Fic Touken Ranbu : แด่โชคชะตาที่ถูกผูกมัด

ตอนที่ 21 : อดีตที่เพรียกหา...ความมืดมิดที่เริ่มเกาะกิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 813
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    12 ธ.ค. 61





                         กล่าวกันว่าห้วงความฝันนั้นแท้จริงมาจากความปราถนาส่วนลึกจากจิตใต้สำนึก  หรือไม่  ก็คือภาพความทรงจำที่เคยปิดกั้นเอาไว้ในส่วนลึกสุดของหัวใจ

                         เด็กชายก็จำไม่ได้ว่าตนฝันเช่นนี้มานานขนาดไหน  ไม่สิครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้...

                         “ดังเต่าทะเลตาบอดที่ตามหาขอนไม้ลอยน้ำในมหาสมุทรกว้างใหญ่ ข้ารอคอยกาลแห่งชีวิตที่บุปผาแห่งอุดงเงะจะเบ่งบานมานานเหลือเกิน…”

                         เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นในห้วงคำนึง

                         ก่อนความรู้สึกที่ร่างจะถูกนำไปเสียบทะลุบางอย่าง

                         อา....ใช่แล้วล่ะ  นั่นคือข้าเองนี่นา...

                         ภาพของชายคนหนึ่งปักมีดสั้นเข้าช่วงท้องของชายอีกคนด้วยความโกรธแค้น  เหตุเพราะชายผู้ถูกสังหารได้ลงมือปลิดชีพบิดามารดาของชายผู้ลงมือ

                         เด็กชายมองภาพเหล่านั้นอีกครั้ง  หัวใจที่เต้นระรัวรู้สึกหวาดหวั่นและหนาวเหน็บยามเมื่อตระหนักถึงตัวตนจริงๆของตนเอง

                         ตัวข้าที่มีชีวิต  ตัวตนที่คงเหลืออยู่  ความอาฆาคแค้นพยาบาทที่อัดแน่นในตัวนั้นได้ถูกนำมาใช้ในการล้างแค้น...

                         นั่นคือข้า  ตัวตนของมีดเล่มนั้น...ที่อาบย้อมไปด้วยสีแดงสดของเลือด

                         มีดเล่มนั้น...คือตัวข้า   ซาโยะ  ซามอนจิ....

                         มีดสั้นที่มีไว้เพื่อการแก้แค้น...

                        




                         ใบหน้าของสองพี่น้องซึ่งนอนขนาบข้างได้แต่ก้มมองผู้เป็นน้องอย่างไม่สงบใจนัก  สีหน้าทรมานแสนสาหัสที่กัดกินภายในห้วงความทรงจำของน้องชายทำให้เขาฝันร้ายแทบทุกราตรี

                         "เราควรทำอย่างไรดีท่านพี่โคเท็ตสึ?"  ชายหนุ่มผมสีชมพูเอ่ยถามดวงตาสองสีไม่อาจละจากใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเด็กชายได้  แววตาเขาสะท้อนแต่ความเจ็บปวด  สงสารและเวทนาต่อเด็กชายผู้ต้องทนทุกข์อยู่กับอดีตอันมืดมน

                         "เมื่อก่อนไม่ได้เป็นบ่อยขนาดนี้ไม่ใช่รึ?"  หลายเดือนที่ผ่านมาซาโยะมีอาการฝันร้ายอยู่บ้างแต่ไม่ได้เป็นบ่อยจนถี่เช่นทุกคืนแบบนี้  จะบอกว่าหลังจากช่วงงานเทศกาลชมดอกไม้ไฟผ่านมาทุกอย่างก็ปกติดีหมด  การปะทะกับดาบมารก็ราบรื่นไม่มีการบาดเจ็บใดๆเลยสักนิดเดียว  กระนั้นหลังจากช่วงอาทิตย์ที่สองนับจากผ่านงานเทศกาลมาเด็กชายกลับมีอาการฝันร้ายแทบทุกคืน

                         สองพี่ชายได้แต่มองหน้าอย่างกังวลอย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ  พวกเขาทำได้แค่คอยปลอบประโลมและพยายามทำให้น้องชายร่าเริงอย่างสุดความสามารถ  ช่วงนี้เองก็มีเด็กบ้านโทชิโร่มาชวนซาโยะไปเล่นด้วยแต่เด็กชายก็บ่ายเบี่ยง  เอาแต่ไปหลบมุมไม่ยิ้มแย้มสักเท่าไหร่นัก

                         "สิ่งที่ทำได้คือการดูแลและคอยปลอบซาโยะเพียงเท่านั้นกระมัง...อย่างไรเรื่องนี้ข้าจะลองปรึกษากับอิชิคิริมารุและท่านไอดูสักครั้ง"

                         "จะดีหรือขอรับ?  ตอนนี้ทั้งสองท่านกำลังวุ่นวายอยู่กับการเผชิญหน้าโยมิอย่างเต็มรูปแบบเลยนี่"  โซวสะถามอย่างกังวล  แม้จะรู้ดีว่านายสาวไม่มีทางละเลยในเรื่องนี้  แต่ถ้าเป็นเรื่องที่สามารถจัดการกันเองได้ก็ไม่อยากรบกวน  ในช่วงนี้การศึกถือว่าทวีความตึงเครียดกันมากขึ้นเรื่อยๆ  เหตุเพราะหลังจากแจ้งเรื่องรายละเอียดจากการตรวจจับจิตมารในงานเทศกาล  ซานิวะที่เหลือเริ่มมีท่าทีตึงเครียดมากขึ้น

                         ท่านไอจงใจรายงานในเรื่องนี้แก่ซานิวะเพื่อหลอกล่อให้ซานิวะอีกเรือนที่ชื่อโอยาคิริเข้ามาตรวจตราแถวย่านการค้าให้บ่อยขึ้น  หากจิตมารที่ตรวจจับมีความเป็นไปได้ว่าเป็นโยมิทสึรุมารุแล้วละก็  การดึงเหยื่อให้มาล่อเป้าก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะนายสาวต้องการข้อมูลหรือระดับพลังที่แท้จริงจากดาบที่กลายเป็นโยมิทั้งหมด

                         สืบเนื่องจากการรายงานของโอยาคิริไม่ได้ระบุอะไรแน่ชัด  เขาแจ้งอย่างง่ายๆว่าเกิดความผิดพลาดจากการปะทะโยมิและทำให้ดาบถูกกลืนกิน  ไม่ได้บอกเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดจนโดนซานิวะหลายฝ่ายตำหนิอย่างหนัก  อีกทั้งยังไม่ระบุเกี่ยวกับขีดความสามารถและอันตรายของดาบเล่มนั้นแม้แต่นิดเดียว

                         ไม่ยอมบอกดีๆ  งั้นก็ช่วยไม่ได้

                         ไอฮาเนะไม่ใช่คนดีอยู่แล้ว  ในเมื่อสิ่งที่อยากได้ไม่ถูกส่งมาให้  งั้นเธอก็จะใช้วิธีของตัวเอง  

                         โซวสะยอมรับว่าเจ้านายตนนั้นร้ายกาจและเลือดเย็น  แต่วิธีการนี้เป็นทางที่จะปกป้องพวกตนและหลีกเลี่ยงการปะทะที่ดูน่าอันตรายได้ดีที่สุด  ดังนั้นเขาจึงมองในมุมมองการศึกว่ามันไม่แปลกที่จะใช้ประโยชน์จากสิ่งรอบด้านให้มากที่สุด  ไม่ให้ตัวและพวกของตนเองต้องเดือดร้อนหรือเสี่ยงตายมากเกินไป

                         ที่สำคัญนางก็ใช้ประโยชน์จากความรู้สึกของชายหนุ่มผมเงินหลอกล่อให้เขามาเป็นเหยื่อ  สำหรับโอยาคิริที่เสียศูนย์ไปหากได้ยินเรื่องราวเหล่านี้จะเชื่อหรือไม่ก็คงลองเสี่ยง  และก็เป็นตามคาดศาสตราจำนวนหนึ่งและซานิวะหนุ่มปรากฏตัวบ่อยครั้งในย่านการค้า  ศาสตราในเรือนที่ออกไปจับจ่ายซื้อของยิ่งเพิ่มความระวัง  พวกเขาหลีกเลี่ยงการปะทะและการพบปะอย่างไม่จำเป็น

                         "ข้าคิดว่าหากนางมารับรู้เรื่องราวครั้งหลังคงโกรธหนักแน่  อย่างไรก็รายงานไปตามตรงส่วนนางจะมีท่าทีอย่างไรก็สุดแท้แต่นางเถอะ"

                         ไอฮาเนะให้ความห่วงใยกับทันโทวมากกว่าศาสตราประเภทใดๆ  ส่วนหนึ่งเพราะรูปลักษณ์ของพวกเขาเป็นเด็กเล็ก  ด้วยความที่รักเอ็นดูมากจึงให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ  ซึ่งศาสตราทั่วทั้งเรือนทราบดีจึงไม่มีใครว่ากล่าวหรือคิดอิจฉาใดๆ  ดังนั้นหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับทันโทว  ไม่ว่าจะเป็นเด็กบ้านไหนหากไม่รีบบอกแล้วมาทราบทีหลัง  นางคงอาละวาดใส่แน่

                         ผู้เป็นน้องชายเผยยิ้มเจื่อน  "งั้นข้าจะเป็นผู้ไปแจ้งแก่นางเอง"

                         "อืม  ในตอนนี้พวกเราต้องดูแลซาโยะให้ดี"  โคเท็ตสึย้ำอย่างหนักแน่น  ต่อให้นายไม่สนแต่เด็กชายคือน้องคนสุดท้อง  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาต้องปกป้องดูแลอย่างสุดความสามารถ

                         โซวสะพยักหน้ารับหนักแน่นขณะตอบเสียงเบา

                         "ข้าทราบแล้วขอรับท่านพี่"




                         ยามเช้าแต่ละวัน...เด็กสาวผู้เป็นนายเหนือของฮงมารุแห่งนี้ยังปฏิบัติภารกิจยามเช้าตามกิจวัตรประจำวันตนเองไม่ได้ขาด  เธอไม่ยอมผ่อนปรนตนเองในการละเลยด้านการฝึก  ยิ่งมีติวเตอร์สุดเข้มอย่างโดทานุกิมาช่วยด้วยแล้ว  ตารางการฝึกหากไม่มีอะไรเร่งด่วนพวกตนจะไม่มีวันเปลี่ยน  อีกทั้งเขายังทำหน้าที่ในการจัดเปลี่ยนรูปแบบการฝึกให้เหมาะสมสลับกับให้ลองประลองร่วมกับดาบ  เรียกว่าเขามีหัวในด้านการสอนและฝึกฝนได้ดีจนน่าตกใจ

                         แต่นั่นแหละหลังจากฝึกแล้วก็ต้องมาวุ่นวายกับเอกสารแทนที่การฝึกศาสตร์ซานิวะอย่างปกติ  เนื่องจากสถานการณ์อะไรหลายอย่างตึงเครียดขึ้นอย่างกะทันหัน  ทั้งเธอและพี่หมอได้แต่ต้องมานั่งประชุมถกกันหัวหมุนในแต่ละเรื่องของทุกวัน

                         หลังจากเที่ยวพักผ่อนกับงานเทศกาลเต็มที่พร้อมกับสัมผัสได้ถึงจิตมารในตอนนั้น  ไอฮาเนะปรึกษากับอิชิคิริมารุว่าจะส่งรายงานในเรื่องนี้ไปทันที  ซึ่งเนื้อหาคือการตรวจพบจิตมารแต่ยังไม่สามารถยืนยันรูปร่างได้เพราะหลบหนีออกไปก่อนและพยายามค้นหาจิตก็ไม่เจอ  รวมทั้งก่อนหน้านี้ก็ไม่อาจตรวจจับได้ก่อนล่วงหน้าสักนิดเดียว

                         นี่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่โยมิเริ่มพัฒนาตัวเองให้หลบซ่อนจิตมารทำให้ตรวจจับได้ยากลำบากมากขึ้น  อีกทั้งการเคลื่อนไหวในตอนนี้ก็เป็นระเบียบมีการจัดวางซุ่มลอบโจมตีทำให้ศาสตราหลายคนของซานิวะจากฮงมารุอื่นได้รับบาดเจ็บกันบ่อยมากขึ้น

                         แต่เหนืออื่นใดคือการเคลื่อนไหวของโอยาคิริ  ที่เคลื่อนไหวตามที่ใจเธอต้องการ  เด็กสาวจงใจหลอกล่อให้เขาคิดว่านั่นคือโยมิทสึรุมารุ  แม้จะใส่ข้อมูลไปว่าเห็นไม่ชัดและศัตรูไม่ได้ต้องการปะทะเนื่องจากสังเกตเห็นว่ามันไม่โจมตีใส่พวกตนแม้แต่นิดเดียว  คาดว่ามันน่าจะมีความคิดที่ซับซ้อนกว่าดาบมารและโยมิแบบปกติ  จึงเดาไปว่าอาจจะเป็นดาบที่ถูกกลืนกินก็ได้

                         ลงเธอเขียนรายละเอียดไปแบบนี้จะเชื่อหรือไม่ก็ต้องเสี่ยง  ซึ่งโอยาคิริเดินไปตามเกมส์ที่วางไว้เป๊ะจนไอฮาเนะได้แต่นึกเวทนา  อย่างไรก็ดีเพราะการเคลื่อนไหวของเธอทำให้คาคุจิยินยอมรามือจากการเล่นงานซานิวะหนุ่มผมเงินไปชั่วคราว  เมื่อเห็นแล้วว่าไอฮาเนะกำลังจะใช้ประโยชน์ในเรื่องนี้อย่างเต็มที่  ตัวซานิวะที่เหลือจึงไม่เข้ามายุ่งเพราะมองเห็นผลประโยชน์ที่จะได้รับ

                         หากเป็นโยมิทสึรุมารุจริงการได้เจออดีตนายเก่าผู้(น่าจะ)ทำให้ตนกลายสภาพเป็นแบบนั้น  คงมีแต่ความเคียดแค้นที่จะมอบให้เท่านั้น  เพื่อต้องการข้อมูลเชิงลึกการใช้ซานิวะและศาสตราของเขาเป็นเหยื่อทดสอบจึงเป็นทางเลือกที่ดี  ยังไงเป้าหมายของดาบที่กลายสภาพหากไม่คิดเล่นงานนายเก่าก็คงหันมาเล่นงานซานิวะที่เหลือ  อย่างงั้นแล้วก็ส่งเป้าหมายที่มันอยากฆ่ามากที่สุดไปให้น่าจะดีกว่า

                         อีกทั้งการทำแบบนี้นอกจากจะได้ข้อมูลแล้วพวกตนยังใช้เขาต่างโล่ห์เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะอย่างไม่จำเป็นอีกด้วย  เรียกว่าการปล่อยโอยาคิริให้ทำงานตรงนี้ต่อไปทำให้ซานิวะที่เหลือได้มีเวลาหายใจสำหรับการตั้งรับศึกจากโยมิอื่น  แทนต้องมารับศึกหนักกับศาสตราที่ถูกกลืนกินได้อีกสักระยะ

                         "แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทนได้สักเท่าไหร่..."  การซ่อนจิตมารได้ระดับนั้นทั้งที่อยู่ใกล้แต่ยังหาตัวไม่พบ  แสดงให้เห็นถึงความว่องไวและกระบวนความคิดที่ซับซ้อนเพราะมันใช้ช่วงเวลาที่คนพลุกพล่านหลบซ่อนตัวจากสายตา  ซึ่งตรงจุดนี้ทำให้ไอฮาเนะคิดอยู่เสมอว่าไม่ใช่แค่ตัวเองที่พัฒนา  ศัตรูเองก็พัฒนามากยิ่งขึ้นเรื่อยๆเหมือนกัน

                         และโอยาคิริเองจะต้านทานดาบเล่มนั้นได้นานขนาดไหนก็ยังไม่รู้ด้วย

                         "ท่านไอ..."  เสียงเรียกดังจากขอบประตู  เนื่องจากฤดูร้อนได้หมดลงไปแล้วช่วงนี้อากาศก็ไม่ร้อนอบอ้าวอีกต่อไป  ไอฮาเนะเลยเปิดบานประตูออกกว้างปล่อยให้อากาศถ่ายเทในห้องเพราะคิดว่าควรเลิกอุดอู้อยู่แต่ในห้องสักที  แถมทำแบบนี้ยังเปิดให้พวกศาสตราแวะเวียนมาทักทายโดยไม่ต้องรีรอหน้าห้องนานด้วย

                         "แปลกใจจังที่นายมาหาเนี่ยโซวสะ"  ตามปกติพ่อดาบผมชมพูนี้แทบไม่ค่อยมาเรือนเธอสักเท่าไหร่  ส่วนหนึ่งคือเขาพึงพอใจกับการอยู่ใกล้พี่น้องมากกว่า  ประกอบกับไอฮาเนะก็ไม่ได้บีบบังคับอะไรทำให้ชายหนุ่มรู้สึกมีอิสระในการไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบ  ทว่าการมาเยือนถึงที่นี่แสดงว่าคงมีเรื่องด่วน  "ธุระด่วนสินะ?"

                         "รู้ด้วยรึขอรับ?"

                         "ปกตินายแทบไม่อยากมาเหยียบเรือนฉันเลยนี่"

                         แม้ความสัมพันธ์ของพวกตนจะดีขึ้นตามลำดับแต่ตาดาบผู้ชอบมองซานิวะในแง่ร้ายก็มีบ้างที่ยังคงหวาดระแวง  จะให้เชื่อใจเต็มร้อยคงเป็นเรื่องยาก  แค่ให้โซวสะเปิดใจและยอมรับการรักษาด้วยเพลิงก็นับว่าดีแล้วสำหรับไอฮาเนะ

                         ชายหนุ่มผมชมพูหัวเราะอย่างไม่รู้สึกอะไรเพราะที่พูดก็ถูกต้องหมด  แม้จะไม่รู้สึกตั้งแง่กับอีกฝ่าย  กระนั้นก็มีบ้างที่ไม่ได้อยากอยู่ใกล้ชิดอะไรขนาดนั้นและตัวเจ้านายเองก็ทราบดีเลยไม่บีบบังคับ  ประกอบกับพวกตนมีบางอย่างคล้ายคลึงกัน  ทำให้โซวสะและไอฮาเนะก็มักพูดจากันตรงๆโดยไม่อ้อมค้อมจนมีหลายคนฟังแล้วเผลอนึกคิดว่าพวกตนชอบทะเลาะกันบ่อยครั้ง

                         ซึ่งที่จริงแล้วไม่มีอะไรเลยสักนิด

                         "ท่านว่างจะพูดคุยกับข้าหรือไม่ขอรับ?"  เขาถามพลางดูเอกสารบนโต้ะ  ประกอบกับแผนผังอะไรต่างๆที่ถูกขีดแปะไว้เต็มห้อง  ในโซนห้องทำงานอันแสนรกนี่ไม่มีใครกล้าไปแตะต้องอะไร  เพราะนายสาวจะด่าทันทีว่าถ้าเปลี่ยนที่เธอจะหาของไม่เจอโว้ย!

                         "ว่างสิ  มีอะไรเหรอ?  หรืออีตากระเรียนไปแกล้งพวกนายตอนเก็บพืชผักอีก?"

                         วีรกรรมของนกเกรียนนั่นเป็นที่เลื่องลือจนต้องขู่ไปว่า  แกล้งได้แต่ถ้าบ่อยละก็รอบหน้าจะจับมัดเชือกเอาไปส่งให้โคเท็ตสึจัดการ  เจ้านกตัวดีเลยหยุดไปพักหนึ่ง  แต่เมื่อเว้นช่วงไปสักระยะก็คิดว่าคงกลับมาแกล้งอีกเหมือนเดิมอยู่ดี

                         "ไม่ใช่ขอรับ  เป็นเรื่องของซาโยะ..."  โซวสะเอ่ยเสียงขรึม  สังเกตเห็นสีหน้านายสาวเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด 

                         "ใช่เรื่องที่เขาฝันร้ายบ่อยๆน่ะเหรอ"

                         "ขอรับ"

                         ชายหนุ่มจัดแจงนั่งบนฟูกแล้วร่ายรายละเอียดที่เกิดขึ้นตามที่สังเกตเห็นให้แก่เด็กสาวฟัง  

                         "แปลกจัง  หรือว่าช่วงนี้เขาเครียดอะไร?  หรือมีอะไรไปสะกิดเรื่องในอดีตเหรอ?"

                         "ไม่นะขอรับ  ข้าดูอยู่ตลอดไม่มีอะไรผิดปกติเลย  ท่านพี่โคเท็ตสึได้ขอให้ท่านอิชิคิริมารุมาดูอาการพร้อมกับยะเก็นก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ"

                         ซาโยะเคยได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีโดยพวกโยมิ  แต่ไอฮาเนะได้ชำระล้างให้พวกเขาไปแล้ว  นอกเหนือจากนั้นในบางครั้งอิชิคิริมารุยังจัดพิธีการชำระล้างขึ้นมาซ้ำหลายต่อหลายครั้ง  เพื่อป้องกันจิตมารที่อาจแอบแฝงอยู่กับพวกเขา

                         ดังนั้นผลที่มาจากจิตมารจนทำให้ซาโยะมีสภาพเหมือนฝันร้ายตลอดทุกคืนจึงไม่น่าเป็นไปได้เลย

                         เด็กสาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเธอดูตารางงานของเธอแล้วจึงตัดสินใจ  "งั้นวันนี้ให้ซาโยะอยู่กับฉันไหมล่ะ  ฉันคิดว่าจะลองคุยกับเขาดูหน่อย"

                         "กับข้าเขายังไม่พูดอะไรเลยนะขอรับ"  กับคนใกล้ชิดเด็กชายก็ไม่ยอมเปิดปากเล่าเรื่องระบายความอัดอั้น  แล้วกับเจ้านายที่ดูเหินห่างมากที่สุดจะเปิดใจหรือ

                         "คงเพราะเป็นคนใกล้ชิดก็เลยไม่อยากเล่าหรือเปล่า  บางครั้งแม้จะบอกให้ปรึกษาคนใกล้ชิดแต่ก็คงรู้สึกกังวล  หากเป็นคนนอกอาจจะกล้าพูดระบายออกมาก็ได้นะ"

                         เพราะใกล้ชิดเลยไม่ต้องการเพิ่มความกังวลให้พวกเขา  ถ้าบอกเล่าไปพี่ชายสองคนต้องคิดมากและคอยพะวงอยู่กับตนเอง  ดังนั้นซาโยะอาจจะไม่กล้าบอกอะไรหลายอย่างกับพี่ๆก็ได้

                         โซวสะนิ่งขึงไปกับความเห็น  เขาลังเลก่อนพยักหน้า  "ข้าจะขอไปปรึกษาท่านพี่โคเท็ตสึเสียก่อน  ท่านคงไม่ว่าอะไรใช่หรือไม่"  ความจริงหากเจ้านายเอ่ยปากขนาดนี้  โซวสะควรพาซาโยะมาเลยในทันที  แต่เพราะเป็นไอฮาเนะเขาจึงกล้าพูดขอให้เขาปรึกษากับพี่ชายก่อนจะไปพาเด็กชายมา

                         ซึ่งเขาก็คิดถูกเด็กสาวพยักหน้าโดยไม่ว่าอะไรสักคำเพราะถือว่าให้เกียรติในฐานะพี่ชายที่เป็นคนในครอบครัวตัดสินใจ

                         ยังไงก็ให้คนภายในบ้านเคลียร์กันก่อนแล้วค่อยมาถึงเธอละกัน  นี่เป็นสิทธิ์ที่ไอฮาเนะมอบแก่พวกเขาในการคิดตัดสินใจทำอะไร  ยิ่งบ้านไหนมีเด็กๆอยู่ด้วยก็ให้ปรึกษากันก่อนและหากต้องการอะไรค่อยมาบอกตนทีหลัง

                         โซวสะกล่าวขอบคุณแล้วบ่ายหน้ากลับไปหาพี่ชายที่ตอนนี้ไอฮาเนะอนุโลมงดเว้นการออกไปนอกฮงมารุร่วมกับชายหนุ่มผมชมพูเพื่อให้คอยดูแลซาโยะอย่างใกล้ชิด  

                         เมื่อลับร่างอีกฝ่ายเด็กสาวก็ถอดถอนหายใจยาว

                         อย่าว่าแต่ซาโยะเลย  ในบางช่วงเธอก็เริ่มฝันร้ายเหมือนกัน  ยิ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาความฝันเหล่านั้นก็เอาแต่หลอกหลอนตอกย้ำไม่เสื่อมคลาย

                         แต่ไอฮาเนะไม่ได้แปลกใจสักเท่าไหร่นักคงเพราะเมื่อก่อนที่จะมาเป็นซานิวะ  เธอก็เอาแต่ฝันซ้ำซากเกี่ยวกับเรื่องของอดีตอยู่บ่อยครั้งจนจิตตก  กระนั้นก็ไปพบแพทย์และพยายามเยียวยาตนเองเสมอ

                         เธอหวนนึกคิดถึงจิตมารที่ไปพบตอนงานเทศกาลแล้วนึกกังวลใจ  แต่ไม่ได้รับรู้ถึงความผิดปกติและให้พี่หมอช่วยตรวจเช็คมาดีแล้วแท้ๆ

                         คงไม่น่าเกี่ยวหรอกมั้ง

                         "ท่านไอ..."

                         "เอ้ะ?  ซาโยะ?  โซวสะไปบอกแล้วเหรอ"  ไวไปหรือเปล่าเนี่ย?  ไอฮาเนะนึกฉงนเพราะพี่ชายของเด็กน้อยเพิ่งผละไปไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้เองนี่นา

                         เด็กชายผมสีฟ้าก้มหน้าขณะเกาะขอบบานประตูแล้วค่อยๆส่ายหน้า

                         "ข้าไม่รู้ว่าท่านพี่โซวสะมาพบท่าน...คงเกี่ยวกับเรื่องของข้า...ใช่หรือไม่?"

                         ในบรรดาทันโทวทั้งหมด  ไอฮาเนะมองว่ารองจากยะเก็นแล้วซาโยะนั้นเป็นมีดสั้นที่หัวไวมาก  ไม่ต้องพูดอะไรให้มากเขาก็เข้าใจเรื่องราว  อีกทั้งยังใจเย็นวางตัวเป็นผู้ใหญ่ได้ดีกว่าศาสตราในร่างผู้ใหญ่หลายคนด้วย  ดังนั้นการได้ยินนายสาวเอ่ยถามถึงพี่ชายและพูดว่าไปบอก...แสดงว่าทั้งสองคงคุยกันเรื่องของตนแน่ๆ

                         พูดขนาดนี้แล้ว  นายสาวจึงไม่คิดปิดบังใดๆทั้งสิ้น  "เขามาบอกว่านายฝันร้าย  เข้ามาสิ  เกาะขอบประตูแบบนั้นคุยกันไม่ถนัดหรอกนะ"

                         เมื่อได้รับคำอนุญาตอีกฝ่ายก็ค่อยๆก้าวเดินมานั่งบนฟูกที่จัดเตรียมไว้  ไอฮาเนะจับจ้องใบหน้าอิดโรยจากการนอนไม่หลับของเด็กชายแล้วนึกสงสาร  การฝันร้ายติดต่อกันนั้นมันทรมานมาก  ตัวเธอที่เคยเผชิญกับเรื่องเหล่านั้นค่อนข้างเข้าใจความรู้สึกได้ดี

                         ถ้าปล่อยไว้โดยที่ไม่ได้รับการรักษาหรือมีคนให้คำปรึกษาดีๆ  สภาวะจิตใจจะดิ่งลงเหว  แล้วสติอาจจะเตลิดจนอาจทำอะไรบ้าๆก็ได้  ไอฮาเนะไม่อยากเห็นเด็กชายกลายเป็นแบบนั้นจึงอยากทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้

                         ขณะคิดว่าควรจะเริ่มต้นพูดยังไงดี  เด็กชายตัวน้อยที่เฝ้ามองดูท่าทางนายเงียบๆมาสักพักตัดสินใจเอ่ยทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบนี่เอง  "ท่านไอ"

                         "หืม?"

                         "ท่าน..ยังจำครั้งแรกที่ท่านกับข้าพบกันได้หรือไม่"

                         "หมายถึงตอนฉันเรียกนายมาน่ะเหรอ?"

                         "ตอนที่ข้าแนะนำตัวแก่ท่านในตอนนั้น  ข้าได้ถามท่าน"

                         ชื่อของข้าคือซาโยะ ซามอนจิ มีใคร…ที่ท่านอยากจะแก้แค้นหรือเปล่า…?

                         ไอฮาเนะเบิกตากว้างเมื่อหวนนึกถึงประโยคแรกเจอหน้าที่ทำเอาเธออึ้งไป  หลังจากได้ยินคำถามนั้นก็ยอมไปศึกษาประวัติแล้วก็พบแต่เรื่องที่น่าเศร้า  ดังนั้นเด็กสาวเลยใส่ใจทันโทวคนนี้มากเป็นพิเศษ  แต่ใครจะไปคิดว่าหลังจากนั้นไม่กี่อาทิตย์เด็กนี่ที่เธอเคยคิดว่าเป็นแค่  npc เอาแต่พูดบทสนทนาเดิมๆเหมือนคนอื่น  จะเดินมาหาแล้วถามคำถามเดิมวนลูป

                         ยังไม่มี...คนที่ท่านอยากจะแก้แค้นหรือ?

                         "ว่าไปคำถามนั่นก็ไม่ได้ยินมานานแล้วนะนั่น"  จำได้ว่าโดนแบบนั้นไปสามรอบเลยใช้คำสั่งพิเศษสั่งห้ามไม่ให้ซาโยะถามอีก  และเด็กชายก็ไม่ได้มาถามอะไรอีกต่อไป  จนหลังรับตำแหน่งซานิวะเขาก็ยังไม่เอ่ยปาก

                         แต่ครั้งนี้เขากลับขุดมันขึ้นมาถามทั้งที่เวลาผ่านไปนานแสนนานแล้ว  คงเพราะฝันร้ายนั่นล่ะสินะ

                         ดวงตาสีฟ้ายังคงจ้องมองแน่วแน่  เขาเอ่ยถามคำถามนั้นอีกครั้งราวกับไม่สนใจในคำพูดของนายสาวก่อนหน้านี้ 
 
                         "ในตอนนี้...ท่านมีคนที่อยากแก้แค้นหรือยัง?"

                         "ซาโยะ..."

                         "ท่านอาจจะคิดว่ามันน่ารำคาญ  แต่ข้า...มีตัวตนอยู่เพื่อสิ่งนั้น..."

                         สำหรับซาโยะที่แม้จะเป็นทันโทวหรือมีดสั้น  แต่ยังไงเขาก็แตกต่างไปจากคนอื่น

                         มีดสั้นโดยทั่วไปมักใช้สำหรับป้องกันตัวและมีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ที่ว่าเป็นเครื่องรางแห่งความรักความหวังดีที่จะคุ้มภัยให้กับเจ้านาย  แม้กระทั่งจะใช้ในการปะทะมีดสั้นจะถือเป็นสิ่งสุดท้ายจริงๆที่จะนำมาใช้ต่อสู้

                         ไอฮาเนะทราบดีว่าตัวตนของเหล่าศาสตรามีบางส่วนที่ได้รับอิทธิพลมาจากนายเก่า  ซาโยะก็เป็นหนึ่งในนั้น  ความปรารถนาอยากล้างแค้นของนายเก่าได้สร้างบาดแผลลึกให้กับเด็กชาย  เขาจึงกระตือรือร้นในการจะทำความปราถนาในเรื่องนี้ให้สำเร็จลุล่วงเพราะคิดว่าตัวเธอจะเหมือนนายเก่าของเขาที่ปราถนาในการล้างแค้น

                         เหนืออื่นใด  เขาถือว่ามันเป็นภารกิจหลักอันสำคัญยิ่งของชีวิตเขาด้วย

                         "ฉันยังไม่มีความคิดจะแก้แค้นใครซาโยะ"  ดวงตาสีฟ้านั้นวูบไหวราวกับว่าผิดหวัง  

                         เขาปราถนาเสมอ  เพื่อว่าสักวันหนึ่งยามที่แกร่งขึ้นเจ้านายเบื้องหน้าจะช่วงใช้เขาในการล้างแค้น  หากเขาแกร่งขึ้นจะไม่มีศัตรูหน้าไหนที่นายสาวจะแก้แค้นไม่ได้  ดังนั้นจึงฝึกฝนเพื่อรอคอยช่วงเวลานั้นมาโดยตลอด

                         "มานี่หน่อยซิซาโยะ"  มือเล็กกวักเรียก  เด็กชายลังเลเหมือนเคยแต่ก็ยินยอมเพราะเห็นเป็นคำสั่งของเจ้านาย  ไอฮาเนะอุ้มเขามานั่งตักแล้วลูบผมเช่นเคย  สัมผัสอ่อนนุ่มของเรือนผมทำให้รู้สึกผ่อนคลายแม้ว่าบรรยากาศและบทสนทนาที่ค้างคาจะไม่สบายเลยสักนิดก็ตาม

                         "ฉันจะไม่พูดว่าฉันเป็นคนดีจนไม่คิดแก้แค้นใครหรอกนะ...เพียงแต่ถ้าฉันต้องการแก้แค้น..."  ซาโยะนั่งนิ่งรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ  นายสาวพูดว่าไม่ใช่คนดีจนไม่คิดแก้แค้นนั่นหมายความว่าสักวันหนึ่งตนจะได้ถูกใช้แน่ๆ  ขอแค่รอเวลาต่อไปก็เท่านั้นสินะ?

                         ทว่าเขาต้องผิดหวังเมื่อได้ยินคำพูดถัดมา

                         "ฉันจะไม่ยืมมือใครทั้งสิ้น"

                         "ไม่ยืมมือใคร...?"  หมายความว่าไม่ต้องการใครมาช่วยหรือ?

                         "ใช่  ถ้าจะแก้แค้นฉันจะลงมือเอง  จะจัดการทุกอย่างด้วยตนเอง"

                         "...เช่นนั้นข้าก็ไม่จำเป็นสินะ?"

                         หากว่าต้องการลงมือด้วยตนเอง  เช่นนั้นตัวของซาโยะก็ไม่จำเป็นไม่ใช่หรือ?  แบบนั้นแล้วตัวตนเขาจะมีอยู่เพื่ออะไรกัน?

                         ไอฮาเนะหัวเราะให้กับท่าทีและน้ำเสียงหงอยๆนั่น  "คงผิดหวังที่ฉันพูดแบบนี้ล่ะนะ  เหตุผลที่บอกแบบนี้คงเพราะเป็นเรื่องของตนเองนั่นแหละ"  เธอยิ้มให้กับเด็กชายแล้วเอ่ยต่อ  ".....สำหรับฉันเรื่องของตนเองจำเป็นต้องจัดการด้วยตัวของตนเอง  ก็เป็นชีวิตตัวเองนี่นา  จะไปยืมมือหรือดึงใครมาให้วุ่นวายทำไมกันล่ะจริงไหม?"

                         ...

                         เด็กชายไม่ตอบเพราะไม่อยากคิดตาม  เขากำลังทบทวนถึงหน้าที่ตนเอง  หากว่าตนไม่อาจถูกช่วงใช้ในการแก้แค้นแล้วจุดมุ่งหมายการคงอยู่ของเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป

                         เห็นท่าทีของเด็กชายที่จมอยู่กับภวังค์ความคิด  เจ้านายสาวจึงเอ่ยปากย้ำเตือนสิ่งสำคัญไม่ให้เด็กชายลืมเลือนอย่างเด็ดขาดออกมา

                         "ฉันรู้อดีตของซาโยะแต่ฉันไม่ใช่เจ้านายคนนั้นของซาโยะ"

                         ไอฮาเนะย้ำหนักแน่นว่าตนนั้นไม่ใช่  ต่อให้เป็นนายเก่าดั้งเดิมแล้วยังไง  เขาอาจจะใช้เด็กคนนี้ในการแก้แค้นศัตรูที่ฆ่าพ่อแม่  แต่เธอน่ะไม่ใช่เขานี่  เธอจะไม่ใช้เด็กคนนี้เด็ดขาด

                         "เจ้านายคนนั้นใช้ซาโยะในการแก้แค้น  แต่ฉันไม่ใช่เขา  ดังนั้นฉันที่ตอนนี้คือเจ้านาย..จะขอใช้ซาโยะให้สมในฐานะของทันโทว"

                         "ฐานะของทันโทว?"

                         "มีดสั้นนั้นมีไว้คุ้มครองนาย  ซาโยะคือมีดสั้นดังนั้นหน้าที่ของซาโยะในตอนนี้คือคุ้มครองฉันไม่ใช่หรือ?"

                         ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างเขาแหงนหน้ามองเจ้านายที่ก้มมองดูด้วยแววตาอ่อนโยน

                         "แต่ว่าข้ามีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งนั้น..."

                         "ช่วย...หยุดคิดเรื่องแก้แค้นสักแปปเถอะนะซาโยะ...แล้วฟังสิ่งที่ฉันอยากจะถามและอยากจะบอกหน่อยเถอะ..."

                         ....

                         "ทำไมซาโยะคิดว่าฉันอยากแก้แค้นล่ะ?"

                         "มนุษย์เช่นพวกท่านทุกคนน่าจะมีคนที่โกรธเกลียดจนอยากแก้แค้นไม่ใช่หรือ?"

                         "มันก็มี  แต่คำถามคือทำไมคิดว่าฉันมีล่ะ?"

                         "...ข้าไม่รู้  ข้าแค่คิดว่ามี..."

                         "งั้นถามซาโยะนะว่าตัวฉันเหมือนซาโยะไหม?"

                         "เอ้ะ?"

                         "ในแง่รูปลักษณ์และลักษณะนิสัย"

                         "ไม่เหมือนเลยขอรับ..."  เด็กชายที่แหงนหน้ามองขมวดคิ้วขณะเอ่ยตอบ  สิ่งภายนอกที่เห็นด้วยตานั้นแตกต่างกันอย่างเด่นชัดอยู่แล้ว  ทำไมเจ้านายสาวถึงได้ถามเช่นนี้กัน

                         "ไม่เหมือนถูกไหม?  และเพราะไม่เหมือนดังนั้นภายในย่อมต้องไม่เหมือนด้วยจริงไหมล่ะ"

                         ?????

                         เห็นเด็กชายยังไล่ตามไม่ทัน  ไอฮาเนะก็ไม่ได้โกรธ...เธอเอ็นดูเขาเกินกว่าจะโกรธหรือโมโหใดๆ  ต่อให้เป็นทันโทวที่มีอดีตมืดมนแค่ไหนแต่เขาก็ยังเด็ก  และการจะทำให้เขาเข้าใจให้ได้คือหน้าที่สำคัญของตนจะในฐานะของซานิวะ  หรือฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ไม่อยากเห็นเด็กนี่จมปลักอยู่กับการแก้แค้นก็ตาม

                         "ไม่เข้าใจรึ?  ขอโทษๆที่พูดอะไรให้เข้าใจยาก...อืม...เอาเป็น  คิดว่าศาสตราแต่ละคนแตกต่างกันไหมจะรูปร่างหรือนิสัย"

                         "ต่างขอรับ"

                         "อืม  มนุษย์อย่างฉันก็เป็นแบบเดียวกัน  พวกเราต่างคนต่างก็ไม่เหมือนจะด้วยรูปลักษณ์หรืออารมณ์  นิสัย  จิตใจ  แตกต่างกันสิ้นเชิงเลยล่ะ"

                         "นั่น  ทราบดีอยู่แล้วขอรับ"

                         "งั้นทำไมซาโยะถึงยังคิดว่าฉันจะเหมือนกับเจ้านายเก่าที่ปราถนาอยากแก้แค้น?  ไม่สิ  ทำไมตัดสินว่ามนุษย์ทุกคนมีความคิดอยากแก้แค้นกันล่ะ?"

                         ...!

                         คราวนี้เด็กชายเริ่มเข้าใจแล้ว  นายสาวกำลังบอกเขาว่าเธอไม่ใช่เจ้านายเก่าที่ปราถนาในการแก้แค้น  และเมื่อไม่ใช่  ตัวเขาไม่ควรนำความคิดเดิมมาตัดสินว่าเธอจะเหมือนกับเจ้านายคนนั้นที่อยากแก้แค้น  

                         มนุษย์หรือศาสตราก็เหมือนกัน  ต่างคนต่างมีลักษณะนิสัยแตกต่าง  จะความคิดหรือการใช้ชีวิตดังนั้นจะเอาความคิดที่เคยยึดติดมาตัดสินว่าพวกเขาจะเป็นเหมือนกันหมดไม่ได้

                         ซาโยะเข้าใจแล้วว่า  เขาไม่ควรยึดติดกับความปราถนาและตัวตนของนายเก่า  จนตัดสินว่าเจ้านายคนปัจจุบันจะเป็นเหมือนกัน

                         "ข้า..."

                         "อดีตเราน่ะมันดำมืดซาโยะ  เราลืมอดีตไม่ได้ก็จริงแต่เราก็ต้องมอง  ต้องสนใจปัจจุบันด้วย...ฉันเองก็มีสิ่งที่ดำมืดเหมือนกันแต่เพราะลืมไม่ได้จึงได้แต่พยายามซ่อนมันให้อยู่ในส่วนที่ลึกสุดของหัวใจ  พยายามหาภาพแห่งความสุขมาปกปิดมันเอาไว้  แต่บางครั้งตอนนอนหลับฝันสิ่งเหล่านั้นก็จะปรากฏขึ้นมาผ่านภาพฝัน  คอยหลอกหลอนอยู่เรื่อยไป"

                         "ท่าน...ก็ด้วยหรือขอรับ"

                         ไอฮาเนะเงียบไปอึดใจก่อนส่งเสียงตอบแผ่วเบาจากลำคอ  ซาโยะเลิกแหงนหน้ามองหลังเห็นแววตาสีชาดหม่นหมองลง  ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นที่ฝันร้าย  เจ้านายเองก็มีอดีตที่เจ็บปวดและมันได้ตามหลอกหลอนในความฝันเหมือนกัน

                         แต่หากไม่ถามไถ่  เจ้านายก็จะไม่บอกใคร  เธอซุกซ่อนได้เก่งกาจจนทำให้ใครจับผิดไม่ได้  ไม่เหมือนตน

                         "ท่านทำยังไงเหรอ  ทำยังไงถึงจะอยู่กับมันได้น่ะขอรับ?"

                         ท่านทำยังไงถึงยังคงสีหน้าแบบนั้นโดยไม่แสดงพิรุธกัน?

                         "อดีตเป็นสิ่งลืมเลือนไม่ได้ซาโยะ  ทุกห้วงวินาทีที่ผ่านไปคืออดีตและอดีตแก้ไขไม่ได้  ต่อให้แก้ไขได้ก็ไม่ควรทำ  จากคำถามที่นายถาม  คำตอบคือ...ฉันพยายามที่จะสร้างความทรงจำและช่วงเวลาที่มีความสุขใส่เพิ่มลงไปแทนที่  อย่างน้อยยามที่สิ้นหวังหรืออดีตพวกนั้นตามมาหลอกหลอน  ความทรงจำที่มีค่าเหล่านี้จะช่วยพยุงไม่ให้ฉันรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้"

                         "ช่วงเวลา...ที่มีความสุข?"

                         "กับพี่ๆของนายไงล่ะ  กับคนอื่นๆที่อยู่ที่นี่ด้วย"

                         ...

                         เด็กชายนิ่งเงียบไปเขานั่งนิ่งไม่กระดุกกระดิกปล่อยให้นายสาวลูบผมไปเรื่อยๆ  เขานั่งคิดทบทวนคำพูดของเจ้านาย  พยายามทำความเข้าใจทีละน้อยอย่างเงียบเชียบจนเกือบจะผล๊อยหลับไปแล้ว  หากไม่ติดที่ว่าทั้งสองได้ยินเสียงเอะอะโวยวายมาจากเรือนหลัก

                         ซาโยะผละออกจากตักปล่อยให้นายสาวรีบลุกขึ้นก้าวเดิน  เร่งฝีเท้าไปที่ต้นเสียง  เพราะจากระยะเวลาทัพที่ส่งไปด้านนอกควรกลับมาได้แล้ว  ประกอบกับเสียงโวยวายเหล่านั้นสร้างความกังวลให้แก่ไอฮาเนะอย่างมาก

                         ซึ่งก็คิดถูก

                         ภาพแรกที่เห็นเมื่อก้าวเข้ามาสู่ความวุ่นวายคืออิมะโนะสึรุกิกลับมาบาดเจ็บหนัก  เสื้อผ้าฉีกขาดและร่างกายก็ย้อมไปด้วยสีแดงสดของเลือด  ขณะที่คนอื่นก็ยับเยิน  สภาพไม่ได้ต่างกับตอนฮาเซเบะนำทัพไปเจอพวกโยมิ  แต่ครั้งนี้หนักหนากว่าเพราะศาสตราเกือบทุกคนมีสภาพจวนเจียนใกล้แตกหักเต็มที

                         ไอฮาเนะเรียกเพลิงออกมาทำการรักษาศาสตราทั้งหมดอย่างรีบเร่ง  เอ่ยถามคำถามสั้นๆว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่แม้จะรู้ดีว่าน่าจะเป็นฝีมือของโยมิ  แต่พวกเขารู้ขีดจำกัดของตัวเองกันดีทำไมถึงยังยับเยินขนาดนี้ได้อยู่อีก

                         ผู้ที่ยังมีเรี่ยวแรงตอบในครั้งนี้คือชิชิโอะที่เป็นแม่ทัพซึ่งเป็นศาสตรามาใหม่เมื่อไม่กี่วันก่อน  และคำตอบที่ได้สร้างความประหลาดใจให้เป็นอย่างมาก

                         "พวกข้าเผชิญหน้ากับทัพของโยมิมันรวมกลุ่มกับพวกดาบมารรูปแบบปกติขอรับ  จำนวนไม่กี่สิบตัวแต่ว่ามีตนหนึ่งแปลกประหลาดมีกายเหมือนมนุษย์แต่สวมอาภรณ์สีดำทมิฬ  ปกปิดหน้าตาด้วยผ้าคลุมเห็นแค่ผิวขาวซีดส่วนของปากเท่านั้นเอง!"  

                         นอกเหนือจากนั้นยังใช้การโจมตีที่รุนแรงและว่องไวเป็นอย่างมาก  อิมะโนะสึรุกิกำลังเล่นงานดาบมารที่เป็นมีดสั้นพร้อมกับเตรียมตัวถอยพร้อมศาสตราคนอื่น

                         แต่ในพริบตาเดียวคมดาบสีดำตวัดฟันเข้าโจมตีมีดสั้นน้อยในเวลาอันสั้นจนน่าตกตะลึง  ศาสตราที่เหลือพยายามต้านทานเพื่อเปิดช่องให้ใครสักคนพาอิมะโนะสึรุกิหลบออกไป  แต่ศัตรูตนนั้นไม่ยินยอม  มันจู่โจมเล่นงานทั้งผู้ที่เข้าไปช่วยและตัวผู้บาดเจ็บอย่างหนัก

                         เคราะห์ดีที่เครื่องรางที่ไอฮาเนะทำไว้ให้ช่วยสะกัดกั้นจนพาหลบหนีมาได้สำเร็จ  กระนั้นสภาพก็เป็นอย่างที่เห็น  ทุกดาบเกือบแตกดับกันหมด  ชิชิโอะยังพูดอีกว่าในตอนท้ายที่กำลังเคลื่อนย้าย  ร่างโยมิปริศนานั่นก็โจมตีด้วยการวาดดาบสร้างแรงกระแทกที่รุนแรงใส่  หากเคลื่อนย้ายช้าไปอีกนิดคงได้ตายกันหมด

                         สาวน้อยผู้เป็นนายซึ่งรับฟังได้แต่หลับตาแน่นอย่างแค้นเคือง  เธอต้องใช้พลังอย่างมากในการประคองชีวิตที่เหลือน้อยของพวกเขา  ใบหน้านวลเริ่มมีเหงื่อผุดพราย  เธอกำลังผลาญพลังที่มีเพื่อรักษาอย่างรีบเร่งเพราะถ้าปล่อยไปนานกว่านี้เห็นทีศาสตราทั้งหมดคงแตกสลายไปแน่ๆ  เด็กสาวร้องสั่งให้พวกเขานำพาร่างศาสตราทั้งหกมาวางเรียงไว้ตรงหน้าแล้วสร้างเพลิงขึ้นห่อหุ้มทำการชำระล้างและเยียวยาไปพร้อมกับกายเนื้อในคราวเดียว  แม้จะมีการห้ามปรามอยู่บ้างแต่เมื่อสบกับดวงตาของเจ้านายที่กราดเกรี้ยว  ทุกศาสตราก็ต้องหุบปากฉับ

                         "พวกเจ้าไม่เห็นหน้าตาของโยมิตนนั้นใช่หรือไม่?"  อุกุยสุมารุที่เข้ามาช่วยใช้ผ้าซับเหงื่อนายสาวเอ่ยถามเสียงเคร่งเครียด  สภาพเหตุการณ์นี้ช่างซ้ำรอยแบบเดียวกับที่ซาโยะและโซวสะเคยได้รับ  หากแต่รอบนี้กลับหนักหนากว่าครั้งใดๆ

                         "อันที่จริง...ถึงไม่เห็นหน้าแต่เสื้อผ้ากับตราสัญลักษณ์นกกระเรียนนั่น..."  ชิชิโอะที่มีสติเอ่ยเพียงแค่นั้นแล้วนิ่งเงียบ  หากแต่ทุกสายตากลับตกไปอยู่ที่ทสึรุมารุ  ขณะที่เจ้านูเอะเองที่ยังเหลือสติก็ส่งเสียงขู่ใส่ชายหนุ่มในชุดขาวที่ยืนนิ่งอยู่ใกล้ๆ

                         ท่าทีนั้นเด่นชัดว่าผู้ลงมือคือดาบที่ถูกกลืนกินโดยโยมิ  ทสึรุมารุ  คุนินากะอย่างแน่นอน

                         ไอฮาเนะที่ได้ยินและเห็นท่าทางถึงกับพูดไม่ออกไปเลย  เธอรึอุตส่าห์ใช้โอยาคิริเป็นเหยื่อล่อให้เจ้าโยมินั่นไปหา  แต่ท้ายสุดมันกลับมาเล่นงานทัพที่เธอส่งออกไปเหรอเนี่ย  ไม่สิจากรายงาน...ทัพศาสตราของซานิวะคนที่เหลือถูกเล่นงานกลับมาในสภาพไม่ต่างกันนัก

                         โยชิโนริเองยังเป็นฝ่ายออกปากแจ้งจดหมายมายังซานิวะทุกคนว่า  หากเจอดาบที่แปดเปื้อนนี้ให้ทำการกำจัดทิ้งอย่าได้ลังเล  ก่อนที่มันจะทำลายศาสตราเล่มอื่นทั้งหมด

                         เห็นได้ชัดเจนว่าตอนนี้ดาบที่กลายสภาพเป็นปัญหาหลักที่พวกตนต้องรับมือกันอย่างหนักหน่วง

                         ไอฮาเนะเริ่มเพ่งสมาธิทำการรักษาจัดการไล่ความคิดที่เหลือออกไปซะ  ยามนี้ชีวิตของศาสตราทั้งหกสำคัญกว่าอะไรทั้งสิ้น  แม้กลิ่นคาวเลือดและสีแดงฉานอันเจิ่งนองพื้นห้องจะดูทิ่มแทงสายตาก็ตาม

                         ขณะเดียวกันดวงตาสีฟ้าของเด็กชายได้แต่มองดูเพื่อนพ้องศาสตราในสภาพบาดเจ็บหนัก  ลมหายใจรวยรินเต็มทน

                         คนที่ทำแบบนี้...

                         ไม่ให้อภัย...

                         หยดเลือดสีแดงฉานกับกลิ่นคาวเลือดที่ลอยคละคลุ้ง  ที่ได้เห็น  ได้กลิ่นก็แทบบ้าคลั่ง  เด็กชายกำหมัดแน่นขณะดวงตาไม่ละจากภาพร่างทั้งหกที่นอนอยู่เบื้องหน้า

                         ต้องฆ่า...

                         ดวงตาสีฟ้าเริ่มจับจ้องมองร่างของทันโทวที่นอนนิ่งด้วยใบหน้าที่ขาวเกือบซีด  ริมฝีปากเปื้อนไปด้วยเลือด  จำได้ดีว่าทันโทวจากบ้านซังโจวนั้นชอบมาเล่นกับตนบ่อยๆ  จนรู้สึกสนิทสนมด้วย  ทว่าการได้เห็นเขาในสภาพแบบนี้...

                         ความรู้สึกอยากฆ่านั้นพลุ่งพล่านอยู่ในอก  มันดิ้นรนกู่ร้องอย่างบ้าคลั่ง

                         ต้องแก้แค้น...ต้องฆ่า...ต้องกำจัด...

                         และโดยที่ไม่รู้ตัว  โดยที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นเพราะทุกความสนใจกำลังมุ่งตรงไปยังศาสตราทั้งหก

                         แววตาซึ่งเคยมีประกายแห่งชีวิตกำลังเลือนหาย  บางอย่างในดวงตาสีฟ้าค่อยๆเปลี่ยนไป

                         บางอย่างที่เป็นสีดำกำลังกลืนกินดวงตาสีฟ้าอันงดงาม  

                         ..มันเริ่มอาบย้อมดวงตาคู่นั้นให้กลายเป็นสีดำทมิฬ...




***********************************************************************************************


-  ซาโยะคือตัวละครมีดสั้นที่เราชอบมาก  ส่วนหนึ่งมาจากประวัติของเขาค่ะ

-  อิมะโนะสึรุกิก็เป็นอีกมีดสั้นที่ชอบเหมือนกันเพราะประวัติน่าเศร้าแต่ถ้าเทียบแล้วเราว่าซาโยะรันทดกว่า

-  จากที่เขียนในนิยาย  คำพูดโปรยในต้นเรื่องเป็นคำแนะนำตัวตอนล๊อคอินของซาโยะค่ะ  เหมือนตามประวัติจะเป็นคำพูดตอนเจ้านายเก่าซาโยะใช้ซาโยะฆ่าคนที่ฆ่าพ่อแม่ของเขาค่ะ

-  ซาโยะจัดเป็นมีดสั้นที่มีประวัติมืดมนมาก  ไม่แปลกที่คาแร๊คเตอร์ของเขาจะเป็นเด็กมืดมน  นั่นเพราะประวัติของเขานั้นน่าเศร้าจริงๆ

-  เจ้านายเดิมใช้ซาโยะในการล้างแค้นโรนินที่ฆ่าพ่อแม่ของเขา  ก่อนเขาจะยกซาโยะให้เจ้าปราสาทตอบแทนที่เจ้าปราสาทในขณะนั้นเชิญให้เขาไปเป็นผู้ติดตาม

-  เหตุผลที่เราว่าซาโยะรันทดกว่าอิมะโนะคงเพราะนอกจากจะโดนใช้ล้างแค้นแล้ว  ตัวเขายังโดนเอาไปขายเพื่อใช้หาเงินมาประทังชีพจากเหตุข้าวยากหมากแพงด้วยเช่นกัน

-  จากบทแปลซาโยะจะพูดตอนพาไปร้านค้าว่า " ท่านพาข้าไปด้วยเพราะมีปัญหาเรื่องการเงินหรือเปล่า"  คือตรงนี้จากประวัติน้องแกโดนเอาไปขายเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ  ดังนั้นพอพาไปร้าน  เราเลยตีความในแง่ที่ว่า  น้องอาจจะคิดว่าซานิวะพาเขาไปขายค่ะ  

-  เราเลยคิดว่าแม้จะดูน่ารักแต่สายตากับท่าทางเนี่ยดูมืดมนจริงๆ  ยิ่งบทพูดที่แปลแล้วนะโหน้องจ๋า...  แต่ส่วนใหญ่มีสองพี่คอยดูแลเลยยังได้เห็นมุมมองความเป็นเด็กอยู่บ้าง  แต่ถ้าเทียบกับเด็กบ้านอื่นไม่นับยะเก็นเราว่าน้องก็ดูเป็นผู้ใหญ่ระดับหนึ่ง

-  ในอนิเมเองก็มีช่วงหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าซาโยะยังคงฝันถึงอดีตตนเองและเขาก็ดูเจ็บปวดมากๆ  พวกพี่น้องของเขาเลยหาวิธีทางทำให้เขามีความสุขมากที่สุดค่ะ  (ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะช่วยกันปลูกดอกไม้นะ)






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

719 ความคิดเห็น

  1. #86 POIÄNGEL (@sommar23) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 22:13

    สู้ๆ รออยู่
    #86
    0
  2. #85 p_ice (@p-ice) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 06:10
    ไม่นะ แบบไม่คาดคิดเลยว่าจะเป็นซาโยะ คือในบรรดาทันโทอันดับแรกๆที่เราชอบคือ ซาโยะ กับ อิมาโนะ นี้ละ หือออ น้องงงงงงงง
    #85
    0
  3. #84 §INERZIA§ (@kazegawaminto) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 20:53

    โดนกลืนกินไปอีกคน.. ใช่ไหม? ก็เคยคิดๆอยู่หรอกว่าเหล่าดาบในเรือนของไอในอนาคตจะมีใครถูกกลืนกินไหม สรุปมีสินะ แล้วหวยก็มาออกที่คนที่ไม่คิดว่าจะโดนซะด้วย แต่พอเป็นแบบนี้ก็อยากรู้เลยแฮะว่าไอจะทำยังไง เพราะตัวเองก็เล่นด่าโอยาคิริไปซะตั้งเยอะ ถ้าตัวเองเจอแบบเดียวกันมั้งจะแก้ไขยังไง

    #84
    0
  4. #83 Marius Yo (@tongue) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 19:50
    เวรละไง น้องงกลับมาก่อนนน
    #83
    0
  5. #82 Run for your life (@ingfhakaewsri) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 19:39

    ฮือ..ซาโยะ สู้ๆลูกอย่าพึ่งโกรธหายใจเข้าลึกๆๆ--
    ไปหาพังป่าแถวๆนั้นระบายอารมณ์ไปลูกไป

    เล่นกี่ทีเจอบทพูดมืดมนของน้องแล้วปวดใจทุกทีเลยค่ะฮือ..
    #82
    0