Fic Touken Ranbu : แด่โชคชะตาที่ถูกผูกมัด

ตอนที่ 44 : Special Story 3 เปิดใจสักนิดถ้าไม่อยากโดนมอมเหล้านะจ้ะเฮีย [Oodenta Mitsuyo X Saniwa]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 974
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    17 ก.พ. 62





***  เป็นตอนของโอเดนตะนะจ้ะ  อาจจะเรื่อยเฉื่อยไปหน่อยต้องขอโทษด้วยนะคะ
***  บอกเลยว่าไม่มีฉากหวาน  อาจจะไม่ชอบเน่อ

______________________________________________________________________________________________________




                         เรื่องราวประจำวันยามไม่ออกศึกในฮงมารุนั้นจะว่าสงบก็สงบล่ะนะ  แต่ส่วนใหญ่เรื่องน่าปวดหัวก็มักปรากฏมาในช่วงเวลาสงบเหมือนกัน

                         ไอฮาเนะฟื้นตัวจากอาการป่วยจนเคลื่อนไหวมาไหนได้สะดวก  และออกไปรบมาบ้างเป็นระยะแต่ศึกที่ไปก็ไม่ได้หนักหนา...อย่างมากก็เข้าปะทะกับดาบมารคล้ายกับว่าไปเพื่อออกกำลังกายแค่เท่านั้น  แถมพวกที่ไปนี่เรียกว่าเธอแค่เชือดได้ไม่กี่ตัวพวกเขาก็เก็บกวาดหมดสิ้น  คงเหลือตัวที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากมาให้เป็นคู่ซ้อมมือเธอเท่านั้น

                         ก็ซึ้งใจนะ  แต่พวกนายจะห่วงเกินไปหรือเปล่า

                         และเพราะแบบนั้นจึงทำให้รู้ว่าร่างกายยังไม่แข็งแรงดีมากพอจะหักโหมได้  ลงท้ายหลังออกศึกปะทะก็โดนสั่งให้พักฟื้นอีกหนึ่งอาทิตย์ทันที  ทำให้ยามนี้ตัวเธอที่ว่างงานและยังไม่ได้ง่วงนอนเดินเตร่เล่นอยู่แถวเรือนหลัก

                         ดูเรื่อยเฉื่อย?  ใช่...เป็นแบบนั้นแต่อย่างที่กล่าวไปเรื่องน่าปวดหัวก็มักปรากฏในช่วงเวลาแบบนี้เหมือนกัน  ยกตัวอย่างเช่น

                         "ท่านไอ!  ข้าเจอผีในโรงเก็บของอีกแล้วขอรับ!!!"

                         "นั่นไม่ใช่ผี..."  ตอนแรกก็นึกว่ามีอะไรตายในโรงเก็บของ  หรือว่ามีพวกดาบไปหลงติดอยู่ในนั้นก็ไม่น่าใช่  ท้ายสุดต้องส่งคนไปตรวจเช็คดูเพราะพวกทันโทวที่ไหว้วานให้ไปเอาของนั้นขวัญหนีดีฝ่อไปกันหมด  ซึ่งไอฮาเนะไม่เข้าใจว่าพวกเขาก็เป็นสึกุโมะงะมิ***แท้ๆแต่ดันกลัวผีซะงั้น

                         "คงเพราะมาอยู่ในกายเนื้อ  เค้าอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดจากการจินตนาการทำให้รู้สึกกลัวกับเรื่องแบบนี้ล่ะมั้งขอรับ  ข้าเองก็บอกไม่ถูก...แต่ที่พวกเขากลัวก็กลัวกันจริงๆนั่นแหละ"

                         เรียกว่ากลัวจนลืมไปเลยก็ได้ว่าตัวพวกเขาคือสึกุโมะงะมิ  จิตวิญญาณสิ่งของที่จะเกิดขึ้นเมื่อสิ่งของเหล่านั้นมีอายุมากแท้ๆ

                         "แต่ว่ามันตาแดง!  แล้วข้าก็เห็นร่างเป็นเงาตะคุ่มนะขอรับ!!"

                         อาคิตะที่ร้องไห้งอแงวิ่งโร่มาฟ้องพร้อมกับฮิราโนะ  พวกเขาร้องอย่างขวัญเสียจนไอฮาเนะนึกสงสารเลยทีเดียว

                         "นั่นไม่ใช่ผีหรอก...เฮ้อ...คะเซ็นช่วยไปเรียกมาหน่อยได้ไหม  ดูท่าทางคงต้องคุยกันหน่อยแล้วล่ะ"  ไอฮาเนะไหว้วานคนที่อยู่เป็นเพื่อนขณะลูบหลังปลอบพวกทันโทวที่กอดเธอแน่นราวกับเป็นที่พึ่งสุดท้ายก็ว่าได้

                         "ข้าก็รอว่าท่านจะพูดเมื่อไหร่  ขนาดบอกไปแล้วว่าให้เลิกหมกตัวอยู่ภายในนั้นก็ไม่ฟังกันเลยล่ะขอรับ"  สีหน้าของดาบรบผมม่วงเต็มไปด้วยความเหนื่อยใจ  เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตนแต่คนอื่นๆก็พูดกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ได้ผลเช่นเดิม  ท่าทางถ้าไม่ใช่คำสั่งเจ้านายดาบเล่มนั้นคงไม่ฟังสินะ  "พวกเจ้าอยู่กับท่านไอ  อย่ากวนท่านให้มากนักล่ะประเดี๋ยวข้าจะมา"  เขาสั่งเสร็จสรรพแล้วลุกขึ้นพลางเดินก้าวยาวๆออกไปอย่างเร่งรีบ  เพราะรู้สึกว่าไม่ควรปล่อยนายสาวอยู่กับพวกทันโทวตามลำพัง  หากนางผล๊อยหลับหรือมีอาการป่วยเกิดขึ้นเด็กพวกนั้นคงทำอะไรไม่ถูกแน่

                         "ไม่ใช่ผีหรือขอรับ?"

                         "ก็ไม่ใช่น่ะสิ"  ไอฮาเนะหัวเราะแผ่วเบาเห็นพวกเด็กๆทำหน้าเหรอหรา  จนต้องบอกว่าช่วยนั่งรอเป็นเพื่อนหน่อย  ไม่ช้าคะเซ็นก็โผล่หน้ามาอย่างบึ้งๆ  ด้านหลังมีร่างสูงใหญ่ของดาบที่มาใหม่ไม่นาน  ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในห้าดาบใต้หล้า  โอเดนตะ  มิทสึโยะ...

                         อาคิตะและฮิราโนะเบิกตากว้าง  ก่อนรีบเกาะแขนเจ้านายเพราะรู้สึกกลัว

                         ไม่แปลกหรอก  เจอหน้ากันครั้งแรกถึงจะหน้าบึ้งถมึงตึงเหมือนโอคุริคาระแต่รายนี้ให้ความรู้สึกมีรังสีแปลกๆออกมาชวนให้รู้สึกไม่อยากเข้าใกล้เลย

                         ความดุดันบนใบหน้าหยาบกร้าน  และการไร้รอยยิ้มแต่งแต้มมันก็ทำให้เขาดูไม่น่าคบหานัก  ไม่นับดวงตาสีเดียวกับเธอที่ทำให้เขาแลดูน่ากลัวราวกับเป็นปีศาจร้ายยามเมื่อไม่มีแสงไฟส่องสว่าง  มันก็ไม่แปลกเลยที่เด็กพวกนี้จะตื่นตกใจ

                         "เห็นไหม  ไม่ใช่ผีสักหน่อย"

                         "ขอรับ..."  สองทันโทวตอบรับเสียงอ่อยยังมีท่าทีหวาดๆ  จนไอฮาเนะยิ้มอย่างอ่อนใจ  "ฉันจะคุยกับหมอนี่สักพักหนึ่ง  พวกนายช่วยออกไปหน่อยนะ?"  แม้จะบอกว่าคุยกับอีกฝ่ายแต่เด็กสาวก็ใช่มั่นใจว่าผู้ปกครองที่มาเฝ้าจะยินยอมปล่อยไว้หรือไม่  ช่วงนี้พวกเขาหวาดกลัวยามเห็นเธอผล๊อยหลับไปกะทันหันนัก  ช่วยไม่ได้พอทำอะไรนิดหน่อยมันก็เหนื่อยแล้วพอเหนื่อยมันก็ง่วงนี่หว่า

                         คะเซ็นมีสีหน้าชั่งใจก่อนขอว่าจะเฝ้าอยู่ไม่ห่าง  ถ้ามีอะไรให้ตะโกนเรียกก็แล้วกัน

                         แหม่...ทำอย่างกับหมอนี่มันจะปล้ำเธองั้นนะคะเซ็น...

                         หลังจากให้คนอื่นถอยออกไปแล้ว  ไอฮาเนะกระชับผ้าห่มที่คลุมร่างพลางขยับนิดหน่อยเพื่อนั่งให้สบาย

                         "เรียกข้ามาเพื่ออะไร?  เจ้าจะด่าว่าข้าที่ยึดโรงเก็บนั่นเป็นที่พักรึ"

                         "ด่า?...ขอเปลี่ยนเป็นคำว่าช่วยเห็นใจหน่อยได้ไหม?  เห็นสีหน้าพวกเด็กๆแล้วนี่เขากลัวกันจะตายอยู่แล้ว  อย่าแกล้งเขาเลยน่า"  

                         สีหน้าของหนึ่งในดาบใต้หล้าไม่ได้ไม่พอใจตรงกันข้ามเขาแค่ย่นคิ้วเท่านั้น  "ข้าเป็นดาบที่ควรเก็บในโรงเก็บของ...และข้าไม่ได้แกล้งเจ้าพวกนั้น...ข้าแค่นั่งอยู่เฉยๆแล้วพวกทันโทวตกใจข้าเอง"

                         "ฉันมั่นใจว่าเรือนทาจิกว้างมากพอจะให้นายไปอยู่นะ  หรือนายไม่พอใจจะไปอยู่กับโซฮายะก็ได้  มันไม่มีปัญหาหรอกถ้าจะอยู่ห้องร่วมกันหรือจะแยกห้องพักเดี่ยวก็ยังได้เลย"  เรือนแต่ละเรือนก็กว้างมากพอ  อีกทั้งในอนาคตหากมีคนมาเพิ่มไอฮาเนะก็วางแผนจะขยายพื้นที่เพิ่มให้พวกเขาเลยด้วยซ้ำ

                         "ข้าขอย้ำอีกครั้งซานิวะ  ข้าเป็นดาบที่ควรเก็บอยู่ในโรงเก็บของ"  

                         "แต่พวกเขากลัวนะ"

                         "เจ้าพวกนั้นมันไก่อ่อน!  ข้าแค่นั่งอยู่เงียบๆโดยมีแสงไฟส่องลงมาตรงหัวเท่านั้น  พวกมันก็แหกปากกรีดร้องราวกับเจอปีศาจร้าย!  ถึงหน้าตาข้าจะถมึงตึงแต่ก็ใช่จะเป็นผีสางนางไม้หรือปีศาจที่พวกเจ้าต้องขวัญผวาปานนั้น!"

                         ทาจิหนุ่มเถียงอย่างเหนื่อยหน่ายใจ  ตัวเขาไม่ใช่พวกนิยมชมชอบการแกล้งให้ตื่นตกใจเหมือนกระเรียนขาวคุนินากะ  โอเดนตะคิดแค่ว่าต้องการอยู่เงียบๆในที่แห่งนั้นก็เกินพอ

                         ดวงตาสีแดงจ้องมองร่างตรงหน้า  เด็กสาวเริ่มดูมีสีหน้าเหนื่อยล้า  ผิวกายนั้นขาวเกือบซีดเหตุเพราะไม่ค่อยได้ออกไปไหนเนื่องจากไม่แข็งแรงมากนัก  ตัวเขาเคยเห็นวันหนึ่งๆนางตื่นขึ้นมาได้ไม่ถึงชั่วโมงก็มักจะนอนหลับต่อ และนี่ในอีกไม่นานนางก็คงจะกลับไปนอนพักอีกหน  ถึงจะบอกว่าฟื้นตัวมากแล้วแต่นางก็ชอบงีบหลับไปโดยไม่รู้ตัว  ยังไงก็ไม่ได้แข็งแรงอย่างที่นางเคยพร่ำบ่นหรอก

                         พวกศาสตรารอบตัวต่างก็บอกว่านางอ่อนแอลงเพราะผลจากการขับไอพิษออกจากร่าง  ผลกระทบของมันรุนแรงจนเกือบคร่าชีวิตนาง  แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว  ในตอนนี้นางกำลังพักฟื้นตัวดังนั้นพวกศาสตราที่เหลือจึงทุ่มเทกับงานและการฝึกเพื่อไม่ให้เป็นภาระ

                         ว่ากันตามตรงนี่คงเป็นครั้งแรกที่โอเดนตะเห็นพวกศาสตราร่วมแรงร่วมใจกันทำงานขนาดนี้  และเหนืออื่นใดคือการเห็นโอดาจิแห่งบ้านซังโจวแสดงท่าทีเป็นห่วงนางยิ่งกว่าชีวิตพวกพ้องศาสตราคนใดเสียอีก

                         ความสัมพันธ์ของดาบและซานิวะจากอดีตนั่นหากไม่ใช่ดาบหายากหรือดาบใต้หล้า  ส่วนใหญ่มักถูกทิ้งขว้าง  ตัวเขาเอง...แม้จะเป็นดาบใต้หล้าก็มีบ้างที่ถูกเมินเฉย  เหตุเพราะการปิดขังตัวเองและใบหน้าของเขาที่มักแสดงออกอย่างไม่สบอารมณ์เสมอ  ทำให้ซานิวะทั้งหลายอย่างมากก็แค่ช่วงใช้ในการออกศึกหนักๆเท่านั้นเอง

                         "โอเดนตะ...นายจะเหม่อไปถึงไหนเนี่ย?"

                         เสียงจากร่างตรงหน้าดึงสติชายหนุ่ม  เด็กสาวที่ดูเหนื่อยล้านี้หัวเราะอย่างขบขันกับการเผลอคิดถึงอดีตของเขา

                         "เจ้าจะเอาอะไรอีก?  ข้าก็บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าข้าควรเก็บอยู่ในโรงเก็บของ"

                         "โรงเก็บฉันมีอะไรดีนักหรือ?  ถ้าเป็นห้องกลั่นเหล้าก็ว่าไปอย่าง...แต่นายไม่ใช่พวกจิโร่นี่นะ  หรือเป็นสายเมาด้วยล่ะ?"

                         ไอฮาเนะถามไปเรื่อย..

                         "ข้า...เหมาะกับการอยู่ในโรงเก็บของ"  และเขาก็ย้ำอีกหนประกาศแจ้งว่าจะไม่ยินยอมย้ายไปไหน

                         ร่างบอบบางพลันหยักยิ้ม  สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนเป็นโมโหร้าย...ชายหนุ่มชักเดาอารมณ์นางไม่ออกเสียแล้วสิว่านางจะเอายังไง

                         "นายเข้าใจความหมายของโรงเก็บของหรือเปล่าโอเดนตะ?"

                         "ก็หมายถึงที่ๆเอาไว้เก็บของยังไงล่ะซานิวะ"  นางจะถามทำไม  หรือนางป่วยจนเพี้ยนสมองเลอะเลือนถึงมาถามข้าแบบนี้?

                         "ก็รู้แล้วนี่  แล้วจะเข้าไปอยู่ทำไม?"

                         "ก็ข้า..."

                         "นายไม่ใช่สิ่งของโอเดนตะ  นายคือดาบเป็นศาสตรา...แต่ตอนนี้มีกายเนื้อ  มีร่างกายเหมือนมนุษย์  มีแขน  มีขา...นายไม่ได้เดินไม่ได้  นายไม่ได้ขยับไปไหนไม่ได้...ทุกที่ในฮงมารุนายสามารถเดินไปไหนต่อไหนก็ได้ไม่มีใครห้าม  แล้วนายจะมานั่งหมกตัวอยู่ในโรงเก็บของทำไม?"

                         เด็กสาวกล่าวถูกต้อง  ตัวชายหนุ่มนั้นมีแขน  มีขา  มีร่างกายเหมือนมนุษย์ต้องการการกินดื่มหลับนอน  ทุกอย่างที่ร่างสูงเป็นนี้ไม่ต่างกับมนุษย์คนหนึ่งเลย  แต่เหตุผลที่เขาไม่ต้องการไปที่ใดนั่นก็เพราะ...

                         "ฮงมารุนี้ไม่ได้มีแค่โรงเลี้ยงม้าอย่างเดียวสักหน่อย  ถ้ากลัวไปใกล้พวกสัตว์  ก็ไปที่อื่นยังได้เลย...โอเดนตะนายไม่เบื่อที่จะอยู่เฉยบ้างหรือ?  ขนาดจอมขี้เกียจอย่างอาคาชิยังขยับเขยื้อนไปไหนมาไหนเลย...ตัวนายเองที่ดูแข็งขันกว่ารายนั้นทำไมถึงเอาแต่อยู่ที่นั่นกัน?  หรือรากมันงอกจนไม่อยากขยับไปไหนหือ?"

                         ชายหนุ่มเงียบกริบ  เอ่ยเถียงไม่ได้สักคำ  นางไม่ได้พูดผิด...จอมขี้เกียจอย่างเจ้านั่นยังขยับทำงาน  แม้ปากจะบอกขี้เกียจและอยากจะนอนเหลือเกินเขาก็ยังทำงานและออกไปไหนมาไหนร่วมกันน้องๆ  ผิดกับตัวเขาที่แม้โซฮายะจะเข้ามาหาพยายามชักชวน

                         แต่ก็ไม่อยากออกไป

                         "นายพูดนี่นะตอนเจอกันที่ว่า  ตัวเองถูกเก็บรักษาในคลังเก็บของและไม่มีใครคาดหวังจะใช้นายเยี่ยงอาวุธ?  ฟังดูเหมือนน้อยใจเหลือเกินนะ  แต่ว่านะโอเดนตะ..."  เด็กสาวผมดำว่าแล้วยิ้มกว้าง  "...นั่นมันคือเมื่อก่อนไม่ใช่เหรอ?  แต่ตอนนี้นายอยู่กับฉันในที่แห่งนี้ดังนั้นไอ้เรื่องที่พูดนั่นน่ะลืมไปได้เลย  ฉันจะใช้นายให้เต็มที่...แค่ว่าตอนนี้ร่างกายยังไม่พร้อมก็เท่านั้น"

                         "สารรูปเจ้ายามนี้ต่อให้หายดี...เจ้าก็ใช้ข้าไม่ได้หรอก"  คิดว่าข้าใช้ได้ง่ายหรืออย่างไร?  ถึงข้าจะรู้ว่าเจ้าเคยแปลงพวกศาสตรากลับสู่กายจริงได้และกวัดแกว่ง  แต่ข้าไม่ได้เหมือนพวกมันหรอกนะ

                         "โห....สบประมาทฉันจริง"  ไอฮาเนะตาโตแล้วหัวเราะอีก  อืม...นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนพูดแบบนี้ใส่  ก็นะ..ด้วยร่างกายเธอนั้นการจะกวัดแกว่งพวกดาบยาวเป็นต้นไปดูจะเกินตัวและกำลังนัก  ทว่าเธอเคยใช้อิวะโทชิมาแล้วจะนับประสาอะไรกับทาจิกันล่ะ 

                         ฟากโอเดนตะได้แต่มองดูอย่างงุนงง  นางจะหัวเราะอะไรนักหนา  ไม่โกรธบ้างรึ?  ตัวเขาไม่ได้เคารพนางเลยสักนิด  ตามปกติถ้าตนตอบโต้เช่นนี้ถ้าไม่โดนขังลืมไปก็โดนลงโทษให้ทำงานหนักไปแล้ว  แต่นางกลับ...

                         "งั้นไว้ฉันหายดีฉันจะใช้นายให้ดูก็แล้วกัน"

                         ราวกับให้คำมั่น  โอเดนตะรู้สึกว่านางน่าจะบ้า...ต่อให้นางทำได้จริงนางจะมาสนใจอะไรตนกัน?  รึเพราะว่าคือหนึ่งในห้าดาบใต้หล้า?

                         "เจ้าจะเอาใจข้ารึซานิวะ?"  ทาจิหนุ่มถามอย่างหยั่งเชิง  ตราบที่มีสถานะเป็นหนึ่งในห้าดาบใต้หล้า  ต่อให้ไม่ชอบพอในตัวเขาหรือนิสัย  อย่างไรพวกซานิวะที่เหลือมักจะให้ความยำเกรงแต่ท้ายสุดยามได้จันทร์เสี้ยวมาครอง  ตัวชายหนุ่มก็จะถูกลืม...

                         "เอาใจ!?"  ไอฮาเนะย้อนถามเสียงสูงแล้วหัวเราะอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง  โอย...ตาดาบนี่ตอนแรกก็นึกว่าเป็นพวกชอบประชดประชัน  แต่ไปๆมาก็คิดมาก  อืม..ฉายาห้าดาบใต้หล้านี้แม้จะถูกยกย่องแต่ก็ไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่สำหรับเขาล่ะนะ  

                         เธอไม่เคยคิดเลยนะว่าจะเป็นห้าดาบใต้หล้าหรือไม่  มาอยู่นี่ก็โดนเหมือนๆกันนั่นแหละ  จะให้ยกย่องกราบไหว้เหรอไม่อ่ะ ! ไม่มีทาง!

                         หลังเห็นเธอหัวเราะเสียจนดาบที่อยู่ด้านนอกต้องเข้ามาดูเพราะเสียงมันดัง  จนต้องยกมือโบกไล่เป็นเชิงว่าไม่เป็นไรไม่ต้องสนหรอก  แต่ก็นะเล่นเอาหอบเลย  

                         ตรงกันข้ามกับโอเดนตะที่หรี่ตามองแล้วถอนหายใจยาว  เฮ้อ...สภาพแบบนั้นยังหัวเราะจนทำให้หายใจแทบไม่ทันอีก...ข้าว่ากว่าจะได้ใช้ข้าได้ตามคำพูดนาง  นางอาจจะไม่รอดก็ได้

                         ซานิวะหญิงเบื้องหน้าใช้ความพยายามอย่างมากในการกลืนเสียงหัวเราะลงคอ  โอเดนตะไม่เข้าใจ  คำพูดของเขาทำให้นางขำอะไรปานนั้น?

                         "โอเดนตะ  นายก็เห็นตาแก่สึกิแล้วไม่ใช่เหรอ?  หรือนายจำไม่ได้กันตอนที่ชี้ให้ดู"

                         ไอฮาเนะเคยชี้ให้เขาดู  ภาพของจันทร์เสี้ยวผู้ครองตำแหน่งหนึ่งในห้าดาบใต้หล้า  มิคาสึกิ  มุเนะจิกะนั้นกำลังจับจอบทำไร่ทำนาอย่างขมักเขม้น...อันที่จริงมันคือภาพหายาก...ไม่ๆ...มันคือภาพที่ผ่านมาไม่รู้เท่าไหร่ก็ไม่เคยเห็นเลยต่างหากล่ะ!

                         ซึ่งโอเดนตะเริ่มพูดไม่ออกยามหวนนึกถึงภาพนั้น

                         จันทร์เสี้ยวผู้นั้นคือศาสตราที่ได้รับความรักและการเอาอกเอาใจให้เป็นอันดับหนึ่งเสมอ  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นเขาไม่เคยต้องมาลงแรงอะไรสักนิดเดียว  ทำได้แค่นั่งดื่มชาหัวเราะและปั้นหน้ายิ้มแย้มเอาใจพวกซานิวะเหล่านั้นเพียงอย่างเดียว  แต่นางเบื้องหน้ากำลังใช้ศาสตราคนนั้นทำงานอย่างไม่แยแส

                         "ตาแก่นั่นก็เป็นหนึ่งในห้าดาบใต้หล้า...เหมือนกับนายฉันยังใช้อย่างไม่ปราณีเลย  แล้วนายคิดว่าอะไรทำให้ฉันต้องเป็นคนเอาใจนายกันล่ะ?"

                         ".."  โอเดนตะจนคำจะตอบโต้  ขนาดมิคาสึกิผู้นั้นยังโดนใช้แล้วเขาจะเหลือเหรอ

                         "ฉันไม่มีเหตุผลในการเอาใจใคร  แม้ว่านั่นจะเป็นดาบใต้หล้า  ที่นี่ยังยึดกฏความเสมอภาค  จะสูงศักดิ์มาจากไหนอยู่ที่นี่ต้องเท่าเทียมหมด  อย่าหวังว่าฉันจะยกใครหน้าไหนขึ้นหิ้งแล้วเอาอกเอาใจเชียวล่ะ  ฉันทำไม่เป็น"  นางว่าด้วยน้ำเสียงที่แม้อ่อนล้าแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความเย็นชา  ดวงตาที่เหมือนจะเหนื่อยล้ายังแสดงความโมโหอยู่ไม่น้อยยามได้ยินที่อีกฝ่ายพูดออกไปแบบนั้น

                         เธอไม่ชอบใจที่พวกเขายังอยากเอาเรื่องในอดีตมาเทียบกับเธอ  อดีตคืออดีตการยึดติดไม่มีผลดี  แม้จะลืมไม่ได้แต่อย่างน้อยก็ช่วยดูสภาพในปัจจุบันหน่อยเถอะ  ตัวเธอนั้นทำอะไรไม่ดีกับพวกเขาบ้าง  ช่วย...สนใจตรงนี้แล้วเลิกเอาอดีตมาตัดสินเธอสักหน่อยจะได้ไหม

                         "นายในตอนนี้มีอิสระในการทำอะไรต่างๆได้มากมาย  จงเก็บกลับเอาไปคิดดูละกันโอเดนตะ  จะอยากปล่อยให้ช่วงเวลาผ่านไปทั้งแบบนี้โดยไม่คิดเปลี่ยนแปลงหรือทำอะไรบ้างหรือ?  นายเป็นศาสตรารอคนมาช่วงใช้ก็จริงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่ายามนี้นายจะใช้ตัวนายที่มีร่างกายทำอะไรไม่ได้สักหน่อย  เหมือนกับโซฮายะ  เหมือนกับมาเอดะ...ดังนั้นในระหว่างนี้ก็จงเก็บกลับเอาไปคิดและขอสั่งเลยว่าห้ามไปอยู่ในโรงเก็บของ  นอกจากมันจะไม่สะดวกแล้ว  มันยังทำให้คนอื่นๆตกใจ  ส่วนจะย้ายไปอยู่เรือนทาจิหรือจะไปอยู่กับโซฮายะก็สุดแท้แต่นายไม่บังคับ"

                         แล้วโอเดนตะก็โดนคะเซ็นที่เฝ้าไข้นางไล่ให้ออกไปเสีย  หลังเห็นนางเริ่มเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียลงจนต้องได้เวลานอนพักฟื้น...

                         ชายหนุ่มจำต้องถอยออกมา  เขาก้าวออกนอกห้อง  พลางอดสงสัยเสียไม่ได้

                         ตัวข้านั้นเคยถูกใช้ในการขับไล่โรคภัย  แม้แต่ภูติผีความชั่วร้ายก็ไม่กล้าเข้าใกล้

                         แล้วทำไมนาง..ไม่ยอมใช้ข้าเล่า?




                         นานวันเข้าการโวยวายเรื่องผีในโรงเก็บของนั้นเงียบไปเสียที  ไอฮาเนะได้พบช่วงเวลาการพักผ่อนอันเงียบสงบอีกครั้ง  ตอนนี้หิมะเริ่มโปรยปรายแล้ว...อุณหภูมิลดต่ำลงขณะที่ความหนาวเหน็บกำลังเพิ่มมากขึ้น  ยามนี้ในเรือนต่างเริ่มมีลูกแก้วทำความร้อนอยู่ประจำห้องของแต่ละคน  ทุกอย่างเหมือนช่วงฤดูร้อนไม่มีผิดที่หากร้อนหรือทำงานเสร็จ  ศาสตราแต่ละคนจะดิ่งตรงกลับห้องของตัวเองแล้วขลุกอยู่แต่ในห้อง  ในขณะที่หน้าหนาวก็เหมือนกันทำงานเสร็จก็แทบพุ่งกระโจนเข้าห้องเพราะต้องการความอบอุ่น  ดังนั้นในเรือนหากศาสตราไหนไม่มีงานใดๆทำก็มักเก็บตัวในห้องตามปกติ

                         คงงดเว้นแต่เจ้าของเรือนที่เบื่อแสนเบื่อ  ผู้ซึ่งย้ายตัวเองหอบเอาผ้าห่มคลุมร่างลากตามไปแนวทางเดิน  ก่อนจะไปสิงสถิตในเรือนหลักด้วยความเบื่อหน่าย

                         ก็เล่นนอนทั้งวันทั้งคืนอยู่แต่ในห้อง  แถมสองเดือนที่นอนซมก็อยู่แต่ในเรือน  มีบ้างที่โดนคนแก่พาอุ้มออกมาดูวิวยามเช้าแต่พอทานอาหารและยา  เธอก็หลับสนิทยาวไปเกือบบ่าย  ตื่นมาทานข้าวเที่ยงนั่งให้อาหารย่อยก่อนจะพูดคุยเล่นกับคนอื่นที่มาเยี่ยมแต่ก็ไม่นานก็ผล๊อยหลับไปไม่รู้ตัว  ตื่นอีกหนก็เกือบค่ำมืดก็ต้องรีบทานอาหารเย็นและยา  พลางรอให้อาหารย่อยก็ฟังเรื่องที่พวกทัพซึ่งถูกส่งไปด้านนอกมาเล่าให้ฟังเป็นเพื่อนคลายเหงา  ทุกอย่างวนเวียนเช่นนี้เกือบตลอดทำให้ไอฮาเนะรู้สึกเบื่อถึงขีดสุด

                         พอช่วงนี้ขยับร่างกายได้เต็มที่ก็ยังมีอาการเพลียเกิดขึ้นอีกไม่รู้ว่าเพราะอะไร  คอนโนสุเกะก็เอาแต่บอกว่าพลังท่านมันเยอะเกินไปจำต้องใช้เวลาปรับสภาพ  ดังนั้นร่างกายจะแปรปรวนหน่อยๆอาจมีไข้ขึ้นมาบ้างแต่ผ่านพ้นหนึ่งราตรีไปจะฟื้นคืนกลับเหมือนเดิม  ซึ่งก็เป็นแบบนี้มาตลอดจนไม่มีปัญหาอะไร  แต่เพราะช่วงนี้อากาศหนาวทำให้ร่างเย็นเหลือเกิน  อุณหภูมิที่ยังไม่หนาวมากก็ทำเอาเธอสั่นเป็นเจ้าเข้า  พอเริ่มมีหิมะตกไอฮาเนะยิ่งยึดผ้าห่มผืนหนาเป็นที่พึ่งสุดท้าย  เรียกได้ว่าจะไปไหนในเรือนต้องมีมันติดไปด้วยไม่งั้นเธออาจจะแข็งตายท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บนี้

                         พวกศาสตราก็เริ่มชินชากับการได้ยินเสียงลากผ้าห่ม  และมันเป็นเรื่องดีเพราะทำให้พวกเขารู้ว่าเจ้านายสาวเดินไปไหนจะได้ตามตัวได้ถูก  แต่มันไม่ใช่ปัญหาอะไรเลยพออากาศหนาวแบบนี้นายสาวเคลื่อนไหวได้ช้ามากๆ  เรียกว่านางเดินไปสักพักใหญ่พวกตนแค่ออกวิ่งไม่ถึงสามนาทีก็ควานตัวเจอแล้ว

                         "ท่านไอ?"

                         "อ้าว  มาเอดะ?"  ไอฮาเนะที่หย่อนตัวลงนั่งในห้องอันอบอุ่นนั่งพักหายใจได้ไม่เท่าไหร่  ทันโทวน้อยก็โผล่หน้าเข้ามา  "วันนี้ไม่ไปหาโอเดนตะรึ?"  พอได้ยินคำถามเด็กชายก็ทำหน้าจ๋อยอย่างน่าเอ็นดู

                         "เขาบอกว่าอย่าเข้ามาใกล้นักเลย  ปล่อยเขาอยู่เงียบๆดีกว่านะ  ข้าเลยไม่กล้าเข้าไปใกล้ขอรับ"

                         อ้ะ  เรื่องน่าปวดหัวก็ยังมีมาเรื่อยๆแหะ

                         ไอฮาเนะมองอย่างเห็นใจ  ตัวเด็กชายอยากช่วยให้อีกฝ่ายมาเข้าใกล้คนอื่นได้มากขึ้นแต่ก็โดนไล่ออกมาเสียงั้น  พูดยากแหะด้วยนิสัยและประวัติของเขาไม่ใช่ว่าไม่ชอบสุงสิงแต่เป็นเพราะพลังวิญญาณของตนเองต่างหากล่ะ

                         การเจ็บไข้และภูตผีต่างก็หวาดกลัวข้า แต่ก็ไม่มีใครเข้าใกล้ข้าแม้แต่คนเดียว ข้าก็เป็นดาบแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

                         ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ...ฟังดูเหมือนเหงาจังนะ

                         "ท่านไอคิดว่าจะทำอย่างไรให้โอเดนตะซังเริ่มเข้ามาคุยกับคนอื่นได้บ้างหรือขอรับ?"

                         "เอ้ะ?"  เด็กชายผมสีน้ำตาลเงยหน้าถามอย่างคาดหวังว่าเจ้านายสาวจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง  "ข้าทราบดีว่าไม่ควรรบกวนแต่ข้ากับโซฮายะซังคิดไม่ออกอีกแล้วล่ะขอรับ"

                         ไอฮาเนะเริ่มคิดหนัก  ไอ้เรื่องพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่ถนัดเสียหน่อยแต่จะบ่ายเบี่ยงก็ไม่ได้นี่นะ  โดนขอให้ช่วยด้วยสีหน้าแบบนั้นถ้าบอกว่าจนปัญญาคงได้ร้องออกมาแหง

                         "ฉันกับมาเอดะไปคุยด้วยคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่  ฉันหมายถึงด้วยวัยเอ่อ...ไงดีล่ะฉันหมายถึงถ้าหากเป็นคนที่อยู่ในวัยใกล้เคียงกันอย่างพวกศาสตราผู้ใหญ่ไปคุยคงดีกว่าไหมนะ..."  เธอกำลังลิสต์รายชื่อดาบที่พอเอามาช่วยได้บ้าง  จะให้เธอตรงไปคุยกันตามตรงก็คงไม่ดี  เพราะจากครั้งก่อนเขามีท่าทางอึดอัดอยู่เหมือนกัน  ฉะนั้นการเว้นระยะห่างกันสักนิดน่าจะดีกว่าอีกทั้งการที่ตัวเธอไม่ไปพูดต่อหน้าอาจจะทำให้อีกฝ่ายไม่รู้สึกว่าโดนบีบบังคับก็ได้

                         สาวน้อยคิดอยู่ครู่ใหญ่จนนึกถึงกลุ่มหนึ่งขึ้นมาได้  อืม...ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นพวกชอบกินดื่มหรือไม่แต่ถ้าอยู่ในวงเหล้าคงได้คุยเปิดใจกันบ้างล่ะมั้ง

                         "พวกเรา...ลองไปหาพวกนั้นดีไหมนะ?"

                         "เอ้ะ?"




                         ก็นะ..คิดไม่ออกแล้วจริงๆนั่นแหละ

                         ไอฮาเนะเดินจูงมือมาเอดะมายังโซนพื้นที่ของพวกดาบใหญ่และหอก  ถ้าจำไม่ผิดสองเรือนนี้มักจะจัดการดื่มกันบ่อยครั้ง  แม้บางคนจะไม่ใช่สายดื่มแต่พวกเขาก็เริ่มชินชากับการตั้งวงดื่มเหล้าของสายเมาประจำฮงมารุนี้แล้ว

                         ก็สงสารพวกทาโร่โทาจิ  โอเทกิเนะและก็ทมโบกิริล่ะนะ  แต่พวกนั้นก็พอดื่มๆบ้างแถมยังชินกับเสียงดังแล้วก็เลยไม่ว่าอะไร  นี่โชคดีที่พี่หมอขอย้ายไปอยู่ร่วมกับพวกทาจิบ้านซังโจวนะเพราะรายนั้นชอบความสงบ  ลงมาอยู่เรือนดาบใหญ่แล้วเจอเสียงโวยวายพวกนี้เข้าคงมีน้ำโหบ้างแหละ

                         "เหวอ  ท่านไอ!!!"

                         ไอฮาเนะที่เดินไปใกล้เห็นขาเหล้าพ่วงด้วยทาโร่ทาจิที่น่าจะมานั่งคุมน้องชายอยู่ร่วมด้วย  พอจิโร่ทาจิที่กำลังกระดกสาเกเข้าปากเหลือบตามาเห็นนายสาว  เขาก็ร้องลั่นอย่างตกใจ

                         เฮ้ย  เดี๋ยว  พวกนายจะตกใจฉันทำไม  ทำอย่างกับเห็นผี

                         "ทำไมท่านไอมานี่ล่ะ!?  ปกติเวลานี้นางต้องนอนพักไม่ใช่เหรอ!!?"

                         "ข้าจะไปรู้เหรอ!!  เก็บเหล้า!  เก็บเหล้าให้หมด!!"

                         ไอฮาเนะกับมาเอดะยืนเหวอมองดูกลุ่มก๊งเหล้าเก็บเหล้ากันจ้าละหวั่น  

                         "ฉันจำได้ว่าไม่ได้ห้ามกินเหล้านี่?  แล้วพวกนายก็ไม่มีเวรทำงานหรือออกทัพก็กินได้ตามปกติตามที่ตกลงกันไว้  แล้วทำไมเห็นฉันถึงตาลีตาเหลือกกันปานนั้นล่ะ?"  เพราะสงสัยจริงๆ  อย่างที่พูดไปนั่นแหละถ้าตามที่ตกลงกันไว้แต่แรกพวกเขาจะดื่มกินหรือเอาไปอาบยังไงก็ได้ถ้าว่างงาน  ซึ่งเวรตารางงานก็ไม่มีพวกเขาดื่มได้ตามปกติเลยด้วยซ้ำ  แต่ไหงมาเจอเธอแล้วรีบเก็บเหล้าปานนั้นวะ?

                         "ท่านไอ...กลิ่นเหล้ามันแรงท่านอาจเวียนหัว"

                         "...มันก็ใช่...แต่ก็ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่ชินนะ"

                         "ไม่ๆ  พวกข้าตกลงกันแล้วตอนท่านป่วยหนักจะไม่แตะ  จนท่านเริ่มแข็งแรงพวกข้าก็ดื่มๆกันให้คลายหนาวเท่านั้น  ไว้ท่านแข็งแรงเหมือนเมื่อก่อนพวกข้าค่อยกินแบบหัวราน้ำ"  นิฮงโกเป็นคนอธิบาย  สามคนยื่นคำขาดว่าจะไม่แตะเหล้าตอนเจ้านายป่วย  ส่วนตอนนี้ผ่อนผันลงเพราะเจ้านายเริ่มแข็งแรงและที่ดื่มนี่คือไม่ใช่เพราะอยากกิน  แต่ดื่มเพราะอยากให้ร่างมันอบอุ่นก็เท่านั้น

                         "แต่ฉันจะป่วยหรือไม่ก็ไม่ต้องสนก็ได้นี่  ยังไงก็กินได้ตามปกตินะ"

                         แต่สามขาเหล้ารวมทั้งทาโร่ทาจิส่ายหน้าหวือแสดงความเด็ดขาดว่าจะไม่ทำแบบนั้น  โห...นี่ถ้าทำให้พวกนายยอมหยุดกินเหล้าได้นี่ฉันน่าจะป่วยติดๆกันดีไหมนะ  จะได้ไม่เปลืองแล้วเอาเหล้าส่วนพวกนายไปขาย...แต่ไม่ดีๆ  ป่วยติดต่อกันไม่ใช่เรื่องดี

                         จิโร่ทาจิกระวีกระวาดจัดแจงที่นั่งให้นาย  พลางบ่นว่าเรือนพวกตนตอนนี้ไม่ค่อยสะอาดขออย่าได้ถือสา  ซึ่งทาโร่ทาจิก็ทำหน้าคล้ายจะบอกว่าจริงอย่างที่น้องชายว่า  แต่โปรดอย่าถามว่าทำไมเลยเถอะ

                         "แล้วท่านมีธุระอะไรที่ถ่อมานี่ล่ะ  ปกติถ้าไม่ได้เอาเหล้าทดลองมาให้ดื่มทดสอบรสชาตท่านก็ไม่ค่อยมา"  ไม่ได้น้อยใจหรอกนะ  พวกเขายินดีซะอีก  การมาให้เจ้านายเห็นพวกตัวเองเมาหัวทิ่มไม่ใช่เรื่องดี  อีกทั้งตัวไอฮาเนะไม่ชอบกลิ่นเหล้านักพวกเขาเลยคิดว่าการที่พวกตนกินกันเหม็นคลุ้งอาจทำให้เจ้านายสาวเวียนหัว  และยิ่งตอนนี้นางยังอยู่ในช่วงพักฟื้นคงไม่ดีนักหากจะได้กลิ่นเหล้า

                         แม้ไม่รู้ว่ามีผลอะไรหรือไม่แต่พวกเขาก็คิดว่าของพวกนี้ไม่ควรให้คนป่วยได้กลิ่นหรือได้ดื่มกิน  ซึ่งพวกเขาที่ไม่รู้จะทำอะไรได้  ก็ได้แต่แสดงออกแบบนี้เท่านั้นเอง

                         "อ๋อ  เรื่องนั้นน่ะ"  เธอเหลือบตามองมาเอดะด้านข้างที่นั่งตัวตรงแล้วโค้งศรีษะพลางกล่าวขอร้อง

                         "เป็นข้าเองขอรับ  ได้โปรดช่วยเหลือข้าเรื่องโอเดนตะซังด้วยเถอะขอรับ!"

                         "เอ้ะ?"

                         เด็กชายอธิบายรายละเอียดให้ฟังด้วยสีหน้าเศร้าๆ  เหล่าศาสตราทั้งหลายต่างเหลือบตามองกันฉงน

                         "ท่านอยากให้พวกข้าลากโอเดนตะซังกับโซฮายะซังมาร่วมดื่มด้วย  นั่นคือสิ่งที่ท่านต้องการใช่หรือไม่ท่านไอ?"  นิฮงโกที่พอจะเดาวัตถุประสงค์เจ้านายสาวได้เอ่ยถาม เพราะหากพากันมานี่แล้วมาคุยกับพวกตนก็คงไม่พ้นจะให้ช่วยเรื่องนี้อยู่ดี

                         "คิดว่าถ้าเหล้าเข้าปาก  คงคุยกันได้ง่ายกว่าน่ะสิจะเรียกว่าคุยเปิดใจในวงเหล้าก็ได้นะ"

                         "ฮะฮะ  ท่านไอกล่าวได้ถูก!  จิโร่ซังเข้าใจที่ท่านไอต้องการแล้ว!  วางใจเถอะ  จิโร่ซังจะไม่ทำให้ผิดหวัง!  ว่าแล้วก็เริ่มตั้งแต่เย็นนี้เลยเป็นไรไป!?"  สมเป็นจิโร่ทาจิที่ครื้นเครงดี  ความอารมณ์ดีของเขาน่าจะทำให้เจ้าดาบอึมครึมนั่นกล้าเปิดปากพูดได้บ้าง  แถมแถบนี้ไม่มีสัตว์  ไม่มีใครหวาดกลัวต่อพลังวิญญาณแบบนั้น  อีกทั้งก็ไม่น่าห่วงเพราะมีทาโร่ทาจิและนิฮงโกที่แม้จะดูเหมือนพึ่งพาไม่ค่อยได้ยามเมาเหล้าได้ที่  แต่ถ้าฝากเรื่องงานการเขาก็จริงจังไม่เอาแต่ดื่มเหล้าเมาอย่างเดียวแน่ๆ

                         ส่วนฟุโดกับจิโร่ทาจิ...ด้วยนิสัยพื้นฐานก็หวังว่าจะไม่ทำให้ต้องทะเลาะกันล่ะนะ

                         "แต่ถ้าเขาอึดอัดหรือเขาไม่อยากอยู่ต่อก็ปล่อยไปนะ  เดี๋ยวจะทะเลาะกันเปล่าๆถ้าไปฝืนเกินไปเป็นดีที่สุด"

                         "ขอรับๆ  ว่าแต่ท่านมาถึงนี่เพียงเพื่อพูดเรื่องนี้เหรอ?  ท่านใช้คนมาบอกหรือใครมาตามพวกข้าไปก็ได้นี่นา"

                         "ไม่เอาหรอก  ฉันเบื่อน่ะแล้วก็อยากเดินไกลๆบ้าง  กะว่าคุยเสร็จเดี๋ยวคงแวะเรือนทาจิแล้วคงยึดแถวนั้นเพื่อพักผ่อนหน่อย..."  คงเดินกลับไปเรือนหลักเลยไม่ค่อยไหวนั่นแหละ  คิดว่าอาจสลบเหมือดไปกลางทาง  ดังนั้นแวะที่เรือนที่พี่หมออยู่แล้วขอหลับสักพักก็ได้   "อีกอย่างหลังจากที่นอนซมกับที่ฉันไม่ได้เดินมาแถวนี้เลยนี่นะ  ไหนๆก็มาคุยแล้วเลยอยากมาดูว่าเป็นไงบ้างด้วยแหละ"

                         "พวกข้าก็เป็นแบบนี้แหล่ะขอรับ  ท่านไม่ต้องห่วงหรอก  ตอนนี้รักษาสุขภาพแล้วกลับมาแข็งแรงไวๆนะขอรับ  ส่วนเรื่องที่ไหว้วานพวกข้าจะทำเต็มที่เลยล่ะ!"

                         เมื่อได้คำมั่น  ไอฮาเนะก็ยิ้มอย่างโล่งใจเช่นเดียวกับมาเอดะ  ก่อนจะถูกทาโร่ทาจิที่เสนอตัวช่วยพาไปส่งที่เรือนทาจินำพาไป  ส่วนมาเอดะนั้นเมื่อว่างแล้วเด็กสาวเลยชวนให้เขามานอนกลางวันเป็นเพื่อนเล่นด้วยซึ่งเจ้าตัวก็ยิ้มและตอบรับอย่างยินดี

                         และเย็นวันนั้น...

                         โอเดนตะ  มิทสึโยะทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียวที่หลังจากทานข้าวที่โซฮายะยกมาให้เสร็จ  จู่ๆก็โดนโอดาจิและยาริลากไปดื่มเหล้าร่วมด้วย

                         ชายหนุ่มสารภาพว่านึกไม่ถึงและไม่เคยนึก  ขณะที่โซฮายะก็ถูกลากมาร่วมด้วยซึ่งผู้เป็นน้องของเขาก็ตอบรับด้วยความยินดี  ขณะรับจอกเหล้ามาดื่มลงคอรวดเดียว

                         ส่วนเขารึแค่ลองดมและจิบนิดหน่อยก่อนกระดกหมดรวดเดียวเช่นกัน

                         "เหล้าดี..."  ร่างสูงกล่าวชมเชย  เป็นเหล้าดีที่ไม่ได้ลิ้มรสมานานแม้จะไม่ใช่ขาดื่มแต่เขาก็พอแยกแยะได้ว่ารสชาตเหล้ามันแตกต่างกันขนาดไหน

                         "แน่ล่ะ  ท่านไอทำให้เชียวนะแถมขายดีเป็นเทน้ำเทท่า  ตอนนี้ฮงมารุของพวกเราเลยรวยน่าดูไงล่ะ!"

                         "โอ้ะ?  ท่านไอเนี่ยนะ?  แต่นาง..นางชอบดื่มเหล้ารึ?"  โซฮายะถามอย่างสงสัยแต่ดวงตาเปล่งประกาย  รายนี้แม้ไม่ใช่สายดื่มแต่ถ้ามีเหล้าดีเขาก็พร้อมจะกินดื่มอย่างเต็มที่เช่นกัน

                         "เปล่าๆ  ไม่ชอบดื่มและไม่เคยดื่มแต่ก็ยังทำออกมาได้  น่าตกใจจริงๆเนอะ!"  จิโร่ทาจิว่าแล้วหัวเราะเสียงดัง  ก่อนรินเหล้าเพิ่มให้พวกเขาอย่างรวดเร็ว

                         "ช่ายย  ทำออกมาดีแต่ไม่เคยดื่มแถมยังทำไว้นานโดยไม่บอกอีกกก..."

                         "เฮ้ๆ  ฟุโดเจ้าดื่มไปเท่าไหรน่ะ??"

                         "ข้า?  2ไห"

                         "ห้ะ!?"  สองศาสตราผู้มาใหม่พร้อมใจกันร้องเสียงดัง  พวกตนเพิ่งนั่งดื่มไปไม่นานเท่าไหร่แต่เจ้านี่ล่อไปแล้ว2ไหเหร๊อะ!!?  จะไวไปแล้วนะ!

                         "2ไหเหรอ!?  กินไปขนาดนั้นก็หมดไวสิ!"

                         ฟุโดมองหน้าโซฮายะที่ว่าอย่างขบขันขณะกระดกเหล้าเข้าปากต่อเนื่องอีกพักใหญ่  "กลัวอะไร!  นางให้พวกข้ากินได้เต็มที่ยามว่างงาน  จะกินเท่าไหร่ก็ได้นางมีให้กินเต็มที่อยู่แล้ว!!"

                         "เอ้ะ!?"

                         "ช่าย!!  เพราะงั้นก็เต็มที่เล้ย!!!"

                         "ดะ...เดี๋ยวๆ!!"  จอกโดนแย่งออกจากมือก่อนแทนที่ด้วยไหเหล้า  สองพี่น้องเหลือบตามองกันอย่างลนลาน  พวกเขาแค่ดื่มกินพอเป็นพิธีแต่ถ้าให้ดื่มยกไหรวดเดียวคงไม่ไหวหรอก  แต่ไม่ทันไรหนึ่งดาบใหญ่และหนึ่งยาริก็ย่องไปด้านหลังพวกเขา
และจัดการล๊อคคอ...

                         "อุ้บ!  เหวอ!  นี่พวกเจ้าทำอะไรเนี่ย!!?"

                         "ทำอะไร!?"  คนเมาสองคนย้อนถามเสียงสูงแล้วหัวเราะขำกลิ้ง  "มาวงเหล้าก็ต้องดื่มเหล้าสิ!!  พวกเจ้าน่ะมัวแต่ดื่มเช่นนั้นจะไปสะใจอะไรเล่า!  ต้องนี่!ดื่มยกไหนี่!  เอ้าอ้าปาก!!"

                         "เหวอ!!!"

                         "จิโร่เจ้าจะไปบังคับโอเดนตะซังกับโซฮายะซังไม่ดะ-!"  พี่ชายของดาบใหญ่กล่าวไม่ทันจบแต่สองศาสตราก็โดนไหเหล้ายัดเข้าปาก

                         "อ๊อก!!!"

                         สารภาพว่ามันน่าอนาถ...

                         อนาถจริงๆนะที่เห็นหนึ่งในห้าดาบใต้หล้าอยู่ในสภาพเหมือนคนขาดอากาศหายใจ  มือไม้ปัดป้องแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะคอโดนล๊อค  และเพราะไร้ทางเลือกจำต้องยอมอ้าปากดื่มเหล้าเข้าไปรัวๆอย่างไม่หยุดพัก  ฟากด้านคุณน้องชายก็มีสภาพไม่ต่างกันโชคยังดีที่นิฮงโกยังผ่อนปรน  ปล่อยเขาดื่มไปสักพักแล้วก็หยุด  ก่อนปล่อยคอให้โซฮายะสูดอากาศหายใจเข้าปอด  ผิดกับจิโร่ทาจิที่คล้ายจะฆาตกรรมทาจิหนุ่มอีกคนไปแล้ว  

                         ตึง!

                         ไหเหล้าถูกวางกระแทกพื้นเต็มแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นขณะที่ดาบใหญ่รีบเผ่นถอยออกห่างหนึ่งในห้าดาบใต้หล้าซึ่งบัดนี้หน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์เหล้า  สีหน้าอันถมึงตึงยังคงเป็นเหมือนเดิมแต่ตาดูลอยๆชอบกล

                         "พี่ข้า...คง...ไม่ไหวแล้ว"  โซฮายะมองผู้เป็นพี่  เห็นแววตานั้นก็เข้าใจดีว่าอีกไม่นานคงจะน๊อค  แต่เดิมก็ไม่ใช่พวกชอบดื่มสุรา  แค่ดื่มกินเป็นพิธีดังนั้นถ้าดื่มไปขนาดนี้สติก็คงจะหลุดลอยไปในไม่ช้า

                         "ข้าว่าเจ้าก็ไม่ต่างกันนักหรอก"  ฟุโดว่าแล้วยิ้มขำ  สองทาจิหน้าแดงด้วยฤทธิ์น้ำเมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ส่วนคนที่ถูกฝากฝังว่าให้ห้ามปรามสามหน่อได้แต่ยกมือกุมขมับยามเห็นสีหน้าของสองดาบทาจิที่ถูกลากมามอมเหล้าหวังให้คุยเปิดใจ  ซึ่งตอนนี้อย่าว่าแต่จะคุยเปิดใจเลย  แค่คุยกันให้รู้เรื่องแบบปกติยังไม่รู้ว่าจะคุยกันได้หรือไม่ด้วยซ้ำ

                         และดูเหมือนคนลงมือกับทั้งคู่จะไม่รู้สึกผิดกับการเห็นสีหน้า  เอาแต่ร่วมหัวเราะไปกับฟุโดอย่างชอบใจไปกันใหญ่

                         ข้าขอโทษนะท่านไอ...แต่ท่าทางแผนพูดคุยเปิดใจในวงเหล้านี้ดูจะไม่เข้าท่าแล้วล่ะ




                         "เอ้ะ?"  ไอฮาเนะที่รับฟังรายละเอียดงานต่างๆของฮาเซเบะเสร็จสิ้นได้แต่ร้องอุทานหลังได้ยินเรื่องราวของเมื่อคืนโดยนายทาสได้แต่สาธยายว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังถามเรื่องเมื่อคืน  นั่นเพราะยามเช้าแบบนี้ดาบพวกนั้นคงไม่ฟื้นสติโดยง่าย  ดังนั้นนายทาสผู้ดูแลเรือนทั้งหลายคงทราบความเป็นไปได้ดีที่สุด  ฉะนั้นเขาย่อมตอบข้อสงสัยได้ทั้งหมดหากไอฮาเนะอยากรู้อะไร  "ไม่ได้คุยเพราะโดนมอมเหล้าจนคุยไม่รู้เรื่อง?"

                         "ขอรับ  พวกนั้นโวยวายกันมากแต่ทาโร่ทาจิเดินไปตามข้าให้ช่วยหาคนไปพาโอเดนตะและโซฮายะกลับไปยังห้องพักพวกเขาขอรับ"

                         เมื่อคืนค่อนข้างดึกดื่นแต่ขาเหล้าก็ไม่สนใจ  เป็นที่ทราบกันดีว่าหากกินดื่มละก็แค่เที่ยงคืนเจ้าพวกนี้ก็ยังไม่หยุดอยู่ดี  ทว่าฮาเซเบะดูประหลาดใจที่เห็นทาโร่ทาจิมาหาถึงห้องพัก  เขาขอร้องให้หาคนนำพาร่างของสองทาจิที่สลบเหมือดเพราะฤทธิ์เหล้ากลับไปห้องหน่อย  เพราะเขาตัดสินใจว่าจะจัดการสามขาเหล้าให้เลิกดื่มกันเสียที

                         "อากาศมันก็หนาวพอควรแล้ว  กว่าข้าจะจัดการให้สามคนนั้นหยุดคงจะนานพอควร  ข้าเกรงว่าพวกเขาจะป่วยดังนั้นโปรดหาคนไปช่วยพาพวกเขากลับเถอะ"

                         เห็นโอดาจิมาขอร้องด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า  ฮาเซเบะจึงคิดว่าเขาคงเหนื่อยกับการรับมือกับน้องชายและอีกสองศาสตรา  ซึ่งนายทาสตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากโอเทกิเนะและทมโบกิรินั่นแหละ  เนื่องจากอยู่ใกล้สุด

                         นายทาสเล่าว่าเขาตกใจที่เห็นสองทาจิในสภาพนั้นมากๆ  จนเข้าใจเลยว่าทำไมทาโร่ทาจิต้องไปขอความช่วยเหลือ

                         "หน้าพวกเขาแดงก่ำ  ผมเผ้ายุ่งเหยิงเสื้อผ้ายับยู่ยี่มีเสื้อผ้าของพวกเขาบางคนจำต้องถูกถอดออกเพราะเลอะอ้วก  ขณะที่สีหน้าดูเหมือนจะเป็นจะตายให้ได้  ซึ่งข้าเหลือบไปเห็นไหเหล้าที่วางกองข้างพวกเขาคนละ4ไห"

                         "4?"

                         "คนละ 4ไห  ขอรับ  จากการสอบถามข้าได้ยินมาว่า  จิโร่ทาจิและนิฮงโกล๊อคคอพวกเขาแล้วจับไหเหล้ายัดเข้าปากคนละ 4ไหขอรับ"

                         ไอฮาเนะยกมือปิดปากคิดสภาพออกว่าเป็นยังไงโดยไม่ต้องมีคนเล่า  "จำไม่ได้ว่าให้มอมเหล้านะ"

                         "คงเห็นว่าเป็นผู้ชายตัวโต  ดื่มไปแค่นิดหน่อยคงไม่เมาง่ายและพวกนั้นมองว่าไม่เร็วทันใจก็เลยจับยัดเข้าไปทั้งไหน่ะขอรับ"  ฮาเซเบะรายงานแล้วนึกปวดหัวไม่แพ้กัน  ทั้งที่บอกว่าให้คุยเปิดใจในวงเหล้าแต่นี่มันมอมเหล้าให้น๊อคชัดๆ

                         "แล้วสภาพพวกนั้น?"

                         "ดูอิดโรยและมีอาการมึนหัวขอรับ  แต่โดยรวมอย่างอื่นปกติดีตอนนี้ปล่อยให้นอนพักกันอยู่คาดว่ายามสายคงฟื้นสติ"

                         "อืมๆ"

                         "ท่านจะลงโทษอะไรพวกเขาหรือไม่?"

                         "อ่า...ฉันเป็นคนขอให้พวกนั้นช่วยลากสองคนนั่นไปดื่มเหล้าแล้วคุยน่ะ  ถึงจะผิดพลาดแต่คนขอให้ช่วยมันฉันดังนั้นไม่ต้องหรอก  แค่บอกไปว่าไม่ต้องลากพวกนั้นไปดื่มแล้วก็พอ  และก็ให้ทำความสะอาดเรือนของตัวเองด้วยก็แล้วกัน"

                         "ขอรับ  เช่นนั้นข้าขอตัว"  เมื่อลับร่างคุณนายทาส  ไอฮาเนะถึงกับก้มหน้าฟุบโต้ะด้วยความปวดกบาล

                         "กะให้เปิดใจแท้ๆ  แต่นี่...จะกลายเป็นแค้นฝังใจรึเปล่าเนี่ย..."

                         และได้ยินมาว่าหลังจากนั้นสองทาจิต่างพยายามหลีกหนีสามศาสตราขาเหล้าอย่างเอาเป็นเอาตาย  ส่วนมาเอดะก็กลับไปห่อเหี่ยวดังเดิม  เฮ้อ...




                         เวลาผ่านไป...ไอฮาเนะเริ่มกลับมาแข็งแรงเหมือนปกติไม่ค่อยมีอาการง่วงหรือเหนื่อยง่ายอีกต่อไป  บรรยากาศที่แสนตึงเครียดรอบฮงมารุก็เบาบางลง  ทาจิหนุ่มสัมผัสได้เลยว่าสีหน้าที่เครียดถมึงตึงของศาสตราน้อยใหญ่ผ่อนคลายลงอย่างมาก  และรอยยิ้มก็เริ่มกลับมาแต่งแต้มบนใบหน้าของพวกเขาและไม่ช้าเสียงหัวเราะก็ได้ยินไปทั่วทุกที่

                         โอเดนตะชินชากับภาพที่เหงาหงอยไปทั่วเรือน  แต่ยามนี้เสียงวิ่งเล่นและเสียงรื่นเริงมีอยู่ทุกที่  คล้ายกับว่าช่วงเวลาแห่งความเงียบสงบวังเวงและอึมครึมได้ผ่านพ้นไปหมดแล้ว

                         ตัวชายหนุ่มเองหลังจากวันที่โดนบีบให้ดื่มเหล้านั้นก็ได้แต่ขยาดไม่แตะน้ำมึนเมาเหล่านั้นและหนีให้ห่างจากสามศาสตรานั่นสุดชีวิต  ตัวเขาและน้องต่างหวาดผวา  ยังจำสภาพตัวเองได้ดีว่าเป็นอย่างไรแม้จะไม่มีอาการที่เรียกว่าเมาค้าง  แต่สภาพที่ปวดหัวหนึบจนแทบลุกไม่ขึ้นนั้นทรมานเป็นอย่างยิ่ง

                         เมื่อนึกถึงสภาพตัวเองที่ทรมาน  โอเดนตะก็นึกฉงนใจไม่น้อยเลย

                         "ปลด!"  เสียงใสของสาวน้อยดังก้องขึ้นก่อนร่างของชายหนุ่มในรูปลักษณ์ของกายศาสตราจะกลับคืนสู่กายเนื้อ...
นี่เป็นอีกวันที่ตนได้ถูกนายสาวฝึกซ้อมให้กลายเป็นศาสตรา  นางพูดว่าไม่ได้ทำแบบนี้มาเป็นเดือนแล้วและนี่เป็นครั้งแรกในรอบเดือนเหล่านี้ที่ได้กวัดแกว่งศาสตราผู้มาใหม่

                         "ไงโอเดนตะฉันใช้นายได้โอเคไหม?"  เด็กสาวถามยิ้มๆ  แก้มนวลยามนี้กลับมามีเนื้อหนังเปล่งปลั่งและสีหน้าก็ดูมีเลือดฝาด  ผมสีดำที่เป็นสีหมึกก็เริ่มเงางามหลังยามตอนนางป่วยมันช่างดูแห้งและชี้ฟูดูไม่เรียบร้อย  สภาพของนางในตอนนี้กับเมื่อหลายเดือนก่อนช่างดูผิดตายิ่งนัก

                         "อา...เจ้าทำได้ดี"

                         โอเดนตะยอมรับว่าวูบหนึ่งรู้สึกยินดีที่ตนได้ถูกใช้ในฐานะอาวุธ  ในฐานะศาสตราอย่างแท้จริงไม่ใช่แค่ของประดับหรือสิ่งของที่ต้องถูกเก็บปิดผนึกในโรงเก็บของ  ยามนี้ตัวของเขาได้ถูกใช้อย่างแท้จริงดังนั้นลึกสุดในใจจึงยินดี

                         มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่ตัวเขานั้นมีดีแค่รักษาอาการเจ็บป่วยและมีไว้สำหรับขับไล่โรคภัย  นอกเหนือจากนั้นก็ต้องถูกผนึกเพราะมีอำนาจที่แข็งกล้าทำให้เหล่าสัตว์น้อยใหญ่พากันหวาดกลัว

                         เห็น...รอยยิ้มที่ยิ้มแย้มอย่างชอบใจประกอบกับภูมิใจที่คล้ายเย้ยตัวเขาได้ว่า  ไงล่ะฉันใช้นายได้นะเห็นไหมล่ะ?  
ซึ่งก็พอเข้าใจนะ  เพราะชายหนุ่มก็ยอมรับว่าตกใจ...มันไม่น่าเชื่อเลยที่มือเรียวเล็กนั้นจะกวัดแกว่งตัวเขาที่เป็นทาจิได้คล่องแคล่ว 

                         "งั้นรึๆ  แต่การเคลื่อนไหวฉันยังฝืดอยู่  คงต้องฝึกกันไปอีกหน่อยล่ะนะ  อืม...ขอพักอีกหน่อยแล้วค่อยโหมฝึกร่างให้กลับมาตามปกติละกัน  ถึงตอนนั้นคงทำอะไรได้คล่องมากกว่านี้แล้วล่ะ"  นางว่าอย่างยินดี  ตัวนางที่แข็งแรงจนจับดาบออกต่อสู้ได้แล้วนั้นดูลิงโลด  นางบ่นเสมอว่าช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมานางเสียมันไปโดยใช่เหตุ

                         เมื่อนึกถึงตรงนี้โอเดนตะที่เคยคิดอย่างสงสัยมานานจึงเปิดปากถามตามตรง

                         "ข้าขอถามหน่อยได้หรือไม่?  ข้านั้นทราบจากอิชิคิริมารุและคะชูว่าเจ้าอ่านบันทึกเรื่องราวของดาบทุกเล่มที่มีแล้ว  ซึ่งเจ้าก็ควรรู้ประวัติของข้า..."

                         "อืม  ใช่"

                         "เช่นนั้นทำไมเจ้าไม่สั่งให้ข้า...หมายถึงไม่ใช้ข้าในการขับไล่โรคภัยเจ้าเล่า?  อย่างไรก็ตาม ข้าจะมีประโยชน์ขึ้นมาก็เมื่อมีคนป่วยนี่...ไม่ใช่หรือ?  การเจ็บไข้และภูตผีต่างก็หวาดกลัวข้า เจ้าเองที่ทราบเรื่องนี้ดีทำไมไม่ใช้ประโยชน์เสียล่ะ?"

                         ไอฮาเนะนิ่งไปก่อนตีหน้าคิดชั่วครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปากตอบ  "แล้วทำไมฉันต้องทำแบบนั้นล่ะ?  ตัวนายเองมีประโยชน์ด้านนั้นแต่เวลาพูดดูไม่ได้เต็มใจอยากจะให้ถูกใช้แบบนั้นเลยนี่นา  ถ้าเป็นแบบนั้นละก็จะไม่บังคับหรอก  อยากจะมาก็มา  อยากจะไม่ทำอะไรก็ไม่ต้องทำ  ที่นี่ไม่มีการบังคับใครให้ทำอะไรแบบนั้นหรอกนะ  หากคิดจะทำสิ่งใดก็ขอให้ทำด้วยใจของนายเอง  นายต้องตัดสินใจว่าจะเอายังไง  ฉันสั่งนายไปตลอดไม่ได้หรอก"

                         "แต่เจ้าเป็นเจ้านาย..."

                         "เจ้านายที่จะสั่งยามรบ  แต่ยามปกติก็จงใช้ชีวิตของตัวเองที่พึงพอใจซะ"

                         "ให้ข้า...ตัดสินใจด้วยตนเอง?"

                         "ใช่  จะอยากทำสิ่งใดก็ตัดสินใจเอาเอง  ไม่มีใครหน้าไหนบังคับนายได้หากนายไม่อยากจะทำแม้แต่ฉันก็ตาม  ที่พูดนี่เข้าใจไหม?"  ไอฮาเนะย้ำอีกครั้งสีหน้าจริงจัง  เธอไม่ค่อยสนเรื่องตำนานหรือประวัติของพวกดาบหรอก  แถมสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลกระทบต่างหาก  มันไม่ใช่โรคร้าย...ดังนั้นจะใช้พวกเขาได้ยังไงกัน

                         อีกอย่างคือ...ถ้าจู่ๆนอนอยู่แล้วหันมาเจอผู้ชายตัวโตนั่งหน้าถมึงตึงข้างฟูกนอน  เธอคงหลอนอ่ะ

                         โอเดนตะเงียบไปคล้ายนิ่งคิดแล้วค่อยเอ่ยตอบมาสั้นๆ

                         "อา..."  

                         เขาตอบสั้นๆและไม่พูดอะไรต่อ ไอฮาเนะที่ยังดูไม่ออกว่าเจ้าตัวคิดหรือรู้สึกอย่างไรจึงปล่อยเลยตามเลย  

                         ว่าโอคุริคาระรับมือยากแล้ว  รายนี้รับมือยากแล้วเหนื่อยกว่าเยอะเลยจริงๆ




                         เข้าฤดูหนาวอย่างเต็มตัวแล้ว  ทุกอย่างถูกย้อมให้เป็นสีขาวบริสุทธิ์  ช่วงนี้บ่อปลาคาร์ฟยังคงมีเด็กๆและศาสตราบางคนแวะเวียนไปมองดูพวกมันเป็นบางครั้งเพราะเป็นห่วง  แต่เมื่อเห็นพวกมันยังแหวกว่ายอย่างอิสระโดยไม่ได้รับผลกระทบใดๆกับสภาพอากาศอันหนาวเหน็บก็เบาใจ

                         ดังนั้นจะมีบ้างที่บางวันก็ออกมายืนดูพวกมันแหวกว่ายบนสะพานที่ถูกย้อมเป็นสีขาว

                         ดวงตาสีชาดของนายสาวจ้องมองดูพวกเขาอย่างนึกอิจฉา  ยามนี้เข้าฤดูหนาวเต็มตัวไอฮาเนะผู้ไม่ถูกกับความเย็นได้แต่ห่อตัวอยู่แต่ในผ้าห่มเอาแต่กอดกระเป๋าน้ำร้อนไว้แนบกาย  ด้านข้างก็มีนูเอะที่ขดตัวโอบล้อมร่างเพื่อให้ความอบอุ่น

                         เด็กสาวอยากออกไปดูด้วยแต่เพราะความหนาวเย็น  ร่างกายที่แม้จะแข็งแรงดีแต่ก็ยังทนไม่ค่อยไหวกับความหนาวเหน็บได้แต่พันธนาการให้เธออยู่แต่ในเรือน  ไอฮาเนะอยากออกไปดูพวกปลาทว่าพวกศาสตราส่วนใหญ่บ่นห้ามเนื่องจากกลัวเธอจะกลับไปป่วย  

                         พวกเขาบอกว่าจริงอยู่ที่ตนนั้นออกรบและทำอะไรได้มากขึ้น  ทว่าไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมร่างกายจึงไม่ถูกกับความเย็นขนาดนี้  อีกทั้งความเย็นยังส่งผลกระทบต่อร่างกายที่ยังปรับสมดุลอย่างไม่เต็มที่  พี่หมอกล่าวว่าเพราะการออกไปรบเพิ่มเติมทำให้พลังวิญญาณซึ่งกำลังปรับสภาพยังไม่เสถียรมากขึ้น  จริงๆอีกสักอาทิตย์สองอาทิตย์ก็น่าจะหายดีทั้งหมดโดยไม่ต้องห่วงอะไรอีก  แต่ยังไงช่วงนี้ต้องระวังตัวเองเพราะถ้าร่างกายปรับสภาพไม่ทันแถมอากาศก็หนาวเหน็บคิดว่าน่าจะส่งผลให้ป่วยได้ง่าย  ฉะนั้นอย่าโดนความเย็นมากๆน่าจะดีที่สุด

                         "ฉันก็แข็งแรงดีนะ..."  เด็กสาวบ่นพึมพำ  สารภาพว่าช่วงเวลาว่างเธอจะฝึกฝนโดยการสร้างเพลิงเบาบางมาห้อมล้อมร่างตัวเอง  สร้างพื้นที่เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย  ซึ่งก็ทำได้แหละแต่พอลองเอาเดินในหิมะที่ทับถมจนหนามันก็ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ 

                         ดูเหมือนการจะควบคุมพลังให้เสถียรกว่านี้ยังต้องฝึกอีกสักนิด

                         ไอฮาเนะพ่นลมหายใจสีขาวออกมาเริ่มขยับปรับท่าทีก่อนปรือตาลงเพื่อนอนหลับ  ช่วยไม่ได้ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ระหว่างที่รอคอยคนอื่นยามเขากลับมา  เธอขอนอนรอไปก่อนละกัน

                         จะว่าไป...ทำไมรู้สึกปวดหนึบบริเวณศรีษะนะ?  เอ...ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยนี่นา    แถม...ยังอุ่นๆด้วย...  คงไม่ป่วยหรอกมั้ง?

                         คิดไปงั้นก่อนจะหลับตาลง

                         ไม่ช้าเมื่อความมืดมิดปกคลุมแก่สายตาเด็กสาวก็ใช้เวลาไม่นานก็หลับลึกทันที  ส่วนเจ้านูเอะหลังเห็นเจ้านายสาวหลับไปมันก็ทอดศรีษะราบพื้นแล้วหลับตาลงไปด้วย 

                         ทางด้านทันโทวที่เดินเล่นดูปลาที่แหวกว่ายพอใจแล้วจึงกลับเข้ามาในเรือนหลักก่อนตาโตแล้วหันไปจุ๊ปากใส่กันหลังเห็นนายสาวหลับอยู่  เมื่อเห็นท่าทางแสนสบายนั้นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้  พวกเขาเองก็กะจะเข้าไปเพื่อหาที่นอนด้านข้างด้วยเพราะก็นอนเล่นเป็นเพื่อนนายสาวประจำ

                         ทว่า

                         "อ้าว  ท่านไอล่ะ?"  ยะเก็นร้องถามอย่างสงสัยหลังเห็นน้องๆมุงกันอยู่แถวระเบียงทางเดิน  นึกประหลาดใจว่าทำอะไรอยู่ทำไมไม่เข้าไปด้านในกันเสียล่ะ

                         "หลับอยู่น่ะพี่ยะเก็น  มีอะไรหรือ?"  อาคิตะหันมาตอบเสียงเบา  เขาทำท่าเคร่งเครียดคล้ายกับว่าจะบอกให้ผู้เป็นพี่เบาเสียงลงจะได้ไม่รบกวนนายสาว  เป็นยะเก็นที่ยิ้มให้อย่างเอ็นดูในความใส่ใจของพวกน้องๆ

                         "อากาศเริ่มเย็นลงอีกแล้ว  ถ้าหากท่านไอยังไม่หลับข้าจะมาพาท่านกลับไปนอนที่เรือนน่ะ"

                         อากาศเริ่มเย็นลงก่อนจะเข้าใกล้วันปีใหม่  ดูเหมือนอุณหภูมิจะลดลงอีกดังนั้นสำหรับไอฮาเนะที่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่และแพ้สภาพอากาศหนาวจำต้องพาไปนอนพักในที่ซึ่งอบอุ่นกว่านี้  

                         อาจจะขัดใจนางแต่นี่น่าจะดีกว่า  เกิดป่วยขึ้นมาอีกคงวุ่นวาย

                         "ว้า  ท่านไอเพิ่งหลับไปเอง"  มิดาเระพูดอย่างเสียดาย  เขาชี้ให้ยะเก็นที่ชะโงกหน้าเข้าไปดูสีหน้ายามหลับของนายสาว

                         "งั้นคงต้องอุ้มพาไป  ข้าไม่ให้นางมานอนตรงนี้แล้วเป็นหวัดหรอก  อืม...ข้าน่าจะอุ้มไปได้ล่ะมั้ง"  ทันโทวว่าพึมพำขณะเดินเข้าไปใกล้  คิดว่าจะปลุกดีหรือไม่แต่ท้ายสุดก็คิดจะช้อนตัวนางยกขึ้นแต่ยามเมื่อมือไปสัมผัสกับแผ่นหลังบางเขาต้องชะงัก

                         "ร้อน?"  ยะเก็นพึมพำแล้วย่นคิ้วพลางยกฝ่ามืออังหน้าผากก่อนตาโต  "ป่วยจนได้สินะ"  เขาพูดอย่างระอา  พลางหันไปมองน้องๆที่กำลังมองตรงมาอย่างกังวล  ทันโทวหนุ่มคิดอย่างรวดเร็ว  เขาควรกลับไปเอายาแต่ก็ต้องพานายสาวออกไปจากนี่  ที่เรือนของนางมีการวางอาคมเพื่อกำหนดอุณหภูมิให้คงที่อยู่แล้วดังนั้นน่าจะดีกว่า...

                         "ข้าต้องกลับไปเอายาแต่ต้องพาท่านไอไปเดี๋ยวนี้!  ส่งคนไปตามอิชิคิริมารุมาหน่อย!  ส่วนคนอื่นไปบอกให้ศาสตราอื่นนำพวกผ้าชุบน้ำและกะละมังไปที่เรือนของท่านไอ!"

                         "ขะขอรับ!"

                         "แต่พี่ยะเก็นต้องกลับไปเอายานี่นา!  แบบนี้จะดีหรือ?  อาการท่านไอไม่หนักใช่ไหมขอรับ!?"

                         "ตรงนี้ไม่มีศาสตราคนไหนที่พอจะอุ้มนางกลับเรือนได้ไหวแล้วนี่นา"  พวกทันโทวที่อยู่ตรงนี้ก็ผอมบางร่างน้อย  นำพาร่างของนายสาวที่ตัวโตเท่าตนไปไม่ไหวหรอก  ว่าแต่ไม่มีศาสตราคนไหนเลยรึ

                         พลันมาเอดะที่อยู่ด้วยก็หันซ้ายขวาหวังหาคนมาช่วยเหลือก็สะดุดตาเข้ากับร่างสูงพอดี

                         "โอเดนตะซัง!!!"  เด็กชายร้องตะโกนอย่างดีใจแล้วรีบวิ่งไปใกล้  ส่งเสียงร้องขอให้หยุดจนทำให้ชายหนุ่มประหลาดใจ  ตัวเขาที่เพิ่งกลับออกมาจากการลองออกไปเดินเล่น  คิดจะกลับไปนอนพักในห้องของตนเองต้องหยุดชะงักเมื่อถูกเรียกตัวไว้

                         "มีอะไรรึ?"

                         "ช่วยด้วยขอรับ!  ตอนนี้ท่านไอป่วยขึ้นมา!  พี่ยะเก็นต้องกลับไปเอายา!แต่ว่าต้องพาท่านไอกลับเรือนเดี๋ยวนี้เลยและตอนนี้ไม่มีใครดังนั้น!  ขอร้องล่ะขอรับ!  โอเดนตะซัง!"  เด็กชายขอร้องด้วยใบหน้าเหมือนจะร้องอยู่ร่ำๆ  ฟากทาจิหนุ่มถึงกับอึ้งไป

                         "นำทางไปสิ"  โอเดนตะยอมรับว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ไม่รู้ถึงได้ตอบรับที่จะช่วย  เขาก้าวไล่ตามมาเอดะไปก็พบกับยะเก็นที่เตรียมอุ้มร่างของเด็กสาวผู้นั้นขึ้นมา  ทันโทวนั่นดูตกใจแต่เมื่อเห็นเขาก็ร้องบอกทันที

                         "เจ้าพาท่านไอกลับไปที่เรือนได้ใช่หรือไม่"

                         "อา..."

                         "รีบด้วยล่ะ  ข้าไม่อยากให้ร่างกายนางโดนความเย็นเพิ่ม"  ว่าจบก็แทบจะยัดร่างคนเป็นนายใส่อ้อมแขนอย่างไม่ถามอะไรสักคำ  ฟากโอเดนตะก็ไม่รีรอพอรับรู้ถึงร่างกายที่ร้อนเพราะพิษไข้เขาก็รีบก้าวยาวๆดิ่งกลับไปเรือนซานิวะโดยมีมาเอดะคอยวิ่งไล่ตามไปติดๆ  ขณะที่ยะเก็นก็พุ่งกลับไปที่ห้องของตนหยิบเอาพวกอุปกรณ์การแพทย์และยามา

                         เรียกว่าครู่เดียวทุกอย่างก็วุ่นวาย  เรือนซานิวะกลายเป็นเรือนที่มีศาสตราหลายคนมากระจุกรวมกันแน่นในพริบตาเดียว  ก่อนจะโดนโอดาจิที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนบิดามาไล่ให้กลับไปเพราะเรือนต้องการความสงบสำหรับพักผ่อน

                         "อาการท่านไอไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงคงเพราะอากาศเย็นลงนางเลยป่วยขึ้นมา  แต่ได้รับยาแล้ว  เหลือแค่พักผ่อนคิดว่าผ่านคืนนี้ไปก็ไม่น่าเป็นห่วงอะไร  อย่าลืมสิว่าฮงมารุแห่งนี้ได้รับพรจากเทพอินาริ  ขอแค่นางอยู่ภายใต้เรือนแห่งนี้ยังไงก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก  ดังนั้นกลับไปทำงานตามหน้าที่หรือไปพักเถอะ  ที่นี่เหลือไว้แค่เฉพาะคนที่ต้องเฝ้าประจำวันก็พอ"

                         นั่นแหละจึงแยกย้ายกันไปได้..

                         โอเดนตะมองดูพวกพ้องร่วมรบที่เตรียมแยกย้ายกันไปและตัวเขาเองก็เตรียมจะกลับไปเรือนนอน  ทว่ากลับหยุดชะงักเขาขมวดคิ้วพลางนึกถึงเรื่องราวในครั้งก่อนได้

                         จะว่าไปตอนนางป่วยครั้งใดก็ไม่เคยเรียกตนเลย  และยามนางป่วยก็ไม่มีศาสตราคนใดเอ่ยปากในเรื่องนี้เว้นแค่โซฮายะที่มาถามไถ่ว่ามีใครมาเรียกหรือไม่  

                         ซึ่งก็ไม่มี  คล้ายกับว่าคนอื่นไม่เคยรู้เรื่องของเขา  แต่ในความเป็นจริงแล้วตัวจันทร์เสี้ยวที่รั้งตำแหน่งในเทงกะโกะเค็นเช่นเดียวกับตนย่อมต้องรู้เรื่องราวเหล่านี้บ้าง  แต่เจ้านั่นก็ไม่ปริปากไม่พูดจาอะไร  แม้แต่กับโอดาจิบ้านซังโจวก็เช่นกันราวกับว่าไม่จำเป็นต้องพูด

                         เหมือนอย่างที่นางเคยบอกไว้ให้คิดตัดสินใจเอาเอง

                         ดวงตาสีแดงเหลือบมองไปยังบานประตูที่กั้นพวกตนและร่างที่นอนหลับไว้เงียบงัน

                         อย่างไม่รู้ตัวที่ร่างของเขาหยุดการเคลื่อนไหว  ตัวเขาที่เตรียมก้าวออกไปนำพาร่างตัวเองกลับไปนั่งยังชานระเบียงอย่างเงียบเชียบโดยที่ไม่มีใครใส่ใจคล้ายกับว่าไม่เห็นเขามาแต่แรก  แต่โอเดนตะผู้ไม่ค่อยเข้าหาใครนั้นไม่ได้ใส่ใจเพราะใจเขาแค่ตัดสินใจบางอย่างไว้แล้วดังนั้นจะเกิดอะไรขึ้นก็จะไม่เปลี่ยนใจอย่างเด็ดขาด

                         อิชิคิริมารุยิ้มเจื่อนยามมองแผ่นหลังพวกพ้องศาสตรา  อดคิดไม่ได้ว่ายามนี้พวกตนเริ่มผูกพันธ์กับนายคนนี้มากเกินกว่าจะคิดเอาไว้  เขายิ้มอย่างดีใจที่อย่างน้อยความสัมพันธ์ของพวกตนไม่ได้ย่ำแย่เหมือนอย่างสมัยก่อน  ร่างสูงของโอดาจิหมุนตัวเตรียมเข้าไปดูอาการอีกหนแล้วคิดจะกลับไปพัก  พลันสายตาต้องสะดุดกับทาจิผู้เป็นหนึ่งในดาบใต้หล้า

                         "ทำไมเจ้ายังอยู่ล่ะโอเดนตะ?  ข้าไม่ได้อยากไล่อะไรหรอกนะแต่ว่าเจ้าเอง..."

                         ก็ไม่ได้อยากอยู่ใกล้นายไม่ใช่หรือ?  สมัยก่อนแม้จะเป็นเทงกะโกะเค็นแต่เขาก็ถูกเพิกเฉยหลายต่อหลายครั้งเพราะสีหน้าที่ไม่รับแขก  และด้วยเรื่องราวในอดีตที่ไม่น่าจดจำสำหรับเขานั้นทำให้ตัวชายหนุ่มยามโดนเรียกอัญเชิญมามักมีการกระด้างกระเดื่องต่อซานิวะในบางครั้งเช่นกัน

                         ดังนั้นการที่เขาจะเข้ากับไอฮาเนะได้นั้น  อิชิคิริมารุคิดว่าคงจะอีกนาน...

                         "นางป่วยไม่ใช่รึ"

                         "อืม  ใช่"  โอดาจิขมวดคิ้วหลังได้ยินคำพูดเปรยออกมา  ก่อนจะชะงักยามเมื่อนึกขึ้นได้  "นี่เจ้า..."

                         "นางพูดว่าให้ข้าตัดสินใจทำอะไรได้ด้วยตัวเอง  ดังนั้นนี่คือการตัดสินใจของข้าเองไม่เกี่ยวกับใครสั่งหรือผู้ใดมาขอร้อง"

                         "โอ้ะ?"

                         แล้วหลังจากนั้นผู้ที่เป็นถึงดาบใต้หล้าก็เงียบไป  เขานั่งอยู่จุดเดิมไม่ขยับเขยื้อนแล้วหันหน้ามองออกไปนอกเรือน  คงเหลือแต่อิชิคิริมารุที่ดูนิ่งอึ้งก่อนจะหลุดยิ้มแผ่วบางเบา

                         ....ข้าคงคิดมากไปเองเกี่ยวกับการจะสร้างความเชื่อใจระหว่างนางกับทาจิผู้นี้สินะ




                         วันรุ่งขึ้นเด็กสาวผมดำก็ฟื้นกลับมาเป็นปกติไม่มีอาการป่วยไข้แต่อย่างใด  ศาสตราทั้งเรือนดูยินดีและตาแก่จันทร์เสี้ยวยังคงทำหน้าที่อย่างแข็งขันในการขโมยตัวนายสาวออกไปนั่งชมวิวด้านนอกก่อนได้เวลาอาหารเช้าทุกครั้ง

                         ส่วนทาจิอีกคนที่รั้งตำแหน่งหนึ่งในใต้หล้าด้วยกันนั้นมาเยือนตอนเช้าหลังจากกลับไปยามเย็นเมื่อวาน  เขาหยุดฝีเท้าไม่ได้เข้าใกล้เรือนซานิวะมากไปกว่านี้เพราะสามารถมองเห็นร่างนั้นได้ถนัดตาจากที่ไกลๆ

                         เขาสังเกตเห็นสีหน้าท่าทางของเจ้าของเรือนที่ดูดีขึ้นมากกว่าเมื่อวาน  หากแต่ยามนี้ใบหน้านางดูบูดบึ้งนิดหน่อย  อาจจะเพราะคนแก่อีกคนที่เอาแต่หัวเราะและเอาตุ๊กตาหิมะรูปกระต่ายที่เจ้าตัวปั้นขึ้นแล้วแต่งแต้มด้วยใบไม้ให้ดูน่ารักมาหยอกเย้านาง

                         มิคาสึกินั้นยังคงหัวเราะยิ้มแย้ม  สีหน้าท่าทางเขาไม่ได้เสเเสร้งเหมือนแต่ก่อนตรงกันข้ามเขากำลังสนุกสนานกับการแกล้งนายสาว...

                         โอเดนตะเคยได้ยินมาแล้วว่าพระจันทร์ริคิดหมายปองนาย  และการแสดงออกของเขานับจากที่ตนมาเยือนยังเรือนนี้ก็เด่นชัดในทุกอย่าง  จะด้านการมอบสิ่งของหรือเทียวไปเทียวมาทั้งวันยามว่าง  ชายผู้นั้นแทบไม่ปล่อยเวลาไปโดยใช่เหตุ  

                         ใช่...จันทร์เสี้ยวเอาจริง

                         เขามองภาพตรงหน้าอีกสักพักก่อนชักเท้ากลับบ่ายหน้าไปยังเรือนหลักเพื่อทานอาหาร

                         ในเมื่อนางมีคนดูแลแล้ว  ดาบเช่นตนก็หมดหน้าที่...




                         โอเดนตะคิดว่าตัวเขามาที่นี่ได้ถูกใช้ในฐานะอาวุธแล้วก็เกินพอ  จะด้านการรบหรือโดนใช้ในฐานะศาสตราจริงๆก็พึงพอใจ  ทุกอย่างในเรือนก็ดีไม่ได้มีอะไรไม่เป็นมิตรและตัวเขาก็ยอมรับว่าค่อนข้างสบายไม่ได้โดนจับเก็บในโรงเก็บของเหมือนอย่างแต่ก่อนที่เคยร้องขอไป  นางเหมือนรู้ดีว่าตนไม่ชอบแม้ปากตนจะพร่ำบอกว่าควรเก็บแต่นางก็ไม่ยินยอม  ซ้ำยังสั่งห้ามไม่ให้ไปอยู่ซึ่งนั่นก็ดี  เพราะมันยิ่งทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อยๆที่ไม่ได้โดนปฏิบัติราวกับวัตถุสิ่งของไร้ชีวิตจิตใจ  แถมยังได้รับการดูแลดีไม่ได้โดนละเลย  แม้แต่ดาบน้อยใหญ่ที่ดูไม่สำคัญก็ไม่มีท่าทีอยู่อย่างเดือดร้อน  ทุกอย่างดูสะดวกสบายและทุกคนก็ร่าเริงมีความสุข

                         นานมากแล้วที่จะได้เห็นภาพแบบนี้  ซึ่งการได้เห็นภาพพวกนี้และการแสดงออกของพวกศาสตราในช่วงระยะเวลาที่ตนได้อยู่ก็ยืนยันระดับความสำคัญของนายหญิงและศาสตราได้ดี

                         ในเมื่อนางเป็นนายที่ดีและนางไม่ได้บีบบังคับให้ทำอะไรที่ไม่ชอบ...เช่นนั้นข้าก็ควรน้อมรับและทำตามที่นางสั่งในฐานะศาสตราที่ดี...

                         เขาคิด  คิดแบบนั้น...

                         "นายนี่ชอบเหม่อผิดคาดนะ"  แต่เสียงของเจ้าตัวดันดังขึ้นทางด้านหลัง  ตัวทาจิหนุ่มที่แหงนหน้ามองท้องฟ้าสะดุ้งนิดหน่อยก่อนหันขวับมอง

                         ไอฮาเนะยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง  ในมือถือถ้วยแก้วไว้ทั้งสองข้าง

                         "นั่นอะไร?"  เขาถามเพราะเห็นควันลอยกรุ่นเหนือแก้ว  สีสันของมันดูเข้มเหมือนสิ่งที่เรียกว่ากาแฟ  ชายหนุ่มไม่ได้ชอบมันนักแต่นายสาวเคยซื้อเก็บไว้เผื่อมีคนอยากดื่มแต่สีของเหลวในแก้วดูไม่เหมือนกับที่เคยเห็นมาก่อน

                         "โกโก้ร้อน  อากาศหนาวแบบนี้ดื่มของแบบนี้ก็ไม่เลวหรอกนะ"  เมื่อเห็นสีหน้าไม่เข้าใจเด็กสาวก็ยิ้มพราย  ยื่นหนึ่งในแก้วที่ถือมาไปให้  "ลองดูก็ไม่เสียหายนี่  วางใจเถอะฉันไม่จับมันยัดเข้าปากนายเหมือนพวกจิโร่ทาจิหรอก"

                         มือที่ยื่นไปชะงักค้างกลางอากาศแต่ครู่เดียวก็ยอมรับเอาแก้วนั้นมาถือ  สัมผัสร้อนของแก้วทำให้มือที่เย็นรู้สึกอุ่นขึ้น

                         "เจ้ารู้เรื่องนั้น?"

                         "ต้องถามว่ามีใครอีกบ้างที่ไม่รู้ต่างหากล่ะ"

                         โอเดนตะหน้าร้อนวูบรู้สึกอับอายอย่างบอกไม่ถูก  แต่ไอฮาเนะยิ้มขำ  เรื่องนี้เป็นที่ทราบกันทั้งเรือนและแน่นอนสามหน่อนั่นโดนเทศนาโดยใครหลายคนพอควรเลยล่ะ

                         "แต่เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าหัวเราะ  ต้องบอกว่าเป็นความผิดของฉันมากกว่า"

                         "เจ้าสั่งพวกนั้น?"

                         "ฉันบอกให้พานายไปดื่มเหล้าแล้วคุยเปิดอก"  ไอฮาเนะรีบแย้งไม่อยากโดนปรักปรำว่าเธอมอมเหล้าสองศาสตราให้อยู่ในสภาพนั้น  "ไม่ได้ให้มอมเหล้าจนดูไม่ได้  และฉันตกใจที่เขายัดเหล้าทั้งไหเข้าปากนายไปคนละ 4ไห  ไม่ได้เสียดายอะไรหรอกนะแต่เหล้านั่นมันก็แรงพอควร  คนอื่นดื่มเต็มที่ก็2ไหแต่ดื่มเรื่อยๆแต่นี่เล่นยัดทีเดียว 4 ไหรวดเนี่ยไม่เมาจนมีสภาพนั้นสิแปลก"

                         สีหน้าของโอเดนตะยังอยู่ในสภาพที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก  เขานึกสภาพตัวเองแล้วรู้สึกอนาถ

                         "เจ้าไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นซานิวะ  ข้าหมายถึงเจ้าไม่ต้องมาวุ่นวายหรือเดือดร้อนในเรื่องของข้า"

                         "คงไม่ได้หรอก  ก็มาเอดะทำหน้าเหมือนจะร้องแบบนั้นเพราะนายไม่ยอมเปิดใจสักที  เห็นแบบนั้นแล้วคงอยู่เฉยไม่ได้  แต่ก็นะรอบนี้ฉันทำพลาดไปจริงๆ  นึกไม่ถึงงเลยว่าจิโร่ทาจิจะเล่นแบบนี้"  เรื่องยัดเหล้าทั้งไหเข้าปากเนี่ยผิดคาดสุดๆไปเลย  สมเป็นจิโร่ทำอะไรเกินคาดดีชะมัด

                         "มาเอดะ?"

                         "โซฮายะและคนอื่นก็เหมือนกัน  พวกเขาบ่นว่าเมื่อไหร่นายจะออกจากห้องไปร่วมกับคนอื่นๆบ้าง  พวกเขาก็อยากรู้จักนายมากขึ้น"

                         "..."

                         "แต่มันก็แล้วแต่นายนั่นแหละ  ที่ให้พวกนั้นทำแบบนั้นก็เพื่อให้นายรู้สึกอยากจะพูดเปิดอกผ่อนคลาย  แต่ถ้ามันทำให้อึดอัดฉันก็ขอโทษด้วยละกัน  จะทั้งขอโทษที่เข้ามายุ่งกับขอโทษแทนพวกนั้นด้วย"  ว่าจบเธอก็ค้อมศรีษะลง  จนโอเดนตะเบิกตากว้างตกใจ

                         "หยุดนะ!  เจ้าจะมาก้มหัวให้ข้าทำไม!  เจ้าเป็นนายนะซานิวะ!"

                         "ทำผิดก็ต้องขอโทษ   แปลกตรงไหน?"

                         "แต่เจ้าเป็นนาย!"

                         "น่า   เจ้านายก็คน  คนน่ะทำผิดออกจะบ่อย  แต่สำคัญคือผิดแล้วต้องขอโทษ  และเมื่อขอโทษแล้วก็ต้องการคำยกโทษให้"

                         "อึก...ข้าไม่ได้โกรธและเจ้าไม่จำเป็นต้องขอโทษ"

                         "แต่..."

                         "ข้ายกโทษให้แล้ว!  เงยหน้าขึ้นเดี๋ยวนี้ซานิวะ!"  เขาร้องบอกอย่างลนลานหมดความน่าเกรงขามในฐานะหนึ่งในห้าดาบใต้หล้าอย่างสิ้นเชิง

                         ไอฮาเนะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างชอบใจ  ท่าทางของเขาน่าแกล้งไม่ต่างกับโอคุริคาระ  แต่คิดว่าทางนี้แกล้งได้ง่ายและสนุกกว่าเยอะ  "งั้นเพื่อเป็นการแสดงการขอโทษ  ก็ดื่มโกโก้นั่นซะ  มันเป็นสิ่งที่ฉันเอามาขอโทษนายเลยนะ"

                         สายตามองเจ้าของในแก้วอย่างไม่ไว้วางใจจนไอฮาเนะเกือบหลุดพรืดหัวเราะดังลั่น  อา...จิโร่...นายทำได้ดีในการสร้างความหวาดผวาให้ฟังลึกในใจเขานะ

                         "ไม่ได้วางยาอะไรไว้หรอก  ส่วนรสชาตมันก็พื้นๆนะไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่าลองจิบๆดูก่อนก็ได้"  ใจจริงอยากแกล้งอะไรเพิ่มเติมแต่เห็นท่าทีเช่นนั้นก็รู้สึกว่าแกล้งเขามากเกินไปคงไม่ดีนัก  สุดท้ายเลยแนะนำไปตามนั้นหลังเขายังไม่ไว้วางใจเท่าไหร่

                         โอเดนตะทำตามอย่างว่าง่ายค่อยใช้ลิ้นแตะๆขอบผิวด้านบน  หลังลิ้มรสได้ครู่หนึ่งจึงยกขึ้นดื่มอย่างระวัง

                         "อร่อย..."

                         "ดีจัง  นึกว่าจะไม่ชอบ  ฉันทำออกมาไม่ให้หวานมาก"

                         "เจ้าทำรึ?"

                         "ใช่  แต่ว่าเป็นของสำเร็จรูปแค่ใส่น้ำแล้วก็ชง  ถ้าอยากได้เพิ่มก็ไปในครัวสิ  มิทสึทาดะทำไว้เพิ่มพร้อมกับขนมยามบ่าย  คิดว่าพวกเด็กๆน่าจะชอบกันเยอะเลยล่ะ...."

                         "..."

                         "ถ้าว่างหรือเบื่อจะไปร่วมก็ไม่มีใครว่าหรอกนะ"  เด็กสาวกล่าวทิ้งท้ายแล้วนำพาร่างตัวเองเดินไปตามทางเดินอีกหน  บ่ายหน้าไปเรือนหลักคล้ายจะทำเหมือนอย่างเคยที่นอนเฝ้ารอทัพที่ถูกส่งไปด้านนอกกลับมา

                         นางรอเสมอแม้ว่าจะเผลอหลับไปแต่เมื่อตื่นขึ้นมาก็ร้องถามบ่อยๆ  บางครั้งพวกที่กลับมาถึงก็ตรงดิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็มานอนเล่นเฝ้ารอคอยให้นางตื่นขึ้นมา

                         ดวงตาสีแดงทอดมองร่างที่ก้าวเดินออกห่างไปอย่างเงียบเชียบ

                         และโดยไม่รู้ตัวที่เขาก้าวเดินตามนางไปใกล้ๆ

                         ....บางที...ถ้านางเผลอหลับไปจนไข้ขึ้นอีกหน...การมีดาบแบบข้าอยู่ด้วย..ก็คงทำให้นางไม่ป่วย

                         จริงอยู่ที่ว่าพระจันทร์หมายปองนางและกระเรียนก็เริ่มลุ่มหลงไม่ต่างกัน  หากแต่สองดาบนั่นไม่อาจทำอะไรได้

                         ไม่เหมือนข้า...

                         ถึงจะมีดีแบบนั้นทว่าครั้งนี้ข้าเริ่มดีใจที่ตัวข้าเองมีดีเช่นนั้น  ..แม้เมื่อก่อนจะโดนใช้เช่นนั้นประจำ  แต่รอบนี้ต่างไป  ข้ามีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร  อยากทำอะไรได้ทั้งหมดโดยไม่มีการบังคับและไม่ได้ถูกนำไปใช้เหมือนดั่งอดีต

                         ตัวข้าในยามนี้ที่มีสิทธิ์เลือก  เช่นนั้น...

                         ข้าก็จะเลือกทำตามใจตัวเองดูสักครั้งจะเป็นไรไป...




                         หลังจากนั้นดูเหมือนศาสตราสายเหล้าจะมีสมาชิกในการร่วมดื่มเพิ่ม  สองพี่น้องอย่างโอเดนตะและโซฮายะมาเยี่ยมเยือนเรือนโอดาจิและร่ำสุราร่วมด้วยเป็นบางครั้ง  ดูเหมือนพวกเขาจะขอแค่ไม่มอมเหล้าเหมือนอย่างคราวก่อนซึ่งสามหน่อนั่นก็รับปากอย่างดิบดี

                         ทว่า

                         "ท่านไอ!!! เจ้าพวกนั้นทำอีกแล้วขอรับ!!"

                         "เอ้ะ!!?  เดี๋ยว!?  พูดอะไรน่ะฮาเซเบะ!?"

                         นายทาสหมายเลขหนึ่งมีสีหน้าปั้นยากขณะอธิบาย   "เจ้าพวกนั้นมอมเหล้าพวกเขาอีกแล้วขอรับ!!"

                         "ห้ะ!  แต่พวกนั้นรับปากแล้วนี่!  และฉันก็ขอไว้แล้วว่าถ้าพวกเขาไม่อยากดื่มห้ามบังคับ!"

                         "มันก็ใช่ขอรับ!  พวกเขาก็ทราบดีแต่เจ้าพวกนั้นบอกพวกเขาว่าดื่มแค่จอกเดียวก็พอ!"

                         "แล้ว?"  จอกเดียวก็ไม่น่าเมาสิฮาเซเบะ  ต่อให้พวกนั้นคออ่อนแค่ไหนจอกเดียวก็ไม่น่าจะน๊อคนะ

                         ฮาเซเบะกัดฟันรายงานด้วยสีหน้าสงสารสองศาสตรานั่นอย่างสุดซึ้ง

                         "จริงอยู่ว่าพวกเขาจะไม่มอมเหล้าเหมือนอย่างคราวก่อนที่รับปากกับท่านและพวกโอเดนตะ!!  ทว่ารอบนี้พวกเขาเปลี่ยนจากไหมาเป็นจอกเหล้ายักษ์ที่ไปสั่งทำมาจากไหนไม่รู้!!  เรียกว่ารินแต่ละทีหมดไหกันเลยล่ะขอรับ!!!"

                         ฟากสองศาสตราที่รับปากขอว่าดื่มแค่จอกเดียว  พอเห็นจอกนั่นก็ได้แต่พูดไม่ออก  หลังจากโดนสายตาและรอยยิ้มกดดันให้ดื่มจนหมด...

                         และหลังจากนั้นก็เป็นอีหรอบเดิมเหมือนครั้งแรก

                         ไอฮาเนะได้แต่อ้าปากค้างก่อนค่อยๆเอนหน้าฟุบกับพื้นโต้ะแล้วส่งเสียงโอดครวญ

                         "ฉันจะแบนพวกนั้นไม่ให้ดื่มเหล้าสามเดือน!!"




***********************************************************************************************


-  เป็นเนื้อเรื่องที่อาจไม่สนุกหน่อยนะคะเพราะมันดูเอื่อยๆเนอะ?  ส่วนหนึ่งคงเพราะเป็นโอเดนตะเนี่ยแหละค่ะ  ตัวเขาเป็นพวกบุคลิกที่ค่อนข้างจะขรึมและดูไม่เข้าสังคมสุดๆ  ซึ่งบุคลิกของเขามันยากจริงๆที่แต่งออกมาให้ครื้นเครง  ดังนั้นในตอนนี้ที่แต่งเนื้อเรื่องออกมาจะเป็นช่วงเริ่มแรกที่มาหลังช่วงไอฮาเนะป่วย  ซึ่งช่วงนี้เราคิดว่าถ้าอิงตามประวัติเฮียคงเอามาเขียนอะไรได้บ้าง  และอะไรหลายอย่างที่เกิดในช่วงนี้จะได้ไปสอดคล้องตอนเนื้อเรื่องปัจจุบันที่เห็นว่าทำไมโอเดนตะยอมช่วยและฟังไอฮาเนะมากขึ้นค่ะ

-  สึกุโมะงะมิ  หรือ ทสึคุโมะงะมิ  (ภูติสิ่งของ)  เกิดจากสิ่งของต่างๆที่ไม่มีคนใช้งานมาอย่างยาวนาน  เราคิดว่าพวกดาบก็จัดอยู่ในพวกแบบนี้แหละค่ะ

-  ตอนแรกเราสับสนข้อมูลของโซฮายะกับโอเดนตะว่าใครพี่ใครน้อง  เพราะตอนดูจากอนิเมเหมือนโซฮายะเรียกโอเดนตะว่าพี่  แต่พอตอน zoku hanamaru  ช่วงตอนที่ 10 มั้ง  เขาแปลบทพูดของโซฮายะที่พูดตอนยกอาหารไปให้โอเดนตะว่าน้องๆน่าจะชอบ  คือน้องเนี่ยหมายถึงโอเดนตะเหรอ?  แต่ไปดูบทแปลคำพูดจากเว็บอื่นก็บอกว่าโซฮายะน่ะน้องโอเดนตะ  ซึ่งในเรื่องเรายึดว่าเขาเป็นน้องโอเดนตะละกันค่ะ  (ใครรู้ข้อมูลบอกเราหน่อยนะคะ  ผิดถูกได้แก้ไข)  เหตุที่คิดว่าเป็นน้องว่ากันตามเหตุผลส่วนตัวแบบตรงๆเลยนะคะ  เพราะว่าโอเดนตะหน้าแก่กว่าเราเลยยึดว่าเขาเป็นพี่ค่ะ!!!  (โดนตบ!!)

-  จากประวัติเฮียแกเคยเปรยไปก่อนหน้านี้ว่าโดนใช้ในแง่แบบนั้นบ้าง  และจากคำพูดที่อ่านดูเหมือนเฮียชอบประชดเหลือเกิน  เป็นต้นว่า
ข้าคือหนึ่งในห้าดาบใต้หล้า โอเดนตะ มิทสึโยะ นอกจากนามของข้าแล้วก็ไม่มีสิ่งใดน่าสรรเสริญ แต่เพราะเหตุนั้น ทำให้ข้าถูกเก็บรักษาอยู่ในคลังเก็บของ คิดว่าอย่างไรล่ะ ไม่มีผู้ใดคาดหวังจะใช้ข้าเยี่ยงอาวุธ จริงหรือไม่? ข้าเข้าใจดี เพราะใครๆต่างก็คิดเช่นนั้น

อา...อย่างไรก็ตาม ข้าก็เป็นเพียงเครื่องประดับ แม้ข้าจะผุอยู่ในฝักดาบ เจ้าก็คงจะไม่สนใจใยดี 

รู้สึกออกแนวประชดอ่ะ  แล้วก็ดูน้อยๆใจอย่างไรชอบกลไม่รู้แหะ  เรียกว่าแม้จะเป็นหนึ่งในห้าดาบใต้หล้าแต่สภาพเฮียแกดูน่าสงสารอย่างบอกไม่ถูกเรียกว่าต่างจากปู่พอควร

-  อีกอย่างเรารู้สึกว่าเฮียปากไม่ตรงกับใจอ่ะ  เอาแต่บอกว่าควรเก็บในโรงเก็บบ้างล่ะ  แต่พอส่งออกรบเนี่ยดันพูดมาว่า
ข้าไม่ชอบการต่อสู้ แต่ข้าก็จะไม่กลับไปที่คลังเก็บของเช่นกัน
จ้ะ...ไม่อยากกลับไปก็ไม่อยากกลับไปดิเฮีย  เอาจริงก็ไม่ได้ชอบใช่ไหมล่ะ  แต่ก็เอาแต่พูดว่าควรเก็บเฮียไว้แบบนั้นอ่ะ

-  ถ้าอ่านบทแปลโดยไม่ได้ดูอนิเมเลยจะรู้สึกเลยว่าบทพูดของเฮียแลดูเย็นชาไม่ต่างกับโอคุริคาระนัก  แต่พอเป็นอนิเมได้เห็นอะไรหลายต่อหลายอย่าง  มันทำให้เราคิดว่าเฮียน่ะน่าเข้าหาง่ายกว่าโอคุริคาระค่ะ  

-  เปรียบง่ายๆโอคุริคาระนั้นห่างเหินเย็นชามากๆส่วนหนึ่งคือตัวเขาเป็นมุเย์อิโต้  พวกดาบไม่มีลายเซ็นนายช่าง  ซึ่งสำหรับดาบการไม่มีลายเซ็นมันคล้ายกับไม่มีเอกลักษณ์หรือร่องรอยการคงอยู่ของช่างที่สร้างพวกเขา  ทำให้ตัวโอคุริคาระมองว่าตัวเขานั้นไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นของใครดังนั้นจึงรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องฟังคำสั่งใครทั้งสิ้น  เขาจำต้องแสดงออกว่าต่อสู้เพียงคนเดียวได้โดยไม่ต้องมีนาย  หากจำเป็นเขาก็เลือกจะตายโดยไม่เสียสละชีวิตอื่น  ดังนั้นสำหรับเขาที่ต้องการสู้คนเดียวจึงไม่ต้องการเพื่อนพ้องหรือเจ้านาย (แม้จะญาติดีกับโชวคุไดคิริก็เถอะ)

-  กรณีของโอเดนตะที่เขาเหินห่างเย็นชา  ตัวอนิเมแสดงให้เห็นชัดว่าทำไม  นั่นเพราะเขามีพลังวิญญาณที่แข็งกล้ามาก  เรียกว่าแค่ปรายตามองสัตว์เตลิดหมด  ม้าก็เกร็งนกก็หนี  ดังนั้นในบทแปลเขาเลยพูดว่าไม่อยากเข้าใกล้ม้ามากนัก  หรือตอนส่งไปทำไร่เขาก็พูดออกแนวว่าพวกนกมันเล็งมาที่ไร่แต่พอเห็นเขามันก็บินหนีเตลิดไปเลย  ซึ่งตรงนี้สอดคล้องกับประวัติเขานิดหน่อยค่ะ  ตัวเขานั้นแม้เป็นดาบในใต้หล้าแต่ก็โดนใช้แต่เรื่องการขับไล่ภูติผีหรือโรคภัย  ซึ่งเสมือนว่าตัวเขามีพลังบางอย่างที่เป็นอันตรายเลยโดนผนึกเก็บไว้  ฉะนั้นถ้ามีคนเข้าใกล้ไอ้พลังที่มีเนี่ยอาจไปทำร้ายใครเข้า

-  ดังนั้นเปรียบให้เห็นชัดคือโอคุริคาระเย็นชาเพราะยึดมั่นจะสู้เพียงตัวคนเดียวเลยไม่สนหัวใคร  แต่โอเดนตะถอยห่างเย็นชาเพื่อไม่ให้คนอื่นมาซวยยามอยู่ใกล้เพราะตัวเขาเอง  ดังนั้นถ้าถามว่าใครน่าเข้าใกล้กว่าก็ต้องโอเดนตะล่ะค่ะ

-  เรารู้สึกว่าเฮียน่ารักนะ  แม้จะดูเย็นชาแต่พออยู่กับมาเอดะก็ดูมุ้งมิ้ง???

-  อย่างที่เคยบอกไปเราโดนเฮียตกมาจากอนิเมภาคเครียด  สีหน้าแววตาตอนนั้นชวนให้สนใจที่จะดูและศึกษาว่านี่มันใครเนี่ย  ซึ่งตรงนี้เรามองว่าในช่วง zoku hanamaru  ตัวเฮียไม่ค่อยมีบทสู้เท่าไหร่  ดังนั้นในภาค  katsugeki  เหตุที่เฮียสามารถอาละวาดได้ระเบิดเถิดเทิง  จับคอดาบมารเหวี่ยงด้วยแรงกระบือนั่นอาจจะเอามาอิงกับที่เฮียแกโดนปิดผนึกตามประวัติเพราะมีพลังแบบนี้หรือเปล่า? (อันนี้ไม่แน่ใจนะคะ  เพราะภาคเครียดเนี่ยเฮียดูคลั่งยามสู้มากและไม่เคยเปรยเรื่องการโดนเก็บกลับเข้าโรงเก็บของ  อารมณ์แบบคุยได้ปกติไม่เก็บกดอะไรเหมือนน้องผ้าห่ม  แถมจริงจังกับงานด้วย  ดังนั้นที่แรงเยอะขนาดนั้นน่าจะอิงมาว่ามีพลังวิญญาณแกร่งมากเลยต้องปิดผนึกเอาไว้แต่เพื่อให้สื่อออกมาชัดเจน  เขาเลยทำมาเป็นแบบเฮียแรงเยอะ???)

-  เหตุที่เขียนให้เฮียโดนมอมเหล้าแบบนี้  คงเพราะนิสัยที่เข้าหาคนได้ยากประกอบกับเอาสัตว์มาช่วยเปิดใจก็กลัวจะไปซ้ำกับอนิเม  เราเลยเปลี่ยนมาเขียนเป็นเฮียโดนดึงไปกินเหล้าค่ะ  ก็อายุอานามก็เยอะแล้วนี่นาและเราคิดว่าถ้าเหล้าเข้าปากเฮียบ้างเฮียน่าจะเปิดใจอะไรได้มาก  เพราะเท่าที่ดูก็ไม่ใช่พวกปากแข็งอะไรแบบนั้นหรอก  ออกจะใจดีนะ?  แต่สามหน่อนั่นไม่รู้ลิมิตไงว่าเฮียคอแข็งเบอร์ไหน  เห็นจิบนิดหน่อยยังโอเคก็เลยจับให้ดื่มยกไหซะ  กะว่าถ้าเมาเดี๋ยวคงระบายออกมาตามประสาคนเมาแล้วสติไม่อยู่แหละ
แต่ผิดคาดไปหน่อยกลายเป็นทำให้เฮียแกน๊อคไปซะ

-  เรารู้สึกว่าเฮียน่ะเข้าหาง่ายเพราะคำพูดเนี่ยใบ้ชัดเจน  เรารู้สึกว่าต่อให้บอกแบบนั้นแต่มันเหมือนใบ้ว่าเฮียไม่ชอบที่จะโดนแบบนั้นนะ  ดังนั้นทางแก้ที่ดีคือไม่ทำตามที่แกบอก  อะไรที่แกบอกฝืนมันซะ  อย่างที่บอกไอฮาเนะว่าควรเอาเฮียไปเก็บก็ฝืนไม่เก็บเฮียแก  หรือแกเปรยว่าโดนใช้ในการขับไล่โรคภัย  ทางเลือกที่ดีจะดึงดูดความสนใจคือไม่ใช้เฮียแกซะ  เพราะกับดาบที่โดนใช้แบบนั้นมาตลอดมาเจอแบบนี้คงงงแหละ  แถมเฮียยังบ่นว่าเป็นแค่ของประดับคล้ายกับกรณีปู่  ไอฮาเนะเลยใช้เต็มที่สมใจไปเลย

-  อีกอย่างคือเพราะเฮียโดนใช้แบบนั้นจนพูดออกมาแนวประชดซึ่งเรารู้สึกว่าก็ไม่ได้ชอบ  ดังนั้นก็ให้ทางเลือกไปซะว่าเอาไงให้เฮียตัดสินใจเอาเองน่าจะดีกว่า  ดังนั้นเฮียที่เอาแต่โดนใช้แบบนั้นพอได้มาตัดสินใจเองน่าจะทำให้รู้สึกเหมือนมีอิสระและทางเลือก  ตัวเขาจึงยอมที่จะเปิดใจแล้วทำอะไรมากขึ้นน่ะค่ะ

-  จริงๆเราเขียนเนื้อเรื่องเรียบเรียงเป็นมุมมองของเฮียแกคนเดียวค่ะ  คือใช้ตัวเฮียเล่าเรื่องแต่เขียนไปเขียนมาแล้วไม่ค่อยโอ  เลยปรับบทเป็นแบบนี้ซะ

-  รายละเอียดผิดพลาดอะไรยังไงขอโทษด้วยนะคะ  มีอะไรชี้แจงกันได้นะคะจะได้แก้ไขกันให้ถูกด้วย  และถ้ามีคำติแนะด้านการเขียนหรือเนื้อเรื่องไม่สนุกยังไงก็บอกได้นะคะ  จะได้ฝึกปรับปรุงขึ้นอีกจ้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

719 ความคิดเห็น

  1. #620 JustAEcho (@JustAEcho) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 17:24
    โง้ยยย มาอ่านฟิคนี้แล้วชอบโอเดนตะมากขึ้นเลยค่ะ นี่ดูแต่ภาคเครียดแล้วรู้สึกว่าเฮียแกน่ากลัว แต่ในฟิคนี้เฮียน่ารักมากเลยค่ะ แนวหมีหน้าดุแต่ใจดี5555
    #620
    0
  2. #262 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 17:25
    ชอบแบบนี้นะคะ มุมมองสลับไปมา สำหรับเราเราว่ามันทำให้เข้าใจบริบทง่ายขึ้นนะ ชอบ side story แบบนี้จังค่ะ ยาวสะใจสุดๆ55555 เฮียโอเดนตะน่ารักดีออกค่ะ ถึงแรกๆจะดูหัวแข็งใช่ได้เลย เป็นเราจะให้น้องไอสร้างเรือนในห้องเก็บของเลยค่ะ เฮียติดใจไรเบอร์นั้นคะ55555 นี่ยิ้มหนักมากตรงช็อตที่เฮียบอกว่าตาแก่กับเกรียนทำแบบตัวเองไม่ได้... ขิงเก่งงงงง แอบไม่ชินน้องไอเวอร์ชันสิ้นฤทธิ์นิดหน่อย (สงสาร) รอตอนต่อไปค่ะะะ
    #262
    0
  3. #261 kuin326 (@kuin326) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 09:54
    ตอนนี้สนุกมากอะ โอเดนตะดูละมุนละไมขึ้นเยอะเลยค่ะ (●´з`)♡ชอบม๊ากมากกก
    แต่ว่าโอเดนตะนี่เป็นน้องของโซฮายะหรอคะ นี่เราเข้าใจว่าโซฮายะเป็นน้องมาตลอดเลย
    #261
    0
  4. #260 p_ice (@p-ice) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 06:28
    โอ้ย มีความสงสาน และขำในขณะเดียวกัน
    #260
    0
  5. #259 §INERZIA§ (@kazegawaminto) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 00:23

    สงสาร5555 พึ่งทำใจกับเหล้าได้ไม่นานก็โดนอีกและ น่าจะขยาดไปอีกนานเลยทีเดียว

    ตอนนี้ไม่น่าเบื่อหรอกค่ะ ดูเข้ากับคาแร๊กเตอร์เฮียแกดี ดูขรึมๆแต่ก็ละมุนๆแปลกๆ

    ทีนี้ก็เข้าใจเหตุผลแล้วว่าทำไมเนื้อเรื่องตอนหลักถึงได้เดินเข้ามาให้ความช่วยเหลือไอ

    ขอบคุณสำหรับตอนพิเศษค่ะ~ >/\<


    ปล. "เสียงจากร่างตรงหน้าดึงสติชายหนุ่ม เด็กสาวที่ดูเหนื่อยล้านี้หัวเราะอย่างขบขันกับการเผลอคิดถึงอดีตของข้า"

    ตรงนี้น่าจะเป็นอดีตของเขา นะคะ เพราะมันเป็นส่วนคำบรรยายแบบบุรุษที่3 ไม่ใช่ส่วนของความคิดของโอเดนตะ


    #259
    0
  6. #257 POIÄNGEL (@sommar23) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 22:58
    เราชอบนะอ่านเรื่อยๆ
    #257
    0
  7. #256 TanareeSrirabai (@TanareeSrirabai) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 22:46
    สนุกดีค่ะไม่ได้เอื่อยเฉื่อยอย่างที่ไรท์คิดนะ//เรื่องโอเดนตะเนี่ยถ้าจำไม่ผิดนะรู้สึกโอเดนตะเป็นพี่โซฮายะนะคะ
    #256
    0
  8. #255 TanareeSrirabai (@TanareeSrirabai) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 22:46
    สนุกดีค่ะไม่ได้เอื่อยเฉื่อยอย่างที่ไรท์คิดนะ//เรื่องโอเดนตะเนี่ยถ้าจำไม่ผิดนะรู้สึกโอเดนตะเป็นพี่โซฮายะนะคะ
    #255
    0