Fic Touken Ranbu : แด่โชคชะตาที่ถูกผูกมัด

ตอนที่ 12 : 4.00 มาเยือนแล้วอย่างไร ยินดีหรือ?ก็ไม่...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,256
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 194 ครั้ง
    1 ธ.ค. 61





                         ความจริงเรื่องราวเกี่ยวกับนายหญิงของฮงมารุแห่งนี้ก็เป็นที่ร่ำรือกันถึงความโหดร้ายอยู่แล้ว  ดังนั้นการได้ยินเสียงโหยหวนราวกับคนเสียสติจากโรงตีดาบจึงไม่ได้เป็นเรื่องเกินความคาดหมายใดๆ  ราวกับรู้อยู่แล้วว่าช้าเร็วยังไงมันก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี

                         ต้องขอบคุณการกระจายข่าวกันในหมู่ศาสตราที่รู้หนึ่งคนเท่ากับรู้ทั้งเรือนนัก  เพราะหลังข่าวการสั่งตีทาจิเพื่อตามหาพี่ชายให้เด็กๆบ้านโทชิโร่แพร่ออกไป  ทุกคนต่างก็ส่งสายตาเห็นใจไปทางโรงตีดาบพลางคิดว่าน่าจะหาของกินดีๆไปบำรุงนายช่างของเรือนเสียบ้าง

                         ส่วนคนสั่งการนั้นทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก็แค่เปรยชมพวกเด็กๆว่าทำงานได้ดีนัก  แถมยังยุยงส่งเสริมว่าหากตีดาบเล่มแรกออกมาไม่เป็นทาจิ...ก็เพิ่มความโหดเข้าไปเรื่อยๆ

                         เริ่มจากไล่เรียงดีกรีความโหดร้ายขึ้นเป็นระดับขั้น

                         อันดับแรกนำคำสั่งของนายสาวไปบอกแก่นายช่างพร้อมกำชับว่าขอเป็นพี่อิจิ  ถ้านายช่างตอบรับแบบส่งๆแล้วทำอย่างไม่ใส่ใจก็จงยืนกดดันด้านหลังแผ่จิตสังหารใส่เป็นระยะ  

                         หากโดนขับไล่เหรอ?  ไม่ยากก็ผละออกไปให้นายช่างหายใจสักแปปนึงแล้วไปเกาะหน้าต่างหรือเกาะขอบบานประตูส่งเสียงพี่อิจิดังทวนทุกๆห้านาที

                         ทำแบบนั้นไปตลอดเรื่อยๆโดยสลับผลัดเปลี่ยนกันเอาเอง  และเพื่อไม่ให้เด็กๆต้องเหนื่อยกันเกินไป  นายสาวก็แสนใจดีมอบกล่องอัดเสียงที่นางประดิษฐ์ขึ้นมา  มันเป็นกล่องไม้ลงอาคมอักษรเวทย์ที่มีการทำงานคล้ายเครื่องอัดเสียง  บอกวิธีการใช้ไม่ยากให้พวกเขาพูดคำว่าพี่อิจิลงไปแล้วเอาไปซ่อนในห้องพักของนายช่าง  หลังจากนั้นก็เปิดฝากล่องให้กลไกการทำงานเริ่มต้นขึ้น

                         แล้วหลังจากนั้นนายช่างที่เคารพก็จะได้ยินแต่คำว่าพี่อิจิวนเวียนทั้งคืน...

                         "โหดร้ายนะขอรับ"  ผู้ใจกล้าเอ่ยตำหนินั้นก็คือโซวสะ  ซามอนจิที่ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บแล้ว  เขานั่งอยู่ตรงระเบียงทางเดินพร้อมกับพี่น้องอีกสองคนและเจ้านายสาวที่มาแวะเยี่ยมพวกเขา

                         "คนโหดร้ายคือนายช่างต่างหาก  ฉันก็แค่บอกแนวทางให้พวกเขาไปขอร้อง  ก็พวกนายห้ามไม่ให้ฉันไปประทุษร้ายนายช่าง..."

                         "ท่านก็เลยยืมมือพวกเขา  ช่างร้ายกาจเสียจริงท่านไอ..."  โซวสะยังพูดต่อขณะรินชาส่งให้  ใบหน้าเปื้อนยิ้มเหมือนเคย  จะว่าคนที่กล่าวตำหนิและด่าแบบตรงๆก็มีโซวสะนั่นแหละที่ใจกล้าสุด  ทว่าเขาก็ทราบดีว่าเจ้านายไม่เคยโกรธเคืองเขาเลย

                         "ท่านไม่กลัวว่านายช่างจะสติแตกหรือขอรับ"  ฟากโคเท็ตสึเสียอีกที่กังวลความปลอดภัยของนายช่าง  เขาฟังกรรมวิธีการของนายสาวจากศาสตราคนอื่นแล้วก็คิดว่านายท่านช่างโหดร้ายเหลือเกิน

                         "เขาทนฉันมาได้ตั้ง 100 กว่าวันกับอีแค่นี้ยังเบาะๆ"  แค่กดดันโดยพวกทันโทวยังถือว่าจิ๊บๆไปเลย  เธอหรือสารพัดจะขู่  ทำถึงขนาดจะโยนลงไปเตาหลอมบ้างล่ะ  เอาน้ำมันมาราดรอบโรงตีดาบแล้วขู่จะจุดไฟเผาย่างสดเขาบ้างล่ะ...ดังนั้นการกดดันโดยวิธีนี้คือว่าเบาสุดแล้ว  "อีกอย่างมันคงไม่ดีถ้าปล่อยให้พวกเด็กๆคอยอิจฉาคนอื่น"

                         ?

                         "ไม่รู้เลยรึ"  ไอฮาเนะหยักยิ้มขบขัน  "พวกเขาแอบมองพวกนายนะ...การได้เห็นพี่น้องอยู่กันพร้อมหน้ามีใครบ้างที่ไม่อิจฉา...อย่างไรก็ดีพวกนายก็เป็นครอบครัวแรกที่พี่น้องได้อยู่กันพร้อมหน้าในฮงมารุนี้นะ"  ตามต่อมาด้วยพี่น้องคุนิฮิโระ  ตอนนี้โคเท็ตสึยังขาดอุราชิม่า...  ฮาจิสึกะยังมาขอพร้อมกับนากาโซเนะว่าให้ช่วยรีบหาน้องของพวกเขาให้ทีเถอะ  

                         ก็เข้าใจหรอก  แต่ช่วยรอหน่อยนะทางนี้กำลังเตรียมอยู่เหมือนกันคิดว่าหลังประชุมเสร็จคงได้เวลาหาน้องพวกเขาแล้วล่ะ

                         "ท่านเรียกซาโยะมาก่อนและต่อมาก็เป็นข้า  ตามด้วยท่านพี่โคเท็ตสึ...ว่าไปพวกเราก็ได้อยู่พร้อมหน้ากว่าคนอื่นจริงๆด้วยสินะ"  โซวสะหวนนึกถึงวันแรกๆที่มา  เขาดีใจมากที่น้องชายของเขามารออยู่ก่อนแล้ว  ขาดเหลือแต่พี่ใหญ่ซึ่งก็ตามมาไม่นาน

                         ซาโยะเองก็จำได้เช่นกันเขามาพร้อมกับอิมะโนะสุรึกิ  ถือเป็นมีดสั้นกลุ่มแรกที่อยู่กันมานานเช่นกัน  

                         ไอฮาเนะกวักมือเรียกเด็กชายผมสีฟ้ามาใกล้แล้วเอื้อมมือไปอุ้มร่างเขามานั่งตัก  ซาโยะเป็นเด็กที่เรียบร้อยและน่ารักมาก  เขามีความคิดอ่านเป็นผู้ใหญ่มากกว่ามีดสั้นคนอื่น  เว้นยะเก็นไว้คนละกันรายนั้นเองก็ชอบมองการณ์ไกลเกินตัว  แต่เหนืออื่นใดที่เธอให้ความสนใจแก่เขามากกว่ามีดสั้นคนอื่นคงเป็นอดีตอันมืดมนของเขานั่นเอง

                         ยังจำคำถามแรกเมื่อเจอหน้ากันได้ดี

                         มีคนอยากให้แก้แค้นหรือไม่?

                         แม้จะอายุยืนยาวแต่เขามีรูปลักษณ์เหมือนเด็กและการแสดงออกของเขาก็ใสซื่อบริสุทธิ์เป็นบางครั้ง  จนทำให้ไอฮาเนะรู้สึกเจ็บปวดใจไม่น้อยที่ได้ยินคำถามนั้นจากเด็กชาย  ตัวตนของเขาถูกใช้ในการล้างแค้น...มันเป็นอดีตที่น่าเศร้า  และเจ้าตัวก็ยังคงฝันร้ายถึงอดีตอยู่หลายต่อหลายครั้ง

                         "ท่านไอ...?"

                         ไอฮาเนะลูบเรือนผมนั้นแผ่วเบา  สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล  "แผลหายดีแล้วนะ  ค่อยยังชั่วหน่อยฉันไม่ชอบเห็นพวกนายบาดเจ็บเลยจริงๆ"  ตามปกติก็ชินตากับแผลที่ศาสตราได้รับแต่ถ้าเป็นมีดสั้นดีกรีความเป็นห่วงจะสูงมาก  โดยเฉพาะเมื่อวานที่เห็นชุดสีฟ้าย้อมไปด้วยสีแดงเข้มนั่นช่างชวนให้รู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย

                         "ขอโทษด้วยขอรับ  เป็นข้าที่ไม่ระวังเอง"  เด็กชายตอบเสียงเบาก้มหน้าอย่างเขินอาย  แต่มือของเด็กสาวก็ลูบผมเด็กน้อยบนตักอย่างอ่อนโยนคล้ายปลอบประโลม

                         "เอาเถอะดันไปเจอกับพวกมันแบบนั้น  คงต้องบอกว่าซวยจริงๆ"  เธอถอนหายใจเกี่ยวกับเรื่องโยมิเมื่อวาน  ต่อให้จัดทัพที่มีพวกระดับสูงสุดออกไปก็อาจจะมีสภาพไม่ต่างกับโซวสะและซาโยะแน่

                         "โยมิปรากฏตัวขึ้นนอกเหนือจากการตรวจพบ  ข้าคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่นะท่านไอ"  พี่ใหญ่บ้านซามอนจิมองว่าเหตุผิดปกตินี้ไม่ควรมองข้าม  "แถมด้วยจำนวนขนาดนั้นถ้าหากไม่ตรวจพบคงเกิดปัญหาใหญ่นัก"

                         "ฉันแจ้งเรื่องนี้ไปยังคอนโนสุเกะแล้ว  ฝั่งโน้นก็ดูตกใจน่าดู  ยังไงก็ตามพวกเขากำลังขยายการตรวจค้นเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมแล้วด้วย  ท่าทางระหว่างนี้คงต้องพาศาสตราบางส่วนออกไปรบกับโยมิเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเสียหน่อย"  อย่างไรก็ดีกลุ่มที่มีประสบการณ์การปะทะกับโยมิก็มีไม่มาก ไอฮาเนะคัดเลือกเอาศาสตราระดับสูงไปขั้นต่ำหนึ่งหรือสองคนเสมอ  ขณะที่ค่อยพาคนอื่นๆไปเผชิญหน้าบ้างเป็นบางครั้งเท่านั้น

                         เด็กสาวคิดมาตลอดเกี่ยวกับเรื่องนี้  เรื่องราวของโยมินั้น...พวกตนแทบไม่รู้อะไรเลย

                         หากดาบมารคือเหล่าผู้ที่ต้องการเปลี่ยนประวัติศาสตร์  แล้วโยมิล่ะ?  พวกมันต้องการเปลี่ยนแปลงเหมือนกันก็เถอะ  แต่จากการกระทำที่ผ่านมามันเหมือนต้องการลบประวัติศาสตร์ทิ้งมากกว่าเปลี่ยนเสียอีก

                         "เป็นเช่นนั้นก็คงดีแต่ท่านก็อย่าฝืนตนเองนักเถอะ  ข้าเห็นท่านฝึกแต่ละอย่างแล้วรู้สึกเศร้าใจนักที่ต้องให้ท่านไปสนามรบเช่นนี้"  อันสตรีไม่ควรจับดาบ  มันเป็นแนวความคิดของผู้ชายสมัยเก่า  โดยเฉพาะเหล่าศาสตราก็ยังคงคิดปราถนาไม่อยากให้เจ้านายสาวไปสนามรบเช่นเคย  เพียงแต่พวกเขายินยอมตามใจนางแล้ว  ดังนั้นก็แค่เฝ้ามองและคอยเตือนด้วยความเป็นห่วงเท่านั้น

                         "โคเท็ตสึมาหลังสุดก็เลยไม่เห็นเหมือนที่โซวสะกับซาโยะเห็นสินะ"

                         "หึหึนั่นสินะขอรับก่อนท่านพี่จะมา  ท่านไอฝึกยิ่งกว่านี้อีก  ฝึกจนอิชิคิริมารุซังแทบจะโขกศรีษะขอร้องให้หยุดเลยทีเดียว"  

                         "น่า...นี่ก็เพลาลงไปเยอะแล้ว และฉันกำลังสนศาสตร์การใช้อาคมอยู่  ระยะนี้ก็เลยไม่ค่อยลงแรงเท่าเมื่อก่อนแล้วล่ะ"

                         "ได้ยินแบบนั้นแล้วก็ดีใจนักขอรับ  ข้าล่ะอยากให้ท่านหันมาทำอะไรอย่างกุลสตรีเสียบ้าง"  โซวสะแอบถอนหายใจกับความบ้าระห่ำเกินกว่าเด็กสาวทั่วไปควรทำ  เขาล่ะอยากจับนางมาอบรมสั่งสอนร่วมกับคะเซ็นเสียจริง

                         "ฮะ  อย่าได้พูดไปโซวสะเห็นงี้ฉันโดดคาบเรียนอาจารย์คะเซ็นอยู่นะเออ"

                         ดวงตาของโซวสะพราวระยับพร้อมยิ้มกว้าง  

                         "ระวังเถอะขอรับ  สักวันจะโดนจับให้ไปนั่งเรียนกับคะเซ็นซัง  ถ้าเกิดเรื่องนั้นขึ้นพวกข้าคงช่วยอะไรท่านไม่ได้"

                         "งั้นก็อย่าให้มันเกิดหรือไม่ก็อย่าให้โดนจับได้ก็สิ้นเรื่อง!"

                         "ถ้าทุกคนร่วมมือกันจะจับท่าน  ข้าว่าท่านคงหนียากนะท่านไอ..."

                         "ใจร้ายจังโคเท็ตสึ  ใจคอจะรุมทำร้ายเด็กสาวผู้อ่อนแอคนนี้เชียวรึ"

                         ท่านยังกล้าพูดคำว่าเด็กสาวผู้อ่อนแออีกรึท่านไอ...หากท่านยังอ่อนแอแล้วแข็งแกร่งสำหรับท่านมันระดับไหนกันเล่า

                         สองพี่ใหญ่แห่งบ้านซามอนจิคิดอย่างพร้อมเพรียง  ผิดกับน้องเล็กสุดที่แหงนหน้ามองด้วยแววตาเปล่งประกาย  "อย่าห่วงเลยขอรับ  ข้าจะปกป้องท่านไอเอง..."

                         "แหม  ได้ยินซาโยะพูดแบบนี้แล้วดีใจจริง"  สาวน้อยหัวเราะขณะเอาแก้มถูไถไปกับเรือนผมสีฟ้าอันอ่อนนุ่มทำเอาเด็กชายบนตักหน้าแดงฉ่าด้วยความเขินอาย  เรียกเสียงหัวเราะอย่างเอ็นดูให้แก่คนมองยิ่งนัก

                         ระหว่างจะพูดคุยกันต่อพลันพวกเขาก็ได้ยินเสียงเฮโห่ร้องมาจากทางโรงตีดาบ

                         โคเท็ตสึยิ้มกว้างแม้จะหลับตา  "ข้าคิดว่าพวกโทชิโร่คงได้เจอพี่ชายสมใจแล้วล่ะขอรับ"

                         "นั่นสินะ  ไวกว่าที่คิดซะอีก"

                         "ได้ยินมาว่านายช่างไม่ได้หลับได้นอนเอาแต่โหมตีดาบช่วงก่อนรุ่งสางอีกนะขอรับ"  โซวสะเอ่ยเสริมตาม  เพราะพวกตนเห็นเด็กๆโทชิโร่พร้อมใจกันตื่นแต่เช้าแล้วดิ่งไปหานายช่างทันที  เรียกได้ว่าตอนนี้นายช่างของเรือนตกอยู่ในสภาวะกดดันจะนอนก็นอนไม่เต็มตา  จะพักก็พักได้ไม่สบายใจ  เพราะทุกที่จะมีแต่คำว่าพี่อิจิให้ได้ยินตลอด

                         ข้าว่านายช่างคงจะหลอนอิจิโกะ  ฮิโตฟุริไปอีกนานทีเดียวล่ะ

                         "หากเป็นอิจิโกะจริง  ข้าหวังว่าท่านจะบอกให้พวกเขาหยุดเล่นงานนายช่างนะขอรับ"

                         "ถ้าได้คนที่พวกเขาอยากเจอแล้วละก็  นายช่างก็ปลอดภัยไม่ต้องห่วง"  แต่เขาจะมาเจอะกับเธอต่อนะหึหึ  

                         ไอฮาเนะเผยรอยยิ้มชั่วร้ายขึ้นครู่หนึ่ง  เสียดายที่พี่ใหญ่และน้องเล็กของบ้านซามอนจิไม่ทันเห็นผิดกับอีกคน

                         ชายหนุ่มผมชมพูมองอย่างอ่อนใจ  ต่อให้ได้หยุดพักแต่ก็คงไม่นานเพราะยังมีศาสตราอีกพอสมควรที่ยังไม่ได้ปรากฏที่เรือนแห่งนี้  เอาเป็นว่าถ้าเป็นเวรทำอาหารเขาจะหาของมาบำรุงนายช่างเพิ่มอีกหน่อยละกัน  ไม่งั้นเขาคงได้ตายก่อนเรือนนี้จะได้ศาสตราครบหมดแน่

                         ไม่ช้าทันโทวคนนึงก็วิ่งหอบมาหานายสาวด้วยสีหน้ายินดีอย่างที่สุด  คนที่วิ่งมาคือฮิราโนะนั่นเอง  "ท่านไอ...นายช่างตีดาบเสร็จแล้ว  ท่านช่วยมาอัญเชิญให้พวกข้าด้วยเถอะขอรับ!!!"

                         "งั้นรึ  ดีใจจังเอาล่ะงั้นไปกันเลยนะ  ซาโยะไปไหม?"

                         "ไม่ล่ะขอรับ  ท่านไปเถอะประเดี๋ยวข้าจะไปหาฮาเซเบะซังเพื่อกล่าวขอบคุณที่ช่วยดูแลข้ากับท่านพี่มาตลอดสองวันนี้ขอรับ"

                         "อืม  ช่วยเทศนาเขาหน่อยล่ะหากยังทำหน้าแบบนั้นอีก"  พวกเขาย่อมเข้าใจความหมายของคำว่าหน้าแบบนั้นดี  สองศาสตราที่รับฝากพยักหน้าแข็งขัน  ไอฮาเนะจึงปล่อยให้ซาโยะกระโดดลงจากตักแล้วลุกขึ้นจับมือของฮิราโนะที่เริ่มออกแรงกึ่งลากกึ่งจูงให้เธอรีบเดินไปโรงตีดาบไวๆ

                         "ท่านไอ...นอกจากจะตีได้พี่อิจิแล้วยังตีได้สองศาสตราแห่งซังโจวด้วยนะขอรับ!"

                         "ซังโจว...4.00?"  ถามไปอย่างไม่คิดอะไรมากแต่คำตอบที่ได้ก็ทำเอาอึ้ง

                         "ใช่แล้วขอรับ !!  ยินดีด้วยที่ได้จันทร์เสี้ยวและจิ้งจอกแห่งซังโจวนะขอรับ!!"

                         มาตอนนี้ไอฮาเนะถึงกับช๊อค  ดาบหายากสองดาบมาเยือนเรือนเธอแบบแพ๊คคู่  พระเจ้าช่วยเถอะ!  นี่เธอใช้ดวงหมดไปทั้งชีวิตแล้วใช่หรือไม่!  มิหนำซ้ำยังตีได้อิจิโกะ  ฮิโตฟุริมาอีก  ถึงแม้ว่าคนหลังนี่จะได้พวกทันโทวช่วยก็เถอะ  เอาจริงเธอคิดว่าขอแค่อิจิโกะมาคนเดียวก็ถือว่าพอใจแล้ว  แต่ตัวเลขทรัพยากรก่อนหน้านี้ไม่นึกว่าจะทำให้ตีออกมาได้สองดาบ 4.00ซะงั้น

                         "ท่านไม่ดีใจหรือขอรับ?"  ฮิราโนะถามอย่างสงสัย  ตามปกตินายคนก่อนๆต่างยินดีจะตายที่สองท่านนั้นมาเยือน  ถึงขนาดจัดงานเลี้ยงต้อนรับเอิกเกริก

                         "ฉัน...ก็ดีใจนะแต่แค่ตกใจที่มาคู่น่ะสิ"

                         "นั่นสินะขอรับ  ปกติก็จะค่อยๆมาทีละคน  แต่นี่ท่านโชคดีที่นายช่างตีออกมาได้ 4.00 ในเล่มที่สามและสี่ส่วนพี่อิจิมาเล่มสุดท้ายขอรับ"  หลังจากนั้นฮิราโนะก็บอกว่าตอนแรกตีได้จันทร์เสี้ยวมาก่อน  ตามมาด้วยเจ้าจิ้งจอกซังโจวก่อนตบท้ายด้วยทาจิที่พวกเขาเฝ้ารอคอย

                         "สองดาบแรกได้เป็นอะไรมาล่ะ"

                         "นายช่างตีออกมาได้เป็นวากิซาชิกับอุจิคาตานะที่ซ้ำขอรับ"

                         "จำได้ว่าสั่งให้เป็นทาจิ..."  นายสาวเอ่ยเสียงเย็นคิดในใจว่าคงได้พูดจากับนายช่างสักหน่อยแต่ความคิดถูกเบรคเอาไว้หลังได้ยินคำถัดมา

                         "เพราะงั้นพวกข้าจึงจัดการแบบขั้นหนักหน่วงยังไงล่ะขอรับ!"  การตอบรับแบบยิ้มแย้มเริงร่านี่ทำเอาไอฮาเนะชักสงสัยว่าพวกทันโทวจัดแบบขั้นหนักหน่วงแบบไหน?  เพราะวิธีการที่เธอจัดให้ไปก็หลอนนายช่างไปพอสมควรแล้วนะ

                         แต่ความสงสัยนั้นถูกเก็บงำเอาไว้เมื่อมาถึงโรงตีดาบ  ไอฮาเนะกวาดสายตาไปมองทันโทวที่ห้อมล้อมดาบทาจิเล่มหนึ่งไว้  ส่วนอีกสองเล่มถูกฝาแฝดโทชิโร่ถือไว้คนละเล่ม  หลังเห็นผลงานว่าเป็นจริงอย่างที่ฮิราโนะว่าเธอจึงร้องถามคนสร้างผลงานเสียหน่อย  "นายช่างล่ะ?"

                         ใครสักคนชี้ไปตรงมุมห้อง  สภาพที่เห็นคือนายช่างนอนฟุบหน้าอยู่กับพื้นในสภาพเหมือนตายไปแล้ว  ซานิวะสาวตาโตอย่างตื่นตระหนก  "อย่าบอกนะว่า...!"

                         "แค่สลบไปขอรับ  นายช่างเป็นภูติไม่ตายง่ายหรอกท่าน"  ยะเก็นตอบแบบฉับไวสีหน้าไม่มีความรู้สึกผิดสักนิด  ทั้งที่ภูติใกล้ตายตนนั้นมีสภาพแบบนี้ก็เพราะพวกเขาแท้ๆ

                         "นายช่างแค่หมดแรง  ปล่อยไว้สักพักก็ฟื้นขอรับ!"

                         "ดังนั้นท่านไอช่วยเรียกพี่อิจิให้พวกข้าหน่อยขอรับ!"

                         "เรียกทั้งสองท่านนี้ด้วยขอรับ  แต่ขอพี่อิจิก่อนนะขอรับ!"

                         แม้จะถูกตีมาหลังสุดแต่ก็ได้สิทธิ์ในการถูกเรียกออกมาก่อน  ไอฮาเนะมองสองดาบหายากด้วยแววตาเห็นใจ  "ไม่ต้องใครก่อนหรอก  จะเรียกออกมาพร้อมกันหมดนี่แหละ  เอาล่ะช่วยเอาไปวางตรงโน้นทีเถอะ"  บนโต้ะไม่ห่างกันนักมีพื้นที่มากพอสำหรับวางดาบทั้งสามเล่ม  เหล่าโทชิโร่รีบนำพาทาจิสามเล่มไปวางเรียงกันไว้  ปล่อยให้เจ้านายสาวร่ายคาถาอัญเชิญ

                         กลีบดอกซากุระปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ  พร้อมสายลมจะหมุนวนโอบล้อมรอบห้องก่อนจะค่อยๆปรากฏร่างทั้งสามออกมา

                         "มิคาสึกิ มุเนจิกะ ที่ข้าถูกเรียกว่ามิคาสึกิก็เพราะลวดลายบนใบดาบของข้าน่ะ โปรดดูแลข้าด้วยนะ"

                         "ถึงแม้ว่าข้าจะตัวใหญ่ แต่ชื่อของข้าคือโคกิทสึเนะมารุนะ ไม่ได้ล้อกันเล่นหรอกนะ แล้วข้าก็ไม่ใช่ของปลอมด้วย ข้าตัวเล็กนะ! ถึงแม้ว่าข้าจะตัวใหญ่ก็ตาม!"

                         "ข้าอิจิโกะ ฮิโตฟุริ ดาบยาวเพียงเล่มเดียวที่ถูกตีขึ้นโดยฝีมือของอาวาตะกุจิ โยชิมิทสึ เหล่าโทชิโร่นั่นก็คือพวกน้องชายของ...เหวอ!"

                         การแนะนำตัวสองคนแรกผ่านไปได้ด้วยดีแต่คนสุดท้ายเอ่ยไม่ทันจบก็โดนน้องๆพุ่งกระโดดเข้ากอดจนไอฮาเนะร้องเฮ้ยเสียงหลง

                         ใจเย็นๆ  ก็รู้ว่าพวกนายคิดถึงแต่เดี๋ยวพี่ท่านจะเอวเคล็ดโดนส่งซ่อมหรอกนะ  แล้วดูนั่นสิกระโดดทับกันขนาดนั้นไม่แบนตายเหร๊อะ!

                         "นายไปช่วยขุดพี่ชายออกมาเหอะ  ฉันล่ะกลัวจังพึ่งเรียกมาแท้ๆอาจจะได้ส่งซ่อมล่ะมั้งเนี่ย"  นายสาวเอ่ยอย่างหนักใจกับยะเก็นที่ยืนด้านข้าง  พร้อมกับฝาแฝดโทชิโร่และนากิคิทสึเนะผู้ทอดสายตามองดูน้องๆตนเองที่กระโดดเข้าใส่พี่ชายคนโตด้วยความคิดถึง

                         "พี่อิจิแข็งแรงดีขอรับ  ท่านไม่ต้องกังวลหรอก"  แม้จะดีใจแค่ไหนแต่คนที่ชอบวางตัวเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่ยอมแสดงท่าทีดีใจเด่นชัดนัก  ไอฮาเนะมองอย่างเหนื่อยหน่ายใจขณะผลักพวกเขาไปหาพี่ชาย  แล้วจึงหันไปแนะนำตัวกับทาจิอีกสองเล่มที่ยืนมองเหตุการณ์อย่างเงียบๆ

                         "ยินดีต้อนรับฉันชื่อคานาโมริ  ไอฮาเนะเป็นซานิวะของที่นี่ฝากตัวด้วยล่ะ"  เธอทักทายเหมือนอย่างทุกครั้งด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยน  ไม่ได้แสดงอาการดีใจสุดๆแต่อย่างใด

                         "แต่พวกเราทุกคนเรียกท่านไอว่าท่านไอขอรับ!"  มิดาเระหันมาบอกสองศาสตราที่ยืนอึ้งอยู่นิดหน่อย

                         "นุชิซามะอนุญาตรึขอรับ?"  เป็นจิ้งจอกแห่งซังโจวที่เอ่ยทำลายความอึ้ง  เขาชักไม่แน่ใจว่าควรทำตัวอย่างไรดี

                         "ก็พวกเขาอยากเรียกก็ปล่อยให้พวกเขาเรียกไปเถอะ  ไม่ได้อะไรมากมายนี่นา"  ฟากคนถูกถามก็ยักไหล่ตอบอย่างไม่ใส่ใจ  พลางเบี่ยงตัวเดินไปคว้าร่างนายช่างขึ้นมาดู

                         เธอเกือบหลุดขำหลังเห็นขอบตาดำคล้ำพร้อมกับหน้าซีดเผือด  ว่าแต่ภูตินี่มันหน้าซีดได้ขนาดนี้เลยเหรอ  นี่ซีดอย่างกับกระดาษขาวเลย  

                         "นายช่าง  ยังไม่ตายใช่ไหม"  เด็กสาวชักกังวล  แน่ล่ะถ้าภูติตีดาบตายแล้วฮงมารุเธอจะไปรอดได้ยังไง  แต่ว่านะเป็นภูตินี่นาน่าจะถึกกว่ามนุษย์สิมาตายแบบนี้ได้ไง!?

                         "...เกือบแล้ว...ท่านไอ...ท่านช่างโหดร้ายยิ่งนัก...ท่านไม่ได้ข่มขู่แต่ยืมมือพวกทันโทว...ช่างเหี้ยมโหดยิ่งนัก!"  ถ้อยคำตัดพ้อมาเป็นระลอก  ไอฮาเนะเลยปล่อยร่างภูติจิ๋วร่วงโครมลงกับพื้นแบบไม่ไยดี  ท่ามกลางเสียงร้องของนามาสึโอะที่ช๊อคไปแล้ว

                         แหม  ทีพวกนายเล่นงานนายช่างก่อนหน้าล่ะจ้ะ  เจอปล่อยร่วงแบบนี้ทำเป็นช๊อค

                         "ถ้าท่านยังมีแรงพูดตัดพ้อแสดงว่ายังไม่ตายง่ายๆ  เฮ้อ...เพราะท่านมีแรงพูดมากได้ขนาดนี้กะว่าจะให้หยุดพักตีดาบเห็นทีคงไม่..."

                         "อย่าโหดร้ายนักเลย  ข้าพูดไปแค่นั้นเองนะ  ท่านไอ...โปรดเมตตาให้ข้าได้พักผ่อนอย่างสงบเถิด..."  นายช่างเปลี่ยนท่าทีว่องไวท่าทีจะตายเมื่อครู่หายวับ  สายตาที่เหนื่อยล้าเปลี่ยนเป็นขอร้องซ้ำใบหน้าก็ท่าทำคล้ายจะร้องไห้ออกมาอยู่ร่ำๆ  สร้างความเวทนาให้แก่เหล่าผู้มองดูยิ่งนัก

                         "อันที่จริงฉันอยากคิดบัญชีกับท่านอยู่นะ  เพิ่งบอกให้ตีทาจิแต่สองเล่มแรกคืออะไรหืม?นายช่าง"

                         "คะคือ...มันตีออกมาได้แบบนั้นจริงๆขอรับ  แต่ข้าก็ตีทาจิออกมาสามเล่มนะ!"  แถมยังเป็นสองในสามที่ท่านอยากได้ด้วยนะท่านไอ!

                         ไอฮาเนะมองอย่างสงบพลางถอนหายใจ  "เอาเถอะถือว่าทำได้ดี  ช่วงนี้ท่านก็พักไปพลางๆละกัน  อย่างไรทรัพยากรที่จะให้ตีดาบก็หมดแล้ว  แต่ก็ไม่ได้ว่างหรอกนะหากช่วงนี้ต้องมีการส่งพวกศาสตราซ่อมเร่งด่วนท่านก็ต้องทำเข้าใจไหม"

                         "เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอก  แต่สองวันนี้ข้าขอหยุดพักเถอะ  ข้าไม่ได้นอนมาแต่เมื่อคืนแล้ว  อย่างไรก็สั่งให้พวกทันโทวเอาอุปกรณ์พิลึกของท่านออกจากห้องพักข้าด้วย  ข้าหลอนเสียงนั่นแทบขาดใจแล้ว"

                         คนประดิษฐ์ของพิลึกยิ้มนิดๆขณะหันไปหาทันโทวที่ยังนั่งทับพี่ชายอยู่ไม่เลิก  "อย่างที่ได้ยินนะ  ไปเอาออกแล้วก็เลิกก่อกวนนายช่างได้แล้ว  ภารกิจตามหาพี่ชายพวกนายเสร็จแล้วดังนั้นก็ไม่ต้องรังควานนายช่างอีก  ตกลงนะ?"

                         "ขอร๊าบบ"

                         "เช่นนั้นข้าขอลาไปนอนเลยละกัน  ส่วนพวกท่านก็ย้ายที่เถอะ  ทนอยู่ในที่ทำงานข้าได้อย่างไรร้อนจะตายชัก!"

                         "ไล่กันหรือนายช่าง"

                         "ขะข้าหมายถึงมันร้อนและคนก็เยอะคงอึดอัด  อย่างไรก็ย้ายที่เถอะท่าน...ข้าอยากนอนสักที"

                         ลงท้ายก็ออกจากโรงตีดาบปล่อยนายช่างไปนอนอย่างที่ใจปราถนา  โดยมีเหล่าทันโทวตะโกนขอบคุณเป็นระยะแต่นายช่างไม่สนปิดประตูใส่หน้าอย่างไม่สนมารยาท  ท่าทางจะเคืองที่โดนเล่นงานแน่ๆ

                         "ช่วงนี้ก็ออกให้ห่างโรงตีดาบหน่อยละกัน  ปล่อยนายช่างนอนไปก่อนไว้เค้าอารมณ์เย็นแล้วอะไรก็คงดีขึ้นแหละ"  

                         ไอฮาเนะที่โดนปิดประตูใส่หน้าก็ปลอบด้วยสีหน้าเจื่อนๆ  คิดในใจว่าไว้นายช่างอารมณ์เย็นค่อยไปชวนดื่มชาอย่างสบายๆสักวันละกัน

                         "นากิคิทสึเนะคิดว่าจะทำอินาริซูชิมาให้นายช่างเพื่อตอบแทนที่หาพี่อิจิมาน่ะขอรับ!"  เจ้าจิ้งจอกที่เกาะบนบ่าบอกแก่นายสาว  มันเองก็พอเข้าใจความโกรธเคืองเพราะสิ่งที่พวกโทชิโร่ทำนั้นค่อนข้างโหดร้ายอยู่ไม่น้อยเลย

                         "อืม...พวกข้าจะทำมาขอโทษนายช่างขอรับ..."

                         "พวกข้าจะหาขนมหรือทำของมาขอบคุณและขอโทษนายช่างทีหลังขอรับท่านไอ!"

                         เมื่อเห็นพวกทันโทวสำนึกผิดและเตรียมหาทางแก้ไขก็ยิ้มอย่างโล่งอก  อย่างน้อยพวกเขาก็รับผิดชอบต่อผลการกระทำเหมือนกัน  "ถ้างั้นก็ฝากด้วยล่ะแต่อย่าลืมนะว่าจะทำได้ก็ผ่านไปสองวันก่อน  แล้วก็ไหนๆก็เจอพี่ชายแล้วก็พาเขาไปสำรวจฮงมารุด้วยละกัน  เอา...คนแก่สองคนนั่นไปด้วย"  เธอชี้ไปยัง 4.00 ในตำนานที่ร่างสูงตัวโตสะดุ้งขณะอีกคนที่มีใบหน้างดงามยิ้มค้าง

                         "สะสองคนแก่..."  ฮิราโนะทวนคำหน้าซีดไปนิด  "ถะถึงท่านทั้งสองจะอาวุโสแต่เรียกแบบนั้นมัน..."

                         "ก็แก่จริงๆนี่นา  พันปีได้มั้งถ้าจำไม่ผิด?  ยังไงก็ฝากเป็นธุระด้วยละกันนะ  ฉันขอตัวล่ะ"

                         "เอ่อ..."  มีคนอยากเรียกไว้แต่นายสาวก็หมุนตัวเดินออกไปอีกทางแล้ว  "ข้านึกว่าท่านไอจะดีใจซะอีก"

                         "อ๋อ  พวกเจ้าคงไม่รู้สินะ  ชิบล่ะสิ..!  ข้าต้องไปบอกพวกคะชูกับยามาโตะ!"  ยะเก็นหน้าซีดเผือดนึกขึ้นได้ถึงข้อตกลงระหว่างพวกตนว่าหากศาสตราในตำนานสองคนนี้มาเยือนยังเรือนต้องรีบหาทางเตรียมรับมือ  แต่จะรับมือทันได้อีกหรือไม่ก็รู้  ในเมื่อนายท่านเจอพวกเขาแล้ว

                         "อ้ะ  เรื่องนั้นน่ะหรือขอรับ!  แย่ล่ะสิ!นากิคิทสึเนะทำอย่างไรดีขอรับ!!"

                         เด็กหนุ่มผมเงินสั้นเงียบกริบพูดไม่ออกเหมือนกัน  แต่สีหน้าเรียบเฉยฉายแววกังวลไม่น้อย ทำให้พี่น้องหันมามองพวกเขาอย่างงุนงง  "เป็นอะไรไปน่ะยะเก็น  พวกข้าไม่รู้อะไรเหรอ"

                         "กะ..ก็เรื่องที่หากศาสตราทั้งสองท่านมา  ท่านไออาจจะยังโกรธอยู่..."  เจ้าจิ้งจอกน้อยอธิบายเสียงเบาลงอย่างเกรงกลัวว่าคนที่เดินผละจากไปจะได้ยิน

                         เด็กๆทันโทวตาโต  "เอ๋???  ท่านไอจะโกรธอะไรท่านมิคาสึกิกับท่านโคกิทสึเนะมารุกันล่ะ!"  คนโดนพาดพิงก็ขยับมารับฟังด้วยเช่นกันหลังเจอการพบปะแบบเฉยเมยไร้อาการยินดีเท่าที่ควร  พวกเขาใช่ดูไม่ออกสักหน่อยเพราะแววตาของนายสาวนั้นดูเรียบเฉยไม่ดีใจเลยสักนิด

                         "ก็เพราะทั้งสองท่านไม่มาสักที  ท่านไอก็หมดทรัพยากรไปเยอะแต่นั่นไม่น่าแค้นใจเท่ากับตอนไปตอบรับภารกิจจากเทพอินาริ  แล้วต้องปะทะกับร่างจำแลงของทั้งสองท่านน่ะสิขอรับ!"  

                         "เอ๋!!!!"

                         "ใช่ที่พาคะชูซัง  ยามาโตะซังและทสึรุมารุซังไปแค่สามคนใช่หรือเปล่า"  

                         ในตอนนั้นเป็นภารกิจพิเศษไม่ได้จัดทัพแบบหกคนอย่างปกติ  ไอฮาเนะเลือกสามศาสตราจากทั้งหมดไป  มาทราบทีหลังว่ามันเป็นภารกิจที่เทพอินาริมอบให้  ครั้นเมื่อกลับมาสามคนมีสีหน้าไม่สู้ดีและท่าทางนายสาวจะอารมณ์ไม่ดีเพราะบรรยากาศโดยรอบนั้นตึงเครียด  มาสอบถามได้ความว่าถูกเทพอินาริจัดศาสตราซังโจวเป็น  อิวะโทชิ  โคกิทสึเนะมารุและมิคาสึกิ  มุเนจิกะไว้ทดสอบเจ้านาย

                         "นั่นแหละขอรับ!"

                         "แต่ท่านไอไม่มีท่าทีไม่ดีต่ออิวะโทชิซังนะ!"  ก็พูดคุยดีด้วยปกติเหมือนคนอื่น  ไม่มีท่าทีไม่ชอบใจอะไรเลยแถมสนิทซี้กันด้วยซ้ำ

                         "นั่นเพราะท่านอิวะโทชิไม่ได้พูดจาไม่เข้าหูนี่ขอรับ!"  เจ้าจิ้งจอกน้อยทำท่าคร่ำครวญ  เหตุที่ทำให้นายสาวโมโหสองศาสตรา 4.00 มากเพราะพวกเขาดันพูดจาไม่ดี

                         "ได้ยินจากคะชูว่า  ไปพูดเย้ยหยันทำนองเหน็บแนมท่านกระมัง  ท่านเลยฟาดไม่ยั้งน่ะ"  ยะเก็นเสริมต่อ  จำสีหน้าคนเล่าที่พรั่นพรึงได้ติดตา  ทำให้ต้องจดจำไว้ว่าท่านไอ..ยามโมโหละก็โคตรจะน่ากลัวเลย  และโชคร้ายหน่อยที่นางดันเอาศาสตราเล่มแรกเป็นผู้จัดการปิดฉากจันทร์เสี้ยวร่างจำแลงนั้นอีก

                         "ดังนั้นตอนที่ท่านไอรับตำแหน่งซานิวะอย่างเป็นทางการพวกข้าเลยปรึกษากันว่าจะทำยังไงหากทั้งสองท่านถูกเชิญมาจริงๆ  เพราะไม่รู้ว่าท่านไอจะยังโกรธอีกหรือไม่"

                         "แต่เมื่อครู่  ข้าก็ไม่เห็นท่านไอแสดงท่าทีโกรธอะไรนะ"  อัตสึชิดูอยู่ตลอดก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ

                         "ฮะฮะฮะ  แต่นางไม่ได้ยินดีกับการมาของพวกข้าเลยสักนิดนะ"  จันทร์เสี้ยวที่รับฟังมานานเอ่ยในที่สุด  เมื่อเห็นสายตางุนงงเขาก็พูดสำทับให้เข้าใจด้วยถ้อยคำแสนสั้นอีกครั้งหนึ่ง  "แววตาน่ะ...ไร้ซึ่งความยินดีเลยจริงๆ"

                         "งั้นก็โกรธอยู่ล่ะสินะ"

                         "แย่จัง  ท่านไอยามโกรธข้าว่าน่ากลัวจะตายไป"

                         "อืม..."

                         แล้วเด็กบ้านโทชิโร่ก็แอบส่งสายตาเห็นใจไปให้สองศาสตราชายหนุ่มอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย

                         "เดี๋ยวเถอะพวกเจ้า  อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ  หากนายท่านไม่ว่าอะไรก็คงไม่มีอะไรล่ะมั้ง"  นางคงไม่เอาอารมณ์ส่วนตัวมาปะปนหรอกมั้ง  อีกอย่างนั่นคือร่างจำแลงไม่ใช่ร่างจริงเสียหน่อย

                         "พี่อิจิพวกเราในเรือนตกลงแล้วว่าจะเรียกชื่อนายท่านว่าท่านไอ  ดังนั้นพี่อิจิกับทั้งสองท่านก็เรียกแบบนั้นด้วยนะขอรับ"

                         "ฮะฮะ  งั้นรึๆท่านไองั้นรึ...อืมแต่พวกเจ้าไม่เห็นต้องเครียดเรื่องการเตรียมการรับมือพวกข้าเลยนี่นา"  มิคาสึกิยิ้มขบขันกับสีหน้าเหรอหรา  "เตรียมการรับมือแล้วอย่างไรหากนางจะไม่ไยดีที่เตรียมไว้ก็ไร้ค่า  จะอย่างไรข้าก็มาเยือนเรือนนี้...หากนางไม่พอใจจะหลอมข้าทิ้งก็ย่อมได้  ตัวข้าเองก็คงขัดอะไรไม่ได้หากนางจะบัญชา"

                         "แต่การทำเช่นนั้นกับท่านมิคาสึกิและตัวข้า  นั่นหมายความว่านางแยกแยะอารมณ์ส่วนตัวกับงานมิได้  ที่สำคัญผู้พูดคือร่างจำแลงหาใช่พวกข้า  ดังนั้นหากจะนำความโกรธมาลงที่พวกข้ามันเหมาะสมหรือ"  โคกิคิทสึเนก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน  การเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียดนี้ได้สร้างความกดดันแบบแปลกๆให้ไม่น้อย  ตามปกติพวกเขามักได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีมีไม่กี่ครั้งที่โดนหมางเมิน

                         "อย่างที่ทั้งสองท่านว่า  พวกเจ้าก็ไม่ต้องตื่นตกใจไปหากนายท่านยังไม่มีท่าทีใดๆพวกเจ้าไม่ตีตนไปก่อนไข้หรอกหรือ"  พี่ใหญ่แห่งบ้านโทชิโร่เอ่ยสั่งสอนน้องๆแล้วยิ้มปลอบประโลม

                         "พี่อิจิก็บอกให้เรียกว่าท่านไอไงล่ะ"  น้องๆเริ่มทำหน้าบูดบึ้ง  อิจิโกะพลันย่นคิ้วเมื่อเห็นพวกน้องน้อยทำหน้าไม่พอใจยามที่เขาเรียกนายท่านว่านายท่าน  อยากให้เขาเรียกชื่อหรือ?  แปลกแหะทำไมพวกน้องๆถึงได้มีท่าทีแบบนี้ล่ะ

                         "ก็ได้  ท่านไอสินะ?"

                         น่าสงสัยจริงว่าทำไมน้องๆถึงมีท่าทีเช่นนี้นะ  นายคนนี้ล้างสมองน้องน้อยของเขาหรืออย่างไรกัน?




                         ไอฮาเนะเตรียมเดินกลับไปยังห้องของตนเอง  เธออยากตากแอร์เอ้ย...หมายถึงห้องของตนที่เพิ่มการติดตั้งเจ้าลูกแก้วที่ได้จากการหลอมให้มีความสามารถด้านการปรับเปลี่ยนอากาศให้เป็นความเย็น  เด็กสาวเพิ่งแตกฉานการใช้ศาสตร์อักษรเธอเขียนวงอาคมให้สัมพันธ์กันเพื่อให้มันสามารถทำงานได้เหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้า  ทำให้ตอนนี้ในหน้าร้อนของฮงมารุเธอนั้นไม่ต้องทรมานกับความร้อนระอุของแสงแดดอีกต่อไป

                         แน่นอนว่าเธอทดสอบได้แน่ชัดกับห้องตัวเองแล้วค่อยเอาไปให้หนูลองยาคนอื่นทดลองต่อ  ครั้นผ่านไปสิบคนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทุกอย่างเรียบร้อยดี  ก็เริ่มทำออกมาแจกให้ตามแต่ละคน  หากต้องการก็แค่เอาลูกแก้วไปวางบนแท่นที่ลงอาคมไว้แล้วหลังจากนั้นก็รอสักพักอากาศในห้องก็จะเย็นเหมือนเปิดแอร์

                         นอกเหนือจากนั้นก็ได้สั่งให้นายช่างตีตู้เหล็ก  (แน่นอนว่าข่มขู่ + บีบบังคับ)  ตามที่ออกแบบให้หลังจากนั้นก็ลงอาคมคล้ายๆแบบเดียวกับลูกแก้ว  แต่ครั้งนี้เสริมระบบความทนทานและอักษรเวทย์อย่างอื่นลงไปด้วย  ทำให้ตอนนี้ในครัวได้ตู้เย็นสำหรับเก็บพวกเนื้อสัตว์ได้หลายวันแล้ว  มิทสึทาดะทำสีหน้าปลาบปลื้มหลังได้ยินกรรมวิธีใช้ของมันเลยทีเดียว

                         "อ้าว  ท่านไอจะกลับไปนอนพักหรือขอรับ"  คะชูที่เดินเอาผ้ามาเก็บหันไปทักทาย  ช่วงนี้เจ้านายสาวของตนเริ่มหย่อนยานการฝึกลงระดับหนึ่งซึ่งมันทำให้เขาดีใจมากเพราะนั่นหมายความว่าเธอจะได้มีเวลาพักผ่อนสำหรับร่างกายมากขึ้น  

                         "อืม  คะชูเองถ้าเอาผ้าไปพับในห้องก็ใช้ลูกแก้วทำความเย็นด้วยล่ะ  พับผ้าในห้องตอนบ่ายร้อนไม่ใช่น้อยเลย"

                         "ข้าทำแน่ขอรับ  ขอบคุณที่สร้างมาให้นะขอรับมันช่วยพวกข้าได้เยอะเลยล่ะ"  พวกเขามีสีหน้าปลาบปลื้มหลังได้รับเจ้าลูกแก้วนี่ไปใช้  และหลังจากพบว่ามันไม่พังง่ายๆถ้าไม่ตกแตก  พวกเขาก็ใช้มันอย่างเต็มที่เรียกว่าถ้าว่างก็ไปนอนกลิ้งเกลือกตากอากาศเย็นในห้องกันทีเดียว

                         "แล้วนี่พวกบ้านโทชิโร่เป็นอย่างไรบ้างขอรับ  นายช่างตายหรือยังขอรับ?"  เขาถามด้วยสีหน้าดูไร้ความเป็นห่วงสักนิด  ทั้งที่คำถามเมื่อครู่กำลังถามถึงภูติตีดาบเพียงหนึ่งเดียวของเรือนแท้ๆ

                         "ยัง  แต่นายช่างตีอิจิโกะออกมาได้และฉันอัญเชิญมาแล้วพร้อมกับสองดาบซังโจวน่ะ"

                         "อ้อ  ท่านได้สองดาบซังโจว...ว่าอะไรนะขอรับ!!!"  เพราะตกใจมากเลยย้อนถามเสียงดังแถมยังทำผ้าร่วงหลุดมือจนไอฮาเนะตกใจรีบปรี่มาช่วยเก็บแทบไม่ทัน

                         "นายจะตกใจอะไรขนาดนั้นคะชู  สองดาบซังโจวก็จันทร์เสี้ยวกับเจ้าจิ้งจอกซังโจวไง"

                         "ข้าทราบขอรับ!  แต่ได้สองคนนั้นพร้อมกันมัน...!"

                         "ฮะฮะ  นั่นสินะน่าตกใจจริงแหละ  นี่ยังคิดเลยว่าฉันใช้ดวงหมดไปทั้งชีวิตหรือยังเนี่ยได้สองดาบหายากมาพร้อมเพรียงแบบนี้"

                         "แล้ว.."  คะชูมีสีหน้ากังวล  "ท่านไม่เป็นไรเหรอกับสองคนนั่น?"

                         ตอนแรกไอฮาเนะทำหน้างงว่าทำไม่ต้องกังวลขนาดนั้น  พลันนึกขึ้นได้ว่าเพราะอะไรเธอเลยร้องอ๋อ  "เรื่องตอนนั้นน่ะรึ  บ้าจริงนี่นายยังคิดอะไรขนาดนั้นเนี่ย"

                         "ก็....ตอนที่ท่านเอาชนะชายผู้นั้นได้ท่านดูหัวเสียยิ่งนักแถมอารมณ์ก็ดูไม่ค่อยจะดี  พวกข้าเลยกลัวว่าถ้าสองคนนั้นมาจะทำให้ท่านไม่พอใจหรือเปล่า"

                         ถึงจะจดจำคำพูดพวกนั้นได้  แต่ก็แค่การเย้ยหยันตามบทบาทที่เขาสั่งให้พูด  แถมเป็นแค่ของเลียนแบบอีก  "เรื่องมันนานขนาดนั้นแล้วพวกนายก็เหลือเกินยังจำได้อีกนะ"  ว่าอย่างระอาขณะหอบเอาผ้ามาส่งให้อีกฝ่ายที่รับด้วยสีหน้าไม่สู้ดี

                         "ถ้ายังเอาเรื่องนั้นมาตัดสินอีกก็คงไม่ยุติธรรมนี่นะ  ยังไงพวกเขาก็มาแล้วนี่นาไว้หลังจากนี้ค่อยเรียนรู้กันไปละกัน  ก็นะถึงจะมาเอาป่านนี้ก็ไม่ยินดีหรอก..."  ท่อนท้ายเธอว่าเสียงเบา  สำหรับเธอได้คนใหม่มามันก็ดีแต่ความรู้สึกผูกพันธ์กับคนเก่าก่อนก็มีมาก  ดังนั้นต่อให้เป็นศาสตราหายากมากแค่ไหนแต่คุณค่าทางจิตใจและสายสัมพันธ์ไม่ได้แน่นแฟ้นเท่าคนก่อนๆ  ก็เลยไม่รู้สึกอะไรสักเท่าไหร่หรอก

                         สีหน้าและแววตาของชายหนุ่มตรงหน้ายังมีความกังวลไม่น้อย  ไอฮาเนะเลยบอกกับเขาอีกครั้ง  "จะอย่างไรเรือนนี้ก็ยึดถือความเท่าเทียม   อย่าได้มาคาดหวังว่าฉันจะโอ๋พวกเขาหรือยกย่องมากนักล่ะ  จะดีเลิศมาจากไหนก็ต้องฝึกเหมือนกันหมด  ฉะนั้นฝากคุณพี่เลี้ยงด้วยล่ะ"

                         "เอ้ะ  ข้าเหรอขอรับ?"

                         "ใช่สิ  ถ้าไม่ใช่นายจะเป็นใคร  นับจากนี้นายต้องคอยดูแลคนมาใหม่  คอยช่วยแนะนำอะไรหลายต่อหลายอย่างเพราะนายเป็นศาสตราเล่มแรกของฉันอยู่กับฉันมานานที่สุด  ดังนั้นก็น่าจะรู้ใจฉันที่สุด"  นายสาวหัวเราะให้กับสีหน้าเหรอหราของผู้ได้รับตำแหน่งใหม่  ดวงตาสีแดงเหมือนตนเปล่งประกายยินดี  ยิ่งคำว่าศาสตราเล่มแรกนั้นก็สร้างความปลาบปลื้มใจไม่น้อยเลย

                         ไม่ว่าจะเมื่อไหร่  ใครจะมาเพิ่มอีกเท่าไหร่แต่เขาก็ยังเป็นที่หนึ่งและได้รับสิทธิ์อะไรต่างๆก่อนใครเสมอ

                         นั่นเป็นสิ่งย้ำเตือนคะชูว่าเขายังคงเป็นที่รักอันดับหนึ่งเสมอในใจของนายสาว  ฉะนั้นเขาจึงมีท่าทีขึงขังจริงจังมากขึ้นขณะตอบรับเสียงหนักแน่น

                         "ขอรับ  ข้าจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดโปรดวางใจได้เลยท่านไอ!"

                         ในเมื่อท่านมอบหมายให้เช่นนี้  ตัวข้า คะชู  คิโยมิทสึจะไม่มีวันทำให้ท่านผิดหวังอย่างเด็ดขาดท่านไอ...












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 194 ครั้ง

716 ความคิดเห็น

  1. #592 JustAEcho (@JustAEcho) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 20:51
    วงวารปู่กับจิ้งกลม5555 แต่ยังไงก็รักคะชูน้าา เล่มแรกก
    #592
    0
  2. #30 Ame-himesama (@ame-sama) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 23:37
    แอบสงสาร2ปู่​ โดนหาว่าแก่นี่ถึงกับสะดุ้งยิ้มค้างเลยทีเดียว
    #30
    0
  3. #27 p_ice (@p-ice) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 19:26
    2 ปู่คงช็อคอะ แต่พวกนายก็คิดมากไป นายท่านแค่เสมอภาคเอง
    #27
    0
  4. #26 Crisis (@Ramena) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 18:52

    อิจิโกะ 3.20 ค่ะ เราเขียนไม่ชัดเอง ตอนนี้แก้แล้วนะคะ ขอบคุณที่เตือนค่า ^ ^

    #26
    0
  5. #25 §INERZIA§ (@kazegawaminto) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 18:37

    สงสารนายช่าง555 จะเกิดเป็นอะไรก็ได้ แต่อย่าเกิดเป็นนายช่างเรือนนี้เด็ดขาด555

    อิจิโกะนี่4.00หรอคะ ไม่ใช่3.20หรอกรึ

    #25
    0