Fic Touken Ranbu : แด่โชคชะตาที่ถูกผูกมัด

ตอนที่ 23 : ตัวตนที่กำเนิดใหม่จากจิตใจที่ยังเรียกหา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 826
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 160 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61





                         ความเจ็บแปลบแล่นผ่านร่างเมื่อคมมีดเสียบทะลุเข้าช่วงกลางท้อง

                         รสชาตของเลือดกระจายอยู่เต็มปาก

                         "ฮึ่ม...!"

                         ไอฮาเนะที่ระวังตนไว้อยู่แล้วคว้าจับคมมีดสั้นนั้นไว้ได้ทัน  ก่อนมันจะแทงทะลุเข้าไปยังท้องจนมิดด้าม  แต่กระนั้นคมมีดก็เสียบทะลุเข้าสู่เนื้อหนังไปจนถึงครึ่งหนึ่งแล้ว

                         แม้ซาโยะจะตัวเล็กกว่าแต่เรี่ยวแรงในฐานะของศาสตราก็มีอยู่มาก

                         "ฆ่า..."

                         "...ซาโยะ..."  ไอฮาเนะเปล่งเสียงเรียกอย่างยากลำบาก  ด้วยแรงของเด็กชายที่พยายามผลักดันคมมีดให้เสียบแทงลึกเข้าไปมากกว่าเดิม

                         !

                         "ฮะฮะฮะ  เป็นไงล่ะ!!!  รสชาตของการถูกทรยศน่ะเป็นไงบ้างล่ะซานิวะ!!!"  เสียงหัวเราะเย้ยหยันจากร่างของทาจิที่ถูกกลืนกินดังเสียดแทงโสตประสาท  ทสึรุมารุที่ถูกอาบย้อมไปด้วยโยมิแหงนหน้าหัวเราะกึกก้องกับภาพที่เห็น  สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความยินดีปรีดา  ขณะที่ศาสตราของตนซึ่งรับมือกับโยมิได้แต่ตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

                         "ท่านไอ!"  เจ้ากระเรียนขาวของเธอสีหน้าตื่นตระหนก  ดวงตาสีอำพันวูบไหวแสดงถึงความหวาดหวั่น  ร่างสูงพยายามหาโอกาสเข้าไปช่วยแต่เหล่าโยมิที่ห้อมล้อมนั้นไม่เปิดโอกาสเลยสักนิดเดียว

                         เช่นเดียวกับศาสตราที่เหลือซึ่งรับศึกหนักไม่แพ้กัน  พวกเขากำลังพลาดท่าแต่เหนืออื่นใดพวกเขาต้องนำพาร่างของเจ้านายสาวกลับไปยังฮงมารุให้ได้  ยามนี้ไม่เหมือนยามปกติหากเกิดความผิดพลาดสิ่งที่รอคือความตายสถานเดียว

                         นายมีเพียงหนึ่งเดียวและชีวิตมนุษย์ก็แสนเปราะบาง  หากเกิดเหตุในฮงมารุยังไม่น่าห่วงเพราะที่แห่งนั้นได้รับพรจากเทพอินาริให้เยียวยารักษาบาดแผลได้อย่างรวดเร็ว  แต่นี่มันต่างกัน

                         อิจิโกะเตรียมจะหาทางเรียกใช้ผนึกเพื่อนำพาพวกตนกลับฮงมารุ  แม้ว่าต้องทอดทิ้งมีดสั้นเพียงหนึ่งเดียวก็ต้องทำ  แต่โยมิไม่เปิดช่องว่างพยายามรุกไล่โจมตีไม่หยุด  จนร่างสูงของทาจิไม่อาจทำอะไรได้นอกจากตั้งรับเพียงอย่างเดียว

                         "ท่านไอ!"  พวกเขาได้แต่ตะโกนกู่ร้องบอกให้เจ้านายสาวรีบจัดการซาโยะแล้วหนีกลับไปยังฮงมารุให้ไวที่สุด  พวกเขาจะต้านศัตรูเอาไว้ให้  อย่างน้อยแค่สักคนเดียว  ขอให้เจ้านายรอดกลับไปแค่นี้ก็ไม่ได้หวังอะไรอีกแล้ว

                         ทว่า

                         เด็กสาวกลับส่ายหน้า  เธอไม่ยอมหรอก  ถ้าหากหนีกลับไปฮงมารุแล้วคนที่เหลือล่ะจะเป็นยังไง

                         "...ซาโยะ...ได้สติ...สักทีสิ...!"  ดวงตาสีฟ้านั้นกำลังกลายเป็นสีดำ  คราบสีเข้มนั้นกำลังกลืนกินดวงตาสีฟ้าให้หายไป  ขณะผิวที่ขาวเริ่มกลับกลายเป็นสีเข้มและกำลังเปลี่ยนเป็นสีดำอย่างเชื่องช้า  ศาสตราของเธอกำลังถูกกลืนกินไปทีละน้อย  ไอฮาเนะรู้ดีว่าตนต้องแข่งกับเวลา

                         เด็กสาวกัดริมฝีปากแรงๆจนได้แผล  ความเจ็บแปลบทั้งจากริมฝีปากและช่วงท้องนั้นทำให้สติที่เกือบจะเลือนหายไปกลับมา

                         ยังยอมแพ้ไม่ได้หรอกน่า!

                         ด้วยตัวที่โตกว่าไม่มากแต่อย่างน้อยด้านพละกำลังกายของเธอก็ถือว่ายังมีเหลือ  อีกทั้งพลังวิญญาณก็ยังใช้ไปไม่เท่าไหร่  เด็กสาวจึงเริ่มใช้ทั้งพลังและเรี่ยวแรงที่มีร่ายอาคมสนับสนุนเพิ่มพลังให้กับตัวเอง  แล้วดันคมมีดให้ถอยย้อนกลับออกไป  ก่อนอัดพลังผลักร่างของซาโยะให้เขากระชากมีดออกไปจากตนสักที

                         "...!"  ไอฮาเนะอยากกรีดร้องยามที่คมมีดถูกกระชากออกไปเหลือเกิน  แต่เด็กสาวยังคงกัดฟันไม่ร้องออกไป  เพราะหากร้องออกไปตอนนี้รับรองว่าศัตรูคงสะใจมากกว่านี้แน่ๆ  แล้วเรื่องอะไรเธอจะยอมให้มันยินดีไปมากกว่านี้หลังจากวางแผนเล่นงานศาสตราเธอกันล่ะ!

                         "น่าตกใจ!  น่าตกใจจริงๆนะเนี่ย!  โดนไปขนาดนั้นแท้ๆยังมีเรี่ยวแรงเหลืออีกเหรอ!  ฮะฮะฮะ  ซานิวะ!ข้าขอชมเชยแรงฮึดเจ้านะ!  แต่เสียเลือดไปขนาดนั้นแล้วจงรีบไสหัวกลับฮงมารุแล้วทิ้งเจ้าพวกนี้ให้ข้าเถอะน่า!"

                         "หุบปากไปซะไอ้นกตกถังสี!"  ไอฮาเนะที่เริ่มเลือดขึ้นหน้าของแท้ด่ากราดอย่างไม่สนหัวใคร  "เป็นแค่นกที่ตกถังสีอย่ามาปากดีชี้นิ้วสั่งฉันเซ่!"

                         "เฮ้ๆ  สาวน้อยเจ้าควรดูสภาพตัวเองกับสภาพโดยรอบหน่อยน้า!  ตัวเจ้าในยามนี้จะไปทำอะไรได้ล่ะ!  ถึงเจ้าจะเป็นซานิวะแต่เจ้าก็เป็นมนุษย์!  สภาพของเจ้าถ้าไม่รีบหนีไปละก็เจ้าได้เป็นศพของจริงแน่ๆ!!"

                         "โอ้!  เป็นห่วงด้วยรึ  น่าตกใจจริงๆเป็นโยมิที่น้ำใจงามนักนะ!"  เธอว่าอย่างแดกดันแล้วยิ้มอย่างยั่วโทสะ  มือที่กุมบาดแผลนั้นเปียกชุ่มไปด้วยเลือด  ดวงตาคู่งามตวัดมองไปยังดาบที่ชุ่มโชกเลือดของตนในมือของซาโยะอีกครั้ง  ก่อนรีบคิดตัดสินใจ

                         กระเรียนดำเชิดหน้าเมื่อเห็นสีหน้าท่าที  ซานิวะหญิงคนนี้ยังคิดดันทุรังสู้ต่อ?  นางช่างไร้หัวคิดชะมัดด้วยปริมาณขนาดนี้แถมตัวเองก็บอบช้ำปานนั้น  แค่ยืนอยู่ก็นับว่าเก่งแล้วล่ะนะ  เอาเถอะยังไงเสีย...เป้าหมายก็คือการสังหารซานิวะทั้งหมดอยู่ดี

                         ที่ต้องทำตอนนี้ก็แค่บดขยี้ทิ้งไปเสีย  ยามเมื่อไร้ซานิวะ  ศาสตราที่เหลือก็ไม่อาจคงกายเนื้อได้อีกต่อไป  ถึงจะน่าเสียดายศาสตราที่เหลือแต่เป้าหมายคือชีวิตของซานิวะ  ดังนั้นก็ควรสนใจแต่เป้าหมายหลักก็เกินพอ  ยังไงก็เหลืออีกสี่คนค่อยไปหาพรรคพวกเพิ่มเอาจากพวกนั้นก็ได้

                         ดวงตาสีอำพันของร่างที่แปดเปื้อนทอประกายเยียบเย็นยามจ้องมองซานิวะที่ฝืนรั้งร่างตนเองตรงหน้า

                         เด็กสาวเบื้องหน้าทำผิดพลาดที่ลงสนามรบมาเป็นเหยื่อล่อ  หากหลบซ่อนตัวเหมือนซานิวะคนอื่นนางอาจมีชีวิตที่ยืนยาวแต่ทุกข์ทรมานได้มากกว่านี้

                         ดวงตานั้นเริ่มทอประกายเลือดเย็นขณะยกมือส่งสัญญาณ

                         แต่ก่อนที่โยมิและดาบมารทั้งหมดจะพุ่งจู่โจม  ไอฮาเนะตะโกนก้อง

                         "อิจิโกะ  แผนสอง!!"

                         ถึงจะกะทันหันแต่อิจิโกะผู้เป็นรองแม่ทัพไม่ยอมให้ผิดพลาด  ทาจิหนุ่มผมฟ้าตวัดดาบปัดการโจมตีแล้วซัดผงละอองที่เกิดจากผลึกเพลิงเข้าใส่  เปลวไฟสีขาวลุกพรึ่บเมื่อสัมผัสกับตัวโยมิ  เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วบริเวณ  ขณะเดียวกับที่คนอื่นๆก็ทำแบบนั้นเช่นกัน  เหตุผลเดียวที่ไม่ใช้แต่แรกเพราะนี่คือสิ่งจำเป็นสำหรับแผนสองที่ตะโกนบอก  ไอฮาเนะไม่อยากใช้อะไรที่มีเหลืออยู่อย่างจำกัดแบบสุ่มสี่สุ่มห้า  กรณีนี้ที่ใช้ก็เพื่อเปิดช่องว่างให้พวกเขาสามารถหลีกหลีกศัตรูแล้วเข้ามาใกล้ในระหว่างที่ตนกำลังรั้งรอเตรียมการบางอย่างอยู่นั่นเอง

                         สี่ศาสตราที่เหลือถอยร่นเข้าไปหาผู้เป็นนาย  พวกเขาไปรวมตัวกับโคเท็ตสึพลางรั้งแขนของอีกฝ่ายไว้เมื่อชายหนุ่มพยายามจะเข้าไปหาซาโยะ  ขณะที่เจ้านายสาวผู้ซึ่งใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถในการเรียกใช้พลังร่ายอาคมลงบนพื้น  ก่อนอักษรเวทย์ที่เกิดเป็นเขตแดนอาคมเคลื่อนย้ายจะส่องสว่างไปทั่วบริเวณ  

                         กระเรียนดำเบิกตากว้าง  ไม่นึกว่าศัตรูจะสามารถทำแบบนี้ได้อยู่อีก  เหตุผลที่ทำทีพยายามตอบโต้กับโยมิก็เพื่อถ่วงเวลาให้เจ้านายร่ายอาคมเคลื่อนย้ายนั่นเอง

                         "ฮึ่ม!  ซาโยะ  ซามอนจิ!  มานี่!"  อย่างน้อยๆหนึ่งศาสตราที่กำลังถูกกลืนกินเกือบจะสมบูรณ์จะให้ถูกนำพาไปด้วยไม่ได้อย่างเด็ดขาด  ดังนั้นโยมิตนนั้นจึงร้องเรียกเสียงดังก้อง

                         กระนั้นไอฮาเนะใช้จังหวะที่ซาโยะซึ่งเผลอหันกลับไปมองโยมิที่สั่งการ  กัดฟันใช้แรงทั้งหมดที่มีโถมร่างเข้าด้านหลัง  ใช้มือด้านที่ไม่เจ็บคว้าจับข้อมือที่ถือศาสตราของอีกฝ่ายแล้วบีบไว้แน่น  ส่วนอีกมือหนึ่งนั้นก็โอบกอดเด็กชายเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเช่นกัน

                         "อุ๊บ!"  เพราะเด็กชายไม่ได้บาดเจ็บหนักหนาจึงมีเรี่ยวแรงมากพอ  เขาทั้งดิ้นทั้งสะบัดแต่เหนืออื่นใดถึงกับใช้ฟันฝังคมเขี้ยวลงบนต้นแขนเต็มแรงจนเลือดไหลรินอาบชุ่ม

                         ทั้งอย่างนั้น  ไอฮาเนะก็ไม่ยอมปล่อยมือ  เธอกัดฟันอดทนทุกอย่าง

                         "อย่าคิดว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่ต้องการสิ...ฉันไม่ยกเด็กคนนี้ให้หรอก!"

                         ลางสังหรณ์บอกเธอแล้ว  หากเธอปล่อยซาโยะไป

                         เขาจะไปไม่มีวันกลับมา  

                         และเธอจะมีสภาพไม่ต่างกับโอยาคิริ

                         หากหันหลังวิ่งหนี  ทอดทิ้งเด็กคนนี้เอาไว้เขาจะถูกกลืนไปอย่างสมบูรณ์

                         แล้วเรื่องอะไรจะทิ้งไว้ล่ะ!  ซาโยะเป็นคนสำคัญของเธอ!เป็นครอบครัวของเธอ!  เธอไม่มีวันทิ้งเขาไว้อย่างเด็ดขาด!

                         ฟันคมๆยังคงกดเข้าเนื้อคล้ายอยากฉีกกัดกระชากเนื้อหนังให้ขาดติดฟันออกมา  ไอฮาเนะไม่ยอมแพ้ร่ายอาคมสะกดใช้ทั้งพจน์และอาคมหยุดการเคลื่อนไหว  พร้อมกับพอดีที่โยมิเบื้องหน้าจะถลันเข้ามาแต่มันก็ช้าไป  เปลวเพลิงและแสงสว่างจากวงอาคมส่องสว่างจ้า  เด็กสาวปลดปล่อยเพลิงออกมาสกัดกั้นศัตรูอีกครั้ง

                         ความรุนแรงและคลื่นความร้อนที่แผดเผาไปทั่วบริเวณทำให้โยมิหลายตนจำต้องถอยร่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

                         "ให้ตายสิ..."  ร่างสูงในอาภรณ์สีดำบ่นอย่างหงุดหงิด  ขณะยินยอมไม่เข้าใกล้  ด้วยความแรงระดับนั้นแม้จะสังหารตนไม่ได้แต่ถ้าโดนเข้าไปก็ไม่ใช่เรื่องดี  แต่ทั้งอย่างงั้นก็ขอชมเชย  ที่สภาพแบบนั้นยังเหลือพลังขนาดนี้...

                         ดวงตาสีอำพันเหม่อมองไปยังพื้นที่อันว่างเปล่าเมื่อเปลวเพลิงเลือนหายไป  ภาพเบื้องหน้านั้นปราศจากเหล่าศาสตราและซานิวะหญิงคนนั้น  เสียงคำรามจากด้านรอบด้านของโยมิทั้งหลายร้องดังอย่างโกรธเกรี้ยวที่เหยื่อหลุดเล็ดรอดไป

                         ไม่สิ...

                         พลันรอยยิ้มแสยะก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าขาวซีด  รอยยิ้มบนใบหน้าที่มีคราบสีดำเปรอะเปื้อนเป็นบางจุดนั้นเปล่งประกายอย่างยินดี  เพราะเหยื่อที่ว่าไม่ได้หลุดลอยไปไกลจากไหนเลย  จากสภาพของซานิวะที่จวนเจียนใกล้ตายปานนั้นที่ทำได้คือเคลื่อนย้ายหลบหนีแต่ยังไม่มากพอจะกลับไปยังฮงมารุได้

                         นางตัดสินใจผิดพลาด  หากยอมแพ้แล้วกลับไปตั้งแต่แรกโดนโจมตี  ทั้งนางและศาสตราที่เหลืออาจจะมีโอกาสรอดมากกว่านี้  แต่นางกลับเลือกเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่อื่นอันห่างไกลจากที่นี่แทน

                         "เจ้าช่างสิ้นคิดจริงๆ  คิดหรือว่าป่าเขาพวกนี้จะช่วยให้พวกเจ้าหลบซ่อนพวกข้าที่มีจำนวนมากมายขนาดนี้ได้?"

                         หากทิ้งทันโทวนั่นไว้พวกนางอาจจะรอด  แต่การนำพาศาสตราที่กำลังถูกกลืนโดยสมบูรณ์ไปด้วยนั้นเป็นความคิดที่ผิดพลาด  อย่างไรก็ดีเมื่อถูกกลืนกินไปขนาดนั้นก็แทบไม่มีทางกลับมาเป็นปกติได้อีกต่อไป  การที่นางยังรั้นจะหาทางช่วยยิ่งเป็นการตัดทางเลือกที่จะทำให้นางรอดชีวิตออกไป

                         ยิ่งเสียเวลาช่วยเหลือทันโทวนั่นมากขนาดไหน  เวลาที่พวกตนจะรุกไล่ประชิดก็ไวขึ้นเท่านั้น

                         รอยยิ้มบิดเบี้ยวอันสนุกสนานปรากฏขึ้นอีกครั้งขณะส่งสัญญาณปล่อยให้บริวารกระจายกำลังออกค้นหา  

                         ตนไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ?

                         "ก็เหมือนกับเล่นเกมส์แมวจับหนู  เจ้าท้าทายข้าปานนี้...พวกข้าก็มีแต่ต้องตอบรับใช่หรือไม่  ซานิวะเอ๋ย..."




                         ไอฮาเนะไม่เคยคิดว่าการเชื่อมั่นในลางสังหรณ์จะเป็นสิ่งที่คิดถูก  ในชั่ววูบแห่งการลังเลใจได้ทำให้เธอยินยอมสิ้นเปลืองแรงกายแรงใจแรงสมอง  ในการคิดค้นสรรหากรรมวิธีทุกอย่างเพื่อเตรียมความพร้อมกับเหตุการณ์ในอนาคตทุกเรื่อง

                         ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องเช่นกัน

                         เพราะคำพูดของกระเรียนขาวที่ดึงสติของตนเอาไว้ทำให้ไอฮาเนะได้ใช้เวลานับจากนั้น  เค้นทุกสิ่งที่เคยได้รับ  ได้เรียนรู้ทั้งหมดออกมา  เด็กสาวยอมไม่นอน  ใช้ช่วงเวลาที่พวกศาสตราบางส่วนผล๊อยหลับไป  ไหว้วานอิจิโกะให้ช่วยกันเตรียมเขตอาคมย้อนกลับคืน...มันเป็นศาสตร์ที่ต้องใช้เวลา  ความชำนาญที่แม่นยำในการเตรียมการ  ดังนั้นในค่ำคืนแห่งการพักผ่อนพวกตนสองคนจึงไม่ได้หลับได้นอน

                         ไอฮาเนะบอกเรื่องนี้แค่อิจิโกะที่เป็นรองแม่ทัพ  ส่วนคนอื่นอย่างทสึรุมารุหรือทาโร่ทาจินั้นได้แต่มองดูการกระทำของพวกตนอย่างสงบ  มีบ้างที่ช่วยเหลือแต่ก็ไม่รู้ว่าเจ้านายทำอะไรไว้อยู่ดีกระนั้นก็ไม่ยอมถามให้มากความ  พวกเขาแค่คิดว่าเธอคงอยากกางเขตอาคมเพื่อป้องกันการลอบจู่โจมของศัตรูเพียงเท่านั้น

                         แต่ไม่เคยนึกคิดว่านายสาวจะเตรียมการสำหรับเรื่องพวกนี้เอาไว้ล่วงหน้าด้วย

                         ทันทีที่แสงสว่างสิ้นสุดลง  วงอาคมที่เชื่อมต่อจากสนามรบและที่นี่ก็นำพาร่างของไอฮาเนะและศาสตราทั้งหมดมายังภายในถ้ำ  อิจิโกระรีบปราดมาเตรียมจัดการกับซาโยะแต่ถูกร้องห้ามเอาไว้

                         "อย่าเข้ามาอิจิโกะ!"  เสียงของนายสาวดังก้องกังวานในถ้ำ  ฉุดสติของศาสตราที่เหลือให้ตื่นตระหนก  ใบหน้าของนายสาวแม้จะมองไม่ชัดแต่ก็คงซีดเซียว  ด้วยปริมาณเลือดที่ไหลออกมามากคิดว่าคงดึงสติไว้ได้อีกไม่นาน

                         "ท่านไอ  ท่านต้องห้ามเลือดก่อนนะขอรับ!"  พี่ใหญ่ของบ้านโทชิโร่ร้องอย่างตื่นตระหนก  เด็กสาวเสียเลือดมากเกินไปด้วยสภาพร่างกายที่เป็นแค่มนุษย์ไม่มีทางทนกับบาดแผลนั่นไหวแน่!

                         "ท่านไอ  ปล่อยซาโยะเถอะขอรับ!  เขาไม่สามารถกลับมาเป็นแบบเดิมได้อีกแล้ว!"

                         "ท่านไอ!"

                         ไม่ว่าใครจะบอกยังไงไอฮาเนะก็ส่ายหน้า  เธอหันมองไปยังโคเท็ตสึที่ยืนสงบนิ่ง  ใบหน้าที่เรียบเฉยนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความรู้สึกที่ยากจะตัดสินใจ 

                         "ท่านไอ...โปรด...ให้ข้าเป็นผู้จัดการเถอะ"  น้ำเสียงที่แสนร้านราวเปล่งออกจากปากพี่ใหญ่ซามอนจิ  เขาทนเห็นสภาพซาโยะที่กำลังถูกกลืนกินไม่ได้  อีกทั้งยังยอมไม่ได้หากจะปล่อยให้เจ้านายตายไปเพราะน้ำมือของน้องชายตนเอง

                         "หยุดนะโคเท็ตสึ...และก็ทสึรุถ้านาย...กล้าทำให้ฉันหมดสติละก็  ชาตินี้...ฉันจะไม่มีวันยกโทษให้นายแน่!"  เธอเดาได้ว่าเจ้ากระเรียนขาวที่เดินอ้อมตัวมาทางด้านหลังคงหมายจะฟาดต้นคอเธอให้สลบ  เพราะเห็นได้ชัดเมื่อเธอเอ่ยออกไปเขาก็ชะงัก

                         ใบหน้าของทสึรุเต็มไปด้วยความไม่พอใจ  จริงอยู่ว่าเขาบอกให้เด็กสาวคิดเตรียมการหากเกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้น  แต่มันไม่ได้รวมในกรณีที่นางบาดเจ็บหนักแบบนี้!  

                         "ท่านไอ  ท่านจะไม่ไหวแล้วนะ!"  จะให้ยอมรับได้ยังไง  นี่เป็นวินาทีแห่งความเป็นตาย  ต่อให้ต้องยอมโดนเกลียดไปตลอดชาติยังดีกว่ามานั่งเสียใจที่ตามใจนาง!  แต่นางดื้อชะมัด!  ท่าทางแบบนั้นไม่ยินยอมเหรอ!!  โธ่เว๊ย!!  ไม่ยอมเปิดช่องว่างให้ลอบโจมตีเหรอ  อย่าบ้าให้มากนักจะได้ไหมท่านไอ!

                         "พวกนาย...ช่วยเชื่อใจฉันหน่อยจะได้ไหมเนี่ย..."  สาวน้อยบ่นอย่างอ่อนแรง  เธอเหลือบตามองไปด้านข้างแล้วเอ่ยสั่งเสียงเบาลงกว่าเดิมหลังมั่นใจว่าเจ้ากระเรียนจะไม่หาช่องว่างมาเล่นงาน  "โฮตารุมารุหลบไปจากที่ตรงนั้นฉันจะเหวี่ยงซาโยะไปแล้วตรึงเขาไว้กับหิน"  ดาบใหญ่ร่างน้อยรีบถอยร่นไปจากแผ่นหินทางด้านหลังทันที  ไอฮาเนะตั้งสติแล้วคลายแรงลง  

                         ตามคาดซาโยะรีบผละออกจากร่างเธอแล้วเตรียมจะง้างหมัดเข้าโจมตี  แต่เด็กสาวที่เตรียมตัวไว้พร้อมแล้วใช้แค่ฝ่ามือเดียวกระแทกเข้าช่วงลำตัวเด็กชายเต็มแรง  จนกระเด็นไปกระแทกผนังหินก่อนจะรีบเร่งร่ายอาคมมาพันธนาการร่างเขาเอาไว้

                         กระนั้นแม้จะถูกพันธนาการแต่ซาโยะที่บ้าคลั่งจนไม่เหลือสติยังกู่ร้องราวกับสัตว์ป่าและพยายามดิ้นรนให้ร่างหลุดจากตรวนจองจำนั้น  ไอฮาเนะไร้ทางเลือกนอกจากร่ายอาคมสะกดการเคลื่อนไหวตรึงเขาเอาไว้อีกชั้น  ก่อนร่างจะทรุดตัวลงอย่างหมดแรง

                         ทสึรุมารุที่อยู่ใกล้สุดรอคอยอยู่แล้ว  ชายหนุ่มคว้าร่างของสาวน้อยไม่ให้ร่วงลงไปกระแทกพื้นไว้ทัน  เขาร้องเรียกให้ทาโร่ทาจิที่ได้สติมาช่วยจัดการบาดแผล

                         "ข้าขออนุญาตนะท่านไอ..."  แม้หน้าสิ่วหน้าขวาน  บุรุษทั้งหลายก็ต้องยอมกล้ำกลืนเอื้อมมือไปคลายโอบิของชุดเจ้านายเพื่อจัดการบาดแผล  ไอฮาเนะหอบหายใจด้วยสีหน้าหงุดหงิดเธอกระชากผ้าโอบิออกให้  พลางตวัดสายตาที่แม้เหนื่อยล้าจ้องมองพวกบุรุษที่มือไม้สั่น

                         "ฉันใส่เสื้อทับไว้อีกชั้นหนึ่งย่ะ  แล้วก็ไม่ต้องห่วงยังไงก็ไม่โป๊หรอกน่า!"  แม้จะเจ็บเจียนตายแค่ไหน  แต่พอเห็นท่าทางเงอะงะ  ความหงุดหงิดก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนได้  อย่างที่บอกไปในชุดกิโมโนมีเสื้อสายเดี่ยวสีดำใส่ไว้อีกชั้นและยังมีกางเกงขาสั้นที่สวมใส่อีก  เรียกว่าต่อให้โดนฟันเสื้อด้านนอกขาดหรือได้รับบาดเจ็บจนต้องถอดผ้าทำแผลแค่ไหนก็ไม่ต้องห่วงว่าจะโชว์เนื้อหนังมังสา  ซึ่งทันทีที่กล่าวจบเด็กสาวก็จัดการแหวกชุดกิโมโนเผยให้เห็นเสื้อด้านในสีดำก่อนจะเอื้อมมือไปดึงรั้งเสื้อขึ้นเผยให้เห็นหน้าท้องที่มีบาดแผล

                         ถึงไม่ลึกมากแต่เลือดก็ยังไหลทะลัก  "ช่วย...หยิบยันต์จากในถุงผ้าที่เหน็บเอวให้หน่อยสิ...ในนั้นมีทั้งยา...และก็ยันต์ลดทอนความเจ็บปวด"  อภินันทนาการจากพี่หมอที่ทำขึ้นมามอบให้  ต่อให้บอกว่าโอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บต่อนายสาวมีน้อย  แต่มีไว้เผื่อเหตุฉุกเฉินก็น่าจะดีกว่า

                         ซึ่งดาบใหญ่รายนั้นก็คาดการณ์ถูกต้อง

                         เจอนายสาวว่าแบบนี้  แต่คนทำแผลก็ยังหน้าแดงเถือก  ต่างคนต่างเบือนหน้าหลบหนีตามสัญชาตญาณนับตั้งแต่ไอฮาเนะจัดการแหวกกิโมโนออกแล้ว  ทว่าเมื่อได้ยินเสียงใสสั่งพวกเขาก็ยอมหันกลับมาทั้งใบหน้าที่ยังแดง  และพยายามสนใจกับแค่บาดแผลไม่ใช่ผิวขาวนวลตรงหน้าท้อง...

                         ดวงตาของทสึรุมารุเลือกเบนสายตาไปจากผิวขาวๆนั่น  เขาเลือกไล่สายตาไปสำรวจบริเวณอื่นที่มีคราบเลือด  ไล่สายตาไปตามช่วงแขนก่อนไปสะดุดตาเข้ากับรอยกัดและมือด้านหนึ่งที่อาบไปด้วยเลือด  "ท่านจับมีดซาโยะไว้ทันรึ?"

                         "ใช่  แผลมันเลยไม่ลึกมากแต่เลือดก็ออกเยอะเกินไป..."  เธอระวังตัวพอควรกระนั้นก็ยังพลาดโดนเข้าจนได้  "ฉันหวังว่ามันคงไม่โดนอวัยวะภายใน..."  สาวน้อยบ่นพึมพำ  เธอปล่อยให้ทาโร่ทาจิกดผ้าห้ามเลือดเอาไว้  ขณะหันไปสนใจกับยาในถุงผ้าที่พกมา  พลางหยิบของที่ไม่ได้เห็นมานานแล้วนับจากที่มายังโลกนี้

                         ไอเทมยอดฮิตที่ต้องมีกันเกือบทุกเกมส์

                         Potion (โพชั่น)  ไงล่ะ!

                         ถึงจะบอกว่านี่ไม่ใช่โลกแห่งเกมส์อีกแล้วก็เถอะ  กระนั้นเธอก็เก็บพวกมันไว้เป็นอย่างดีเผื่อกรณีจวนตัวต้องใช้  ยังไงช่วงเล่นครั้งแรกก็ต้องใช้บ่อย  เธอหมดค่าน้ำยาพวกนี้ไปในแต่ละครั้งจนแทบหมดตัว  กระทั่งเลเวลอัพและฝีมือพัฒนามากขึ้นน้ำยานี่จึงได้แต่เก็บไว้ในคลังเก็บของ  แต่เมื่อลองกระชากคอคอนโนสุเกะมาถามถึงรายละเอียดในเรื่องนี้  เจ้าตัวบอกว่าไอ้ของแบบนั้นมันก็มีอยู่หรอกแต่ผลของมันคงจะแตกต่างจากโลกจำลองนั้นอยู่มากโข  ครั้นพอถามถึงคุณสมบัติของโพชั่นว่ามันยังเหมือนเดิมหรือไม่?

                         คำตอบที่ได้คือเหมือนเดิมแต่ประสิทธิภาพลดลง

                         "ท่านจะกิน  จะราดใส่แผลก็สุดแท้แต่ใจเถอะ  แต่ว่ามันไม่ได้หายในทันทีเหมือนตอนอยู่ในโลกจำลอง  ยิ่งบาดแผลสาหัสมากขนาดไหนมันก็ต้องใช้เวลาในการเยียวยาแผลเหล่านั้นมากขึ้นเท่านั้น  เพราะงั้นทางที่ดีหลีกเลี่ยงการได้รับบาดเจ็บหนักเถอะขอรับ  ยังไงเสียยามท่านกลับไปฮงมารุบาดแผลและพลังวิญญาณที่เสียไปก็ได้รับการเยียวยาอยู่ดี"

                         แต่อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ  เหมือนแบบนี้ไงล่ะ  ดังนั้นจึงได้กระชากคอคอนโนสุเกะ(อีกครั้ง)  มาทั้งขู่เข็นรีดไถให้ส่งของพวกนั้นกลับคืนมาเสีย  ไม่งั้นจะจับถอนขนแล้วโยนลงหม้อต้ม  เจ้าจิ้งจอกอ้อนวอนทั้งน้ำตาแล้วรับปากว่าจะไปแจ้งแก่เทพอินาริ  นั่นแหละจึงได้ของบางส่วนกลับมา  แม้ไม่ครบแต่การได้โพชั่นมาถือเป็นเรื่องดี

                         ซึ่งหลังได้มาเธอก็พกติดตัวตลอด  ดังนั้นเมื่อคืนเด็กสาวจึงลงทุนค้นของที่พกมาแทบทุกอย่างเรียกว่ารื้อของกระจัดกระจายท่ามกลางสายตาของทุกคนที่มองคล้ายกับเห็นคนบ้า  หลังค้นพบแล้วจึงมานั่งใช้สมองคิดเป็นชั่วโมง  ร่างแผนการเตรียมพร้อมสำหรับความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกกรณี

                         ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ตัดสินใจถูกต้อง

                         ไอฮาเนะยอมให้ทาโร่ทาจิช่วยจัดการกับบาดแผล  ก่อนเธอจะเปิดฝาขวดโพชั่นที่ไม่ได้ใช้มานานขึ้นดื่มรวดเดียว  ไม่แยแสต่อรสขมปี๋พลางคิดในใจว่าตอนโน้นยังไม่สามารถรับรู้รสชาตได้แต่พอมานี่เพิ่งรู้จริงๆว่ามันรสชาตเฮงซวยขนาดนี้!  แต่เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตก็กลั้นใจดื่มไป  จนเหลือหนึ่งในสี่ของขวดแล้วจึงพอ  ก่อนจะกัดฟันแล้วเทราดลงบนบาดแผลท่ามกลางสายตาของดาบใหญ่ที่ร้องเสียงหลง

                         ความเจ็บแสบคล้ายแอลกอฮอล์ถูกราดลงบนแผลเกือบทำให้ไอฮาเนะส่งเสียงกรีดร้อง  แต่เธอยังกัดริมฝีปากทนความเจ็บแสบนั้นเอาไว้  พยายามจะไม่ส่งเสียงและร้องไห้ออกมา

                         "ท่านไอ!"  ขณะที่เหล่าศาสตรามองนายเหมือนคนสติแตกไปแล้วถึงได้ทำอะไรบ้าๆตะโกนก้องแล้วรีบร้องบอกให้ทาโร่ทาจิหยิบเจ้าขวดใส่น้ำประหลาดนั่นทิ้งไปเสีย  พลันพวกเขาจึงเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติตรงบาดแผลที่เลือดกำลังหยุดไหลพร้อมกับมีควันบางๆลอยมา  ก่อนผิวหนังที่ฉีกขาดจะค่อยๆเริ่มสมานตัวทีละน้อย

                         "นั่นมัน...ใช่ยารักษาตอนที่ท่านใช้บ่อยๆในตอนแรกเริ่มสินะ?"  เหล่าดาบที่อยู่กันมานานพอคุ้นตากับสิ่งนี้ขึ้นมาบ้าง  หลังเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็จำได้ว่าเมื่อก่อนตอนทดสอบ 100 วัน  พวกตนก็เห็นเด็กสาวใช้เจ้าขวดน้ำยานี่ออกจะบ่อยนี่นา

                         "อืม  คิดถูกจริงๆที่พกมันมาด้วย"  ต้องขอบคุณความงกของตัวเองจริงๆ  ที่ยอมไปเรียกร้องขอไอเทมที่ติดตัวเป็นครั้งสุดท้ายให้ถูกส่งมายังโลกนี้ด้วย  ท่ามกลางคำนินทาลอยๆของเจ้าจิ้งจอกที่ลอบมองด้วยแววตาคล้ายอยากจะด่าว่างก  กระนั้นเพราะความงกมันก็ทำให้เธอรอดชีวิตได้นะเว้ย!

                         แต่ถึงเลือดจะหยุดไหลแล้วก็ตามทว่าปริมาณเลือดที่เสียไปก็มากและโพชั่นฟื้นฟูกลับมาได้ไม่ทั้งหมด  มันแค่ช่วยรักษาบาดแผลแต่เลือดที่เสียไปไม่เกี่ยวกัน  การกินยาเร่งรักษาสภาพตัวเองจำเป็นต้องใช้เวลาอีกสักพักถึงจะฟื้นตัวได้เต็มที่

                         แต่เด็กสาวไม่มีเวลาอีกแล้ว  จะทั้งตัวเธอเองหรือซาโยะหรือคนอื่นๆก็เหลือเวลากันไม่มาก  ที่นี่ไม่ได้อยู่ห่างไกลจากจุดที่หลบหนีมา  ไม่นานคงเจอตัวแน่ๆ

                         ไอฮาเนะรีบใช้ยันต์บรรเทาความเจ็บปวดเสริมหลังจากใช้ผ้าพันแผลพันปิดโดยรอบไปก่อนครั้งแรก  ทาโร่ทาจิและอิจิโกะเองก็ช่วยกันพันผ้าแผลให้อีกทบแล้วเร่งไปจัดการกับบาดแผลที่มือและรอยกัดที่เด็กชายทำเอาไว้ต่อทันที  

                         ส่วนคนอื่นๆอย่างทสึรุมารุยอมถอยออกไปห่างๆหลังจากมองอาการของนายสาวว่าเริ่มพ้นขีดอันตรายไปแล้วจึงมีสีหน้าสงบลง  ชายหนุ่มเรือนผมหิมะยอมหันเหความสนใจไปยังพี่ชายคนโตของบ้านซามอนจิที่ยืนหันหลังให้นาย  เอาแต่ใช้ตาจ้องมองน้องคนเล็กสุด

                         ซาโยะนั้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์  ผิวสีขาวเริ่มมีคราบสีดำปกคลุมเกือบจะทั้งตัว  เสื้อผ้าก็ถูกย้อมไปด้วยสีดำแม้แต่เรือนผมหรือสีนัยน์ตาก็เปลี่ยนไป  แม้ดวงตาจะเหลือส่วนที่เป็นสีดั้งเดิมไม่มากแต่จากที่ดูแล้วคงอีกไม่นานที่จะกลายเป็นสีดำทั้งหมดสิ้น

                         "ท่านไอ...ข้าทราบดีว่าท่านไม่อยากทำลายแต่ซาโยะไม่อาจกลับคืน..."  โคเท็ตสึกล่าวอีกครั้ง  เขายังปวดใจที่เห็นภาพของซาโยะเช่นนี้  "ได้โปรดอย่าทำให้น้องชายข้าต้องทุกข์ทรมานอีกเลยเถอะ"  ความตายเป็นสิ่งน่ากลัวและน่าเศร้าโศก  แต่การอยู่อย่างทรมานสำหรับโคเท็ตสึแล้วมันโหดร้ายยิ่งกว่าอะไรทั้งมวล

                         "ไม่ ! โคเท็ตสึ!  ฉันยังไม่ยอมแพ้...เรื่องซาโยะ  ถ้าหากยอมแพ้...ฉันจะดึงเขาไว้ทำไม...!"

                         "แต่ดาบที่ถูกโยมิกลืนกินไม่มีทางกลับมาเป็นอย่างเดิมได้อีกแล้วนะขอรับ!"

                         "ไม่มีทางกลับมาหรือหาวิธีให้กลับมาไม่ได้กันแน่!  ขอร้องล่ะฉันอยากจะช่วยเขาให้ได้...ถ้าฉันปล่อยมือจากซาโยะในครั้งนี้...เขาจะไม่มีวันกลับมาเหมือนกับทสึรุมารุของโอยาคิริ!"

                         เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา  แต่ความรู้สึกบอกเธอแล้วว่าถ้าปล่อยเด็กคนนี้ไป  ซาโยะจะจากไปอย่างถาวร  ต่อให้เรียกศาสตราอื่นที่เป็นตัวเขามาก็จะไม่ใช่เขาอีกต่อไป  และความรู้สึกนี้จะกัดกินตัวเธอและโคเท็ตสึรวมทั้งใครหลายๆคนไปจวบจนวันตาย

                         ทสึรุมารุพูดกับเธอแล้ว  ถ้ายังเลือกที่จะเก็บเขาเอาไว้  ตัวไอฮาเนะต้องทำทุกอย่างเพื่อดึงซาโยะกลับมา  ไม่อย่างงั้นพวกเขาทั้งหมดจำต้องลงมือสังหารเด็กชาย

                         ซึ่งเธอไม่มีวันยอมอย่างเด็ดขาด!

                         "ฉันรู้ว่าถ้าถูกกลืนกินคงไม่มีทางกลับมา  ฉันเองก็คิดมาตลอดว่าต้องทำยังไง  พยายาม...หาทางป้องกันไม่ให้มันเกิด!"

                         แต่ถ้ามันเกิดขึ้นมาแล้วล่ะ?  จะต้องทำยังไง

                         คำถามนี้วนเวียนอยู่ในใจมาโดยตลอด  ไอฮาเนะหวาดกลัวว่าสักวันหนึ่งศาสตราของเธอและตัวเธออาจจะมีชะตากรรมเหมือนกับโอยาคิริ  แม้จะปากดีบอกว่าควรกำจัดแต่ถ้าเกิดขึ้นจริง  ตัวเธอนั่นแหละที่อ่อนหัดไม่กล้าตัดสินใจทำลายอย่างเด็ดขาด

                         เพราะไม่ใช่ศาสตราของตนเองเลยกล้าจะพูดออกไปแบบนั้น

                         "ทางเลือกมีแค่ต้องทำลายทิ้งหรือปล่อยไปเหรอ?  ต่อให้ปล่อยไปบทสรุปสุดท้ายก็ต้องถูกกำจัด...!"  เหมือนอย่างทสึรุมารุของอีกฝั่ง  เมื่อยังกำจัดไม่ได้ก็จะเป็นภัยต่อทุกอย่าง  กระเรียนดำฉลาดในการแทรกแซงใช้จิตมารขุดคุ้ยหาอดีตอันดำมืด  จ้องเล่นงานศาสตราที่มีประวัติอันมืดมนแล้วล่อลวงให้เขาตกลงสู่กับดักที่เตรียมไว้

                         "ไม่รู้หรอกว่ามันจะได้ผลไหม!  แต่ซาโยะ..ยังไม่ถูกกลืนโดยสมบูรณ์...!"  เธอไม่รู้และไม่เคยลอง  แต่กายศาสตราของเขายังไม่ถูกย้อมเป็นสีดำสนิทและด้วยเลือดของตนที่อาบย้อมกำลังพยายามหยุดยั้งการกลืนกินเพื่อซื้อเวลาเอาไว้

                         ดังนั้นยังพอมีทาง!

                         "ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่?"

                         "ฉันจะเข้าไปในจิตใจของซาโยะ"

                         !!?

                         และแทบจะทันที  ห้าเสียงของศาสตราก็ร้องค้านสุดชีวิต  "ไม่ได้!!"

                         "ท่านไอ ! หากท่านเข้าไปในจิตใจที่กำลังกลายเป็นสีดำโอกาสที่ท่านจะไม่ได้กลับออกมามีอยู่มากนะขอรับ!!!"  ทาโร่ทาจิร้องห้ามพยายามกดไหล่เจ้านายสาวให้นอนราบลงไป  เมื่อเห็นอีกฝ่ายเตรียมลุกขึ้นมานั่ง  ฟากอิจิโกะที่ยังง่วนอยู่กับแผลตรงฝ่ามือก็ย่นคิ้วส่งสายตาตำหนิ  แต่ไอฮาเนะกลับมองตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้  เธอใช้มืออีกข้างจับมือของดาบใหญ่ที่พยายามกดร่างให้นอนราบลงแล้วออกแรงบีบแน่นพยายามจะดึงมือเขาให้ปล่อยไหล่ตนเอง

                         เธอถอยไม่ได้  เวลาเหลือไม่มากอีกแล้ว

                         "แต่มันเป็นโอกาสเดียว!  ถ้าดึงจิตใจดั้งเดิมของซาโยะกลับมาฉันอาจจะชำระล้างได้!"

                         "ท่านทำแบบนั้นมันเสี่ยงเกินไปนะขอรับ!  และการเข้าสู่จิตใจของศาสตราใช่จะทำได้ง่ายๆ!"  โฮตารุมารุมองดวงหน้าที่กำลังจะซีดขาวด้วยสายตากึ่งขอร้อง

                         แต่ไอฮาเนะกลับหัวเราะ  ทั้งที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดแต่เด็กสาวยังหัวเราะ  

                         ไม่รู้ว่าเธอเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร  

                         หากแต่เมื่อจ้องมองก็จะเห็นแววตาที่ยังไม่ยอมพ่ายแพ้

                         มันยังเปี่ยมไปด้วยความหวัง!

                         "คิดว่าฉันทุ่มฝึกฝนกับอิชิคิริมารุไว้เพื่ออะไร ! หากไม่คิดจะทำอะไรแล้วปล่อยผ่านไปคงได้แต่มาสำนึกเสียใจทีหลังแน่ๆ!"  

                         ตนได้เลือกแล้ว  ดังนั้นจะไม่ยอมแพ้!  

                         ต่อให้ป้องกันแต่ถ้าหากมันเกิดขึ้นมา  คำถามคือเธอจะทำยังไง?  และคำตอบก็คือเธอคิดจะดันทุรังทำทุกอย่างที่ยังพอทำได้!  เธอไม่ต้องการปล่อยมือจากใครไปและเธอไม่เชื่อว่ามันจะทำไม่ได้!  

                         ยังไม่ได้ลองแล้วจะถอดใจยอมแพ้ได้ยังไงกัน!

                         ถ้อยคำของนกกระเรียนสร้างความฮึกเหิมจนทำให้ไอฮาเนะเลือกจะเสี่ยงเดิมพันด้วยชีวิต

                         พวกเรามีบางอย่างที่คล้ายกันซาโยะ  อดีตอันดำมืดที่คอยหลอกหลอนกัดกินพวกเรา

                         ความรู้สึกนั้นคอยทำลายจิตใจแม้อยากจะหลีกหนีก็ไม่อาจทำได้  พวกเราที่เหมือนกันดังนั้นจึงเข้าใจได้ดี...

                         เพราะงั้น...ไม่ว่าจะยังไง...ก็จะช่วยนาย...!

                         "ขอร้องล่ะ!  ฉันรู้ว่าเวลาเหลือไม่มากแล้ว!  อีกอย่างการหลบหนีมาที่นี่ใช่ว่าจะปลอดภัย...ศัตรูอาจติดตามมา ! ฉันตั้งเขตอาคมป้องกันและอำพรางเอาไว้แต่ด้วยจำนวนของอีกฝ่าย!  ไม่มั่นใจจริงๆว่าจะต้านได้นานแค่ไหน!"

                         "ท่านไอ..."

                         "โคเท็ตสึ...เด็กคนนั้นกำลังเจ็บปวดนะ...ทั้งที่เป็นแบบนั้นนายอยากจะให้ฉันปล่อยเขาไปในความมืดมิดที่หนาวเหน็บและทรมานแบบนั้นอีกเหรอ!"  ไอฮาเนะกลั้นใจฝืนรั้งตัวเองให้ลุกขึ้นแม้ทาโร่ทาจิจะอยากห้ามปรามแต่เมื่อเจอแววตาคู่นั้นเขาก็ยอมแพ้  ดาบใหญ่ไร้ทางเลือกนอกจากช่วยพยุงแม้มีสายตาของรองแม่ทัพจ้องมองอย่างไม่เห็นด้วยก็ตาม

                         คนที่เหลือได้แต่นิ่งงัน

                         ถึงขนาดนี้แล้วเจ้านายสาวก็ยังไม่ยินยอมจะปล่อยซาโยะไป  นางยังเลือกเดิมพันต่อทั้งที่ไม่มีโอกาส...

                         โคเท็ตสึไม่อยากทำลายซาโยะ  แต่ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถปล่อยให้เจ้านายจากไป  หรือต้องทนมองเด็กชายทุกข์ทรมานเช่นนี้  ความรู้สึกของทั้งสองด้านกำลังขัดแย้งอยู่ภายในอก

                         ร่างสูงได้แต่กำหมัดแน่นไม่อาจพูดตอบอะไรได้

                         เช่นเดียวกับคนอื่นๆ  ดวงตาพวกเขาประกาศชัดเจนว่าไม่เห็นด้วย

                         "ท่านไอ...ท่านรู้ดีใช่ไหมว่ากำลังทำอะไร  มันอาจทำให้ท่านตายได้  นี่...ไม่เหมือนกับเมื่อหนึ่งร้อยวันในตอนนั้นนะ"  ทสึรุมารุถามย้ำเสียงเครียด  แม้เขาจะเลือกถอยแล้วเฝ้ามองดูแต่เขาก็ลังเลหากว่านี่คือความเป็นความตายของนาย  การเสียสละซาโยะถือเป็นเรื่องจำเป็น  ไม่เช่นนั้นโคเท็ตสึหรือจะเอ่ยปากร้องขอเป็นผู้ลงมือเอง

                         "ใช่  ฉันรู้และฉันก็รู้ดีว่ากำลังทำอะไร  ทสึรุ...ทุกคนเชื่อใจฉันหน่อยได้ไหม..."

                         เชื่อเหมือนกับที่นายได้พูดเอาไว้

                         "ฉันยังไม่อยากถอย  โอกาสมีแค่ครั้งเดียว"

                         ดวงตาสีชาดนั้นยังแน่วแน่ไม่ยอมแพ้  แม้เจ็บเจียนตายแต่เธอยังกัดฟันทน

                         ทสึรุมารุที่จ้องมองแววตานั้นกลับเป็นฝ่ายหวั่นไหวเสียเอง  หากต้องเลือกใครสักคนเขาก็เลือกร่างตรงหน้า  ไม่ว่าใครจะตายไปยังไงก็ไม่สน  ขอเพียงแค่คนๆนี้ไม่หายไปก็พอ...ทว่าถ้าทำแบบนั้นก็จะขัดกับความตั้งใจดั้งเดิมที่ตัดสินใจไปแล้วในวันนั้น  ชายหนุ่มกัดฟันแน่นนึกแค้นเคืองตนเอง  โดยไม่รู้ตัวที่เอื้อมมือออกไป...

                         ใช้องมือนั้นวางประทับบนไหล่บาง  เขาบีบเบาๆราวกับจะย้ำเตือน  

                         ดวงตาสีอำพันเริ่มวูบไหว  เขาอยากพูด  อยากห้าม 

                         แต่เพราะได้เลือกไปแล้ว...ดังนั้น

                         "ข้าเชื่อท่าน...แต่สัญญากับข้าได้หรือไม่ว่าท่านจะไม่ทำลายความเชื่อใจของข้า"

                         ห้ามตายเด็ดขาด...ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตาย...  

                         "ตานกบ้า  คิดว่าฉันคนนี้เป็นพวกชอบผิดสัญญาหรือไง"

                         ข้าเชื่อใจท่านนะ...เชื่ออย่างสุดใจดังนั้นอย่าผิดคำสัญญา...

                         เมื่อได้ยินชัดเจนร่างสูงพยักหน้าตอบรับ  ดวงตาปิดลงสีหน้าร้าวรานก่อนผละออกไป  "ข้าจะป้องกันไม่ให้หน้าไหนเข้าไปขวางท่านเอง..."

                         เขายอมแพ้  ตัวเขาที่พูดว่าเชื่อมั่นในตอนนั้นไม่เคยคาดคิดว่าคำพูดนั้นจะได้สร้างความเจ็บปวดให้ตนเองขนาดนี้
เพราะพูดไปแล้วก็มีแต่ต้องก้มหน้ายอมรับในคำพูดนั้นที่เลือกจะเชื่อใจเด็กสาว

                         เมื่อเห็นผู้ที่ดื้อรั้นมากที่สุดยินยอม  ศาสตราที่เหลือได้แต่พูดไม่ออก  การยอมแพ้ปล่อยให้เจ้านายตัดสินใจโดยมีความข้องเกี่ยวกับชีวิตไม่ใช่เรื่องยินยอมได้โดยง่าย  แต่ทสึรุมารุเลือกที่จะเชื่อมั่น

                         "เช่นนั้นข้าจะไปช่วยทสึรุมารุ"  ทาโร่ทาจิยินยอมตอบรับความต้องการของเจ้านายหยิบศาสตราบ่ายหน้าไปยังปากถ้ำ  ร่วมกับโฮตารุมารุ  ส่วนอิจิโกะนั้นจ้องมองนายสาวที่หันมาสบตาแล้วพยักหน้า  

                         "ฝากที่เหลือหน่อยนะ"

                         "ท่านตัดสินใจเอาไว้แล้ว  ตัวข้ามีแต่ต้องทำตาม...แม้จะไม่เห็นด้วยแต่การเดิมพันครั้งนี้เสี่ยงนัก"

                         แต่พวกข้าก็ยังเลือกจะเชื่อใจท่าน

                         ร่างสูงหันหลังกลับไปแล้วก้าวเดินไปหาเพื่อนพ้อง  ส่งเสียงร้องเรียกเพื่อจัดการเตรียมการตั้งรับ

                         ส่วนโคเท็ตสึนั้นยืนนิ่งสีหน้าและดวงตาที่ลืมขึ้นฉายประกายแห่งความลังเล

                         "ข้าขออยู่ตรงนี้ได้หรือไม่"

                         "งั้นให้คำสัญญามา  ว่าถ้าฉันไม่พูดอะไรห้ามทำอันตรายกับซาโยะได้หรือเปล่า"

                         "ท่านไอ..."

                         "สัญญาได้ไหมโคเท็ตสึ"

                         ...  

                         "ขอรับ..."  ร่างสูงตอบรับเบาหวิวก้าวเข้าไปพยุงร่างของนายสาวให้เดินเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังถูกพันธนาการ  

                         ขณะที่อีกด้านศาสตราที่เหลืออีกสี่ร่างล้อมวงเป็นวงกลม  รับฟังสิ่งที่รองแม่ทัพบอกกล่าว  ดวงตาของพวกเขาฉายประกายความฮึกเหิมเมื่อได้ยินรายละเอียดที่รองแม่ทัพใช้เวลาทั้งคืนวางแผนร่วมกับเจ้านายเอาไว้  ก่อนแต่ละคนจะกระโจนออกไปรอด้านนอกปากถ้ำ

                         ในตอนนี้ไม่ใช่แค่พวกเขาที่เชื่อใจเธอ  แต่เป็นตัวเธอด้วยที่เลือกจะเชื่อมั่นในพวกเขาเช่นกัน

                         "ที่เหลือก็ฝากนายด้วยล่ะอิจิโกะ  ส่วนทางนี้ฉันก็พร้อมแล้วล่ะนะ..."

                         เด็กสาวตั้งสติแล้วก้มลงเอื้อมไปหยิบเอาอาวุธของซาโยะที่เป็นทั้งสิ่งที่ใช้ต่อสู้และตัวตนที่แท้จริงของเขามาถือไว้  คราบสีดำกำลังกัดกินไปทั่วทั้งศาสตรามีบางส่วนที่แปดเปื้อนไปด้วยโลหิตของตัวเธอเอง

                         เลือดคือสื่อนำพา...

                         ในถ้อยคำของอิชิคิริมารุนั้นการเรียกจิตวิญญาณแห่งดาบมีบางกรณีที่ใช้เลือดเป็นสื่ออัญเชิญ  ตอนการทำพิธีในครั้งแรกๆไอฮาเนะที่มีพลังไม่มากพอก็เคยใช้เลือดเป็นการอัญเชิญเช่นกันเนื่องจากเป็นระบบในโลกแห่งเกมส์  จึงกลายเป็นการเสีย Hp  (แต่กรรมวิธีเรียกคือใช้ดาบปาดนิ้วเอาเลือดแปะจริงนะ  ถึงจะเป็นเลือดปลอมจากในเกมส์ก็เถอะ)

                         และด้วยความที่ซาโยะก็เป็นมีดสั้นแรกๆที่ถูกเรียกมา  จึงเป็นศาสตราในจำนวนหนึ่งที่ถูกเรียกโดยใช้เลือดของเธอเป็นสื่อนำ  ซึ่งพอครั้งหลังที่พลังวิญญาณมากขึ้น  การเรียกในแต่ละครั้งจึงไม่จำเป็นต้องใช้เลือดอีกแล้วเพราะพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งมากพอก็สามารถดึงเอาจิตวิญญาณดาบมาได้

                         ดังนั้นเด็กสาวจึงไม่ลังเลใช้เลือดอีกครั้งในการชโลมมันลงไป  เธอกดคมดาบลงกับฝ่ามือด้านที่ไม่บาดเจ็บโดยไม่หวาดกลัวต่อความเจ็บปวด  ให้สีแดงสดของชีวิตตนอาบชุ่มศาสตรานี้อีกครั้งหนึ่ง  พร้อมกันนั้นก็ฉีกเอาถุงหอมที่เคยให้แก่เด็กชายโปรยลงตรงหน้าระหว่างตนกับอีกฝ่ายก่อนคว้าเอาเชือกถักที่ตนเคยมอบให้มาถือรวมกับศาสตราแล้วเริ่มตั้งจิต

                         มีเพียงซานิวะที่อัญเชิญศาสตราเล่มนั้นมาเท่านั้นที่จะเข้าสู่จิตวิญญาณภายในของดาบได้  แต่การทำแบบนั้นนอกเหนือจากการมีจิตที่สื่อถึงกันแล้ว  ต้องมีของบางอย่างที่มอบให้นอกเหนือจากนั้นเพิ่มเติม  อีกทั้งของเหล่านั้นต้องแฝงด้วยจิตตนเองและตัวดาบเล่มนั้นเองก็ต้องมีความรู้สึกผูกพันธ์อยู่กับสิ่งของที่มอบให้ด้วย

                         กรณีนี้ของซาโยะคือถุงหอมและเชือกถักไหมจีน  เมื่อมีสื่อที่สามารถเชื่อมได้ที่เหลือก็คือการตั้งจิตนำพาจิตใจตัวเองเข้าสู่กายศาสตราของดาบเล่มนั้น

                         ข้าไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องสมควร  เพราะจิตใจของดาบแตกต่างจากมนุษย์  เนื่องจากอยู่มานานบางครั้งภาพความทรงจำจากอดีตอาจส่งผลกระทบต่อจิตที่เข้าไป  หากตั้งสติไม่ดีก็ถูกจิตใจของดาบครอบงำจนหลงติดกลับคืนมาไม่ได้

                         อิชิคิริมารุย้ำเสมอในเรื่องนี้  เขาสอนเพราะไอฮาเนะสนใจและคิดว่าต้องมีประโยชน์สักวัน  

                         แต่ใครเล่าจะไปคิดว่ามันจะได้ใช้เร็วขนาดนี้




                         "ดีแล้วหรือที่ปล่อยให้ท่านไอทำแบบนั้นทสึรุมารุซัง"

                         "เจ้าก็รู้ดีว่าข้าไม่เห็นด้วย  แต่ข้าตัดสินใจในวันนั้นแล้วว่าจะคอยดูและเฝ้ามองเส้นทางการเติบโตของนาง  ข้าจะไม่ห้ามหากไม่จำเป็นและเลือกจะยอมรับการตัดสินใจ"

                         แม้ว่ามันจะทำร้ายใจข้าก็เถอะ...

                         ใบหน้าของทาจิหนุ่มผมฟ้าเปลี่ยนเป็นราบเรียบ  เขาหันไปอีกทางคล้ายไม่อยากให้เห็นแววตาที่สะท้อนความรู้สึกอัดแน่น  อิจิโกะก็เหมือนกับทสึรุมารุ  ไม่ได้เห็นด้วยแต่เลือกเชื่อมั่นและไว้ใจนาย  เหมือนกับที่เจ้านายเลือกมอบแผนการเดิมพันครั้งใหญ่นี้แก่เขาซึ่งเป็นรองแม่ทัพให้รับผิดชอบ

                         บางทีข้าก็เผลอคิดว่าท่านมีตามองเห็นอนาคต  ไม่เช่นนั้นคงไม่มอบแผนเหล่านั้นให้แก่ข้าหรอก

                         ชายหนุ่มผมฟ้าคิดอย่างขบขัน  หากกลับไปบางทีเขาคงต้องขอคำแนะนำอะไรหลายอย่างจากนายสาวเสียหน่อยแล้ว

                         "พวกเจ้า...ข้ารู้สึกถึงจิตมาร  มันกำลังกระจายตัวอยู่โดยรอบ..."  ทาโร่ทาจิเอ่ยทำลายบทสนทนาด้วยความเคร่งเครียด  เขากระชับอาวุธตนเองไว้แน่นเหมือนคนอื่นๆ  ขณะที่รับสิ่งของจากโฮตารุมารุมาถือไว้  เขาก้มมองมันด้วยแววตากังวลระคนหนักใจ

                         "เราคงต้องแข่งกับเวลา  ไม่ใช่แค่ท่านไอแต่เป็นพวกเราด้วยเช่นกัน"  เพราะการตั้งรับด้วยจำนวนแค่นี้เป็นทางเลือกที่ไม่ฉลาดเลย  ดังนั้นหากอยากรอดพวกเขาคงต้องเหนื่อยกายและวางแผนหาทางรอดให้รัดกุม  ดังนั้นอุปกรณ์ต่างๆที่เจ้านายมอบทิ้งท้ายไว้ให้คือทางรอด

                         "ข้าก็คิดแบบเจ้า  อย่างว่าแหละมีเจ้านายดื้อด้าน  ศาสตราก็ต้องดื้อด้านตาม"

                         ต่อให้รู้แต่ก็ไม่ยอมแพ้นั่นแหละเจ้านายของพวกตนล่ะ

                         ทสึรุมารุเริ่มคิดแล้วว่าทำไมต้องมาเสียเวลากับการบ่นเรื่องนี้อีก  จะบ่นเพื่ออะไรยังไงก็ตัดสินใจไปแล้ว

                         "ทั้งพวกเจ้าและก็ข้ารู้ดี...ว่าตอนนี้ควรทำสิ่งใด  อย่าชักช้า ! ไปกันเถอะ!"

                         "อืม...!"  ทุกคนตอบรับเสียงฮึกเหิม  ดวงตาทอประกายความมุ่งมั่น  นี่คือการเดิมพันของพวกเขาและเจ้านาย  กระนั้นก็ไม่มีใครสักคนที่หวาดหวั่น

                         นั่นเพราะพวกเขาได้เลือกแล้วว่าจะเชื่อมั่นในตัวเด็กสาวคนนั้นนี่นา




                         ............................................................................................

                         ...............................................................

                         ..........................................

                         .....................

                         .............

                         ในความมืดมิดเด็กชายนั่งก้มมองดูมือที่เป็นคราบสีดำและคราบเลือดที่อาบชุ่มเต็มฝ่ามือ

                         สัมผัสของเหลวสีแดงที่ข้นหนืดและอุ่นยิ่งตอกย้ำภาพอดีตที่เคยเห็น...

                         ก่อนหน้านี้เขาได้มาอยู่ที่นี่ซึ่งไม่รู้ว่ามันคือที่ใด  ภาพความจำสุดท้ายที่เห็นมีแค่ภาพของหมู่บ้านที่ถูกทำลายและภาพของมีดที่ปักอยู่บนร่างไร้วิญญาณของชายคนหนึ่ง

                         แล้วหลังจากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ  มาเห็นภาพอีกครั้งหนึ่งก็คือจิตวิญญาณชั่วร้ายได้พุ่งเข้าโจมตีต่อหน้า

                         ซาโยะตัดสินใจจะหลบแต่ร่างกลับไม่ขยับ  ท้ายสุดก็โดนโจมตีเข้าอย่างจังจนล้มลงไปนอนกับพื้น  ความเจ็บปวดที่โถมใส่ร่างนั้นรุนแรงจนทำให้หมดสติไป  กระนั้นเมื่อเริ่มได้สติบริเวณที่ถูกโจมตีกลับรู้สึกถึงความปวดร้าวอย่างแสนสาหัสก่อนความเจ็บนั่นจะแพร่กระจายไปทั่วร่าง

                         และทุกอย่างก็กลายเป็นสีดำสนิทอีกครั้งพร้อมกับตัวของซาโยะก็มาโผล่ยังที่นี่

                         เด็กชายไม่รู้ว่าเป็นที่ไหนได้แต่ถือศาสตราเตรียมพร้อมระแวดระวัง  ขณะเดินไปอย่างไร้จุดหมาย  ที่แห่งนี้ช่างมืดมิดและหนาวเหน็บไร้แสงไฟใดๆส่องนำทาง

                         เขาพยายามค้นหาทางออกแต่กลับไม่มีทางใด  ต้องเรียกว่ามันไม่มีสิ่งใดจะเป็นเสมือนประตูนำพาตนออกไปได้สักนิดเดียว

                         ซาโยะเดินวนเวียนอยู่นานแต่ยิ่งเดินไปมากเท่าไหร่ร่างกายก็อ่อนล้าลงจนเริ่มหมดเรี่ยวแรง  ความร้อนระอุของผิวกายก็เริ่มเลือนหาย  ตลอดการเดินทางก็สัมผัสได้แต่ความหนาวเหน็บอีกทั้งศาสตราในมือที่ตนถือมาตลอดก็เริ่มหนักและมีคราบสีดำขึ้นเต็มไปหมด

                         เด็กชายไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงได้แต่ร้องตะโกนเรียกพี่ๆ  เรียกเจ้านาย

                         แต่ไม่มีเสียงใดเลยตอบกลับมาเลย

                         ไม่เอานะ  น่ากลัวจัง  ใครก็ได้ตอบข้าทีเถอะ

                         จวบจนกระทั่งบางอย่างแว่บเข้ามา  มันเหมือนผุดขึ้นมาในสมองอย่างกะทันหัน

                         ภาพร่างบางอย่างของสิ่งที่แสนอัปลักษณ์อยู่เบื้องหน้า  มันมีรูปกายบิดเบี้ยวเป็นสีดำ  เจ้าสิ่งนั้นเคลื่อนไหวไปมาปล่อยไฟสีดำน่าเกลียดไปรอบๆตัว  พร้อมกันนั้นมันก็หันมาทางตนก่อนใช้ไฟสีดำตรงเข้าห้อมล้อมร่างของเด็กชาย

                         ซาโยะกัดฟันอดทน  รับรู้ว่าร่างกายตนกำลังต่อต้าน  ในหัวคิดได้อย่างเดียวว่าสิ่งอัปลักษณ์ตรงหน้าคือศัตรูก่อนจะถีบร่างพุ่งทะยานออกไป  ใช้ศาสตราคู่กายพุ่งแทงตรงช่วงกลางลำตัวหมายจะปลิดชีพมันทิ้งเสีย

                         "...ซา...โยะ...?"

                         เสียงอันแหบแห้งน่าสะพรึงดังออกมาจากปากร่างตรงหน้า  แล้วภาพตัวประหลาดน่าเกลียดที่เห็นก็เริ่มเลือนหาย  

                         ซาโยะกระพริบตาอีกครั้งก่อนจะเบิกตากว้าง

                         ภาพเบื้องหน้าที่คมมีดแทงทะลุนั้นคือร่างของนายสาวที่คอยดูแลปกปักตนมาตลอด  ดวงตาสีชาดที่มักทอดมองตนอย่างอ่อนโยนเเปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดเสียใจ  หยดหยาดน้ำตาไหลรินก่อนริมฝีปากชมพูจะเต็มไปด้วยเลือดที่พุ่งทะลักออกมา

                         "ท่านไอ!"  เขากรีดร้องแต่เสียงไม่ออกจากลำคอ  ขณะที่ภาพนั้นติดตรึงในดวงตาก่อนทุกอย่างจะดับมืดไปอีกครั้ง

                         ซาโยะได้แต่กรีดร้องโหยหวนอย่างบ้าคลั่ง  เขาดึงทึ้งผมอย่างเด็กน้อยที่เสียสติ  ยิ่งกลิ่นคาวเลือดที่ติดมือตนและศาสตรานั้นลอยคลุ้งล้อมรอบตัวสติก็ยิ่งเตลิด

                         เด็กชายได้แต่ร้องและร้องจนหมดเสียง  เขานั่งอยู่กับพื้นที่เย็นราวกับน้ำแข็งขณะที่มือซึ่งพยายามป้ายกับเสื้อผ้าหมายจะให้สีแดงที่ติดมือนี้หลุดออกไป  แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรมันก็ไม่เลือนหายกลับติดแน่นราวกับตอกย้ำสิ่งที่เขาได้ทำลงไป

                         "ข้า...!  ข้าฆ่าท่านไอ!"

                         อา...ข้าทำร้ายท่านไอ...ข้าฆ่านาง...

                         เขาจำสิ่งที่สะท้อนในแววตาได้ดี  สีหน้าที่ตกใจและผิดหวังในแก้วตาสีชาด  พร้อมกับที่คมศาสตราได้แทงทะลุเข้าช่วงกลางท้องของสาวน้อยพร้อมกับโลหิตที่ไหลทะลักเต็มมือ

                         "ข้า...!"  ซาโยะยกมือปิดหน้า  เขาทำร้าย  เขาคิดแก้แค้น  ใช้ความโกรธแค้นพยาบาทเข้าทำร้ายโดยไม่ได้ดูเลยว่าลงมือไปกับผู้ใด  ทั้งที่มันอาจะเป็นภาพลวงตาแต่ร่างที่เห็นทำให้ความยั้งคิดหมดสิ้นไป

                         ข้าเป็นมีดแห่งการแก้แค้นจริงๆ  ตัวข้าที่มืดมนและพยาบาทเต็มไปด้วยความมุ่งร้ายมีค่าแค่เป็นเครื่องมือสำหรับแก้แค้นเท่านั้น

                         กลิ่นคาวเลือดนั้นเต็มอยู่ในโพรงจมูก  หยาดน้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจไหลทะลักไม่ขาดสาย

                         เขากรีดร้องโหยหวน  กับความน่าชิงชังในตัวเอง

                         ภาพเหล่านั้นยิ่งอกย้ำความผิดพลาดที่ตนก่อ  ปากเล็กๆเอาแต่พร่ำบอกโทษตนเองผู้ซึ่งโง่เขลาพลางตอกย้ำถึงความผิดพลาดและฐานะของตนเองที่เป็นเพียงอาวุธสำหรับการแก้แค้น

                         "ข้า...ไม่ใช่มีดที่ปกป้องหรอก!"  

                         นายสาวผู้นั้นบอกว่าข้าคือมีดคุ้มกาย  

                         เป็นมีดที่ปกป้องแต่ทว่ามีดเล่มนี้ได้ลงมือปลิดชีพตัวนางเอง!

                         ตึก...

                         แว่วเสียงฝีเท้าดังขึ้น  ซาโยะผงกหน้าขึ้นมามองแล้วเบิกตากว้าง

                         เมื่อร่างอันโชกไปด้วยเลือดของนายสาวหยุดเดินมายืนนิ่งเบื้องหน้า  ตรงช่วงท้องเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลรินไม่หยุด  เสียงของเหลวที่หยดลงพื้นดังกังวานในห้วงมิติอันมืดมน

                         ใบหน้าอันงดงามอันแสนคุ้นตาซีดเผือดริมฝีปากก็เต็มไปด้วยเลือด  อีกทั้งทั่วร่างกายก็มีแต่บาดแผลและเลือดทั้งสิ้น

                         "ทำไมล่ะซาโยะ...ทำไมถึงฆ่าฉัน?"  เสียงใสนั้นร้องถาม  มันเรียบนิ่งเยือกเย็นจนน่าขนลุกและแววตาสีชาดที่ตอนนี้เปล่งประกายสีแดงจนน่าหวาดหวั่น  ไร้ซึ่งความอ่อนโยนปราณีอย่างที่เคยเห็น

                         "ข้า...ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายท่าน...ท่านไอ!"

                         "ไม่ได้ตั้งใจทำร้าย  แต่นายแทงมีดนั่นใส่ฉัน...ตรงนี้!"  ท่อนท้ายเสียงเริ่มกระชาก  ใบหน้างดงามเริ่มเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว  เสียงตะโกนพร้อมกับเสียงที่โลหิตยังไหลหยดเต็มพื้นดังกระหึ่ม

                         "ข้า!...ข้า!"  

                         ไม่!   ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ!  ข้าคิดว่าท่านเป็นศัตรู!

                         "มันเจ็บซาโยะ!!  มันเจ็บ!  แต่มันยังเจ็บไม่เท่ากับที่นายเป็นคนลงมือ!!  ทำไมล่ะซาโยะ!  ทำไมถึงหักหลังฉันได้ลงคอ!"  ริมฝีปากเปล่งเสียงอย่างเกรี้ยวกราดราวกับทุกคำพูดของเด็กชายได้แต่สร้างความโกรธให้เพิ่มมากขึ้น  

                         "ทั้งที่รักมากขนาดนั้น!!  ทั้งที่มอบสิ่งของต่างๆให้!  ทำไมถึงทำร้ายหักหลังฉันได้ลงคอ!!"

                         ไม่ใช่นะข้าไม่ได้ทรยศหรือหักหลังท่าน  ข้าแค่...ข้า!

                         เด็กชายหลับตาปี๋ยกสองมือปิดหูไม่อยากได้ยินเสียงใดๆ  เอาแต่ส่ายหน้าร่ำไห้อย่างเจ็บปวด

                         "ร้องทำไม!  ฉันต่างหากที่ต้องร้อง!  ฉันเจ็บกว่าไม่รู้กี่เท่า!  นายจะร้องทำไมซาโยะ!  นายเป็นคนทำให้ฉันกลายเป็นแบบนี้!!  จะร้องทำไม!!!!!"

                         "ข้าไม่ได้ตั้งใจ!  ข้าไม่ได้คิดจะทำร้ายท่าน!!"

                         "โกหก!!"  ร่างบอบบางตรงหน้าตะคอกเสียงดังลั่น  

                         "โกหก!  โกหก!  เด็กโกหก!  ตัวเองลงมือแล้วยังกล้าปฏิเสธอีกรึ!!"

                         ไม่ใช่นะ!  ข้าไม่ได้โกหก!  ข้าไม่ได้อยากทำร้ายใคร!  ข้า!

                         "สมแล้วที่เป็นแค่มีดที่มีค่าแค่เป็นอาวุธสำหรับแก้แค้น!!!"

                         ดวงตาที่พยายามปิดให้สนิทเพื่อไม่อยากมองเห็นกลับต้องเบิกกว้างเมื่อได้ยินคำๆนั้น

                         มีดที่มีค่าแค่เป็นอาวุธสำหรับแก้แค้น...

                         ใช่  นั่นคือตัวข้า  เหมือนดั่งอดีตที่ข้าถูกใช้แก้แค้น

                         เมื่อเห็นดวงตาของเด็กชายเบิกกว้าง  ร่างของนายสาวที่ตอนนี้เริ่มบิดเบี้ยวก็ทรุดตัวลงใช้ดวงตาสีชาดที่น่าขนลุกนั่นค่อยๆจ้องมอง  หยดหยาดน้ำตาสีดำไหลรินจากดวงตาคู่งาม  รอยยิ้มบิดเบี้ยวนั้นปรากฏแก่ใบหน้าชวนให้พรั่นพรึง

                         "ใช่แล้ว  มีค่าเป็นอาวุธสำหรับแก้แค้นนั่นคือตัวนายไม่ใช่รึซาโยะ...ตัวตนที่แท้จริงที่เป็นมีดสั้นสำหรับแก้แค้น...ตัวตนที่นายมีค่าแค่เพียงเท่านั้น"

                         ไม่...ใช่นะ....ซาโยะ

                         แว่วเสียงบางอย่างดังขึ้นในใจแต่มันช่างแผ่วเบาเหลือเกิน

                         ไม่ใช่...นะ  ..อย่า...สิ....

                         บางอย่างตรงหาง  ตรงตำแหน่งที่ไกลออกไปปรากฏเงาสีดำวูบไหวกำลังส่งเสียงร้องอู้อี้แผ่วเบา

                         ซาโยะไม่ได้ใส่ใจจะทั้งร่างเจ้านายที่กำลังเข้ามาใกล้ชิดหรือร่างปริศนาที่เป็นแค่เงาตรงหางตา

                         "ชดเชยมาให้ฉันได้ไหม  ในเมื่อนายทำให้ฉันเจ็บปวดแบบนี้จงชดเชยมาเถอะ มอบตัวตนของนายแล้วกลายมาเป็นตัวตนแห่งอาวุธที่มีค่าสำหรับการแก้แค้นให้กับฉัน..."

                         "มอบ...ตัวตน...?"

                         "มีดนั่น...ยกมาให้ฉัน  มอบมันมา...เพื่อที่จะได้ทำหน้าที่อย่างภาคภูมิ"

                         "หน้าที่?"  คล้ายกับเด็กน้อยที่ละเมอกลางดึก  ซาโยะพึมพำขณะจ้องมองใบหน้าที่แสนอัปลักษณ์  ตัวตนของนายสาวนั้นผิดแปลกไปไม่เหมือนเดิม  แต่เด็กชายไม่ได้สนราวกับถ้อยคำนั้นได้สะกดจิตใจเขาเอาไว้

                         "หน้าที่ที่แท้จริง  ในฐานะมีดที่ใช้แก้แค้น  ตัวตนของนายนับจากนี้คือมีดที่จะมีค่าไว้สำหรับแก้แค้น  เหมือนเจ้านายคนก่อนของซาโยะไง"

                         ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้าง  คล้ายกับคำพูดนี้มีบางอย่างผิดปกติ

                         ขณะที่เงาดำนั่นก็เริ่มวูบไหว  ส่งเสียงอีกครั้ง

                         ไม่จ..ริง..สัก.หน่..อย...

                         ฉันรู้อดีตของซาโยะแต่ฉันไม่ใช่เจ้านายคนนั้นของซาโยะ

                         "นายคนก่อน...?"  บางอย่างชวนให้สะกิดใจถึงความผิดปกติ  แต่ซาโยะก็ยังเอ่ยต่อ

                         "ที่ใช้นายแก้แค้นไงล่ะ  จำไม่ได้หรือ?  ในเมื่อเจ้านายคนก่อนเป็นแบบนั้นถ้างั้นเพื่อให้เหมาะสมกับหน้าที่ฉันก็จะใช้ซาโยะแก้แค้นไงล่ะ"

                         ไม่...ไม่ใช่นะ...ซาโยะไม่ใช่....

                         ฉันจะไม่ใช้ซาโยะในการแก้แค้น

                         "ทำไม..."  เด็กชายเริ่มถามอีกครั้ง  เงาดำนั่นเริ่มขยับมาใกล้

                         ดวงตาของร่างที่อยู่ใกล้ตนที่สุดทอประกายชิงชัง  หล่อนส่งเสียงสบถอันซึ่งเด็กชายไม่เคยได้ยินมาก่อนออกมา  พลันโซ่สีดำก็ผุดขึ้นจากพื้นพันธนาการร่างปริศนาที่พยายามดิ้นรนนั้นเอาไว้  เมื่อเห็นว่าร่างนั้นไม่สามารถขยับมาใกล้ได้อีกแล้วจึงหันความสนใจกลับมาที่ร่างน้อยๆตรงหน้า

                         "นั่นเป็นหน้าที่ของทันโทวนี่นา  ซาโยะเป็นทันโทวของฉัน  ดังนั้นหน้าที่นี้ก็ต้องเป็นของซาโยะสิ"  

                         ฉันจะใช้ซาโยะให้สมกับฐานะทันโทว

                         ร่างนั้นยิ้มแย้มอย่างปรีดาขณะเริ่มโอบกอดแล้วเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงอันน่าขนลุก  สัมผัสที่โอบล้อมร่างเด็กชายช่างหนาวเหน็บจนเจ้าตัวสั่นระริก

                         "มอบมาสิ  หากซาโยะยังลังเลก็ไม่เป็นไร  แค่มอบมันมาแล้วทุกอย่างจะดีเอง  ฉันจะใช้ซาโยะเอง...ดังนั้นมอบศาสตรานั้นมา...มอบมาให้ฉันไว้สำหรับแก้แค้นเถอะ..."

                         เด็กชายเอื้อมไปหยิบมีดที่เป็นร่างอันแท้จริงขึ้นมา  เขาก้มมองดู  ตัวศาสตรานั้นมีคราบสีดำเกาะอยู่ทั้งที่ยามปกตินั้นไม่มี  จริงอยู่ว่ามันลุกลามไปจนจะย้อมศาสตราตนเองให้ดำสนิทแต่ยังคงเหลืออยู่บางส่วนที่ยังไม่ถูกย้อมไป

                         ไม่ใช่สิ

                         มีบางอย่างผิดไป

                         คำพูดนั้นทำไมมันถึงตรงกันข้าม?  ทำไมศาสตราข้าถึงได้กลายเป็นแบบนี้?

                         ผิวสีขาวซีดที่มีคราบสีดำเกาะติดเอื้อมขึ้นมาลูบไล้ใบหน้าของเด็กชายอย่างรักใคร่  รอยยิ้มที่แลดูวิปริตนั้นขยับไปใกล้ชิดกับใบหน้าเด็กชาย  "อย่าลังเลเด็กดี...ตัวตนของซาโยะกำเนิดมาเพื่อการแก้แค้น  เป็นหน้าที่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  และเพื่อชดใช้ความเจ็บปวดที่มอบให้ฉันดังนั้น...มอบมาสิซาโยะ  มอบมาแล้วหลังจากนี้นายจะไม่ต้องเจ็บปวดใดๆ  ไม่ต้องอดกลั้นความเกลียดชังพยาบาทอีกต่อไป"

                         จงยินยอมและส่งมอบ  พร้อมกับปลดปล่อยความบ้าคลั่งอันดำมืดนั้นออกมา

                         อย่า...น...ะ!  ถ้าให้...ไ...ปจะ....กลั..บมา....ไม่ได้!

                         ร่างสีดำนั้นเริ่มเปล่งเสียงร้องตะโกนอย่างสุดชีวิต  จนร่างที่โอบกอดต้องตวัดมองอย่างขุ่นเคือง

                         "น่ารำคาญเหลือเกินซาโยะ  นี่...ยังไม่ต้องก่อนก็ได้...จะคิดดูก่อนก็ได้นะแต่ว่า..."  นิ้วเรียวเล็กที่เป็นสีดำชี้ไปยังร่างปริศนานั่น  "....มันน่ารำคาญเอาแต่ส่งเสียงร้องตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว  อา...ทั้งที่แห่งนี้ไม่น่าจะมีตัวรบกวนเข้ามาแต่ก็ดันโผล่มาซะได้  ดังนั้นซาโยะกำจัดมันแล้วเราค่อยมาคุยกันต่อเถอะนะ"  น้ำเสียงอันน่าขนลุกเปล่งถ้อยคำขณะหว่านล้อมก่อนจะใช้เรี่ยวแรงที่เหนือกว่าดึงรั้งร่างเด็กชายให้เขยิบไปหา  ก่อนคลายอ้อมแขนที่โอบกอดไว้แต่แรกออกพลางใช้มือที่เย็นยะเยือกจับบ่าของซาโยะไว้แน่นจนเจ้าตัวนิ่วหน้าเพราะเจ็บปวด

                         "แค่ครั้้งเดียว  ใช้คมมีดนั่นเสือกแทงทะลุหัวใจมัน  เท่านี้มันก็จะหยุดส่งเสียงแล้ว  ง่ายดีเนอะซาโยะ?"  

                         ซา..โยะ...

                         เสียงจากร่างนั้นช่างแผ่วเบาระโหย  เด็กชายที่ยังนิ่วหน้าขยับไปใกล้โดยที่ร่างกายเคลื่อนไหวไปเอง  เขาไม่เข้าใจทั้งที่ตัวเองไม่ได้สั่งแต่เท้าก็ก้าวและมือก็หยิบด้ามมีดเตรียมพร้อมจะฟาดฟัน

                         ซาโยะ

                         หากแต่เสียงนั่นทำให้หัวใจของเด็กชายลังเล  

                         เขาก้มมองดูมือและศาสตรา  สีดำอันน่ารังเกียจเกาะติดแน่นราวกับโคลน  มันมาจากคราบร่างของนายสาวที่โอบกอดเมื่อครู่  แต่ทั้งอย่างงั้นมันกลับมีแต่กลิ่นเหม็นเน่าซึ่งหลอมรวมกับกลิ่นคาวเลือดจนทำให้ซาโยะอยากอาเจียน  

                         แต่เท้าทั้งสองก็เขยิบไปใกล้  ซาโยะเงยหน้ามองขณะที่ด้านหลังเสียงหัวเราะอันน่าขนลุกก็ดังขึ้น  ร่างตรงหน้านี้มีแค่ร่างเงาดำไม่มีใบหน้าแลดูน่าสยองไม่แพ้กัน

                         ทว่า

                         "หือ?"

                         กลิ่นหอม...เป็นกลิ่มหอมของดอกไม้...เป็นกลิ่นที่แสนคุ้นเคย  กลิ่นนี้ลอยออกมาจากตัวของร่างสีดำนั่น

                         เจ้านายสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังเด็กชายเริ่มมีสีหน้าอันบิดเบี้ยว "กลิ่นอันน่าขยะแขยง..."  ร่างนั้นเปรยออกมาอย่างชิงชังแล้วเริ่มหว่านล้อมอีกครั้ง

                         "ซาโยะ  ถ้าหากยังทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร  มาสิส่งมาสักที...ฉันจะจัดการให้เอง..."

                         แต่เด็กชายกลับเริ่มสนใจในกลิ่นหอมนี้  เขาคุ้นเคยก่อนเลื่อนสายตาก้มมองดู

                         เสื้อผ้าออกรบที่ใส่นั้นมีบางส่วนเลอะเทอะไปด้วยคราบสีดำ  ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีอะไร  แต่เด็กชายไม่ได้สนเขาก้มมองหาสิ่งที่พกติดตัวอยู่ตลอดเวลา  ของสองสิ่งที่ได้รับมาจากเจ้านาย

                         มันหายไป...?

                         ทั้งที่พกติดตัวเอาไว้ตลอดเวลา

                         "หาสิ่งใดกันซาโยะ?"  ร่างนั้นเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อสายตาที่เหม่อลอยก้มมองคล้ายหาบางอย่าง

                         "ของสองสิ่งนั้น"

                         "สองสิ่งไหน?"

                         พลันดวงตาสีฟ้าที่กำลังจะกลายเป็นสีดำทั้งหมดก็ตวัดมองไปยังด้านหลังแล้วกระพริบปริบๆ  

                         อีกฝ่ายยังคงยิ้มด้วยสีหน้าไม่เเปรเปลี่ยน

                         สิ่งที่ท่านเคยมอบให้...อา...จริงสินะ

                         ซาโยะคล้ายนึกถึงอะไรหลายต่อหลายอย่าง  เขาหันกลับมาจ้องมองร่างสีดำตรงหน้าพลางขยับมือมาเลื่อนจับศาสตราของตนเองก่อนดึงคมมีดออกมาถือไว้  

                         ร่างที่แสนอัปลักษณ์ยิ่งยิ้มบิดเบี้ยวเมื่อเห็นสิ่งที่หมายตากำลังถูกถือเอาไว้  และยิ่งฉีกยิ้มออกกว้างเมื่อเห็นเด็กชายเตรียมมีดเพื่อจู่โจมร่างสีดำซึ่งยังโดนพันธนาการ

                         ฉึก...!

                         แต่แทนที่คมมีดจะต้องปักไปยังร่างนั้น  กลับเป็นคมมีดนั้นถูกหันกลับมาทิ่มแทงลงตรงตำแหน่งหัวใจของมันเอง

                         "อัปลักษณ์จริงๆ  เจ้ากล้า...ใช้ร่างนายข้ามาเพื่อล่อหลอกข้าเชียวหรือ"  

                         น้ำเสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นจากริมฝีปากที่ติดซีด  พร้อมกันนั้นเองที่คราบสีดำซึ่งเกือบจะกลืนกินดวงตาสีฟ้าหมดสิ้น  บัดนี้เริ่มสั่นไหวเป็นระลอกคลื่น

                         มีบางอย่างผิดปกติ  เค้าไอสีดำที่เกาะกินตัวเด็กชายจนเป็นคราบกำลังถูกบางอย่างหลอมละลาย

                         "ซาโยะ...!  ทำไม!"

                         "เจ้าไม่ใช่นายข้า!"  เด็กชายออกแรงกดคมมีดให้ฝังแน่นลึกลงไป  ดวงตาวาวโรจน์ขณะที่ภายในดวงตา  สีดำที่อาบย้อมก็เริ่มแปรเปลี่ยน  สีดำที่ครอบงำกำลังเลือนหายและสีฟ้ากำลังกลับมาแทนที่  "ท่านไอไม่ใช่ผู้ที่จะกล่าวเช่นนี้!"

                         "แต่ฉันคือนายของซาโยะนะ!  นั่นมันเมื่อก่อน!  แต่ตอนนี้ฉันสั่งซาโยะแบบนี้!"

                         "นายของข้าไม่ใช่คนที่จะออกคำสั่งเพื่อช่วงใช้ข้าหรอก!"

                         ใช่แล้ว  เจ้านายผู้นั้นไม่เคยใช้คำสั่งใดๆกับพวกตนมาก่อนเลย  ไม่แม้แต่ครั้งเดียว

                         ที่สำคัญที่สุด

                         "นางไม่เคยคิดใช้ข้า...แก้แค้น!"

                         ถ้าต้องการแก้แค้น  นางไม่เคยมองข้าในฐานะสิ่งที่ใช้แแก้แค้น

                         "หากต้องแก้แค้นนางจะลงมือเองไม่หยิบยืมมือใคร!"

                         "!!!"  ใบหน้าที่น่ารังเกียจปรากฏความตื่นตระหนก  เด็กชายกระชากคมมีดแล้วตวัดฟาดฟันไม่มีคำว่าลังเลและไม่มีการปราณีใดๆทั้งสิ้น  คมมีดกรีดลงบนร่างของนายสาว  เลือดที่เคยเป็นสีแดงเปลี่ยนเป็นสีดำพร้อมกับกลิ่นเน่าเหม็นเริ่มฟุ้งกระจาย  ไอพิษที่หลบซ่อนก็ค่อยๆเผยออกจากร่าง  รูปลักษณ์แรกเริ่มกำลังบิดเบี้ยวก่อนกลายเป็นร่างมนุษย์ที่มีรูปร่างผิดปกติ  ทั้งใบหน้าและดวงตาสีแดงนั้นเต็มไปด้วยคราบสีดำ  อีกทั้งเนื้อตัวของมันก็อาบย้อมไปด้วยโคลนสีดำอันน่าสะอิดสะเอียน

                         "และถ้าต้องการช่วงใช้  นางจะใช้ข้าในฐานะทันโทว!"

                         ในตอนนี้ฉันคือนายของซาโยะ  ฉันจะใช้ซาโยะให้สมฐานะของทันโทว

                         "ข้าคือมีดสั้นคุ้มกาย...นั่นคือหน้าที่ของข้าที่จะเป็นมีดที่ปกป้องนาง!"

                         "แต่เจ้าก็ใช้มีดนั่นทำร้ายนายตัวเอง!  เจ้ายังมีหน้ามาพูดได้อีกรึ!"  เมื่อไร้เหตุผลในการล่อหลอก   ตัวตนน่ารังเกียจที่ใช้ร่างของเด็กสาวเป็นตัวหลอกล่อจ้องมองอย่างโกรธเคือง  "ตัวเจ้าที่น่าชิงชังเช่นนี้!  ไม่มีสิทธิ์ใดๆจะหวนกลับไปด้านบน!  จงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของพวกข้าซะ!"

                         ดวงตาสีฟ้ายิ่งทอประกายวาวโรจน์  แม้ความจริงจะเป็นสิ่งโหดร้ายแต่เขาไม่วิ่งหนี

                         ซาโยะ!

                         ร่างปริศนาสีดำที่ถูกตรึงด้วยโซ่นั้นเริ่มบิดไหวอีกครั้ง  เสียงที่แหบแห้งน่าขนลุกและเเผ่วเบาในตอนแรกเลือนหาย  กลับกลายเป็นเสียงที่ใสกังวานอบอุ่นอันคุ้นเคย

                         ซาโยะ!

                         ไม่เคยคิดว่าจะโหยหาชื่อตนเองขนาดนี้มาก่อน  ตัวของเด็กชายแย้มยิ้ม  เสียงนั้นยังคงดังร้องเรียกไม่เลือนหาย

                         ทั้งๆที่สถานที่นี้ช่างมืดมิดและหนาวเหน็บ  แต่ท่านก็ยังจะมา...

                         เด็กชายจึงตัดสินใจได้โดยไร้ความลังเล

                         ความผิดที่ก่อตนต้องน้อมรับ  เขาจะไม่วิ่งหนี  และเพื่อจะได้รับโทษที่ตนก่อ  

                         เขาต้องกลับไป!!

                         "โทษทัณฐ์นั้นข้ายินดีหากนางมอบโทษตายให้ข้า  ข้ายินดีน้อมรับ!  แต่เหนืออื่นใดข้าจะไม่เป็นแบบเจ้า!  หากข้าต้องแตกหักไป  !  ข้าขอแตกหักด้วยน้ำมือนางในรูปลักษณ์ที่นางจดจำได้เท่านั้น!  ดังนั้นจะกลับไป!  อย่ามาขวางทางข้า!!"

                         จะกลับไปอีกครั้งแม้จะโดนโกรธแค้นแค่ไหนก็จะกลับไป!

                         คมมีดตวัดฟันอีกครั้ง  ความมืดมิดที่เกาะกุมร่างเริ่มเลือนหาย  ตัวที่หนักอึ้งก็เบาหวิวราวกับไร้น้ำหนัก  ประสาทสัมผัสที่ด้านชาทั้งหมดหวนคืน  สติที่เลือนหายเพราะลุ่มหลงต่อคำล่อลวงฟื้นกลับมา

                         ซาโยะวาดฟันเข้าที่ลำคอตัดสะบั้นศรีษะนั้นอย่างไม่ลังเล  เขาตัดสินใจจะไม่เสียเวลา  เมื่อร่างน่ารังเกียจล้มลงเด็กชายก็ออกวิ่งหันกลับไปหาร่างที่ถูกพันธนาการ

                         เงื้อมมีดขึ้นฟาดฟันตรวนเหล่านั้นแล้วโผเข้ากอดอย่างไม่ลังเล

                         ซาโยะ....

                         เขาได้ยินเสียง  เสียงที่แสนคะนึงหา  เสียงที่อบอุ่นใจดีซึ่งเรียกตนมานานแสนนาน

                         ซาโยะ...

                         "ท่านไอ!"

                         ความอบอุ่นที่แสนคิดถึงกับกลิ่นหอมที่คุ้นเคยแผ่กระจายโอบล้อมโดยรอบ  เงาร่างสีดำเริ่มเลือนหายเผยให้เห็นร่างของเจ้านายสาวที่ยกแขนโอบกอดร่างเล็กของเด็กชายไว้แน่น

                         "ซาโยะ!"

                         "ท่านไอ!!"  

                         เด็กชายน้ำตารื้นไม่เคยนึกคิดมาก่อนว่าจะโหยหาเจ้าของเสียงที่เรียกตนมากขนาดนี้

                         "ท่านไอ!"

                         เขาร้องเรียกอีกครั้งขณะร่ำร้องออกมาไม่หยุด  จะทั้งยินดี  เสียใจ  คิดถึง  โหยหา  มันอัดแน่นอยู่ในอกของเขามาโดยตลอด  

                         "ข้าขอโทษขอรับ!  ข้าขอโทษ!"

                         "อืม  อย่าหายไปแบบนี้อีกนะใจไม่ดีเลย"  เสียงของสาวน้อยดังกังวานอบอุ่นข้างหู  ความร้อนที่ขับไล่ความหนาวเหน็บนี้คือสิ่งที่ตนคิดถึงอย่างที่สุด  สัมผัสของฝ่ามือก็ลูบทั้งหลังและผมอย่างแผ่วเบา  เป็นสัมผัสที่แสนคุ้นเคย

                         ไอฮาเนะโอบกอดร่างในอ้อมแขนแน่น  เธอได้เขากลับมาสักที  ทั้งที่หาอยู่นานเรียกอยู่นาน  แต่ท้ายสุดเขาก็กลับมา 

                         "กลับกันเถอะนะ"

                         คำว่ากลับทำให้ซาโยะชะงัก  เขาก่อเรื่องมากมายแต่เจ้านายเบื้องหน้ายังอยากให้ตนกลับไปจริงหรือ?

                         "แต่ข้าทำร้ายท่าน...นะ"  ศาสตราที่กล้าหันคมดาบใส่นายไม่ควรจะได้รับการให้อภัย  เหนืออื่นใดเป็นตนที่ผิดพลาดปล่อยจิตมารเข้ายึดครองร่างตนเอง

                         ทว่า  ดวงหน้าของสาวน้อยผู้เป็นนายกลับยิ้มอย่างไร้ความโกรธเคือง

                         "อืม  ซาโยะทำร้ายฉันก็จริงแต่นั่นก็ไม่ใช่ซาโยะ..."  เด็กสาวยกมือปาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน  "ดังนั้นไม่ถือว่าตัวซาโยะตั้งใจทำร้ายฉันจริงๆ  ถูกไหม?"

                         ทั้งที่ข้าเป็นผู้ลงมือ...  

                         เด็กชายจ้องมองใบหน้านั้นนิ่ง  ดวงตาสีชาดที่เมื่อครู่น่ารังเกียจในตอนนี้มันเต็มไปด้วยอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่รักและคิดถึง  ไม่เหมือนเมื่อครู่ที่ดูเลือดเย็น

                         ไอฮาเนะเอ่ยอีกครั้ง 

                         "กลับกันเถอะ  โคเท็ตสึกับโซวสะก็รอซาโยะอยู่นะ"

                         "ดีแล้วหรือ  ตัวข้าน่ะ..."  

                         เป็นแค่มีดที่มีแต่ความอาฆาตพยาบาท

                         "ดีแล้วสิ  ก็ซาโยะเป็นมีดสั้นคุ้มกายฉันนี่นา..."

                         มีดสั้นคุ้มกาย...ตัวข้าที่เป็นมีดสั้นนี้...ต้องปกป้องคุ้มครอง

                         ซาโยะน้ำตารื้นอีกครั้งขณะตอบรับเสียงตะกุกตะกัก

                         "ขอ...รับ...ข้าคือมีดสั้นคุ้มกายของท่าน..."

                         แม้ว่าแต่เดิมข้าคือมีดที่ใช้แก้แค้น

                         แต่เพื่อท่าน...ข้ายินดีละทิ้งตัวตนแล้วเป็นตัวตนใหม่...เป็นมีดที่จะปกป้อง...

                         "อดีตของซาโยะนั้นแสนเจ็บปวด  ต่อให้พูดอย่างไรก็คงยากที่จะมีคนเข้าใจ  และมันก็ไม่ได้ผิดอะไรที่จะยอมรับมัน  แต่ว่านะต่อให้ยอมรับและเลือกโอบกอดความเจ็บปวดนั้นเอาไว้  ก็อย่าได้ให้มันกลืนกินตนเองอย่างเด็ดขาดล่ะ"

                         อดีตอันดำมืดนั้นพร้อมเสมอที่จะหลอกหลอน  มันจะไม่มีวันเลือนหายจะคงอยู่ในตัวตนเราตลอดไป  

                         เมื่อใดที่ยอมรับ  มันก็จะโอบกอดแล้วย้อมทุกอย่างในตัวตนให้เป็นสีดำ

                         แต่ทั้งอย่างงั้น...ขอแค่ไม่จมดิ่งจนหลงลืมตัวตนแท้จริงก็เกินพอ

                         มือเรียวเล็กยกแตะหน้าอกขณะที่โน้มตัวลงเอาหน้าผากแปะประทับกับหน้าผากของเด็กชาย

                         "ให้ไฟนี้...ได้เป็นเครื่องนำทางแก่ซาโยะเถอะนะ  ในนี้คือจิตใจของซาโยะมันช่างมืดมิดและหนาวเหน็บจริงๆ"

                         ปรากฏเพลิงสีพิสุทธิ์ห้อมล้อมฝ่ามือของเด็กสาว

                         "ให้ไฟนี้ได้เป็นแสงไฟส่องสว่างเส้นทางแก่ซาโยะ  ให้มันมอบความอบอุ่นนี้แก่ตัวนายเถอะ"

                         เปลวเพลิงสีขาวค่อยๆผลุบหายเข้าไปในร่างของเด็กชาย  พลันความอบอุ่นอันอ่อนโยนก็ค่อยๆซึมผ่านไปทั้งตัว  มันขับไล่ความหนาวเหน็บ  ความอ้างว้างให้เลือนหาย  คงเหลือแต่เพียงความร้อนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

"นามของเจ้าแต่ดั้งเดิมคือซาโยะ  ซามอนจิ...มีดสั้นที่ถูกใช้แก้แค้น..."

"แต่ ณ ตอนนี้เจ้าคือมีดสั้นของเรา..."

"จงกำเนิดใหม่ภายใต้นามดั้งเดิม  ซาโยะ  ซามอนจิ..."

"ในฐานะมีดคุ้มกาย...ผู้จะคอยปกปักรักษา..."

                         ไอฮาเนะได้เอ่ยความปราถนา...เธออธิษฐานต่อพวกเขาด้วยความปราถนาของตนเอง  แม้ว่าตัวตนของศาสตราจะมืดมิดหรือโหดร้ายแค่ไหน  แต่ยามนี้เขาคือศาสตราของเธอ

"ขอให้เพลิงนี้สถิตอยู่กับเจ้า  อย่าได้มีวันเลือนหาย...ตราบที่ใจ....ยังคงอยู่กับเรา"

                         เพลิงนี้จะส่องสว่างในความมืดมิด  ต่อให้ต้องเดินทางผ่านเส้นทางอันโหดร้ายและน่าชิงชังเพียงไร  แต่เพลิงนี้จะไม่มีวันมอดดับลงไปตราบที่ใจของพวกเขายังไม่ลืมเลือนเธอ

                         สิ้นเสียงวาจาสิทธิ์และคำร่ายอาคม  เสียงอันราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกอัดแน่นก็เอ่ยตอบวาจาเพื่อตอบรับความปราถนานั้นด้วยความเต็มใจพร้อมกับที่จุดประกายแสงสีขาวจะแพร่ขยายจากร่างทั้งสองออกไปขับไล่ความมืดมิดทั้งหมด

"ด้วยนามนี้...ซาโยะ  ซามอนจิ  น้อมรับคำบัญชา..."

"ด้วยจิตแห่งความปราถนาจะกำเนิดใหม่....เป็นมีดผู้ปกปัก...เป็นมีดที่จะรักษาคุ้มกายนาย..."

                         ดวงตาสีฟ้าอันสดใสราวกับท้องนภาไร้เมฆหมอกนั้นจ้องมองตอบกลับมาขณะเอ่ยวาจาสุดท้ายตอบรับ

"จวบจนกว่ากายจะแตกดับไป...ใจนี้จะขอภักดี...จวบจนวันสูญสิ้น ...ไม่มีวันเสื่อมคลาย..."






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 160 ครั้ง

718 ความคิดเห็น

  1. #599 JustAEcho (@JustAEcho) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 22:19
    แงงง อ่านแล้วขนลุกเลยค่ะ ชอบมากๆๆๆ ชอบที่ฟิคนี้แบ่งบทให้ทุกดาบเท่ากันเลย แงงง ชอบมากๆๆๆ ถ้ารวมเล่มนี่รอปักหมุดเลยค่ะ * *
    #599
    0
  2. #538 สาวชอบฝัน (@suna-gr) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 17:39
    ฮืออออออออ ซาโยะกลับมาแล้ววววววว
    #538
    0
  3. #104 p_ice (@p-ice) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 19:19

    โล่งใจ น้องกลับมาแล้ว
    #104
    0
  4. #99 kuin326 (@kuin326) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 20:15
    น้อง!!ไม่ว่าเมื่อไหร่เราก็คิดว่าน้องน่ารักเสมอ
    #99
    0
  5. #98 Kamerin (@kamerin) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 11:12

    เย้ ในที่สุดก็ช่วยน้องได้ แต่คนอื่นๆข้างนอกจะเป็นไงบ้างเนี่ย
    ซาโยะจะคิวาเมะด้วยวิธีนี้รึป่าวนะ
    #98
    0
  6. #97 §INERZIA§ (@kazegawaminto) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 21:41

    น้ำตาซึมอ่ะบทนี้ น้องกลับมาแล้ววว นึกว่าจะเสียไปแล้วค่อยไปตามเอากลับคืนเสียอีก แต่แบบนี้ก็เอาไปเย้ยหน้าเจ้านกตกถังสีได้แล้วสิเนี่ย อยากเห็นสีหน้าจริงๆ

    #97
    0
  7. #96 Lelen (@gwangja) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 21:28
    โอ้ยยยยยยน้องงงงงง​ ฮือออน้ำตาคลอแล้ววว
    #96
    0
  8. #95 11ght :;ll_ch (@Pinpw) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 21:00
    กรี้ดดดดดด กรี้ดดดดดด ซาโยะะะะะะะะะ
    #95
    0
  9. #94 POIÄNGEL (@sommar23) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 20:54

    ซาโยยยย
    #94
    0
  10. #93 Run for your life (@ingfhakaewsri) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 20:24

    โฮ! ทั้งยิ้มทั้งร้องไห้! ฮือ! ฆ่าโยมิให้หมดโลกเลยท่านไอ!!
    #93
    0
  11. #92 Gray letter (@minihamzaza) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 20:22
    หลังจากที่ซุ่มอ่านมานาน(ขอโทษที่อ่านเงามาตลอดนะคะ...) ชอบมากเลยค่ะ ชอบภาษาในการบรรยาย อ่านรื่นดีมาก ไม่ได้เจอนิยายอ่านเพลินแบบนี้มาพักนึงแล้ว555 เกือบกรี้ดแล้ว ดีใจที่ได้ซาโยะกลับมา5555555
    #92
    0
  12. #91 Marius Yo (@tongue) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 20:12

    กรีดร้องงง น้องยินดีต้อนรับกลับน้า
    #91
    0