Fic Touken Ranbu : แด่โชคชะตาที่ถูกผูกมัด

ตอนที่ 55 : การแกล้งคนอื่นถือเป็นการผ่อนคลาย ส่วนเรื่องการโดนเอาคืนรึ? เรื่องนั้นไว้ทีหลังเถอะ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 789
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    10 ก.พ. 62





                         สายลมพัดหวิวแผ่วเบาท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัด  บริเวณโดยรอบนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าป่าและป่า  

                         สาวน้อยเพียงคนเดียวในกลุ่มถอนหายใจแผ่วเบา  ยามนี้เธอใช้ความสงบคอยควบคุมตัวเองเป็นหลัก  นี่เป็นการตัดสินใจในไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะออกมา  ไอฮาเนะใช้เวลาคิดมาโดยตลอด...เธอไม่เคยคิดอยากสงสัยพวกพ้องร่วมอาชีพแต่ยามนี้มันต่างออกไป

                         ไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ตนเองหวาดระแวงและเริ่มวางแผนทำตัวเป็นเด็กดีหลอกให้ซานิวะคนอื่นตายใจ

                         จะการรายงานหรือการทำงานใดๆก็ดี  แม้แต่เรื่องภายในฮงมารุที่เกิดขึ้นกับดาบของตนก็ดี  ไอฮาเนะเขียนรายงานไปทั้งหมดแต่ไม่ได้บอกรายละเอียดเชิงลึกอะไรให้มากความ  ราวกับทำไปให้ดูว่ารายงานไปตามความจริงแต่แค่บอกสิ่งที่หลายคนอยากรู้ไปไม่หมด  รวมทั้งเสมอมาก็ทำตัวเป็นกลางไม่เอนเอียงฟากฝั่งไหน  คอยดูอยู่เงียบๆไม่แสดงความคิดเห็น  ใครว่ายังไงก็คล้อยตามไปหมดจนทำให้คนอื่นคิดว่ายังไงก็ไม่มีปัญหาหากจะดึงมาใช้งาน

                         แต่เนื่องจากตอนนี้ปัญหาเกิดขึ้นกับหนึ่งในดาบของตนเองและการกระทำในครั้งนี้ถือว่าผิดปกติ  ทว่าไอฮาเนะก็แค่เขียนรายงานส่งกลับไปว่าเกิดปัญหาขึ้น  บางทีศัตรูอาจเปลี่ยนวิธีลอบโจมตีแบบใหม่โดยมาในแนวตัดทอนกำลังรบ  ขอให้กลุ่มที่จะไปโอโซเรระมัดระวังตนด้วย

                         ไอฮาเนะแจ้งเพียงแค่นั้น  ก่อนในเวลาไล่เลี่ยกันก็ตัดสินใจนัดแนะเจ้าจิ้งจอกให้มาพบแล้วบอกรายละเอียดในสิ่งที่ต้องการออกไป  

                         คอนโนสุเกะเงียบกริบมันแสดงสีหน้าไม่เชื่อถือ

                         "ท่านจะบอกว่ามีไส้ศึกในบรรดาซานิวะรึ??"

                         "ไม่รู้สินะ  ยืนยันไม่ได้หรอกแต่มีหลายอย่างดูไม่ชอบมาพากลมากเกินไปแล้ว  แต่นั่นคือการตีความในแง่ร้ายส่วนจะเป็นจริงไหมนั้นคงว่ากันอีกที  ดังนั้นหลังจากนี้สิ่งที่ฉันจะทำคือแสร้งทำตัวเป็นเหยื่อแล้วอยู่อย่างเงียบๆต่อไป..."  เธอมาเอะใจในยามที่หวนนึกถึงอักขระที่ล้อมอยู่ตรงเหนือแผลที่โดนยิงของมิคาสึกิแล้วนึกคิดถึงบางอย่างขึ้นมาได้

                         ตัวอักขระเหล่านั้นเป็นหนึ่งในบทเรียนที่อิชิคิริมารุสอนสั่ง  แต่เขาสอนแค่ไม่กี่สิบตัวไว้สำหรับใช้ในการกางข่ายอาคมเท่านั้น  ส่วนอักขระอีกนับร้อยๆตัวเขาไม่ได้สอน  และเพราะไอฮาเนะความจำดีเกินไปลงท้ายเธอก็ท่องจำอักขระเหล่านั้นรวมทั้งข้อห้ามและวิธีใช้ได้ทั้งหมด

                         ซึ่งต้องบอกเลยว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ในอักขระนั้นอยู่ในข้อบัญญัติห้ามเพราะอาจเกิดผลเสียหากนำมาใช้  อักขระแต่ละตัวต่างมีพลังของมันเอง  บางตัวหากนำมาใช้ร่วมกันก็จะเกื้อหนุนให้ทรงพลังมากขึ้นแต่บางตัวหากนำมารวมกันจะเกิดผลเสีย  ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นแบบหลัง...  แม้ว่าอักขระบางส่วนจะมีการดัดแปลงไปบ้างทว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดัดแปลงนั้น  บอกได้คำเดียวว่าอันตรายและร้ายกาจมากๆ

                         และเนื่องจากเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวและอยู่ในบทเรียนของซานิวะ  ฉะนั้นความเป็นไปได้ที่ซานิวะจะใช้มันก็มีอยู่สูง  

                         ไม่ใช่ว่าศัตรูจะใช้มันไม่ได้  เพียงแต่การโจมตีในครั้งนี้ผิดปกติเกินไปและมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเอาเสียเลย  ดังนั้นทางเลือกของไอฮาเนะจึงมีไม่มากแต่เพื่อต้องการใช้ให้คอนโนสุเกะเดินไปตามแผน  เด็กสาวเลยใช้ข้ออ้างว่าอาจมีไส้ศึกอยู่ภายในหมู่ซานิวะด้วยกันเองออกไป 

                         ซึ่งก็คิดถูก  ท่าทีที่เกิดขึ้นเห็นได้ชัดว่าคอนโนสุเกะคล้อยตามโดยง่าย  หลังจากนี้ก็แค่ดึงให้มันร่วมงานไปกับเธอก็เท่านั้นเอง

                         "แล้วทำไม...?"  มาบอกว่าอาจมีไส้ศึกแต่เลือกจะอยู่เงียบๆ  นางจะเสแสร้งทำตัวเป็นเหยื่อต่อไปแล้วดำเนินแผนการอย่างลับๆสินะ

                         เจ้าจิ้งจอกคิดอย่างสนใจ  ขณะฟังการอธิบาย  เรื่องราวที่นางบอกนั้นสมเหตุสมผลพอควร  แต่การจะมีไส้ศึกภายในโดยผ่านพวกมันไปได้นั้นเป็นเรื่องเหลือเชื่อนัก

                         "อย่างที่บอกไปฉันจะอยู่เงียบๆและเคลื่อนไหวเงียบๆไม่ออกหน้าจนผิดสังเกตเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา  ส่วนฉากหน้าก็แค่ยืมมือคนอื่นไป..ซึ่งคนจะรับบทบาทนั้นฉันก็เตรียมไว้แล้ว  ก็รู้สึกผิดกับการทำแบบนี้นั่นแหละ  แต่เพราะยังไม่รู้เลยว่าสิ่งที่คิดไว้นั้นจะเป็นจริงหรือไม่  ต่อให้เป็นจริงก็ยังระบุตัวไม่ได้  ฉะนั้นตัวคนๆนั้นก็ถือเป็นหุ่นที่จะใช้เชิดได้เป็นอย่างดี  และหากเป็นคนๆนั้นขึ้นมาจริงๆมันก็คุ้มค่าที่จะหลอกใช้เขากลับเช่นกัน"

                         คอนโนสุเกะเงียบขรึมไปครู่หนึ่ง  "แล้วท่านต้องการสิ่งใด?  การเรียกข้ามาไม่ใช่เพื่อแจ้งแค่นี้หรอกใช่หรือไม่?"

                         ไอฮาเนะยิ้มพรายเมื่อเห็นมันรู้ทัน

                         "ฉันอยากให้นายนัดคนๆหนึ่งให้  แล้วก็จะให้ส่งจดหมายสองฉบับนี้ไปให้แก่โอยาคิริและโยชิโนริด้วย...."

                         คอนโนสุเกะมองจดหมายที่ยื่นมาให้อย่างกังวลใจ  นางจะดึงสองคนนั้นมาใช้งานสินะแต่ว่าการยืมมือซานิวะคนอื่นอาจทำให้เกิดพิรุธหรือแหวกหญ้าให้งูตื่นได้ไม่ใช่หรือ

                         "ไม่ต้องห่วง  ในเนื้อความจดหมายไม่ได้บอกอะไรในเรื่องที่ฉันคุยกับนาย  ตรงกันข้ามมันคือข้อเรียกร้องค่าตอบแทนจากการขอความช่วยเหลือจากฉันเท่านั้นเอง"

                         "ท่านเรียกร้องค่าตอบแทนจากพวกเขา?"  ไม่ใช่ว่ามันควรถือเป็นเรื่องของน้ำใจเพื่อสร้างหนี้บุญคุณและความเกรงใจต่อไปในอนาคตหรอกรึ

                         ไอฮาเนะหัวเราะหึๆ   "การสร้างบุญคุณน่ะสำคัญก็จริงแต่จะให้เหตุผลว่าช่วยเพราะเห็นใจจนทำให้พวกเขาเกรงใจละก็คงคิดผิดนะคอนโนสุเกะ  ตัวตนของฉันพวกเขาก็พอทราบดีซึ่งฉันไม่เคยมีนิสัยใจบุญปานนั้น"  สำหรับเธอให้ช่วยก็ต้องตอบแทน  ห้ามมีการบิดพริ้วและห้ามต่อรองข้อเรียกร้องทุกประการ  นี่เป็นเรื่องปกติที่เหล่าสังคมคนเล่นเกมส์ก็ทราบกันดี  เหตุที่ทำแบบนี้ก็เพื่อบอกเตือนเป็นนัยๆว่าอย่ามายุ่ง ตนไม่คิดจะยุ่งหรือช่วยเหลือใคร  และถ้าจะช่วยถ้าไม่ได้สมัครใจก็ต้องมีค่าตอบแทนแล้วแต่จะเรียก  ซึ่งการทำแบบนี้เรียกได้ว่าตัดตัวน่ารำคาญที่มาขอความช่วยเหลือได้หลายต่อหลายหนเลยทีเดียว

                         ดังนั้นการจะทำเป็นสร้างบุญคุณแล้วบอกว่าไม่เป็นไรไม่ต้องตอบแทนนี่  โคตรมีพิรุธเลยทีเดียวเชียวล่ะ

                         "ข้อเรียกร้องที่ฉันขอไม่ได้น่าเกลียดเกินไปหรอกนะ  สำหรับโยชิโนรินั้นยังไม่ต้องการค่าตอบแทนในตอนนี้  ฉันแค่แจ้งไปว่าหนี้ติดค้างขอให้ติดไว้เช่นนั้นก่อนทว่าหากคนอื่นถามให้บอกว่าใช้หนี้ให้ฉันไปแล้ว  ส่วนโอยาคิริ...ฉันเรียกค่าตอบแทนเป็นคำถามพร้อมกับแนบคำใบ้ให้เขาตีความเอาเองไว้ในตอนท้าย"

                         ?

                         "คำถามนั้นก็แค่ถามหาเจ้านกที่หายหน้าไปนานเท่านั้นเอง"

                         "ท่าน...วางแผนอะไรกันแน่ขอรับ  ถามหาดาบเล่มนั้นต่อท่านโอยาคิริหรือท่านคิดจะยื่นมือมาช่วยเหลือท่านผู้นั้นจริงๆ?"  ถ้าถามหา...และแสดงความสนใจมันคือการส่งสัญญาณบอกเป็นนัยๆว่า  ถ้าให้คำตอบดีๆอาจจะยื่นมือมาช่วยในการจัดการเรื่องนี้  ซึ่งสอดคล้องกับตอนประชุมในครั้งแรกที่ชายผู้นั้นต้องการความช่วยเหลือแต่ไม่มีซานิวะคนใดยื่นมือเข้าช่วย

                         ไอฮาเนะยิ้มขณะตอบแผ่วเบา  "เรื่องนั้นคงต้องรอดูท่าทีการตอบกลับ"  

                         แม้จะบอกว่าดูท่าทีแต่เด็กสาวนั้นทราบดี....มีหรือที่โอยาคิริจะปฏิเสธ  เธอหยั่งเชิงไปในจดหมายแล้วหากเขาเข้าใจและตีความได้เหมือนอย่างที่เจ้าจิ้งจอกคิดนั้นจะเป็นเรื่องดี   เพราะสำหรับเขาแล้วการได้ซานิวะสายต่อสู้มาช่วยเหลือเป็นสิ่งที่เขาอาจจะต้องการมากที่สุดก็ได้  อีกทั้งหากใช้โอกาสในตอนที่ชายหนุ่มเป็นหนี้บุญคุญโยชิโนริแล้วนั้น  โอกาสที่เขาจะตอบคำถามกลับและขอความช่วยเหลือจากเธอก็มีอยู่สูง  

                         "สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้จะเป็นตัวตัดสินว่าฉันจะทำอย่างไรต่อไป  ทว่ายามนี้ที่เรียกนายมานอกจากจะให้ส่งจดหมายแล้ว  ก็คือต้องการให้นัดพบคนที่ฉันต้องการจะพบให้หน่อย  ส่วนเรื่องที่คุยนี้...ฉันรู้ว่านายไม่ใช่จิ้งจอกปากโป้ง....และฉันรู้ดีว่านาย...คงอยากทราบเรื่องราวว่าจริงหรือเท็จ  หากเป็นจริงนายก็คงอยากเขี่ยเจ้าหนอนบ่อนไส้ตัวนี้ทิ้งไปเหมือนกันใช่ไหมล่ะ?"

                         ถามอย่างไม่ได้คาดหวังคำตอบซึ่งก็ใช่...คอนโนสุเกะไม่ได้ตอบอะไรมากไปกว่าการตอบรับคำขอด้วยเสียงแผ่วเบา  มันจ้องมองดวงตาของซานิวะสาวเบื้องหน้านิ่งงัน  หลังเห็นดวงตาสีชาดนั้นไม่สั่นไหวหรือลังเลแม้แต่น้อย

                         "ท่านรอเวลานี้มานานแล้วใช่หรือไม่?"

                         ทำไมจู่ๆถึงมาเคลื่อนไหวหลังจากอยู่อย่างเงียบเชียบเป็นแค่เงามาโดยตลอดล่ะ?  ทั้งที่เป็นซานิวะเพียงคนเดียวที่ไม่ได้แสดงออกว่าเข้าข้างฝั่งไหนเป็นพิเศษ  แม้จะเป็นซานิวะเพียงคนเดียวที่ขยันมีเรื่อง  แต่ก็เป็นซานิวะที่แก้ปัญหามาได้ตลอด  ดังนั้นการเคลื่อนไหวในลักษณะนี้แม้จะดูเหมือนเพิ่งตัดสินใจแต่คงคิดมานานแล้วเป็นแน่

                         ไอฮาเนะหัวเราะให้กับคำถาม  เจ้าจิ้งจอกนี่ไม่เลวเลย  แปปเดียวก็ดูออกแล้วเหรอ  

                         มันก็จริงนะที่รอเวลามานาน  เธอรอและเก็บงำความสงสัยมานานแสนนาน  พลางคิดว่าจะอยู่อย่างเงียบๆต่อไปเผื่อมีคนออกหน้ามาจัดการเอง  แต่เหมือนว่าการรอคอยคงเพียงพอแล้ว  มันนาน....เกินไปแล้ว....

                         "บอกตามตรง...ฉันอยากอยู่เงียบๆ...แต่หลังจากเงียบมานานแสนนานฉันก็รู้สึกว่าควรพอสักที....มันก็แค่เรื่องง่ายๆนะคอนโนสุเกะ  ทำอะไรมาก็แค่ตอบโต้กลับ  ฉันเองก็ไม่ใช่อิฐไม่ใช่ปูนจะทนรับปัญหาที่พวกมันส่งมาให้ตลอดคงไม่ได้....ถึงจะไม่รู้แน่ชัดก็เถอะแต่อย่างน้อยฉันก็ไม่อยากอยู่เฉยๆแล้วปล่อยให้ดาบในปกครองของตนเองโดนเล่นงานไปทีละคนหรอกนะ"

                         คิดว่าฮงมารุเธอต้องสาปเพราะดวงอับโชคของเธอเหรอ ?  ประทานโทษเถอะนะถึงดวงเธอจะกุดแต่การที่ศาสตราโดนเล่นงานในหลายรูปแบบมานี้มันก็เกินไปหน่อยนะ  แถมยังเป็นฮงมารุที่เกิดปัญหาบ่อยสุดด้วยอีก

                         คิดแค่ว่าเพราะมีกำลังรบแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียวหรือ  จึงได้โดนศัตรูจ้องเล่นงานอย่างหนัก?

                         ไม่หรอก  ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ....

                         หลายต่อหลายอย่างที่ผ่านมามันเด่นชัด  การปกปิดข้อมูล  หรือแม้แต่เรื่องของดาบในเรือนของตนเองที่เปลี่ยนไปไม่มีการแจ้งบอกกล่าว  คงมีแค่เรือนเธอล่ะมั้งที่แจ้งมันทุกอย่าง  แจ้งจนไม่รู้จะแจ้งอะไรไปอีกแล้ว  

                         การปกปิดปัญหาภายในเรือนอาจจะสมควรในบางครั้ง  แต่ถ้ามีปัญหาแล้วมันเกิดกระทบต่อฮงมารุอื่นก็ควรรับผิดชอบบ้าง  ทว่าที่ผ่านมาไม่มีเลยสักนิดเดียวราวกับว่าทุกคนหวาดระแวงในเรื่องการใช้จุดอ่อนนี้มาโจมตีพวกเขา

                         แต่คำถามคือใครล่ะจะทำ?

                         ว่ากันถึงฐานอำนาจและด้วยความอาวุโส  การจะหาเรื่องว่ากล่าวค่อนขอดนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดี  ประกอบกับยามนี้มีคนทำงานแค่ห้าคน  การขัดแข้งขัดขากันเองไม่ใช่เรื่องดีแต่นี่ต่างฝ่ายต่างตั้งแง่  คอยสกัดกั้นเรื่องความผิดปกติที่เกิดขึ้นทุกอย่าง  เอาแต่หมกปัญหาเอาไว้จนพอกสุม

                         เหตุที่ฮงมารุเธอเกิดปัญหา...ส่วนหนึ่งคือการไม่ประสานงานกันเอง  ยกกรณีตัวอย่างง่ายๆ...อย่างของโยชิโนริ  เรื่องที่เกิดขึ้นกับโอคุริคาระนั้น...ตนทราบได้จากการที่ดาบของตนเดินมาแจ้งด้วยตนเอง  ขณะที่ดาบต้นเหตุนั้นไม่ได้ถูกแจ้งถึงความผิดปกติเพราะตัวเจ้าของดาบเองก็ไม่ปกติเช่นกัน  ดังนั้นเรื่องของโยชิโนริเด็กสาวเลยไม่ถือโกรธ  ทว่าความผิดปกติที่เชื่อมถึงกันต้องไปกระทบต่อฮงมารุอื่นบ้างแหละ

                         ทว่าไม่มีหน้าไหนเลยจะแจ้งเตือนเรื่องเหล่านี้ จนเกิดปัญหาใหญ่โตแล้วโอยาคิริต้องมาตามเธอไปช่วย

                         เห็นได้ชัดว่าซานิวะที่เหลือไม่ได้สนใจจะแจ้งปัญหาที่ได้รับผลกระทบมาให้ทราบโดยทั่วกัน

                         อ้างว่าก็น่าจะทราบดีนี่  ยังไงก็ควรสังเกตดาบในปกครองของตนเองบ้างสิอย่ามัวแต่รอการแจ้งเตือน แต่ว่านะ....มันยังไม่มีการยืนยันมาแต่แรกว่าพวกดาบนั้นเชื่อมโยงถึงกัน  แม้อิชิคิริมารุจะบอกก็เถอะแต่อย่างน้อยการแจ้งเตือนก็ควรมีบ้าง  แต่มันดันไม่มีเลยเนี่ยสิ

                         มิหนำซ้ำที่ผ่านมาเรื่องราวการเกิดปัญหาต่างๆ  มีแค่ฮงมารุเธอเท่านั้นที่แจ้งไปตลอด  เรือนอื่นๆอยู่อย่างสงบดีเยี่ยมไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น  ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้หรอก...

                         ขนาดของโอยาคิริมีดาบแตกหักก็ยังไม่ได้แจ้งเลยสักนิดเดียว  ดังนั้นคนอื่นก็คงไม่ต่างกัน  หมกปัญหาเอาไว้ภายในฮงมารุไม่ได้แจ้ง  ไม่ได้บอกกล่าว  และเมื่อไม่ได้บอกยามเธอเจอปัญหาเหล่านี้บ้างก็กลายเป็นต้องรับเคราะห์หาทางแก้เอาเอง  ซึ่งส่วนนี้เด็กสาวคิดว่าปัญหาที่เกิดกับเรือนเธอคงไม่วุ่นวายนักหากว่าพวกที่เหลือนั้นคอยแจ้งเตือนหรือบอกกล่าวอะไรมาตามตรงบ้าง

                         ส่วนสาเหตุที่ซานิวะแต่ละคนต่างหากันหุบปากไม่แจ้งเรื่องราวนั้นอฮาเนะตีความได้เป็นอย่างเดียวว่าคงเป็นความเห็นของคาคุจิ  ซึ่งตัวชายหนุ่มเองก็มีนิสัยเผด็จการอยู่แล้วก็คงบีบให้คนอื่นทำตามไปด้วย  ยังไงก็ดีสายสัมพันธ์ของเขากับโยชิโนริค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง  และเมื่อมีโยชิโนริไปร่วมด้วยแล้ว  อิชิคาว่าก็ร่วมด้วยอยู่ดี  ทำให้อำนาจการตัดสินใจเคลื่อนไหวจึงตกเป็นของฝั่งคาคุจิเป็นหลัก  หากเขาไม่ต้องการบอกข่าวเขาก็คงแจ้งให้สองคนที่เหลือทำตาม  ทำให้ผลกลายเป็นว่าตนและโอยาคิริก็ได้แต่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาที่เกิดขึ้นเพียงลำพังและต้องเสี่ยงดวงในการแก้ปัญหาเอาเอง  ในขณะที่ทั้งสามอาจจะเคยเผชิญปัญหาเหล่านั้นมาแล้วก็เป็นได้

                         เพื่อการนั้นไอฮาเนะจึงเลือกใช้โอยาคิริที่ตอนนี้มีบุญคุณแก่โยชิโนริมารับหน้าแทน  หากให้เขาออกหน้าเสียเองเธอก็แค่ทำเนียนผลักดันให้เขาลุยไปด้านหน้าโดยอ้างเหตุผลอื่นได้อย่างไม่น่าเกลียด

                         ไม่ใช่เพราะเห็นใจหรือชอบใจอยากสนับสนุน  แต่เธอแค่ต้องการใช้เขาเป็นตัวปะทะกับคาคุจิต่างหาก

                         กระนั้นเธอก็ไม่ได้เห็นแก่ตัวในการจิกหัวใช้เขาฝ่ายเดียว

                         "ท่านซานิวะ..."  เสียงร้องเรียกของคอนโนสุเกะดึงสติซานิวะสาวที่ยืนพิงต้นไม้ซึ่งกำลังจมดิ่งอยู่กับความคิดตนเองให้ตื่นขึ้น  พร้อมกับสองศาสตราที่นำพามาก็กระชับอาวุธตัวเองไว้แน่น

                         เพราะยังยืนยันไม่ได้ว่ามีหนอนบ่อนไส้จริงหรือไม่  และถ้ามี...มันคนนั้นคือใครก็ยังไม่รู้

                         ฉะนั้นทางเลือกที่ดีคือนอกเหนือจากการยืมมือของคนภายในแล้ว  ตัวช่วยเหลือที่เป็นคนนอกและมีความสามารถเพียงพอก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดหายไม่ได้เช่นกัน

                         ดวงตาสีชาดทอประกายระยับยามเห็นเพลิงสีฟ้าแหวกออกจากห้วงอากาศเบื้องหน้า  

                         อิชิคิริมารุและโดทานุกิเตรียมอาวุธไว้พร้อม  พวกเขาเพิ่มความระมัดระวังเต็มที่ในขณะที่คอนโนสุเกะเองก็เช่นกัน  คงมีแต่ซานิวะสาวเพียงคนเดียวที่ยังยิ้มละไมก่อนกล่าวต้อนรับ

                         "สายัณห์สวัสดิ์เคบิอิชิซัง"




                         โอยาคิรินั่งกอดอกมองจดหมายที่ถูกส่งมอบมาให้เขม็ง  ในใจเขากำลังคิดถึงสารพัดร้อยแปดข้อเรียกร้องที่จะเป็นค่าตอบแทนจากการยืมมือช่วยเหลือ  ชายหนุ่มกำลังคิดหนัก...เขาไม่มั่นใจว่าเด็กสาวผมดำต้องการเรียกร้องสิ่งใดกันแน่  บางทีคงเป็นของ?อาจจะเป็นพวกทรัพยากรก็ได้  ในช่วงระหว่างการพักฟื้นเขาไหว้วานให้พวกอิจิโกะและฮาเซเบะคอยตรวจเช็คทรัพยากรที่ยังคงเหลืออยู่แล้วถอดถอนหายใจ

                         "ถ้าเรียกค่าตอบแทนเป็นทรัพยากรจริงฮงมารุคงจนลงกว่าเดิมแหง..."  แถมพวกทัพสำรวจคงทำงานหนักเพิ่มเป็นเท่าตัว  เพราะตามแผนเดิมชายหนุ่มคิดจะตีดาบเพิ่มเข้ามาในเรือนอีกหน่อย  แต่ด้วยค่าใช้จ่ายหลายอย่างประกอบกับการซ่อมแซมดาบทำให้ทรัพยากรบางส่วนก็ร่อยหรอไปพอควร

                         ว่าแต่หล่อนมีความสามารถในการรักษาดาบไม่ใช่เหรอ  คงไม่รีดไถทรัพยากรหรอกมั้ง

                         โอยาคิริคิดไปอีกว่าแล้วจะมีอะไรที่แม่คุณจะเรียกร้องได้อีกล่ะ  แต่คิดไปคิดมาก็เริ่มจนปัญญาท้ายสุดก็เอื้อมไปหยิบจดหมายมาเปิดอ่าน

                         กวาดสายตาอย่างรวดเร็วแล้วนิ่งอึ้ง  เขากระพริบตาปริบๆแล้วยื่นหน้าไปใกล้จนหน้าแทบจะชิดไปกับกระดาษ

                         "นี่ตาฝาดหรือเปล่าวะเนี่ย?"  เขาถามกับตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ  เพราะถ้อยคำในเนื้อความจดหมายไม่ได้เป็นข้อเรียกร้องค่าตอบแทนใดๆเลย

                         แต่มันเป็นแค่คำถามเกี่ยวกับดาบเล่มนั้น

                         อันที่จริงแค่ไม่มีการเรียกร้องค่าตอบแทนก็นับว่าอึ้งแล้ว  แต่การแลกเปลี่ยนค่าตอบแทนเป็นการตอบคำถามนี้นั้น...ดูแปลกไปแหะ

                         กิตติศัพท์ด้านความงกของคานาโมรินั้นเป็นที่เลื่องลือ  เกือบทุกเกมส์ที่หล่อนไปเล่นก็ได้ยินแต่คนบ่นว่าหล่อนหน้าเลือด...จะใช้งานฟรีอย่าได้คิด  ถ้าไม่สนิทหรือเจ้าตัวเกรงใจละก็อย่าหวังคำว่าฟรีเด็ดขาด  แถมพอคิดค่าใช้จ่ายในการตอบแทนก็เรียกซะแพงจนได้แต่มองหน้า  ครั้นจะไปหาเรื่องก็โดนท้า pvp  แล้วพนันของต่อ  ท้ายสุดคนที่รับคำท้าก็ได้แต่ต้องมานั่งบ่นโอดครวญพร้อมกับเลิกเล่นไปเพราะพ่ายจนหมดตัวนั่นเอง

                         ส่วนของที่แม่คุณได้จากการชนะนั้น  นางก็เอาไปขายต่อเก็งกำไรกันต่อไป  เรียกว่าทำเอาหลายคนเลิกเล่นเพราะโดนแบบนี้ค่อนข้างบ่อยเช่นกัน  ถามว่าผิดกฏไหม?  มันผิดกฏอยู่แล้วเพราะเป็นการพนัน...แต่แม่คุณอ้างแค่ว่าก็เหมือนการเดิมพันทั่วไป  แค่ทำให้สนุกสนานไม่ได้ซื้อขายเป็นเงินจริงแต่อย่างใด  ไม่รู้หรอกว่าเจ้าตัวมีเส้นสายภายในหรือไม่แต่ไม่ว่าจะผ่านไปยังไงก็ไม่โดนแบนง่ายๆ  แถมไอ้คนแจ้งนี่ซวยหนัก  เพราะพอแม่คุณสืบจนรู้ว่าเป็นใครก็โดนเล่นงานยับ...เรียกว่าอยู่ไม่สุขเลยก็ว่าได้

                         ฟังดูเหมือนพวกอันธพาลแต่ข้อดีของคานาโมริคือลงมือแต่เฉพาะพวกที่มาท้าและหาเรื่อง  ไม่ได้ไปลงมือกับใครอื่นที่ไม่รู้จักหรือเกี่ยวข้องด้วย

                         แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยามมาในโลกแห่งนี้ทุกอย่างไม่ได้เป็นแบบแต่ก่อน  การเรียกร้องของคานาโมริในรอบนี้เรียกว่าไม่ได้หนักหนา  แค่ชวนให้รู้สึกสงสัยก็เท่านั้นเอง

                         "ฉันรู้ว่าคุณทราบเรื่องของเจ้านกตกถังสี  ฉันต้องการข้อมูลว่ามันอยู่หรือตาย....ถ้ายังอยู่...ฉันต้องการให้คุณจัดการเสียเพราะฉันไม่ต้องการให้มันมารังควานดาบภายใต้สังกัดของฉันอีกต่อไป"

                         ในข้อความตอนท้ายเธอย้ำในเรื่องนี้อีกครั้งหลังจากบอกมาแต่แรกว่า  รู้ว่าเขานั้นทราบดีเกี่ยวกับดาบเล่มนั้น...  การย้ำสองครั้งว่าเขาทราบดีเสมือนถามมาเป็นนัยๆ  ว่าที่ปล่อยให้รอดนั้นคงกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่สินะถึงได้ยืดเยื้อขนาดนี้ไม่ฆ่าทิ้งเสียที  และจากคำพูดที่เขียนว่าต้องการให้คุณจัดการ  คานาโมริใช้คำว่าคุณนั่นหมายถึงตัวชายหนุ่ม  แสดงว่าต้องการให้ตนปิดฉากด้วยตนเอง  แต่ท่อนท้ายสุดที่ว่าไม่ต้องการให้มารังควาน  นั่นหมายความว่าตัวเธอก็ต้องการให้เรื่องนี้จบเช่นกัน

                         ซึ่งหมายความในแง่ที่ว่าสามารถขอความช่วยเหลือโดยอ้างเหตุผลได้ว่าเพื่อให้ทุกอย่างมันจบ  และด้วยสถานะที่เป็นแค่ซานิวะสายสนับสนุน  หากอ้างไปว่าต้องการซานิวะสายโจมตีมาช่วยให้เรื่องจบก็พอจะอ้างได้บ้าง  

                         แน่นอนว่าอาจมีสิทธิ์ถูกปฏิเสธ  แต่การที่คานาโมริเรียกร้องมาเช่นนี้

                         หล่อนกำลังบอกใบ้ว่าให้เขาใช้ข้ออ้างนี้มาต่อรองกับตัวหล่อนใช่หรือไม่?

                         หากใช่....นั่นเท่ากับว่านี่คือการเรียกร้องค่าตอบแทนอย่างแท้จริง  เด็กสาวผู้นั้นต้องการเข้ามาแทรกแซงในเรื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด

                         ซึ่งก็มีเหตุผลที่เจ้าตัวอยากเข้ามาแทรกอยู่หรอก 

                         จำได้ว่าอดีตดาบของตนเคยเล่นงานอิจิโกะ  ฮิโตะฟุริจนเกือบตายดีที่ช่วยไว้ได้ทัน  ทำให้กระเรียนดำกลายเป็นที่หมายหัวของดาบในฮงมารุของคานาโมริ  และตัวซานิวะผู้เป็นนายของเรือนก็เริ่มไม่ยินยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปโดยง่ายหลังดาบของหล่อนโดนเล่นงานด้วยวิธีการแปลกประหลาดอีกครั้ง  ซึ่งเป็นที่น่าตกใจสำหรับเขาที่ว่า....

                         คานาโมริเชื่อว่านี่เป็นฝีมือดาบเล่มนั้นหรอกหรือเนี่ย?

                         ชายหนุ่มคิดอย่างสนใจ  เพราะสารพัดวิธีการที่กระเรียนดำเคยใช้มาเล่นงานเรียกว่าทำเอาซานิวะหลายคนจุกกันหมด  ฉะนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจกันเด็ดขาดแล้วว่าเจอเมื่อไหร่ให้ฆ่าทันที  และตัวเขาก็อนุญาตไปแล้วด้วยเหตุผลบางประการ

                         โอยาคิริถอนหายใจแล้วพับจดหมายก่อนเลื่อนมันไปไว้ด้านข้างโต้ะ  เขาพรมนิ้วลงบนโต้ะทำงานใช้ความคิดทั้งหมดวิเคราะห์เรื่องราว  ก่อนหลับตาลงแล้วตัดสินใจ




                         อีกไม่นานจะทานข้าวเย็น...

                         นายสาวรับปากว่าจะไปแปปเดียว....แต่แปปเดียวของนางก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว....

                         เหล่าดาบผู้ทราบเรื่องต่างสอบถามกันอย่างงุนงงว่ามีผู้ใดรับทราบว่าเจ้านายไปไหนหรือไม่  ซึ่งก็ปรากฏว่าไม่มี  แสดงว่าไม่ได้บอกหรือปรึกษาใครเลยเว้นแค่สองดาบที่นำพาไปด้วย

                         เหตุการณ์คล้ายกับเรื่องเดิมที่นางเคยแอบไปพบกับซานิวะผู้นั้น  ทำให้หลายคนชักอยู่ไม่ติดพลางคิดว่าถ้าเป็นแบบนั้นจริงทำไมถึงไม่พาคนไปเพิ่มอีกนะ  หลังจากเคยโดนพวกตนต่อว่าขนาดนั้นแล้วแท้ๆ

                         หลายคนต่างก็สงสัยและในหัวก็เต็มไปด้วยคำถาม  จนกระทั่งห้วงมิติบิดเบี้ยวปรากฏขึ้นแล้วร่างของผู้เป็นนายก็ก้าวออกมาในขณะกำลังยืดแขนขึ้นสูงคล้ายกับกำลังบิดขี้เกียจ  ด้านหลังมีสองดาบที่เดินตามมาด้วยสีหน้าแสนเหนื่อยล้า  ก่อนห้วงมิติจะปิดตัวลง

                         "หืม?  ทำไมมารอกันอยู่ตรงนี้ล่ะเนี่ย?  ใกล้ได้เวลาอาหารเย็นแล้วนี่?"

                         ไอฮาเนะที่รู้สึกปวดเมื่อยเลิกคิ้วมองดาบตนเองแล้วถามอย่างสงสัย  ตามปกติยามใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นจะมีบางส่วนไปรอที่เรือนหลักเพื่อช่วยเคลียร์พื้นที่  และหากจะมีคนรอการกลับมาของทัพต่างๆส่วนใหญ่ก็จะไม่มาก

                         แต่แทนจะมีใครตอบคำถามกลับมีคำถามโดนยิงกลับมาแทน

                         "ท่านไอ!  ท่านไปไหนมาน่ะ!"  คะชูเบียดร่างเจ้ากระเรียนที่จะพุ่งเข้ามาถามอย่างไม่ใส่ใจแล้วปราดไปคว้าไหล่นายสาว  พลางส่งสายตาสำรวจความเสียหาย  

                         ซึ่งทุกอย่างปกติดี  

                         ก่อนดวงตาสีแดงเหมือนเด็กสาวจะมองเลยไปยังสองดาบที่ยืนอยู่ไม่ห่าง  ใช้สายตาสำรวจโดยเร็วก็พบว่าเสื้อผ้าพวกเขาไม่ได้มีส่วนใดเสียหาย  แสดงว่าไม่มีการปะทะเกิดขึ้น?  ดังนั้นข้อสรุปเดียวที่ได้คือ

                         นางก็ต้องไปพบกับใครมาแน่ๆ!!!!!!

                         ไอฮาเนะหรี่ตามองดูสายตาและสีหน้าของดาบตนเองแล้วก็นึกขำในใจ  อ๋อ  คงสงสัยที่หายไปแล้วก็คงอยากจะรู้ล่ะสิท่า  เด็กสาวชอบใจที่เห็นพวกเขาเป็นห่วง...เพียงแต่เรื่องนี้ยังตัดสินอะไรไม่ได้จำเป็นต้องปิดเป็นความลับไปก่อน  จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมตนจะเป็นผู้บอกเอง

                         อีกอย่าง...ถ้าปิดบังไว้แบบนี้ก็น่าสนุกดี

                         "ท่านไอ!  ทำไมไม่ตอบข้าล่ะขอรับ!  ท่านแอบไปพบกับซานิวะผู้นั้นมาสินะขอรับ!"

                         "ไม่ได้แอบนะ  นี่ก็พาคนไปสองคนถ้าแอบล่ะก็คงไปตามลำพังแล้วคะชู"  ไอฮาเนะแทบอยากหัวเราะออกมาดังๆ  เจ้าพวกนี้ตั้งแง่กับโอยาคิริสุดๆไปเลยแหะ  คนอื่นก็มีตั้งเยอะแต่พวกเขาก็พุ่งเป้าและฟันธงไปแล้วว่าตนไปพบกับซานิวะผมเงินผู้นั้น

                         อืม....คิดแบบนี้งั้นเหรอ  ช่วยไม่ได้แหะ...ขอแกล้งสักหน่อยละกัน

                         ไอฮาเนะนึกสนุกขึ้นมากะทันหันหลังเจอเรื่องเครียดไปอย่างยาวนาน  โชคดีนะเนี่ยที่ก่อนกลับได้กำชับสองคนนั้นไม่ให้พูดเรื่องนี้กับใครอื่นอย่างเด็ดขาดจนกว่าเธอจะเป็นคนบอกเอง  เนื่องจากต้องการดูการตอบกลับของสองซานิวะที่เหลือก่อน  พร้อมกับข้อมูลที่ได้แลกเปลี่ยนมาต้องเอามาคิดวิเคราะห์อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้มั่นใจในการเดินแผนต่อไป

                         "ท่านไอ!!!"  เมื่อได้ยินคำตอบแบบนั้นทำเอาเจ้าดาบแรกถึงกับร้องเสียงหลงด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ  "ท่านล้อข้าเล่นใช่ไหมขอรับ!!!"

                         "ก็คะชูพูดว่าฉันแอบ  ถ้าแอบก็ต้องไปคนเดียวไม่พาคนอื่นไปสิ  ซึ่งคะชูใช้คำไม่ถูกฉันเลยแก้ให้ไง"  ว่าแล้วก็ยิ้มนิดๆแล้วกวาดตามองโดยรอบอีกหน  "แล้วก็ฉันไม่ได้ไปพบกับโอยาคิริสักหน่อย"

                         "เฮ้อออ..."  แทบจะพร้อมเพรียงเลยทีเดียวที่เหล่าศาสตราทั้งหลายพร้อมกันถอนหายใจอย่างโล่งอก  แต่ก็โล่งอกได้ไม่กี่วินาทีเพราะคำพูดต่อมาก็ทำเอาหลายคนถึงกับตาเหลือกสำลักอากาศ

                         "จริงๆคือฉันไปออกเดทมาน่ะ"

                         "ห้ะ!!!!!!  ออกเดท!!!!!!?"

                         "ละล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย!!!  เดทเหรอ!!!  เดท!!!  เดทเนี่ยนะ!!!?"

                         ไอฮาเนะตาโตเล็กน้อยที่เห็นพวกเขาแตกตื่นนึกฉงนใจที่เห็นพวกดาบอายุเยอะทั้งหลายเข้าใจคำว่าออกเดทเสียด้วย  "อ้าว  รู้จักด้วยเหรอ  คำว่าออกเดทน่ะ"

                         "มันหมายถึงการที่ชายหญิงนัดแนะไปเที่ยวด้วยกันเพื่อศึกษารายละเอียดด้วยกันว่าจะเข้ากันได้หรือไม่ใช่ไหมล่ะท่านไอ..."  ผู้ที่ตอบคือมีดสั้นที่ยกมือขยับแว่นแล้วเอ่ยเสียงเครียด  "ในยุคสมัยก่อนก็มีซานิวะหลายคนใช้ศัพท์แบบนี้จนพวกข้าเข้าใจดี  ดังนั้นคำศัพท์ที่ดูสมัยใหม่บางคำพวกข้าก็อาจจะคุ้นหู  แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อน...นี่ท่านพูดจริงรึว่าท่านไปออกเดทน่ะ?"

                         "จริงสิ"

                         ตอบไปด้วยใบหน้ายิ้มแฉ่งอย่างระรื่นสุดชีวิต  ไม่สนสีหน้าที่ช๊อคค้างของพวกเขาแม้สักนิดเดียว

                         "กะกับใครขอรับ???"  ฮาจิสึกะที่เหมือนตกตะลึงละล่ำละลักถามด้วยสีหน้าช๊อคๆ  เหลือเชื่อนางผู้ไม่สนเรื่องรักใคร่รู้จักการออกเดทด้วยเหรอ!!!?  หรือเพราะมีคนที่สนใจอยู่แล้วก็เลยไม่แลคนอื่นที่ไล่ตามจีบสินะ!!!  ต้องใช่แน่!!!  แต่ว่ามันผู้นั้นคือใครกัน!!!

                         "ม่ายบอก..."  ไอฮาเนะว่าแล้วยิ้มพลางแลบลิ้นอย่างสนุกสนาน  โอ้ย!!  หน้าพวกนายมันโคตรขำเล้ย!!!!  นี่ถ้าไม่ติดว่าต้องกลั้นหัวเราะนะ!!  ป่านนี้จะหัวเราะก๊ากให้ลั่นตรงลานนี้เลย!!

                         "มาถามถึงคู่ออกเดทกับสาวน้อยแบบนี้มันเสียมารยาทนะฮาจิสึกะ"

                         "เอ้ะ!!?  ตะแต่พวกข้าก็อยากทราบคนที่จะเป็น...เอ่...อ...ปะ..เป็นคนรักของเจ้านาย...นี่ขอรับ"  ดาบรบผมม่วงตอบตะกุกตะกักด้วยความรู้สึกกระดากอาย

                         เห็นหน้าของชายหนุ่มแล้วไอฮาเนะยิ่งยิ้มแป้นแต่ในใจนี่ขำไม่รู้จะขำยังไงแล้ว  เฮ้ยๆ  เรื่องความรักเธอเนี่ยเป็นเรื่องซีเรียสขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

                         "อืม...บอกไม่ได้หรอก...ก็แค่การคบหาเริ่มต้นแต่เพราะยังไม่ตัดสินใจเลยวางไว้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เข้าหาน่ะสิ..."

                         "อ่ะ  งั้นเหรอ..ข...หือ!!!?"

                         รู้สึกถ้อยคำมันแหม่งๆ  บอกว่ายังไม่ตัดสินใจเลยวางไว้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เข้าหา...

                         หมายความว่าไม่ได้มีแค่หนึ่งเหร๊อะ!!!!!!?

                         เมื่อตีความจากคำพูดแต่ละคนก็เริ่มมีสีหน้าตกตะลึงกว่าเดิม  ไม่นะ...นี่เจ้านายของพวกตนมีคนสนใจมากกว่าหนึ่งและเป็นคนด้านนอกฮงมารุงั้นเหรอ!!!  แต่ว่านางไม่ได้ติดต่อกับผู้ใดเป็นหลักนี่!!!  

                         ดาบแต่ละคนมีสีหน้าเคร่งเครียดแล้วคิดหนักพยายามนึกถึงบุคคลที่เจ้านายได้ชิดใกล้กันหัวหมุน  โดยไม่มีใครสังเกตเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของนายสาวเลยสักคน  จนกระทั่งยามาโตะโนะคามิตัดสินใจถามต่อเพื่อต้องการข้อมูลมาให้เพื่อนๆช่วยคิด

                         "มะหมายความว่าท่าน...เอ่อช่วยตอบได้หรือไม่ขอรับว่าใช่ซานิวะผู้นั้นหรือไม่?"

                         "หมายถึงโอยาคิริเหรอยามาโตะ?"  เด็กสาวเห็นอีกฝ่ายพยายามจะค้นข้อมูลจากเธอเหลือเกินจึงเล่นไปตามน้ำด้วย  ครั้นเห็นเขาพยักหน้าก็ตอบไปอย่างยิ้มๆ

                         "อืม....ไม่ใช่หรอก"

                         "เฮ้อออ...."  

                         และเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกก็ดังขึ้นเป็นรอบที่สอง

                         นี่พวกนายคิดว่าขอแค่ไม่เป็นโอยาคิริก็พอใจแล้วเหรอวะ!!?

                         ไอฮาเนะไม่เข้าใจว่าทำไมพวกดาบของตนถึงไม่ชอบขี้หน้าหมอนั่นนักนะ  เท่าที่ดูแค่การเผลอคว้าข้อมือเธอหนเดียวไม่น่าจะเกลียดเข้ากระดูกดำได้ขนาดนี้เลยนี่นา!

                         หนอยคิดว่าโล่งใจง่ายๆเหรอ  ฝันไปเถอะ!

                         ด้วยความหมั่นไส้เด็กสาวเลยกล่าวต่อทันที  

                         "ไม่จำเป็นต้องไปออกเดทกับเขาหรอก  ก็ในเมื่อส่งจดหมายรักตอบโต้กลับไปแล้วนี่นา..."

                         "จะจดหมาย...รัก?"

                         "ตอบโต้กลับ??"

                         คล้ายลมหายใจสะดุดไปอีกระลอก  สีหน้าแต่ละคนแสดงถึงความพรั่นพรึง  จากสีหน้านี้เห็นได้ชัดว่าช๊อคกว่าครั้งแรกที่รู้ว่าไปออกเดทเสียอีก

                         "ใช่  จริงๆอยากขอความช่วยเหลือการตอบให้ดูดีจากคะเซ็น  แต่คิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวเลยใช้คำแบบเรียบๆไปเพราะยังไงตอนทำงานร่วมกันก็สนิทกันระดับหนึ่งแล้วนี่นา..."  ว่าแล้วก็ทำเป็นยิ้มอายๆก่อนหันกลับไปหาพี่หมอแล้วยิ้มกว้างอย่างสะใจ

                         ทำเอาสองศาสตราที่เห็นสีหน้านั้นถึงกับถอนหายใจอย่างเอือมระอา   พวกเขานึกสงสารพวกพ้องไม่น้อยเลยทีเดียว  แต่เรื่องรายละเอียดที่ไปคุยนั้นยังไม่สามารถบอกได้หากไม่ได้รับอนุญาต 

                         "ท่านไอ....."

                         "พี่หมอ  สาบานว่าไม่ได้เขียนอะไรน่าเกลียดนะ  เห็นงี้ฉันก็รักนวลสงวนตัวระดับหนึ่งนะเออ!"

                         ไอฮาเนะยังเล่นไม่เลิก  ขยิบตาพลางทำปากว่าตามน้ำไปหน่อยเถอะนะทั้งสองคน!

                         เห็นแบบนั้น...จะปฏิเสธก็รู้สึกลำบากใจยิ่งนัก  ลงท้ายดาบใหญ่จึงตัดบทเพราะเขาเริ่มเหนื่อยเต็มที

                         "ข้าไม่มีแรงจะดุว่าท่านแล้วขอรับ  ใช้งานพวกข้าให้เดินตามเช่นนี้ช่างใจร้ายยิ่งนัก  อย่างไรก็ตามอีกไม่นานจะถึงเวลาอาหารเย็นอย่างไรก็ให้ดาบแก่ๆเช่นข้าไปพักผ่อนสักครู่นะขอรับ"

                         ท่าทางเหมือนดูอ่อนใจแต่ถ้อยคำที่พูดไปเนี่ย  ก็เหมือนเจ้าก็เล่นไปกับนางด้วยไม่ใช่เหรออิชิคิริมารุ

                         โดทานุกิเหลือบตามองดาบใหญ่ที่แม้จะเหนื่อยใจแต่ท้ายสุดก็เล่นไปตามน้ำที่เจ้านายต้องการ  ว่าไปเขาก็ตัวตามใจเด็กสาวเลย  

                         "ข้าก็ขอตัวเช่นกัน  หากท่านต้องการช่วงใช้ข้าในงานเช่นนี้อีกกรุณาบอกข้าแต่เนิ่นๆเถอะนะ  ข้า...สมองข้าก็รับไม่ค่อยไหวกับเรื่องในวันนี้นัก"

                         "อ้ะ  งั้นเหรอโทษทีๆ  คุณโค้ชจะไปพักพร้อมกับพี่หมอเลยก็ได้  ฉันขอโทษด้วยที่ลากไปโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้านะ"

                         "ไม่เป็นไร  ข้าเข้าใจ....อย่าห่วงเลย  ข้าไม่พูดอะไรมากหรอก"

                         "จ้าๆ  ขอบใจมาก  ทั้งสองคนไปพักเถอะ  แต่พี่หมอต้องรบกวนเพิ่มหน่อยนะ"  ไอฮาเนะยกสองมือประสานทำท่าขอบคุณอย่างจริงใจ  เพราะครั้งนี้มันฉุกละหุกเหมือนกันแม้จะบอกก่อนล่วงหน้าก่อนเดินทางก็ถือว่ากะทันหันเกินไปจริงๆนั่นแหละ 

                         เธอรู้สึกผิดจากการเห็นสีหน้าช๊อคของสองดาบตอนเธอบอกเรื่องราวทั้งหมดแล้วนึกขอโทษเหลือเกิน  สำหรับพวกเขาแล้วก็คงไม่นึกว่ามันจะเร่งด่วนขนาดนี้  แต่โดยรวมพวกเขาก็เสนอแนะแนวทางให้รัดกุมมากกว่าเดิมทว่าไม่มีใครสักคนแม้แต่พี่หมอที่จะขวางการเดินแผนในครั้งนี้

                         ดูเหมือนพวกเขาก็เริ่มเห็นด้วยแล้วว่าควรทำอะไรสักอย่าง  ดีกว่านั่งรอเวลาอย่างเงียบเชียบและตกเป็นฝ่ายโดนเล่นงานเป็นฝ่ายเดียวเหมือนเดิม  

                         "ท่านไอ...."  

                         เสียงร้องเรียกดังขึ้นจากทางด้านหลังอีกหน  ทสึรุมารุตีหน้าขรึมขณะจ้องเขม็ง

                         โอย...เจ้ากระเรียนโหมดจริงจังนี่ไม่ชินเลยจริงๆแหละ

                         "ท่านชอบชายผู้นั้นหรือ"  คำถามถูกยิงมาตรงๆไม่อ้อมค้อม  เห็นได้ชัดว่ามันเหมือนเป็นคำถามคอขาดบาดตายสำหรับทสึรุมารุจริงๆ

                         แต่ไอฮาเนะหรือจะตอบตามตรง  "นั่นสินะ  ชอบไหมน้าา"  ร้องถามกลับอย่างกวนๆ  ทำเอาเจ้ากระเรียนคิ้วกระตุก

                         เหอะๆ  คิดสิคิดเข้าไป  หงุดหงิดเข้าไป  ไม่บอกตรงๆหรอกเฟ้ย!

                         ทสึรุมารุยังจ้องเขม็งคล้ายจะจับผิด  เขาจ้องเขม็งอย่างไม่กระพริบตาจนไอฮาเนะเผลอชื่นชมในความทรหดของเขาก่อนชายหนุ่มผมขาวจะพูดออกมาเสียงดังฟังชัด

                         "ท่านโกหก!"

                         เด็กสาวค้างไปนิดแล้วกระพริบตาปริบๆ

                         "โกหกตรงไหน?"

                         "อย่างท่านเนี่ยนะจะไปออกเดท!  ไม่หรอก!  มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย!"

                         "..."  ไอฮาเนะค้างไปนิดแล้วย่นคิ้วถามกลับอย่างไม่เข้าใจ  "ฉันไปออกเดทนี่มันแปลกเหรอ??"  เอาจริงนะแม้จะรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีความเป็นสตรีมากแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่รู้จักการออกเดท  แล้วอย่างเธอเองถ้าไปออกเดทนี่มันแปลกเหรอ!!?

                         "ก็ท่านน่ะ...อย่าว่าแต่จะออกเดทเลยแค่แตะเนื้อต้องตัวหรือใครเข้าใกล้เกินกว่าหนึ่งช่วงแขนก็อยู่ไม่สุขแล้ว!!!"

                         "ห้ะ!?"

                         "ยกตัวอย่างง่ายๆเลยนะ  ตอนข้าจับท่านนั่งตักท่านก็อยู่ไม่สุขแล้วแทบจะวิ่งพุ่งออกนอกประตูทุกครั้ง!  หรือแม้แต่โดน...แม้แต่ที่ยามาโตะทำเช่นนั้นท่านก็เป็นลมสลบเหมือด!  เพราะงั้นข้ามั่นใจว่ากับคนเช่นท่านที่ไม่ได้ชอบหรือสนใจอะไรเรื่องพวกนี้การจะไปออกเดทนั้นเป็นไปไม่ได้!  อีกทั้งท่านอยู่ที่ฮงมารุแทบตลอดเวลา!  ท่านจะไปใช้เวลาใกล้ชิดกับผู้อื่นได้อย่างไรกัน!"

                         "ก็ส่งจดหมายผ่านคอนโนสุเกะสิไม่ใช่เรื่องยากนี่"

                         !!!!

                         ดวงตาสีอำพันเบิกกว้างอ้าปากค้าง  ไอฮาเนะย่นคิ้ว  

                         "แล้วก็ส่งแค่เฉพาะช่วงที่นั่งทำงานโดยไม่มีคนกวน  แล้วใครจะไปเห็นล่ะ?"

                         ถามกลับยิ้มๆ  แต่หน้าคนที่ถามและคนรอบด้านที่ฟังยิ่งซีดเผือด

                         "นี่...นี่พวกข้าพลาดไปรึ"

                         "ไม่นึกเลย...ไม่นึกเลยว่านางจะใช้ช่วงเวลานี้ในการลอบส่งจดหมาย!"

                         "ทำไมไม่นึกเลยว่าช่องทางติดต่อยังมีเจ้าจิ้งจอกนั่นด้วย!"

                         แต่ละคนแสดงท่าทางอารมณ์กันเต็มที่ด้วยสีหน้าเจ็บใจเหลือประมาณ

                         เฮ้ย  แค่พลาดนิดหน่อยพวกแกจะซีเรียสอะไรกันเบอร์นั้น?

                         แต่ช่างเถอะ  ตอนนี้แกล้งได้สมใจแล้ว  ฉะนั้นจึงหันความสนใจไปยังทสึรุมารุที่ค้างนิ่งเหมือนโดนสาปเป็นหินไปแล้ว

                         "ไม่...ไม่!"  เจ้ากระเรียนขาวส่ายหน้าไปมาสีหน้าไม่เชื่อสุดชีวิต  "ให้ตายข้าก็ไม่เชื่อหรอก!!  ท่านไม่ได้ไปออกเดทแน่ๆ!"

                         "แล้วแต่นะว่าจะเชื่อไหมทสึรุ  แต่อย่างที่บอกไปนั่นแหละนะ"

                         "!!!"

                         เจ้ากระเรียนเตรียมหาคำถามเพื่อซักข้อสงสัยอย่างสุดชีวิต  เรื่องนี้ปล่อยผ่านไม่ได้เด็ดขาด!  ร้อยทั้งร้อยนางไม่มีทางไปเดทหรอก  แล้วก็ไอ้เรื่องส่งจดหมายรักอะไรนั่นไม่มีทางหรอก!  ต่อให้นางกับชายคนนั้นสนิทกันแค่ไหนแต่นางก็ไม่ได้แสดงท่าทีชอบพอ...

                         หรือใจจริงนางกับเขาแค่แสร้งทำเป็นแบบนั้นต่อหน้าพวกตนกัน???

                         ขณะคิดหัวแทบแตกว่าจะทำยังไงต่อดีนั้นเอง

                         เสียงทุ้มของจิ้งจอกแห่งซังโจวที่เดินนำหน้าจิบิสึกิตัวน้อยก็ร้องทักอย่างสงสัย 

                         "เป็นอะไรไป?  เกิดอะไรขึ้นรึ?  พวกเจ้าเสียงดังกันมากเลยนะ  มันดังไปถึงเรือนที่พวกข้าอยู่กันเลยทีเดียว"  เขาถามอย่างสงสัยเพราะทสึรุมารุขอตัวออกมารอคอยเจ้านายก่อนพวกตน  ทำให้คงเหลือแต่เจ้าจิ้งจอกที่อยู่กับพวกเด็กๆเท่านั้น  พลันร่างสูงก็เหลือบไปเห็นนายสาวจึงร้องทักอย่างยินดีที่นางกลับมาเสียที

                         "ท่านไอ?  ท่านกลับมาแล้วรึ?  ไปนานจริงขอรับ"

                         "ก็นะไปออกเดทน่ะเลยต้องใช้เวลานานหน่อย"

                         "อ๋อ  เป็นเช่นนี้..เ....."  ร่างสูงพยักหน้าหงึกหงักในตอนแรกขณะตอบรับแล้วค้างไปในบัดดล  เจ้าจิ้งจอกย่นคิ้วแล้วมองนายสาวที่ยังยืนยิ้มหน้าระรื่นแล้วกระพริบตาปริบๆ

                         "ออกเดท?"

                         "อืม  เดท"

                         "..."

                         ความเงียบเกิดขึ้นหลายวิ  ก่อนเสียงร้องลั่นจากทันโทวด้านหลังจะดังขึ้น

                         "เอ๋!!!!!!!!!??"

                         แล้วความช๊อคก็เข้าปกคลุมกับอีกกลุ่มทันควัน  เด็กน้อยหลายต่อหลายคนทำหน้าไม่อยากเชื่อ  ส่วนพี่ใหญ่บ้านโทชิโร่ค้างเป็นพระพุทธรูปไปแล้ว

                         "เป็นไปไม่ได้!!"

                         มิดาเระร้องลั่นออกมาอย่างไม่เชื่อสุดชีวิต  เล่นเอาคนโกหกได้แต่นึกอนาจใจ  ทำไมเจ้าพวกนี้ไม่เชื่อถือในเรื่องนี้นะ

                         "ข้าก็คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้"  โคกิทสึเนะมารุกอดอกตีหน้าขรึมก่อนทำจมูกฟุดฟิด  "ข้าไม่ได้กลิ่นใดๆจากร่างท่านเลย"

                         "น่าเกลียดน่ะโคกิมาดมกลิ่นได้ยังไงกัน"  ไอฮาเนะทำหน้าสยองหลังเห็นอีกฝ่ายทำจมูกคล้ายสุนัขดมกลิ่น

                         "ข้าแค่ดมเพื่อตรวจสอบว่าจริงหรือไม่  อย่างไรก็ตามมันไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด  หากท่านไปออกเดท  ทำไมต้องพาอิชิคิริมารุและโดทานุกิไปด้วยเล่า  ออกเดทนั่นต้องไปแค่สองต่อสองไม่ใช่รึ"

                         "เอาไปเพื่อให้อยู่ในสายตายังไงล่ะ  แถมอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ก็ไม่เป็นแปลกอะไร...ถ้าหากมันไม่ดีจริงพี่หมอคงลากฉันกลับมานานแล้ว"

                         ถ้อยคำอ้างอิงถึงคุณผู้ปกครองทำเอาเจ้าจิ้งจอกนิ่งค้างไปในบัดดล  เขาพยายามนิ่งคิดแล้วก็ส่ายหน้าไม่เชื่อถืออยู่ดี  คนอย่างนายสาวไม่มีทางเดทกับใครง่ายๆหรอก  ไม่มีทางเด็ดขาด  แค่เข้าใกล้ผู้ชายนางก็โดดหนีอย่างกับเจอของแสยงแล้ว  การจะไปเดทใกล้ชิดและใช้เวลาด้วยกันสองต่อสองคงเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้เลย

                         "เอ่อ..."  พลันความตึงเครียดก็ถูกทำลายด้วยเสียงของร่างน้อย  จิบิสึกิจ้องมองพี่ชายตาแป๋ว  "เดทคืออะไรหรือขอรับ"
หลายคนลอบตบหน้าผากอย่างอ่อนใจ  ลืมไปเลยว่ามิคาสึกิตัวน้อยนั้นไม่ประสีประสาอะไรสักเท่าไหร่  แต่การที่เขาไม่รู้จักคำว่าเดทก็ทำให้ตีความได้ว่าความทรงจำในยุคสมัยใหม่ๆนั้นคงไม่มี  เพราะเมื่อเทียบกับพวกโคกิทสึเนะมารุแล้วยังเข้าใจได้เลยว่ามันคืออะไร

                         "มันคือการที่ชายหญิงไปเที่ยวแล้วใช้เวลาศึกษาร่วมกันเพื่อทำความรู้จักมากขึ้นขอรับ"

                         ผู้ตอบคือซาโยะที่อธิบายเสียงเรียบ  เด็กชายผมฟ้าไม่ได้ดูแตกตื่นอะไรในเรื่องนี้แม้แต่น้อย  สำหรับเขาผู้จะเป็นคนรักของนายจะเป็นใครก็ได้ขอแค่ดูแลนางดีและทำให้นางมีความสุขก็เกินพอ  เขาขอแค่นั้นไม่ได้สนว่าจะเป็นใครเลย

                         มิคาสึกิตัวน้อยอ้าปากหวอแล้วหันไปมองนายสาวก่อนกระพริบตาปริบๆ  ในอ้อมแขนที่ถือหนังสือนิทานนั้นกอดรัดมันแน่น  ริมฝีปากเล็กนั้นเม้มเป็นเส้นตรง

                         ไอฮาเนะมองหนังสือในอกเขาอย่างสงสัย  ตัวมิคาสึกิในร่างเดิมนั้นก็อ่านหนังสือบ้างแต่ส่วนใหญ่แล้วใช้เวลาจิบชาชมนกชมไม้มากกว่า  ดังนั้นการเห็นร่างน้อยนี้สนใจหนังสือจึงทำให้สนใจขึ้นมาว่าเป็นหนังสือประเภทไหนที่เขาสนใจอ่านกันนะ

                         ทว่าพอสายตามองดูหน้าปกและดูชื่อที่แม้จะปิดบังแต่ก็พอเดาได้ไม่ยากว่ามันคือหนังสือเรื่องอะไร

                         ไอฮาเนะถึงกับเงียบกริบยิ้มค้าง

                         นั่นคือหนังสือนิทานเรื่องเจ้าชายกบใช่ไหม?  เหลือเชื่อ  มิคาสึกิสนใจหนังสือแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย...

                         "ยังไงข้าก็ไม่เชื่อว่าท่านไอนั้นจะไปออกเดทและก็นะโคกิทสึเนะมารุ  ท่านไอยังพูดด้วยว่าได้ส่งจดหมายรักให้แก่ซานิวะผมเงินผู้นั้นด้วยอีก"

                         ราวกับเด็กน้อยที่ฟ้องผู้ใหญ่  โคกิทสึเนะมารุเองพอได้ยินก็ตาโตแล้วรีบตวัดตามองนายสาวที่ยืนอยู่เงียบๆ  "ท่านไอเนี่ยนะ?  ส่งจดหมายรัก?  ไม่หรอก  ไม่มีทาง..."  ร่างสูงส่ายหน้ายังไงก็ไม่เชื่อเด็ดขาด

                         "ทำไมล่ะ  การที่ฉันส่งจดหมายรักหรือไปเดทนี่มันแปลกจนไม่น่าเชื่อเลยเหรอ???"  เด็กสาวผมดำถามเสียงจริงจังเพราะสงสัยจริงๆ

                         "แน่นอนสิขอรับ!"  และทุกคนก็พร้อมใจกันตอบอย่างพร้อมเพรียง

                         "อย่างที่ทสึรุมารุซังกล่าว  ตัวท่านที่หนีผู้ชายราวกับเห็นเป็นของแสยงเช่นนี้มีหรือจะสนใจสานสายสัมพันธ์กับใครจนถึงขั้นออกเดท!"

                         สะ...แสยง?  เฮ้ยๆ  ฉันไม่เคยคิดเปรียบขนาดนั้นนะ  แล้วพวกนายเปรียบกันเองนะฉันไม่เกี่ยว!

                         "ซ้ำท่านยังสนแต่งานและไม่ค่อยได้ย่างก้าวออกนอกฮงมารุไปไหน!  และการส่งจดหมายรักนั่น!  ข้าขออภัยที่ต้องกล่าวเช่นนี้แต่อย่างท่านไอนั้นข้าไม่เชื่อว่าจะเขียนจดหมายรักเป็นขอรับ!"

                         หนอย!  กะอีแค่จดหมายรักน่ะทำไมจะเขียนไม่ได้ฟระ!!!  อย่ามาดูถูกคนที่ต้องมาเขียนเรียบเรียงและตรวจทานคำพูดก่อนทำหน้าที่ไปส่งให้เพื่อนร่วมห้องที่เป็นผู้หญิงขี้อายเพื่อแลกกับเงินนะเฟ้ย!!  กะอีแค่จดหมายรักน่ะให้เขียนเป็นสิบๆฉบับก็ยังได้เลย!  

                         "ซึ่งรวมจากปฏิกิริยาหลายต่อหลายอย่างที่ผ่านมา!  มันทำให้พวกข้ามั่นใจว่าท่านยังไม่ได้ปักใจชอบพอใครจนถึงขนาดออกเดทหรือสานสัมพันธ์อย่างการส่งจดหมายรักหรอกขอรับ!"

                         ฟังเหตุผลของเจ้าพวกนี้ไอฮาเนะได้แต่ลอบถอนหายใจ  นี่ถ้าวันไหนเธอมีแฟนขึ้นมาพวกมันไม่ช๊อคตายหรอกเหรอเนี่ย  ถึงจะไม่สนแต่ใช่ว่าจะไม่ได้คิดนะ  ตอนนี้ก็ 18 ปีแล้ว  ขอแค่ทำหน้าที่จบเธอก็คงค่อยมาคิดเรื่องชีวิตคู่แหละ

                         "แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ใช่เหรอ  และการเดทก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องแตะเนื้อต้องตัว  มันก็คือการพูดคุยเพื่อศึกษาความเข้ากันได้  ยังไม่ได้เป็นถึงขนาดเรียกว่าแฟนหรือคนรักได้สักหน่อย  เพราะงั้นก็ไม่แปลกที่ฉันจะโอเคนี่"

                         "..."

                         เงียบเลยแหะ

                         คล้ายว่าเหตุผลเธอจะดีพอจนทำให้พวกเขาหน้าชากันพอควร

                         "ข้า...ข้าคิดภาพหลังจากนั้นไม่ออกเลย  หากท่านให้คนอื่นแตะตัวได้มากขึ้น...หมายถึงไม่ได้เขินอาย..."  อิจิโกะเอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม  เขากำลังจินตนาการภาพที่นายสาวยินยอมให้เกาะแขนหรือจับมือ  หรือให้นั่งตักโดยไม่มีอาการเก้อเขินเหมือนแต่ก่อน  ที่เป็นถึงขนาดวิ่งหนีหรือเป็นลมสลบเหมือด  

                         ว่ากันตามตรงก็คิดไม่ออกเลยจริงๆนั่นแหละ

                         เห็นพี่ชายคนโตบ้านโทชิโร่กล่าวขนาดนี้ไอฮาเนะก็หัวเราะหึหึในลำคอ  ก่อนเริ่มทำท่าคล้ายเขินอาย  เธอตอบเสียงเบาลงพลางเสตามองพื้นใช้การก้มหน้าเพื่อปิดบังเค้าหน้าตนเองในยามนี้  ทำให้คนรอบด้านสังเกตได้ยากว่าตอนนี้กำลังทำหน้าอย่างไร  ประกอบกับควบคุมความร้อนให้ปกคลุมร่างจนทำให้ผิวกายแดงระเรื่อนิดหน่อยเพื่อใช้ตบตาว่าตนนั้นเขินอายเพื่อความสมจริงอีกนิด

                         "ฉันแค่...ไม่ชินกับการแตะเนื้อต้องตัว  แต่ถ้าเริ่มเต็มใจ...มันก็...คงได้มั้ง"

                         "มะ...หมายถึงแตะตัวได้โดยไม่วิ่งหนีน่ะหรือขอรับ..."

                         "ก็...ถ้าเป็นแฟนแล้วมันก็...คงได้นั่นแหละ"

                         ว่าแล้วก็ทำท่าอายๆ  บิดตัวนิดหน่อยพอเป็นพิธีแล้วแสร้งหลบหน้าหลบตาพยายามไม่ให้เห็นหน้าตาตรงๆ

                         ซึ่งภาพนี้สร้างดาเมจทางใจให้แก่คนมองเป็นอย่างยิ่ง

                         นี่...

                         นายดาบแต่ละคนลอบกลืนน้ำลาย  

                         นี่จะบอกว่าถ้าเป็นถึงระดับนั้นนางก็ยินยอมเต็มใจงั้นเหรอ  โอ้ย!!  นี่มันเกินไปแล้วนะ!!!  ถึงจะรู้ว่ามันก็ต้องเป็นแบบนั้นแต่ว่ามาพูดด้วยท่าทีอายๆแบบนี้มันเกินไปแล้ว!!!  

                         นะนับวันท่านจะเริ่มทำตัวน่ารักเกินไปแล้วนะ!!!  ไหน!!  ผู้ใดมันกล้าพูดว่านายท่านไม่มีจริตมารยาหญิง!!!  ข้าจะไปบอกให้มันกลับคำพูดเดี๋ยวนี้!!!  ไม่มีตรงไหนกัน!!  ไม่มีตรงไหนนนวะ!!!

                         ในใจของเหล่าดาบกรีดร้องกันพร้อมเพรียง  อา...นับวันพวกตนเหมือนโดนปั่นหัวกันเป็นว่าเล่นเลย  แต่ว่านะภาพเมื่อกี้นี้มันสร้างดาเมจเหลือเกิน  

                         เห็น...สีหน้านายดาบแต่ละคนแล้ว  ผู้เสแสร้งก็ลอบยิ้มอย่างสะใจกับชัยชนะที่หลอกพวกเขาได้สำเร็จ

                         ทว่า

                         "ข้าไม่เชื่อหรอกขอรับ  หากเป็นดั่งที่คนอื่นว่าจริง  ข้าไม่เชื่อว่าท่านนั้นจะไม่วิ่งหนีหรือเป็นลมหากเลือกจะมีคนรักขึ้นมาจริงๆน่ะ"

                         "หือ?  จิบิสึกิคิดแบบนั้นเหรอ"

                         "ข้าชื่อมิคาสึกิขอรับ!  และอย่างที่บอกไปข้าไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าท่านจะใจกล้าให้ชายใดมาแตะต้องตัวยามเมื่อกลายเป็นคนรักแล้ว"

                         ไอฮาเนะหัวเราะหึหึให้กับเด็กชาย  คนที่ทำให้เธอแสยงจนวิ่งหนีผู้ชายน่ะมันคือเจ้าตัวร่างปกตินะ  แต่เอาเหอะพอมาเป็นร่างนี้แล้ว...อ่า...เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมมิคาสึกิถึงได้ชอบแกล้งเธอนัก  พอเห็นหน้าตาแบบนี้แล้วมันก็ชวนให้อยากแกล้งเสียจริงนั่นแหละ  

                         พลันเธอก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ลอยอออกมาตรงบริเวณไหล่ที่ถูกยิงด้วยลูกธนู  แม้จะเบาบางแต่ก็สัมผัสได้ชัดเจน

                         ในที่สุดเจ้าอักขระตัวปัญหาก็ออกฤทธิ์แล้ว  แต่เหมือนเจ้านี่ยังไม่รู้สึกตัวสินะ

                         ว่าแล้วเธอก็ก้าวไปหาเด็กชายในหัวมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา  เปลืองตัวไปหน่อยแต่ไม่เป็นไร  หากเป็นมิคาสึกิในร่างนี้....เธอไม่ถือสาแม้โอกาสจะจดจำได้ยามกลับร่างจริงก็เถอะ  แต่ก็แค่อ้างไปว่าก็ยังเด็ก  แค่ทำลงไปเพราะความเอ็นดูก็เท่านั้นเอง

                         เด็กชายที่ยืนข้างพี่ชายชะงักหลังเห็นเจ้านายคนปัจจุบันก้าวเข้ามาใกล้ก่อนโน้มตัวลงให้ตัวนั้นอยู่ในระดับสายตาของเขา  มิคาสึกิน้อยกอดหนังสือที่อยู่ในอกแน่นคล้ายกับว่ามันคือที่พึ่งสุดท้ายแล้วก็ไม่ปาน

                         ไอฮาเนะที่เห็นเช่นนั้นขยับยิ้มแล้วหัวเราะหึหึอย่างชั่วร้าย

                         "นิทานนั่นน่ะคือเรื่องเจ้าชายกบสินะ?"

                         "ชะ...ใช่ขอรับ"

                         "อ่านจบหรือยัง?"

                         "จบแล้วขอรับ"

                         "เหรอ?  แล้วรู้วิธีแก้คำสาปของเจ้ากบที่โดนสาปหรือยัง?"

                         มิคาสึกิตัวน้อยหน้าแดงแปร๊ดถึงใบหู  ก่อนพยักหน้านิดหน่อย  หากแต่พวกทันโทวเริ่มส่งเสียงอื้ออึง

                         "เอ่อท่านไอ...ท่านจะถามเรื่องนั้นทำไมหรือขอรับ"  มิดาเระส่งเสียงร้องถามอย่างหวั่นๆ  ไม่หรอกมั้งนางคงไม่กล้าหรอก  นายสาวน่ะกลัวมิคาสึกิซังร่างโตจะตาย  ต่อให้ตัวเล็กลงแต่ก็ใช่ว่าจะสนิทได้เต็มที่เหมือนอย่างสนิทกับพวกทันโทวนี่นา

                         แต่แล้วทุกอย่างก็ผิดคาด  เมื่อนายสาวฉีกยิ้มแล้วถามอย่างหน้าระรื่น

                         "สนใจอยากลองวิธีแก้คำสาปแบบนั้นไหมล่ะจิบิสึกิ"

                         แทบจะทันทีที่ไอฮาเนะพูดจบ  ทันโทวที่ตัวโตกว่าหลายคนเกิดอาการสำลักอากาศขณะที่เหล่าทันโทวตัวน้อยหน้าแดงเถือกกันหมดสิ้น

                         "ท่านไอ!!!!  ท่านพูดบ้าอะไรน่ะขอรับ!!!!" 

                         ส่วนศาสตราผู้ใหญ่หลายคนมีสีหน้าเหรอหราเพราะไม่เข้าใจว่าพวกเขาพูดเรื่องอะไรกันอยู่  คงมีแต่พี่ใหญ่บ้านโทชิโร่กับคุณหมอมีดสั้นที่อ้าปากค้างตกตะลึงไปแล้วเท่านั้นที่ทราบ

                         "เดี๋ยวๆท่านไอ  มันออกจะ..."

                         "หมายความว่าไง?  เนื้อเรื่องหรือวิธีแก้คำสาปนั่นมันยังไงเหรอ!?"

                         หลายคนรุกถามอย่างใคร่รู้ก่อนยะเก็นจะกัดฟันตอบหน้าแดงๆ  "เจ้ากบแท้จริงคือเจ้าชายที่โดนแม่มดสาป  และวิธีแก้คำสาปคือการจุมพิตจากเจ้าหญิง..."  พูดถึงตรงนี้ก็นิ่งไป  เขาเบือนหน้าไม่กล้าพูดต่อเพราะรู้สึกอายเหลือทน

                         ผิดกับเจ้าตัวดีที่หัวเราะหน้าระรื่น  ส่วนศาสตราผู้ใหญ่ยามได้ยินหันมองคนที่ถามคำถามแก่เด็กน้อยอย่างอึ้งๆ  ก่อนจะกรีดร้องในใจดังลั่น

                         นายท่านเปลี๊ยนไป๊!!!!

                         เกิดอะไรขึ้น!!  ทำไมจู่ๆนางถึงได้รุกล่ะ!!!"

                         นางกินอะไรผิดสำแดงมาเป็นแน่!!!  ต้องใช่แน่!!  ต้องมีผู้ใดวางยานางถึงทำให้นางเปลี่ยนไปได้ปานนี้!!!!

                         แต่ละคนต่างคิดกันไปคนละทาง  คงเหลือแต่ไอฮาเนะที่จดจ่ออยู่กับจิบิสึกิที่ยังหน้าแดงไม่เลิก

                         "ว่าไง  อยากได้ไหม?"

                         "ไม่นะท่านไอ  หยุดเลย!!  โคกิทสึเนะมารุ!!  เอาจิบิสึกิออกมาเร๊วว!!!"  หลายคนตะโกนร้องลั่นหลังเห็นท่าทางแล้วนายสาวคงทำจริงๆแน่  ร่างสูงของเจ้าจิ้งจอกเตรียมคว้าร่างน้อยหนีทันที

                         "หยุดเลยโคกิ  ฉันคุยอยู่นะ"  แต่ทุกอย่างโดนเบรคแค่ถ้อยคำเยียบเย็นของนายสาวเพียงคำเดียว  เจ้าจิ้งจอกที่เตรียมคว้าเด็กชายนิ่งค้างราวกับโดนสาป  ก่อนดวงตาสีชาดของเด็กสาวจะหันกลับมายังเด็กชายที่ตัวสั่นนิดๆอย่างสนุกสนาน

                         "หือ?  ว่าไงจิบิสึกิ?  ฉันถามนายอยู่นะ"

                         เมื่อโดนกดดัน  เด็กน้อยก็เลือกเบือนหน้าหนีแล้วหลับตาคล้ายไม่อยากมองหน้าให้ไขว้เขว  แล้วตอบด้วยเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้มันสั่นเทา  "มิคาสึกิขอรับ....นายท่าน...ข้าไม่เชื่อว่าท่านจะกล้า  อย่างท่านน่ะแค่...จุ๊บ!"

                         เด็กน้อยเอ่ยค้างไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงดังจุ๊บขณะที่รับรู้ถึงสัมผัสอุ่นๆตรงหน้าผาก  มิคาสึกิที่หลับตาในตอนแรกลืมตาพรึ่บก่อนจะเห็นดวงหน้าหวานของเด็กสาวผมดำในระยะใกล้  หน้าของเขาที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงมากขึ้นแถมยังลามไปจนถึงต้นคอก่อนจะมีควันค่อยๆลอยออกมา  

                         เฉกเช่นเดียวกับเหล่าดาบด้านนอกที่แต่ละคนตกตะลึงกันไปตามๆกัน  เพราะไม่เคยคิดเชื่อจะเห็นภาพที่นายสาวผู้เคยวิ่งหนีผู้ชายจะโน้มตัวจุมพิตเข้าที่หน้าผากของจันทร์เสี้ยวตัวน้อยครู่หนึ่งก่อนผละออกมายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เช่นนี้

                         "ว้า  น่าเสียดายจังนะที่ไม่ได้ผล  แต่ก็ไม่น่าจะได้ผลอยู่แล้วแหละก็นายไม่ได้เป็นกบนี่นา"  ก่อนจะนิ่งไปนิดแล้วใช้สายตาสำรวจใบหน้าที่แดงก่ำของเด็กชาย  แล้วลอบมองไปยังบริเวณที่เคยมีเค้าไอประหลาดปรากฏ  ซึ่งตอนนี้มันหายวับไปแล้ว  ไอฮาเนะมองจนมั่นใจแล้วจึงจะวกสายตากลับมายังใบหน้าเด็กชายอีกครั้งแล้วยิ้มแป้น "เอาล่ะทีนี้...นายจะเชื่อได้หรือยังว่าฉันกล้า...หืม?"

                         "อะ...อะ..."  เด็กชายเอ่ยได้แค่เสียงนี้เท่านั้น  ขณะที่ปากก็ขยับพะงาบๆเหมือนปลาจะขาดใจตาย  ก่อนหงายหลังล้มโครมลงไปโดยมีโคกิทสึเนะมารุรีบโน้มตัวลงไปอุ้มเขาขึ้นมา  ก่อนจะตาโตเมื่อเห็นอาการของผู้เป็นน้อง

                         "จิบิสึกิสลบไปแล้วขอรับ!!!"

                         "อ้าว  ไหงมันสลับกับฉันได้ล่ะ  ฮะๆ  ตาแก่ตอนเด็กเองก็ขี้อายไม่ต่างกับฉันแท้ๆ  แต่ดันใจกล้ามาแกล้งฉันได้นะ"

                         "แต่นี่ไม่ใช่มิคาสึกินะขอรับ!"

                         "ไม่เอาน่า  เขาท้าฉันก่อนนะแล้วก็จุมพิตฉันไม่ใช่คำสาปสักหน่อย  ถือว่าเป็นคำอวยพรเลยด้วยซ้ำ"  ว่าปุ๊บก็ขยิบตาก่อนเดินผ่านร่างของโคกิทสึเนะมารุแล้วเอ่ยพึมพำเบาๆให้ได้ยินกันแค่สองคน

                         "จับตาดูเขาไว้โคกิ  ฉันจับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากเขา..."

                         ดวงตาสีแดงเหมือนนายสาวเบิกกว้างก่อนพยักหน้าเคร่งขรึม

                         "ข้าทราบแล้ว  เช่นนั้นข้าจะพาเขากลับเรือน"

                         "ดี...ป่านนี้พี่หมอน่าจะเตรียมของเสร็จสิ้นแล้ว"

                         ไอฮาเนะแสร้งยิ้มต่อขณะที่แต่ละคนร้องโวยวาย  โดยที่โคกิทสึเนะมารุรีบพาร่างจิบิสึกิที่ยังสลบเหมือดกลับเรือนเพื่อไปหาอิชิคิริมารุทันที

                         "ท่านไอ!! เดี๋ยวก่อนสิขอรับ!!  ทำไมท่านทำแบบนี้ล่ะ!!"

                         "ทำแบบนี้น่ะทำแบบไหน?"

                         "ไปจูบหน้าผากมิคาสึกิทำไมกันขอรับ!!"

                         "เอ๋?  แต่จิบิสึกิเป็นเด็กนะ  แล้วจูบที่หน้าผากอย่างเอ็นดูนี่ผิดเหรอ?  ไม่ได้จุ๊บปากสักหน่อยนายจะคิดมากไปทำไมกัน?  รึว่าพวกนาย...อิจฉาเด็ก?"

                         "อึก!!!"

                         "ฮะฮะ  ไม่ดีน้า  อิจฉาเด็กเนี่ย....ฉันไม่ชอบผู้ชายอิจฉาเด็กนะรู้ไหม?"

                         ว่าแล้วก็ยิ้มยั่วส่งท้ายให้ครั้งหนึ่งแล้วก้าวเดินออกไป  ไม่นำพาต่อเสียงร้องลั่นของศาสตราตนเอง  

                         ในใจนึกขบขำเต็มที่

                         แกล้งคนนี่มันสนุกดีจังโว้ย!!!!



*********************************************************************************************************

-  เห็นไอฮาเนะแกล้งปู่กับคนอื่นแบบนี้แล้ว  คงเดาชะตากรรมนางตอนโดนคนอื่นเอาคืนได้สินะคะ

-  เราเคยคิดว่าไอฮาเนะมันทำงานเครียดๆมานานแล้วแถมไม่ได้เที่ยวบ่อยด้วย  เวลาออกนอกฮงมารุตัวเองทีไรก็ไปเพราะมีเรื่องด่วน  ที่ไปเที่ยวชิวก็ไปไม่กี่ครั้ง  เราเลยเขียนวิธีแก้เครียดตามแบบฉบับของนางมาค่ะ  นั่นคือการแกล้งคน

-  จริงๆพื้นฐานของไอฮาเนะนั้นถึงจะงกและดูไม่เป็นมิตรไม่เข้าหาใคร  แต่ถ้าสนิทแล้วนางก็แกล้งยับค่ะ  ส่วนกรณีที่แกล้งพวกดาบเนี่ยคงเพราะหมั่นไส้กับการตีความของพวกเขาด้วย  เอาจริงนางแค่อยากแกล้งหยอกว่าไปออกเดทแล้วก็จะจบด้วยว่าล้อเล่น  แต่เรื่องไปพบใครนี่จะบอกไปว่ายังพูดไม่ได้ช่วยทนรอหน่อยนะ  แต่เห็นดาบตัวเองแต่ละคนซัดไปเต็มที่ว่าไปเดทกะโอยาคิริชัวร์  นางเลยเล่นละครแกล้งพวกดาบยาวๆเลย

-  นางกล้าจุ๊บปู่ตอนเด็กเพราะอยู่ในร่างเด็กค่ะ  ลองมาในร่างเดิมสิคะ  แค่อยู่ในช่วงระยะวงแขนนางก็หนีแล้วแหล่ะ  อีกอย่างจุ๊บนี่ไม่ได้ถอนคำสาปแต่ใช้เพื่อจัดการบางอย่างด้วย +  แกล้งคนด้วย  ไม่งั้นนางคงไม่ทำหรอก

- ไอฮาเนะเคืองซานิวะคนอื่นที่ไม่แจ้งบอกข่าว  นางมองว่าที่เกิดเรื่องกับดาบของตนอย่างพวกซาโยะหรือพวกโฮเนะบามิ  หรือยามาโตะนั้นถ้าอิงจากตอนของโอคุริคาระเนี่ยแสดงว่าพวกดาบลิ้งถึงกัน  ทำให้คิดได้ว่าถ้าดาบคนหนึ่งก่อนหน้านี้เกิดความผิดปกติมันก็ต้องเชื่อมไปถึงดาบเล่มอื่นในฮงมารุอื่น  ถ้าหากว่ามันผิดปกติขึ้นมาก็ควรมีคนแจ้งว่าเฮ้ยนี่ดาบเล่มนี้ฝันร้ายหรือมีปัญหา  แต่ที่ผ่านมาคือไอฮาเนะไม่ได้รับรู้จนเกิดเรื่องแล้วนางเลยต้องมาไล่แก้

-  คือนางก็ไม่มั่นใจว่าฮงอื่นมันสงบจริงเหรอเพราะฮงอื่นไม่เคยแจ้งข่าวการมีปัญหาของดาบเลย  เว้นแค่ฮงนาง  ประกอบกับตอนที่โอยาคิริสารภาพว่ามีดาบแตกหักจากการปะทะกับเกรียนดำ  ก็แสดงให้เห็นว่าเขาปิดบังเรื่องนี้ไม่ได้รายงานโดยรวม ไอฮาเนะเลยคิดว่าฮงอื่นคงมีปัญหาแต่ไม่ยอมบอกแน่ๆ

-  นางเลยตีความว่ามีคนภายในปิดบังข้อมูลเหล่านี้  แต่นางยังไม่กล้าไปเค้นจากโยชิโนริ  ทางเลือกที่เซฟสำหรับนางคือเสริมให้โอยาคิริมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น  คือหากให้โอยาคิริดึงโยชิโนริมาช่วยต่อสู้ในการนำกระเรียนดำกลับโดยมีตัวไอฮาเนะช่วยเสริมโดยใช้ข้ออ้างว่าต้องการจัดการไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นกับดาบตนเองอีก  ทำให้พวกซานิวะที่เหลือจะเล็งไปโจมตีโอยาคิริแทนตัวไอฮาเนะเอง  อีกทั้งถ้าไอฮาเนะหนุนจะทำให้โอยาคิริน่าจะมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น  ประกอบกับโยชิโนริให้ความช่วยเหลือแม้จะเป็นการตอบแทนแต่คงกระทบต่อความสัมพันธ์กับคาคุจิแน่ๆ  และถ้ากระทบจนเคืองกันแล้วโยชิโนริหันมาช่วยโอยาคิริเต็มที่จะทำให้ฝั่งโอยาคิริมีอำนาจในการต่อรองกับคาคุจิและด้วยการบีบจากซานิวะสามคนสามารถบีบให้สองคนที่เหลือทำตามได้  แม้จะไม่เต็มใจก็ตาม
ซึ่งตรงนี้คือสิ่งที่ไอฮาเนะรอดูการเคลื่อนไหวค่ะ  อย่างที่นางบอกไป  จะช่วยหนุนโดยใช้เหตุผลเนียนๆแล้วอยู่เงียบๆ  เพื่อดูว่าสองคนที่เหลือจะทำอย่างไร   ซึ่งระหว่างนี้นางก็คอยจับตาดูกันต่อค่ะ

-  ท้ายสุดนางเลือกแลกเปลี่ยนกับเคบี้  เพราะมองว่าแม้จะเสี่ยงแต่เคบี้ค่อนข้างเชื่อถือได้มากกว่าและเคบี้ตรวจจับอะไรได้ดีและว่องไวกว่าเยอะ  ฉะนั้นยืมมือเคบี้น่าจะดีเหมือนกันเพราะยังไงคนภายในก็ใช่จะไว้วางใจได้นี่นา


-  นี่ถือเป็นตอนเฮฮานิดหน่อย  ตอนของปู่เนี่ยใกล้จะหมดแล้วค่ะ  คงเหลืออีกตอนสองตอน  แล้วหลังจากนี้คงลงตอนพิเศษต่อค่ะ

-  ใครไปสอบขอให้โชคดีนะคะ  เอาตอนเฮฮา(หรือเปล่า?)นี้ไปอ่านแก้เครียดก่อนไปลุยนะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

719 ความคิดเห็น

  1. #341 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:45
    ถัดจากน้องไอเป็นลมก็เป็นตาของจิบิสึกิสินะคะ555555 รว้ายกาจจจจ แกล้งเด็กด๋อยจนเป็นลมได้ไงงง ถ้ากลับร่างตาแก่สึกิเมื่อไหร่ น้องไออ่วมแน่เลย.. แต่คิดว่าแค่เรื่องที่หลอกดาบตัวเองเป็นตุเป็นตะขนาดนี้ก็น่าจะไม่เหลือซากแล้วนะหนูว5555555 นอกจากหญิงโยแล้ว เราก็ไม่ค่อยไว้ใจซานิวะท่านอื่นเลยค่ะ แต่ละคนนี่ทิฐิอย่างสูงงงงงงง ไม่ก็เจ้าเล่ห์เหลือร้าย... ปวดหัววว น้องไอเหนื่อยกับการแกล้งเป็นหมูในอวยมั้ยลูก ป้าว่าอยู่กับผู้ใหญ่ประสาทเสียพวกนี้น้องไอต้องวิตกจริตซักวันแน่ๆเลย55555 เราว่าฮงมารุอื่นน่าจะร่วมมือกันอย่างที่น้องไอคาดไว้แน่เลย แต่เกลียที่ปิดข่าวได้ปิดข่าวดีนี่แหละค่ะ ทีตัวเองนะ ถามเอาๆ (เบ้ปาก)
    #341
    0
  2. #340 TanareeSrirabai (@TanareeSrirabai) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:52
    55555กร้ากกกกกกกโคตรขำเลยอะไรท์ไอแกล้งได้แบบ55555คนอื่นนี่แบบคิดว่าเป็นโอยาคิริกันหมดโคตรอคติอะจิบิสึกิน้อยโดนจุ๊ปหน้าผากอ๊ายยยยยยมีการเป็นลมสลับกะไอจังเลยอะ555///ขอบคุณที่แต่งให้ตามคำขอนะคะไรท์อ่านแล้วหายเครียดก่อนสอบเลยค่ะสนุกมากแล้วก็ขอโทดที่ต้องขอให้มาแต่งกระทันหันนะคะแต่เรารักไรท์ที่สุดเลยยยยยจะติดตามจนจบเลยค่ะ
    #340
    0
  3. #339 §INERZIA§ (@kazegawaminto) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:11

    ไอเอ้ยย ไปแกล้งเขามากนี่มั่นใจมากเลยสิเน้อว่าตัวเองจะรับมือตอนเขาแกล้งกลับได้

    ระวังไว้ให้ดีเถอะ อาจจะไม่ใช่แค่มิคาสึกิคนเดียวก็ได้นะที่จะเอาคืนเธอกลับ นี่นับตอนรอคนอื่นเอาคืนเธอเลยนะ55555

    โอยาคิรินี่ก็โดนเอามาเอี่ยวทุกเรื่อง จะว่าสงสารก็สงสารนะ คราวนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ๆ กลับจะโดนหมายหัวหนักกว่าเดิมจากเหล่าศาสตรา555 ..บทเด่นในเรื่องของฮีแกคือเรื่องนี้สินะ

    ..ส่วนฮงมารุของซานิวะคนอื่นนี่ จะว่าไปก็สงบสุขเกินไปจริงๆนั่นแหละ ถ้าไม่เพราะไม่มีเรื่องอะไรจริงๆ ก็คงปิดบังไม่แจ้งไป แหม..บอกให้คนอื่นแจ้งถ้ามีเรื่อง เหมือนจะมีแต่ไอฮาเนะคนเดียวแฮะที่แจ้งเอาแจ้งเอา คนอื่นกริบมากเสมือนชีวิตราบรื่นแฮปปี้ไร้อุปสรรค

    ว่าแต่อักขระนั่นมันจะทำอะไร แล้วจุ๊บหน้าผากเพื่อช่วยจิบิสึกิส่วนนึงนี่ยังไงนะ จุ๊บให้บรรเทาลง หรือเบี่ยงเบนความสนใจ

    #339
    0
  4. #338 MeowV (@MeowV) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:26
    ถ้าปู่กลับร่างเดิมเมื่อไรนะ ไอจังโดนหนักกว่า2เท่าแน่ //เห็นตอนก่อนบอกมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพี่โอยาคิริใช่ไหมคะ ถ้าเกิดนางเอาชื่อเฮียแกไปอ้างว่าเป็นคนรักเก่าหรือเคยดูใจกันมันก็บันเทิงดีนะ55(มโนเฉยๆนะ)​
    #338
    0
  5. #337 POIÄNGEL (@sommar23) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:20
    ยิ้มไม่หุบเลยยย
    #337
    0
  6. #336 Porsuankularb (@Porsuankularb) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:06

    ความขี้แกล้งนี้ได้มาแต่ใด~
    ไอจาง~!!!! แกล้งเขามากเดี๋ยวโดนเอาคืนแล้วจะหนาวน้าาาาาา!!!!
    ปล.มาอัพไวๆนะคะรออยู่ค่ะ
    #336
    0