Fic Touken Ranbu : แด่โชคชะตาที่ถูกผูกมัด

ตอนที่ 52 : ตบตียักษ์นั้นว่าเหนื่อยแล้ว ตบตีเรียกสติคนสิยากและเหนื่อยยิ่งกว่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 752
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    2 ก.พ. 62





                         ทุกวินาทีที่ผ่านไปมีค่ามหาศาล

                         ไม่ว่าใครในที่แห่งนี้จะซานิวะหรือศาสตราต่างตระหนักดี

                         ด้วยการโจมตีครั้งสุดท้ายที่แรงที่สุดซึ่งเค้นเอาพลังทั้งหมดมาทุ่มกระหน่ำนั้น  สามารถทลายร่างพฤกษามารดรลงได้อย่างเด็ดขาด  คงต้องยกความดีความชอบให้โอยาคิริด้วยเช่นกันเพราะหากเขาไม่กระหน่ำโจมตีจากด้านใต้จนโยชิโนริต้องเค้นเอาพลังไปฟื้นฟูนั้นทำให้ไม่สามารถมาเสริมการป้องกันด้านหน้าที่ไอฮาเนะชาร์จพลังเสร็จสิ้นแล้วซัดใส่เต็มแรงได้ทัน

                         แต่นั่นแหละต่อให้ทลายร่างพฤกษามารดรได้ทว่าก็ต้องแลกกับพลังที่มีเกือบทั้งหมด  ไอฮาเนะเลือกจะเหลือพลังเอาไว้สำหรับหลบหนีในกรณีมีการผิดพลาด  ทว่ายามนี้เธอจำต้องแข่งกับเวลา

                         "เอาล่ะนะทสึรุ!"

                         ได้เลยท่านไอ!

                         ไอฮาเนะรีบพุ่งทะยานลงสู่เบื้องล่าง  สายตาเธอสังเกตเห็นโดมโลหะขนาดย่อมซึ่งนั่นแหละคือเป้าหมาย  ภายในนั้นคือร่างของโยชิโนริที่ได้รับการปกป้องจากเพลิงที่รุนแรงเพื่อไม่ให้ร่างถูกเผาทิ้งทั้งเป็น  แต่ปัญหาคือต้องใช้เวลาไม่นานนักเพราะเพลิงที่ทำการทลายร่างพฤกษามารดรนั้นร้อนระอุ  ต่อให้โลหะนั้นปกป้องเพลิงไม่ให้ญาปนกิจโยชิโนริได้สำเร็จแต่ด้วยความร้อนของเพลิงก็อาจจะทำให้เป็นการ อบ หญิงสาวให้ตายทั้งเป็นก็เป็นได้

                         ฉะนั้นในฐานะคนลงมือไอฮาเนะรีบจัดการใช้คมดาบทสึรุมารุฟาดฟันผ่าโลหะออกทันที  

                         ควันความร้อนพวยพุ่งออกมานิดหน่อย  ขณะที่โลหะทรงกลมถูกทำลายออกเผยให้เห็นร่างซึ่งยังมีไอสีดำล้อมรอบร่างอยู่  ทว่าสีหน้าของโยชิโนริดูอิดโรยหากแต่ผิวก็มีสีแดงระเรื่อพร้อมกับมีคราบสีดำปกคลุมทั้งร่างและเสื้อผ้าไปเกือบทั่วตัว  ดูเหมือนความร้อนจากเพลิงเกือบจะอบนึ่งหล่อนทั้งเป็นไปเสียแล้ว

                         เด็กสาวยื่นมือด้านที่ว่างไปหมายจะคว้าหญิงสาวที่ตัวโตกว่าเอาไว้

                         ทว่า

                         ฟุบ!

                         ท่านไอ!!!

                         เจ้ากระเรียนร้องอย่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นกรงเล็บสีดำวาดขึ้นสูงจนเกือบจะตะปบลำคอเล็กๆของผู้ถือตัวเขาไว้  โชคยังดีที่เด็กสาวผมดำยังพอหลบได้  แต่ก็แลกกับการที่แก้มด้านหนึ่งโดนกรีดเป็นทางยาว  ความเจ็บแสบเเล่นแปลบไปทั่วร่างแต่ไอฮาเนะไม่ชะงักสักนิด

                         มันช่วยไม่ได้นี่นะ....ถ้าสิ้นฤทธิ์ง่ายๆอะไรก็คงง่ายมากยิ่งขึ้น  เด็กสาวคิดไปพลางแล้วหลบหลีกไปพลางพร้อมกับคิดว่าจะให้เล่นแบบนี้ต่อคงไม่ได้  คงต้องรุนแรงสักหน่อยล่ะนะ  เธอตัดสินใจทันทีหลังเห็นโยชิโนริที่แม้จะอยู่ในสภาพที่ไม่ดีสักเท่าไหร่แต่ก็ยังไม่ยอมสิ้นฤทธิ์โดยง่าย  เจ้ากรงเล็บที่หล่อนสร้างมาหุ้มมือนั้นแหลมคม  หากหลบพลาดก็เตรียมมีรูโหว่ที่ตัวสักรูได้เลย

                         "ไม่ดีเลยน้า  รู้ทั้งรู้ว่าผู้หญิงรักใบหน้ายิ่งชีพ  คุณเองก็เป็นผู้หญิงแท้ๆ...เฮ้อ...ว่าจะไม่รุนแรงด้วยแล้วเชียว"

                         ว่าแล้วก็ซัดเปรี้ยงเข้าช่วงท้องแบบไม่ปราณี  หญิงสาวที่เอวบางร่างน้อยแถมยังผอมกะหร่องเยี่ยงโยชิโนริโดนหมัดหนักๆที่ใส่แรงแบบไม่ยั้งนี่เข้าไปถึงกับตาเหลือก  หล่อนร้องดังอั่กขณะที่งอตัวด้วยความปวดร้าวแต่ไอฮาเนะที่นึกเคืองสำหรับรอยแผลที่กรีดเป็นทางยาวข้างแก้มนั้นยังไม่สาแก่ใจ  จับยกด้ามดาบสีขาวขึ้นสูงแล้วซัดเปรี้ยงลงตรงต้นคอในช่วงจังหวะที่หญิงสาวโน้มตัวลงไปกุมท้องแบบพอดี

                         พลั่ก!

                         แรงกระแทกเรียกว่าไม่มียั้งเลยจริงๆ  ถามว่าแรงแค่ไหนน่ะเหรอ?  มันแรงถึงขนาดน๊อคหญิงสาวที่กำลังสติหลุดให้หลับไปได้เลยทีเดียวเชียวล่ะ  

                         เมื่อเห็นร่างเจ้าปัญหาสลบไปแล้วก็โล่งใจ  แต่ปัญหาหลังจากนี้คือต้องจัดการนำพาหญิงสาวให้ลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย  เพราะพอไม่มีสติร่างที่ทรงตัวอยู่นั้นก็ซวนเซอีกไม่นานคงหล่นวูบลงสู่พื้นแน่ๆ 

                         ไอฮาเนะเตรียมจะเอื้อมมือไปคว้าท่อนแขนแต่แล้วก็คิดว่าปลดทสึรุมารุมาช่วยแบกดีไหมนะ  ทว่าด้วยความเจ็บแสบด้านข้างแก้มที่รั้งสติเอาไว้ทำให้ความใจดีในตอนแรกเลือนหายไป  เด็กสาวผมดำตัดสินใจคว้าคอเสื้อกิโมโนทางด้านหลังจับขยุ้มเอาไว้แล้วค่อยๆกระโดดไต่ลงมาทีละน้อย  กลายเป็นว่าสภาพของโยชิโนริก็ไม่ต่างกับตุ๊กตาตัวโตที่โดนไอฮาเนะหิ้วคอลากไปมาก็ไม่ปาน  

                         ทสึรุมารุที่ยังอยู่ในกายศาสตราได้แต่ถอนหายใจแผ่วเบา  ทั้งที่เจ้านายสาวก็แทบหมดสิ้นเรี่ยวแรงไปแล้วแท้ๆ  แต่ก็ยังยอมเจียดพลังอีกหน่อยมาเสริมความแข็งแรงของแขนด้านที่หิ้ว  ทำให้สามารถหิ้วร่างที่ตัวโตกว่าไปมาได้อย่างอิสระ

                         เจ้ากระเรียนได้แต่เหนื่อยหน่ายใจกับความเจ้าคิดเจ้าแค้นของไอฮาเนะ  ทั้งที่นางสามารถปลดร่างเขากลับสู่กายเนื้อเพื่อช่วยอุ้มร่างซานิวะหญิงคนนั้นได้แท้ๆ

                         ท่านให้ข้าช่วยก็ได้นะ...บอกตามตรงข้ากลัวนางจะตายเพราะท่านหิ้วไปมาเนี่ยแหละ

                         "ไม่เอาอ่ะทสึรุ  นายคิดว่าฉันไม่ยอมใช้นายเพราะอะไร?  อย่าลืมสิว่าหล่อนกำลังกลายสภาพ  ให้นายไปแตะต้องโดยตรงก็ไม่รู้ว่ามีผลกระทบอะไรหรือเปล่านะ"

                         แล้วท่านล่ะท่านไอ!!!  นั่นจับตรงๆเลยไม่ใช่เหรอ!!

                         "น่าๆ  ไอพิษแค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก"

                         แม้จะไม่ชัวร์แต่ไอพิษนั้นไม่สามารถเข้ามาคลอบคลุมร่างของไอฮาเนะได้  แม้ว่าจะใช้พลังไปเกือบหมดสิ้นก็ตาม  คงเพราะพรที่ได้รับจากเทพอินาริล่ะมั้งที่ยังคงปกป้องตัวเธอไว้อยู่

                         เอาเถอะรีบวางเจ้าหล่อนลงดีกว่า  ขืนจับต้องนานกว่านี้ไม่รู้ว่าจะมีผลกระทบอะไรต่อร่างหรือไม่  เอ....ได้เวลาใช้น้ำนั่นขับไอพิษออกมาไวกว่าเดิมแล้วสิเนี่ย  ไอฮาเนะคิดไปพลางแล้วย่นคิ้วว่าเอาไงดีนะเธอเองก็ไม่ได้อยากดื่มน้ำเพื่อล้างท้องอีกรอบหรอก  แต่ช่วยไม่ได้นี่เธอเข้าใกล้ไอพิษขนาดนี้คงมีผลกระทบน่าดู

                         คะเซ็นและโอยาคิริผู้สลายเขตแดนแล้วเรียกเอาก้อนโลหะขนาดเล็กให้หลอมกลับมารวมตัวกันหมดแล้วนั้นรีบเร่งมาช่วยเหลือก่อนทุกคนจะเบ้ปากเมื่อเห็นภาพตรงหน้า  เว้นแค่คะเซ็นผู้เป็นศาสตราของหญิงสาวคนแรกนั้นร้องตะโกนลั่นหลังเห็นซานิวะผมดำหิ้วคอเสื้อนายหญิงเอาไว้อย่างไม่แยแส

                         ชายหนุ่มผมม่วงปราดมาช่วยรับร่างและประคองหญิงสาวอย่างถนุถนอม  ส่วนไอฮาเนะนั้นถอยร่นออกห่างแล้วปลดทสึรุมารุให้กลับมาอยู่ด้านข้างเหมือนเดิม  ก่อนเด็กสาวเองจะรู้สึกหน้ามืดขึ้นมานิดหน่อย

                         "โว้วๆ  ข้าว่าท่านน่าจะฝืนเกินตัวอีกแล้วนะเนี่ย"  ชายหนุ่มผมขาวรีบรับร่างนั้นไว้ได้ทัน  เขาประคองไหล่ของนายสาวเอาไว้  สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง  การใช้พลังระดับนั้นมันช่างกินแรงพอควร  และไอฮาเนะไม่ค่อยได้ใช้พลังระดับนั้นออกมากว้างล้างครั้งใหญ่สักเท่าไหร่นักผลที่ได้รอบนี้ก็ไม่แปลกที่จะหมดสภาพ

                         แน่นอนว่าเด็กสาวนั้นหน้ามืดไปชั่วขณะจริงๆ  การฝืนใช้พลังเกินกว่าขอบเขตไม่ดีเลยนั่นแหละนะ  แต่เพราะยังมีเรื่องต้องทำ  ไอฮาเนะปฏิเสธไม่ยินยอมให้ตัวเองหมดสติไป  เธอพยายามเอ่ยปลอบไม่ให้ศาสตราของตนเองห่วงเกินไปนัก

                         "ไม่ต้องห่วงฉันยังไหวอยู่"

                         "แน่หรือ?  ท่านหน้าซีดมากเลยนะ"

                         "อืม  แต่ยังไหวอยู่"  และไอฮาเนะยังคงพยุงตัวไม่ให้ร่วงหน้าทิ่มได้ดีพอควร  แม้จะมีสายตาไม่ไว้วางใจจากศาสตราของตนเองก็ตาม

                         ฟากด้านโอยาคิริก็มีสภาพไม่ต่างกันนัก  สีหน้าเขาก็นับว่าร่อแร่ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่  ทว่าตัวชายหนุ่มก็ยังจำถึงเรื่องที่ต้องทำได้  และจากท่าทีที่เห็นไอฮาเนะจึงได้มั่นใจว่าอีกฝ่ายคงยินยอมจะช่วยถึงที่สุด  ใจจริงเขาอยากพักหายใจสักครู่แล้วค่อยเริ่มทว่าจากการผลาญพลังกันไประดับนั้นประกอบกับเวลาไม่คอยท่าทำให้โอยาคิริตัดสินใจเอ่ยขึ้นอย่างเร่งรีบ

                         "ก็ไม่ได้อยากเร่งหรอกนะ  แต่เหลืออีกอย่างเดียวแล้วล่ะคานาโมริ"  

                         "นั่นแหละที่ยากที่สุดน่ะ"

                         "ยากก็จริงแต่ก็เลี่ยงไม่ได้"

                         ตบตีกับร่างพฤกษามารดรนั่นยังไม่ปวดกบาลเท่ากับไปตบเรียกสติคนในจิตใจ  ว่ากันตามตรงนะที่ยากที่สุดก็คือการเรียกสติโยชิโนริเนี่ยแหละ

                         "พวกท่านจะเข้าไปเลยหรือขอรับ?"  เสียงของโฮริคาว่าขัดขึ้นอย่างกังวลใจ  พวกเขาเห็นสีหน้าของเจ้านายแล้วก็ยิ่งเครียดหนัก  หากเข้าไปในสภาพปกติคงไม่น่าห่วงเท่าไหร่นัก  ทว่านี่พวกซานิวะผ่านศึกมาสองศึกแถมแต่ละศึกก็หนักหนาสาหัสไม่น้อยเลย  เรียกได้ว่ายามนี้พวกเขาน่าจะหมดสิ้นแรงกายแรงใจไปเยอะแล้ว

                         "แต่ถ้าช้าอยู่กว่านี้  เราอาจจะเสียโยชิโนริซังไปนะครับโฮริคาว่า"  โอยาคิริแย้งแก่ดาบตนเองด้วยใบหน้าเหนื่อยอ่อน  เขาเข้าใจดีแต่พวกเขาไม่มีทางเลือก  ต่อให้ไม่อยากเข้าไปในจิตใจแต่จะให้ปล่อยหญิงสาวคนนี้ไปอย่างไม่ดูดำดูดีเห็นทีจะไม่ได้

                         ฟากไอฮาเนะเองก็โดนศาสตราทุกคนมองอย่างกดดัน  ขนาดโอคาเนะฮิระที่มาใหม่ก็แสดงความไม่เห็นด้วยชัดเจนที่เด็กสาวจะเสี่ยงเข้าไปในจิตใจของซานิวะที่กำลังโดนกลืนกิน  พวกเขามองว่าการมาช่วยหยุดไม่ให้เรื่องบานปลายนั้นก็เกินพอแล้ว  การเอาชีวิตของเด็กสาวเข้าไปเสี่ยงซานิวะคนอื่นไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย

                         "ท่านคิดให้ดีนะท่านไอ  ท่านเหลือพลังไม่มากและท่านก็ล้าเต็มทนแล้วนะขอรับ"  มิทสึทาดะของเธอยังห้ามปรามอย่างไม่ยินยอม  ดูเอาเถอะจะหน้าตา  ริมฝีปากก็ซีดจนไม่รู้จะซีดยังไงแล้ว  ขืนฝืนไปกว่านี้นางได้ล้มป่วยเหมือนครั้งก่อนเป็นแน่

                         "ก็รู้อยู่หรอก"  ไอฮาเนะเข้าใจความเป็นห่วง  เธอเองก็ใช่ไม่รู้  แต่อย่างที่บอกไป....มันเลี่ยงไม่ได้จริงๆ

                         "ท่านไอ"  คราวนี้เจ้ากระเรียนที่ประคองร่างเธอนั้นออกแรงบีบไหล่บางแน่น  "ท่านยังจำตอนท่านเข้าไปช่วยยามาโตะโนะคามิได้หรือไม่?  ในตอนนั้นท่านได้รับบาดเจ็บจากในจิตใจผลกระทบมันก็ออกมาสู่ภายนอกด้วยแล้วท่านลองคิดดูสิ  หากว่าท่านในยามนี้ที่เหนื่อยล้าเกิดพลาดขึ้นมา...."

                         หากพลาดโดนสังหาร...โอกาสจะตายจริงก็มีอยู่สูงไม่ใช่หรือ?

                         พอได้ยินแบบนั้นจากที่ล้าอยู่แล้วก็มีแรงฮึดขึ้นมาทันที  เด็กสาวว่ากลับอย่างเหลืออด  "เจ้าบ้า!  ฉันไม่คิดจะเข้าไปตายหรอกนะ!  บอกแล้วไงว่ายังไม่คิดจะตายไวนักดังนั้นเลิกคิดมากสักที!  ที่สำคัญไม่ได้ไปคนเดียวนะ ! มีฉัน!  โอยาคิริ  คะเซ็นแล้วก็เจ้าโปโปะ  มีดาบรบไปตั้งหนึ่งคนนะ!"

                         "ดาบรบคนเดียวจะไหวได้อย่างไร!  ให้ใครสักคนไปกับท่านด้วยสิ!"

                         "ไม่ได้!  แค่นี้ก็เกินขีดจำกัดแล้ว!"

                         "งั้นคะเซ็นไม่ต้องไป...!"

                         "ไม่ได้!  นั่นนายข้านะทสึรุมารุ!  หากเป็นเจ้า!  เจ้าจะรีรออยู่แต่ด้านนอกรึ!"  ดาบรบที่โดนแย้งไม่ให้ไปสวนกลับทันควัน  คะเซ็นมองเจ้ากระเรียนตาเขียวปั้ด  นั่นเจ้านายเขานะจะไม่ให้เขาเข้าไปรึ!  เรื่องสิ!

                         "อึก!"

                         พอโดนย้อนเจ้ากระเรียนขาวก็ไปไม่เป็นเลยทีเดียว

                         "ฮะฮะ..."

                         "เจ้าขำอะไร!"  ทสึรุมารุถลึงตามองโอยาคิริที่หลุดหัวเราะขำออกมาอย่างลืมตัว

                         "ขอโทษๆ  ผมแค่นึกถึงอดีตน่ะ  สมเป็นดาบเล่มเดียวกันจริงนะ  ขี้เป็นห่วงเหมือนกันเปี๊ยบเลย"  เขาว่าอย่างขำๆ  แต่ไอฮาเนะรู้สึกว่าเสียงหัวเราะนั้นช่างฝืดเฝือนยิ่งนัก  แต่เด็กสาวกลับเลือกจะเมินความรู้สึกเหล่านั้นไปเพราะไม่มีเวลามาคิดเรื่องของโอยาคิริกับเจ้ากระเรียนตัวนั้นหรอกนะ

                         "เลิกพูดไร้สาระแล้วมาเตรียมตัวกันเสียที  ขืนช้ากว่านี้คงไม่ดีนัก"   เด็กสาวเปิดปากพูดตัดบทการโต้แย้งทุกอย่าง  สำคัญที่สุดในยามนี้คือเวลา  พวกตนได้พักหายใจกันพอควรแล้ว  ดังนั้นก็ถึงเวลามาทำให้ทุกอย่างจบเสียที

                         เมื่อได้ยินโทนเสียงอย่างเป็นทางการ  อุราชิม่าก็ช่วยประคองโอยาคิริให้มาทรุดตัวลงนั่งด้านข้างโยชินาริขณะที่ไอฮาเนะเองก็มีเจ้ากระเรียนคอยประคองให้นั่งลงอีกฟากด้านหนึ่งเช่นกัน  ส่วนคะเซ็นพาดดาบที่เก็บเข้าฝักแล้วของตัวเองลงด้านบนตรงช่วงกลางลำตัวของนายหญิงก่อนทรุดลงนั่งถัดจากโอยาคิริ   เขาเขยิบถอยออกมาอีกหน่อยเพื่อไม่ให้เกะกะก่อนซานิวะทั้งสองจะเอื้อมมือไปแตะสัมผัสกับแขนของซานิวะสาว  พร้อมกับที่เจ้าโปโปะจะร่อนมาเกาะบนมือของไอฮาเนะในด้านที่สัมผัสกับแขนของโยชิโนริ  

                         "ทำไมเวลาแบบนี้ไม่เอาภูติคุณมาด้วยเนี่ย?"  ไอฮาเนะถามอย่างสงสัยเพราะไม่เห็นฟากฝั่งไหนเอาภูติรับใช้ด้วยเลย  หรือมีแต่ตัวเธอนะที่บ้าลากเจ้าโปโปะมาด้วยเพียงคนเดียว

                         "เจ้านั่นไม่เหมาะในการนำพามาสนามรบ  ถึงเป็นหมาแต่ก็วิ่งได้โคตรช้า..."

                         "หมา?"

                         "อืม  ตลกนะตอนหยอกล้อกันเรื่องโมโมทาโร่  กลายเป็นว่าผมได้หมามาเป็นภูติรับใช้"

                         "แต่หมาก็วิ่งได้ไว..."

                         "ผมเลี้ยงมันจนอ้วนไปหน่อย  ขืนเอามาในสนามรบคงไม่แคล้วโดนฆ่าตาย  ผมเลยไม่เอามา"  ซานิวะหนุ่มหวนนึกถึงเหล่าทันโทวที่เอ็นดูเจ้าภูติตัวนั้น  ทำกันถึงขนาดหาซื้อขนมมาบำรุงจนมันอ้วนกลมจนน่าอนาถ

                         "แล้วกะยืมฉัน?  ทั้งที่รับปากว่าจะเข้าไปช่วยโยชิโนริจากในจิตใจเนี่ยนะ?"  ไอฮาเนะย้อนถามเสียงสูงอย่างไม่อยากเชื่อ  รับปากแต่ไม่เอาตัวช่วยมาซะงั้น  นี่ไม่ใช่ว่าจงใจจะลากเธอมาซวยถึงที่สุดหรอกใช่ไหมเนี่ย?

                         คล้ายโดนรู้ทัน  โอยาคิริหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วตอบอ้อมแอ้ม  "กะว่าตอนนั้นค่อยสั่งให้เจ้าจิ้งจอกไปพามาน่ะครับ  แต่เวลามีจำกัดนี่นา  ไหนๆคุณก็มาแล้วผมยืมภูติคุณละกันแล้วหลังเสร็จเรื่องนี้ผมส่งของไปชดเชยให้โอเคไหม"  พอเห็นอีกฝ่ายเดาได้ลางๆ  ชายหนุ่มจึงหาข้อเสนอที่ยังพอชดเชยให้อีกฝ่ายพึงพอใจเตรียมไว้แล้ว  และโอยาคิริก็เดาทางถูก  สีหน้าไอฮาเนะค่อนข้างพอใจขึ้นก่อนตอบตกลงอย่างไม่ลังเล

                         "ดีล"

                         "มันใช่เวลาที่พวกท่านจะมาดีลกันเหรอขอรับ"  อิซูมิโนะคามิว่าอย่างเซ็งๆ  แต่เรียกรอยยิ้มที่มุมปากของสองซานิวะได้เป็นอย่างดี  จนกระทั่งไอฮาเนะยื่นมือไปหาโอยาคิริและเขาก็ตอบรับโดยการเอื้อมมือมาจะจับ  พลันก็ได้ยินเสียงกระแอมไอจากด้านหลัง

                         จะทั้งทสึรุมารุก็ดี  มิทสึทาดะก็ดี  หรือแม้แต่อิมะโนะสึรุกิก็ดี  พวกนี้ทั้งกระแอมไอแล้วจ้องเขม็ง  ส่วนโอคุริคาระนั้นมองชายหนุ่มด้วยแววตาปานจะฆ่าให้ตาย  มีเพียงแค่โอคาเนะฮิระที่ดูเหวอๆว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปหว่า?

                         ไอฮาเนะหัวเราะหึๆกับความหวงแหนเจ้านายของพวกเขา  เธอแค่ยิ้มแล้วหลับตาก่อนเปรยเบาๆเพื่อเป็นเชิงสั่งให้พวกที่เหลือสงบท่าทีแล้วสำรวมตัวกันหน่อย

                         "ช่วยไม่ได้นี่นะ  ก็มีภูตินำทางเป็นแค่เจ้าโปโปะดังนั้นการนำพาให้เข้าออกก็ต้องผ่านฉัน  ฉะนั้นช่วยไม่ได้ที่ต้องจับมือ...ซึ่งแน่นอนคะเซ็นด้วยนะ"

                         "ขอรับ..."

                         ดาบรบหนุ่มเอื้อมมือไปแตะสัมผัสกับฝ่ามือของซานิวะสาวผมดำด้วยก่อนจะหลับตาลง  โดยยอมที่จะเมินต่อสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความไม่พอใจของศาสตราที่อยู่ภายใต้การปกครองของซานิวะสาว  ช่วยไม่ได้เขาไม่ได้คิดไม่ดีแต่ยามนี้สิ่งสำคัญคือชีวิตเจ้านาย  ดังนั้นช่วยเข้าใจกันบ้างเหอะน่า

                         ฟากโอยาคิริแค่เหลือบตามองกระเรียนขาวครู่หนึ่งแล้วหลับตา เขาอดยิ้มกับดวงตาเขียวปั๊ดคู่นั้นไม่ได้

                         อา...หวงอย่างที่คิดแหะ  ไม่เปลี่ยนไปเลยน้า...

                         เขานึกถึงอดีตดาบของตัวเองลึกๆ  แต่ก็ไล่ความคิดเหล่านั้นไปเพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับพวกเขาคือการช่วยเหลือโยชิโนรินี่นา




                         ท่ามกลางความมืดมิด  จู่ๆพวกเขาก็ร่วงตุบลงสู่พื้นเต็มแรง  คงมีแค่ซานิวะผู้นำพามาเท่านั้นที่ยังร่อนลงสู่พื้นได้อย่างงดงาม  ท่ามกลางเสียงโอดครวญของพวกหนุ่มๆ

                         ไอฮาเนะเลิกคิ้วสูงขณะเข้ามาในจิตใจ  แม้แต่ในใจของซานิวะก็มืดมิดไม่แพ้พวกศาสตราเลย  เธอเองก็ไม่รู้หรอกว่าจิตใจของภายในมนุษย์เป็นอย่างไร  นี่เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่เข้ามาในจิตใจของคนน่ะ

                         ว่าแต่สองคนที่ติดมาด้วยนี่...พอหันไปด้านข้างก็เห็นเรือนผมสีเงินที่นั่งคู้อยู่กับพื้น

                         "อ้าว?  แลนดิ้งไม่ดีเองนะอย่ามาโทษฉันล่ะ"  เพราะเสียงที่ได้ยินนับว่าแรงพอควร  ทว่ามันไม่ใช่ความผิดเธอนะ  พวกเขาไม่ระวังกันเองต่างหากล่ะ

                         โอยาคิริไม่ได้ตอบเขาแค่ทำหน้าปุเลี่ยน  สีหน้าของเขาดูไม่ค่อยดีนักจนต้องร้องถามอย่างสงสัย

                         "คุณโอเคหรือเปล่าน่ะ?"

                         "ไม่อ่ะ  ผมไม่โอเค  รู้สึกเวียนหัวคลื่นไส้"

                         "แพ้ท้อง?"  ถามอย่างขำๆแต่โดนสายตาคมกริบมองกลับอย่างไม่ชอบใจ

                         "ผมมั่นใจว่าไม่มีมดลูก  และผู้ชายท้องไม่ได้"

                         "แล้วถ้าท้องได้...?"

                         "ขอล่ะ  ผมไม่อยากจินตนาการตัวเองในรูปลักษณ์ที่ท้องป่องใกล้คลอด...เผื่อคุณยังไม่รู้ผมเป็นพวกจินตนาการสูง"

                         "อ้ะ เหรออ..."  สาวน้อยทำเสียงกวนๆอย่างหน้าตาระรื่น  ชายหนุ่มอยากต่อล้อต่อเถียงต่อแต่เพราะสภาพไม่สู้ดี  เห็นได้จากสีหน้าดูพะอืดพะอมยิ่งนัก  ไอฮาเนะจึงหยุดการเย้าแหย่ลงไป  แม้จะน่าประหลาดใจที่ตัวเธอทำตัวชิวรอบตัวเขาได้โดยไม่สนใจเรื่องในอดีตได้เสียงั้น  คงเพราะตอนได้พูดกันในครั้งนั้นทำให้พวกตนเหมือนเข้าใจและเรียนรู้อะไรหลายอย่างร่วมกัน  พอมาร่วมงานกันจริงๆก็รู้สึกว่ามันไม่ได้แย่อะไรมากมายนัก  ดังนั้นก็เลยทำตัวผ่อนคลายไม่เคร่งเรื่องมารยาทและแหย่เล่นตามใจได้อย่างไม่รู้สึกติดขัดอะไรทั้งสิ้น

                         "เอาล่ะ  ฉันล้อคุณเล่น  คุณเป็นอะไรขึ้นมา  ขอแบบจริงๆ"

                         ชายหนุ่มคิดทบทวนว่าครู่หนึ่งแล้วตอบเสียงจริงจัง  "คงเป็นผลข้างเคียงการเข้าสู่จิตใจน่ะ  ผมเองตอนที่ทดสอบกับฮาจิสึกะและโอคุริคาระของผมนั้นมีสภาพแบบนี้เหมือนกันและอีกอย่างคือนี่เป็นครั้งแรกที่เข้ามาในจิตใจของมนุษย์ล่ะมั้งผลกระทบเลยหนักกว่า?  และผมก็ไม่มั่นใจว่าส่วนหนึ่งเพราะโยชิโนริซังได้เริ่มถูกกลืนกินจนส่งผลกระทบด้วยหรือเปล่า"

                         พลันชายหนุ่มนึกสงสัยไม่น้อยหลังเห็นเด็กสาวยังไม่มีท่าทีมีปัญหาอะไร  "คุณไม่รู้สึกอะไรเหรอไง?"

                         "ไม่นะ  ถ้าแค่อาการหน้ามืดนิดหน่อยก็มีอยู่หรอก  แต่โดยรวมแล้วยังพอไหวอยู่นะ  ทว่าถ้าต้องสู้ล่ะก็คงไม่ไหวเหมือนกัน"  ไอฮาเนะคิดว่าคงเพราะเธอเข้าออกจิตใจพวกศาสตราบ่อยกว่าคนอื่น  ผลกระทบก็เลยไม่ค่อยมากล่ะมั้งหรือไม่ก็เธอคงถึกเกินซานิวะผมเงินแล้วแหละ

                         "สภาพพวกเราไม่ได้ต่างกันหรอก"  โอยาคิริตอบกลับเเผ่วเบา  หลังได้ยินทราบดียามนี้พวกตนเหลือพลังเหลือติดตัวอันน้อยนิด  การใช้พลังมากขนาดนั้นโชคดีปานไหนที่ไม่สลบเหมือด  แต่คิดว่าหลังจบเรื่องนี้เห็นทีคงนอนพักเต็มๆสักวันล่ะนะ

                         "แล้ว...คะเซ็นล่ะ?"

                         "ข้าอยู่ทางนี้ขอรับ"

                         ชายหนุ่มผมม่วงก้าวเดินเข้ามาหาใกล้ๆ  สีหน้าเขาก็ดูไม่สู้ดี  "ดูเหมือนในมิติแห่งจิตใจของนายท่านจะส่งผลกระทบต่อตัวข้ามากกว่าใคร...คงเพราะข้าเป็นศาสตราของนายท่านผลกระทบด้านลบที่กำเนิดจากนายท่านจึงมีผลต่อข้ามากนัก"

                         เขาพูดถูกเพราะว่านอกจากสีหน้าของเขาแล้ว  สีดำที่อยู่โดยรอบกำลังพยายามจะเข้ามาเกาะกินร่างของศาสตราหนุ่ม

                         เมื่อเห็นแบบนั้นแต่ละคนจึงไม่อยากรีรอ  "ช้ากว่านี้คงไม่ดีแน่นอน  รีบหาตัวโยชิโนริซังที่ซ่อนอยู่ภายในนี้เถอะ"

                         "โปโปะ!"  ไอฮาเนะร้องเรียกภูติรับใช้ของตนที่ปรากฏตัวขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงร้องเรียกผู้เป็นนาย  เจ้านกสีขาวบินร่อนเหนือศรีษะก่อนจะออกบินไปยังทิศทางด้านหนึ่ง  เด็กสาวส่งสัญญาณให้คนอื่นๆรีบตามไปอย่างรวดเร็ว

                         ทั้งสามเดินตามเจ้านกน้อยที่ยังคงบินเพื่อจับจิตสัมผัสของซานิวะหญิงอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนมันจะส่งเสียงร้องดังลั่นแล้วรีบโผบินกลับมาเกาะไหล่พลางซุกจงอยปากเข้าที่ต้นคอจนเจ้านายของมันเริ่มจักจี้

                         "อะไรของแกเนี่ยโปโปะ!?"

                         ตามปกติมันก็ออดอ้อนอยู่หรอกแต่ยามนี้คล้ายกับมันเจออะไรสักอย่างที่มันกลัว  จึงได้บินกลับมาแล้วหาที่หลบ  ซ่อน  จากท่าทางที่เห็นไอฮาเนะรู้สึกได้เลยว่ามันกำลังหวาดกลัวมากจริงๆ

                         "บางอย่างด้านหน้านี่....ข้ารู้สึกไม่ค่อยดีเลยขอรับ..."

                         อย่าว่าแต่คะเซ็นเลย  เธอและโอยาคิริก็รู้สึกไม่สู้ดีนัก  พวกตนทั้งสองเหลือบตามองกันก่อนตัดสินใจก้าวนำ  พลางระมัดระวังอย่างเต็มที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าอะไรรอคอยอยู่เบื้องหน้า

                         ทันใดนั้นเอง

                         บางอย่างพุ่งวูบออกมา  ซานิวะสองคนพร้อมใจกันเบี่ยงตัวหลบกันคนละทาง  แต่เนื่องจากดาบรบด้านหลังยังมีอาการมึนงงวิงเวียนจึงมีปฏิกิริยาตอบโต้ได้ช้ากว่าทำให้ไม่ทันเตรียมตัวจะกระโดดหลบ  ท้ายสุดโอยาคิริจึงรับหน้าที่กระชากตัวเขาให้โดดหลบแทน

                         สิ่งที่พุ่งผ่านทะลุไปคือรากไม้ขนาดใหญ่อันแหลมคมที่พร้อมจะเสียบทะลุร่างหากไม่ระมัดระวัง

                         "โหยย  ต้อนรับกันแบบนี้เลยเหรอ!"  ไอฮาเนะร้องโวยวายก่อนร้องลั่นหลังรากไม้อีกจำนวนหนึ่งพุ่งเข้าโจมตี  อดก่นด่าในใจไม่ได้ว่าพวกแกมีประสาทรับรู้เสียงเหรอไงถึงได้เล็งเป้าโจมตีมาถูกเนี่ย!

                         ฟากโอยาคิริและคะเซ็นนั้นทำอะไรได้ยากลำบากเพราะนอกจากจะหลบหลีกแล้ว  จู่ๆตรงพื้นที่พวกเขายืนก็ดันมีรากไม้โผล่ขึ้นมาจับข้อเท้าเพื่อล๊อคไม่ให้หนีไปไหน

                         ซานิวะสาวอีกคนที่ยังไม่โดนจับสร้างบอลเพลิงขนาดย่อมมาปาใส่ขณะเจ้านกน้อยบินหนีไปกลางอากาศไม่อยู่ใกล้ให้เกะกะ  ดังนั้นไอฮาเนะเลยสามารถโจมตีใส่ไม่ยั้งโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับมันอีกต่อไป  อีกทั้งยามนี้เธอไม่ได้นำพาดาบมาและไม่คิดว่าการเรียกใช้ดาบมันจะเกิดผลอะไรหรือไม่  ไอฮาเนะจึงคิดว่าใช้ไฟเผาไปดีกว่า  พร้อมกันนั้นก็วาดมือเรียกเอาศรเพลิงขนาดเล็กมาซัดโจมตีใส่พวกรากไม้เหล่านั้นอย่างต่อเนื่องทันที

                         "คะเซ็นตัดพวกไม้นั่นเซ่!"

                         "กำลังทำอยู่ขอรับ!  แต่มันเหนียวมาก!  ข้าใช้ดาบตัดมันไม่ออก!"

                         "โอยาคิริ!  คุณก็ทำอะไรสักอย่างสิ!  สกิลสายโจมตีที่พอมีติดตัวบ้างไม่งัดมาใช้กันล่ะเฮ้ย!"

                         "นี่ผมก็กำลังพยายามอยู่คานาโมริ!!!"  

                         เป็นความวุ่นวายขนาดเล็กๆที่แต่ละคนก็หัวหมุนกับการหลบหนีเจ้ารากไม้ที่ผุดขึ้นมาเรื่อยๆนี่  คงเพราะที่นี่คือภายในจิตใจของโยชิโนริ  อำนาจการควบคุมในฐานะของเจ้าของพื้นที่ย่อมเหนือกว่าดังนั้นหากหล่อนต้องการก็จะสามารถทำทุกวิถีทางในการดักจับจิตของพวกตนทั้งสามเพื่อขังเอาไว้เป็นแน่

                         "เฮ้!  เลิกลอบกัดแบบนี้แล้วโผล่มาตรงๆเลยดีกว่าโยชิโนิริซัง!"  ไอฮาเนะไม่ได้อยากท้าทายแต่ถ้าต้องกระโดดหลบแบบนี้ได้เหนื่อยตายก่อนแน่  ดังนั้นก็ลองเอ่ยปากท้าทายไปเผื่อแม่คุณบ้าจี้เดินออกมาหาก็น่าจะดี 

                         แต่ถามว่ามีแผนรับมือต่อจากนี้ไหม?  คำตอบคือไม่อ่ะ

                         และความบันเทิงก็เกิดขึ้นเมื่อร่างบางระหงของหญิงสาวโผล่มาจริงๆ

                         ไอฮาเนะที่กระโดดหลบเผลออ้าปากค้างตอนเหลือบไปเห็น  เฮ้ย  หล่อนบ้าจี้ออกมาตามคำท้าด้วยว่ะ!!

                         "สมพรปากไหมล่ะคานาโมริ..."  โอยาคิริบ่นพึมพำหลังเห็นโยชิโนริโผล่มาตามคำท้า

                         "มองโลกในแง่ดีไว้  นี่ย่นเวลาในการหาตัวหล่อนเลยนะเฮ้ย!"

                         ย่นเวลาในการหาเป็นเรื่องที่ดีแต่พอเจ้าตัวโผล่มาดีๆความชิบหายก็ยิ่งเริ่มต้นขึ้นด้วยการที่เจ้ารากไม้มันเพิ่มความเร็ว  คิดดูสิผ่านศึกสองศึกมายับเยินพอแล้ว  ล้าทั้งกายและใจแถมยังต้องเสี่ยงเข้ามาในจิตใจของแม่คุณที่ไม่มีสติสักเท่าไหร่อีก  

                         ดังนั้นคิดเหรอว่าจะมีปฏิกิริยาตอบสนองได้ไวพอจะหลบหลีกไอ้รากไม้ระยำนี่ได้?

                         แน่นอนว่าไม่!

                         "เหวอ!!"  ไอฮาเนะคาดเดาการเคลื่อนไหวไม่ได้สุดท้ายก็โดนจับล๊อคข้อเท้า  ถ้าแค่โดนจับยึดน่ะคงไม่เท่าไหร่เพราะมั่นใจว่ายังหาวิธีในการหลบหนีได้แต่มันไม่ได้แค่จับยึดน่ะสิ!  จู่ๆมันก็เหวี่ยงร่างเธอขึ้นสูงแล้วฟาดร่างเธอลงสู่พื้นแบบเต็มแรงราวกับไม่สนใจว่าหน้าที่กระแทกไปนั้นจะทำให้กะโหลกร้าวหรือไม่

                         "อั่ก!"

                         "คานาโมริ!!!"  โอยาคิริร้องอย่างตื่นตระหนกแต่ไม่นานเขาก็มีสภาพไม่ต่างกันนั่นคือโดนจับฟาดลงกับพื้นในลักษณะที่หน้าคว่ำ

                         "แค่ก!"  ชายหนุ่มถึงกับกระอักเลือดขณะที่เจ้ารากไม้นั่นก็คลายตัวออกจากการรัดข้อเท้าเปลี่ยนไปเป็นการโอบรัดร่างพวกตนแทน  

                         แถมยังออกแรงบีบราวกับจะให้แหลกเหลวไปเลยด้วยซ้ำ

                         แค่ท้าหน่อยเดียวไหงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟปานนี้กันเล่า!!!!

                         สองซานิวะที่โดนเล่นงานหมดสภาพอย่างว่องไว  แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดจากภายในจิตนั้นจริงๆไม่ควรมีผลกระทบต่อสู่ภายนอกแต่เพราะว่าอาการบาดเจ็บและผลพวงจากจิตมาร  ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นภายในส่งผลต่อด้านนอกเช่นกัน

                         ซึ่งตอนนี้สภาพกายแท้จริงที่อยู่ภายนอกก็เริ่มมีอาการตามผลกระทบที่ได้รับจนส่งผลให้เหล่าศาสตราที่รอคอยด้านนอกถึงกับร้อนรนหนักมากขึ้น  ยามเห็นริมฝีปากมีเลือดและบางส่วนของร่างกายก็เริ่มมีอาการบาดเจ็บปรากฏขึ้นมา  แต่พวกเขาก็ทำอะไรมากไปได้กว่าการรอคอย

                         กลับมายังด้านของซานิวะทั้งสองที่โดนจับรัดจนเกือบขาดอากาศหายใจไปแล้วหากไม่ได้คะเซ็นช่วยเหลือเอาไว้ได้ทันเวลา  ดาบรบเพียงหนึ่งเดียวให้การช่วยเหลือทั้งสองคนอย่างรีบเร่ง  ตัวเขาก็มีสภาพอาการบาดเจ็บเหมือนกันเพราะรากไม้เหล่านี้พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะพันธนาการร่างเขาเอาไว้  แต่โชคยังดีที่คมศาสตรายังแหลมคมทำให้สามารถฟาดฟันพวกมันทิ้งอย่างว่องไวจนสามารถเข้าไปช่วยเหลือซานิวะทั้งสองได้ทันเวลา

                         แต่แค่ช่วยก็เต็มกลืนแล้ว  ถ้าคาดหวังว่าจะช่วยรับร่างที่โดนจับไปมัดอยู่กลางอากาศละก็...โปรดอย่าหวัง

                         พลั่ก!

                         ไอฮาเนะและโอยาคิริพร้อมใจกับเบ้หน้าพลางส่งเสียงร้องโอดครวญ  ความสูงแม้ไม่มากแต่การร่วงหล่นลงมาโดยไม่ทันระวังก็เล่นเอาทั้งจุกและเจ็บจนน้ำตาแทบไหล  ทางด้านเด็กสาวผมดำได้แต่นึกคิดว่าหรือนี่คือผลตอบแทนจากการเล่นงานโอคาเนะฮิระกันนะ?

                         "ท่านซานิวะทั้งสองรีบยืนขึ้นเร็วขอรับ!  ข้าคงป้องกันพวกท่านไม่ได้หากพวกท่านไม่ช่วยเหลือข้าด้วย!"
ได้ยินเสียงร้องเรียกอย่างร้อนรนไอฮาเนะที่สะบักสะบอมเต็มทีได้แต่เค้นแรงเปล่งพลังเพลิงขึ้นมาเพื่อสร้างเป็นเกราะเพลิงป้องกันร่างทั้งสามเอาไว้  ซึ่งรากไม้จำนวนมากที่พยายามจะฝ่าเข้ามาโดนเพลิงนั้นเผามอดไหม้จนไม่เหลือซาก

                         ซึ่งนั่นทำให้สามารถซื้อเวลาหายใจได้อีกชั่วครู่หนึ่ง

                         "แต่คงซื้อเวลาได้ไม่นาน...ที่นี่คือจิตใจของโยชิโนริซัง  ในฐานะเจ้าของ...แถมมีพลังที่เหนือกว่า  ยังไงในฐานะผู้บุกรุกคงทำอะไรมากไม่ได้หรอก"

                         ใช่แล้วตัวพวกตนคือผู้บุกรุกจะทำอะไรมากก็คงไม่ได้  ตอนนี้โยชิโนริปรากฏขึ้นมาแล้วถ้าอย่างงั้นควรทำอะไรสักอย่างเพื่อหาทางเข้าถึงตัวเจ้าหล่อนให้ได้เสียที

                         พลันมีบางอย่างเกิดขึ้นนั่นคือภาพบางอย่างที่แว่บเข้ามาในหัวอย่างกะทันหัน

                         ทั้งสามคนย่นคิ้ว  คล้ายกับว่าภาพเหล่านี้พยายามแทรกเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว  อีกทั้งเสียงกรีดร้องแสบแก้วหูนั้นก็ยิ่งทำให้แต่ละคนเริ่มรวบรวมสมาธิหรือตั้งสติแทบไม่อยู่

                         ก่อนภาพทุกอย่างจะปรากฏขึ้นแจ่มชัด...

                         ภาพที่มองเห็นนั้นคือร่างของใครคนหนึ่งที่กำลังวิ่งหนีบางอย่างด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

                         !

                         ร่างนั้นเป็นร่างของเด็กสาวคนหนึ่งที่มีเรือนผมสีน้ำตาลยาวประบ่า  เค้าหน้าดูเยาว์วัย  คะเนอายุคงไล่เลี่ยกับไอฮาเนะพอสมควร  แต่เมื่อเห็นใบหน้าและสังเกตดีๆ  เหล่าผู้มองเห็นความทรงจำเหล่านี้ถึงกับตกใจเป็นอย่างยิ่ง

                         เพราะนั่นคือโยชิโนริในอดีต...ท่าทางของเธอนั้นกำลังวิ่งหนีบางอย่างที่เป็นเงาตะคุ่มสามสี่ร่างซึ่งกำลังวิ่งไล่ตามหล่อนอยู่  ในมือพวกเขามีไม้และสิ่งที่เหมือนกล้องวิดีโอ

                         เค้าหน้าของเงาพวกนั้นมองดูไม่ชัดนักก่อนภาพจะเปลี่ยนไปอีกหน  และตอนนั้นเองจึงได้ยินเสียงคล้ายมีบางอย่างพุ่งผ่านอากาศเข้าไปปะทะกับแผ่นหลังเล็กๆของโยชิโนริจนล้มลง  สิ่งที่ถูกขว้างปาใส่นั้นคือไม้ขนาดย่อมที่หากฟาดเต็มแรงคงมีเลือดตกยางออกเป็นแน่

                         แถมเมื่อครู่เสียงดังจากแรงกระแทกนั้นไม่ใช่น้อยๆเลย  ที่สำคัญแรงเหวี่ยงที่ฟาดปะทะนั้นแรงพอจนร่างที่สะบักสะบอมพอประมาณของโยชิโนริในอดีตถึงกับล้มหน้าคะมำ

                         !

                         ร่างที่ไล่ตามกำลังก้าวเข้ามาในขณะที่โยชิโนริพยายามคลานหนีด้วยท่าทางอ่อนแรงเต็มที  สีหน้าของหล่อนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว  ผิดหวังและดูอับจนหนทาง  ริมฝีปากที่มีเลือดติดอยู่มุมข้างเอ่ยสารพัดคำวิงวอน

                         แต่มันไม่ได้ผล  เพราะเสียงหัวเราะกักขฬะและรอยยิ้มอันดูน่าบิดเบี้ยวนั้นยังคงฉายชัดขณะย่างเข้าไปหาร่างเล็กๆที่สั่นระริกนั้น

                         ไอฮาเนะได้แต่เกิดคำถามขึ้นในใจว่าพวกบ้านั่นคิดทำอะไรน่ะ?  คงไม่ใช่อย่างที่คิดใช่ไหม?  ถึงเธอจะเป็นพวกชอบมองโลกในแง่ร้ายแต่จากสถานการณ์นี้นั้นมันช่วยไม่ได้ที่จะมองในแง่แบบนั้น

                         ซึ่งมันก็เป็นไปตามที่คิด...

                         มันเป็นเรื่องที่โหดร้าย  ในฐานะที่เป็นเพศเดียวกับอีกฝ่ายสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทั้งสะเทือนใจและรู้สึกเจ็บปวดแทน  
แต่นี่คืออดีต...เป็นภาพความทรงจำที่คิดว่าโยชิโนริคงพยายามฝังมันเอาไว้ให้ลึกสุดของใจ  หากแต่มันก็ยังคงปรากฏเป็นครั้งคราวจนทำให้หล่อนเริ่มเปลี่ยนไป  ความหวาดผวาจากแผลเป็นในอดีตนั้นลึกยิ่งนัก  ดังนั้นแล้วมันคือบ่อเกิดที่ทำให้จิตมารเข้าแทรกแซงจนทำให้ตัวตนของหล่อนเริ่มดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดในที่สุด  

                         และเพราะมันคืออดีต  มันคือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นและภาพพวกนี้ก็แว่บเข้ามาราวกับจงใจยัดเยียดให้ดู  ดังนั้นต่อให้ไม่อยากจะดูแค่ไหนก็ขัดขืนไม่ได้  สิ่งที่ทำได้มีแค่ต้องอดทนและพยายามเมินต่อเสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนานั้นต่อไป

                         เสียงร้องร่ำไห้นั้นยังคงดังอย่างต่อเนื่อง  ขณะที่เสียงหัวเราะกักขฬะนั้นก็ยังคงดังเสียดแทงหู

                         ไม่เคยนึกเลยว่าการต้องมาทนฟังเสียงเหล่านี้มันจะสร้างความหดหู่ได้มากมายเช่นนี้เลย

                         ขณะคิดว่าควรทำยังไงต่อดี  พวกตนถ้าต้องอยู่เช่นนี้ต่อไปคงประสาทเสียก่อนจะได้ทำอะไรต่อเป็นแน่

                         ทันใดนั้นเอง

                         เสียงทั้งหมดกลับเลือนหายใจพร้อมกับภาพที่น่าหดหู่นั้นก็หายไปแล้วแทนที่กลับมาเป็นภาพของชายคนหนึ่งที่กำลังนอนดิ้นพล่านอยู่กับพื้น  เยื้องด้านข้างไม่ห่างกันก็มีร่างของหญิงคนหนึ่งถูกมัดมือมัดเท้าไว้นอนตะแครงอยู่ด้านข้าง  สีหน้าของหญิงคนนั้นดูหวาดผวา  ใบหน้านั้นบวมปูดและมีรอยกรีดอันมากมายอยู่เต็มตัว

                         ขณะกำลังงุนงงกับภาพที่เปลี่ยนไปอยู่นั้น  ก็เริ่มสงสัยว่าว่าสองคนนี้คือใครหรือจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนที่ทำร้ายโยชิโนริ?  พลันร่างบางระหงในชุดแต่งกายที่ดูสุภาพก็เดินเข้ามา

                         นั่นคือหญิงสาวผมน้ำตาลที่มีใบหน้าราบเรียบสนิท  ดวงตาสีมรกตของหล่อนทอประกายเย็นชาจนน่าขนลุก

                         หญิงที่ถูกมัดมือเบิกตากว้างแล้วพยายามถดร่างถอยหนีหากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้  ส่วนชายที่นอนดิ้นอยู่นั้นก็เริ่มตาเหลือกโปนมือทั้งสองของเขาไขว่คว้าอยู่กลางอากาศ  ขณะที่ปากเริ่มมีน้ำลายไหลออกมาเปรอะเปื้อน

                         "อยากได้ไม่ใช่เหรอ?  เงินน่ะ?  ฉันก็ให้สมใจแล้วไงล่ะแต่เพราะว่าให้ไปก็กลัวไม่พอเพราะพวกแกก็คงหิวโหยไม่หยุดหย่อนจึงพยายามรีดไถฉันนัก  เช่นนั้นก็จงเอาไปให้พอเถอะ..."  เสียงหวานอันเย็นชาเอ่ยแผ่วเบาขณะผินหน้าไปด้านข้างพยักเพยิกเล็กน้อยแล้วใครคนหนึ่งก็เดินตรงเข้าไปหาชายหนุ่มคนนั้น  ในมือของชายชุดำมีกระบวยบางอย่างที่บรรจุของเหลวสีเงินเอาไว้

                         เดี๋ยวก่อนนะ....อย่าบอกนะว่านั่นคือแร่เงิน?  

                         ไอฮาเนะสังเกตเห็นสิ่งที่อยู่ในมือซึ่งภายในมีของเหลวสีเงินซึ่งน่าจะผ่านกรรมวิธีการลอมละลายมาหมาดๆ  พลันเธอเริ่มรู้สึกสยอง  นี่หล่อนเอาจริงเหรอ?  จะเอาเจ้าแร่เงินนี่....

                         และไม่ทันไรชายอีกสองคนในชุดสีดำก็ตรงเข้าล๊อคร่างของชายหนุ่มที่ดิ้นในตอนแรกไว้แน่น  ก่อนคนหนึ่งจะบีบปากให้อ้าออกกว้างแล้วชายผู้ถือกระบอกที่ใส่โลหะเงินนั้นก็เทราดมันลงไปในปาก

                         !

                         ภาพนั้นช่างสยดสยองเหลือครณา  ซ้ำเสียงกรีดร้องกับร่างที่ดิ้นพล่านนั้นก็โหดร้ายไม่แพ้กับภาพแรกเลย  มันทำให้ไอฮาเนะถึงกับจิตตกไปแล้ว

                         ใครจะทนมองภาพเหล่านี้ได้โดยไม่รู้สึกอะไรนั้นเธอไม่รู้หรอก  ทว่าเธอนั้นทนไม่ไหวจริงๆกับภาพและเสียงเหล่านี้  เธอเข้าใจความแค้นของโยชิโนริแต่ว่า...หากลงโทษทางกฏหมายมันก็ทำได้ไม่ใช่หรือ?  แต่นี่หล่อนเล่นแก้แค้นแบบสาสมจริงๆ!

                         ทว่า  ว่าภาพที่เห็นและเสียงที่ได้ยินนั้นเจ็บปวดมากพอแล้ว  หากแต่เมื่อได้ยินเสียงที่เหนื่อยล้าของผู้หญิงที่ถูกพันธนาการนั้นกลับสร้างความรู้สึกหนาวเหน็บมากขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว

                         "ไม่!!  ปล่อยน้องฉันไปเถอะ!!!  น้องฉันไม่ได้ผิดด้วยสักหน่อย!!"

                         น้องที่ไม่ได้ผิด?  นั่นหมายความว่าเด็กหนุ่มที่โดนทรมานนั้นเป็นแค่น้องของกลุ่มคนที่ทำร้ายโยชิโนริหรือ?  ซึ่งก็หมายความว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำร้ายหญิงสาวเลยด้วยซ้ำ!

                         แต่คำตอบของโยชิโนริในอดีตนั้นสร้างความพรั่นพรึงให้เหลือเกิน

                         "ผิดสิ...ผิดหมดนั่นแหละจะทั้งแกหรือน้องแก  หรือใครอื่นที่เกี่ยวข้องกับพวกแก...ทุกคนผิดด้วยกันหมดและทุกคนจะมีสภาพไม่ต่างกัน...."

                         ถ้อยคำนั้นยิ่งทำให้ผู้ฟังตัวสั่นหนักกว่าเดิม  ถึงจะรู้ว่านี่คือการแก้แค้นของโยชิโนริแต่ไม่เคยคิดว่าหญิงสาวจะทำเกินเลยถึงขนาดลากเอาครอบครัวของคนที่ทำร้ายหล่อนมาร่วมด้วย

                         ขณะคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นช่างโหดร้ายเหลือทน  ภาพก็ตัดไปอีกครั้งมันเป็นภาพของหญิงสาวที่นั่งขดตัวอยู่ที่มุมห้อง  นั่นคือโยชิโนริที่อยู่ในสภาพที่ดูไม่เหมือนคุณหนูผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป  ดวงตาสีมรกตดูเลื่อนลอยเอาแต่เหม่อมองพื้นอยู่นิ่งๆ

                         แววตาของหญิงสาวที่ทระนงตัวสูงศักดิ์ดูสิ้นหวังขณะที่เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างของใครที่ไม่เห็นหน้าจะก้าวเข้ามา

                         "ศพถูกกำจัดหมดแล้วครับคุณหนู  หลังจากนี้จะทำยังไงต่อหรือครับ?"

                         "หาคนที่หน้าตาเหมือนฉันมา...ศัลยกรรมมันให้คล้ายกับฉันให้มากที่สุด  อีกสองวัน...ฉันจะให้มีการประกาศข่าว..."

                         "แล้วคลิป?"

                         "ลบทิ้งให้หมดหลังจากที่แถลงข่าวออกไป....แล้วหลังจากนั้นถ้าคนที่หามามันยังเรื่องมากก็ทำแบบเดียวไปซะ"

                         "ครับ"

                         "และอย่าให้พ่อกับแม่รู้เรื่อง  รวมทั้งสั่งปิดปากคนที่เกี่ยวข้องทุกคน  บอกพวกมันว่าถ้ามีเรื่องแพร่งพรายออกไป...พวกมันจะมีสภาพไม่ต่างกับพวกสารเลวนั่น"

                         "ผมและคนอื่นทราบดีแล้ว..."

                         นั่นคงสอดคล้องกับข่าวที่เกี่ยวกับคลิปหลุดของคนที่หน้าตาเหมือนโยชิโนริเมื่อก่อนสินะ?  ที่มีข่าวหลุดออกมาแล้วคลิปตัวปัญหาก็หายสาปสูญไปทันทีหลังจากออกข่าวประกาศตัวคนที่หน้าตาเหมือนกับเจ้าหล่อนเสร็จสิ้น

                         ครั้นสั่งการอะไรเสร็จร่างของชายคนดังกล่าวก็ออกจากห้องไป  ทิ้งหญิงสาวให้นั่งอยู่ที่เดิม

                         "...ไม่มีอะไรอีกแล้ว...ไม่จำเป็นต้องห่วงอะไรอีกแล้ว"

                         หล่อนพึมพำราวกับคนไม่มีสติหลงเหลืออยู่

                         "ไม่มี...ไม่มีใครที่จะทำร้ายฉันได้อีกแล้ว...ไม่มี"

                         โยชิโนริในอดีตพึมพำแค่เพียงเท่านั้นก่อนหล่อนจะสะอื้นแล้วร่ำไห้ออกมาอย่างเงียบๆ  เธอขดตัวใช้สองมือโอบกอดตนเองแล้วเอาแต่ร้องเพียงเท่านั้น

                         "นายท่าน..."  เสียงพึมพำแผ่วเบาดึงสติของไอฮาเนะและโอยาคิริที่จมอยู่กับภาพในอดีตของโยชิโนริให้กลับมา

                         "เมื่อกี้นี้..."

                         "ภาพในอดีต?"

                         "อืม...จงใจให้เห็นหรือว่าผิดพลาดก็ไม่รู้แหะแต่ว่าถ้านี่คือเรื่องจริงมันพอปะติดปะต่ออะไรได้หลายอย่างและเจ้านี่ก็น่าจะเป็นสาเหตุให้หล่อนมีท่าทีแปลกไปหรือเปล่า?"

                         "ฟังดูก็สมเหตุสมผลที่จะเป็นสาเหตุในการคลั่ง  แต่ใช่หรือเปล่าก็ไม่รู้อยู่ดี..."

                         พลันเสียงคล้ายของกำลังไหม้ก็ดึงสติพวกเขาเอาไว้อีกครั้ง  รากไม้ยังคงพยายามจู่โจมอย่างต่อเนื่องมันไม่หวั่นเปลวเพลิงพลางพยายามฝ่าเข้าไปด้านในให้ได้

                         "เกราะฉันคงยันไม่ไหวแล้วล่ะ  โอยาคิริเราต้องเร่งมือหน่อย  ที่นี่คือมิติจิตของโยชิโนริซังก็จริงแต่ภายในมิติจิตพลังวิญญาณไม่ได้มีผลด้วย  กล่าวคือถ้าจิตเรายังแกร่งพออย่างน้อยๆก็ยังพอต้านการโจมตีหรือเรียกใช้พลังบางส่วนเข้าปะทะได้  ทว่าต้องอย่าลืมเด็ดขาดว่าเราอยู่ในฐานะผู้บุกรุกดังนั้นการจะโจมตีให้ได้ผลที่เหนือกว่าคือทำให้เจ้าของจิตใจอ่อนแอ"

                         "ยังไง!?"

                         "จู่โจมเธอโดยตรง!  พูดอะไรก็ได้ทำให้หล่อนไขว้เขว!  หรือยังไงก็ได้เบี่ยงเบนความสนใจอย่าให้เธอโฟกัสมาเล่นงานเราตรงๆ!  ในตอนนี้ที่ฉันคิดได้อย่างเดียวจากภาพควาทรงจำเมื่อครู่มันทำให้หล่อนเห็นพวกเราเป็นศัตรู!  ซึ่งถ้าเป็นศัตรูหล่อนต้องกระหน่ำโจมตีเราไม่ยั้งแน่ๆ!"

                         ซึ่งก็ใช่เพราะหล่อนมองว่าผู้บุกรุกคือศัตรูและหล่อนย่อมไม่มีความปราณี  ดังนั้นพวกรากไม้เริ่มกระหน่ำการโจมตีอย่างไม่หวั่นเกรงต่อเพลิงที่จะเผาพวกมัน

                         "แล้วเราจะทำยังไง!?  รากไม้มีจำนวนเยอะกว่า!"

                         "ฟังนะ!  ต้องมีใครสักคนฝ่าเข้าไปหาโยชิโนริซังให้ได้!  ตัวคุณน่าจะมีความสามารถในการควบคุมธาตุทองซึ่งจากที่เห็นน่าจะเป็นพวกโลหะใช่ไหมล่ะ!  คิดการแปลงสภาพโลหะพวกนั้นเป็นอาวุธสิ!  ใช้สิ่งนั้นในการหลอกล่อส่วนการพรางตัวน่ะฉันจะทำให้เอง!"

                         ซานิวะหนุ่มอึ้งไปชั่วครู่แต่ก็คิดแล้วว่าไม่มีทางเลือกใดๆอีกแล้ว  ฉะนั้นทางรอดคือต้องร่วมมือกันเท่านั้น!

                         "ก็ได้  ถ้าอย่างงั้นคนที่ต้องฝ่าเข้าไปพบกับโยชิโนริซังก็ต้องเป็น..."

                         หวยมาออกที่ศาสตราคนแรก  ถ้าพูดถึงความเชื่อมโยงก็มีแค่คะเซ็นเพียงคนเดียวที่มีความเชื่อมโยงอย่างมากที่สุด  ดังนั้นแล้วคนที่จะดึงสติได้มีแค่คะเซ็นเท่านั้นเอง

                         ดาบรบผมม่วงเข้าใจดีจึงพยักหน้าตอบรับหนักแน่น 

                         "เอาล่ะนะ"  

                         เมื่อให้สัญญาณ  ไอฮาเนะรวบรวมพลังมาอัดแน่นใส่เกราะเพิ่มก่อนจะทำให้มันขยายตัวแล้วระเบิดออกไปรอบนอกอย่างรุนแรง

                         บรึ้ม!!

                         เสียงระเบิดที่ดังก้องพร้อมกับฝุ่นควันที่สร้างขึ้นจากการเผาไหม้ของไม้นั้นลอยตลบอบอวน  พร้อมกับที่คมดาบจำนวนมากที่สร้างจากพลังของโอยาคิริก็ฟาดฟันรากไม้เหล่านั้นจนเหี้ยน  ขณะที่คะเซ็นพุ่งออกไปด้านนอกโดยมีสองซานิวะให้ความสนับสนุนในการเก็บกวาดรากไม้ที่มาเกะกะขวางทางอย่างสุดความสามารถ

                         จวบจนกระทั่งเขาเกือบจะฝ่าเข้าไปใกล้ได้แล้ว  คะเซ็นกลับต้องชะงักค้างเมื่อจู่ๆหญิงสาวที่หลบซ่อนตัวอยู่แนวหลังรากไม้กลับพุ่งมาหาเสียเอง  พร้อมกับมือด้านขวาของหล่อนที่กลายเป็นกรงเล็บขนาดใหญ่เตรียมพร้อมจะจ้วงแทงใส่ศาสตราเล่มแรก  คะเซ็นที่เห็นเช่นนั้นรีบยกดาบมาป้องกันทันที

                         เคร้ง!

                         ทั้งที่เป็นแค่ไม้แต่ความรุนแรงและความคมนั้นก็พอๆกับคมดาบเลยทีเดียว  อีกทั้งมันยังแข็งแกร่งจนดาบไม่อาจฟันมันขาดไปได้  ร่างสูงของดาบรบพยายามต้านทานแรงอันมหาศาลซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเรี่ยวแรงของผู้หญิงรูปร่างบอบบางเบื้องหน้านี้อย่างสุดความสามารถ  พลางร้องตะโกนเรียกอย่างร้อนรน

                         "นายท่าน!  ได้สติสักทีเถอะขอรับ!!  นายท่าน!!!"

                         "ฆ่า!  พวกทรยศ!!!"

                         "พวกข้าไม่ใช่ศัตรูของท่านนะขอรับ!!  ท่านโยชิโนริ!!!  นี่ข้า...คะเซ็นเองนะขอรับ!!"

                         ผู้เป็นศาสตราแรกที่อยู่มาอย่างยาวนานได้แต่ร้องเรียกด้วยสีหน้าแสนเจ็บปวด  ตัวเขานั้นพยายามสุดชีวิตที่อยากให้เจ้านายกลับมามีสติดังเดิม

                         "ออกไป!!  พวกทรยศ!!  แก....ต้องฆ่า!!!  พวกแกก็เหมือนกันหมด!!  ทรยศฉัน!!  หักหลังฉัน!!  กักขังฉัน!!!  ซ้ำยังหลอกลวงพาซานิวะมาทำลายฉันอีก!!!  พวกแกมันก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ!!!"

                         เธอร่ำร้องและกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง  สติสัมปัญชัญญะนับว่าชักจะเลือนรางเต็มทน  เห็นได้ชัดเจนว่าเธอพูดแต่เรื่องซ้ำซาก  ทว่าก็ยังรับรู้ว่าคะเซ็นเป็นใครล่ะมั้ง?  ไม่อย่างงั้นคงไม่พูดในทำนองนี้ออกมาหรอก

                         "พวกนั้นขังหล่อนเหรอ?"  ไอฮาเนะที่ได้ยินหล่อนกรีดร้องโวยวายเอ่ยถามซานิวะด้านข้างอย่างสงสัย  เพราะพวกเขาเล่าสถานการณ์แบบรวบรัดเลยไม่ได้บอกเหตุการณ์ตรงจุดนี้ด้วย

                         "ที่รู้คืออิชิคิริมารุตัดสินใจผนึกเธอเอาไว้เพราะไม่อยากให้หล่อนมาเสี่ยง  รวมทั้งโอคุริคาระในขณะนั้นยังจัดการไม่ได้เลยขังไว้เพื่อความปลอดภัยน่ะสิ"

                         พร้อมกันนั้นเองที่คะเซ็นตะโกนสวนกลับดังก้อง  "ที่พวกข้าขังท่านไว้ก็เพื่อความปลอดภัยของท่าน!  ในยามนั้นพวกข้ายังจัดการโอคุริคาระไม่ได้จึงจำเป็นต้องทำเพื่อปกป้องท่านเอาไว้นะขอรับ!"

                         "โกหก!!"

                         "ข้าไม่ได้โกหกขอรับ!!  หากท่านเป็นอะไรไปแล้วพวกข้าจะอยู่ได้อย่างไร!!  และมีข้ารับใช้คนใดจะทำร้ายนายตัวเองกันขอรับ!!"

                         "มีสิ  พวกแกไงล่ะ!!"  หล่อนตะโกนตอบกลับอย่างเกรี้ยวกราด  ซึ่งก็เกรี้ยดกราดจริงๆในความคิดของไอฮาเนะขณะฟาดงวงฟาดงาเอ้ย!  ฟาดมือที่เป็นกรงเล็บกระหน่ำใส่ศาสตราแรกของหล่อนอย่างไม่มีคำว่าปราณี

                         "คลั่งไปแล้วเหรอ"  ไอฮาเนะเล็งการโจมตีใหม่อีกครั้ง  เพราะอยู่ในจิตใจการโจมตีของโยชิโนริจึงแข็งแกร่งมากๆ  ยิ่งถ้าเล็งเป้าว่าเป็นศัตรู  ภาวะจิตที่โกรธแค้นจะยิ่งเสริมพลังให้หล่อนแกร่งกว่าเดิม  ถ้างั้น...คงต้องคอยโจมตีในช่วงจังหวะที่เผลอไปอย่างใจเย็นๆ  รอจนพลาดท่าค่อยอัดพลังใส่เต็มๆดีกว่า

                         คิดแล้วก็สร้างศรเพลิงขึ้นกลางอากาศแล้วสั่งการโจมตีใส่ไปทางด้านหลัง  ให้หล่อนกลับมาสาละวนกับศรเพลิงที่สร้างขึ้นมาเบี่ยงเบนเพื่อช่วยเหลือคะเซ็น  พร้อมกับโอยาคิริจะทรุดตัวลงประกบมือลงกับพื้นแล้วเรียกเอาของเหลวที่เป็นโลหะสีเงินออกมาพร้อมกับสั่งการให้มันเคลื่อนตัวไปหาโยชิโนริแล้วเริ่มจัดการไล่ล่าพันธนาการหล่อนเอาไว้

                         "ออกไป!!  เอามันออกไป!!"

                         หญิงสาวตะโกนไปพลางแล้วสร้างรากไม้ผุดขึ้นจากพื้นสีดำมากระหน่ำเล็งโจมตีที่โอยาคิริเพื่อขัดขวางการกระทำของเขา  หากแต่เด็กสาวผมดำทำการป้องกันเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

                         "หน้าที่มันสลับกันหรือเปล่าน้า..."  อันที่จริงโอยาคิริต้องป้องกันเธอในขณะที่ตัวเธอต้องเป็นฝ่ายเปิดฉากเล่นไล่งาน ที่บอกว่าสลับก็คงเพราะพวกตนทำหน้าที่สลับกันจริงๆนั่นแหละ

                         "เวลานี้ยังมาพูดเล่นทำเป็นชิวได้อีกนะคานาโมริ  แต่เอาเถอะถือว่าเราเบี่ยงความสนใจหล่อนมาได้ชั่วครู่แล้วนี่นะ"  
ที่ทำทั้งหมดนั้นก็แค่การสร้างโอกาสให้กับอีกคนต่างหาก  เพราะจังหวะที่โยชิโนริหันมาสนใจสองซานิวะ  คะเซ็นก็ปราดพุ่งเข้าประชิดตัวได้สำเร็จ  เขาพุ่งกระแทกร่างของหญิงสาวให้ล้มลงไปแล้วขึ้นคร่อม  แต่โยชิโนริกรีดร้องยิ่งกว่าเดิม

                         "ออกไป!!!!  ไสหัวออกไปนะ!!!  ไม่เอา!!!  อย่า!!!"

                         "นายท่านขอรับ!!  นี่ข้าเองคะเซ็น!!!  ได้โปรดตั้งสติสักทีเถอะขอรับ!!"

                         แม้ร่างบางอย่างดิ้นรนขนาดไหนตัวชายหนุ่มก็ได้แต่พยายามส่งเสียงเรียก

                         "นายท่าน!!"  เขาเลือกเขย่าไหล่ให้แรงขึ้น  ขณะก้มหน้าลงแล้วจ้องมอง

                         ฉับพลัน

                         "คะเซ็นระวังครับ!!"  รากไม้พุ่งเข้าจู่โจมใส่ด้านหลัง  โอยาคิริพยายามสกัดกั้นพร้อมกับไอฮาเนะแต่มีบางส่วนที่หลุดรอดจากการโจมตีของทั้งสอง  ก่อนที่รากไม้เหล่านั้นจะพุ่งเข้าสู่แผ่นหลังของชายหนุ่มผมม่วงอย่างเต็มแรง

                         ฉึก!  ฉึก!!

                         "คะเซ็น!!!"  ซานิวะหนุ่มตกตะลึงที่อีกฝ่ายไม่ยอมหลบหลีก  เขายินยอมรับการโจมตีนั้นใส่เต็มๆโดยไม่หวาดหวั่น
เค้าหน้าอันคมเข้มแสดงความเจ็บปวด  เลือดสีแดงไหลออกจากริมฝีปากจนมันย้อยหยดลงบนใบหน้าของหญิงสาวที่ชะงักไปชั่วครู่

                         สีแดง?....กลิ่นคาวเลือด?...เลือด?

                         "เฮ้ย!  คะเซ็น!  ไม่เป็นไรใช่ไหมนะ!?"

                         ชายหนุ่มผมม่วงหัวเราะแผ่วเบาขณะตอบกลับเสียงระโหย

                         "ข้าไม่เป็นไรหรอกขอรับ....แผล...แค่นี้เองนี่นา...เทียบกับนายท่านแล้ว...มันไม่เท่าไหร่หรอกขอรับ"

                         รากไม้บางส่วนแทงทะลุเข้าเนื้อในค่อนข้างลึก  วงสีแดงที่ย้อมชุดออกรบนั้นแผ่ขยายเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ  

                         แต่ดาบรบไม่หวั่น  เขาจ้องมองดวงหน้าของหญิงสาวผู้เป็นนายด้วยแววตาเจ็บปวด

                         "ข้าขอโทษนะขอรับ...พวกข้าขอโทษที่ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับท่านเลย....ข้าน่ะ...ข้าอยากให้ท่านกลับมาเป็นแบบเดิม...ข้าไม่อยากเห็นท่านเป็นเช่นนี้เลย..นายท่านขอรับพวกข้าไม่เคยคิดทอดทิ้งท่าน...ตัวท่านเองแม้จะตอบรับการเป็นซานิวะอย่างจำยอมนั้นก็ยังดูแลพวกข้าเป็นอย่างดี...ดังนั้นแล้ว...ดังนั้นแล้วคราวนี้ถึงตาพวกข้า...ที่จะปกป้องดูแลท่านบ้าง..."

                         คะเซ็นรู้ดีว่าการตัดสินใจในตอนนั้นได้สร้างความเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง  ประกอบกับเรื่องราวในอดีตที่มองเห็นนั้นมันก็ช่างโหดร้าย  ดังนั้นการกระทำของพวกเขาก็เหมือนเป็นการทรยศต่อนายหญิงตนเอง  แม้ว่าจะไม่ได้มีเจตนาดั่งที่นางคิดก็เถอะ  แต่นางก็เข้าใจผิดไปแล้ว

                         หญิงสาวยังคงดิ้นรนขัดขืนหากแต่เรี่ยวแรงคล้ายผ่อนลง  ดวงตาที่ใกล้จะเป็นสีดำสนิทจ้องมองดูร่างของดาบรบตรงหน้าที่ยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยนไร้ท่าทางคุกคามใดๆทั้งสิ้น  ก่อนย่นคิ้วอย่างประหลาดใจ

                        ไม่เหมือน...พวกนั้น...

                         เค้าหน้าที่คุ้นเคยของดาบเล่มแรกนั้นค่อยๆแจ่มชัดขึ้น  มันไม่ใช่ใบหน้าเย้ยหยันแต่อย่างใด  ตรงกันข้ามมันกลับดูอ่อนโยนรวมทั้งแววตานั้นเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกผิด

                         แหมะ...

                         หยดเลือดสีแดงหล่นแหมะลงจากริมฝีปากนั้นลงบนใบหน้า

                         แหมะ...

                         เลือด....เลือดของ...คะเซ็น

                         นี่คือ...คะเซ็น?

                         ในมุมมองของโยชิโนริจนถึงตอนนี้ภาพความทรงจำที่คงอยู่กับหล่อนมีแค่ภาพอันโหดร้ายจากในอดีต  ตัวเธอนั้นไม่มั่นใจหรอกว่าอยู่ส่วนไหนแต่ในตอนที่ได้ยินเสียงกระซิบนั้นพร่ำบอกข้างหูและตนได้หลงเชื่อนั้น  ทุกอย่างก็กลายเป็นสีดำทั้งหมด  รวมทั้งภาพของศัตรูที่เคยจดจำได้ก็ปรากฏขึ้น  ดังนั้นจึงได้ทุ่มพลังทั้งหมดในการเรียกใช้พฤกษามารดรมาบดขยี้  

                         จวบจนพลาดท่าพ่ายแพ้ต่อเพลิงสีขาวขนาดยักษ์นั่น...สิ่งที่เห็นคือสีขาวโพลน  แต่เพียงชั่วครู่เดียวตนก็ตื่นขึ้นมาในที่แห่งนี้อันแสนมืดมิด  

                         ตัวโยชิโนริร่อนเร่อยู่สักพักจนภาพความทรงจำไหลแว่บเข้ามา  ประกอบกับรับรู้ถึงการบุกรุกของสามร่างที่ไม่ได้รับเชิญ

                         หล่อนไม่รู้ว่าใครเพราะหล่อนยังมองไม่เห็นจึงพยายามควานหา  จนกระทั่งเห็นนกสีขาวตัวหนึ่งบินร่อนอยู่ด้านบนจึงคิดโจมตี  แต่มันบินหนีไปเสียก่อนและหล่อนรุกไล่ตามจนกระทั่งสัมผัสได้ว่าศัตรูอยู่เบื้องหน้าจึงทำการโจมตีออกไป  พร้อมกันนั้นก็ได้ยินเสียงเรียกท้าทาย  ตนจึงก้าวไปหาตามคำท้า

                         และหลังจากนั้นจึงได้พบผู้บุกรุกที่เป็นอสุรกายตัวหนึ่งและสองซานิวะที่มีใบหน้าเย้ยหยันใส่ตัวหล่อน  สีหน้าพวกเขาจ้องมองเธออย่างดูแคลน   ทำให้ความรู้สึกคลั่งแค้นนั้นก่อตัวขึ้นในร่างจนทนไม่ไหวอีกต่อไป  เพราะใบหน้าของพวกเขาช่างเหมือนกับศัตรูในอดีตที่ทำร้ายหล่อนอย่างไม่ไยดี

                         โยชิโนริจึงโจมตีอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น  

                         ไม่สนแม้คำพูดเหล่านั้นจะพ่นออกมากรอกหู  คำพูดแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นนั่น!

                         จวบจนกระทั่งมาอยู่ในสภาพที่ถูกตรึงกับพื้นเช่นนี้

                         และความรู้สึกที่ของเหลวสีแดงหยดลงตรงหน้า  พร้อมกับใบหน้าของดาบเล่มแรกที่อยู่กับตนจะปรากฏขึ้น

                         "นายท่าน..."  คะเซ็นยังคงร้องเรียกตนเหมือนเดิมเช่นเคย  ดวงตาที่เกือบเป็นสีดำทั้งหมดนั้นวูบไหว

                         ทำไม?  ทำไมคะเซ็นมาอยู่นี่  เขาทิ้งเธอไปแล้วพร้อมกับอิชิคิริมารุ  เขาไม่แม้แต่จะห้ามปรามดาบใหญ่ไม่ให้กักขังเธอ  เขาผู้ซึ่งไล่ติดตามคนที่เหลือไปโดยแค่ปรายตามองมาที่ตนเพียงครู่เดียวแล้วเมินหนี

                         ทำไมถึงกลับมา?  ตัวเขานั้นทอดทิ้งเธอแล้วทำไมถึงยังมาที่แห่งนี้?

                         พลันก็นึกขึ้นได้ว่าที่อีกฝ่ายบาดเจ็บคงเพราะการโจมตีของตนเมื่อครู่  และโยชิโนริก็ได้คำถามเพิ่มขึ้นมา

                         ทำไมถึงยอมทนรับการโจมตีโดยไม่หลบไปไหน?  ว่ากันตามตรงแล้วหากหลบละก็รากไม้ที่เธอสั่งการไปคงโจมตีมาที่ตัวเธอแน่ๆ  เพราะยามนั้นไม่มีสติและการโจมตีที่ไม่ทันระวังนั่นคงเกิดผลร้าย

                         เพราะฉะนั้นคะเซ็นจึงไม่ยอมหลบ?  แต่เขาจะแคร์อะไรในเมื่อทิ้งเธอ?

                         คำถามเหล่านี้เฝ้าวนเวียนอยู่ในใจ  จวบจนคำพูดที่พรั่งพรูออกมานั้นดังขึ้นอีกครั้ง

                         "ข้าขอโทษขอรับ  แต่ได้โปรด  ได้โปรดกลับมาได้ไหมขอรับ  ข้าคิดถึงนายหญิงที่ใจดียิ้มแย้มเหมือนแต่ก่อน....ข้ารู้ว่าอดีตคือสิ่งที่ยากจะลืมเลือน  แต่ได้โปรดอย่าได้ทนแบกรับเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว  แม้พวกข้า...จะเป็นแค่ดาบเป็นแค่ข้ารับใช้แต่เพื่อนายท่านแล้ว...พวกข้าไม่อาจปล่อยให้ท่านต้องเป็นเช่นนี้ต่อไป  ดังนั้นแล้ว..."  คล้ายกับได้ยินเสียงสะอื้นไห้จากลำคอ...พร้อมกับที่น้ำตาจะเอ่อล้นเต็มสองดวงตาของดาบหนุ่ม

                         "ได้โปรดกลับมาเป็นนายท่านโยชิโนริดังเดิมด้วยเถอะขอรับ!"

                         เขาร่ำร้องและวิงวอนอย่างสุดชีวิต  ขณะร่ำไห้ออกมา

                         ท่าทางเช่นนั้นทำให้โยชิโนริตกตะลึงเสียเอง

                         กลับมาเป็นเหมือนเดิม?

                         พูดบ้าอะไร?  เธอก็เป็นเช่นเดิม  พวกเขาต่างหากที่เปลี่ยนไป!

                         หล่อนแย้งเสียงดังในใจอย่างไม่ยินยอม  ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกเขากล้าพูดว่าเธอเปลี่ยนไป  ทั้งที่ทุกการกระทำของพวกเขาต่างหากที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน!

                         "นี่ๆโยชิโนริซัง  ถ้าหากว่าคะเซ็นคือคนที่ทรยศสำหรับคุณจริงละก็  มันดูไม่สมเหตุสมผลกับการเสี่ยงตายเข้ามาในจิตใจคุณเลยนะ"  เด็กสาวผมดำที่อยู่ห่างไกลยกมือป้องปากแล้วตะโกนกลับมาหลังเห็นท่าทางหญิงสาวยังไม่เชื่อถือคำพูดของดาบตนเองนัก

                         ถ้อยคำที่ดังแทรกมานั้นทำให้โยชิโนริที่พยายามโต้แย้งในใจชะงัก  เธอคิดตามในคำพูดเหล่านั้นและก็พบถึงคำถามเหมือนกับที่อีกฝ่ายพูดว่าทำไมต้องเสี่ยงเข้ามา  หากว่าทรยศและทอดทิ้งไปแล้วจริงๆ

                         "สำหรับคนอื่นอาจเป็นคนทรยศสำหรับคุณ!  แน่นอนว่าคุณไม่ต้องเชื่อใจผมกับคานาโมริก็ได้ ! แต่ว่าดาบของคุณน่ะไม่เคยมีความคิดหักหลังคุณเลย!  พวกเขามาขอร้องให้ช่วยเหลือคุณด้วยซ้ำ!"  โอยาคิริตะโกนโต้ตอบกลับไปด้วย  เพราะมองเห็นแล้วว่าสีหน้าของหญิงสาวดูยังมีสติที่รับฟัง  ซึ่งก็ตามคาดเมื่อได้ยินหล่อนก็โต้เถียงกลับมา

                         "โกหก!"

                         "ไม่ได้โกหกนะ!  สาเหตุที่ผมมาทั้งที่รู้ว่ามันเสี่ยงที่จะเกิดข้อพิพาทระหว่างซานิวะด้วยกันก็เพราะว่าดาบของคุณไปขอร้องให้มาช่วยคุณ!"

                         ช่วยฉัน?  ทำไม?  ฉันไม่ได้เป็นอะไร?

                         "คุณเปลี่ยนไปนะโยชิโนริซัง!  ตัวคุณไม่เหมือนเมื่อก่อน  เย็นชา!  โหดร้าย!  ไม่ยอมฟังใครอีกต่อไป!  ตัวคุณที่เปลี่ยนไปทำให้พวกดาบกังวล!  แต่เพราะเขาไม่อาจทำอะไรได้มากไปกว่านี้จึงขอความช่วยเหลือไปยังซานิวะ!  ซึ่งก็คือผม...!  หากคุณอยากกล่าวโทษหรืออยากอาละวาดก็มาลงที่ผมที่เข้ามาจุ้นจ้านเถอะ!  อย่าไปทำร้ายพวกคะเซ็นเลย!"

                         "ไม่นับรวมฉันด้วยได้ไหมอ่ะ"  ไอฮาเนะแอบบ่นอุบอิบ  ก็ดูสิพ่อคุณเล่นบอกให้คุณนางไม้มาพุ่งเป้าที่เขา  แต่เธออยู่ใกล้ด้วยแท้ๆ  ไม่ห่วงว่าเธอจะโดนลูกหลงด้วยเหรอไงกันฟะ!  ทั้งที่ไม่ได้อยากมาร่วมด้วยเล้ย!

                         เธอว่าแผ่วเบาก่อนทำสีหน้าไม่รู้เรื่องเมื่อโดนสายตาคมกริบจากซานิวะด้านข้างมองมา  เฮ้ยๆอย่ามองแบบนั้นนะ!  แค่โดนลากมาซวยขนาดนี้แล้วอย่ามาเพิ่มความซวยให้มากกว่านี้สิ!

                         เมื่อเห็นเด็กสาวผมดำทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ที่บ่นเมื่อครู่  โอยาคิริก็หรี่ตาเล็กน้อยก่อนยอมเมินมันไปเสียแล้วหันกลับไปให้ความสนใจแล้วพูดเกลี้ยกล่อมต่อ

                         "คนเรามักมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงได้เท่ากับคนอื่นหรอกโยชิโนริซัง!  หากคุณไม่เปลี่ยนไปจริงละก็คุณคิดว่าทำไมตัวคุณมีสภาพแบบนั้นล่ะ!"

                         "อะ..ไรนะ?"

                         เมื่อเห็นน้ำเสียงลังเลแถมขาดห้วงของหญิงสาวแล้ว  ไอฮาเนะใช้จังหวะที่โอยาคิริหยุดพักหายใจพูดต่อทันที

                         "ที่นี่คือภายในจิตใจนะ!  ตัวคุณในตอนนี้กำลังโดนจิตมารกลืนกินและใกล้จะมีสภาพไม่ต่างกับนกตกถังสีแล้ว!  คุณคิดว่าตอนนี้คุณยังเป็นเหมือนเดิมอีกหรือเปล่าล่ะ!  ถ้าไม่เชื่อก็มองดูตัวเองสิ!  สภาพของคุณยามนี้ต่างจากดาบมารตรงไหน!"

                         โยชิโนริเบิกตากว้าง  แก้วตาสีมรกตที่เกือบจะเป็นสีดำวูบไหวอย่างรุนแรง  ขณะที่ดิ้นรนแล้วใช้ช่วงจังหวะที่คะเซ็นอ่อนแรงลงจนเปิดช่องว่าง  หญิงสาวใช้เรี่ยวแรงที่มีผลักดันร่างของชายหนุ่มผมม่วงให้ถอยออกห่างแล้วรีบกระเถิบร่างถอยออกมา  ก่อนก้มมองดูสำรวจตนเองแล้วก็พบว่าทั่วร่างเนื้อตัวและเสื้อผ้ามีแต่คราบสีดำเกาะกิน

                         นี่มัน...!  นี่เธอกำลังจะกลายเป็นดาบมารรึ!?

                         "มาตอนนี้คุณยังคิดว่าตัวเองปกติอีกหรือเปล่าล่ะ!  ตัวคุณโดนจิตมารครอบงำจนใช้สกิลที่สามารถควบคุมอารมณ์ความนึกคิดใส่โอคุริคาระจนทำให้เขาบ้าคลั่ง ! เหตุที่เขาทำร้ายคุณก็เพราะมันเกิดจากฝีมือคุณทั้งหมดนะ!  เพราะงั้นจะบอกว่าพวกดาบหักหลังคุณคงไม่ได้แล้วล่ะโยชิโนริซัง!"

                         ใช้...สกิล?

                         พลันหญิงสาวเบิกตากว้างหลังหวนนึกถึงเหตุการณ์ในช่วงขณะหนึ่งซึ่งตัวเธอนั้นได้เรียกพบโอคุริคาระเพื่อพูดคุยกันอย่างส่วนตัว  เนื่องจากเขานั้นค่อนข้างมีปัญหา

                         สิ่งที่โยชิโนริจำได้ลางๆคือพวกตนโต้เถียงกันอย่างรุนแรงแล้วหลังจากนั้น...

                         เธอได้ควบคุม...เขาอย่างไม่รู้ตัว...

                         หญิงสาวเริ่มจดจำเรื่องราวได้เลือนลาง  เธอจำได้แล้วว่าอิชิคิริมารุ  มิทสึทาดะเองก็เพียรพยายามย้ำเตือนเธอที่โอคุริคาระเปลี่ยนไป

                         แต่เธอไม่สนใจ  แค่มองว่ามันไม่ใช่สำคัญ...หากว่ามันมีปัญหานักก็คงจะปล่อยให้ตาย...

                         นี่ฉัน...

                         ราวกับจดจำเรื่องทุกอย่างได้ทีละน้อย  แววตาที่ดูเลื่อนลอยในตอนแรกนั้นเริ่มหวนกลับมา  เค้าหน้าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจน  หญิงสาวยกมือก้มมองดูฝ่ามือ...ที่บัดนี้กรงเล็บไม้ได้หลุดลอกออกเผยให้เห็นผิวขาวเกือบซีดที่มีคราบสีดำเกาะติดอยู่จนแทบจะกลืนผิวสีขาวนั้นไปหมดสิ้นแล้ว

                         "ฉัน..."

                         เธอเปลี่ยนไปจริงๆสินะ?  เปลี่ยนไปจนไม่รู้ตัวและได้ทำเรื่องราวต่างๆมากมาย...

                         พลันเงาสีดำที่เกาะกินเริ่มเคลื่อนไหว  มันเริ่มหลอมรวมตัวขึ้นจากพื้นสีดำมาปรากฏอยู่ทางด้านหลัง  ร่างนั้นไม่มีรูปลักษณ์มีลักษณะเหมือนของเหลวหนืดๆก่อนมันจะโถมร่างเข้ามาเกาะกุมทั่วร่างของซานิวะหญิงที่ตื่นตระหนก

                         "นายท่าน!"

                         "นี่มัน!"  จิตมารที่อยู่ในตัวเธอหรือ!?  

                         โยชิโนริพยายามดิ้นรน  หล่อนพยายามต่อต้านแต่ก็ช่างลำบากนัก  ร่างทั้งร่างที่โดนคราบเกาะกินนั้นเริ่มหนักอึ้งอย่างไม่รู้สาเหตุทั้งที่เมื่อครู่ยังเบาหวิวและเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว  "อย่าเข้ามาคะเซ็น!!"  มันคงคิดจะลากจิตใจของเธอให้ดำดิ่งลงไปจริงๆ  เห็นเช่นนั้นแล้วหญิงสาวจึงสั่งห้ามไม่ให้ศาสตราตนเองเข้ามาใกล้กว่านี้

                         "ไม่ได้ขอรับ!  ข้าไม่ยอมให้พวกมันทำร้ายท่านหรอก!"

                         "คะเซ็น!!"  

                         พลันเจ้าร่างน่ารังเกียจนั่นก็สร้างหนามแหลมซัดเข้าใส่ดาบหนุ่มที่ยกดาบขึ้นปัดป้องอย่างสุดความสามารถแต่ก็ยังป้องกันได้ไม่หมด  ขณะที่ซานิวะหญิงเองก็พยายามหาทางดิ้นให้หลุดพ้นแต่ร่างของตนกำลังโดนลากให้เข้าไปหามันอย่างสุดความสามารถ  เธอแหงนหน้าหันมองดาบของตนเองด้วยใบหน้าเจิ่งนองทั้งน้ำตา  

                         โยชิโนริที่ได้สติกลับมาเกือบครบหมดแล้วได้แต่มองภาพที่เกิดจากฝีมือตนเอง

                         ตัวเธอที่โดนจิตมารครอบงำไม่อาจรับรู้ความเปลี่ยนแปลงได้  จวบจนเริ่มฝันร้ายติดต่อ  ภาวะจิตใจจึงดำดิ่งลงจนเผลอทำในสิ่งที่ไม่ควรโดยควบคุมโอคุริคาระ

                         แต่ถึงไม่ได้ตั้งใจทว่าด้วยจิตด้านลบที่เริ่มกลืนกินส่งผลให้หล่อนเมินเฉยและแสดงท่าทีเย็นชาต่อศาสตราภายใต้ปกครอง  ร้อนให้พวกเขาไปตามซานิวะจากฮงมารุอื่นมาช่วยเหลือ

                         แต่เธอก็คิดว่าพวกเขาทรยศจึงทำร้าย!  เรื่องราวจึงบานปลายจวบจนมาถึงที่แห่งนี้!

                         "นายท่านขอรับ!  ที่แห่งนี้คือจิตใจของท่าน!  ตัวท่านเท่านั้นที่มีสิทธิ์เหนือผู้ใด!  เช่นนั้นอย่าได้พ่ายแพ้ต่อจิตมารนะขอรับ!"  เสียงร้องตะโกนขณะพยายามรุกไล่เข้าหาดังสลับกับเสียงฉีกขาดของเสื้อผ้าและเสียงกระทบก้องกังวานของคมดาบที่สกัดกั้น

                         จิตใจเหรอ!?  นี่คือจิตใจอันดำมืดที่อยู่ในตัวเธอหรือ!?

                         หญิงสาวอดคิดไม่ได้ว่าในจิตใจของเธอเปี่ยมไปด้วยความมืดขนาดนี้เชียวหรือ  แต่ต่อให้บอกว่านี่คือจิตใจเธอมีอำนาจเหนือกว่า  ทว่าร่างกายกลับไม่อาจทำอะไรได้เลย  แถมตอนนี้เจ้าร่างนั้นก็กลืนกินร่างของตัวเธอไปจนถึงช่วงลำคอ

                         "ฮึ่ม!!!"

                         "นายท่าน!!"

                         แว่วเสียงฝีเท้าสองคู่ที่วิ่งตรงมาหา  ซานิวะสองคนที่เพิ่งเคลียร์รากไม้ซึ่งจู่โจมไม่หยุดเสร็จสิ้นตัดสินใจกัดฟันพุ่งฝ่าเข้ามาโดยใช้พลังที่มีโถมทุ่มเข้าหา  พลางง้างหมัดขึ้นสูง

                         หมัดข้างหนึ่งของซานิวะหญิงนั้นลุกโชติช่วงด้วยเพลิงสีขาว

                         ขณะที่หมัดอีกข้างของซานิวะหนุ่มกลับห่อหุ้มไปด้วยแร่สีเงิน

                         "ย๊ากกกกก!!!!"

                         ทั้งสองไม่เกรงกลัวต่อรากไม้และอุปสรรคที่พยายามขัดขวาง  ต่างพุ่งเข้าหาแล้วซัดหมัดเข้าใส่เจ้าร่างน่ารังเกียจนั้นเต็มแรงและตะโกนก้องออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย

                         "ไปตายซ๊าาาา!!!!"

                         อย่างไม่น่าเชื่อที่พวกเขาจะมีเรี่ยวแรงหลงเหลือ  เพราะเมื่อหมัดทั้งสองเข้ากระทบกลับเกิดแรงกระแทกที่ดังสนั่นและมันรุนแรงมากพอจนทำให้ร่างที่เหมือนของเหลวนั้นกระเด็นออกห่างไปได้  แม้จะไม่มากพอแต่ก็เปิดโอกาสให้ซานิวะทั้งสองใช้ความรวดเร็วพุ่งไปกระชากแขนของโยชิโนริคนละข้างแล้วออกแรงลากร่างหล่อนให้ถอยออกมาอย่างสุดความสามารถ

                         เจ้าร่างประหลาดนั้นไม่ยินยอมมันกู่ร้องคำรามหลังเห็นร่างของเป้าหมายกำลังโดนลากให้ห่างออกไป

                         แต่ช้ากว่าไอฮาเนะที่เหวี่ยงโชยิโนริไปด้านหลัง  เหมือนกับโอยาคิริ  ทั้งคู่แสยะยิ้มเหี้ยมขณะเรียกเอาพลังที่มีมาไว้ในมือ  และต่างฝ่ายต่างโถมร่างเข้าโจมตีใส่อย่างบ้าคลั่ง

                         "ในที่สุดก็เจอตัวสักที!!!  ขอบใจที่โผล่หัวมา!!  มามะ!!!  มาให้เชือดซะดีๆ!!"

                         "ฮะฮะ  ผมล่ะรออยู่เลยว่าชาติไหนถึงจะโผล่!!!  ขอขอบคุณด้วยอีกคนครับที่ในที่สุดก็โผล่มาให้ฆ่าได้สักที!!!"

                         ต่างคนต่างพูดกันไป  พร้อมกับสีหน้าที่บอกได้เลยว่าอารมณ์โมโหมีมากถึงขีดสุด

                         อันที่จริงพวกเขาทั้งสองไม่ใช่คนสติหลุดโดยง่าย  หากแต่ด้วยความเหนื่อยล้าและความอ่อนเพลียที่กัดกินพวกเขาถึงที่สุดแล้ว  ทำให้แต่ละคนเริ่มอยากจบเรื่องนี้ให้ไวเต็มที  ซึ่งก็พอดีกับที่ตัวการโผล่มาขณะพวกเขาตั้งรับการโจมตีของพวกรากไม้กันอยู่  พอเห็นเช่นนั้นทั้งสองก็พูดออกมาพร้อมกันในคราวเดียวว่า

                         "ป่ะ! ไปปิดบัญชีไอ้เวรนี่สักทีเถอะ!"

                         เพราะถึงที่สุดของที่สุดแล้ว  ซานิวะทั้งสองนำอารมณ์ความโกรธจากความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าตรงเข้าซัดอย่างไม่เกรงกลัวความตาย  เป้าหมายของพวกเขาคือจัดการไอ้ตัวระยำนี่เสียแล้วจะได้เผ่นกลับฮงมารุตัวเองสักที!!

                         ฟากซานิวะหญิงผมน้ำตาลมองเพื่อนร่วมอาชีพที่สติหลุดไปแล้วอย่างอึ้งๆ  ทั้งสองคนคล้ายกับไม่สนใจอะไรอีกแล้วทั้งสิ้นพอมั่นใจว่าหล่อนปลอดภัยก็ตรงเข้าซัดใส่ศัตรูอย่างไม่หวาดกลัว  ท่าทีเหล่านี้โยชิโนริไม่เคยเห็นมาก่อนจึงได้แต่อึ้งจนพูดอะไรไม่ออก

                         "นายท่าน..."  เสียงร้องเรียกแผ่วเบาของคะเซ็นทำให้หญิงสาวสะดุ้งโหยง  เธอหันขวับกลับมองดาบแรกที่มีสภาพยับเยิน  เพราะมีแต่เลือดที่อาบชุ่มไปทั่วตัว

                         "คะเซ็น"  โยชิโนริมองสภาพของดาบตนเองอย่างใจเสีย  สภาพนี้บอบช้ำหนักหากโดนโจมตีไปมากกว่านี้เขาจะแตกหักแน่ๆ  "ทำใจดีๆไว้นะ!  ฉันจะหาทางรักษาเธอ!"

                         "ฮะฮะ  ได้ยินแบบนี้แล้วยินดีเหลือเกิน...ท่านคนเดิมที่พวกข้ารู้จักกลับมาเสียที..."

                         "ไม่ต้องพูดแล้วคะเซ็น!"

                         ชายหนุ่มยังคงหัวเราะ  "จะให้ทำอย่างไรได้เล่า  ก็ข้าดีใจนี่นา...นายท่านขอรับต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม  แต่ถ้ามันทำให้ท่านกลับมา  ข้าก็ยินดีแลก.."

                         แม้แต่ตัวของข้าเอง  ชีวิตนี้ก็ยินดีมอบให้

                         "คะเซ็น!!"

                         "ได้โปรด...ช่วยโอคุริคาระและมิทสึทาดะรวมทั้งซานิวะอีกสองท่านนั้นด้วยขอรับ"

                         "ช่วยหรือ?"  จะให้ช่วยยังไง!?  ตัวหล่อนตอนนี้ทำอะไรได้อีกล่ะ!?

                         "ท่านน่ะแข็งแกร่งนะขอรับ  ข้าบอกแล้วไง"  คะเซ็นยังคงยิ้ม  ยิ้มอย่างอบอุ่นอ่อนโยนก่อนใช้นิ้วเรียวจิ้มไปยังอกด้านซ้าย  "ตราบที่ใจท่านยังแข็งแกร่งไม่ว่าจะยังไงก็ไม่มีสิ่งใดทำร้ายท่านได้  อดีตคือสิ่งที่แก้ไขไม่ได้  ที่ทำได้มีแค่จดจำไว้เป็นบทเรียน  เราลืมอดีตไม่ได้เพราะว่ามีอดีตเราจึงมีปัจจุบัน  นายท่านขอรับ....แม้อดีตคือสิ่งที่น่ารังเกียจแต่ท่านยังเลือกได้นะขอรับ  เลือกที่จะก้าวไปต่อโดยไม่ทำสิ่งที่ผิดพลาด  เหล่าผู้น่าชิงชังซึ่งทำร้ายท่านไม่อยู่อีกต่อไปแล้วแต่มีตัวท่านที่คงอยู่  เช่นนั้นแล้วท่านต้องอยู่ต่อไป  เดินหน้าต่อไป....เข้าใจไหมขอรับ"

                         "แต่ว่า..."

                         "แน่นอนว่าท่านไม่ได้เดินต่อไปเพียงคนเดียว  ยังมี...พวกข้าที่เหลือพร้อมจะเดินไปกับท่านเสมอ..."  เขายิ้ม  ยิ้มทั้งน้ำตาขณะที่ร่างโอนเอนมาพิงหญิงสาว

                         "คะเซ็น!!"

                         "ดังนั้นแล้วจะยอมแพ้แล้วจมดิ่งไปทั้งเช่นนี้ไม่ได้นะขอรับ  ห้ามยอมแพ้อย่างเด็ดขาดนะขอรับ"

                         พวกข้ารอท่านอยู่นะ

                         รอท่านเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  ก็อย่ายอมแพ้....

                         แววตาของโยชิโนริที่สั่นไหวนั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น  ขณะมือเริ่มเอื้อมไปจับมือของชายหนุ่มที่กำลังหายใจรวยรินแนบแน่น

                         "ทำไม...ถึงต้องดิ้นรนขนาดนี้คะเซ็น  ฉันคนนี้ทำความผิดหวังให้แก่พวกเธอ  ทำร้ายแม้กระทั่งโอคุริคาระ  ทำร้ายคนอื่นๆมากมาย  แม้แต่อดีตของฉัน  ฉันก็ทำลายชีวิตของคนพวกนั้น  ลากเอาครอบครัวของพวกเขามาชดใช้ทั้งที่ตัวพวกเขาไม่ได้ทำอะไรด้วย..."  เพราะสติที่ไม่มั่นคงทำให้ภาพความทรงจำล่องลอยอยู่ในห้วงจิตจนส่งผลให้เหล่าผู้เข้ามามองเห็นมัน  ฉะนั้นยามนี้จึงไม่มีประโยชน์ใดๆอีกต่อไปแล้วที่จะต้องมาหวาดระแวง  ในตอนนี้มีคนล่วงรู้หมดแล้วและโยชิโนริไม่คิดจะสนใจอีกต่อไป  เธอทำลายคนมามาก  หากต้องมาทำลายคนที่ไม่ได้อยากจะมาล่วงรู้นี้ด้วยเธอคงรังเกียจตัวเองมากกว่าเดิม

                         "ชู่ว....อดีตแก้ไขไม่ได้แล้วนะขอรับ  และยามนี้ท่านคือนายของข้า  ข้าไม่สนหรอกว่าท่านทำอะไรมาก่อน...ท่านคือคนที่พวกข้าเลือก...ดังนั้นให้ตายยังไงพวกข้าจะไม่มีวันหักหลังหรือทอดทิ้งท่านโดยเด็ดขาด....ดังนั้นแล้ว...ได้โปรดอย่าคิดว่าพวกข้าจะทรยศท่านนะขอรับ"

                         โยชิโนริเม้มปากแน่น

                         ทั้งที่ฉันทำให้เธอเป็นแบบนี้นะคะเซ็น....ทำให้มีสภาพที่เจ็บหนักขนาดนี้...

                         ขณะที่โยชิโนริอยากจะพูดอะไรมากต่อไปกว่านี้  พลันเสียงร้องของชายหนุ่มอีกคนก็ดังขึ้น

                         "โอ้ย!!"  โอยาคิริลอยข้ามผ่านศรีษะของร่างทั้งสองไปร่วงแหมะอยู่ไม่ไกลนัก พร้อมกับที่ไอฮาเนะจะถอยกรูดมาอยู่แถวๆที่ทั้งโยชิโนริกับคะเซ็นนั่งอยู่  ก่อนจะหันไปหาแล้วเอ่ยเสียงดังก้อง

                         "ไม่อยากขัดจังหวะหวานแหววหรอกนะ!  แต่ถอยไปหน่อยไอ้เวรนี่แรงดีชะมัด!!"

                         "พวกข้า...ไม่ได้...พลอดรักกันนะ...ขอรับ!"  แม้จะเจ็บเจียนตายแต่คะเซ็นก็กัดฟันตอบแย้งไปอย่างเหลืออด 

                         คนกำลังปรับความเข้าใจกันอยู่แท้ๆ  ทำไมซานิวะสองคนนี้ต้องเป็นตัวมารขวางทางการปรับความเข้าใจของพวกตนด้วยนะ!

                         "ก็รู้หรอก!  แต่ตอนนี้ต้องถอยก่อนถ้าไม่อยากโดนมันเขมือบน่ะ!!"  ไอฮาเนะแย้งพลางชี้นิ้วไปยังเบื้องหน้า  เจ้าร่างนั่นกำลังคืบคลานเข้ามาหาดูเหมือนการซื้อเวลาให้พวกโยชิโนริคงหมดลงแล้ว

                         เหตุที่พวกตนโดนซัดปลิวกันขนาดนี้ก็เพราะเรี่ยวแรงเจ้านี่มีเยอะจนน่ากลัว  แถมเพลิงกับเหล็กที่ซัดโจมตีไม่ยั้งก็ทำอะไรมันได้ยากนัก

                         โยชิโนริที่หันมองไปยังศัตรูอันน่ารังเกียจตัดสินใจเด็ดขาด  แววตาที่สั่นไหวเปลี่ยนเป็นแน่วแน่ก่อนดึงรั้งร่างของดาบรบให้ถอยออกห่างอย่างเบามือที่สุด  พร้อมกับสั่งเสียงเฉียบ

                         "คะเซ็นรออยู่นี่"

                         "เอ๋?"

                         ดาบรบผมม่วงถึงกับงุนงงที่จู่ๆร่างของตนเองถูกดันออกแล้วโดนมือเรียวของหญิงสาวจับให้เอนนอนราบลงก่อนหล่อนจะผุดลุกขึ้นยืน

                         "เดี๋ยวๆโยชิโนริซัง!ถ้าเข้าไปแบบนั้นมันจะ...!"  ไอฮาเนะร้องห้ามหลังเห็นแม่คุณเดินก้าวเข้าหาเจ้าตัวประหลาดนั่น

                         โยชิโนริที่ก้าวมาเผชิญหน้ากับศัตรูจ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาที่ไม่หวาดหวั่นขณะเอ่ยด้วยโทนเสียงเย็นชาและเยือกเย็น

                         "อย่ามาเกะกะในที่แห่งนี้ไอ้ชั้นต่ำ"

                         สิ้นคำพูด  หญิงสาวกระทืบเท้าลงกับพื้นก่อนที่รากไม้สีปกติจะพุ่งทะลุจากพื้นตรงเข้าโจมตีสกัดกั้นไม่ให้ร่างของจิตมารเข้ามาใกล้มากกว่านี้  พร้อมกันนั้นเองตรงจุดที่หญิงสาวยืนอยู่พลังวิญญาณสีเขียวกลับแผ่ออกมาอย่างรุนแรง  ก่อนจะแพร่กระจายออกมาเป็นเถาวัลย์และรากไม้พุ่งเข้าโจมตีใส่ร่างสีดำนั้นเต็มแรงอีกระลอกหนึ่ง

                         เสียงกรีดร้องดังระงมร่างทั้งร่างของจิตมารถึงกับซวนเซมันพยายามจะฝ่ารากไม้และเถาวัลย์เหล่านั้นเข้ามาหาแต่ด้วยพลังวิญญาณสีเขียวอันบริสุทธิ์ที่ยิ่งโหมกระหน่ำออกจากร่างของหญิงสาวนั้นช่างรุนแรง  จนเกิดเป็นคลื่นที่ผลักดันให้รากไม้ดันร่างของมันกลับออกไปอีก  สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ตกอยู่ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของสองซานิวะและหนึ่งศาสตรา

                         "สะสุดยอด..."  เมื่อเห็นพลังโจมตีที่รุนแรงขนาดนั้นก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงและเผลอเอ่ยชื่นชมออกมาไม่รู้ตัว

                         ถ้าถามว่าทำไมโยชิโนริถึงโจมตีได้รุนแรงขนาดนั้น  ในขณะที่ไอฮาเนะและโอยาคิรินั้นทำอะไรได้ยากลำบากกว่านั่นก็เพราะผู้ปกครองหรือเจ้าของจิตใจก็คือโยชิโนริ  ดังนั้นในพื้นที่ซึ่งเอื้ออำนวยแก่หล่อนทำให้หล่อนมีพลังมากที่สุด  และด้วยสภาวะจิตใจที่เสถียรพลังการโจมตีก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม

                         แถมจิตมารในรูปลักษณ์น่าขยะแขยงนั่นก็เหมือนพวกตนคือผู้บุกรุกและเมื่อเจ้าของไม่ต้องการอีกต่อไป  ดังนั้นแล้วตัวของมันจึงถูกไล่บี้โดยเจ้าของที่แท้จริง

                         แสงละอองสีเขียวเริ่มส่องจ้ามากขึ้นก่อนจะเริ่มลุกลามไปทำลายคราบสีดำที่เกาะกินตามเนื้อตัวและเสื้อผ้าจนหลุดลอกออกมา  เหมือนกับที่ดวงตาของหญิงสาวซึ่งบัดนี้ได้กลับคืนมาเป็นสีเขียวอย่างสมบูรณ์แล้ว

                         ซานิวะผมดำที่เห็นเช่นนั้นจึงได้แต่ยืนอึ้ง  ก่อนจะโดนเรียกสติด้วยน้ำเสียงของหญิงสาวที่ยืนอยู่ใกล้เคียง

                         "อย่ามัวแต่อึ้งคานาโมริ  ถึงจะน่าหงุดหงิดแต่ดูเหมือนว่าเธอกับโอยาคิริซังอาจจะยังต้องการเอาคืนจากเรื่องเมื่อครู่"

                         "หา?"

                         ริมฝีปากสีชมพูอ่อนขยับยิ้มเล็กน้อย  "ถึงจะกำจัดมันได้เพียงลำพังก็จริงแต่ว่า....มีซานิวะอีกสองคนช่วยร่วมลงมือมันก็ดูเป็นภาพที่น่าสนุกสนานดีไม่น้อย"

                         "..."

                         "อย่าบอกนะว่าที่โดนโยนจนตัวลอยกับโดนเล่นงานจนต้องถอยร่นมานี่ไม่ได้คิดอยากแก้แค้นกลับ?"

                         "ใครบอกล่ะ!  เสนอมาขนาดนี้มีหรือจะไม่สนอง! อย่าให้ช้า! จัดเลยค่า!"

                         ที่เงียบไปคือกินจุดอิ่มต่างหากล่ะคะ!  ที่สำคัญคืออึ้งแ-กเพราะคุณเธอชวนให้ร่วมกระทืบด้วยตะหากล่ะ!  ตามปกติก็ไม่สนหัวอยู่แล้วและด้วยนิสัยอย่างโยชิโนริจะเชือดเจ้านี่ทิ้งน่ะทำเพียงคนเดียวยังได้เลย  ดังนั้นมันจึงทำให้อึ้งจนพูดไม่ออกเพราะเจ้าหล่อนหันมาชวนเนี่ยแหละ!

                         "เอ...โอยาคิริซังคงจะไม่....?"

                         "เดี๋ยวๆ  ผมไม่ได้ปฏิเสธนะ!  แถมคุณพูดแบบนี้ทำไมผมจะไม่รับคำเชิญล่ะ!"  โอยาคิริเองก็อึ้งไม่แพ้กัน  จนโยชิโนริหันมาถาม  เขาจึงต้องรีบตอบรับกลับไปด้วยเสียงอันดังเพราะยังตกใจไม่หาย

                         เมื่อเห็นสองซานิวะไม่ปฏิเสธคำเชิญ  โยชิโนริก็แย้มยิ้มอย่างโหดเหี้ยม  พร้อมสั่งเสียงเฉียบ  

                         "งั้นก็ไปซะ!  ฉันจะสนับสนุนให้เอง!"

                         พอให้สัญญาณต่างคนต่างก็พุ่งเข้าหาอย่างไม่เกรงกลัว  ไอฮาเนะเรียกเอาศรเพลิงมากระหน่ำยิงพร้อมกับที่โยชิโนริจะเรียกเอาเสาไม้อันแหลมคมพุ่งออกจากพื้นตรงเข้าทิ่มแทงใส่ทางด้านใต้ของร่างสีทมิฬนั้นพร้อมกับบังคับให้เสาเหล่านั้นแปรบิดรูปร่างเพื่อจับยึดศัตรูไว้อย่างแน่นหนาป้องกันการหลบหนี

                         "โอยาคิริซัง!"

                         "ได้เลย!"  ซานิวะหนุ่มผมเงินสร้างโลหะเงินเป็นหอกขนาดใหญ่ก่อนใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดซัดมันเข้าปักตรงกลางลำตัวจนมันทะลุไปยังอีกฟากเกิดเป็นรูโหว่ขนาดย่อม

                         ร่างที่เหมือนสไลม์สีดำนั้นบิดเร่าแล้วร้องอย่างเจ็บปวด  แต่เพื่อให้มันโดนทำลายให้หมดสิ้นซากไอฮาเนะจึงสร้างบอลเพลิงขึ้นมา  เธอแสยะยิ้มแล้วทุ่มบอลเพลิงนั้นเข้าใส่ก่อนจะควบคุมให้มันระเบิดทันทีที่สัมผัสกับผิวของร่างสีดำนั้น

                         บรึ้ม!!!!

                         สายลมร้อนระอุพัดผ่านร่างของทั้งสามจากการระเบิด  ขณะที่เพลิงซึ่งลุกท่วมกำลังเผาไหม้จิตมารตัวนั้นอย่างรุนแรง  ด้วยความร้อนของเพลิงนั้นเริ่มทำให้ร่างของมันระเหิดหายไปอย่างรวดเร็วจนไม่เหลือเศษซาก

                         สายตาสี่คู่จ้องมองยังจุดที่จิตมารอันมีรูปร่างน่ารังเกียจนั้นเคยอยู่ครู่หนึ่ง  พวกเขามองจนมั่นใจว่าเพลิงที่มอดดับลงนั้นได้ทำลายร่างของศัตรูไปหมดสิ้นแล้ว   เมื่อยืนยันจนมั่นใจแล้วหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของจิตจึงสูดลมหายใจเข้าปอดครั้งหนึ่งแล้วหันกลับมาเผชิญหน้า

                         สีหน้าของหล่อนในยามนี้กลับเป็นปกติ  ร่างกายไร้ซึ่งคราบสีดำเกาะกินและเเววตาก็กลับมามีประกายแห่งชีวิต

                         เธอจ้องมองสองซานิวะที่สะบักสะบอมไม่แพ้ดาบของเธอ  แล้วนึกปวดใจที่ลากเอาคนนอกมาเกี่ยวข้องจนทำให้พวกเขาเดือดร้อนและบาดเจ็บอย่างหนัก

                         "ขอบคุณที่มาช่วยฉัน  คานาโมริ  โอยาคิริซัง"

                         "ไม่เป็นไรหรอกครับ"

                         "พูดยากค่ะ  ขาดคุณไปพวกเราอีกสี่คนได้ทำงานตาย..อุ้บ!"

                         เอ่ยไม่ทันจะจบซานิวะหนุ่มผมเงินก็กระทุ้งศอกเข้าสีข้างเพื่อหุบปากเด็กสาวผู้พูดออกมาอย่างเถรตรงเกินไป  แต่ก็โดนเหยียบเท้ากลับจนร้องโอดครวญ

                         โยชิโนริขยับยิ้มที่มุมปาก  หลังได้ยินเหตุผลที่โคตรจะตรง  สีหน้ากับแววตาเธออ่อนลงเล็กน้อย  ก่อนเอ่ยปากไล่อย่างสุภาพที่สุด

                         "กลับออกไปเถอะทั้งสามคน  ฉันขอสะสางที่แห่งนี้อีกสักนิดแล้วจะออกไป"  โยชิโนริคิดว่าเธอมีเรื่องที่ต้องเคลียร์อีกนิดหน่อย  และเธออยากทำด้วยตัวเองจึงเอ่ยปากไล่ทั้งสามเสีย

                         หลังฟังคำขอมีชายหนุ่มแค่สองคนเท่านั้นที่ดูมีท่าทีลังเลเล็กน้อย  จนเด็กสาวที่เป็นผู้หญิงอีกคนต้องช่วยออกปากไล่ให้

                         "เหอะน่า  โยชิโนริซังก็รับปากว่าจะออกไปแล้วนี่  ไหนๆก็ปล่อยให้เจ้าตัวเคลียร์เรื่องส่วนตัวเถอะ  อ๋อ  โยชิโนริซัง  โอคุริคาระกับมิทสึทาดะของคุณยังไม่ตายแต่พวกเขาก็ร่อแร่เต็มที  ช่วยรีบเคลียร์แล้วออกไปจัดการด้วยนะ  พวกด้านนอกปฐมพยาบาลไปแล้วเบื้องต้นแต่ไม่รู้ว่าเป็นไงต่ออีกบ้าง"

                         "เข้าใจแล้ว  พวกเธอไปเถอะแล้วก็ขอบคุณที่มาช่วย...ไม่ต้องห่วงฉันจะชดใช้หนี้ครั้งนี้ให้แน่ๆ"

                         "เรื่องนั้นช่างหัวมันก่อน  สนแค่ว่าจัดการเรื่องของคุณกับศาสตราให้เรียบร้อย  ยังไงคนที่คุณเป็นหนี้มากที่สุดไม่ใช่พวกฉันแต่เป็นศาสตราของคุณต่างหาก  กลับไปฮงมารุแล้วเคลียร์ด้วยล่ะ"

                         ไอฮาเนะว่าแล้วร้องเรียกเจ้านกน้อยของเธอที่ปล่อยให้บินหนีไปตั้งแต่เริ่มปะทะให้กลับมาหา  ก่อนนำพาซานิวะผมเงินและคะเซ็นให้ออกจากจิตใจของหญิงสาวเสียที

                         "ต้องตื่นขึ้นมานะขอรับ  ข้าและคนอื่นๆจะรอท่านอยู่ด้านนอกนะขอรับ"

                         ศาสตราเล่มแรกของหล่อนนั้นกล่าวทิ้งท้ายก่อนออกไป  ขณะที่โยชิโนริจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบาหลังไม่มีใครคงเหลืออยู่อีกแล้ว

                         เธอจ้องมองความมืดมิดรอบด้านแล้วหลับตาลง  ก่อนที่พื้นซึ่งยืนอยู่นั้นจะมีต้นหญ้าสีเขียวค่อยๆงอกเงยขึ้นมาพร้อมกับที่ทั่วด้านเริ่มมีสีสัน  ท้องฟ้าสีครามเริ่มปรากฏแทนที่สีดำ  ทัศนียภาพซึ่งถูกสร้างมาใหม่นี้ทลายทุกอย่างที่เคยเป็นสีดำทั้งหมดไปอย่างรวดเร็ว

                         พอแล้วกับสีดำที่หมองมัว

                         "ฉันจะไปต่อ....ในเมื่อพวกเขาพูดว่าอดีตคือสิ่งที่ลืมไม่ได้แต่สามารถใช้มันในการก้าวไปต่อได้  ฉันก็จะไป..."

                         หญิงสาวได้รับบทเรียนมาแล้ว  เธอรู้ว่าโทสะไม่อาจนำพาการแก้ปัญหาได้เลย  ต่อให้ลงมือจนสะใจก็แค่ชั่วขณะ  ทว่ามันแลกกับฝันร้ายที่หลอกหลอนจนถึงทุกวันนี้

                         โยชิโนริรู้ดีว่าถ้าวันนั้นเธอไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบตัดสินใจไปเธออาจมีทางแก้ไขที่ดีกว่านี้

                         เพราะยังไงอะไรที่เสียไปก็เรียกคืนกลับมาไม่ได้

                         เธอห่วงภาพพจน์  ยามเมื่อคลิปเหล่านั้นหลุดแพร่ออกไป  สื่อสังคมจะรุมถามคำถามและต่อให้เธออธิบายก็จะได้แต่สายตารังเกียจเย้ยหยันปนสมเพส

                         พวกเขาไม่ได้สนใจประเด็นหรือสาเหตุ  กลับกันพวกเขาแค่มองว่าเธอนั้นเลินเล่อและมองโลกในแง่ดีเกินไป

                         ไม่มีหรอกคำว่าสงสารน่ะ  ไม่มีเลย  

                         แต่นั่นไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว

                         "ถึงฉันจะทำในเรื่องที่ผิดพลาดจนทุกคนหันหลังให้  แต่ว่า...ในตอนนี้ในฐานะของซานิวะนี้...ฉันยังคงมีคนที่รอคอยอยู่   ไม่สิ...ไม่ใช่แค่ในฐานะซานิวะ"

                         คนที่ทำผิดพลาดจนทำให้เกือบตายก็ยังให้อภัย  และยินดีที่จะบุกฝ่าเข้ามาโดยไม่หวั่นเพื่อตามหาตัวตนของเธอที่หลบอยู่ในเปลือกสีดำนี้...ต่อให้เรียกว่าเป็นนายแต่พวกเขาก็ยังคงรักและพร้อมมอบชีวิตให้

                         เพื่อผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่เอาแต่หลีกหนีผู้นี้...

                         เธอที่คิดว่าจะไม่มีวันเชื่อในตัวผู้ใดอีกต่อไปกลับยอมพ่ายแพ้

                         ภาพร่างที่โชกเลือดกับแววตาและรอยยิ้มนั้นทำให้หญิงสาวเลือกที่จะยอมรับและเลือกที่จะเดิมพันต่อความเชื่อมั่นอีกครั้งหนึ่ง

                         ก็ในเมื่อเลือกจะยึดมั่นจนวินาทีสุดท้ายเช่นนี้...มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมองข้ามไม่ใช่หรือ

                         ในเมื่อมีคนที่ทุ่มเทให้ขนาดนี้...เธอก็ต้องตอบแทนสิ่งเหล่านี้กลับไป  

                         พวกเขาให้สิ่งที่เธอไม่เคยได้มา  ดังนั้นมันถึงตาของเธอแล้วที่ต้องเป็นฝ่ายมอบสิ่งเหล่านั้นกลับไปบ้าง

                         โยชิโนริตัดสินใจอย่างแน่วแน่  ขณะปล่อยให้ร่างเลือนหายไปเพื่อไปพบกับคนที่รอคอยเธออยู่ด้านนอก...












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

719 ความคิดเห็น

  1. #324 Dewdear (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:45

    ไรท์หาย รออ่านอยู่นะ

    สนุกมาก

    #324
    0
  2. #322 High me to the moon (@555iloveweiwuxi) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:55

    โย้ชชชชช~~

    ได้เพื่อนร่วมตี้ไปอีกหนึ่ง(รึเปล่า?)แล้วนะไอฮาเนะ

    การตบ(?)ครั้งต่อๆไปคงมันส์เพิ่มขึ้นล่ะน้าา~~


    แต่รู้สึกผิดมากที่อิฉันโฟกัสแต่คะเซ็นกับโยชิโนะ

    สองคงนี้มังต้องมีซัมติงแหงมๆ...เป็นแค่นายกับบ่าว

    จิงๆหยอ...//ครุ่นคิด *โดนโยคุงฟาด


    ปล.นานๆที่ได้เม้นท์ซักที...เรื่องนี้โดนใจมากค่ะ

    สู้ต่อไปนะคะ@(>{}<)@



    #322
    0
  3. #321 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:21
    เหนื่อยแทน55555 โยชิโนรินี่สายโหดที่แท้ทรู แอบขำตอนที่น้องไอฉุดกระชากลากถูมาก555555 แบบนิดๆหน่อยๆเพื่อความสะใจใช่มั้ยลูก... ยังดีที่โยชิโนริยังกู้สติกลับมาได้ ส่วนระหว่างน้องไอกับนายจืดจางก็ดูเป็นผู้ร่วมชะตากรรมแปลกๆ หลังจากนี้นายโดนขูดรีดหนักแน่ๆจ้า ฮิฮิฮิฮิฮิ อยากให้หญิงโยกับน้องไอเป็นเพื่อนกันนะคะ สายเถื่อนเปิดเผยกับสายเถื่อนหลบในควรจับมือเป็นพันธมิตรกันค่ะ ซานิวะ3คนนี้จะเป็นยังไงต่อกันนะ ฉากหญิงโยกรอกเงินใส่ปากนี่โหดโฉดได้ใจจริงๆค่ะ รอตอนต่อไปนะคะะะะ
    #321
    0
  4. #320 p_ice (@p-ice) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:18
    แบบปาร์ตี้นี้เวลารวมมือกันดีๆนี้คือสุดยอดอะ 555
    #320
    0
  5. #319 TanareeSrirabai (@TanareeSrirabai) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:42
    555ชอบโอยาคิริกับไอฮาเนะตอนนี้มากดูคำพูดฟิลขาดสุดๆแอบจิ้นเลยนะเนี่ยสองคนเนี้ยอะส่วนโยชิโนริก็โหดเกิ๊นนนนนแต่ชอบตอนก่อนเข้าจิตใจอะที่โอยาคิริและคะเซ็นจับมือไอฮาเนะอะมีความหวงสุดขีดมีกระแอมด้วยโคตรฮา555555555///รออยู่นะหายไปตั้งสามวันตกใจหมด
    #319
    0
  6. #318 §INERZIA§ (@kazegawaminto) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:56

    ฟื้นมาสวยๆเลย ต่างกับสภาพซานิวะอีกสองคนริบลับ55

    ขำตอนฟิลขาดทั้งคู่ คงอยากจะขยี้เจ้าสไลม์นั่นในแหลก ข้อหาพาความซวยมาให้

    ..ว่าแต่คิดภาพสุนัขรับใช้ของโอยาคิริโดนเลี้ยงจนตัวอ้วนกลมแล้วก็ขรรมม พวกทันโทวต้องเอ็นดูปานไหน. ดีนะเจ้าโปโปะไม่ได้มีสภาพเป็นงั้น ไม่งั้นบินไม่ขึ้นแน่ …เอ๊ะ หรือปกติมันก็ตัวกลมๆอยู่แล้ว คงอ้วนไปมากกว่านี้ไม่ได้55

    ป.ล. เจ้าโปโปะยังจำเป็นอยู่ไหม เข้ามากี่ที่ๆ เธอก็บาดเจ็บอยู่ดี555

    #318
    0
  7. #317 Kamerin (@kamerin) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:33

    สาบานว่าพลังเหลือน้อยทั้งคู่ 55555 โอยาคิริกับไอฮาเนะชักเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยแล้วนะ ชอบเวลาต่อปากต่อคำกันมากกก
    #317
    0
  8. #316 Marius Yo (@tongue) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:21
    สามหน่อซานิวะร่วมฝ่าฟันกันมา คุณได้รับทีมปาร์ตี้1 ea
    #316
    0
  9. #315 MeowV (@MeowV) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:22
    ตอนนี้ไอฮาเนะ โยชิโนริกับโอยาคิริคงไว้ใจกันพอสมควรแล้วหล่ะ​(มั้ง?)​//ไปๆมาโอยาคิริกับน้องไอเข้ากับได้ดีเกิ๊นระวังดาบหึงนะจ่ะ​ น้องไอ
    #315
    0