให้โซวสะกับซาโยะในสองวันนี้ก็แล้วกัน"

                         "ขอรับ"  

                         ไม่ใช่ว่าอยากลงโทษหรอกนะแต่บางกรณีดั่งเช่นแบบนี้ถ้าไม่ทำอะไรเลย  ตาดาบที่จงรักภักดีสุดๆอย่างฮาเซเบะอาจจะคิดมากก็ได้  ดังนั้นแค่ลงโทษพอหอมปากหอมคอสักนิดก็เกินพอและบทลงโทษนี้ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรด้วย

                         "เออใช่เกือบลืม  ผลึกที่ให้ไปใช้ประโยชน์ได้มากไหม"

                         "เรื่องนั้น...พวกข้าทำมันแตกทั้งหมดเลยขอรับ"  เปลวไฟที่ถูกอัดแน่นในผลึกเข้าปกป้องพวกตนจากการโจมตีของโยมิ  เกราะเพลิงอันงดงามนั้นปัดป้องการโจมตีถ่วงเวลาให้พวกตนถอยร่นออกมาได้สำเร็จ

                         ไอฮาเนะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ  ป้องกันได้หนึ่งครั้งจากการโจมตีเหรอถือว่าไม่แย่นัก  แต่ฮาเซเบะมองว่านั่นเป็นสิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของพลังเจ้านาย  กลับถูกนำไปใช้เพื่อปกป้องพวกตนที่ประมาทถือเป็นการไม่สมควรเลยจริงๆ

                         "ขออภัยด้วยขอรับ!"

                         "ไม่ต้องคิดมาก  ผลึกนั่นทำมาเพื่อการนี้อยู่แล้วถ้ามันได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ก็นับว่าคุ้มค่า  ดีเสียอีกที่มันใช้ป้องกันพวกนายได้..."  นอกจากจะปกป้องการโจมตีแต่ยังป้องกันไม่ให้จิตมารเข้าไปเกาะติดกับดาบ  ก็ถือว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง  "ยังไงก็มีอยู่ตั้งเยอะแยะ  เดี๋ยวไปเอามาเก็บไว้ด้วยล่ะ"

                         "ขอรับ!"  หลังจากนั้นก็ซักถามเหตุการณ์อย่างคร่าวๆอีกเล็กน้อย  ก่อนออกคำสั่งจัดทัพเร่งด่วน  เรียกเอาพวกดาบใหญ่และดาบยาวไปรบ

                         ในครั้งนี้ผู้ที่ไปก็มีจิโร่ทาจิ  ทาโร่ทาจิ  อุกุยสุมารุ  ยามาบูชิ  คุนิฮิโระและโชวคุไดคิริ  มิทสึทาดะโดยผู้เป็นแม่ทัพคือไอฮาเนะที่ไปสนามรบเองอีกครั้งเหมือนอย่างปกติ  หากมีการจัดทัพเพื่อจัดการโยมิผู้เป็นแม่ทัพในทุกครั้งจะเป็นตัวซานิวะเอง  

                         นอกจากนี้ยังมีบ้างที่สลับสับเปลี่ยนให้พวกดาบเป็นแม่ทัพ  แต่เพราะรอบนี้เป็นทัพเร่งด่วนเพราะมีการปรากฏตัวของโยมิโดยที่ไม่ได้รับแจ้ง  ทำให้ต้องเคลื่อนไหวอย่างรัดกุม

                         "โชคดีที่ไม่ใช่แมพกลางคืนและพื้นที่ดันเป็นพื้นที่โล่งกว้างเสียด้วย"  ตามคำรายงานของฮาเซเบะแจ้งว่าพวกเขาเดินทางผ่านแนวชายป่าและโดนพวกโยมิหลอกล่อให้เข้าสู่วงล้อมที่เป็นพื้นที่เปิดโล่ง  พวกตนไล่ตามไม่ทันระวังจึงโดนโอบล้อมก่อนโดนโจมตีจากศัตรูที่รอคอยอยู่

                         พื้นที่กว้างเหรอ  โชคดีจังกำลังอยากทดสอบอะไรพอดีเลย

                         ไอฮาเนะนึกคิดอย่างสนุก  เธอพกพาของเล่นใหม่ที่เตรียมไว้นานแล้วไปสนามรบด้วย  อิชิคิริมารุได้ยินจึงเดินมาส่งพร้อมกับเหล่าศาสตราคนอื่น

                         "ระวังตัวด้วยนะขอรับ"

                         พวกเขาไม่ได้ห้ามปรามได้แต่ร้องขอให้ระวังตัวเช่นเดิม  การไปครั้งนี้มีศาสตราที่ระดับสูงที่สุดอย่างโชวคุไดคิริ  มิทสึทาดะไปเพียงคนเดียว  ที่เหลือล้วนแต่เป็นศาสตราที่มาใหม่ได้ไม่นานทั้งสิ้น

                         "กฏเหล็กมีแค่สามข้อหนึ่งคือห้ามตาย  ถ้าไม่ไหวก็จงถอย  อนุญาตให้เคลื่อนย้ายตัวเองออกจากสนามรบได้ทันทีเมื่อจวนตัว  สองหากมีคำสั่งถอยไม่ว่ายังไงก็ต้องถอยจำไว้ว่าต้องรักษาชีวิตตนเองและพวกพ้องเป็นเรื่องสำคัญที่สุด  สามประเมิณสถานการณ์เสมอหากไม่จำเป็นก็หลีกเลี่ยงการรับดาบโดยตรง  ตามที่เคยบอกกันไปว่าการโจมตีเพียงครั้งสองครั้งสามารถทำลายศาสตราให้แตกหักได้ดังนั้นอย่าบ้าเลือดไปรับดาบพวกมันเชียวล่ะ"

                         โยมิต่างจากดาบมาร...จะด้านพละกำลังหรือขนาดร่างกายก็เถอะ  จะเรียกว่าพวกมันอัพเกรดมากกว่าเดิมหลายเท่าก็ว่าได้  ที่สำคัญคือพวกมันฉลาดเป็นกรด

                         เห็นได้จากการวางแผนหลอกล่อ

                         ครั้นเมื่อมาถึงสถานที่แนวชายป่า  พวกตนได้เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นจวบจนกระทั่งมีโยมิที่มีลักษณะเหมือนดาบมารที่เป็นมีดสั้นปรากฏตัวขึ้นเข้าโจมตี...แต่มันระรานจู่โจมไม่กี่ครั้งก็ถอยร่น

                         คล้ายหลอกล่อ

                         เด็กสาวเห็นแบบนั้นจึงส่งสัญญาณให้ยามาบูชิและอุกุยสุมารุไล่ตามส่วนพวกตนก็เว้นระยะห่างพอประมาณแล้วไล่ตามไป  การทำแบบนี้ก็เพื่อส่งคนไปลองเชิงเท่านั้นเองซึ่งก็ไม่ผิดพวกมันหลอกล่อให้สองดาบไล่ตามไปยังพื้นที่เปิดกว้างซึ่งถูกเตรียมการต้อนรับไว้แล้ว  ครั้นเมื่อพวกเขาเข้าไปใกล้พอโยมิที่เป็นมีดสั้นซึ่งซ่อนตัวอยู่เข้าจู่โจมสกัดกั้นทางหนี  พร้อมกับส่งโยมิโอดาจิเข้าประจันหน้าขวางทางคนที่เหลือซึ่งไล่ตามมา

                         ดวงตาสีชาดพราวระยับยอมรับว่าชื่นชมกับแผนการคิด  "ไม่เลวนี่นา  จะจับแยกเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการสินะแต่น่าเสียดายมีดสั้นพวกนั้นคงไม่ครณามือสองคนนั้นหรอก  ที่เป็นตัวปัญหาก็คือแกเท่านั้นเอง"  เธอไม่รีรอแม้แต่น้อยอาศัยช่องว่างในขณะพูดคุยปล่อยให้จิโร่ทาจิพุ่งเข้าฟาดฟันใส่โอดาจิร่างยักษ์

                         "ดี—ล่ะ! คุณจิโร่จะโกรธละนะ!"  เสียงร่าเริงของโอดาจิในชุดกิโมโนอันงดงามช่างดูไม่เข้ากับสถานการณ์นี้เอาเสียเลย  ด้วยร่างที่สูงและมีเรี่ยวแรงมากจิโร่ทาจิฟาดดาบจนอีกฝ่ายเซไปเล็กน้อย  แต่ด้วยขนาดตัวที่ยังห่างกันพอสมควรท้ายสุดดาบใหญ่ของตนก็เริ่มถูกโต้กลับ

                         "อุ้ย !  แรงเยอะจริงๆน้า!"  อีกฝ่ายอุทานเมื่อศัตรูฟาดดาบเป็นแนวยาวจนเกิดร่องลึกบนพื้น

                         "จิโร่อย่ามัวแต่เล่นสิ!"  ผู้เป็นพี่ชายของดาบใหญ่เอ่ยดุ  ขณะที่เขาก็เตรียมพร้อมเข้าประจันหน้า  อันที่จริงก็คงอยากเข้าไปช่วยแต่ไอฮาเนะยังไม่สั่งเนื่องจากอยากปล่อยให้จิโร่ทดสอบการต่อสู้ด้วยตนเองก่อนเลยได้แต่รั้งรออยู่ด้านข้างนายสาวเท่านั้น

                         "จ้—าๆ  จิโร่จะเอาจริงล่ะน้—า!"  เจ้าตัวกล่าวตอบโต้อย่างสนุกสนานแม้จะหน้าสิ่วหน้าขวานมากขึ้นหลังเจ้าโยมิโอดาจิเริ่มหวดดาบอาละวาด  "เหวอ!

                         จิโร่ทาจิก้มหลบได้อย่างหวุดหวิด  คมดาบเฉียดศรีษะไปนิดมันตัดเครื่องประดับบนผม  "อ๊า!  เครื่องประดับข้า!"

                         "จิโร่!"

                         "ดูท่าทางจะสนุกนะขอรับ  แต่ถ้ายังเล่นต่อสงสัยคงโดนโจมตีแน่ๆเลยล่ะท่านไอ"  มิทสึทาดะยิ้มเครียดหลังเห็นดาบใหญ่ขี้เล่นยังสนุกสนานแต่การหลบหลีกก็ช้าลง  แม้อีกฝ่ายจะเป็นโอดาจิแต่กลับไม่เชื่องช้าสักนิด  ถ้ายังยืดเยื้อเห็นทีจิโร่ทาจิคงได้โดนหวดจนดับแน่ๆ

                         "นั่นสินะ  นี่ก็ยอมให้เล่นเพื่อจะให้พวกเขาคุ้นชินกับการเจอโยมิสักหน่อย...แต่ท่าทางจะสบายไปล่ะมั้ง"  ทำไมมันดูชิวเกินไปน้า  เธอคิดแล้วหันไปมองสองดาบยาวที่พยายามไล่ฟาดฟันศัตรูอย่างมีดสั้น...อืมคิดว่าศัตรูจะมีแต่พวกโอดาจิหรือทาจิซะอีก  จัดทัพผิดอีกแล้วแหะรู้งี้จับมีดสั้นปนมาด้วยดีกว่า

                         ช่วยไม่ได้นะ  ลุยม้วนเดียวให้จบก็คงดี

                         "จิโร่ทาจิ"

                         เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปกว่านี้ไอฮาเนะเรียกจิโร่ให้กลับสู่กายศาสตราและพุ่งทะยานวาดดาบใหญ่เข้าโจมตีทันทีที่โยมิโอดาจิเปิดช่องว่าง  ก่อนจะสับฟันมันแขนขาดแล้วเริ่มการบรรเลงดาบใหญ่เข้าฟาดฟัน  ต้องขอบคุณการมาเยือนของทมโบกิริและอิวะโทชิทำให้เธอได้ฝึกสร้างกล้ามเนื้อตัวเองสำหรับกวัดแกว่งศาสตราที่ใหญ่กว่าร่างตนได้คล่องขึ้น  ทำให้ตอนนี้แม้น้ำหนักของกายศาสตราจริงจะหนักพอสมควรเธอก็ยังกวัดแกว่งมันได้อย่างไม่มีปัญหา

                         โยมิโอดาจิถูกความเร็วที่เหนือกว่ารุกไล่โจมตี  มันพยายามใช้มือที่เหลือปัดป้องแต่ก็โดนตัดจนหมดสิ้น

                         "ฉันไม่อยากเสียเวลากับพวกแกแล้ว  มาทำให้จบสักที"  ไอฮาเนะปิดฉากโยมิโอดาจิอย่างรวดเร็วโดยการผสานเพลิงแห่งนิรันดร์แล้วพุ่งกระโจนเข้าโจมตีมีดสั้นที่เหลือ  กวาดพวกมันไปในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

                         เมื่อมั่นใจว่าบริเวณโดยรอบไม่มีศัตรูแล้วจึงปลดให้จิโร่ทาจิกลับคืนสู่กายเนื้อแล้วเอ่ยตำหนิเล็กน้อย  "รอบหน้าอย่าทำเป็นเล่นอีกล่ะจิโร่...ถึงจะเป็นโอดาจิแต่พวกมันก็ไวกว่าเดิมใช่ไหมล่ะ  ถ้าโดนเข้าจังๆสักครั้งมันจะแย่เอานะ  เพราะงั้นรอบหน้าถ้าประเมิณแล้วว่าเกินกำลังก็เรียกคนอื่นไปช่วยด้วยก็ได้"

                         "จ้าๆ  คุณจิโร่จะจำไว้จ้า"  ดาบใหญ่ว่าขณะยิ้มแย้ม  ไม่แน่ใจว่าจงใจทำเป็นเล่นเพื่อให้ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายแล้วจะได้ให้นายสาวเรียกตนกลับไปเป็นศาสตราต่อสู้หรือไม่  อย่างไรก็ดีการได้กวัดแกว่งดาบใหญ่อีกครั้งก็ทำให้ไอฮาเนะรู้สึกคึกขึ้นมาไม่น้อย

                         "ยามาบูชิกับอุกุยสุมารุรู้สึกยังไงกับการเจอพวกโยมิครั้งแรก"

                         "เหนื่อยมากกว่าตอนเผชิญหน้ากับดาบมารปกติอีกขอรับ"  อุกุยสุมารุตอบตามจริง  เนื่องจากเขาเคยเป็นแค่ดาบที่ถูกวางประดับโชว์จึงมีความกระตือรือร้นมากหลังจากโดนส่งออกรบ  และครั้งนี้เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่โดนให้มารบพร้อมกับเจ้านาย  

                         "พวกมันว่องไวและการโจมตีก็แข็งแกร่งมาก"  ถึงเป็นแค่มีดสั้นแต่พวกมันก็ปราดเปรียวมากกว่าเดิม  

                         สองทาจิมีร่องรอยโดนโจมตีเล็กน้อยแต่ไอฮาเนะมองว่าไม่หนักหนา  พวกเขาสามารถทนได้จึงไม่รักษาให้

                         "นี่มันเพิ่งเริ่มเอง  ของจริงอยู่ด้านหน้าโน่นแหน่ะ"  นิ้วเรียวชี้ไปด้านหลังทั้งสอง  สัมผัสไอสีดำที่ลอยอยู่ในอากาศบ่งบอกว่าพวกตนเจอฐานศัตรู  ตามปกติก็มีไม่น้อยที่โดนส่งมาจักการกับโยมิและเจอแหล่งกบดานที่พวกมันใช้ซ่องสุมกำลังพล  ไอฮาเนะไม่รีรอปล่อยพวกมันไว้นานเธอจัดการขั้นเด็ดขาดในการทำลายกวาดล้างให้สิ้น  เพราะถ้าปล่อยไว้มันก็จะหาทางเพิ่มกำลังพลขึ้นมาเรื่อยๆและเธอต้องถ่อมาจัดการไม่จบไม่สิ้นอีกอยู่ดี

                         มิทสึทาดะก้าวไปช่วยประเมิณสถานการณ์ตรงจุดที่พวกตนอยู่คือเนินสูง  โชคดีที่กำจัดศัตรูได้ไวทำให้พวกที่รออยู่ด้านล่างตรงพื้นที่กว้างนั้นยังไม่รู้ตัว  

                         ดวงตาด้านเดียวจ้องมองกองกำลังของศัตรูอย่างเคร่งเครียด

                         จำนวนเกือบสี่สิบตนถือเป็นทัพที่ใหญ่  เหตุที่ทำให้พวกฮาเซเบะเจ็บหนักกลับมาก็เพราะโดนทัพใหญ่ของศัตรูบุกโจมตีทำให้ตกอยู่ในวงล้อม  ยังดีที่ผลึกเพลิงแห่งนิรันดร์คุ้มครองพวกเขาไว้ได้ไม่อย่างงั้นศาสตราทั้งหกที่ส่งไปคงแตกหักหมดสิ้น

                         "ค่อนข้างหนักนะขอรับ"  ปกติถ้าเจอทัพใหญ่และเป็นแหล่งกบดานจะจัดสองทัพเข้ามาต่อสู้  แต่เป็นเหตุด่วนกะทันหันไอฮาเนะเลยเลือกเอาแค่บางส่วนมา  ประกอบกับอยากทดสอบอะไรสักอย่าง  "อย่างไรถอยกลับไปจัดทัพมาเพิ่มดีกว่าไหมขอรับ"

                         หากเป็นกลุ่มศาสตรารุ่นแรกถ้าจะลุยเลยก็ไม่มีปัญหาแต่ศาสตราที่มาด้วยนั้นยังอยู่ในระดับต่ำ  ต้องใช้เวลาอีกสักระยะกว่าจะแข็งแกร่งพอจะลุยสู้ศึกกับโยมิได้

                         "ไม่หรอก  ตั้งใจมาจัดการแล้วก็ต้องทำ  อีกอย่างคิดว่าฉันจัดคนมาแค่นี้โดยไม่รู้เหรอว่าเราอาจเจอแจ๊คพอตแบบนี้น่ะ"  เด็กสาวยิ้มไม่เครียดมากผิดกับศาสตราคนอื่น

                         "ท่านมีแผน?"  ทาโร่ทาจิถามอย่างสงสัย  ส่วนคนโดนถามหัวเราะแผ่วเบา  รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มิทสึทาดะไม่ได้เห็นมานานปรากฏขึ้น  เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความซวยของเหล่าโยมิ  ยิ่งได้ยินคำถามที่ตามมาดาบหนุ่มนัยน์ตาเดียวก็เริ่มรู้สึกสงสารศัตรูขึ้นมาเสียแล้ว

                         "อืม  แต่ต้องการความช่วยเหลือ  เอาล่ะคนแก่ทั้งหลายยังมีแรงพอจะวิ่งได้อีกหรือไม่?"




                         ไม่ว่าใครก็คงไม่คิดว่าเจ้านายจะใช้แรงงานพวกตนให้ออกวิ่ง  ยิ่งเมื่อถูกยัดบางอย่างมาในมือก็ถูกส่งให้วิ่งไปยังทิศทางต้นลมขณะปล่อยให้สิ่งที่อยู่ในถุงซึ่งน่าจะเป็นละอองสีขาวบางอย่างโปรยปรายไปกับอากาศ  จวบจนสักระยะหนึ่งเหล่าศาสตราทั้งสี่ที่โดนใช้งานจึงได้สังเกตเห็นความผิดปกติ

                         ห้วงบรรยากาศซึ่งปกคลุมไปด้วยไอสีดำเริ่มบิดเบี้ยวเล็กน้อย  ก่อนจะค่อยๆจางลงราวกับมีบางอย่างทำให้มันค่อยๆเลือนหาย  เหล่าโยมิที่รับรู้ถึงความผิดปกติกำลังร้องคำราม  พวกมันกำลังรอคอยให้เหยื่อซึ่งถูกล่อลวงมาติดกับดัก  สิ่งที่พวกมันต้องการคือการบีบให้ศัตรูหาทางหนีมาหาพวกของมัน ณ ลานกว้างแห่งนี้  แต่ถ้ามีกรณีผิดพลาดกลุ่มล่อหลอกจะทำการจัดการเหยื่อทันทีหรืออย่างน้อยๆดาบใหญ่ในพวกมันต้องเหวี่ยงร่างศัตรูที่โดนเล่นงานจนสะบักสะบอมลงมาให้พวกมันจัดการ  แต่นานเข้าก็ไร้วี่แวว

                         จนกระทั่งไอสีดำกำลังถูกกัดกร่อน  ไอพิษที่เสริมสร้างพลังให้พวกมันกำลังถูกทำลายลงทีละน้อย  หลายต่อหลายตนกู่ร้องคำรามคล้ายเจ็บปวดก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อหลีกหนีจากพื้นที่กว้างดังกล่าว

                         แต่มันสายเกินไป

                         วิ้ง

                         เมื่อลำแสงบนพื้นส่องสว่างขึ้น  เหล่าละอองสีขาวที่ถูกโปรยปรายจากต้นลมนั้นกำลังจับตัวรวมกลุ่มกันเป็นเส้น  ก่อนพวกมันจะเริ่มการเชื่อมโยงกันเป็นตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ถูกเขียนไว้ว่า  'ตรึง'

                         กี๊ซซซซซ

                         เสียงร้องคำรามดังก้องอีกครั้งเมื่อแสงสีขาวเปล่งประกายจ้าพร้อมกับเปลวไฟสีขาวที่ลุกพรึ่บขึ้นบนตัวอักษรที่ถูกเชื่อมโยงกันเด่นชัดแล้ว

                         แท้จริงละอองสีขาวนั้นเกิดจากการบีบอัดเปลวเพลิงให้มีขนาดเล็กกว่าเดิมจนยากแก่การมองเห็น  ไอฮาเนะแอบสร้างมันขึ้นมาอย่างนึกสนุก  เนื่องจากมันเล็กเหมาะแก่การไว้ใช้โจมตีศัตรูยามเผลอ  ดังนั้นเธอจึงจัดการมอบให้เหล่าศาสตรานำไปโปรยเหนือลมแล้วรีบถอยออกไปให้ห่าง  ปล่อยให้สายลมพัดพาละอองเล็กๆนี้กระจายไปสู่พื้นลานกว้าง

                         ที่เหลือเธอก็แค่ประสานพลังเชื่อมโยงละอองพวกนั้นให้จับตัวลากเส้นจนเขียนเป็นตัวอักษร  ตามศาสตร์ที่ได้ร่ำเรียนมาเพื่อสร้างเขตแดนกักขังและตรึงเหล่าโยมิไว้ภายใน

                         แน่นอนว่าเมื่อถูกขังด้วยเขตแดนแห่งไฟชำระล้างแถมยังจุดเพลิงให้ติดลุกไหม้ขึ้นมายังใจกลางนั้นอีก...ต่อให้เป็นไอพิษจากปรโลกเมื่อถูกบีบอัดจากรอบด้านก็แทบจะทำอะไรได้ยากลำบากแล้ว

                         การตกอยู่ในเขตแดนก็ไม่ต่างกับสัตว์ป่าที่เหยียบกับดักของนายพราน  และนายพรานก็ไม่ได้ใจดีจะปล่อยให้เหยื่อหนีรอด  

                         เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อย  เสียงของแม่ทัพก็สั่งก้อง

                         "ได้เวลาเก็บกวาดแล้ว"  

                         สิ้นคำสั่งนั้นเหล่าศาสตราที่ซุกซ่อนตัวก็เริ่มทำการโจมตี  เหล่าโยมิที่โดนเพลิงเล่นงานจนเสียพลังไปพอสมควรพยายามตอบโต้  แต่สถานการณ์ไม่เปลี่ยนไปเลยเพราะผู้ที่วางแผนสร้างเขตอาคมกระโจนจากที่หลบซ่อนเข้ามาร่วมบรรเลงการกวาดล้างด้วยตนเอง  พร้อมกันนั้นก็เรียกเอาศาสตราในปกครองซึ่งนำพามาด้วยเข้าร่วมการห้ำหั่นอย่างไม่รีรอ

                         ไม่ต้องพูดถึงบทสรุปเพราะยังไงในเขตแดนนี้ตราบที่ผู้ร่ายยังมีลมหายใจ  จะไม่มีสิ่งใดหลุดเล็ดลอดออกไปอย่างเด็ดขาด  

                         และแน่นอนว่าไอฮาเนะไม่เคยปล่อยให้ศัตรูเหลือรอดแม้แต่เพียงคนเดียว




                         "ท่านไอกลับมาแล้ว!"  เสียงตะโกนดังกันเป็นทอดๆยามเมื่อละอองแสงสีทองปรากฏขึ้นยังลานใจกลางเรือน  เหล่าศาสตราที่ว่างเว้นจากงานมาเตรียมรอการต้อนรับอย่างใจจดใจจ่อและยิ่งยิ้มกว้างเมื่อเห็นร่างทั้งหกกลับมาในสภาพที่ดูดี  กล่าวคือมีแผลและเสื้อผ้ามีร่องรอยฉีกขาดบ้างแต่ไม่หนักหนาเพราะได้รับการรักษามาแล้ว

                         "ยินดีต้อนรับกลับขอรับ"  ผู้เฝ้ารอคอยกล่าวต้อนรับอย่างชื่นมื่น  เช่นเดียวกับผู้ที่กลับมาก็ตอบกลับเหมือนเคย

                         "กลับมาแล้วทุกคน"  เมื่อเห็นสีหน้าเปื้อนยิ้มก็คิดออกได้ไม่ยากว่าผลแพ้ชนะเป็นอย่างไร

                         "ฮ้า  ท่านไอ...วันนี้ข้าขอดื่มสาเกจนโต้รุ่งได้ใช่หรือไม่"  จิโร่เอ่ยถามวันนี้พวกตนได้รบกันอย่างหนักหน่วง  สมควรแก่การได้ดื่มพักบ้างตามสัญญาที่เคยได้ตกลงกันเอาไว้เมื่อแรกพบเจอ

                         "เอาสิ  ในเมื่อพรุ่งนี้ไม่มีตารางทำงานนี่นา  แต่อย่าเอะอะนักล่ะจิโร่"

                         "จ้าๆ  เอาล่ะข้าขอไปอาบน้ำก่อนน้า  มันสนุกก็จริงแต่ก็ชุ่มเหงื่อโชกเลือดทั้งตัวเลย  เอ้าไปกันเถอะท่านพี่ข้าจะถูหลังให้ท่านนะ!"  อาเจ้ใหญ่ควงแขนดาบใหญ่ผู้เป็นพี่ที่ตีหน้าดุใส่น้องตนเองหลังจากทำกิริยามารยาทไม่ค่อยดีนัก  แต่ไอฮาเนะกลับไม่ว่าอะไรซ้ำยังปล่อยไปโดยไม่ว่ากล่าว

                         "วันนี้ทำได้ดีมากทุกคนไปอาบน้ำแล้วพักผ่อนเถอะ"

                         "ขอรับ!"

                         "วันนี้เสียพลังไปเยอะพอสมควรเลยนะขอรับ"  อิชิคิริมารุมักมาตรวจสอบการใช้พลังวิญญาณอยู่เสมอ  ยิ่งเจอกับโยมิเขายิ่งต้องเช็คให้ดีว่านายตนเองฝืนใช้พลังวิญญาณเกินไปกว่าเดิมหรือไม่  แม้จะรู้ดีว่าเธอฝึกเพิ่มพลังวิญญาณมาอย่างหนักหน่วงตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนก็ตาม  "ศึกหนักหรือขอรับ?"

                         "เจอแหล่งกบดานของพวกมันเป็นโยมิทั้งหมดสี่สิบตัว"

                         "หา!!"  คะชูตาโตร้องอย่างตกใจ  สี่สิบตัวก็งานหนักแล้วแถมเป็นโยมิหมดอีก  "จำนวนไม่ใช่น้อยๆเลยนะท่าน!"

                         "ทำไมท่านไม่กลับมาแล้วจัดทัพไปสู้เพิ่มเหมือนอย่างทุกทีละขอรับ"

                         "พอดีอยากทดสอบอะไรสักหน่อยน่ะ  คิดว่าถ้าได้ผลจะได้ลดจำนวนการส่งทัพออกไปจัดการโยมิลง  อย่างไรก็ตามกว่าจะกำจัดหมดก็เล่นเอาล้าเลยเชียวล่ะ"  เธอว่าแล้วส่งเสียงโอดครวญ  การกำจัดศัตรูทั้งหมดนี้ทำเอาร่างกายถึงกับเหนื่อยล้าเลยทีเดียว

                         "งั้นวันนี้ต้องพักผ่อนแต่หัวค่ำนะขอรับ  ถึงจะฟื้นฟูร่างกายได้แต่ยังไงก็ควรจะพักให้มากหน่อยก็ดี"

                         "แน่นอน  ไม่คิดอยู่ดึกหรอกยามาโตะ  อ้าว?พวกโทชิโร่นี่?ล้อมวงอะไรอยู่น่ะ?"

                         แม้จะมีการตะโกนบอกกันเป็นทอดๆแต่เนื่องจากพวกทันโทวนั้นจะอยู่ในเรือนท้ายๆห่างไปหน่อยจนมีบางครั้งไม่ได้ยินเสียงตะโกน  จึงมักไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมาก  และการจัดทัพแบบเร่งรีบนั้นก็บอกแค่ไม่กี่คนให้เตรียมตัวไม่ได้ประกาศให้รับรู้กันหมด  แต่รู้สึกประหลาดใจจริงๆที่เห็นพวกบ้านโทชิโร่ยืนล้อมกันเป็นวงกลมแล้วปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด

                         "อ้าว?  ท่านไอนี่นา?  แต่งตัวแบบนั้นรึท่านจะไปออกรบหรือขอรับ?"  อาคิตะเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นนายสาวและดาบใหญ่กับสองอุจิคาตานะแห่งชินเซ็นกุมิ  เรียกสายตาคนที่เหลือได้เป็นอย่างดี

                         "ท่านไอกลับมาแล้วตะหาก  พวกเจ้าไปอยู่ไหนมาเขารู้กันทั้งนั้น"  คะชูถามอย่างสงสัย  จำได้ว่าขนาดโฮริคาว่ากับอิสุมิโนะคามิอยู่ทำสวนยังรับรู้เลยแท้ๆ

                         "เอ๋?????"  เด็กๆทันโทวร้องเสียงหลง  สีหน้าตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น  "ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?  ไม่สิตอนไหนน่ะขอรับ!?"  เหล่าทันโทวส่วนใหญ่คอยรบเร้าอยากตามออกรบเสมอ  แต่เนื่องจากระดับของโยมินั้นมีความอันตรายอยู่สูงหากไม่จำเป็นจริงไอฮาเนะแทบไม่ค่อยพาไปรบด้วย  เว้นแค่พวกยะเก็นและนากิคิทสึเนะเท่านั้น  ภายหลังก็เริ่มพามิดาเระกับอัตสึชิไปบ้าง  แต่เด็กๆอย่างพวกอาคิตะหรือโทโกไคนั้นต้องคิดให้ดีก่อนจะพาไปจริงๆ

                         "ไปพักใหญ่แล้วก่อนทานข้าวเที่ยงอีก  ตะกี้ก็มีคนตะโกนบอกพวกเจ้าไม่ได้ยินเลยหรือ"  ยามาโตะถามอย่างสงสัยไม่แพ้กัน  มิน่าล่ะว่าทำไมเมื่อครู่ไม่เห็นพวกทันโทวเลยสักคน

                         "มีอะไรหรือเปล่า  รึมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกนายเหรอ?"  ด้วยความเป็นห่วง  ไอฮาเนะจึงหยุดถามให้รู้เรื่อง  จะว่าไปสองสามวันมานี้พวกเด็กๆก็มีท่าทางแปลกๆเอาแต่รวมกลุ่มกันพูดคุยกันสีหน้าเคร่งเครียด

                         "เปล่าขอรับ...พวกข้าแค่...เอ่อข้าว่าท่านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วทานอาหารก่อนดีหรือไม่"  คนตัดบทเป็นยะเก็นตามคาด  เขาผละออกมาพูดคุยปล่อยให้พวกน้องๆแอบสบตามองด้วยท่าทีกังวล

                         "เสื้อผ้าน่ะเปลี่ยนอยู่แล้ว  แต่ที่ฉันสงสัยคือพวกนายมีท่าทางแปลกๆนะ  ถ้ามีอะไรไม่พอใจก็บอกกันตรงๆก็ได้นะฉันไม่ว่าอะไรหรอก"

                         "ไม่ใช่ขอรับ  พวกข้าแค่..."  ทันโทวยังลังเลเนื่องจากเห็นเจ้านายเพิ่งกลับจากสนามรบ  หากแต่คนที่พูดออกมาเพื่อตอบคำถามตามตรงกลับเป็นคนที่คาดไม่ถึงเสียนี่

                         "พวกข้าอยากเจอพี่อิจิขอรับ"

                         "โฮเนะบามิ!!!!"  เด็กบ้านโทชิโร่แหวเสียงดังใส่พี่ชายที่โพล่งขึ้นอย่างไม่ดูสถานการณ์  พวกตนคิดจะรอให้เจ้านายสาวว่างก่อนจึงจะเข้าไปคุยเรื่องนี้  แต่นี่เจ้านายเพิ่งกลับมาเหน็ดเหนื่อยแล้วไปพูดขอทันทีมันก็ดูเสียมารยาทไปหน่อย

                         "พี่อิจิ?  อิจิโกะ  ฮิโตฟุริน่ะเหรอ?"

                         "ขอรับ"

                         ไอฮาเนะพลันนึกขึ้นได้ว่าเด็กบ้านอื่นก็ได้พี่น้องมาอยู่กันครบแล้ว  ยิ่งบ้านโทชิโร่ที่เป็นครอบครัวใหญ่ก็คงอยากเจอพี่ชายคนโตอย่างอิจิโกะไม่มากก็น้อย  แต่ประเด็นไม่ใช่เธอไม่อยากจะพามาหาหรอกนะ

                         "นี่พวกเจ้าท่านไอเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆนะ"  ฟากคะชูหลังได้ยินเรื่องที่พวกมีดสั้นพูดคุยก็ตีหน้าเคร่งแล้วเอ่ยเสียงอันดัง

                         "อึ๋ย..."

                         "น่าๆ  ไม่เป็นไรหรอกคะชู  ว่าแต่ที่รวมกลุ่มคุยกันเคร่งเครียดใช่เรื่องนี้หรือเปล่า"

                         "ขอรับ"  พวกเด็กๆเริ่มตอบรับเสียงอ่อยพลางก้มหน้า  ไอฮาเนะมองอย่างเอ็นดูไม่มีความโกรธเคือง

                         "ฉันเข้าใจนะว่าอยากเจอ  ฉันเองก็อยากพาเขามาหาพวกนายเหมือนกันแต่ติดปัญหาที่หลังจากนายช่างตีนากาโซเนะ  โคเท็ตสึมาให้  รายนั้นก็เอาแต่ตีดาบซ้ำเดิมๆมาไม่หยุดผลาญทรัพยากรที่เตรียมไว้เกลี้ยงเลย"  เธอขู่สารพัดว่าให้เขาตีมาดีๆหน่อย  แต่นายช่างก็เอาแต่ร้องห่มร้องไห้ตะโกนบอกสุดชีวิตว่าข้าทำได้เท่านี้จริงๆขอรับ!  ได้โปรดอย่าฆ่าข้าหมกโรงตีดาบเลยขอรับ!

                         "งั้นถ้าพวกข้าออกไปหาทรัพยากรเพิ่ม..."

                         "ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ทรัพยากรนะ"  ต่อให้หาเพิ่มแต่ตีมาไม่ได้ก็เท่ากับเสียไปเปล่าประโยชน์  "ฉันก็ขู่สารพัดจะขู่จนโดนคนอื่นห้ามไว้ตั้งหลายรอบ  แต่นายช่างก็ไม่ฟังงั้นก็ช่วยไม่ได้..."

                         เด็กสาวครุ่นคิดคำนวนทรัพยากรที่มี  กะคร่าวๆแล้วว่าถ้าเขียนให้คงมีมากพอสำหรับตีทาจิสักห้าเล่ม...แต่ต่อให้ออกเป็นดาบอื่นก็ไม่เป็นไรเธอมีวิธีให้เขาตีออกมาให้เป็นอิจิโกะ  ฮิโตฟุริอยู่แล้ว

                         "อันที่จริงฉันไม่อยากใช้วิธีนี้เลย"  เธอทำเสียงละห้อยพลางกวักมือเหล่าทันโทวให้มาหาพลางย่อตัวลงเล็กน้อย  "ในเมื่อนายช่างทำตามที่ฉันขอไม่ได้  งั้นก็ต้องเป็นหน้าที่พวกนายแล้ว"

                         "เอ๋?"

                         "ท่านไอ..."  อิชิคิริมารุเอ่ยเสียงเย็นส่วนสองดาบคู่ซี้ทำหน้าเจื่อน  คาดเดาได้ว่านายสาวกำลังจะใช้วิธีไหนแต่ไอฮาเนะหันไปฉีกยิ้มแป้นใส่พี่หมอ  พลางทำหน้าประมาณว่าเห็นแก่เด็กเถอะนะ  สงสารพวกเขาหน่อย  ก่อนหันไปกระซิบบอกพวกทันโทวที่มามุงห้อมล้อม  ต่างคนต่างตาโต

                         มาเอดะที่ได้สติรีบวิ่งเข้าไปในเรือนพักของพวกตนหยิบเอากระดาษและพู่กันมาให้นายสาวเขียนตัวเลขทรัพยากรอย่างอารมณ์ดี  พร้อมกับช่วยกันบอกและคิดเลขที่พวกเขาอยากได้ให้เจ้านายช่วยเขียนให้ตามที่ขอ  หลังเขียนมาห้าชุดก็ยื่นส่งไปให้

                         "เอาไปให้นายช่าง  บอกเขาด้วยว่าถ้าไม่ใช่ทาจิเตรียมตัวตายได้เลย  และถ้าอยากให้ได้คนที่ต้องการก็ทำตามที่ฉันแนะนำไปละกัน  นอกนั้นก็โชคดีนะ"  เธอลูบหัวส่งท้ายก่อนบ่ายหน้าเตรียมไปเปลี่ยนเสื้อผ้า  พลางทำหน้าระรื่นหลังจินตนาการออกเกี่ยวกับสีหน้าของนายช่าง  ไม่วายยังกำชับให้คนอื่นแถวนั้นได้ยินเพื่อจะได้ไปบอกต่อ

                         "อ๋อ  แล้วถ้าเรือนใครอยู่ใกล้โรงตีดาบบอกว่าไม่ต้องไปสนใจเสียงอะไรทั้งนั้นนะ"

                         ฮะฮะ  โชคดีนะนายช่าง  หวังว่าจะสนุกกับเสียงเรียกร้องของพวกเด็กๆล่ะ












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 171 ครั้ง

719 ความคิดเห็น

  1. #535 สาวชอบฝัน (@suna-gr) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 13:19

    ขอให้โชคดีนะนายช่าง55555

    #535
    0
  2. #186 BlackBlood45614 (@BlackBlood45614) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 19:04
    นายช่าง คราวนี้อะตายของจริง ไม่ต้องนอนแล้วมั้ง5555
    #186
    0
  3. #71 KazukiRei (@benjarath) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 20:04
    ตาย ตายแน่นายช่างงานนี้555555
    #71
    0
  4. #24 areeyapuga (@areeyapuga) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 10:35
    เด็กๆทุกคนน่าฮักกันมากๆ55555+
    #24
    0
  5. #23 p_ice (@p-ice) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 18:23
    นี้มัน ยืมมือฆ่า ชัดๆ 5555
    #23
    0