Fic Touken Ranbu : แด่โชคชะตาที่ถูกผูกมัด

ตอนที่ 35 : บางครั้งที่เรื่องเหมือนจะจบแต่ถ้าชะตากรรมไม่อยากให้จบ..มันก็ไม่จบง่ายๆอยู่ดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 749
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    30 ธ.ค. 61





                         สัมผัสร้อนวูบวาบรอบกายทำให้เขาต้องนิ่วหน้า  ดวงตาที่ปิดปรือค่อยๆเปิดออกหลังรับรู้ถึงความรู้สึกที่โอบล้อมรอบร่างตนเอง

                         ในความฝันอันแสนยาวนาน  ตัวเด็กหนุ่มผมเงินมักจะฝันถึงเปลวเพลิงอันน่าหวาดหวั่นกำลังลุกเผาไหม้ตัวตนอย่างเชื่องช้า  ความร้อนที่ตนคิดถึงนั้นเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส  ไฟลามเลียไปทั่วร่างเผาทำลายจนร่างกายแต่ละส่วนพังทลายไปอย่างเชื่องช้า

                         ในฝันโฮเนะบามิกรีดร้องสุดเสียง  เขาร้องจนแทบไม่มีเสียงในลำคอ  ความแสบร้อนจากการกู่ร้องไม่อาจเทียบเท่าได้กับเปลวเพลิง

                         โฮเนะบามิมีความลังเลชั่ววูบหนึ่งที่คิดจะลืมตา  แต่สัมผัสอบอุ่นจากมือที่ถูกเกาะกุมนั้นย้ำเตือนถึงการตัดสินใจของตนเอง  แรงบีบจากมือที่จับนั้นแน่นขึ้นคล้ายย้ำเตือนว่าตัวเด็กหนุ่มไม่ได้อยู่เพียงคนเดียว

                         ดังนั้นเขาจึงรวบรวมความกล้าที่จะลืมตาขึ้นอีกครั้ง

                         เพราะพูดไปแล้วว่าต่อให้เป็นเปลวเพลิงที่น่ากลัวนั่นก็จะไม่หวั่นอีกต่อไป

                         ทว่า

                         เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นมอง  ใจที่เต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นกลับบรรเทาลง

                         สิ่งแรกที่สะดุดตาคือสีขาว 

                         เพลิงสีขาวที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเป็นกองเพลิงเล็กๆไม่ได้ใหญ่ไปกว่าฝ่ามือตนเอง  เพลิงนั้นลอยอยู่กลางอากาศ  มันวูบไหวราวกับมีชีวิต

                         ดวงตาสีม่วงสั่นระริกเมื่อจับจ้องมอง

                         "โฮเนะบามิ"  เสียงร้องเรียกจากนามาสึโอะซึ่งอยู่ด้านข้างฉุดดึงสติของเขาและสายตาให้กลับมายังผู้เรียก  เด็กหนุ่มผมดำผู้เป็นพี่ยิ้มให้อย่างอ่อนโยนมือที่จับอยู่ด้วยกันยังไม่ปล่อย

                         "พี่...ที่นี่?"

                         "อาจจะเป็นภายในจิตใจล่ะมั้ง?  ไม่รู้สิพวกเรากลับคืนสู่รูปลักษณ์แท้จริงแล้วกลายเป็นศาสตราให้ท่านไอได้ช่วงใช้ไม่ใช่หรือ?"

                         "งั้นนี่คือจิตใจของท่านไอ?"

                         นามาสึโอะย่นคิ้วแล้วส่ายหน้า  "ข้าคิดว่ามันคือจิตใจของพวกเราสามคนมากกว่า  มันคือช่องว่างของจิตใจสำหรับท่านไอและศาสตราที่อยู่ในกายแท้จริงในขณะนั้นมากกว่านะ"

                         โฮเนะบามินิ่งขึงหากนี่คือจิตใจของพวกตนสามคน  งั้นทำไมรอบด้านมันดูมืดหม่นนัก  แถมมีแค่ตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่เท่านั้นที่ยังสว่างไสวจากเปลวเพลิงสีขาวขนาดเล็กนี้  มิหนำซ้ำความอบอุ่นที่โอบล้อมรอบกายพวกตนก็คือความร้อนของเพลิงเล็กนี่ที่เปล่งออกมาเท่านั้นเอง

                         "เจ้ารู้สึกยังไงบ้างล่ะโฮเนะบามิ?"

                         "หือ?"

                         "กลัวไหม?"  นามาสึโอะยกมือที่ว่างชี้ไปยังเปลวเพลิงเบื้องหน้าพวกตนที่ไม่ได้เคลื่อนไหวไปไหนเลย  "ตลกเนอะทั้งที่พวกเรามีความรู้สึกที่ไม่ดีกับเปลวไฟแต่พอมามองดูกองเพลิงเล็กๆนี่แล้วก็ไม่รู้สึกถึงความน่ากลัวเลย  ทั้งที่มันคือเพลิงเหมือนกันแค่ต่างสีเท่านั้นเอง"

                         "อืม  สัมผัสของมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยล่ะ"

                         "เหรอ?  งั้นเจ้าก็ไม่กลัวสินะ"

                         "ข้ายอมรับว่ายังหวั่นเกรงอยู่แต่ว่าพอมองดูแล้วก็เหมือนอย่างที่พี่พูด  มันดูไม่น่ากลัวเลยอีกทั้ง...มันก็งดงามดี"

                         "งั้นเหรอ  ดีจังที่เจ้าไม่กลัวแล้วเพราะข้าก็รู้สึกแบบเดียวกับเจ้า  เพลิงนี่งดงามนัก  ฮะฮะถ้ารู้ว่าไม่น่ากลัวแถมเวลามองใกล้ๆแล้วสวยปานนี้ข้าคงไม่ลังเลจะให้ท่านไอเรียกใช้นานแล้วล่ะนะ!"

                         ดวงตาของเด็กหนุ่มผมเงินพลันวูบไหวเล็กน้อย  ส่วนหนึ่งของหัวใจเห็นด้วยกับคำพูดของพี่ชาย  ขณะที่ยื่นมือออกไปสัมผัสกับเพลิงนั้นด้วยมืออันสั่นเทา

                         ไฟนั้นไม่ได้เคลื่อนหนี  มันยังคงอยู่ที่เดิมขณะที่ปลายนิ้วเริ่มเข้าไปสัมผัสอย่างชิดใกล้

                         "โฮเนะบามิ..."  

                         พี่ชายที่ยืนเคียงข้างร้องเรียกชื่อตนอย่างเป็นกังวล  แต่เจ้าของชื่อไม่อยากถอยหนี  หากต้องหนีเขาคงหนีไปตลอด

                         ดังนั้นอยากจะลองดู  เชื่อใจเหมือนอย่างที่เคยพูดเอาไว้

                         "ไม่เป็นไร..."  ปลายนิ้วเริ่มแตะสัมผัสเปลวเพลิงก่อนค่อยผ่านทะลุเข้าสู่เพลิงนั้น  พลันดวงตาสีม่วงก็เบิกกว้าง

                         เพลิงนี้ไม่ได้ร้อนมากมายเหมือนที่จินตนาการเอาไว้  ตรงกันข้ามมันกลับอบอุ่นและดูอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด  อย่างที่พี่บอกไว้เลยทั้งที่เป็นเพลิงเหมือนกันแค่ต่างสีก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันจริงๆ

                         "ไม่น่ากลัวเลย..."  เด็กหนุ่มพึมพำแล้วย่นคิ้ว  เพลิงจากความทรงจำของเขานั้นโหดร้ายป่าเถื่อนพร้อมกลืนกินทุกอย่างยามเคลื่อนตัวผ่าน  แต่เพลิงนี้เหมือนละอองเกล็ดหิมะสีขาวที่บริสุทธิ์ไร้พิษภัย

                         นามาสึโอะจ้องมองอยู่ครู่หนึ่งแล้วขยับตัวพลางทำตามบ้าง  เขาก็กล้าๆกลัวๆในครั้งแรกแต่เมื่อสัมผัสกับเปลวเพลิงแล้วก็ตาโต

                         "ไม่น่ากลัวเลยจริงๆแหละโฮเนะบามิ"

                         "อืม  ไม่น่ากลัวเลยสักนิดเดียว  ข้านี่ความรู้สึกช้าจริงๆด้วย"

                         ถ้ารู้ว่ามันไม่ได้น่ากลัวแล้วก็งดงามขนาดนี้  ก็คงเลิกกลัวไปนานแล้ว

                         สองฝาแฝดหันมามองหน้าแล้วหัวเราะใส่กันให้กับความขลาดกลัวในอดีตของตนเอง  ทั้งที่แตกต่างกันขนาดนี้ยังจะยัดเยียดความโหดร้ายให้เพลิงนี้เสียอีก  ทั้งที่ยังไม่เคยแม้แต่จะได้สัมผัสมันมาก่อนก็ด่วนตัดสินไปเสียแล้ว

                         ทั้งคู่คิดเช่นนั้นขณะสอดมือรองประคองเพลิงสีขาวที่แสนเล็กนั่น  

                         ถ้าเป็นเพลิงนี่ล่ะก็...ไม่เป็นไรอย่างแน่นอน

                         มันคือความเชื่อมั่นอย่างน่าประหลาด  ที่คิดเชื่อว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพลิงนี้จะไม่มีวันทำลายพวกตนอย่างเด็ดขาด

                         ราวกับตอบรับความนึกคิดในใจและคล้ายกับจะท้าทายต่อห้วงความคิดของเด็กหนุ่มทั้งสอง  

                         เพลิงที่วูบไหวเหนือฝ่ามือก็ลุกโชติช่วงขึ้นจนสองฝาแฝดผงะ  หากแต่อุณหภูมิกลับไม่ได้ร้อนรุ่มดั่งที่คาด  กลับกันมันยังคงอบอุ่นแต่เพียงเท่านั้น  โฮเนะบามิที่ตอนแรกคิดจะดึงมือกลับจำต้องหยุดลงขณะจ้องมองเพลิงที่โชติช่วงขึ้นตรงหน้า  พระเพลิงสีขาวบริสุทธิ์กำลังขยายตัวแผ่แสงสว่างขึ้นโดยรอบ

                         ทว่าราวกับถูกสะกดเอาไว้ด้วยภาพตรงหน้า  ทั้งโฮเนะบามิและนามาสึโอะกลับจ้องมองเพลิงนั้นเขม็ง  

                         ทั้งที่มันช่างดูน่ากลัวในบางครั้งและดูไม่แน่นอน  แต่ความรู้สึกนี้ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแม้รูปลักษณ์จะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม

                         "ท่านไอ....?"  หากเพลิงนี้คือตัวตนของเจ้านายสาว  ถ้าอย่างงั้นนี่คือสิ่งที่นางอยากจะสื่อใช่หรือไม่?

                         อยากจะบอกกับพวกข้าว่า....ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  ต่อให้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากมายเพียงไร  แต่สิ่งๆนี้จะยังคงให้ความรู้สึกเหมือนเดิมไม่มีวันเปลี่ยนไปอย่างเด็ดขาด

                         นั่นคือความรู้สึกที่ทั้งสองรับรู้จากเพลิงที่สื่อออกมาอย่างชัดเจน  แต่ทั้งอย่างงั้น...

                         "ท่านไอนี่ขี้แกล้งเนอะ"  นามาสึโอะหัวเราะให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น  เพลิงสีขาวนี้คือตัวตนของนายสาวและการที่ทำเช่นนี้ก็คือการทดสอบใจพวกตนว่ายังหวาดหวั่นหรือไม่  ให้ตายสิช่างเป็นเจ้านายที่ชอบกลั่นแกล้งเสียจริงเลย

                         "นั่นสินะ  แต่ก็สมเป็นนางดี"

                         ทั้งสองหัวเราะหึหึขณะเปลวเพลิงยังคงเหมือนเดิม  ดวงตาของทั้งสองที่ครั้งหนึ่งเคยหวาดหวั่นพรั่นพรึงกลับจ้องมองเพลิงสีขาวตรงหน้าโดยไร้ความกลัวเกรง  จู่ๆโฮเนะบามิก็เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด

                         "ข้าอยากจะเดินต่อไปข้างหน้า  อยากจะอยู่กับปัจจุบันร่วมกับพี่และคนอื่นๆ  อยากจะเห็นอนาคตและความทรงจำแปลกใหม่จากเส้นทางที่เจ้านายคนนี้จะก้าวเดิน...ดังนั้นข้าจะไม่หนีอีกแล้วพี่นามาสึโอะ  เพลิงนี้...ยามนี้ข้าเต็มใจจะยอมรับมันมาเป็นส่วนหนึ่งในตัวเองแล้วล่ะ"

                         "บังเอิญจังน้า  ข้าก็คิดแบบเดียวกับเจ้าเลย"

                         โดยไม่มีการลังเล  สองฝาแฝดที่มือด้านหนึ่งยังคงจับมือกันไว้แน่นก็ยกมือด้านที่ว่างขึ้นโอบกอดเปลวเพลิงอย่างไม่หวาดหวั่นใดๆอีกต่อไป

                         ราวกับเชื่อใจแล้วว่ามันจะไม่มีวันทำร้ายตน  

                         จะไม่มีวันเผาไหม้พวกตนเหมือนเพลิงในอดีต

                         ความอบอุ่นเริ่มไหลซึมผ่านเข้าสู่สองร่างที่โอบกอด  เพลิงกองโตที่กำลังลุกโชติช่วงกำลังผสานตัวมันเองเข้าสู่ร่างกายของสองศาสตรอย่างช้าๆจวบจนหมดสิ้น  ขณะที่เด็กหนุ่มทั้งสองกลับสัมผัสได้แต่ความร้อนวูบที่ห่อหุ้มไปทั่วร่าง

                         ภาพความฝันและความเจ็บปวดที่เผลอจิตนาการตามภาพฝันที่เห็นหายไปหมดสิ้นแล้ว  มีแต่เพลิงที่ได้รับมากับความอบอุ่นอันอ่อนโยนเท่านั้นที่สถิตอยู่ภายในตัวพวกตน

                         เด็กหนุ่มทั้งคู่ปรือตาขึ้นก่อนจะหันมองหน้าซึ่งกันและกัน  ก่อนจะสังเกตเห็นในแววตาที่มีเพลิงสีขาวสถิตอยู่ภายใน  พร้อมกันนั้นความมืดมิดที่โอบล้อมก็เลือนหาย  แสงสว่างที่สาดส่องตรงจุดที่พวกเขายืนเริ่มแพร่ขยายขับไล่ความมืดมิด  แม้ว่าเพลิงที่เป็นต้นกำเนิดแสงจะหายไป  หากแต่แสงสว่างนั้นไม่มีวันเลือนหายอย่างเด็ดขาด

                         ตราบที่ใจของพวกเขายังคงมีเพลิงสีขาวนี้คอยปกป้อง  พวกเขาก็ไม่หวาดหวั่นสิ่งใดอีกต่อไป  จะความมืดหรืออดีตที่น่าชิงชัง

                         พวกเขาก็ไม่หวั่นเกรง...




                         การตัดสินใจซึ่งเกิดขึ้นในห้วงจิตนั้นส่งผ่านมายังซานิวะสาว  ผู้ที่เข้าใจและยอมรับการเตรียมใจของสองศาสตราในมือ  ขณะเอี้ยวตัวหลบและเริ่มทำการตอบโต้อย่างสุดความสามารถ...

                         ไอฮาเนะเคยสงสัยว่าการหยอกล้อเพื่อให้คนอื่นตกใจ  หรือการหาความสนุกตื่นเต้นจากการหยอกล้อมันเป็นยังไงกันแน่  เธอไม่เคยเข้าใจทสึรุมารุเลยสักนิดว่าทำไมต้องสรรหาอะไรแบบนั้นทำแก้เซ็งด้วย

                         ครั้นพอมาพูดประโยคที่คล้ายคลึงกับเขาและได้เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายนั้นจึงได้เข้าใจถึงความรู้สึกนั้นซะที!

                         จะดวงตาที่ฉายแววตื่นตระหนกหรือสีหน้าที่เรียกได้เต็มปากว่าเหวอ  หากเจ้ากระเรียนตกถังสีตัวนี้บอกว่าเห็นผีก็คงจะบรรยายใบหน้ายามนี้ได้เหมาะจริงๆ

                         แต่เธอไม่ใช่ผีนะ!

                         ฟากดาบผู้ถูกกลืนกินตั้งสติได้ทันทีก่อนจะใช้แรงที่เหนือกว่าผลักร่างของอีกฝ่ายให้ถอยร่นออกไป  ไอฮาเนะยินยอมถอยออกห่างเพราะไม่อยากเสี่ยงเข้าประชิดเหมือนกัน  ถึงการต่อสู้แบบใช้สองดาบจะไม่ถนัดนักแต่ก็ใช่จะไม่เคยใช้

                         เธอแสร้งแสดงสีหน้าคล้ายรู้สึกเศร้าก่อนเอ่ยอย่างหยอกล้อ  "อะไรกันนึกว่าจะคิดถึงฉันซะอีก  เห็นสองคนนี้บอกว่าแกถามหาถึงฉันไม่ใช่เหรอ?"

                         กระเรียนดำสบถเสียงดัง  มันเรียกร้องถึงซานิวะผู้นี้เพราะปราถนาจะสังหารทิ้งเพื่อเอาคืนที่โดนปั่นหัว  แต่ไม่เคยนึกคิดว่ามันจะเป็นฝ่ายไล่ตามมาได้ไวขนาดนี้  

                         หางตาเหลือบมองดูเหล่าบริวารโดยรอบที่เริ่มถูกศาสตราที่ซานิวะหญิงนำพามาด้วยเข้าโจมตี  แม้ส่วนใหญ่จะสังหารพวกดาบมารที่มีปะปนมาได้แต่สำหรับโยมินั้นยังต้องพึ่งพาซานิวะอยู่ดี  

                         พลันมันก็แหงนหน้ามองไปบริเวณรอบนอก  มันได้ปล่อยโยมิออกมาอีกจำนวนหนึ่งไว้แล้วแต่การได้ยินเสียงต่อสู้จากรอบนอกด้วยแสดงว่าศัตรูคงนำพาศาสตรากลุ่มอื่นมาด้วยเป็นแน่

                         คิดจะโอบล้อมเพื่อโจมตีหรือ?  ไม่สิ

                         ผู้ที่สังหารโยมิได้ยังไงก็มีแค่ซานิวะและซาโยะ  ซามอนจิเท่านั้นแต่คนอื่นนั่นยังไม่สามารถทำได้  และสองดาบในมือนางก็ยังไม่ได้รับพลังของจิตวิญญาณแห่งเพลิงนั่น  เหตุผลเดียวที่ยังพอยืนยันได้ก็คือหากสามารถทำได้อย่างซาโยะ  ซามอนจิจริง  นางคงไม่เสียเวลามาช่วงใช้พวกเขาในกายศาสตราเป็นแน่  สู้ปล่อยให้สองคนนี้ทำหน้าที่เก็บกวาดพวกโยมิแทนคนอื่นยังจะดีเสียกว่า

                         ดังนั้นกระเรียนดำจึงตีความได้เป็นอย่างเดียวคือ  ซานิวะเบื้องหน้ายังหาวิธีการทำให้ศาสตราที่เหลือกลายเป็นแบบซาโยะ  ซามอนจิไม่ได้ซึ่งก็ถือว่าการปะทะครั้งนี้มันยังได้เปรียบ

                         รอยยิ้มเยียบเย็นอันแสนมั่นใจก็เริ่มปรากฏขึ้น

                         มันยังมีโอกาส  อย่างน้อยๆด้วยพละกำลังที่มากกว่าอย่างไรก็ยังมีความได้เปรียบ  ขอแค่ยื้อเวลาไว้  ความเหนื่อยล้าคงเข้ากัดกินพวกมันจนอ่อนแรงลงและจะพ่ายแพ้ไปเอง

                         "ข้าถามหาถึงเจ้านั้นใช่ซานิวะ!  แต่เจ้าก็มาช้าเหลือเกิน!  ข้าเพิ่งจะกำจัดอิจิโกะ  ฮิโตฟุริไปก่อนหน้านี้แล้ว! ฮะฮะ!  ตัวมันอ่อนแอกว่าอิจิโกะที่ข้ารู้จักอีกนะ  เจ้าช่างฝึกเจ้าชายผู้นั้นได้อ่อนหัดสิ้นดี!"

                         ดวงตาสีชาดทอดมองอย่างไร้อารมณ์  สีหน้าเธอเหมือนเซ็งจับจิตหากแต่ไร้ความโกรธเคือง  "แกนี่น้า  นอกจากจะเป็นนกตกถังสีแล้ว  ยังตาบอดสีอีก  ไอ้หัวฟ้าๆที่ยืนอยู่โน่นน่ะมันอะไรกันเหรอ?"

                         สิ้นคำพูดดวงตาคมกล้าก็ตวัดมองไปยังที่ศรีษะเล็กพยักเพยิกให้หันไปมองหา

                         ร่างของทาจิหนุ่มผมฟ้าซึ่งเสื้อผ้าขาดหลุดรุ่ยกำลังช่วยสนับสนุนคนอื่นโดยมียะเก็นคอยช่วยพยุง  เนื่องจากทั่วร่างของเขายังมีบาดแผลอยู่บ้างแต่โดยรวมแล้วก็แทบไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

                         เจ้ากระเรียนถึงกับตื่นตระหนก  บนใบหน้าปรากฏความไม่เชื่อถืออย่างเด่นชัด  

                         "บ้าน่า! ก็ข้า...!"

                         ข้าฆ่าไปแล้ว  ไม่มีทางที่มันจะรอดหรอก!

                         พลันคำพูดของโฮเนะบามิก็ดังขึ้นในสมอง  ถ้อยคำที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจได้เอ่ยถามมันกลับว่ามีอะไรมั่นใจถึงเชื่อว่าพี่ชายของตนนั้นตายไปแล้ว

                         จะบอกว่ามันมีวิธีการหลอกตบตาข้ารึ!?  จะบอกว่าสิ่งที่ข้าฆ่าไปนั้นหาใช่อิจิโกะ  ฮิโตฟุริที่เป็นศาสตราจริงๆงั้นรึ!?  
ท่ามกลางความสับสนที่ปรากฏชัดบนใบหน้าและดวงตา  ไอฮาเนะได้แต่ถอดถอนหายใจอย่างนึกสงสาร

                         หากกระเรียนดำเลือกเหยื่อที่ไม่ใช่ศาสตราของตน  เขาอาจโชคดีได้พวกไปเพิ่ม  แต่น่าเสียดายเพราะจากการปะทะและได้ยินเรื่องราว  ไอฮาเนะสรรหาวิธีการทุกอย่างและสร้างแต่สิ่งที่สามารถช่วยให้เจ้าหล่อนมั่นใจว่า  ต่อให้เกิดอะไรขึ้นในขณะที่ตัวเองไม่อยู่  พวกศาสตราจะต้องมีชีวิตรอดต่อไปได้แน่ๆ

                         ต้องขอบคุณโอยาคิริที่เล่าเรื่องปมความขัดแย้งของทสึรุมารุเบื้องหน้ากับพวกบ้านโทชิโร่  ดังนั้นก่อนที่ทั้งนามาสึโอะและโฮเนะบามิจะออกเดินทางไอฮาเนะก็ได้มอบสิ่งของอย่างอื่นเพิ่มเติม  พร้อมทั้งปรับแก้เครื่องรางโดยใส่ตุ๊กตากระดาษที่ลงอาคมแบบพิเศษเอาไว้ให้ไปเพิ่ม  ซึ่งก็เป็นแบบเดียวกับอิจิโกะ  รวมทั้งศาสตราคนอื่นๆด้วย

                         ไม่มีศาสตราคนใดยกเว้นแค่อิชิคิริมารุที่รับรู้เรื่องราวการใส่ตุ๊กตาอาคมนี้ลงในเครื่องราง  และขณะเดียวกันก็มีเพียงสี่คนที่รับรู้ถึงพลังของเจ้าตุ๊กตานี่นั่นคือไอฮาเนะ  อิชิคิริมารุ  อิจิโกะและโฮเนะบามิเท่านั้น

                         เพราะความโกรธเคียดแค้นที่ฝังรากลึกในจิตใจคงไม่อาจฉุดรั้งสติหรือการยับยั้งชั่งใจใดๆได้อีกต่อไปแล้ว  ฉะนั้นจึงมีการคาดการณ์กันว่าสักวันหนึ่งหากถูกบุกโจมตีโดยที่ไม่มีซานิวะอยู่ด้วย  ศัตรูคงหมายเอาชีวิตมากกว่าจะพยายามกลืนกินไป  ดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุด...

                         คือการสร้างตัวตายตัวแทนขึ้นมา

                         ตุ๊กตาลงอาคมนี้จะถูกทำลายหากผู้ครอบครองเป็นอันตรายถึงชีวิต  มันจะทำการรับเอาความตายที่เกิดขึ้นนั้นแทนและนำพาร่างของศาสตราที่ได้รับบาดเจ็บหนักกลับสู่จุดที่ถูกส่งมาในครั้งแรกพร้อมกับกางเขตอาคมพรางตาเอาไว้  ซึ่งศาสตราคนนั้นจะอยู่ในสภาวะอาการบาดเจ็บครั้งสุดท้ายก่อนจะถูกปลิดชีพ

                         ดังนั้นทันทีที่ไอฮาเนะมาถึงยังจุดที่ถูกส่งมาก็พบกับร่างของอิจิโกะที่นอนแน่นิ่งในเขตอาคมทันที  แน่นอนว่าความกังวลของกระเรียนขาวนั้นถูกต้อง  เด็กสาวจึงรีบทำการรักษาบาดแผลสาหัสในบางส่วนแก่อิจิโกะทันที  ส่วนบาดแผลเล็กน้อยที่ไม่หนักมากก็ไหว้วานให้ทันโทวหนุ่มช่วยเหลือ

                         แน่นอนว่านี่เป็นความลับที่ไอฮาเนะได้บอกแก่โฮเนะบามิ  ทำให้เด็กหนุ่มผมเงินที่แม้จะต้องเจ็บปวดจากการเห็นพี่ชายตนเองถูกสังหารหากแต่เขาก็ยั้งคิดได้ว่า  นายสาวได้เตรียมแผนป้องกันไว้เผื่อพวกเขาแล้ว 

                         และการได้เห็นร่างของพี่ชายอีกครั้งก็สร้างความยินดีแก่สองดาบในกายศาสตรานี้เป็นอย่างยิ่ง

                         "เป็นฝีมือของเจ้าใช่หรือไม่!"

                         "นั่นสิ  ฝีมือฉันมั้ง?"  ไม่ตอบรับตามตรงแต่เลือกใช้น้ำเสียงยียวนกวนโทสะเสียแทน  "หรือแก...อาจจะตาฝาดไม่ก็ความจำเลอะเลือนมั้ง?"

                         จะตกตะลึงก็ไม่แปลกหรอก  ก็ฆ่าเองกับมือแล้วจู่ๆก็มาเห็นร่างนั้นอีกหน  ถ้าไม่คิดว่าผีหลอกก็คงหลอนไปเอง
ซึ่งถ้าเป็นตัวไอฮาเนะโดนแบบนี้ไม่สติแตกก็แปลกแล้ว

                         แต่ทสึรุมารุสีดำนั้นไม่ใช่แบบนั้น  มันพยายามตั้งสติเรียบเรียงหลังสังเกตเห็นร่องรอยบาดแผล  แน่ชัดแล้วว่าบาดแผลนั้นเกิดจากฝีมือของบริวาร  ซานิวะหญิงคงใช้ลูกเล่นบางอย่างในการนำพาอิจิโกะออกจากการต่อสู้ในขณะที่ถูกเล่นงานจนเกือบตายแน่ๆ

                         "ช่างเถอะ!  ต่อให้มันรอด  แต่ก็แค่ส่งมันไปตายอีกครั้งจะยากอะไร!"

                         "มันจะยากตรงแกต้องข้ามศพฉันไปก่อนนี่ไงไอ้นกเวร!"  

                         ทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกันอย่างไม่ยินยอม  ไอฮาเนะไม่ยอมปล่อยเจ้านกนี่พุ่งไปหาอิจิโกะที่บาดเจ็บแน่ๆ  และสองดาบในมือก็เช่นกัน

                         ฉัวะ!

                         ด้านความถนัดนั้นเห็นได้ชัดว่าแตกต่าง   แม้ไอฮาเนะจะฝึกปรือทุกวันแต่การต่อสู้กับทสึรุมารุที่แสนคล่องแคล่วไม่ใช่เรื่องจะทำได้โดยง่าย  ที่สำคัญคือความเร็วที่เพิ่มขึ้นมาหลังกลายเป็นโยมิ  เรียกว่าถ้าเผลอกระพริบตาครั้งเดียวรับรองโดนดาบนั่นฟันตัวเองตัวขาดแน่ๆ  แม้ตอนนี้จะได้แผลมาไม่มากก็น้อยแล้วเถอะ

                         ท่านไอ!

                         นามาสึโอะที่กลายเป็นศาสตราได้แต่ร้องเรียกอย่างกังวล  นี่เป็นครั้งแรกที่พวกตนจะได้กลายสภาพกลับสู่กายแท้จริงและให้ผู้เป็นนายได้ต่อสู้  ทั้งนี้เพราะพวกตนมาเป็นกลุ่มหลังประกอบกับอดีตที่พวกตนหวาดกลัวต่อเพลิงก็ยังคงกัดกินใจอยู่  ทำให้นายท่านไม่ค่อยกล้าจะเรียกใช้พวกเขานัก

                         ใจเย็นก่อนพี่...

                         เป็นโฮเนะบามิที่อยู่ด้วยกันกับพี่ชายเสียอีกที่ห้ามปรามด้วยใจที่สงบ  เจ้านายพวกตนไม่ต้องการปล่อยให้เกิดการปะทะยืดเยื้อเพราะด้วยด้านพละกำลังและกำลังพลยังด้อยกว่า  ทว่าพวกเขาถอยหนีกันไม่ได้ไม่อย่างงั้นยุคสมัยนี้คงปั่นป่วนจากพวกโยมิ

                         "เจ้าคิดจะใช้อาคมอีกเหรอไงกันซานิวะ!  ฮะ!  แค่เชิงดาบเจ้ายังอ่อนหัดนัก!"

                         "แกนี่เหมือนคะน้าอีกคนแล้วนะ!  เวลาปะทะกันมันใช่เวลามาพูดเหรอ!"  ว่าแล้วก็ยินยอมปล่อยให้อีกฝ่ายหวดดาบทั้งสองให้หลุดลอยออกจากมือขึ้นที่สูง

                         ดวงตาสีอำพันพราวระยับหลังเห็นช่องว่างเตรียมจะปิดบัญชีเสียที

                         แต่ทว่าหมัดลุ่นๆจากกำปั้นเล็กๆก็ตะบันเข้าใบหน้าเต็มแรงจนใบหน้าถึงกับหันไปอีกข้าง

                         "อั่ก...!"  แม้รูปร่างของซานิวะสาวจะตัวเล็กเหมือนยะเก็นแต่ด้วยเรี่ยวแรงที่มากเกินกว่าเด็กผู้หญิงทั่วไปประกอบกับการอัพค่าสเตตัสให้มาลงด้านพละกำลังกายเยอะ  เพื่อให้มีความแข็งแรงมากพอจะใช้พวกง้าวหรือหอกได้คล่องแคล่วแล้ว  ประกอบกับการฝึกฝนพละกำลังอย่างสม่ำเสมอโดยโค้ชโดทานุกิ  ทำให้หมัดเล็กๆนี้ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงหมัดที่สามารถน๊อคผู้ชายคนหนึ่งได้สบายๆเลยทีเดียว

                         และถึงแม้จะเป็นโยมิก็เถอะแต่แรงที่ทำให้แก้มของกระเรียนดำถึงกับชาได้นั้นต้องพูดว่ามันแรงเกินไปจริงๆนั่นแหละ

                         "หนอย!"  

                         "ช้าไปจร้าา!"

                         "อั่ก!"

                         แล้วก็ย่อตัวฮุคเข้าช่วงท้องอีกหนึ่งหมัดแบบไม่มีออมแรง  ก่อนจะถอยออกห่างเพื่อรับเอาศาสตราทั้งสองที่ถูกส่งลอยไปทัวร์ท้องฟ้าเมื่อครู่กลับมาแล้ววาดฟันโจมตีรุกไล่ต่ออย่างไม่สนใจเค้าหน้าที่เริ่มดูเบี้ยวๆของนกกระเรียนสีดำ

                         "ยัยผู้หญิงแรงควาย!"

                         "หยาบคาย!  ที่มีสภาพแบบนั้นเพราะแกมันบอบบางตะหากล่ะ!"  ทั้งคู่เถียงกันไม่ลดละท่ามกลางการต่อสู้โดยรอบที่แสนตึงเครียด  แม้จะดูเหมือนไอฮาเนะไม่เครียดทว่าใจเธอนั้นกำลังหาช่วงจังหวะที่จะเล่นงาน  เด็กสาวถีบตัวถอยหลังอีกครั้งจัดการหลอกล่อให้ร่างสูงติดตามมาแล้วฟาดคลื่นดาบหวดทำลายโยมิทางด้านหลังของอีกฝ่ายยามที่มันกระโดดตัวลอยหลบหลีก

                         "ฮะ!  มีดีแค่นี้รึซานิวะ!  ท่าทางปากดีหมดสิ้นแล้วรึ!  ถึงทำได้แค่เหวี่ยงดาบพวกนั้นไปมาน่ะ!"

                         ร่างในอาภรณ์สีดำเริ่มเย้ยหยันหลังการต่อสู้ชักยืดเยื้อ  แต่ไอฮาเนะยังไม่มีท่าทีหงุดหงิดแต่อย่างใด  เธอแค่จ้องมองอย่างสงบหลังสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม

                         "งั้นควรให้ทำแบบไหนดีล่ะ  ถ้าไม่อยากให้แค่เหวี่ยงไปมาน่ะหืม?  ให้จัดเต็มเลยไหมล่ะ!?"  สาวน้อยถามกลับตั้งท่าเตรียมพร้อม  ขณะพุ่งเข้าหาอีกครั้งหนึ่งซึ่งพอดีกับที่ทสึรุมารุสีดำก็ตัดสินใจทำแบบเดียวกันขณะเก็บดาบเข้าฝักแล้วพุ่งทะยานเข้าใส่  ท่าการพุ่งเข้าหานี้คงเตรียมใช้ท่าอิไอในการโจมตีเธอในครั้งเดียวยามเมื่อปะทะกันสินะ

                         แม้จะเดาออกเรื่องท่วงท่าที่จะใช้ปิดฉาก  แต่ไอฮาเนะนั้นไม่ยินยอมให้ตัวเองกลายเป็นเหยื่อคมดาบนั่นโดยง่าย

                         เด็กสาวที่พุ่งเข้าหาเปลี่ยนท่าจับสองดาบในมือเป็นท่าคว่ำลง  พร้อมกับใช้ดวงตาและสมาธิจดจ่ออยู่กับการเคลื่อนไหวเบื้องหน้า

                         ในระยะอีกไม่กี่ก้าวเธอจะเข้าสู่ระยะรัศมีการฟันด้วยท่าอิไอ  และในช่วงจังหวะที่คมดาบถูกชักออกจากฝักไอฮาเนะกลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน  นั่นคือเธอใช้เท้าถีบกระโจนร่างตัวขึ้นสูงแล้วใช้สองศาสตราในมือยกขึ้นกันการโจมตีอิไอที่อีกฝ่ายใช้เป็นการโจมตีแบบมุมเสยขึ้น  

                         เด็กสาวใช้ประโยชน์โดยอาศัยแรงส่งจากแรงที่เหนือกว่านำพาร่างตัวเองให้กระเด็นลอยขึ้นที่สูง  ท่ามกลางสายตาของผู้ที่ลงมืออย่างตกตะลึง

                         เอาล่ะนะ!

                         ไอฮาเนะจัดการเหวี่ยงสองดาบในมือ  ซัดพวกเขาไปคนละทางแล้วตะโกนก้อง

                         "ปลด!"

                         สิ้นเสียงกายแท้จริงในรูปลักษณ์ศาสตราก็กลับคืนสู่กายเนื้อแบบมนุษย์  นามาสึโอะและโฮเนะบามิกระชากอาวุธของตนเองออกมาเข้าโจมตีไปยังกลุ่มดาบมารและเริ่มกลับไปรวมกลุ่มกับคนอื่น  ขณะที่ไอฮาเนะเริ่มวาดมือออกมาเป็นท่ายิงธนูพร้อมรวบรวมพลังของตนเองมาสร้างคันศรเพลิง

                         เธอเหนี่ยวรั้งเล็งลูกศรเพลิงที่กำลังจะหลอมรวมตัวเสร็จสิ้นในอีกอึดใจเดียว  เป้าหมายการยิงคือพื้นที่ด้านล่าง 

                         กระเรียนดำไม่ยินยอมมันพุ่งทะยานขึ้นไล่ตาม  มันคิดสังหารก่อนศรเพลิงนั้นจะพุ่งเข้ามา  !

                         ด้วยความรวดเร็วของร่างสูงมันกำลังย่นระยะประชิดในขณะที่ศรเพลิงยังหลอมรวมไม่เสร็จสิ้นดี

                         "รอบนี้เจ้าช้านะซานิวะ!"

                         "รอบนี้ช้า!  แต่ชัวร์เว้ย!"  เด็กสาวตะโกนด้วยใบหน้ายินดีไม่มีความหวาดหวั่นแม้อีกฝ่ายจะสร้างคลื่นดาบขนาดยักษ์หวดฟาดเข้าสู่ตนที่ลอยคว้างกลางอากาศเป็นเป้านิ่ง  ก่อนที่คลื่นสีดำที่ถูกฟาดฟันมาจะเข้ามาใกล้ร่าง  ไอฮาเนะก็ปล่อยศรเพลิงตรงเข้าปะทะทันที

                         ลำแสงเพลิงสีขาวและคลื่นพลังสีดำตรงเข้าปะทะกันเต็มแรง  พวกมันพยายามต่อต้านซึ่งกันและกันอย่างสุดชีวิต  

                         "ฮึ่ม!"  ร่างสูงในอาภรณ์สีดำไม่อยากยอมแพ้มันฟาดดาบเพื่อสร้างคลื่นดาบเข้าไปหนุนไม่ให้ถูกดันกลับออกมาเพิ่มเติม  และด้วยพลังที่เสริมเพิ่มเข้าไปคลื่นพลังสีขาวเริ่มต้านไม่ไหวท้ายที่สุดก็ถูกดันกลับก่อนจะระเบิดดังกึกก้องบนท้องฟ้า

                         "ฮะฮะฮะ!!!!"  เสียงหัวเราะอย่างสะใจดังคลอไปตามเสียงระเบิดหลังเห็นเพลิงสีขาวเป็นฝ่ายปราชัย  ด้วยแรงระเบิดนั่นคงป่นร่างของซานิวะที่เป็นเพียงมนุษย์จนไม่เหลือซากแล้วเป็นแน่!  

                         "เจ้ามันโง่ซานิวะ!!!  แค่พลังเพียงเท่านั้นทำอะไรข้าไม่ได้หรอกน่า!"  ใช่แล้ว  นางเดินแผนผิดพลาดคิดหรือว่านำพาตัวเองขึ้นที่สูงเพื่อยิงโจมตีกดดันจากด้านบนจะได้ผล  แน่นอนว่าหากทำสำเร็จสถานการณ์คงกลับตาลปัตรอีกครั้ง  หากแต่ขณะเดียวกันนางจะเป็นเป้านิ่งให้ตนสังหารโดยง่ายเช่นเดียวกัน

                         ซึ่งครั้งนี้นางเลือกผิด!  

                         รอยยิ้มเหี้ยมโหดเปี่ยมไปด้วยความสะใจฉายชัดบนใบหน้า  แต่เพียงไม่กี่วิมันก็ต้องเลือนหายไปเพราะเสียงน่ารำคาญนั่นยังดังหลอกหลอน  คล้ายตอกย้ำความลำพองเมื่อครู่เป็นเพียงความฝัน

                         "โฮ่ยๆ  จะมั่นหน้าแบบนั้นก็ไม่ผิดหรอก!แต่ให้แน่ใจว่าชนะชัวร์แล้วก่อนเซ่!ไอ้นกตกถังสี!"

                         ไม่ทันขาดคำศรเพลิงก็พุ่งทะยานมาจากเบื้องล่างตรงเข้าไปทางด้านหลังของกระเรียนดำที่หันขวับกลับมาป้องกันตัวไม่ทันเต็มๆ 

                         ในคราวนี้เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้งเหนือน่านฟ้า  แต่ครั้งนี้มันไม่ได้มีเพียงแค่กลุ่มควันเพียงอย่างเดียวทว่าละอองเปลวเพลิงที่แตกกระจายจากการระเบิดกำลังโปรยปรายลงจากฟากฟ้า  

                         เพลิงสีขาวที่ยังลุกไหม้ตลอดเวลานั้นกำลังร่วงหล่นทำลายไอพิษที่ปกคลุมบริเวณ  และเริ่มย้อมผืนดินที่เคยแตกระแหงและเป็นสีดำให้ปรากฏเป็นกองเพลิงเล็กๆสถิตขึ้น

                         "ท่านนี่ชอบทำอะไรให้พวกข้าเสี่ยงหัวใจวายจริงๆขอรับ  เฮ้อสีหน้าข้าในตอนนี้คงดูไม่เท่ห์นักสินะขอรับ"  มิทสึทาดะมีสีหน้าเหนื่อยใจขณะเริ่มกลับมาเกาะกลุ่มกับเจ้านายสาว  บนพื้นด้านล่างมีอุปกรณ์ช่วยในการกางวงอาคมเคลื่อนย้ายอยู่  ทั้งมิทสึทาดะและอิจิโกะที่มีประสบการณ์จากครั้งก่อนคือผู้ที่ช่วยกันกางวงอาคมนี้ขึ้นมาจากคำสั่งลับๆที่นายสาวมอบให้ขณะนำพามาสู่ใจกลางสมรภูมิรบ

                         แท้จริงแล้วไอฮาเนะที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศได้ทำการเคลื่อนย้ายร่างตัวเองกลับสู่วงอาคมที่สร้างไว้เชื่อมโยงกับอุปกรณ์ของตนเองที่พกมาด้วย  เด็กสาวทราบดีว่าการอยู่กลางอากาศนั้นถ้าโจมตีจากด้านบนโอกาสพลิกสถานการณ์กลับมีอยู่สูง  แต่ขณะเดียวกันตนก็คือเป้านิ่งชั้นดีที่จะทำให้ศัตรูพุ่งมาขย้ำเช่นกัน 

                         ซึ่งศัตรูก็คงไม่โง่เปิดโอกาสให้ทำได้ง่ายๆ  แล้วก็จริง  เจ้านกตกถังสีนั่นรุกไล่ตามมาด้วยความเร็วอันน่าทึ่งดังนั้นไอฮาเนะเลยต้องใช้เครื่องทุ่นแรงช่วยเล่นตุกติกเสียหน่อย

                         ยิ่งเห็นการฟาดคลื่นดาบอย่างบ้าระห่ำเพียงเพื่อจะผลักดันพลังที่กำลังปะทะอยู่ให้ได้เปรียบ  ไอฮาเนะก็คิดแล้วว่ายังไงก็ต้านไม่อยู่

                         ถ้าสู้ด้านพละกำลังหรือปริมาณไม่ไหว...

                         งั้นก็ตลบหลังแม่-ง!

                         แผนการเล่นลอบกัดเริ่มต้นจากการโยกย้ายกลับมายังภาคพื้นดิน  แล้ววิ่งไปหาทำเลที่เหมาะเจาะเร่งพลังอย่างเร็วที่สุดร่ายอาคมเสริมการโจมตีและความเร็วอัดเพิ่มแล้วก็ยิงออกไปแบบเต็มที่  ในช่วงจังหวะที่กำลังได้ใจนั่นแหละ  ศรเพลิงที่ยิงไปนั้นก็เข้าเป้าเต็มๆ

                         ต่อให้ดูขี้ขลาดไปหน่อย  แต่ในศึกสงครามถ้าเพื่อชัยชนะมันก็ไม่ผิดที่จะทำทุกวิถีทางให้ตัวเองชนะและมีชีวิตรอดนี่หว่า  

                         ช่วยไม่ได้นา  ความประมาทเป็นบ่อเกิดหายนะ  ใครใช้ให้ลอยอยู่กลางอากาศและหัวเราะเสียงดังแบบสะใจขนาดนั้นล่ะ  แล้วเป็นไง?  หัวเราะอย่างสนุกได้แปปเดียวก็โดนระเบิดอัดหลัง  อยากรู้นักจะหัวเราะต่อได้อีกหรือไม่นะเจ้านกตกถังสี!

                         และราวกับตอบรับต่อเสียงเย้ยหยันในใจ  เสียงตะโกนแห่งความโกรธแค้นก็ดังกึกก้องท้องนภา  ไอพิษสีดำเริ่มแพร่กระจายขับไล่ควันที่เกิดจากการระเบิดไปหมดสิ้น  

                         "ซานิวะ!!!!"

                         "เหวอ  ถึกเป็นบ้า!โดนไปขนาดนั้นแล้วยังไหวอีกเหรอเนี่ย!"

                         ตอนนี้เด็กสาวผมดำยังตกตะลึงกับร่างกายที่แข็งแกร่งของเจ้ากระเรียนดำยิ่งนัก  เพราะด้วยแรงระเบิดนั่นมันแรงพอจะฉีกร่างกายมนุษย์ให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแท้ๆ  แต่สภาพบาดแผลแม้จะมีของเหลวที่คาดว่าน่าจะเป็นเลือดสีดำอาบย้อมจนเปียกชุ่ม  แต่จากท่าทางศัตรูดูยังมีเรี่ยวแรงมากพอจะเข้าปะทะต่อได้อีก

                         ฉับพลันร่างในอาภรณ์สีดำที่ฉีกขาดไปบางส่วนพุ่งทะยานเข้ามายังจุดที่เด็กสาวยืนอยู่ด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม

                         "ชิบล่ะสิ!"

                         ในร่างที่บาดเจ็บหนักขนาดนั้นแต่ยังเพิ่มความเร็วมากขึ้นอีกเหรอเนี่ย!

                         "โชวคุไดคิริ  มิทสึทาดะ!"  

                         หลีกเลี่ยงไม่ได้แน่  มีแต่ต้องตั้งรับซึ่งก็ใช่  ทว่าการตั้งรับก็ไม่ใช่ความคิดที่ดี

                         เพราะคมดาบที่ฟาดลงมาอย่างเร็วและแรงกว่าเดิมไม่อาจทำให้เด็กสาวป้องกันได้ทั้งหมด  ผลจึงได้แผลเพิ่มตามเนื้อตัวไปอีกแถมแต่ละแผลก็เริ่มลึกมากขึ้น  ซึ่งมันแสดงให้เห็นชัดเจนว่าปฏิกิริยาการตอบโต้และขีดจำกัดของร่างกายไอฮาเนะกำลังจะหมดลงในอีกไม่นาน

                         "ตายซะ!!  ตายไปซะ!!!  รีบๆตายไปได้แล้วนังสารเลว!!!"

                         "ตัวเองพลาดโดนเล่นงานเอง  กล้าดียังไงมาด่าคนอื่นว่าสารเลวยะ!!!"

                         ถึงจะไม่ใช่เวลามาตอบโต้แต่ปากเจ้ากรรมก็หยุดไม่ได้  หนอย!มาว่าเธอสารเลว  แล้วไอ้ดาบที่ใช้จำนวนมากกว่าเข้าข่มควรด่าว่าอะไรยะ!

                         "หุบปาก!!แล้วรีบๆตายไปสักที!!!"

                         คล้ายกับว่าสติไม่คงเหลืออีกแล้ว  ร่างที่เดือดดาลถึงขีดสุดไม่อาจควบคุมสติหรือการยับยั้งชั่งใจอะไรได้อีกต่อไป  สิ่งที่คงเหลือมีแค่ความปราถนาเดียว

                         นั่นคือความตายของซานิวะเบื้องหน้านี่เท่านั้น!!!

                         ท่านไอ!

                         เสียงของมิทสึทาดะร้องเรียกอย่างกังวล  ตัวของศาสตราที่แม้จะได้รับการคุ้มครองจากเปลวเพลิง  ทว่าด้วยเรี่ยวแรงของศัตรูที่เหนือกว่าประกอบกับไอพิษกำลังส่งผลกระทบต่อดาบที่ถูกใช้อยู่  

                         ตามปกติถ้าเข้าปะทะกันในสภาพแบบนี้โดนแค่การโจมตีเดียวดาบคนนั้นอาจแตกหักในทันที  แต่ที่มิทสึทาดะยังคงต้านทานได้อยู่คงเพราะเพลิงที่ห่อหุ้มร่างกายศาสตราของเขาคอยปกป้องไอพิษและคอยซ่อมแซมรักษาบาดแผลที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง

                         ซึ่งนั่นได้ผลาญพลังวิญญาณของไอฮาเนะไปเป็นอย่างมาก

                         ขณะที่คิดว่าควรทำยังไงดีนั้นเอง  พลันสายตาก็สังเกตเห็นร่างสองร่างที่กระโจนตัวลอยเข้ามาร่วมวงการต่อสู้  ดวงตาสีชาดที่มองเลยไปถึงกับเบิกกว้างเมื่อเห็นคมศาสตราของสองดาบที่ตัดสินใจเข้ามาช่วยนั้นมีเปลวเพลิงสถิตอยู่

                         แม้จะไม่มั่นใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร  แต่นี่....เป็นเหมือนกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับซาโยะ  ซามอนจิ  นั่นคือศาสตราได้รับเพลิงแห่งนิรันดร์ไปสถิตในกายและเพลิงนั้นจะยังคงอยู่ตราบที่ศาสตราผู้นั้นยังเชื่อมโยงกับซานิวะผู้ทำสัญญาด้วย  

                         ผลที่เกิดขึ้นคือศาสตราเล่มนั้นจะสามารถฟาดฟันโยมิได้โดยไม่ต้องมีซานิวะช่วยเหลืออีกต่อไป  แต่ทั้งที่ตอนนั้นเกิดขึ้นเพราะตนพยายามดึงซาโยะกลับมาและได้เอ่ยขอคำปราถนา  ทว่าสำหรับสองศาสตรานี้แม้จะยื่นบททดสอบให้แต่ก็ไม่นึกว่าพวกเขาจะปรับตัวและยอมรับเอาพลังนี้ไปสถิตในร่างพร้อมกับเรียกใช้มาได้ไวนัก

                         ฟากกระเรียนดำรับรู้ถึงบางอย่างที่เข้าโจมตีมันหมุนตัวฟาดคมดาบที่คมกริบเพื่อตัดผ่านร่างศาสตราที่พยายามเข้ามาช่วยเหลือเจ้านายของพวกมัน

                         ทว่า

                         ฟุ่บ!

                         คมดาบกลับฟาดฟันผ่านอากาศไป  หนึ่งในสองศาสตรา...โฮเนะบามิย่อเข่าเพื่อหลบหลีกคมดาบอย่างทันท่วงที  ขณะที่นามาสึโอะซึ่งปลายเท้าสัมผัสกับพื้นรีบย่อกายลงแล้วเริ่มเปิดฉากโจมตีโดยตวัดฟันจากด้านล่างโจมตีเป็นมุมเสย  

                         กระเรียนดำหลบหลีกตามสัญชาตญาณคือกระโดดถอยหลัง  แต่แล้วกลับโดนไอฮาเนะที่รอจังหวะใช้มิทสึทาดะที่ห่อหุ้มเพลิงตวัดฟันเข้ากลางแผ่นหลังเต็มแรง!

                         "ฮึ่ม!"  กระนั้นศัตรูก็ไม่ยอมแพ้มันพยายามหาทางหนีรอดอย่างว่องไว  เท้าด้านซ้ายยกขึ้นเตะนามาสึโอะเต็มแรงแล้วหมุนตัวจะใช้คมดาบเพื่อล้างแค้นซานิวะหญิงที่ลอบกัดมันทางด้านหลัง  แต่ก็ไม่อาจทำได้เพราะถูกโฮเนะบามิสกัดกั้น 

                         "พวกแก!กล้ารุมข้างั้นเหรอ!"

                         "แกโง่มาให้พวกฉันรุมเองนะโว้ย!!"

                         มันเป็นความผิดของพวกเธอเหรอไง!!!  ก็ศัตรูมันกำลังเล่นงานเธอ  แล้วดาบของเธอเข้ามาช่วยมันผิดตรงไหน!  ถ้าตามสามัญสำนึกที่เห็นแล้วว่าจะโดนรุมมันก็ต้องหนีก่อนเซ่!  แต่นี่พี่ท่านแกมั่นหน้าคิดจะจัดการกับสองฝาแฝดโทชิโร่ที่เข้ามาช่วยจนเมินตนไปชั่วขณะ  แล้วตนจะผิดอะไรที่ใช้ความเผลอเรอนั่นสร้างความได้เปรียบฟะ!

                         เมื่อเห็นว่าเสียเปรียบจริงๆก็คิดจะหลบฉากถอยออกมา  แต่ก็โดนโฮเนะบามิที่ใช้เพลิงสีขาวห่อหุ้มศาสตราตนเองโถมร่างเข้าระยะประชิด  พร้อมกับที่นามาสึโอะก็รุกไล่เล่นงานต่อเช่นกัน  กระเรียนดำยิ่งคลั่งแค้นหนักมากขึ้น  ยามนี้ฝั่งศัตรูมีศาสตราที่มีเพลิงสถิตในกายเพิ่มมาอีกสอง  นี่ไม่เท่ากับว่าการมาของมันได้เสริมความแข็งแกร่งให้แก่ศัตรูหรอกเหรอ!

                         "พวกข้าขอเอาคืนกับการที่เจ้าทำร้ายพี่อิจิของพวกข้าหน่อยละกัน!"

                         "อย่าคิดว่าจะปล่อยให้หนีไปโดยง่ายเชียวนะ!"  สองฝาแฝดกล่าวอย่างโกรธแค้นหมายมั่นจะเอาคืนแทนพี่ชายผู้บาดเจ็บของพวกเขาให้ได้

                         "อย่าเพิ่งได้ใจนะเจ้าพวกขี้ข้าซานิวะ!!!"  ทสึรุมารุผู้แปดเปื้อนตะโกนก้องพลางปลดปล่อยไอพิษออกมามากขึ้นกว่าเดิม  มันกำลังจะอาบย้อมบริเวณรอบตัวให้กลายเป็นสถานที่ซึ่งอัดแน่นไปด้วยไอพิษ  อีกทั้งพลังนั่นกำลังพยายามทำลายเพลิงที่ถูกจุดขึ้นเป็นหย่อมๆ  หวังว่าจะให้ผืนแผ่นดินกลับมาเป็นสีดำทมิฬอีกครั้งเพื่อเสริมสร้างพลังของพวกมันนั่นเอง

                         "ไม่มีเวลาเล่นแล้วนามาสึโอะ  โฮเนะบามิ  ปิดฉากเจ้านี่ซะ!"

                         ถ้ามันทำสำเร็จพวกตนได้ตายกันหมดนี่แน่!

                         "ฝากด้านหลังด้วยล่ะมิทสึทาดะ!"  ไอฮาเนะร้องสั่งขณะปลดร่างศาสตรากลับสู่กายเนื้อ  ปล่อยให้มิทสึทาดะที่หยิบเอาถุงซึ่งบรรจุผงละอองของผนึกเพลิงขึ้นโยนไปด้านหน้าแล้วใช้คมดาบตวัดฟันปล่อยให้ผงละอองเพลิงลุกติดไฟ  เปิดโอกาสให้โยมิที่กำลังมุ่งหน้ามารุมเล่นงานผงะ  ก่อนใช้ความเร็วและเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่จัดการทำลายชิ้นส่วนของพวกมันเพื่อชะลอการเคลื่อนไหว  แม้จะสังหารไม่ได้แต่การซื้อเวลาให้เจ้านายและสองวากิซาชิคือสิ่งที่ต้องทำให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม!

                         ไอฮาเนะปล่อยอีกฝ่ายจัดการ  เธอไม่จำเป็นต้องสนใจเพราะคะชูและยามาโตะโนะคามิกำลังกลับมารวมกันที่พวกตน  พวกเขาไล่เล่นงานศัตรูทั้งตัดแขนขาทำลายการเคลื่อนไหว  ทั้งใช้ผงผนึกเพลิงนั้นต่อต้านอย่างสุดความสามารถ  เช่นเดียวกับโอคุริคาระที่อยู่ใกล้สุดก็เข้ามาช่วยสหายสนิทของตนอย่างรู้หน้าที่

                         ไม่จำเป็นต้องสั่งอะไรให้มากมาย  เพราะพวกเขาทราบดี  นี่คือแผนการรบที่ถูกสอนมาให้นับจากอยู่ร่วมกันมาหลายเดือน 

                         ยามนี้พวกเขาเข้าใจดีถึงสิ่งสำคัญคือการกำจัดกระเรียนดำผู้นี้ทิ้งให้ไวที่สุด  เพราะมันเปรียบเสมือนบอสใหญ่  หรือแม่ทัพของฝั่งศัตรู  ถ้าเด็ดหัวแม่ทัพได้กระบวนทัพของโยมิที่เหลือจะรวนเร!

                         ขณะเดียวกันทั้งนามาสึโอะและโฮเนะบามิยังโจมตีอย่างไม่เปิดช่องว่าง  พวกเขาต่อสู้ร่วมกันอย่างรู้ใจกันดี  ทั้งสองฝาแฝดผลัดกันเข้าปะทะหรือแบ่งหน้าที่กันพยายามหลอกล่อ  ส่วนอีกคนเล็งช่องว่างที่ศัตรูเผลอเรอเข้าจู่โจมโดยไม่รีรอ  พวกเขาไม่หวาดหวั่นไอพิษสีดำเหล่านั้นเลย  เพราะต่อให้มันแผ่พุ่งออกมามากเท่าไหร่เปลวไฟที่สถิตในร่างก็ปกป้องพวกเขาไว้อยู่ตลอดเวลา

                         กระเรียนดำรู้แล้วว่าไอฮาเนะจะยิงโจมตีปิดฉากท่ามกลางการดึงความสนใจของสองวากิซาชิ  โดยไม่ยั้งคิดมันยินยอมเขวี้ยงศาสตราตนเองซัดตรงไปยังซานิวะสาว  ยินยอมรับคมดาบของวากิซาชิที่เสือกแทงเข้าสู่ร่างอย่างอดทนก่อนคว้าจับดาบของทั้งคู่ไว้แน่น  

                         ถ้ามันจะตายอย่างน้อยๆสามชีวิตนี้ต้องดับไปพร้อมกัน  หากไอฮาเนะริคิดจะยิงปิดฉาก  การที่ตัวมันยึดดาบของเด็กหนุ่มสองคนนี้ไว้จะส่งผลให้เด็กสาวไม่กล้าโจมตี  ต่อให้เพลิงนั่นไม่มีพิษภัยต่อพวกเขาแต่แรงระเบิดที่รุนแรงนั่นสามารถทำให้พวกเขาบาดเจ็บหนักจนเกือบแตกหักได้แน่ๆ

                         แลตัวมันที่ยอมทิ้งอาวุธนั่นก็หวังผลจะสังหารนางอยู่แล้ว!

                         ดวงตาของสองดาบเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่ศัตรูทำ  พวกเขาหันขวับแล้วร้องเรียกนายสาวอย่างตื่นตระหนก

                         "ท่านไอ!!!"

                         ดาบผู้ถูกกลืนกินหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง  หากศัตรูผู้นี้ตายชัยชนะของโยมิจะเพิ่มมากขึ้น  ขอแค่มันเบื้องหน้าตายจากไปเสียก็ไม่มีอะไรต้องหวั่นเกรงอีกต่อไป!

                         "ถ้าข้าต้องตาย!  พวกเจ้าก็ต้องตายไปกับข้าด้วยซานิวะ!!!"

                         ฉึก!

                         สิ้นคำ...คมดาบนั้นก็เสียบแทงทะลุร่างของซานิวะผมดำนั่น  ดวงตาเกือบทุกคู่เบิกกว้าง  กระเรียนสีดำถึงกับหัวเราะก้องขณะที่ยังยึดสองดาบวากิซาชิซึ่งเสียบแทงร่างมันไว้แน่นอย่างปรีดา  

                         ยามเมื่อไร้ซานิวะศาสตราจะคงอยู่ไม่ได้  เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีกแล้ว!  ดาบของมันทะลุกลางอกของนังนั่น!  ต่อให้แข็งแกร่งปานไหนแต่มนุษย์ไม่ได้ทนทานได้มากขนาดนั้นหรอก!

                         ซึ่งก็ถูกต้อง  ต่อให้ไอฮาเนะเก่งกาจแค่ไหนแต่บาดเเผลที่ได้รับนั้นสาหัสมากเกินไป  อีกทั้งเพลิงเยียวยาร่างของเด็กสาวไม่ได้  นอกเหนือจากต้องนำพากลับฮงมารุแต่เพียงเท่านั้น  

                         ทว่าในสนามรบหากนางสิ้นใจก่อนยังไงก็จะไม่มีวันได้ฟื้นกลับขึ้นมาอีก

                         ซึ่งนั่นคือกรณีที่เกิดขึ้นจริงๆละก็นะ

                         สายตาหลายคนที่กำลังตื่นตระหนกเริ่มประหลาดใจเพราะร่างที่ถูกคมดาบปลิดชีพนั้นกำลังบิดเบี้ยวก่อนร่างทั้งร่างตรงหน้าจะกลายเป็นเปลวเพลิงสีขาวที่มีรูปร่างเหมือนตน

                         "อั่ก!"  เสียงร้องอันแสนเจ็บปวดในครั้งนี้ไม่ใช่จากใครหากแต่เป็นดาบแปดเปื้อนที่เมื่อครู่กำลังยิ้มอย่างยินดีต่อชัยชนะเด็ดขาดเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนนั่นเอง

                         ร่างของทสึรุมารุสีดำถึงกับบิดเร่าอย่างทรมาน  หลังคมดาบตนเองกำลังถูกเพลิงสีขาวแผดเผาโดยตรง

                         "ท...ทำไม!"  

                         "ไม่ทำไมอะไรหรอก  ก็แค่ร่างปลอมที่สร้างจากเพลิงน่ะ"

                         เสียงใสเอ่ยขณะที่ปรากฏตัวขึ้นจากด้านหลังของเพลิงสีขาวที่กำลังเผาไหม้ดาบสีดำนั่น  สองมือของไอฮาเนะอยู่ในท่าประสานเข้าหากัน  ดวงตาสีชาดที่เหนื่อยล้านั้นยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความเด็ดขาด

                         "แกเข้าใจถูกต้อง  ที่ฉันต้องปิดฉากแกขณะที่สองคนนั่นกำลังไล่เล่นงานเพื่อไม่ให้แกมาสนใจฉัน  แต่แกน่ะมันเป็นนกที่ฉลาด  ต่อให้อยู่ห่างขนาดนี้โอกาสโดนลอบเล่นงานในวินาทีสุดท้ายย่อมต้องเกิดขึ้นแน่  ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยฉันเลยใช้พลังในการสร้างร่างแยกเปลวเพลิงขึ้นมา  ฉันเรียกมันว่า  ร่างเพลิงมายา...อันที่จริงมันเป็นรูปแบบที่คิดค้นขึ้นแต่ยังไม่ได้มีโอกาสทดสอบ  ต้องขอบใจแกนะที่ทำให้ฉันได้ทดสอบอะไรหลายต่อหลายอย่างเลยในวันนี้"

                         ว่าจบก็ยิ้มแย้มอย่างเลือดเย็น  ไอฮาเนะไม่เคยประมาทกระเรียนดำแม้แต่วินาทีเดียว  ทุกวินาทีในการต่อสู้ศัตรูมีโอกาสพลิกกลับมาคว้าชัยชนะได้ตลอด  ซึ่งความคิดของเด็กสาวก็ถูกต้อง  ยิ่งวินาทีที่ทสึรุมารุเบื้องหน้ายินยอมทิ้งศาสตรามาเพื่อหมายปลิดชีพตนเอง  ไอฮาเนะได้แต่ยอมรับความกล้าได้กล้าเสียเป็นอย่างมาก

                         แต่น่าเสียดาย...ที่แกดันเล่นงานผิดคนไปหน่อย

                         นับจากวันที่เจอหน้าและรับรู้เรื่องราว  ไอฮาเนะไม่เคยหยุดพักหาทุกวิธีการในการเอาตัวรอด  จะค้นหาวิธีสำหรับช่วยเหลือตนเองหรือพวกศาสตราก็ตาม  เธอไม่เคยหยุดนิ่งตราบที่ดาบเล่มนี้จะยังไม่ถูกจัดการ

                         "ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้โอยาคิริเป็นคนจัดการแก  แต่แกทำเกินไป  แกมายุ่งกับพวกฉันอีกดังนั้นฉันจะไม่ปล่อยแกไว้อีกต่อไปแล้ว"

                         ถึงจะรู้สึกผิดต่อโอยาคิริก็เถอะ  ทว่าความสำคัญและความปลอดภัยของศาสตราเธอต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ  ถ้าเขาจะกล่าวโทษ...เธอจะด่าเขากลับว่าถ้าไม่อยากให้ทำลายเขาก็ต้องหาทางดิ้นรนตัดหน้าเธอก่อนสิ

                         ถึงจะบอกว่าอย่าได้ตัดใจ  แต่ถ้าหากยังชักช้า  การที่มันจะโดนกำจัดทิ้งก่อนที่โอยาคิริจะพยายามก็ไม่ใช่เรื่องผิด  เพราะยิ่งปล่อยไว้นานความสูญเสียต้องเพิ่มมากขึ้น  ซึ่งความผิดที่เกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้น....อันนี้ก็ต้องโทษเรื่องการล่าช้าของตัวโอยาคิริล่ะนะ

                         ไอฮาเนะรีบควบคุมเพลิงพลางรวบรวมพลังทั้งหมดเพื่อเรียกเพลิงมาเผาผลาญดาบเล่มนั้นให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น  จนร่างของนกกระเรียนสีดำเริ่มมีบางส่วนลุกไหม้ขณะที่มันกำลังแผดร้อนอย่างทรมาน

                         สองฝาแฝดโทชิโร่ใช้โอกาสที่ศัตรูกำลังเจ็บปวดช่วยกันกระชากคมดาบออกจากร่างแล้วปิดท้ายด้วยการตวัดฟันใส่ร่างนั้นอีกครั้งจนร่างสูงนั้นทรุดลง

                         ไอฮาเนะมองกระเรียนที่แปดเปื้อนซึ่งกำลังทรมานด้วยแววตาเวทนา  ความผิดพลาดของพวกเขาเกิดจากการไม่หันหน้ามาพูดคุยกัน  

                         เธอสงสารนะ  แต่เพื่อชีวิตของศาสตรา...ของครอบครัวเธอ...

                         อย่าได้โกรธแค้นกันเลยล่ะ  เจ้านกสีดำ  หวังว่าครั้งหน้าที่ถูกเรียก...นายคงจะได้รับความรักมามากกว่านี้...

                         ไฟสีขาวเริ่มโหมแรงมากขึ้น  มันเริ่มก่อตัวเป็นเสาเพลิงที่พุ่งทะยานขึ้นสูงเสียดฟ้าพร้อมกันนั้นก็สร้างคลื่นพลังวิญญาณเพื่อชำระล้างบริเวณโดยรอบ  เหล่าโยมิที่ได้รับผลกระทบต่างกรีดร้องโหยหวนไม่ต่างกับตัวแม่ทัพ

                         ไอฮาเนะเพิ่มพลังวิญญาณเป็นครั้งสุดท้ายโดยมั่นใจว่าครั้งนี้คงหลอมละลายดาบที่แปดเปื้อนนั้นให้หายไปอย่างสมบูรณ์ได้แน่ๆ

                         ทว่า

                         บางอย่างปรากฏขึ้นเหนือน่านฟ้า  หลุมสีดำที่มืดมนแผ่ปกคลุมอยู่ตรงเหนือบริเวณที่พวกตนยืนอยู่  ก่อนสายฟ้าสีดำจะผ่าตรงลงมายังเสาเพลิงบดทำลายจนเพลิงสีขาวที่ห่อหุ้มแตกกระจายในครั้งเดียว

                         ด้วยความรุนแรงนั้นส่งผลให้ร่างของเด็กสาวและศาสตราโดยรอบถึงกับกระเด็นไปจากแรงสายฟ้าที่ฟาดลงมา  โชคดีของเธอที่มิทสึทาดะคว้าร่างเอาไว้ทัน  ก่อนชายหนุ่มจะใช้ร่างตนเองเป็นเบาะรองรับแรงกระแทกแทนเจ้านายสาว

                         กระนั้นพวกเขาก็บาดเจ็บหนัก...

                         ท่ามกลางความสับสนของการปรากฏตัวหลุมดำที่น่านฟ้า  ไอฮาเนะพยายามชันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก  เพราะแรงกระแทกและพลังการโจมตีที่ผ่าทำลายเพลิงที่ตนผลาญพลังวิญญาณทั้งหมดนั้นรุนแรงมาก  อีกทั้งคลื่นพลังที่แอบแฝงในสายฟ้าสีดำก็ส่งผลต่อร่างกายเธอ  มันสะท้อนพลังที่เธอเรียกใช้เพื่อทำลายดาบสีดำเล่มนั้นให้กลับมายังร่างเธอแทน!

                         "แค่ก...!"

                         ลิ่มเลือดสดๆไหลทะลักออกจากปาก  ช่วงอกถึงกับแสบร้อนพร้อมกับร่างกายที่เจ็บทรมานอย่างแสนสาหัส  

                         ไอฮาเนะเบ้หน้ายกมือกุมหน้าอกอย่างทรมาน  เธอควานหาโพชั่นจากในกระเป๋าใบเล็กด้านหลังแล้วรีบกรอกมันลงคอ  ฝืนทนกลืนลงไปท่ามกลางเลือดที่พยายามย้อนออกมาจากปาก

                         "ท่านไอ!"  มิทสึทาดะที่มีสภาพบาดเจ็บหนักไม่ต่างกันพยายามประคองร่างของเจ้านายตนเอง  แต่ร่างเขาต้องตัวชาวาบหลังเห็นเลือดสีแดงที่เจ้าตัวสำลักออกมาด้วยปริมาณขนาดนั้น  "ทำใจดีๆไว้ขอรับ!"

                         ศาสตราหลายคนที่ได้รับบาดเจ็บพอๆกับมิทสึทาดะพยายามกระเสือกระสนนำพาร่างตนเองกลับมาอยู่ใกล้เจ้านาย  ก่อนคะชูจะยิงพลุส่งสัญญาณให้แก่อีกทัพให้เริ่มทำการถอยร่นโดยเร็วที่สุด

                         "นายท่าน...."  พลันเสียงที่คล้ายกับคนละเมอร้องเรียกขึ้นท่ามกลางความโกลาหลของพวกซานิวะ  ดวงตาสีอำพันกับร่างกายที่ยังมีควันซึ่งถูกเผาไหม้ลอยอยู่นั้นแหงนหน้ามองท้องฟ้าเบื้องบนอย่างเลื่อนลอย  ก่อนที่สายฟ้าสีดำจะฟาดลงมาอีกครั้งหากแต่ครั้งนี้ไม่ได้สร้างความเสียหาย  

                         กลับกันสิ่งที่เกิดขึ้นคือร่างของกระเรียนสีดำหายวับไปจากที่ตรงนั้นพร้อมกับโยมิที่เหลือรอดตนอื่นๆ

                         ไอฮาเนะที่ยังพอเหลือสติมองดูเหตุการณ์นั้นได้แต่เม้มปากแน่น  

                         ทั้งทีอีกนิดเดียวแท้ๆ...!

                         เธออยากไล่ตาม  อยากรู้ว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้น?  หลุมดำนั่นคืออะไร?  หรือมันจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของพวกโยมิ?  

                         แต่คำตอบที่เด็กสาวอยากได้ก็หายไปแล้ว  หลุมดำขนาดใหญ่นั่นหายวับไปกับตาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ทั้งไอพิษและโยมิรวมทั้งดาบที่แปดเปื้อนนั้นก็หายไปเช่นเดียวกัน  คงเหลือแต่พื้นที่แห่งความวินาศและพวกตนที่ยังพอมีลมหายใจอยู่เท่านั้น

                         พลันกำปั้นเล็กๆนั้นทุบกระแทกพื้นอย่างโกรธเคือง  ความรู้สึกที่เห็นชัยชนะอยู่แค่เอื้อมถูกทำลายลงในไม่กี่นาทีนั้นสร้างความทรมานให้มากกว่าสภาพร่างกายตอนนี้เสียอีก

                         เด็กสาวกัดฟันแน่นกล้ำกลืนความแสบร้อนตรงหน้าอก  ได้แต่กัดฟันอดทนก้มหน้ามองพื้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย  

                         "ท่านไอ"  

                         เสียงรอบด้านร้องเรียกแผ่วเบาระโหย...  

                         ไหล่บางสั่นไหวขณะฝืนเงยหน้าขึ้นมามองสภาพของศาสตราตนเอง  ทุกคนบาดเจ็บหนักแม้จะไม่ถึงขั้นแตกหักแต่การต่อสู้ครั้งนี้นับว่าหนักหนาสาหัสที่สุดเท่าที่เคยมีมา  

                         จริงอยู่ว่าพวกตนยังคงรอดไม่มีใครหายไป  พวกตนยังปกป้องช่วงเวลาในยุคสมัยนี้ไว้ได้

                         แต่ไอ้ความรู้สึกของการพยายามและการได้เห็นชัยชนะอยู่แค่เอื้อมแต่มันกลับหลุดลอยไปโดยใครบางคนที่เข้ามาแทรกแซงนั้น  มันยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดจริงๆ

                         แต่มาบ่นคงไม่ได้อะไรอีกต่อไปแล้ว

                         ไอฮาเนะสูดลมหายใจเข้าปอดพยายามสะกดกลั้นรสของเลือดที่เอ่อล้นประดังขึ้นมาในลำคอ  ก่อนเอ่ยแผ่วเบาคล้ายปลอบใจตนเอง

                         "ช่วยไม่ได้นี่นะ  ถ้าดวงชะตา...ยังอยากให้เจ้านกนั่นยังมีชีวิตอยู่  ใคร..จะไปฝืนได้ล่ะ..."


******************************************************************************************************


-  หลายคนอาจคิดว่าไอฮาเนะมันโลเล  เพราะตอนแรกบอกให้โอยาคิริฆ่าพ่อนกตกถังสี  พอตัวเองโดนเรื่องซาโยะเลยบอกไม่ต้องการให้ถอดใจยอมแพ้ไปง่ายๆ  แต่พอมาตอนนี้สุดท้ายก็เลือกจะทำแบบแรกคือฆ่าทิ้งอยู่ดี  สรุปหล่อนเอาไงกันแน่?

-  ง่ายๆค่ะ  นางเชียร์ให้โอยาคิริหาทางช่วยพ่อนกตกถังสี  แต่กรณีนี้คือกระเรียนดำดันมาเล่นงานศาสตรานาง  ผลคือนางคงอยู่เฉยไม่ได้และจะปล่อยผ่านไม่ได้เพราะพี่แกมาเล่นงานดาบนางถึงตาย  ท้ายสุดต่อให้อยากให้คืนดีแต่ศาสตราของตัวเองก็สำคัญไม่แพ้กัน  ดังนั้นถ้าต้องเลือก  นางก็เลือกจะฆ่าพ่อนกตกถังสีค่ะเพื่อความปลอดภัยของศาสตรานางเอง

-  ตอนนี้ได้ข้อสรุปเรื่องใครจะเป็นเหยื่อ เอ้ย!  เป็นคนที่เด่นในบทตอนพิเศษแล้วนะคะ  นั่นคือพ่อนกกระเรียนขาว  ทสึรุมารุ  คุนินากะค่ะ
-  ตัวละครอื่นที่โหวตมาจะถูกเขียนเป็นตอนพิเศษตอนอื่นๆนะคะ  ไล่เรียงตามนี้
1.  โอเดนตะ  (รายนี้มีคนขอไว้ก่อนแล้ว)  
2.  ยามัมบะกิริ  (คะแนนเท่าปู่ก็จริงแต่โดนโหวตได้คะแนนนำก่อนเลยให้น้องผ้าห่มก่อนค่ะ)  
3.  ปู่มิคาสึกิ   
4.  อิจิโกะ  

**  ตอนพิเศษเหล่านี้จะอัพสลับเป็นบางช่วงกับเนื้อเรื่องหลักนะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

718 ความคิดเห็น

  1. #610 JustAEcho (@JustAEcho) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 22:38
    งืมม แอบชอบทสึรุโยมิแฮะ ปากจัดมาก ด่าทีเจ็บจี๊ดแทนไอเลย
    #610
    0
  2. #187 Izumi Corey (@auskarapak) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 00:36
    สวัสดีปีใหม่ค่ะไรท์!!!!
    #187
    0
  3. #185 §INERZIA§ (@kazegawaminto) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 16:51

    เปิดตัวบอสที่แท้จริง เจ้านายใหม่เจ้านกนั่นสินะ ไอตอนที่บอกว่าไม่ต้องรับใช้พวกซานิวะแล้ว ก็นึกไปว่าไม่ชอบรับใช้ใคร อ่อ คือจริงๆก็มีเจ้านายใหม่ให้รับใช้อยู่ดี แค่ไม่ใช่ซานิวะ

    งี้โอยาคิริน่าจะยากและ ดาบนายไม่น่าได้คืน

    สงสารไอนะ จะชนะอยู่แล้วเชียว ดาบที่ไปก็เละหมด ครั้งนี้คือหนักมาก คิดๆไปทำไมมีแต่ฮงมารุนี้นะที่โดน แล้วต้องเป็นคนคาบข้อมูลไปบอกฮงมารุอื่นตลอดด้วย55

    #185
    0
  4. #184 bombom88 (@bombom88) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 15:46
    การพยายามต้องได้รับผลตอบแทน แม้ไม้ใช่ตอนนี้ แต่มันต้องมาแน่ ที่แน่ๆกลับไปรักษาเตอะ! เห็นแล้วกลัวจะเจ็บหนักกว่านี้ ฮือ สะเทือนใจ เอิ้ก-!
    #184
    0
  5. #182 Llewellyn (@valkyre) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 12:55
    ท ทำไมเราชอบทสึรุภาคโยมิ (...)
    รู้สึกว่าเวลาทสึรุโยมิอยู่กับท่านไอนี่น่ารักจัง /ติดฟิลเตอร์

    ยังหวังว่าจะมีทางช่วยเขาได้อยู่นะคะ แง แต่ตอนนี้ท่านไอกลับฮงเถอะค่าา
    #182
    0
  6. #181 Marius Yo (@tongue) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 00:36
    เข้าใจความรู้สึกนั้นมากเลยค่ะ บางที่ถ้าเราจัดการลาสบอสได้ นกตกถังสีนั่นอาจช่วยได้นะคะ แต่ดูท่าเขาถลำลึกลงเกินไปแล้ว หนูไอ กลับจวนก่อนลูกกก
    #181
    0
  7. #180 TanareeSrirabai (@TanareeSrirabai) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 23:55
    อีกนิดเดียวเองรู้สึกเกลียดไอนกตกถังสีมากเลยตายยากตายเย็น///ไรท์แต่งฉากต่อสู้เก่งมากมันสุดขีดอ่านไปลุ้นไป
    #180
    0
  8. #179 วัชพืชมีดอก (@coshike) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 23:10
    อีกนิดเดียวเอง!!!
    #179
    0
  9. #178 akamecenturion87 (@akamecenturion87) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 22:50

    ฉากต่อสู้มันสุด!!

    #178
    0
  10. #177 Kamerin (@kamerin) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 22:35

    หือออ โชว์โหดขนาดนี้ ก็ยังไม่สำเร็จอีก โอยาคิริรีบๆมา้เคลียร์กับกระเรียนดำเลยนะ
    #177
    0
  11. #176 Run for your life (@ingfhakaewsri) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 22:29

    ดุเดือดจริงๆ! อีกนิดเดียวเองงง
    #176
    0