Fic Touken Ranbu : แด่โชคชะตาที่ถูกผูกมัด

ตอนที่ 22 : เจตจำนงค์แห่งความมืดมิดและความเจ็บปวดของการตัดสินใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 735
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    14 ธ.ค. 61





                         ยามสายในวันรุ่งขึ้นบรรยากาศในเรือนยังเต็มไปด้วยความตึงเครียด  การเร่งรักษาจากนายสาวสามารถยื้อชีวิตที่เกือบจะดับไปทั้งหกชีวิตได้แต่แลกมากับพลังที่สูญเสียไปเป็นจำนวนมาก  

                         อิชิคิริมารุกลับมาได้ยินเรื่องราวทั้งหมดด้วยสีหน้าตื่นตระหนก  เขาไม่รีรอช้าฝากงานที่เหลือแล้วไปช่วยชำระล้างอีกครั้งหนึ่งแก่พวกดาบ  ซ้ำยังฝากให้ศาสตราที่ใกล้ชิดกับหกคนที่ยังนอนพักฟื้นเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

                         ส่วนไอฮาเนะนั้นน่ะหรือ  หลังรักษาเสร็จสิ้นเมื่อวานแล้วเธอก็หันไปจัดการส่งรายงานทั้งหมดไปยังคอนโนสุเกะ  แจ้งเตือนภัยเกี่ยวกับอันตรายจากดาบที่ถูกกลืนกิน

                         และในตอนนี้เจ้าตัวเองก็เตรียมพร้อมสำหรับการลงพื้นที่เพื่อตามหาดาบที่ว่านั่น  ทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการกำจัดทิ้งจริงๆเพราะดูแล้วว่าถ้ายังปล่อยเอาไว้นานกว่านี้  ศาสตราที่ถูกส่งออกไปอาจมีสิทธิ์ได้แตกหักเข้าจริงๆสักวันหนึ่ง

                         "ท่านจะไปจริงๆสินะขอรับ"

                         การด่วนตัดสินใจนี้ได้สร้างความกังวลอย่างอดไม่ได้  แม้เป็นการตัดสินใจของเจ้านายแต่มีหลายคนอยากคัดค้านเต็มที่

                         "ฉันคงทนรอต่อไปไม่ไหวจริงๆ  หากอยากรู้ว่าดาบนั่นเป็นยังไงกันแน่มีแต่ต้องไปดูด้วยตาตนเอง  ทางนี้ฉันขอฝากพี่หมอด้วยละกัน"  ไอฮาเนะจัดแจงส่งตารางงานให้ฮาเซเบะและฝากการดูแลหกศาสตราไว้ในมืออิชิคิริมารุพร้อมเตรียมการทุกอย่างเต็มที่  เห็นได้ชัดว่าการลงสนามรบครั้งนี้ไม่มีความผ่อนคลาย  ใบหน้าของเด็กสาวเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด

                         เนื่องจากการโจมตีเมื่อวานเกิดขึ้นในช่วงกลางวัน  ศาสตราที่นำพาจึงเป็นทาจิและโอดาจิ  ทว่าสิ่งที่ทำให้ผิดคาดไปจากเดิมก็คือการถูกนกกระเรียนมาเยือนถึงเรือนพักและทำการร้องขอร่วมทัพด้วยสีหน้าจริงจัง

                         "ข้าเองก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน  ให้ข้าไปด้วยเถอะ...ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามเด็ดขาด"  ทสึรุมารุอดรนทนไม่ได้ยามเมื่อรับรู้ว่าอีกตัวตนหนึ่งของตัวเองได้ทำร้ายเพื่อนพ้องร่วมฮงมารุ  แม้จะบอกว่าไม่ใช่ตัวเขาแต่ไม่ว่ายังไงนั่นก็คือทสึรุมารุ  คุนินากะเหมือนกัน

                         "เราไม่รู้จุดมุ่งหมายของศัตรูเลยสักนิดเดียว  ท่านอย่าได้ประมาทล่ะท่านไอ"  อิชิคิริมารุย้ำเตือนส่งท้ายขณะเดินมาส่งที่ลานกลางเรือนหลัก  สีหน้าเขาคล้ายอยากประท้วงค้านเต็มทีแต่เหตุการณ์เร่งด่วนนี่คงไม่อาจสยบความร้อนรนในใจของเด็กสาวผมดำได้อีกต่อไปแล้ว

                         เมื่อพูดถึงจุดมุ่งหมาย  ไอฮาเนะก็แอบคิดเห็นด้วยว่าเธอไม่รู้จริงๆว่าศัตรูต้องการอะไรกันแน่  การจู่โจมกลุ่มศาสตราของซานิวะนั้นเหมือนเป็นการสุ่มมากกว่า  จะอย่างไรก็ดีผลการปะทะก็กะจะสังหารให้ตายตกให้ได้  แม้จะมีบางส่วนหลุดเล็ดรอดแต่เมื่อเช็คข้อมูลก็พบว่าซานิวะบางคนก็ส่งทัพอีกทัพลงพื้นที่เพื่อปะทะต่อเนื่องทันที  ทว่ากลับไม่พบร่องรอย

                         เป้าหมายคือซานิวะทั้งหมดแน่ๆ  แต่การไล่โจมตีไปทีละคนคอยเก็บพวกศาสตราทีละน้อยนั้น  อาจจะมีเป้าหมายในการลดกำลังหลักของพวกตนลงก็เป็นได้  

                         เด็กสาวถอนหายใจอีกครั้ง  หากว่าต้องการเก็บกำลังหลักล่ะก็งั้นรอบนี้เธอยอมเป็นเหยื่อล่อให้ละกัน  ก็หวังว่าเป้าหมายจะออกมากินเหยื่อนี่ล่ะนะ

                         ทั้งสองเดินมายังลานกว้างของเรือนหลัก  กำลังรบในรอบนี้ก็เป็น  ทาโร่ทาจิ  โฮตารุมารุ  ทสึรุมารุ  อิจิโกะ  ตนและยะเก็น

                         ปลายเท้าของทั้งสองร่างจำต้องหยุดเดินกะทันหันเมื่อดวงตากลับพบร่างของทันโทวตัวน้อยขวางทางเดินอยู่  อิชิคิริมารุลอบก้มมองใบหน้าของนายสาวที่แสดงความประหลาดใจชัดเจน

                         "ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะซาโยะ?"

                         "ท่านไอ...ได้โปรดให้ข้าไปแทนยะเก็นด้วยเถอะขอรับ"  เด็กชายมีดสั้นในชุดออกรบยืนค้อมศรีษะขอร้องไอฮาเนะด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ใดๆ

                         สังหรณ์ประหลาดบอกแก่เด็กสาวว่าซาโยะในตอนนี้ดูผิดแปลกไปจากเดิม  "แต่มันเป็นการเผชิญหน้าที่ค่อนข้างอันตรายนะ"

                         "ได้โปรดเถอะขอรับ..."

                         "ซาโยะ..."

                         "ได้โปรดเถอะท่านไอ"

                         ไอฮาเนะหันมองศาสตรารุ่นใหญ่ที่มีสีหน้าปั้นยาก  เขาพยายามเช็คให้มั่นใจแต่ก็ยัง...ไม่รู้สึกถึงอะไรที่ดูเป็นอันตราย  แม้จะประหลาดใจที่เด็กชายมาขอร้องร่วมทัพด้วยตนเองก็ตาม  จะบอกว่านี่เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่มีการขอร้องแบบนี้หากไม่นับทสึรุมารุล่ะนะ

                         อิชิคิริมารุนึกชั่งใจแต่ด้านฝีมือซาโยะก็ถือว่าเก่งกาจสามารถปกป้องเจ้านายในช่วงเวลาจวนตัวได้แน่ๆ  เขาจึงยินยอมพยักหน้าคล้ายเห็นชอบด้วยที่เด็กชายจะไปแทน

                         แต่ไอฮาเนะยังไม่มั่นใจนัก  "เรื่องนี้บอกโคเท็ตสึกับโซวสะหรือยัง?"

                         "ข้าได้บอกแก่ท่านพี่แล้ว  และท่านพี่ทั้งสองก็อนุญาตขอรับ"

                         หากผู้ปกครองปล่อยแล้ว  ตนเองก็คงไม่มีอะไรคัดค้าน

                         "ก็ได้  แต่หวังว่ากลับมาซาโยะจะมีคำอธิบายที่มีเหตุผลสำหรับการขอไปด้วยในครั้งนี้นะ"

                         "ขอรับ"

                         ไม่สบายใจเลยแหะ  ท่าทีของเด็กชายในวันนี้

                         เด็กสาวคิดไม่ตกกับเรื่องนี้จริงๆแต่พี่หมอแย้งว่าเรื่องนี้สามารถกลับมาตรวจเช็คหลังจากจบศึกนี้เมื่อไหร่ก็ได้  สำคัญสุดตอนนี้คือเพ่งสมาธิไปกับการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี่จะดีกว่า  เพราะไม่รู้ว่าโยมิตนนั้นจะปรากฏตัวออกมาหรือไม่
ไอฮาเนะจึงยินยอม  ปล่อยความกังขาต่อตัวเด็กชายไปอย่างเลี่ยงไม่ได้  ก่อนทั้งสามจะเดินเกาะกลุ่มไปรวมตัวกับคนอื่นๆที่กลางลาน

                         ศาสตราหลายคนดูประหลาดใจกับการเห็นซาโยะมาแทนที่ยะเก็น  ฟากทันโทวหนุ่มบ้านโทชิโร่ก็ดูแปลกใจอย่างเห็นได้ชัดแต่เมื่อเจ้านายอนุญาตเขาก็ไม่ทักท้วง  ได้แต่บอกฝากให้ทำหน้าที่แทนโดยไร้อาการหงุดหงิดใดๆ

                         "อย่างไรข้าก็อยากไปด้วยนะขอรับ"  คนที่โผล่มารั้งท้ายและขอติดตามอีกคนคือโคเท็ตสึ  แม้ตามปกติทัพที่จัดจะไปแค่หก  แต่เพราะว่าศาสตราที่ไปมีแค่ห้าไม่นับรวมไอฮาเนะ  ดังนั้นเขาจึงเลือกร้องขอจะไปเพิ่มด้วย  ส่วนนึงนั่นเพราะเขายังไม่สบายใจกับการปล่อยซาโยะไปสู่สนามรบ

                         การไปทัพครั้งนี้ดูแปลกไปจากเดิมมาก  แต่เนื่องจากเป็นศึกที่ตึงเครียดการมีศาสตรารุ่นแรกไปเยอะพอประมาณก็เป็นทางเลือกที่ดี  จึงยอมอนุโลมเป็นกรณีพิเศษและฝากฝังให้เขาคอยดูแลซาโยะในระหว่างการปะทะ

                         ไม่ช้าพวกตนก็มายังจุดสถานที่ตรวจพบเข้าจนได้

                         รอบด้านปราศจากไอมาร  ตัวเด็กสาวก็แพร่กระจายพลังวิญญาณเพื่อลองตรวจค้นก็ไม่พบอะไร

                         ผิดปกติ  ผิดปกติสุดๆเลย

                         ทั้งหมดเริ่มทำการสำรวจพยายามหาร่องรอย  หากเป็นทัพของโยมิแค่มันเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ใด  ร่องรอยหายนะจะปรากฏอยู่ชัดเจน  ไม่ช้ากลุ่มสำรวจที่ส่งออกไปก็ตรวจพบความผิดปกติ  อิจิโกะนำพวกตนไปยังหมู่บ้านเล็กๆที่มีไม่กี่ครัวเรือน  ทว่าบัดนี้มันกลับกลายเป็นแค่เศษซากปรักหักพัง

                         ร่องรอยทุกอย่างถูกทำลาย  ร่างไร้วิญญาณของคนในหมู่บ้านนอนตายเกลื่อนกลาด  บ้านเรือนถูกเผาไหม้มิหนำซ้ำผืนที่รอบบริเวณเต็มไปด้วยไอพิษของโยมิ

                         "ร่องรอยดูไม่ค่อยใหม่นักและจากสภาพศพที่สมบูรณ์ที่สุดข้าคิดว่าทัพของโยมิคงผ่านเส้นทางนี้ไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน  แต่ตอนที่พวกข้าออกตรวจสอบบริเวณนอกหมู่บ้านกลับไม่พบร่องรอยเส้นทางที่โยมิควรจะผ่านไปเลย  ราวกับว่าพวกมันหายตัวไปทันทีที่โจมตีหมู่บ้านแห่งนี้ขอรับ"

                         "มันจะเป็นไปได้รึที่หายไปเลย  หรือว่าพวกมันสามารถเคลื่อนย้ายผ่านห้วงเวลาได้โดยไร้ข้อจำกัด"

                         อันที่จริงพวกตนก็เคลื่อนย้ายผ่านห้วงกาลเวลาย้อนสู่อดีตหลายร้อยปี  เหล่าดาบมารเองก็มีความสามารถเช่นนั้นแต่การจะโยกย้ายทัพในปริมาณขนาดนั้นไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ

                         ดูเหมือนดาบที่ถูกกลืนกินจะสามารถทำอะไรได้หลายอย่างเกินไปแล้วนะ

                         "ก่อนจะมานี่ฉันได้ลองตรวจสอบแล้ว  ถัดจากหมู่บ้านนี้ไปจะมีหมู่บ้านเล็กๆอีกหนึ่งแห่ง  แต่จะว่าไปก็น่าแปลกหากมันจะมุ่งหน้าโจมตีก็ควรเพ่งเล็งเมืองใหญ่ๆไม่ดีกว่าเหรอ  ทำไมมาเล่นงานหมู่บ้านเล็กๆล่ะ"

                         "คงเพราะเป็นหมู่บ้านเล็กๆจึงได้ถูกกำจัดขอรับ  ตามที่ข้าคิดคือพวกมันกำลังสะสมกำลังพลให้มากขึ้น  หากมีความผิดปกติในพื้นที่แถบนี้ชาวบ้านคงจะติดต่อไปยังเมืองใหญ่  และนั่นอาจทำให้เกิดเหตุการณ์บิดเบือนห้วงมิติเวลาและประวัติศาสตร์  เสี่ยงต่อการถูกฝั่งเราตรวจพบ  ดังนั้นทางที่ดีคือทำลายหมู่บ้านเหล่านี้แล้วเก็บตัวรอคอยเวลาอย่างเงียบเชียบน่าจะดีกว่า"

                         นั่นสินะ  จำนวนที่กลุ่มชิชิโอะเจอแค่ไม่กี่สิบตน  จะบุกเมืองใหญ่ควรจะมีจำนวนมากกว่านี้อีกหน่อย  ดังนั้นข้อสมมติฐานนี้มีความเป็นไปได้อยู่สูง  แต่พอเห็นสภาพแบบนี้มันก็น่าเศร้าจริงๆ...

                         "คิดว่าพวกเราควรจะไปรออีกหมู่บ้านหนึ่งเลยดีไหม?"

                         "ยังก่อนดีกว่า  เราไม่รู้จุดมุ่งหมายจริงๆ  ถ้าหากมันมีความสามารถในการเดินทางได้อย่างไร้ข้อจำกัด  ถ้าอย่างงั้นอีกหมู่บ้านหนึ่งก็คงไม่รอดแล้วล่ะ...ทางเลือกที่ดีคือลองลาดตระเวนในแถบนี้ดูอีกสักหนึ่งวัน  หากว่ามีแหล่งซ่องสุมกำลังพลเราจะจัดการกับมัน"

                         ไอฮาเนะไม่ได้อยากใจร้ายแต่ถ้าข้อสันนิษฐานนี้คือเรื่องจริง  ต่อให้วิ่งสุดฝีเท้าก็คงช่วยหมู่บ้านนั้นไม่ทันแน่ๆ  อีกอย่างการโจมตีหมู่บ้านเล็กๆนี่มันจะเพราะเหตุผลแค่นั้นจริงๆหรือ?  ทำไมถึงรู้สึกว่ามันน่าจะมีเงื่อนงำอย่างอื่นอีกนะ

                         ระหว่างที่ขบคิด  ดวงตาของเด็กชายที่เป็นทันโทวหนึ่งเดียวเหม่อลอยมองดูร่างไร้วิญญาณผู้หนึ่งที่มีดาบปักคาท้อง  เขาจ้องมองราวกับภาพที่เห็นได้ดึงสติของเขาไว้อย่างสมบูรณ์

                         "ซาโยะ?"  โคเท็ตสึหันมองผู้เป็นน้อง  เขากวาดตามองเห็นว่าเด็กชายจ้องอะไรจึงเอื้อมมือไปหมายจะปิดตาไม่ให้มองต่อ  แต่ซาโยะกลับเบือนหน้าหนีเสียก่อน  "ไม่เป็นไรใช่ไหม?"

                         "อืม  ข้าไม่เป็นไร"  เด็กชายตอบเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ความรู้สึก  พี่ชายคนโตเริ่มรู้สึกไม่สบายใจแบบแปลกๆ  น้องของเขามีอาการเช่นนี้นับจากเมื่อวานหลังจากทัพที่บาดเจ็บกลับมา  ตอนแรกโคเท็ตสึคิดว่าเขาคงรู้สึกไม่ดีที่เห็นร่างโชกเลือดของอิมะโนะสึรุกิดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่เขารบเร้าจะขอไปกับทัพในวันนี้  แต่มันคือเหตุผลนั้นจริงหรือเปล่าชายหนุ่มก็ไม่อาจทราบได้

                         "เฮ้  มีอะไรกันหรือเปล่า?"  โฮตารุมารุสังเกตเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของโคเท็ตสึจึงถามอย่างกังวล

                         "เปล่าหรอก  อย่างไรเรามาแบ่งหน้าที่กันดีหรือไม่  หากท่านไอประสงค์อยากจะลาดตระเวนเพื่อสังเกตการณ์เช่นนั้นเราต้องหาที่ค้างแรม"

                         เนื่องจากเตรียมตัวมาพร้อมสำหรับการปะทะ  แต่ไม่ได้คิดถึงว่าแผนต้องเปลี่ยนกะทันหัน  ศาสตราหลายคนก็มีหน้ากังวลระดับหนึ่ง  ในยามราตรีผู้ที่เคลื่อนไหวได้ว่องไวคล่องแคล่วมากสุดก็ไม่พ้นมีดสั้น  แต่ยามนี้มีมีดสั้นเพียงหนึ่งเดียว

                         "ใจเย็นก่อน  เราแค่สอดแนมไม่คิดจะมีการปะทะ...จริงอยู่ว่าฉันอยากกวาดล้างแต่ถ้าเทียบเรื่องสภาพพื้นที่กับกำลังพลในตอนนี้ดูจะไม่ดีสักเท่าไหร่  สิ่งที่ฉันต้องการคือรูปแบบการเคลื่อนไหวและการคาดคะเนเป้าหมาย  รวมทั้งข้อมูลของดาบเล่มนั้น"  เด็กสาวอธิบายว่าเพราะไม่แน่ชัดจริงๆว่าเป้าหมายคืออะไรถึงท้ายสุดต้องกำจัด  แต่ด้วยกลยุทธ์และผลการต่อสู้ที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าศัตรูวางแผนการรบเป็นระเบียบและเริ่มถนัดการวางแผนหลอกล่อให้ไปติดกับดัก  อีกทั้งรอบนี้เธอตัดสินใจดันทุรังอยู่รั้งรอเพราะไม่ต้องการให้เบาะแสหายไปอีก  ดังนั้นจึงเลือกเสี่ยงดวงดูสักตั้ง  ยังไงก็คิดหาทางสำหรับหลบหนีไว้พร้อมแล้วด้วย

                         "ในครั้งนี้ต้องเคลื่อนไหวอย่างรัดกุมที่สุด"

                         โอกาสผิดพลาดและเป็นฝ่ายโดนเล่นงานซะเองมีอยู่สูง  ไอฮาเนะไม่อยากเสี่ยงอะไรทั้งนั้น  เพื่อการนั้นแล้วจะไม่ให้เกิดความผิดพลาดใดๆขึ้นมาอย่างเด็ดขาด  เด็กสาวเริ่มแบ่งงานให้กับศาสตรา  ส่งกลุ่มย่อยออกไปสำรวจเพื่อหาที่ค้างแรมสำหรับคืนนี้  อีกส่วนเตรียมหาเสบียง  โดยส่วนตัวเธอไม่อยากเสี่ยงตั้งที่พักใกล้กับหมู่บ้านที่ถูกโจมตีเพราะไม่แน่ใจว่าศัตรูจะย้อนกลับมาอีกหรือไม่  หรือว่ามันมีที่หลบซ่อนในระแวกแถวนี้กันแน่  ดังนั้นการหาที่พักแหล่งใหม่น่าจะดีกว่า  

                         พร้อมกันนั้นตัวของไอฮาเนะเองจะขอตรวจสอบอย่างละเอียดรอบหมู่บ้านเผื่อเจอเงื่อนงำผนวกกับการชำระล้างส่งดวงวิญญาณเหล่านี้สักหน่อย  ซึ่งระหว่างนั้นหากพบปะศัตรูให้เลี่ยงการปะทะและพยายามกลับมารวมกลุ่มกับคนอื่นให้ไวที่สุด

                         เมื่อแจกจ่ายงานกันแล้ว  ศาสตราที่ยังคงอยู่กับไอฮาเนะคือซาโยะและโคเท็ตสึ  ทสึรุมารุและอิจิโกะรับหน้าที่ในการออกสอดแนมอีกครั้ง  ส่วนดาบใหญ่ทั้งสองให้ไปหาเสบียงแทนซึ่งพวกเขาบอกว่าตอนที่ไปสำรวจครั้งแรกก็เห็นของที่พอจะนำมาเป็นเสบียงได้อยู่แล้ว  ดังนั้นจึงยกหน้าที่ให้พวกเขาไป

                         เมื่อเหลือแค่สามคน  ไอฮาเนะก็เริ่มตรวจสอบแบบจริงจังเธอแค่ก้าวเข้าไปตรวจดูพื้นที่  แม้มีอุปสรรคจากไอพิษ  แต่ตัวซานิวะที่ได้รับการคุ้มครองจากเปลวเพลิงแห่งนิรันดร์  ไอพิษแค่นี้ก็แค่สิ่งกีดขวางการมองเห็นเท่านั้น  เด็กสาวสั่งให้สองศาสตรารอด้านนอก  ส่วนตนก็กวาดสายตามองซึ่งโดยส่วนใหญ่จากที่เห็นเศษซากที่พังทลายนั้นน่าจะถูกทำลายด้วยการโจมตีจากดาบใหญ่เพียงครั้งเดียว  แต่กระนั้นร่องรอยที่ฟาดฟันบนศพกลับเป็นรอยของมีดสั้นบ้างแต่มากสุดรอยคมดาบนั้นดูเหมือนจะเป็น...ดาบยาว

                         "โหดร้ายจริงๆ"  หนึ่งในบรรดาศพเหล่านั้นมีร่างของเด็กน้อยที่ยังเล็ก  ไอฮาเนะเบือนหน้าหนีอย่างรู้สึกเวทนา  เหล่าโยมินั้นไร้ความปราณีพวกมันไม่แยกแยะว่าอะไรคืออะไร  พวกมันรู้แค่ว่าสิ่งเบื้องหน้าคือศัตรูที่ต้องทำลายเท่านั้น  "ทั้งสองคนหลบไปหน่อยฉันจะใช้เพลิงในการชำระล้าง"

                         คงไม่สามารถทำหลุมศพให้ได้ทั้งหมดหรอกแต่ถ้าฌาปนกิจให้ละก็พอไหว

                         เด็กสาวแพร่กระจายพลังวิญญาณไประบุตำแหน่งของเหล่าร่างไร้วิญญาณพร้อมกันนั้นก็เรียกเพลิงมาเหนือฝ่ามือก่อนสะบัดปล่อยเพลิงให้แพร่กระจายไปทั่วพื้นที่  แล้วค่อยๆเร่งพลังวิญญาณให้เพลิงโหมกระหน่ำมากขึ้นจนลุกไหม้ตามแต่ละจุด  ก่อนปล่อยให้เพลิงเผาทำลายไอพิษและซากร่างไร้วิญญาณเพื่อหมายส่งพวกเขาไปสู่สุคติ

                         ทว่า

                         เสียงคำรามนั้นดังก้องขึ้น  ไอฮาเนะเบิกตากว้างเมื่อคลื่นวิญญาณสีดำก่อตัวขึ้นเบื้องหน้า  เด็กสาวถึงกับตกตะลึงเพราะไม่สามารถสัมผัสจิตอาฆาตใดๆได้แม้แต่น้อยนับตั้งแต่ตอนเธอก้าวมาอยู่กลางหมู่บ้าน  แต่ตอนนี้จิตนั่นกลับปรากฏขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุและมันได้รวมตัวกันอัดแน่นแล้วพุ่งเข้าโจมตีเด็กสาว

                         ไอฮาเนะเรียกเพลิงมาป้องกันขณะที่โคเท็ตสึจับอาวุธเข้าสู้

                         "ทำไมวิญญาณอาฆาตถึงปรากฏได้!?เป็นเพราะไอพิษของโยมิงั้นรึ!?"  เป็นคำถามที่ดีหลวงพี่  ทางนี้ก็อยากจะรู้เหมือนกัน  ทั้งที่โยมินั้นสามารถบ่อนทำลายสิ่งมีชีวิตเพราะไอพิษได้แต่ไม่เคยเจอกรณีที่มันสามารถเปลี่ยนจิตวิญญาณมนุษย์ให้กลายเป็นวิญญาณร้ายได้ทันทีเนี่ยสิ!

                         "ช่วยไม่ได้"  เธอไม่เคยไล่ผีเสียด้วยสิ  "คเท็ตสึ  ซามอนจิ"  เนื่องจากเป็นวิญญาณที่กำเนิดเพราะโยมิ  ดังนั้นทางเลือกที่ดีก็ใช้ศาสตราผสานกับเพลิงจัดการให้สิ้นไปทีเดียว  "ฉันรู้ว่านายไม่ชอบแต่ช่วยหน่อยนะ!"

                         โคเท็ตสึเป็นดาบที่ไม่ชอบการฆ่าฟัน  สิ่งที่เขาทำมีเพียงแค่ปกป้องครอบครัวและชีวิตตนเอง  แต่ในตอนนี้พลังของเขาเป็นสิ่งจำเป็นและที่สำคัญเธอไม่ได้ละเมิดในการใช้เขาฆ่าฟันชีวิตเสียหน่อย  สิ่งที่ฟาดฟันในตอนนี้คือวิญญาณอาฆาคแค้นตะหากล่ะ

                         เกิดเสียงปะทะกึกก้องเมื่อคมดาบของโคเท็ตสึที่ลุกไหม้ด้วยเพลิงพิสุทธิ์เข้าปะทะกับคลื่นวิญญาณร้าย  มันพยายามแพร่กระจายไอพิษออกมาต่อต้านเพลิง  กระนั้นไอฮาเนะก็ใช้เรี่ยวแรงผลักดันมันกลับไปแล้วฟาดดาบเป็นคลื่นทางยาวเข้าโจมตีจนระเบิดไอวิญญาณพวกนั้นพร้อมกับใช้เพลิงเผาเศษเสี้ยววิญญาณที่กระจัดกระจายจากการโจมตีทันที

                         เสียงร้องโหยหวนชวนบาดใจนั้นดังก้องยามเพลิงเผาผลาญ  ไอพิษกำลังถูกชำระล้างทีละน้อย

                         ทว่า

                         "ซาโยะ!!!"  ไอฮาเนะร้องอย่างตื่นตระหนกเมื่อเด็กชายที่ตั้งท่าการโจมตีถูกเศษเสี้ยวจิตวิญญาณพุ่งเข้าโจมตีใส่ร่างตรงๆ  โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ปัดป้อง

                         ทำไม!?

                         เด็กสาวรีบจัดการกับเศษเสี้ยววิญญาณที่เหลือแล้วใช้เพลิงชำระล้างพื้นที่สลายไอพิษทั้งหมดแล้วปลดยกเลิกการเรียกใช้ร่างศาสตราของโคเท็ตสึ  ขณะถลันเข้าไปช้อนร่างของเด็กชายที่โดนเล่นงานจนนอนหมอบราบพื้นขึ้นมาดู

                         ไร้ร่องรอยจากการบาดเจ็บแต่สีหน้าของเด็กชายดูบิดเบี้ยวทรมาน  เขาหลับตาพูดพึมพำกลับมาหลังได้ยินเสียงเรียกจากนายและพี่ชาย

                         "ข้า...ไม่เป็นไร..ขอรับ..ขออภัย...ที่ประมาท"

                         "เจ็บตรงไหนซาโยะ!  ตอบฉันหน่อยสิ!"

                         "ไม่เจ็บขอรับ  ข้า...ไม่เจ็บ"  เขาปฏิเสธแต่ไม่ยอมลืมตา  ไอฮาเนะพยายามใช้เพลิงรักษาแต่เด็กชายบ่ายเบี่ยง  "พอแล้วขอรับ...ท่านสูญเสียพลังเกินไปแล้ว..."

                         พี่ใหญ่ของบ้านหันไปพยักหน้าให้นายสาวเป็นเชิงห้ามปรามเขาเห็นด้วยกับผู้เป็นน้อง  หลังชายหนุ่มตรวจสอบแล้วว่าซาโยะไม่ได้บาดเจ็บอะไรสักนิด  อย่างมากแค่จุกจากแรงกระแทก  "ให้ข้าจัดการดูแลเขาเองเถอะขอรับ"  โคเท็ตสึปลอบเด็กสาวเขารวบร่างของเด็กชายจากอ้อมแขนบางมาอุ้มแทน

                         ไอฮาเนะมองอย่างกังวลใจแต่เมื่อพี่ใหญ่ของบ้านเอ่ยปานนี้เธอก็ยินยอมล่าถอย  เด็กสาวหันไปตรวจเช็คพื้นที่  ด้วยเพลิงแห่งการชำระล้างประกอบกับจงใจเผาร่างไร้วิญญาณนั้นทั้งหมดทำให้ในตอนนี้หมู่บ้านแห่งนี้คงเหลือแค่เศษซากปรักหักพังเท่านั้นเอง

                         "ข้าไม่รู้สึกถึงจิตวิญญาณอาฆาคแค้นแล้วขอรับ"

                         "อืม...ดีแล้ว...ต่อจากนี้คงต้องระวังมากขึ้น"  เมื่อครู่คือกับดักอย่างแน่นอน  แต่การหลบซ่อนจิตวิญญาณอาฆาตที่มีพลังระดับนั้นไม่ใช่ธรรมดาเลย  "ขอโทษด้วยละกันที่ประมาท"

                         "อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย  ทั้งท่านและข้าก็ไม่อาจจับสัมผัสใดๆได้  กระทั่งตอนเรามาถึงก็ไม่มีอะไรผิดสังเกตุ  ครั้งนี้ศัตรูช่างร้ายกาจยิ่งนัก.."  โคเท็ตสึทราบดีว่านายสาวไม่ได้ประมาทแต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อยู่นอกเหนือความคาดหมายจริงๆ 

                         "ถอยออกจากที่นี่แล้วรอคอยคนอื่นๆเถอะ  คืนนี้รอดูอาการซาโยะก่อนถ้าไม่สู้ดีฉันจะยกเลิกแผนทั้งหมดแล้วพาเขากลับ"

                         "ข้าคิดว่าเขาไม่เป็นอะไรหรอกนะขอรับ"

                         "ก็ขอให้เป็นแบบนั้น  เห็นสีหน้าเขาแบบนี้แล้วฉันรู้สึกไม่ดีเลยจริงๆ"  สีหน้าที่หลับตาอยู่นั้นดูเจ็บปวดทรมาน  ราวกับว่ามีบางอย่างกัดกินเขาภายใน  กระนั้นไอฮาเนะยังไม่อาจสัมผัสได้ถึงสิ่งใดที่เป็นอันตรายจากร่างของเด็กชายเลย

                         คง...ไม่น่าเป็นอะไรล่ะมั้ง

                         แม้ลางสังหรณ์จะร้องบอกย้ำเตือน  ไอฮาเนะที่ยังหาจุดผิดสังเกตไม่ได้ก็ทำได้แค่ซ่อนสีหน้าเท่านั้น  เธอหวังว่าซาโยะจะไม่เป็นไร  

                         พลันความรู้สึกที่ว่าหากเขาถูกกลืนกินแล้วกลายเป็นโยมิ  ตนจะทำอย่างไรผุดขึ้นมา

                         แบบนั้นเธอก็จะไม่ต่างกับโอยาคิริ  หากว่าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น  ตัวเองก็คงมีสภาพที่ไม่ต่างกับซานิวะผมเงินผู้นั้น

                         แต่ว่าเราก็ป้องกันทุกอย่าง  ดูแลพวกเขาอย่างดี  ห้วงอารมณ์ความนึกคิดของทุกคนก็ไม่ได้...

                         จู่ๆก็ได้ยินเสียงแทรกขึ้นมาในหัวว่าจริงเหรอ?  แน่ใจแล้วเหรอว่าทุกคนจะไม่นึกคิดอะไร?  ถึงป้องกันได้แล้วอย่างไร?  ถ้าเกิดขึ้นมา...ตัวเธอจะทำยังไงล่ะ?

                         กำจัดทิ้งเหมือนอย่างที่บอกแก่โอยาคิริ?  หรือเลือกจะปล่อยเพราะใจไม่กล้าพอที่จะทำลายจนท้ายสุดกลายมาเป็นปัญหาให้คนอื่นตามเก็บเช็ดล้าง?

                         ถ้าต้องกำจัด...

                         เธอเหลือบตามองซาโยะด้วยความรู้สึกเจ็บปวด  ตนกล้าบอกคนอื่นให้ทำลายแต่ยามเมื่อต้องลงมือเอง 

                         เธอจะกล้าทำลายเขาลงได้เชียวหรือ?

                         ซาโยะที่เป็นมีดสั้นแรกๆที่ได้มา  ผูกพันธ์และอยู่กันมาอย่างยาวนาน

                         ดวงตาใสซื่อสีฟ้าที่ซุกซ่อนอดีตอันเจ็บปวดที่ซึ่งชอบแหงนหน้ามองตนคู่นั้นจะหายไปหรือ?

                         ความรู้สึกหลากหลายเริ่มก่อตัวขึ้นในอกจนรู้สึกเจ็บแน่น  ไอฮาเนะกัดฟันกรอดเมื่อหวนนึกถึงภาพใบหน้าของเด็กชายที่อยู่ร่วมกับตนมาอย่างยาวนาน

                         "ท่านไอ...?"

                         "ฉันไม่เป็นไร...โคเท็ตสึ...แค่เพลียนิดหน่อย"  

                         ไอฮาเนะฝืนยิ้มตอบพยายามซ่อนใบหน้าไม่ให้มีพิรุธจนทำให้อีกฝ่ายกังวล  จนเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้สนใจดวงตาก็หลุบก้มมองดูใบหน้าที่ยังทุกข์ทรมานของเด็กชายผมฟ้า

                         ถ้าหากเกิดขึ้นจริง...แล้วเด็กคนนี้ต้องจากไป...

                         ในตอนนั้น...เธอจะทำยังไง?

                         เด็กสาวเฝ้าถามตัวเองอยู่เงียบๆด้วยความเจ็บปวด




                         "โชคดีจริงที่เจอถ้ำนะเนี่ย"  ทสึรุมารุพูดลอยๆขณะใช้ไม้เขี่ยกองไฟ  เขาเป็นคนจับปลามาเพิ่มหลังพบว่ามีแต่ผลไม้ป่าที่สองโอดาจิขนกลับมาพร้อมกับไม้สำหรับก่อไฟ  ในค่ำคืนช่วงนี้อากาศหนาวเหน็บการนอนตากน้ำค้างด้านนอกคงไม่ดีสำหรับร่างกายของเจ้านายสาวที่เป็นมนุษย์

                         อิจิโกะและทสึรุมารุเจอถ้ำเล็กๆนี่พอดี  พวกเขาหาพวกกิ่งไม้มาปิดบังไม่ให้เป็นที่สังเกตเห็นโดยง่าย  ก่อนจะไปนำทางให้พวกไอฮาเนะมาพัก  ซึ่งตอนที่ไปรวมตัวกันก็เจอเรื่องน่าตกใจ  รายละเอียดที่โคเท็ตสึเล่านั้นสร้างความวิตกกังวลจนทำให้บรรยากาศภายในทัพอึมครึม

                         เจ้ากระเรียนยอมรับว่าไม่ได้ชอบบรรยากาศแบบนี้  เขาอยากหาอะไรทำสนุกๆเพื่อผ่อนคลาย  แต่เมื่อเห็นสีหน้าของทันโทวเพียงคนเดียวไอ้ความรู้สึกนั่นก็ถูกลบทิ้งไป  จนท้ายสุดก็มานั่งย่างปลาเงียบๆแทน

                         ฟากเจ้านายสาวร่วมมือกับทาโร่ทาจิช่วยกันกางเขตแดนป้องกันและหลบซ่อนศัตรู  พวกเขาเตรียมตัวเพื่อพักผ่อนขณะที่ผลัดเปลี่ยนเวรยามเฝ้าระวัง  ความคิดที่ว่าบางทีศัตรูอาจจะโผล่มาเคลื่อนไหวในค่ำคืนนี้ดังก้องในสมองของทุกคน  ดังนั้นพวกเขาจึงเตรียมพร้อมทุกวินาทีหลังจากที่ได้ที่พักแรม

                         ไอฮาเนะยังเรียกอิจิโกะไปคุยเป็นการส่วนตัวก่อนมาสรุปแผนแบบคร่าวๆให้ฟัง

                         เป้าหมายอย่างที่บอกไปเริ่มแรกคือหาข้อมูล  เด็กสาวคาดคะเนว่าหากศัตรูมีเป้าหมายในการหลบซ่อนเพื่อซ่องสุมกำลังพล  บริเวณพื้นที่แถบนี้ก็เหมาะสมในการหลบซ่อนตัว  หรือหากพวกมันมีเป้าหมายในการกวาดล้างหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่งและมันยังไปไม่ถึง  อย่างน้อยในคืนนี้น่าจะมีการเคลื่อนทัพไปยังเป้าหมาย  พวกตนต้องการตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนจะลงมือ

                         "เพราะที่พามาดันมีแต่พวกดาบใหญ่กับดาบยาว"

                         ยามราตรีเหมาะเป็นที่ล่าของพวกมีดสั้น  แต่มีดสั้นเพียงหนึ่งเดียวยังล้มหมอนนอนเสื่อดังนั้นทุกคนจึงตัดสินใจเลี่ยงการปะทะในค่ำคืนนี้  

                         ว่ากันตามตรงที่จัดทัพนี่ก็เพื่อไล่ตามและทำการกวาดล้างรวมทั้งเก็บข้อมูลเลยเอาแต่กำลังรบหนักๆมาสู้เต็มที่  เนื่องจากไอฮาเนะยังพอมีความมั่นใจหากต้องเข้าปะทะอยู่บ้าง  แต่ทุกอย่างผิดแผนเมื่อร่องรอยการเคลื่อนไหวกลับหายไปจากหมู่บ้านและต่อให้ตรวจสอบแค่ไหนก็ไม่มีเบาะแสจะชี้ทางไปที่อื่นได้อีก  ดังนั้นพวกตนจึงได้แต่ตั้งสมมติฐานและเฝ้ารอตรวจสอบเท่านั้นเอง
ประกอบกับนี่เป็นภารกิจแรกที่อยู่นอกเหนือจากการวางแผนในตอนอยู่ฮงมารุ  ทำให้ทุกศาสตรามีความกังวลและตึงเครียดทุกวินาที

                         "แต่ถ้าอาการของซาโยะไม่ดีขึ้นหรือมีอาการแทรกซ้อนจนน่าเป็นห่วง  ฉันจะตัดสินใจกลับฮงมารุทันที"  เธอยังมอบผนึกสำหรับเคลื่อนย้ายกลับฮงมารุให้รองแม่ทัพอย่างอิจิโกะเป็นผู้เก็บเอาไว้  เผื่อกรณีจวนตัวซึ่งผนึกนี่จะทำงานในการส่งพวกเขาทั้งหมดกลับหากว่าอุปกรณ์เคลื่อนย้ายเสียหายหรือชำรุด  พร้อมทั้งกำชับว่าให้ประเมิณกำลังรบตัวเองให้ดีอย่าเสี่ยงเข้าปะทะกับโยมิโดยไม่มีตนอยู่ด้วยอย่างเด็ดขาด

                         "ทำตามกฏเดิมที่บอกกันเอาไว้  ประเมิณแล้วเกินกำลังก็เคลื่อนย้ายกลับฮงมารุทันที  เช่นเดียวกับคนอื่นๆ"

                         นั่นคือคำย้ำเตือนสุดท้ายก่อนจะแยกย้ายไปพักผ่อน  ศาสตราที่เหลือหันมาลงมติทันทีว่าจะผลัดเวรยามกันอย่างไรจนได้ตารางเวรเฝ้ายามกันเรียบร้อยจึงแยกกันไปพักมุมใครมุมมัน

                         "ท่านไอ  ทานอะไรสักหน่อยสิ"

                         "ยังไม่หิวน่ะ  ถ้านายหิวก็กินไปก่อนสิ"

                         "กองทัพต้องเดินด้วยท้องนา...เกิดสู้แล้วท้องร้องขึ้นมามันน่าอายนะขอรับ"  เจ้ากระเรียนเย้าแหย่นายด้วยหวังให้อารมณ์ดีแต่สีหน้าของเด็กสาวไม่มีความผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย  ปลาย่างที่หยิบยื่นให้จึงต้องถูกวางกลับ  ร่างสูงเริ่มเขยิบมาใกล้

                         "ท่านกังวลเรื่องซาโยะรึ?"

                         "อืม..."

                         "ท่านไอ  ซาโยะไม่เป็นไรหรอก"  เจ้ากระเรียนเอ่ยปลอบ  การไม่เห็นเจ้านายร่าเริงเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบใจนัก

                         "ทสึรุ..."  ไอฮาเนะเหลือบตาอีกฝ่าย  ดวงตาสีชาดทอประกายกังวล  "ฉันกลัวว่าจะเป็นแบบโอยาคิริ"

                         "หืม?"  ชายหนุ่มผมขาวนึกคิดแล้วจ้องมองนายตนเองเขม็ง  "ท่าน...คิดมากไปแล้วมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร  ทั้งท่านและอิชิคิริมารุนั้นก็ตรวจสอบพวกข้าอย่างดี  แถมรายโน้นเล่นจัดพิธีชำระล้างถี่เสียยิ่งกว่าอะไร  จะมีจิตมารปะปนอยู่ได้อย่างไรกัน"  เขาเอ่ยเสียงเบาพอให้ได้ยินกันสองคน  ความกังวลที่อัดแน่นในแววตานั้นชี้ชัดว่าเจ้านายสาวกำลังเครียดมากๆ

                         "ไม่คิดว่า...พวกเราตีความการกลืนกินผิดไปหรือเปล่า"

                         "หา?"

                         "ก็...ฉันคิดว่านอกเหนือจากการฝังจิตมาร  บางอย่างก็อาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ...ต่อให้ป้องกันดีแค่ไหนแต่ถ้าหากว่ามันเกิดขึ้นมา...จะทำยังไงล่ะ?"

                         อดีตเป็นสิ่งที่ลืมเลือนไม่ได้  และอดีตก็เป็นเหมือนฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน  หากยึดติดอยู่กับมันจนปล่อยให้ครอบงำห้วงความคิดและความรู้สึก

                         สุดท้ายก็จะถูกกลืนกินเหมือนกันไม่ใช่หรือ?

                         "ถ้าโกรธเกลียดเคียดแค้น  จิตใจของดาบอาจจะเริ่มถูกครอบงำและยิ่งผ่านไปนานวันจิตมารจะเติบโต...แต่ซาโยะไม่ได้เป็นแบบนั้นเมื่อวานเขาก็ยังดีๆอยู่!  ทั้งอย่างงั้นฉันก็ยังภาวนาว่าซาโยะแค่บาดเจ็บไม่ได้มีอะไรผิดปกติ...แต่ว่าทสึรุ...ถ้ามันเกิดขึ้นมาจริงๆ...ถ้าซาโยะกลายเป็นแบบนั้นจริงๆฉันจะ...!"

                         จะทำลายเขาได้ลงเชียวหรือ?

                         "หากท่านกลัวและทำไม่ได้ล่ะก็..."

                         "ปัญหามันไม่ใช่ตรงนั้นนะทสึรุ!"

                         "ท่านไอ...ใจเย็นลงก่อน"  เมื่อเห็นเด็กสาวคล้ายจะสติแตก  เจ้ากระเรียนรีบยกมือกดไหล่บางแล้วรีบเอ่ยปลอบ  ท่าทีของไอฮาเนะแทบประสาทไปแล้ว  เธอกำลังคิดมาก  ยิ่งเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงกลางวันก็ยิ่งคิดหนักประกอบกับอาการของเด็กชายไม่ดีขึ้น  เธอจึงตีความไปต่างๆนานา

                         การสูญเสียความเยือกเย็นนี้เห็นได้ชัดว่าน่าเป็นห่วง  ในฐานะที่มองดูมาตลอด  เหตุการณ์ครั้งนี้ดูสร้างความวิตกเกินกว่าที่เด็กสาวจะรับไหวจริงๆ

                         ต่อให้หัวดี  ใจกล้าแค่ไหน  แต่เนื้อแท้เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น  ยังไงก็ยังทำใจเตรียมยอมรับการเสียสละหรือการสูญเสียไม่ได้อยู่ดี...

                         "หากมันเกิดขึ้นจริงอันดับแรกท่านต้องคิดแล้วว่าจะทำอย่างไรต่อ"

                         "ทำอย่างไร?"  ไอฮาเนะทวนคำด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ

                         "ท่านคิดจะทำอย่างไรหากเมื่อเกิดขึ้นจริง  จะสังหารหรือปล่อยปละละเลย?"  เขาถามตามตรง  แต่แน่นอนว่าคำตอบอาจจะเป็นอย่างที่สอง  ไอฮาเนะในยามนี้ไม่มีความเด็ดขาดมากพอจะสั่งทำลายศาสตราที่ถูกกลืนกินแน่ๆ

                         เด็กสาวเบิกตากว้างเมื่อได้ยินถ้อยคำเถรตรง  "ฉัน...!"

                         "ท่านต้องคิดตัดสินใจให้ดี  ต้องเตรียมใจหากคิดว่ามันมีโอกาสเกิดขึ้น...ใจท่านต้องการให้มันเป็นอย่างไรท่านไอ?"  ทสึรุใช้โทนเสียงที่เบาลง  เขายังคงจับบ่าไว้แน่น  

                         หากเกิดขึ้นจริงนี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย  ความผิดพลาดแม้เล็กน้อยจะเกิดขึ้นไม่ได้  ถึงจะระบุอะไรไม่ได้เลยก็ตามแต่คงไม่สามารถพาซาโยะกลับไปฮงมารุทั้งสภาพแบบนี้อย่างเด็ดขาด  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต้องตัดสินแค่ที่นี่  ถ้าเกิดการกลืนกินขึ้นจริงต้องทำลายเด็กชายทิ้งเสีย  ป้องกันการแพร่กระจายจิตมารนั้นสู่ศาสตราเล่มอื่น  และยิ่งถ้าเกิดเรื่องนั้นขึ้นจริงยิ่งนำพาเขากลับฮงมารุไม่ได้อย่างเด็ดขาด  ไม่อย่างงั้นอาจเกิดเหตุร้ายที่หนักหนาสาหัสกว่านี้

                         ไอฮาเนะเหลือบตามองร่างที่ยังหลับไหลด้วยความทรมาน  แววตาของสาวน้อยยังเต็มไปด้วยความสับสนร้อนรนและเจ็บปวด

                         "ข้ารู้ว่ามันอาจเจ็บปวดและหากท่านทำไม่ได้  ข้ายินดีลงมือให้ท่าน"

                         ไม่จำเป็นต้องลงมือด้วยตนเองหรอก  หากทำใจไม่ได้จริงๆ  ข้าจะทำแทนเอง  ยินดีแบกรับบาปการสังหารเพื่อนพ้องให้

                         ขอแค่สั่งมาคำเดียว  ไม่ว่าใครย่อมต้องเข้าใจ  ความปลอดภัยเจ้านายต้องมาก่อนเหนืออื่นใด  ต่อให้จำเป็นต้องสังหารแต่ทุกอย่างมันเกินเยียวยา  และพวกเขาทุกคนย่อมต้องเข้าใจ 

                         แต่เด็กสาวส่ายหน้าเธอหลับตาเม้มปากแน่น

                         "ไม่เอา...ฉันไม่ต้องการแบบนั้น  ไม่ว่าใครก็ห้ามลงมือกับเขา!"

                         "งั้นท่านต้องหาวิธีในการหยุดยั้งมัน!"  ทสึรุแย้งเสียงเข้มดวงตาสีอำพันวาวโรจน์  "ท่านต้องทำทุกอย่างเพื่อป้องกันและหยุดยั้งไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น!"

                         "แล้วจะให้ทำยังไง!  มันไม่เคยทำได้ด้วยซ้ำ!"  มีการยืนยันและลงมติแล้วว่าหากดาบถูกกลืนกินต้องทำลาย  เป็นตัวเธอเองด้วยซ้ำที่ยืนกรานในเรื่องนี้!  

                         "ไม่เคยทำได้หรือไม่เคยลองท่านไอ!"  เสียงของเจ้ากระเรียนเริ่มกระชาก  การโต้เถียงนี้ชักทำให้บรรยากาศร้อนระอุ 
 
                         "หากท่านยังต้องการตัวเขาไว้  ท่านต้องทำให้ได้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม  เพราะหากทำไม่ได้พวกข้าจะต้องลงมือเอง!"

                         "ทสึรุ!"

                         "ฟังข้านะท่านไอ"  แรงบีบจากบ่ามากขึ้นจนเริ่มทำให้รู้สึกเจ็บปวด  "ไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้  ยิ่งไม่เคยลองแล้วท่านจะไปรู้ได้ยังไงว่าทำได้หรือไม่  ตอนนี้ท่านน่ะได้ตัดสินใจไว้แล้วว่าจะทำอย่างไรจริงไหม?  หากเลือกและตัดสินใจไว้แล้วที่เหลือก็อยู่ที่ตัวท่านว่าจะพยายามมากเท่าไหร่ที่จะหยุดยั้งมัน"  ท่านเลือกที่จะไม่ยอมให้ใครทำอันตรายกับซาโยะ  นั่นคือสิ่งที่ท่านเลือกเอาไว้แล้ว

                         แต่เด็กสาวกลับมองด้วยแววตาโต้แย้ง

                         แต่ว่าจะทำได้ยังไง...กับดาบที่ถูกกลืนกินจะชำระล้างให้กลับมาได้ยังไง!?

                         "อิชิคิริมารุสอนสั่งทุกอย่างแก่ท่าน  และตัวท่านก็ได้รับสิ่งเหล่านั้นมา  มันอัดแน่นอยู่ตรงนี้..."  เขาเลื่อนมือมาชี้ที่หัวของเด็กสาว  ก่อนจะเลื่อนกลับมายังตำแหน่งที่อกด้านซ้าย   "ความสามารถของท่านมีอยู่มากมายท่านไอ  เช่นนั้นก็จงหยิบเอาทุกสิ่งที่ท่านคิดและทำได้มาใช้ทั้งหมด!  ตราบเท่าที่ท่านยังไม่ยอมแพ้ข้าไม่เชื่อว่าในโลกนี้จะไม่มีสิ่งใดที่ท่านทำไม่ได้!"

                         "แม้ว่าต่อให้พยายามทำทุกอย่าง...ก็ไม่สำเร็จงั้นเหรอ..."  เธอย้อนถามเสียงเบาระโหยคล้ายคนหมดแรง

                         "ข้าบอกแล้วไง"  เจ้ากระเรียนจิ้มนิ้วแรงๆเข้าที่อกซ้ายไม่ชอบใจที่เห็นสีหน้าเหมือนหมดอาลัยตายอยาก  ตัวตนที่แข็งกร้าวไม่ยอมแพ้หายไปไหนกัน  "ตราบที่ใจท่านยังไม่ยอมแพ้  อะไรมันก็เกิดขึ้นได้...อย่าเพิ่งยอมแพ้ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มสิ"

                         ข้ารู้ว่าท่านทำได้แน่ๆ  ข้ารู้ดี...เสมอมาท่านทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้หลายต่อหลายอย่างให้เป็นไปได้มาแล้ว

                         "ข้าเชื่อในตัวท่าน  ท่านไอ...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็เชื่อในการตัดสินใจของตัวท่านเสมอ"

                         ดังนั้นอย่าเพิ่งยอมแพ้เด็ดขาดเชียวล่ะ...




                         เช้าแล้ว...แต่แทบไม่มีใครสักคนเดียวที่หลับลงเลย

                         ซาโยะลืมตาตื่นเมื่อแสงอาทิตย์แรกสาดส่อง  สีหน้าและท่าทางของเขาช่างดูเหม่อลอยแต่เมื่อเอ่ยถามก็ตอบรับกลับมาว่าไม่เป็นไร  ไอฮาเนะยังลังเลแต่เหมือนศาสตราที่เหลือต่างเริ่มคิดถึงความผิดปกติของเด็กชาย     ดังนั้นพวกเขาจึงคัดค้านการกลับฮงมารุและเรียกร้องให้ดำเนินแผนการต่อ

                         ทั้งที่ไม่รู้ถึงจิตมาร  แต่สภาพของซาโยะอยู่ในภาวะอันตราย  ศาสตราที่เหลือคิดตัดสินใจอย่างเงียบเชียบ  พวกเขายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่โอกาสการกลายสภาพนั้นมีอยู่สูง

                         ผู้ที่กังวลมากที่สุดคือโคเท็ตสึ  ชายหนุ่มอ้อนวอนขอร้องให้เขาได้อยู่ดูแลใกล้ชิดซาโยะ

                         และหากเกิดอะไรขึ้น  เขาขอเป็นผู้จัดการด้วยตนเอง...

                         กระนั้นไอฮาเนะแค่ยินยอมให้ตัวเขาดูแลซาโยะอย่างใกล้ชิดที่สุด  แต่ไม่อนุญาตให้ตัดสินใจโดยที่เธอไม่ได้บอกอย่างเด็ดขาด  เธอย้ำกับทุกคนนอกเหนือจากเด็กชายว่าห้ามทำอะไรทั้งสิ้นหากเธอไม่ได้สั่ง

                         เด็กสาวใช้คำว่าคำสั่งถือเป็นคำเด็ดขาด  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอยังไม่สั่งห้ามลงมือกับซาโยะเด็ดขาด

                         ศาสตราที่เหลือได้แต่มองหน้ากันอย่างไม่เห็นด้วย  แต่เมื่อมันคือคำสั่งพวกเขาก็ตอบรับเสียงเบาหวิว  แล้วหลังจากนั้นพวกตนก็เริ่มเตรียมตัวกันอีกครั้ง

                         "เมื่อคืนไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ  อย่างไรก็ลองสำรวจบริเวณนี้อีกสักครั้งเถอะ  เผื่ออาจจะยังมีร่องรอยคคงเหลืออยู่บ้างนะขอรับ"

                         ผู้เอ่ยปากคือรองแม่ทัพในครั้งนี้...อิจิโกะ...สีหน้าของเขาดูอ่อนเพลียแต่ยังฝืนยิ้มแย้มเนื่องจากไม่ให้บรรยากาศต้องตึงเครียดไปมากกว่านี้  ในค่ำคืนอันแสนยาวนานทั้งตนและชายหนุ่มไม่ได้หลับพักผ่อนแม้แต่นิดเดียว  เฉกเช่นเดียวกับคนที่เหลือที่มีสภาพไม่ต่างกันมากนัก

                         พวกตนตัดสินใจทำตามแผนเดิมนั่นคือเดินสำรวจรอบพื้นที่นี้อีกครั้งโดยวกกลับไปเริ่มต้นที่หมู่บ้าน

                         และเหมือนโชคยังเข้าข้างเพราะเมื่อก้าวเข้าไปใกล้เสียงร้องคำรามและจิตสัมผัสอันแสนคุ้นเคยก็ปรากฏ

                         ราวกับรอคอยพวกตนอยู่แล้ว  ไอฮาเนะส่งสัญญาณเตรียมการล่าถอย  จากการจับจิตสัมผัสนั้นรับรู้ได้เลยว่าปริมาณมันไม่ใช่แค่สิบกว่าตน  แต่มันมากถึงห้าสิบตนต่างหากล่ะ!  

                         ถ้าต้องเข้าปะทะในยามนี้โอกาสสูญเสียมีอยู่สูง  ด้วยปริมาณโยมิขนาดนี้จำเป็นต้องใช้สองทัพมาช่วยต่อสู้  เธอจึงไม่ลังเลในการสั่งการถอยทันที

                         แต่บางอย่างกลับจู่โจมจากด้านหลัง

                         เสียงแหวกอากาศที่ดังขึ้นนั้นคือเสียงของกระสุนปืน

                         "โดนล้อมเหรอ!"  แทบทันทีที่เสียงปืนดังขึ้นจิตมารก็ปรากฏขึ้นห้อมล้อม  การปิดกั้นของพวกมันจะเกินไปแล้วนะ  ไม่สิ..ไม่ใช่!  ดวงตาสีแดงชาดเบิกกว้างเมื่อเห็นช่องว่างแห่งกาลเวลาที่ถูกเปิดออก  ศัตรูไม่ได้หลบซ่อนแค่จิตมารแต่พวกมันสามารถควบคุมการเปิดปิดห้วงมิติได้อย่างอิสระ  และการที่ตรวจจับไม่ได้ก็เพราะพวกมันเพิ่งเปิดช่วงมิติส่งพลแม่นปืนออกมาล้อมหลังนี่เอง!

                         "ชิ  ทุกคน!เตรียมตัวถอย!"  ถ้าไม่เก็บพวกพลแม่นปืนจะสู้ลำบาก  และความว่องไวในตอนนี้ถูกจำกัดจากการลอบโจมตีทำให้เคลื่อนไหวได้ยาก  ที่สำคัญจู่ๆก็จับสัมผัสได้ว่ามีจิตมารปรากฏขึ้นขนาบข้าง  ก่อนโยมิในร่างมีดสั้นจะรุมเข้าโจมตีจากด้านข้างทันที

                         ไอฮาเนะเรียกทาโร่ทาจิกลับคืนสู่กายศาสตราแล้วพุ่งกระโจนวาดดาบใหญ่เหวี่ยงรอบด้านเพื่อสร้างคลื่นกระแทกการโจมตีออกไป  พร้อมกันนั้นยังสร้างเพลิงขึ้นห่อหุ้มปลายดาบแล้วซัดโครมใส่ไปยังด้านของพลแม่นปืน  สกัดกั้นการลอบโจมตีเป็นระลอกพลางเปิดโอกาสให้คนอื่นๆเตรียมการเคลื่อนย้ายถอยกลับ

                         คนอื่นๆก็เตรียมหยิบอุปกรณ์เคลื่อนย้ายหากแต่เหลือซาโยะที่นิ่งงัน

                         "ซาโยะ!"

                         โคเท็ตสึตะโกนก้องรีบปราดไปหาน้องชาย  ส่วนคนอื่นชะงัก  ในช่วงขณะที่ได้ยินเสียงของพี่ชายบ้านซามอนจิเรียกผู้เป็นน้อง  ไอฮาเนะเองที่ยังโจมตีอย่างต่อเนื่องไม่อาจละสายตาไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น  ได้แต่รับฟังเพียงอย่างเดียวกระนั้นใจเธอก็เริ่มว้าวุ่น  จนสุดท้ายก็เริ่มเปิดช่องว่าง

                         และโดยไม่รู้ตัว  ใครบางคนกลับเข้าประชิดทางด้านหลัง

                         "เห...ซานิวะสายต่อสู้เหรอเนี่ย...น่าตกใจจริงแหะไม่นึกว่าจะโผล่มาหาถึงที่..."  

                         น้ำเสียงที่แสนคุ้นเคยนั้นช่างเหมือนกับเจ้ากระเรียนที่พูดคุยกับตนยิ่งนัก  แทบไม่ต้องหันมองก็รู้แล้วว่าใคร

                         "ท่านไอ!"  

                         สัมผัสของลมหายใจอันเย็นยะเยือกจงใจเป่ารดใบหูชวนให้รู้สึกขนลุก  อีกทั้งยังทำให้เด็กสาวตระหนักได้ทันทีว่าศัตรูอยู่ใกล้ขนาดไหน  ไอฮาเนะไม่รีรอยกศอกแทงกลับเพื่อจู่โจมแต่อีกฝ่ายกลับหลบฉากอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งเหวี่ยงดาบเข้าฟาดฟัน

                         เคร้ง!

                         เสียงโลหะดังกังวานขณะที่เรี่ยวแรงของไอฮาเนะกำลังถูกดันกลับ  ทั้งที่เธอใช้ทาโร่ทาจิที่เป็นดาบใหญ่แต่กลับไม่อาจต้านแรงของศัตรูตรงหน้าที่แค่ใช้ดาบยาวดันกลับมาเพียงมือเดียวด้วยท่าทางสบายๆ

                         ดวงตาสีชาดของสาวน้อยเบิกกว้างเมื่อเห็นอาภรณ์สีดำทมิฬและใบหน้าขาวซีดที่เหมือนกระดาษอันแสนคุ้นตานั่น  ที่สำคัญคือดวงตาสีอำพันซึ่งส่องประกายวาวโรจน์ดุจสัตว์ป่ากำลังจ้องมองตนกลับมาอย่างยินดี

                         "อา...เราเคยเจอกันแล้ว...คิดไว้แล้วเชียวว่าเจ้าต้องเป็นซานิวะ"  ร่างสูงตรงหน้ายิ้มทะเล้นด้วยริมฝีปากดำคล้ำขณะออกแรงผลักให้ร่างที่เล็กกว่าถอยหลังซวนเซ  ทสึรุมารุและโฮตารุมารุปราดมาขวางด้านหน้าเพื่อปกป้องเจ้านายตนเอง

                         "โย่  ตัวข้าอีกคน...เห็นสารรูปเจ้าแล้วรู้สึกมันทุเรศตาข้าชะมัด!"

                         "เฮ้ยๆ  คำพูดนั่นมันของข้าตะหาก  สารรูปสีดำนั่นมันอะไร!  กระเรียนมันต้องขาวโว้ย!"  ทสึรุมารุยกดาบชี้หน้า  เขาจ้องมองร่างที่เหมือนกับตนเองอย่างชิงชัง  แน่ล่ะทุกอย่างเสื้อผ้าหน้าตาเหมือนกับตนหมดยกเว้นแค่สีเสื้อผ้ากับเรือนผมที่เป็นสีดำ  รวมทั้งกายศาสตราที่ปกติจะเป็นสีขาวบริสุทธิ์กลับกลายเป็นสีดำทมิฬ

                         "ฮะฮะ  นี่น่ะเหรอ?  อืม...ต้องบอกว่าข้าได้เกิดใหม่ในฐานะอาวุธที่แท้จริงต่างหาก!  ต่อให้เป็นกระเรียนแต่ข้าก็ไม่ได้เป็นกระเรียนขาวที่ใจดีจนโง่งมแบบเจ้าอีกต่อไปแล้ว!"

                         "พูดบ้าอะไรของเจ้าวะ!"

                         "หยาบคายๆ  ตัวข้าในอดีตไม่เคยหยาบคายเช่นเจ้าเลย  ซานิวะ...เจ้าดูแลตัวตนอีกคนของข้ายังไงถึงได้มารยาททรามเช่นนี้กันหือ?"  ท่อนท้ายทสึรุมารุสีดำกลับใช้ดวงตาจดจ้องมองไปยังเด็กสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังพลางเอ่ยถามอย่างหยอกล้อ

                         "หุบปากไปซะ  นายข้าไม่มีธุระกับดาบที่ถูกกลืนกินอย่างเจ้า!"

                         "ไม่มีธุระแล้วจะถ่อมานี่เพื่อหาข้าทำไมกัน?  ต้องบอกว่ามีธุระแต่กลับปอดจนจะเผ่นหนีกลับก่อนต่างหากล่ะ!"  ร่างที่อาบย้อมด้วยความมืดมิดกล่าวเย้ยหยัน  เห็นได้ชัดว่ามันพูดได้อย่างมีสติครบถ้วนขณะยกมือขึ้นคล้ายส่งสัญญาณบางอย่าง

                         เสียงกู่ร้องจากดาบมารเริ่มปรากฏขึ้นรอบทิศ  ไอฮาเนะเบิกตากว้างเมื่อรู้สึกปริมาณของจิตมารที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ...

                         "เป็นไปไม่ได้..."  ปริมาณนี้มากกว่าที่คาดคิดเอาไว้!  แถมด้วยจำนวนมากมายขนาดนี้มันซุกซ่อนไว้ได้ยังไง!

                         "ข้าไม่ได้ซ่อน  ข้าแค่ยังไม่เคยนำพาพวกมันมาที่นี่ก็เท่านั้น  ที่หายไปจากการเก็บกวาดสิ่งกีดขวางนั่นเพราะข้ากลับไปจัดเตรียมทัพต่างหากเล่า"  รอยยิ้มขี้เล่นยังประดับบนใบหน้าขาวซีด  "จะไม่รู้สึกถึงก็ไม่แปลก  นั่นเพราะว่าพวกเจ้าจะรู้ถึงตัวตนของพวกข้าก็ต่อเมื่อพวกข้าเหยียบย่างเข้าสู่ห้วงอดีตหรือเริ่มต้นการจู่โจมเท่านั้น  แต่ถ้าข้าซ่อนพวกมันไว้สักที่ก่อนจะค่อยเปิดห้วงมิติออกมา  เท่านี้พวกเจ้าก็ตั้งรับการโจมตีของข้าไม่ได้แล้วจริงไหม?"

                         "ไม่เคยได้ยินว่ามีดาบเล่มไหนสามารถเปิดห้วงมิติได้"

                         "มันไม่เคย"  ร่างนั้นย้ำเสียงหนักแน่นแววตาฉายความเย้ยหยันในคำพูดของซานิวะสาว  "จวบจนกระทั่งได้กำเนิดใหม่ในรูปลักษณ์นี้  อะไรๆที่เป็นข้อจำกัดก็ถูกปลดทิ้งไปทั้งหมด  ตัวข้าในยามนี้สามารถเคลื่อนไหวดั่งที่ใจต้องการ  ไม่ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของพวกเจ้าเหล่าซานิวะอีกต่อไป!"

                         พลันดวงตาสีอำพันที่ยังคงเหมือนกับทสึรุมารุของตนก็วูบไหว  มันหันเหความสนใจไปยังร่างเล็กๆของเด็กชายที่ถูกพี่ชายพยายามดึงรั้งร่างให้ถอยหลบจากการโจมตี  ก่อนจะแย้มยิ้มกว้าง

                         "อา...เจ้าพาเพื่อนใหม่ของข้ามาถึงนี่...ช่างใจดีเสียจริงซานิวะ!"

                         ถ้อยคำที่เรียกเด็กชายว่าเพื่อนใหม่ทำเอาหัวใจของไอฮาเนะกระตุกวูบ

                         เป็นไปไม่ได้  ก็ในเมื่อ...

                         "ข้าเองตอนเจอเด็กนั่นในงานเทศกาลมันก็บริสุทธิ์ดี...แต่เพราะอดีตมันลืมเลือนได้ยากข้าจึงหว่านเมล็ดลงไป...ปล่อยให้มันแทรกซึมขุดคุ้ยไปยังอดีตแล้วนำพามันเข้าสู่ความฝัน  ทีละเล็กทีละน้อย...สีหน้าเช่นนั้นคืออะไรกันซานิวะ?  เจ้าจะแย้งว่าไม่รู้สึกถึงจิตมารงั้นหรือ?  โง่เขลาเสียจริง...!"

                         "จิตมารที่ข้าหว่านเอาไว้น่ะมันพิเศษ  มันมีเจตจำนงค์ของมัน....เมื่อใดที่มันค้นหาอดีตอันดำมืดแล้วมันจะหลอมรวมอยู่กับสิ่งเหล่านั้นและค่อยๆเริ่มแพร่กระจายทีละเล็กทีละน้อย  จะไม่มีใครรู้สึกตัว  จะเจ้าหรือศาสตราเพราะว่าเมื่อหลอมรวมกันแล้วมันก็คือสิ่งๆเดียวกัน!"

                         "หากจิตมารเป็นแค่เศษเสี้ยวความชั่วร้ายที่คอยล่อลวงเหมือนอย่างอดีต  ซานิวะทั้งหลายคงตรวจจับได้ง่ายๆ!  แต่ถ้าหากทำให้มันรวมเป็นหนึ่งเดียวกับอดีตแล้วค่อยๆชักจูงจิตใจของศาสตรานั้นทีละน้อยล่ะ!  พวกเจ้าจะทำยังไง!  เจ้าจะแยกมันออกจากอดีตของศาสตราโดยที่ไม่สร้างผลกระทบได้อย่างไร!  ในเมื่อมันรวมกันเป็นหนึ่งเดียวไปแล้ว!"

                         เหตุผลที่ตรวจจับไม่พบก็เพราะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว  คอยหลบซ่อนและรอคอยโอกาสอยู่เสมอ  เมื่อใดที่เผลอเรอมันก็จะค่อยๆแพร่กระจายความชั่วร้าย  ใช้ถ้อยคำหลอกล่อและเพิ่มอารมณ์ด้านลบให้มากยิ่งขึ้น

                         "เรื่องนั้นมันเป็นไปไม่ได้..."  จะบอกว่าจิตมารมีเจตจำนงค์ในตัวของมันเองและมีความคิดในการหลบซ่อนการตรวจจับ  แล้วแบบนี้จะหาเจอได้ยังไงกัน!

                         "ฮะฮะ  โลกนี้มีอะไรน่าแปลกประหลาดใจเสมอซานิวะ!  คงนึกไม่ถึงสินะที่จะต้องมีวันที่ต้องหวาดระแวงในตัวศาสตราของตนเองน่ะ!"

                         ร่างสูงผู้ถูกย้อมด้วยความมืดมิดหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง  ยิ่งเห็นใบหน้าที่ตื่นตระหนกนั่นก็ยิ่งสะใจ  "เอ้า!  จะทำอย่างไรล่ะ!  เจ้ารู้อยู่แล้วนี่มีทางเลือกแค่สองทาง  ไม่ฆ่าก็ปล่อยมันมาให้ข้า!"

                         ศาสตราที่กำลังถูกกลืนกินมีสองทางเลือก  แต่เพื่อความปลอดภัยต่อตัวซานิวะและศาสตราอื่นทางเลือกแรกคือสิ่งที่เหมาะสมที่สุด

                         โคเท็ตสึกระชับอาวุธในมือ  ส่งสายตาไปยังเพื่อนพ้องคนอื่นอย่างไม่ยินยอม  "แต่ซาโยะยังไม่เป็นแบบเจ้า!"

                         "โอ้  เจ้าแน่ใจหรือ?  ลองดูน้องน้อยเจ้าก่อนจะเป็นไรไปโคเท็ตสึ..."  ว่าไม่ทันขาดคำบางอย่างก็พุ่งแหวกอากาศ  ร่างสูงของโคเท็ตสึหลบถอยหากแต่ต้องเบิกตากว้างเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือคมมีดของเด็กชายเกือบจะตวัดฟันร่างของชายหนุ่มไปแล้ว

                         ซาโยะที่บัดนี้อยู่ในสภาพเหม่อลอยดวงตาไร้แววกำลังพูดพึมพำอยู่ในท่าที่ถือมีดจู่โจม  

                         "ฆ่า...แก้แค้น..."

                         "ซาโยะ!"

                         "เอ้า...!  ได้ที่แล้วนี่นา!  มาเถอะซาโยะ  ซามอนจิ!  มาร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับข้า!  จงเกิดใหม่ในฐานะศาสตราแห่งการแก้แค้นเสียเถอะ!"  สิ้นคำพูดจิตมารที่หลบซ่อนตัวกลับระเบิดออกอย่างรุนแรงจากร่างซาโยะ  คลื่นไอสีดำเข้าห้อมล้อมร่างของเด็กชายก่อนจะเริ่มเปลี่ยนแปลงเสื้อผ้าและสีเรือนผมรวมทั้งสีนัยน์ตาให้กลายเป็นสีดำ  แม้แต่ศาสตราในมือก็เริ่มมีคราบสีดำเกาะกุมอยู่ทั่ว

                         ไอฮาเนะปลดทาโร่ทาจิแล้วสั่งให้เตรียมพร้อมรับมือ  ก่อนจะพุ่งเข้าหาซาโยะเรียกเพลิงสีขาวเข้าโจมตีและเริ่มควบคุมให้ห้อมล้อมร่างของเด็กชายเอาไว้  ขณะเดียวกันก็แผดเผาโยมิและดาบมารบางส่วนที่พยายามเข้าไปใกล้เพื่อชิงตัวเด็กชายมา

                         เปรี๊ยะ!

                         เกิดการต่อต้านของเพลิงสีขาวและไอพิษสีดำ  ทั้งที่ปกติไอพิษของโยมิแค่เข้าใกล้เพลิงแห่งนิรันดร์ก็จะถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย  แต่ครั้งนี้มันกำลังต่อต้านคล้ายไม่ยินยอมพ่ายแพ้

                         ร่างสูงในอาภรณ์สีดำจ้องมองอย่างรู้สึกตื่นเต้น  ยามเมื่อเห็นความพยายามอันแสนไร้ค่าของซานิวะสาว  ริมฝีปากก็กระตุกแล้วเปล่งเสียงหัวเราะเย้ยหยัน  "จะบอกให้เอาบุญนะ  อย่าเทียบระดับของศาสตราที่ถูกกลืนกินกับพวกดาบมารที่ได้พลังจากโยมิเชียวล่ะ  ระดับมันคนละเรื่องเลยนะ"

                         "หุบปาก!"  ทสึรุมารุของเด็กสาววาดดาบเข้าโจมตี  เขารุกไล่ตวัดฟันแต่อีกฝ่ายก็ป้องกันได้หมด

                         "เฮ้ๆ  ดาหน้ามาหาข้าไม่กลัวกลายเป็นแบบเดียวกับเจ้าหนูนั่นรึตัวข้า!"

                         "หุบปากไปซะ!  ใครจะไปกลายเป็นแบบเจ้าล่ะไอ้นกตกถังสี!"

                         "นกตกถังสีมันก็ตัวเจ้าล่ะวะ!"

                         ไอฮาเนะไม่ได้สนใจการปะทะของสองทสึรุมารุ  เธอเพ่งสมาธิในการควบคุมเพลิงแต่โยมิตนอื่นก็เริ่มดาหน้าเข้ามา

                         "ท่านไอ!"

                         "โคเท็ตสึกับทาโร่ทาจิ!  หาทางสกัดกั้นพวกโยมิ!  ฉันจะพยายามชำระล้างซาโยะให้เร็วที่สุด!"

                         "แต่ท่านไอ!  จำนวนมันมากเกินกว่าจะต้านไหวนะขอรับ!"

                         ไม่ทันขาดคำ  ร่างสีขาวก็โดนฟาดจนไถลกลิ้งกลับมาใกล้วงต่อสู้ของพวกพ้องตนเอง

                         "ทสึรุมารุซัง!"  อิจิโกะเรียกอย่างตื่นตระหนก  เมื่อเห็นรอยบาดแผลบนร่างของอีกฝ่าย  ทั้งที่เพิ่งเข้าปะทะเพียงครู่เดียว

                         "ระดับมันต่างกัน...ผลสรุปมันเลยออกมาไวยังไงล่ะ"  น้ำเสียงขบขันของผู้ได้ชัยจากการดวลดาบเมื่อครู่เอ่ยอย่างสนุกสนาน  ร่างอาภรณ์สีดำไร้รอยขีดข่วนใดๆผิดกับชายหนุ่มผมขาวที่มีรอยแผลหลายแห่ง  "ตัวเจ้าไม่น่าสนุกเอาซะเลย...ข้าล่ะคาดหวังตัวข้าที่อยู่กับซานิวะคนอื่นว่าน่าจะมีฝีมือมากกว่านี้แต่น่าผิดหวังชะมัด"

                         "เจ้า!"

                         อีกฝ่ายแหงนหน้าหัวเราะร่าไม่สนใจความโกรธเกรี้ยว  เพราะสิ่งที่น่าสนใจคือตัวซานิวะกับเด็กชายผู้ถูกกลืนกินต่างหาก

                         "ซานิวะเอ๋ย  เจ้าน่ะมั่นใจในเพลิงนั่นมากเกินไปหน่อยนะ"  รอยยิ้มบิดเบี้ยวจากริมฝีปากคล้ำกำลังแย้มกว้างมากขึ้นเมื่อเห็นเพลิงเริ่มโหมกระหน่ำเข้าครอบคลุมร่างของเด็กชาย

                         "แค่ไฟเพียงเท่านั้น...คิดจริงๆรึ?  ว่าจะช่วยได้น่ะ"

                         น่าเสียดาย...ที่สีดำได้ย้อมสีฟ้านั้นให้มืดมนไปแล้ว

                         "ทุกอย่าง...สายเกินไป...ซานิวะ...ความพยายามของเจ้า...มันสูญเปล่า"

                         เงาตะคุ่มของร่างที่ถูกเปลวไฟล้อมรอบกลับพุ่งทะยานเข้ามาหาร่างของเด็กสาวอย่างรวดเร็ว  

                         ในขณะที่ไม่ทันตั้งตัว...

                         คมมีดที่กำลังกลายเป็นสีดำสนิทพุ่งเข้าสู่ช่วงกลางลำตัว  พร้อมกับเสียงกรีดร้องและความหวาดผวาที่เข้าปกคลุม    กอปรอไปกับเสียงหัวเราะเย้ยหยันที่ดังกึกก้อง

                         ฉึก!

                         "ท่านไอ!!!!"









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

718 ความคิดเห็น

  1. #598 JustAEcho (@JustAEcho) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 21:43
    ขำตรงนกตกถังสีจังเลยค่ะ5555
    #598
    0
  2. #90 §INERZIA§ (@kazegawaminto) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 22:40

    แล้วจะรอดได้ไงล่ะนั่น จะมีใครโผล่มาช่วยไหม ซานิวะสักคน.. หรือจะว๊าปกลับเหมือนทัพก่อนหน้า อยู่ตรงนั้นนานๆได้ตายกันหมดแน่

    ส่วนทางช่วยเปลี่ยนพวกดาบที่ถูกกลืนกิน คิดว่าน่าจะมีอยู่แหละ แค่พวกซานิวะคนอื่นๆเลือกจะกำจัดทิ้งเพราะมันง่ายกว่าก็เท่านั้น แถบดาบที่โดนก็ไม่ใช่ดาบตัวเองเลยไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ถ้าโดนกันถ้วนหน้าให้มันเป็นเรื่องของตนเองอาจจะอยากหาทางแก้มากกว่ากำจัดทิ้งก็เป็นได้

    ปล. ทสึรุมารุเป็นไงบ้าง ปกติมีแต่ทุกคนต้องทนกับนิสัยนาย ตอนนี้เจอกับตัวเองเข้าไปปวดหัวบ้างไหม555

    #90
    0
  3. #89 POIÄNGEL (@sommar23) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 17:17
    ค้างงงโว้ยยย ตับกำลังแตก แค่ก!! กระอักเลือด!
    #89
    0
  4. #88 Marius Yo (@tongue) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 17:05

    อ๊าาาา ปวดตับหลายระดับมากเลยเจ้าค่ะ!
    #88
    0
  5. #87 Kamerin (@kamerin) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 16:32

    ไม่นะ ซาโยะ เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้นเลย
    #87
    0