Fic Touken Ranbu : แด่โชคชะตาที่ถูกผูกมัด

ตอนที่ 63 : ก่อนจะรบก็ต้องพร้อม และตอนเตรียมพร้อมอาจจะเครียด แต่ความเครียดแก้ได้จากการแกล้งศัตรูนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 630
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    7 มี.ค. 62





                         หลังกลับมาจากการประชุมไอฮาเนะก็เตรียมทุกอย่างสำหรับการนำเสนอในวันรุ่งขึ้นอย่างไม่รีบเร่ง  คงเพราะรอบก่อนที่ดอดไปส่องฐานศัตรูก็เล็งทำเลที่ตั้งไว้แล้ว  ดังนั้นเธอจึงเลือกเอาคนที่มีแรงเหลือจากการซ้อมไปช่วยงานจนมืดค่ำ...

                         เพราะจะให้ฝั่งตัวเองรับศึกหนักคงไม่ได้  ยังไงศึกนี้ก็ต้องเกณฑ์คนไปรบเยอะน่าดู  ฉะนั้นเลเวลของพวกดาบและความคุ้นชินในการรับมือถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด  ดังนั้นเป้าหมายหลักในการจัดการกับสองซานิวะที่มาร่วมคือเพิ่มพลังวิญญาณของพวกเขาบวกกับเพิ่มเลเวลและประสิทธิภาพในการต่อสู้ของพวกเขาอย่างเร็วที่สุด

                         ไอฮาเนะคิดทบทวนอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าการทำแบบนี้เหมือนเป็นการเสริมเขี้ยวเล็บให้คนที่อาจจะกลายมาเป็นศัตรูในภายภาคหน้าได้  แต่ถ้าไม่ทำ...โอกาสที่ดาบพวกเขาจะตายมีอยู่สูง  ยังไงเสียมันก็มีข้อดีและข้อเสีย  เสริมความแข็งแกร่งให้เขาไป  ก็เสี่ยงโดนหักหลังในอนาคตก็จริงแต่ถ้าพวกเขาไม่คิดจะเล่นงานเธอ  เท่ากับเธอจะได้คนมาช่วยงานไม่ให้ตัวเองต้องเหนื่อยมากอีกต่อไป

                         ก็ตัวเธอคือคนช่วยให้พวกเขาเร่งเพิ่มระดับเอง  ย่อมต้องรู้ว่าพวกเขาทำอะไรได้ในระดับไหน  ฉะนั้นในอนาคตพวกเขาจะมาบ่ายเบี่ยงโยนงานคงไม่ได้อีกต่อไปนั่นแหละนะ

                         เด็กสาวถอนหายใจอีกหน  ขณะตรวจเช็ครอบฮงมารุตัวเองอีกครั้ง  ค่ำคืนนี้ไม่มีดาบรบคนใดคิดอยู่ดึกดื่น  คาดเดาว่ายามหัวถึงหมอนก็นอนหลับเป็นตายกันหมด  จริงๆก็คงอยากจะหลับตั้งแต่ตอนทานข้าวแล้วล่ะเพราะเห็นบางคนนั่งหลับจนหน้าแทบทิ่มลงไปในสำรับอาหารก็มี

                         ก็รู้ว่าโหดร้ายแต่เพื่อความปลอดภัยของพวกนายก็ต้องทนหน่อยนะ

                         ถึงพวกดาบของเธอจะได้รับการฝึกนรกแตกมาแต่เนิ่นๆ  แต่การฝึกให้คุ้นชินนี้จะใช้เวลาไม่นานนัก  เพราะหลังจากนี้พวกเขาต้องลงสนามรบจริงก่อนถึงเวลาเปิดศึก  ไอฮาเนะแค่เตรียมความพร้อมทางร่างกายให้พวกเขาก็เท่านั้นแหละ  เพราะยังไงเสมอมาพวกตนก็เตรียมพร้อมกับเรื่องเหล่านี้ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว  คงมีแค่ดาบมาใหม่เท่านั้นที่ต้องเหนื่อยแบบสุดๆเพื่อเร่งระดับของตัวเองให้ไวที่สุดนั่นเอง

                         ไอฮาเนะขบคิดอีกชั่วครู่ก่อนบ่ายหน้าไปพักผ่อน  พรุ่งนี้ยามเช้าพวกตนต้องไปแต่เช้าตรู่  เธอเช็คจนมั่นใจว่าชิคิกามิที่สร้างมารอบนี้จะทำงานได้ดี  เพราะเมื่อเริ่มฝึก...ตารางการทำงานของพวกดาบก็หยุดลงทั้งหมดปล่อยหน้าที่ดูแลเรือนหรือทำอาหารเป็นของชิคิกามิแทบทั้งสิ้น  หน้าที่ของพวกดาบมีแค่ฝึก  และฝึกก่อนจะกินข้าวตามเวลา  อาบน้ำ  นอน  แต่นับจากพรุ่งนี้ไป 
อาจมีการปรับเปลี่ยนตารางฝึกไปฝึกด้านนอกสถานที่ก็เท่านั้นเอง

                         เด็กสาวเริ่มปิดไฟล้มตัวลงนอนพร้อมเจ้าโปโปะ  ถอนหายใจอีกครั้งอย่างคนเหนื่อยล้าก่อนจะหลับตาลงปล่อยสติให้จมดิ่งลงสู่ห้วงความฝัน  




                         รุ่งเช้ามาพวกตนตื่นก่อนเวลาปกติพร้อมกันนั้นไอฮาเนะก็หอบหิ้วพวกดาบที่หมายหัวเอาไว้แล้วซึ่งก็ได้แก่โอคาเนะฮิระ  จูสุมารุ  โอเดนตะ  โซฮายะและตามด้วยยะเก็นไปในครั้งนี้   โดยรอบนี้กระเรียนขาวไม่ได้รับอนุญาตให้มาร่วมเนื่องจากเมื่อวานโดดซ้อมไปประชุมกับเธอมาแล้ว  ฉะนั้นวันนี้เขาต้องอยู่ฝึกไปนั่นเอง  แม้เขาจะโอดครวญอยู่ไม่น้อยก็เถอะ  พร้อมกันนั้นก็แบ่งทัพย่อยอีกสองสามทัพให้ไปยังที่นัดหมายด้วย  แต่แบ่งแยกให้ออกไปทำหน้าที่อื่นซึ่งจะมอบหมายให้ด้วยนั่นเอง  ขณะที่คนที่เหลือก็ต้องอยู่ฝึกต่อแล้วค่อยเริ่มผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเรื่อยๆกันไป

                         ไม่ช้า....พวกตนก็มายังสถานที่สำหรับบุกแต่มาปรากฏยังพิกัดที่ห่างไกลจากสถานที่เป้าหมายพอสมควร  ก่อนจะเดินเท้าอีกครึ่งชั่วโมงไปยังบริเวณที่เด็กสาวเตรียมการเอาไว้แล้ว  แถบที่เลือกนั้นไม่ค่อยมีที่กำบังนักแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา  ไอฮาเนะร่ายอาคมลวงตาและอาคมป้องกันปกป้องเอาไว้ไม่ให้ศัตรูมองเห็นหรือตรวจจับได้  ถ้าหากไม่ใช่เธอหรือพวกดาบของเธอจะไม่มีทางมองเห็นพื้นที่ตรงนี้ได้อย่างเด็ดขาด

                         พวกตนก้าวไปยังบริเวณที่เป็นเหมือนชะง่อนหินผา  แถบบริเวณโดยรอบเป็นพื้นที่กว้าง  ทว่าตรงกึ่งกลางลานขนาดใหญ่จะมีวงอาคมประหลาดห้อมล้อมอยู่  ไอฮาเนะบอกให้พวกดาบที่มาด้วยไปรอแถวบริเวณวงอาคมนั่นขณะที่หันไปสั่งทัพย่อยที่ยืนรอคอยอยู่ด้านหลังพลางแจกแจงงานที่เหลือให้พวกเขา  แล้วปล่อยให้พวกเขานั้นกระจายกำลังกันออกไปทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในทันทีก่อนจะวกความสนใจกลับมายังทัพหลักที่เอามา ฝึก...

                         ใช่เอามาฝึก...นี่จะเป็นการฝึกนอกสถานที่เพื่อเพิ่มเลเวลดาบ  เฉพาะดาบอย่างเดียว  ซึ่งการเพิ่มเลเวลที่ดีก็คือการฆ่าโยมิ...แต่พวกเขาจะไม่ถูกแปลงเป็นกายศาสตรามาให้เธอไล่เชือดโยมิหรอกนะ  ตัวพวกเขาต้องสังหารโยมิเองต่างหากล่ะ  ซึ่งวิธีการที่จะฆ่าพวกมันได้โดยที่ไอฮาเนะไม่ต้องช่วงใช้พวกเขาก็มีแค่การกางเขตแดนนั่นเอง  เพราะยังไงทัพที่มาก็ไม่มีใครในตอนนี้สามารถใช้เพลิงสังหารโยมิได้สักคนเดียว

                         แต่การกางเขตแดนของไอฮาเนะนั้นแตกต่างจากซานิวะคนอื่น  กล่าวคือ...  เด็กสาวเพิ่งค้นพบวิธีการสร้างเขตแดนได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเตรียมการเท่าไหร่นัก  วิธีการก็แค่ใช้ผนึกพลังที่บรรจุพลังวิญญาณไว้เป็นแกนหลัก  นำไปวางในจุดที่เล็งไว้เพื่อสร้างขอบเขตอาคมขึ้นมา  หลังจากนั้นก็เริ่มกระตุ้นให้ผนึกทำงานโดยการควบคุมผนึกให้มันปล่อยพลังวิญญาณออกมาแล้วทำการเชื่อมโยงจุดแต่ละจุดเข้าด้วยกันพร้อมกับร่ายอาคมชำระล้างสำทับลงไปทีนี้ก็จะได้เขตแดนชำระล้างที่จะปล่อยให้พวกดาบที่ไม่มีพลังของเพลิงสามารถสังหารโยมิได้แล้ว  

                         วิธีการนี้จะทำให้ประหยัดพลังในการเรียกใช้ตอนแรกพอสมควร  กล่าวคือการกางเขตแดนอาคมในแบบที่ซานิวะคนอื่นทำคือการอัดพลังวิญญาณไปยังแกนค่ายอาคมในคราวเดียวก่อนค่อยๆควบคุมให้มันกระจายไปยังแกนอาคมย่อยต่างๆที่เตรียมไว้ในแต่ละจุด  ซึ่งมันจะผลาญพลังวิญญาณในตอนแรกเป็นอย่างมากรวมทั้งเปลืองเวลาไปโดยใช่เหตุอีกด้วย

                         แต่วิธีการนี้นั้นดึงพลังจากผนึกพลังวิญญาณออกมาโดยตรงทำให้เสียเวลาแค่เชื่อมโยงกับร่ายอาคมเสริมแค่นั้นเอง  แถมใช้วิธีการเตรียมการไม่นานมาก  ตรงจุดที่เสียเวลาก็คือการเอาผนึกไปวางยังพื้นที่ต่างๆเท่านั้นเองซึ่งก็ไม่ต่างกับการเอาแกนอาคมที่สร้างมาเฉพาะไปวางนักหรอก  

                         ทั้งนี้ผนึกนี่ก็ให้ผลได้ไม่นานนัก  ยังไงการสร้างเขตแดนก็เป็นการดึงพลังวิญญาณมาผลาญเรื่อยๆยังไงต้องมีวันหมดสิ้นอยู่แล้ว  ดังนั้นไอฮาเนะเลยต้องคอยระวังเรื่องนี้พอควร  ตราบที่เธอยังอยู่ในพื้นที่ยังไงก็สามารถเสริมพลังวิญญาณกลับไปยังผนึกแต่ละอันเพื่อให้เขตแดนคงอยู่ได้เสมอ  แต่แน่นอนว่าตอนนี้ยังไม่จำเป็น  สักหนึ่งชั่วโมงโน่นแหละถึงจะค่อยอัดพลังวิญญาณกลับลงไป...

                         แน่นอนว่าไอ้เรื่องระยะเวลานี้ไอฮาเนะกะคร่าวๆล่ะนะว่าน่าจะประมาณหนึ่งชั่วโมงที่เขตแดนจะยังคงอยู่  ซึ่งเรื่องความคงทนของระยะเวลานั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าผนึกพลังวิญญาณที่หลอมออกมามีพลังที่อัดแน่นมากขนาดไหน  ถ้ารีดเอาพลังออกมาหลอมรวมกันมากที่สุดจนผนึกแผ่ไอพลังวิญญาณออกมามากก็จะใช้เป็นแกนได้ยาวนาน  แต่ถ้าหลอมออกมามีขนาดเล็กและสัมผัสไอวิญญาณได้น้อยเขตแดนก็จะอยู่ได้ไม่เกินสิบนาทีหรืออาจน้อยกว่านั้นโดยประมาณ  

                         หลังจากที่สร้างเขตแดนสำเร็จเธอก็รอคอย  ไม่ช้าโยมิสามตัวก็โผล่มาตรงบริเวณใจกลางลาน  ก่อนพวกดาบที่อยู่ตรงนั้นจะตกใจแต่พริบตาเดียวพวกเขาก็โถมร่างเข้าเล่นงานด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง

                         "กับดักทำงานตอบสนองต่อการกางเขตแดนรึ?"

                         "ใช่"  

                         ยะเก็นมองอย่างสนใจ  เขายืนอยู่ด้านข้างผู้เป็นนายที่ตอนนี้กำลังดูวงอาคมอีกแบบที่เธอสร้างขึ้นมา

                         รูปแบบวงอาคมนั้นคล้ายกับตอนที่ทัพไปโอโซเรเคยใช้  ซึ่งก็ถูกต้องแล้วเพราะไอฮาเนะเอาวิธีการเดียวกับการไปสำรวจโอโซเรมาตรวจจับพื้นที่โดยรอบสถานที่เป้าหมาย  เพื่อคอยตรวจสอบการเดินทัพลาดตระเวนของศัตรูนั่นเอง  และบางจุดก็แสดงเป็นจุดสีแดงที่เป็นสีของศัตรูประกอบกับสีเหลืองที่กระจัดกระจายอยู่หลายแห่งนั่นคือ  กับดักนั่นเอง

                         ซึ่งกับดักที่ว่านี่ก็คือวงอาคมเคลื่อนย้ายสำหรับการนำพาโยมิชะตาขาดให้ถูกวาร์ปมายังที่แห่งนี้นั่นเอง

                         นายสาวทำกับดักไว้มากมายโดยรอบบริเวณเส้นทางที่โยมิจะออกลาดตระเวนเสมอ...

                         จริงอยู่ว่าพวกมันกระจุกรวมตัวกันบริเวณโดยรอบปราสาทแต่ก็จะมีการแบ่งเวรยามออกเดินลาดตระเวนไปบริเวณรอบนอก  คอยสรรหาตรวจตราว่าจะมีใครโผล่มาบุกโจมตีหรือไม่  ไอฮาเนะเลยใช้โอกาสตรงนี้วางกับดักดักจับพวกมันเสียเลย  

                         ต้องบอกว่าไอพิษของโยมินั้นมีประโยชน์ในการตามรอยทางของพวกมันเป็นอย่างยิ่ง  ในพื้นที่ซึ่งมีร่องรอยการเดินผ่านนั้นสังเกตได้ง่าย  แม้พื้นที่ตอนนี้จะโล่งเตียนไปเยอะจนยากแก่การหาที่กำบังก็เถอะแต่ไอฮาเนะใช้ความคล่องตัวของพวกทันโทวในการช่วยเหลือ

                         ซึ่งนั่นทำให้เธอต้องโดนอิจิโกะส่งสายตาเชือดเฉือนไปพักใหญ่  แต่เธอไม่ได้ปล่อยพวกน้องๆเขาไปเผชิญความเสี่ยงเพียงลำพังนะ  ตอนไปเธอก็ไปด้วยแหละแถมตามติดแบบใกล้ชิดเลย  ไม่ปล่อยให้เกิดอันตรายขึ้นหรอก

                         และนั่นส่งผลให้พวกทันโทวในเรือนเธอมีความใจกล้าแบบก้าวกระโดด  กล่าวคือ...เด็กน้อยขี้อายและค่อนข้างหวาดกลัวในการศึกบัดนี้เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ  ทำไมน่ะเหรอ?  เดี๋ยวนี้ลองเปรยไปสิว่าเดี๋ยวจะจัดทัพไปรบนะ  รู้อะไรไหม?  เด็กพวกนี้พุ่งพรวดมาหาแล้วอ้อนขอไปรบเองเลยล่ะ  แถมจากการสอบถามก็พบว่าเด็กน้อยทั้งหลายต่างพุ่งกระโจนใส่ศัตรูราวกับเป็นหมาป่าที่หิวโหย...

                         เดี๋ยว...เธอสาบานนะว่าไม่ได้คิดล้างสมองหรือเสี้ยมสอนความรุนแรงให้เด็กจนพวกเขาเปลี่ยนนิสัยไปแบบนี้  แต่เอาเป็นว่าเด็กขี้อายทั้งหลายอย่างอากิตะหรือโกะโคไตนั้นก็ยังขี้อายและอ้อนเก่งเหมือนเดิมแหละทว่าตอนอยู่ในสนามรบนี่ไม่มีเงอะงะแล้วนะ  เห็นศัตรูเป็นพุ่งเข้าหาจนดาบที่ไปสังเกตการณ์บ่นมาว่าไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเปลี่ยนไปแบบนี้  แถมตอนจัดการเสร็จก็หันมาฉีกยิ้มคล้ายกับจะบอกว่าชมพวกเขาหน่อยสิด้วยล่ะ  เฮ้อ...

                         ก็นั่นแหละอย่างที่เกริ่นไป...ทำให้ตอนนี้ผู้ช่วยในการวางกับดักเป็นของพวกทันโทว  ซึ่งพวกทัพที่พามาก็คือพวกเขานั่นแหละที่อาสามาทำงานนี้อย่างขะมักเขม้น  เนื่องจากกลุ่มทันโทวนั้นเป็นสมาชิกกลุ่มแรกที่มาก่อนใครระดับของพวกเขาจึงสูงสุดและมีความชำนาญการรบพอควร  ที่สำคัญพวกเขาก็ขยันฝึกซ้อมเสมอ  ไอฮาเนะเลยจัดการปรับเปลี่ยนโดยปล่อยพวกศาสตรารุ่นหลังฝึกหนักแทนแต่พวกศาสตรารุ่นแรกที่อยู่กันมายาวนานจะถูกแบ่งออกมาช่วยงานในการเตรียมพร้อมสำหรับการรบเป็นหลัก  

                         ทั้งนี้มันก็เหมือนเป็นการฝึกไปด้วยนั่นแหละ  เด็กๆเหล่านี้และดาบคนอื่นที่มายังสนามรบจริงจะได้รับประสบการณ์การเผชิญหน้ากับศัตรูจริงๆแบบเต็มที่  อีกทั้งยังฝึกให้พวกเขาจดจำเส้นทางต่างๆเพื่อให้ง่ายต่อการหลบหนีหรือแม้แต่ลอบสังหารโยมิที่พลัดหลงมาในบางครั้งด้วยเช่นกันโดยอาศัยความได้เปรียบด้านภูมิประเทศนั่นเอง    วิธีการนี้ค่อนข้างจะดีกว่าการฝึกในค่ายฝึกของ  ฮงมารุนักแต่ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน  ทว่าความเสี่ยงตรงนี้จะปรับให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นและมีความระแวดระวังมากยิ่งขึ้น  ซึ่งอาจจะลดการถูกโจมตีจนแตกหักได้ระดับหนึ่ง

                         ยังไงให้ชินกับสนามรบไว้ยังดีกว่ามาหวาดกลัวตอนรบจริงล่ะนะ

                         เด็กสาวคิดอย่างอ่อนใจ  เธอยอมรับเลยว่าพวกเขาเก่งกาจจริงๆในเวลายามค่ำคืน  แถมพวกเขามีความคล่องแคล่วสูง  ใช้เวลาในการจัดการอะไรแปปเดียวก็เสร็จแถมพวกเขาเองก็สนุกมากด้วย  ดังนั้นจึงกระตือรือร้นพร้อมบอกว่าอยากทำอะไรแปลกๆอีก  ซึ่งนั่นแหละทำให้วันนี้พวกเขาได้รับอนุญาตให้ตามมาด้วยเพื่อเตรียมงานอย่างต่อเนื่อง  แถมที่น่าตกใจคือเด็กพวกนี้ทำงานกันไวมาก  สั่งอะไรไปใช้เวลาไม่นานก็เสร็จสิ้นแล้ว  ทำให้เมื่อวานที่ยืมแรงทันโทวบางส่วนมาช่วยก็ทำให้งานเสร็จเร็วอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ

                         "เอาล่ะ  ฝึกกันไปพลางๆได้เลย  ฉันเตรียมเขตแดนไว้แล้ว...คอยระวังด้วยล่ะระยะเวลาการโผล่มาของโยมิไม่แน่นอนและแบ่งสรรว่าใครจะรับหน้าที่อะไรให้ดีๆด้วย หรือเตรียมแผนสำรองยามมีคนบาดเจ็บด้วยล่ะ"

                         แว่วเสียงตอบรับกลับมา  ไอฮาเนะเลยปล่อยพวกเขาคุมจัดการทัพกันเอาเอง  ส่วนเธอหันไปเตรียมงานแล้วไล่ให้ยะเก็นไปร่วมฝึกด้วย

                         ตอนนี้ที่ค่ายฝึกนรกฉบับเร่งด่วนนี้  เธอได้ยึดครองไว้แล้ว  และว่ากันตามตรงมันคือค่ายฝึกที่ใกล้ที่สุดอันซึ่งศัตรูจะตรวจพบเจอได้ก่อนค่ายฝึกอื่นที่ทำเตรียมสำรองเอาไว้  เด็กสาวจัดค่ายฝึกที่มีลักษณะคล้ายกันแบบนี้ไว้อีกสองแห่ง  แบ่งไว้ให้สองซานิวะโดยเฉพาะทีนี้จะได้ไม่ต้องมาแย่งกันฝึก  แถมยังปล่อยให้พวกเขาจัดการบริหารทัพที่จะฝึกกันเอาเองไปเลย

                         ระหว่างที่รอคอยเวลา  ไอฮาเนะหวนนึกถึงท่าทีของสองซานิวะที่ไม่มาร่วมศึกด้วยอย่างสงสัยเพราะมันเงียบผิดปกติ

                         เด็กสาวเลยล้วงถามข้อมูลจากคอนโนสุเกะว่าโยชิโนรินั้นได้ส่งข้อความอะไรให้ใครหรือไม่?

                         คำตอบคือไม่มี...ที่มีก็แค่ฟากคาคุจิที่ส่งจดหมายไปถามแต่เหมือนคอนโนสุเกะจะบอกแค่ว่า  โยชิโนริฝากข้อความไปบอกปากเปล่าว่ามีแค่ที่รายงานการประชุมส่งแจ้งไปเพียงเท่านั้น  นอกเหนือไม่มีอะไรจะบอกเพราะต้องเร่งการฝึกอย่างเต็มที่ในหนึ่งอาทิตย์

                         ไอฮาเนะคิดว่าตอนนี้ยังไงโยชิโนริก็คงหวาดระแวงสองคนนั้นไปแล้ว  ฉะนั้นคงเริ่มจะจับตาดูไปพลางๆ  ประกอบกับคำพูดของหญิงสาวที่ว่าทำเพื่อความสะใจเนี่ยค่อนข้างเชื่อได้เหมือนกัน

                         อันที่จริงโยชิโนริเปลี่ยนไปพอควรหลังกลับมาเป็นผู้เป็นคน...เอ่อ...กลับมาเป็นปกติน่ะ  หล่อนดูแคร์พวกดาบมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและท่าทีของหล่อนก็คล้ายกับรู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว  ทว่าการตอบรับของหล่อนที่เพิ่งฟื้นกำลังรบกลับมานั้นนอกเหนือจากจะชดใช้หนี้แล้ว  หล่อนตอบรับเพราะเห็นตัวเธอลงมาร่วมด้วยจริงๆนั่นแหละ

                         ตามที่ไอฮาเนะคิดคือโยชิโนริหวังผลการชนะในศึกนี้เพื่อจะดึงความน่าเชื่อถือและอำนาจการตัดสินมายังพวกตนสามคนจากเดิมที่หล่อนและพวกคาคุจิเคยยึดเอาไว้

                         ดังนั้นหล่อนเลยเลือกวิธีการที่ไม่ได้ต่างกับไอฮาเนะมากนัก  นั่นคือผลักให้โอยาคิริออกหน้าแล้วพวกตนก็สนับสนุนการวางแผนอยู่เบื้องหลัง

                         อันที่จริงจากเรื่องเมื่อวาน  จากที่คิดจะอยู่เงียบๆเพื่อฟังแผนไปเรื่อยๆกลับต้องยอมแพ้  เมื่อฟังการบุกของโอยาคิริที่เปี่ยมไปด้วยช่องโหว่และมีความเสี่ยงสูง  อีกทั้งเขายังไม่ได้วางแผนสำหรับการจัดการเขี่ยพวกโยมิรอบนอกเลย  ทำให้ไอฮาเนะที่นั่งฟังอยู่เริ่มทนไม่ได้ต้องออกปากขอจัดการเองแทน

                         แน่นอนว่าการแสดงตัวครั้งนี้ส่วนหนึ่งคือหยั่งเจตนาของโยชิโนริและก็ได้ผลลัพท์ที่น่าตกใจจากเจ้แก...เอาเถอะหากดึงโยชิโนริมาได้เท่ากับว่าเธอจะไม่เหนื่อย  เพราะเท่าที่ดูการรับมือกับโยชิโนรินี่เหนื่อยกว่าใครอื่นเลยทีเดียว

                         และจากเรื่องที่คอนโนสุเกะรายงานมา  ไอฮาเนะจึงเชื่อได้เกินครึ่งว่าโยชิโนรินั้นอาจจะไม่ได้คิดร่วมมือกับคาคุจิอีกต่อไปแล้วจริงๆ  ฉะนั้นเปิดเผยเจตนาไปให้หล่อนทราบเลยน่าจะดีกว่า  อีกทั้งเป็นการจับผิดไปในตัวด้วยว่าหล่อนเสแสร้งจริงหรือไม่  ยังไงตอนนี้คอนโนสุเกะก็คอยช่วยดูการเคลื่อนไหวในการลอบส่งจดหมายหรือลอบติดต่อระหว่างกันของพวกซานิวะให้อยู่แล้ว
แถมเจตนาที่จะบอกว่ายกความดีความชอบให้สองคนนั้นดูยังไงโยชิโนริก็คงไม่ได้คิดว่าเธอเป็นคนดีหรอกน่า  ยกความดีความชอบไม่เอาหน้านี่เห็นได้ชัดว่าให้พวกเขาได้หน้าและได้ความหงุดหงิดใจไปแทนจะดีกว่าด้วยซ้ำ

                         แถมแม่คุณยังพูดออกมาแบบนั้นแสดงว่าคงเดาเจตนาของเธอได้แน่ๆ  ก็เลยเปรยออกมาให้รับรู้กันไปเลย  จะบอกว่าวัดใจกันก็ได้มั้ง?  เอาเถอะ  หลังจากนี้ก็รอดูปฏิกิริยาของหล่อนในวันนี้ละกัน

                         คิดอยู่อย่างเงียบเชียบไปเรื่อยๆพร้อมกับเริ่มหลอมผนึกพลังวิญญาณออกมาเพิ่มเพื่อเอาไปใช้ทำอะไรอื่นพลางๆ  ยังไงการใช้พลังวิญญาณรอบนี้น่าจะผลาญเยอะกว่ารอบตอนไปช่วยโยชิโนริ  ดังนั้นระหว่างตรึงเขตแดนเหล่านี้เอาไว้ก็ฝึกสมาธิกับหลอมไปพลางๆดีกว่า  

                         กระทั่งถึงเวลานัดหมาย...

                         สองซานิวะมาเยือนอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย  ต้องขอบคุณคอนโสุเกะที่ทำหน้าที่ในการพาทั้งสองมาพร้อมกับดาบรบจำนวนหนึ่ง  โดยเจ้าจิ้งจอกส่งตรงมายังบริเวณที่ไอฮาเนะตรึงเขตแดนเอาไว้พร้อมกับสร้างอาคมล่องหนไว้ด้วย  
ทั้งสองคนที่โผล่มาดูมีสีหน้ากังวลใจไม่น้อย  เพราะที่นัดหมายดันเป็นสถานที่ซึ่งอยู่ใกล้เขตศัตรู  อันที่จริงมันอยู่ห่างหลายกิโลเมตรนะแต่เพราะอยู่ในห้วงมิติเวลาเดียวกันจึงทำให้พวกเขากังวลใจนั่นเอง

                         "คานาโมริ..."  โอยาคิริเอ่ยทักคนแรกก่อนก้าวมาหา  ซานิวะหนุ่มกวาดตามองไม่เห็นดาบรบนั่นก็นึกแปลกใจแต่คิดได้ว่าไม่ควรถามเลยสนใจแต่ประเด็นหลักแทน  "อะไรที่เธออยากให้พวกผมดูเหรอ?  ถึงได้เสี่ยงนัดมาที่แบบนี้น่ะ?"

                         ไอฮาเนะเข้าใจความกังวลของพวกเขาจึงพยายามพูดด้วยน้ำเสียงไม่เคร่งเครียดมากนัก

                         "อย่าห่วงเลยน่า  ที่นี่ฉันกางเขตแดนล่องหนและเขตแดนป้องกันเสริมไว้แล้ว  ฉะนั้นมันจึงปลอดภัยจากสายตาศัตรูค่ะ  ส่วนสิ่งที่ฉันอยากให้ดูก็คือที่นี่นั่นแหละค่ะ"

                         ว่าแล้วจิตวิญญาณเซลล์ขายของก็เริ่มทำงาน  ไอฮาเนะเบี่ยงตัวหลบเผยให้พวกเขาเห็นดาบรบของตนที่นั่งบ้างยืนรอบ้างอยู่รอบบริเวณตรงกลางที่เป็นลานโล่งกว้าง  สองซานิวะจ้องมองอย่างสนใจว่ามันคืออะไร

                         "ที่นี่?  หมายถึงตรงนี้น่ะเหรอ"

                         "พูดให้ถูกคือกึ่งกลางพื้นที่  ที่พวกดาบของฉันยืมล้อมอยู่ค่ะ  ตรงบริเวณนั้นฉันเรียกมันว่า  ลานฝึกแบบเร่งด่วน"

                         "ห้ะ?"  โอยาคิริร้องห้ะแล้วเลิกคิ้วสูง  เห็นได้ชัดว่างุนงงเอาการ  ฟากโยชิโนริหรี่ตาจ้องมองดูอย่างสนใจแต่ไม่ส่งเสียงร้องอะไรออกมาเหมือนชายหนุ่ม

                         "ก่อนจะอธิบายว่าทำไมเรียกแบบนั้นฉันจะขอพูดอะไรหน่อยนึงเกี่ยวกับเงื่อนไขในการคว้าชัยชนะ  ซึ่งเงื่อนไขที่ว่ามันก็มีอยู่มากมายหนึ่งในนั้นก็คือข้อจำกัดของซานิวะที่พลังวิญญาณยังน้อยเกินไป"

                         "การจะเข้าปะทะในครั้งนี้ขอพูดกันตรงๆเลยนะคะว่าพลังวิญญาณของพวกคุณยังน้อยเกินไป  อีกอย่างพวกเราคงเข้าปะทะตรงๆไม่ไหวจำต้องใช้เครื่องทุ่นแรง  แต่เครื่องทุ่นแรงสังหารโยมิไม่ได้  ดังนั้นหน้าที่จะตกไปเป็นของพวกดาบ  ทว่าด้วยเลเวลต่ำสุดของพวกดาบที่พวกคุณมีมันยังน้อยเกินไป  ถ้าโยมิหวดครั้งเดียวคงดับแน่ๆดังนั้นการเพิ่มเลเวลของพวกดาบถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างที่สุด"

                         "แต่เราคงเร่งพัฒนาเลเวลพวกดาบให้สูงกว่านี้ภายในอาทิตย์เดียวไม่ได้หรอกนะ"  นั่นเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวเหมือนกัน  แม้จะเพียรพยายามส่งกองกำลังออกล่าแค่ไหนก็คงเร่งพัฒนาให้ก้าวกระโดดไม่ได้แน่ๆ

                         "เข้าใจค่ะ  เพราะงั้นเลยให้มาที่นี่ไงคะ  มายังสถานที่ที่เราจะบุก..."

                         ในจุดที่ห่างไกลพอควรสามารถมองเห็นปราการที่เป็นเป้าหมายได้เด่นชัดนัก

                         "ไม่ใช่แค่พวกคุณที่มีปัญหาเรื่องเลเวลดาบค่ะ  ของทางฉันก็มีเหมือนกันแต่เพื่อเป็นการเพิ่มเลเวลแบบสปีดก็เลยสร้างที่หนึ่งขึ้นมาให้เป็นลานฝึกค่ะ..."

                         เธอเตรียมการไว้แล้ว  เพราะจากที่คิดดูจะส่งทัพออกไปรบอย่างต่อเนื่องก็มีโอกาสโดนศัตรูลอบเล่นงาน  หรือไม่ก็ต้องใช้เวลาเดินทัพเหนื่อย  สู้จัดส่งศัตรูให้มาโผล่ในพื้นที่กำหนดเรื่อยๆดีกว่าเยอะ  อีกทั้งยังสะดวก  แถมไม่ต้องเป็นฝ่ายเสี่ยงเข้าดงตีน  แต่สามารถเพิ่มเลเวลและฝึกฝนตัวเองได้อย่างปลอดภัยในระดับหนึ่งเช่นกัน

                         "เพราะพวกเราต้องปะทะกับโยมิดังนั้นการเพิ่มประสิทธิภาพดาบและเลเวลที่ดีที่สุดก็คือซัดกับโยมิตรงๆ"  เธอว่าแล้วชี้นิ้วไปยังเบื้องหน้า  ไม่ช้าค่ายอาคมก็เริ่มทำงาน  เพียงครู่เดียวห้วงอากาศก็บิดเบี้ยวก่อนจะปรากฏร่างของโยมิตนหนึ่งที่โชคร้ายไปติดกับดักที่ไอฮาเนะแอบวางไว้ในบางจุดนั่นเอง

                         แทบจะทันทีที่โยมินั้นปรากฏตัว  ร่างของศาสตราอันประกอบด้วยโอคาเนะฮิระ  จูสุมารุ  โอเดนตะและโซฮายะก็ดาหน้าเข้าไปโจมตี  พวกเขาผลัดกันบุกโจมตีไม่หยุดหย่อนก่อนจะมีหนึ่งดาบตรงเข้าปลิดชีพโยมิให้สิ้นซาก

                         สองซานิวะมองความเร็วที่เคลื่อนไหวนั้นอย่างทึ่งๆ  ก่อนโอยาคิริจะร้องถามอย่างสงสัย

                         "แต่...ทำไมถึงได้...."

                         ฆ่าได้ล่ะ?  คานาโมริเป็นสายต่อสู้ที่ต้องแปลงพวกดาบกลับเป็นกายศาสตราก่อนจะฆ่าไม่ใช่หรือ

                         "ฉันวางอาคมแบบพิเศษที่เชื่อมโยงพลังวิญญาณของฉันไว้กับผนึกค่ะ  ซึ่งไม่จำเป็นต้องร่ายอาคมใดๆเลยแค่เรียกการใช้งานให้เกิดการกางเขตแดนขึ้นแล้วคอยประสานให้มันคงสภาพเอาไว้เพียงแค่นั้นก็ปล่อยพวกดาบให้สู้ได้เต็มที่แล้ว  ที่สำคัญนอกจากจะเปลืองพลังวิญญาณน้อยแล้วพวกดาบยังผลัดเปลี่ยนมาฝึกได้เรื่อยๆโดยไม่มีปัญหาอะไรด้วยซ้ำ  นั่นทำให้ระดับของพวกดาบที่เพิ่งมาใหม่พุ่งอย่างเร็วเลยล่ะค่ะ"

                         โอยาคิริมองภาพตรงหน้าอย่างอึ้งๆอีกครั้งเช่นเดียวกับโยชิโนริ  ก่อนเขาจะเอ่ยถามอย่างกังขา 

                         "โยมิมาโผล่นี่ได้ยังไง?  จากจุดที่อยู่นี่ห่างกันเป็นกิโลเมตรเลยนะ"

                         "อาคมเคลื่อนย้ายค่ะ  การจะไปลากโยมิให้มาที่แห่งนี้มันไม่เกิดผลดี  แถมเพราะเป็นพื้นที่เปิดโล่งทำให้ง่ายต่อการที่ศัตรูจะเคลื่อนทัพย่อยมาบดขยี้พวกเราทิ้งค่ะ  ดังนั้นฉันเลยวางกับดักไว้บนพื้นที่ในช่วงตอนเย็นหลังหมดแสงอาทิตย์ไปแล้ว  ซึ่งกับดักที่เป็นวงอาคมนั้นมีขนาดเล็กยากต่อการตรวจจับด้วยตาทำให้ศัตรูในบางครั้งก็ไม่อาจหาเจอได้ง่ายนัก....และฉันลองสังเกตการณ์ผ่านเครื่องมือนั่น..."  

                         เด็กสาวชี้นิ้วไปยังวงอาคมที่แสดงการเคลื่อนไหวของศัตรูตามการตรวจจับที่ได้  "ลองถามพวกคอนโนสุเกะแล้วลองจำลองออกมาคร่าวๆ  ไม่ได้ละเอียดมากนักแต่สามารถเห็นการเคลื่อนไหวของศัตรูตามที่ตรวจจับได้ในแต่ละพื้นที่ค่ะ..."

                         "เดี๋ยวนะ...มันเหมือนจอเรดาห์เลยนี่?"

                         "ก็แค่จำลองให้ออกมาแบบนั้นค่ะ  แต่เดี๋ยวค่อยวกกลับมาคุยเรื่องเครื่องมือนั่นต่อ  เอาเป็นว่าเพราะมัน....ทำให้ฉันพบว่าศัตรูเองก็มีการลาดตระเวนเช่นกัน  จริงอยู่ว่าพวกมันอัดตัวกันแน่นรอบพื้นที่ปราสาทหลัก  แต่จะมีบางส่วนที่ออกตระเวนตรวจตราพื้นที่เส้นทางแนวเดิม  ซึ่งผลกระทบจากไอพิษทำให้มองเห็นเส้นทางการลาดตระเวนได้ง่ายดังนั้นฉันเลยวางกับดักเพื่อจับพวกมันได้ง่ายขึ้น"

                         เธอวางไว้เป็นบางจุดแล้วแต่ช่วงเวลาที่จะออกลาดตระเวน

                         "และขอบอกก่อนนะคะว่าฉันไม่ได้เล็งแค่หนึ่งตัวแต่พื้นที่ซึ่งโยมิผ่านนั้นจะถูกดักจับส่งมาที่นี่ทั้งหมด  กล่าวคือ...มันจะไม่โผล่มาแค่ตัวเดียวแน่ๆ"

                         ไม่ทันขาดคำโยมิอีกหกตนก็โผล่มากะทันหัน  ทำเอาเหล่าศาสตราที่เพิ่งได้พักเหนื่อยตรงเข้าตะลุมบอนอีกหน

                         "ก็อย่างที่เห็น"  ไอฮาเนะยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะทราบดีว่าพวกเขาสามารถรับมือได้สบายๆเลยหันความสนใจมายังพวกซานิวะแทน

                         เห็นเช่นนั้น....เค้าหน้าของหญิงสาวผมน้ำตาลแสดงความสนใจขณะมองดูแล้วคิดไปตามการคำอธิบาย  ก่อนจะถามเรื่องที่เจ้าตัวนึกสงสัยเพราะการทำแบบนี้ยังไงศัตรูต้องระแคะระคายบ้างแหละว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น

                         "แล้วศัตรูจะไม่สังเกตเห็นความผิดปกติเหรอ?"  

                         "มีโอกาสจะเป็นแบบนั้นสูงแต่ว่ากับดักนี่น่ะไม่ได้จะสร้างไว้แค่จุดเดียวนะคะ  ฉันเปลี่ยนมันทุกจุดในแต่ละวันค่ะ  เดี๋ยวช่วงกลางคืนที่มืดแล้วก็จะเปลี่ยนจุดวางอาคมกับดักอีก  ทีนี้ต่อให้อยากจะหาช่องทางเล่นงานก็ใช่จะทำได้ง่ายๆนัก"

                         กับดักที่วางไว้มีขนาดเล็ก  ไอฮาเนะเน้นสร้างให้มันเล็กกะทัดรัดแต่มีประสิทธิภาพสูงเป็นหลัก  ใช้การกลบฝังให้ลึกที่สุด  ซึ่งหากมีการตรวจพบเจอข้อมูลที่แสดงบนวงอาคมที่จำลองสภาพจะหายไปทำให้ไอฮาเนะสามารถเข้าไปตรวจเช็คว่ามันเกิดจากการโดนตรวจพบแล้วหรือมีเหตุอื่นเกิดขึ้นกันแน่ได้ง่ายขึ้น  

                         อีกทั้งผู้ช่วยในการวางกับดักเหล่านี้ก็คือทันโทวตัวน้อยๆทั้งหลายที่เรือนนั่นเอง  แต่ดาบคนอื่นก็โดนใช้แรงงานเหมือนกันนะไม่ใช่เธอใช้แรงงานเด็กเพียงอย่างเดียว  ตอนนี้ในแต่ละจุดก็มีการวางอาคมเคลื่อนย้ายจากที่ต่างๆกระจัดกระจายเพื่อย่นระยะทางไปพลางๆด้วย  

                         เด็กสาวเริ่มยิ้มกว้างหลังเห็นลูกค้าที่เธอกำลังขายสินค้ากำลังอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน  "นี่คือข้อเสนอของฉันค่ะ  ฉันจะทำให้ดาบของพวกคุณพัฒนามากขึ้นและพร้อมกันนั้นยังจะฝึกให้พวกเขาวางแผนการรบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยแลกกับการที่พวกคุณจะต้องทำตามที่ฉันบอกนั่นคืออันดับแรกไปฝึกเพิ่มพลังวิญญาณซะ  กับสองคุณต้องช่วยฉันสร้างของที่จะใช้ในการสู้รบด้วย"

                         ข้อเสนอที่ดูยังไงฝั่งพวกเขาก็ได้เปรียบเต็มที่สร้างความสนใจและสงสัยให้แก่ผู้ฟังไม่น้อยเลย  ทว่าในเรื่องเงื่อนไขการเพิ่มพลังวิญญาณนั้นค่อนข้างมีขีดจำกัดไม่ใช่หรือ?

                         "ฝึกเพิ่มเหรอ?  จากที่ได้ยินมามันต้องอยู่ในสภาวะเฉียดตายไม่ใช่รึพลังจะยิ่งเพิ่มได้ไว?  เธอคงไม่คิดให้พวกฉันทำอะไรบ้าๆใช่หรือเปล่า?"

                         "ใจเย็นก่อนค่ะ  ฉันไม่คิดจะให้พวกคุณทำอะไรที่เสี่ยงเกินไปหรอกค่ะ  แต่ใช่  วิธีการเพิ่มพลังวิญญาณได้ดีที่สุดนั้นเป็นแบบที่คุณพูดนั่นแหละ  เพียงแต่ฉันหาวิธีการเพิ่มพลังวิญญาณในอีกรูปแบบที่ทำประโยชน์ได้กว่าขึ้นมาสำเร็จแล้ว  ซึ่งฉันจะบอกให้ทราบหลังพวกคุณตอบตกลงแลกเปลี่ยนกับฉันน่ะนะ"  เด็กสาวยิ้มกริ่มหลังเห็นชายหนุ่มผมเงินหรี่ตา  

                         ซานิวะสาวเบื้องหน้าฉลาดในการหลอกล่อ  เธอแสดงให้เห็นวิธีการฝึกเพิ่มระดับของพวกดาบให้เห็นตรงหน้าจนทำให้พวกเขาสนใจ  ก่อนจะยื่นข้อเสนอที่มีข้อแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งที่เย้ายวนใจได้มากกว่าอันแรกตามมา  นี่...ไม่ใช่ว่าวางแผนไว้แต่แรกแล้วหรอกรึ?

                         ข้อเสนอที่ดีแบบนี้หากแลกกับการรับฟังสิ่งที่เธอต้องการมันก็เรียกว่าคุ้มและพวกเขาแทบไม่เสียประโยชน์อะไรเลยด้วยซ้ำ  ซึ่งแน่นอนว่ายังไงข้อเสนอที่หล่อนเสนอมาไม่ว่าใครต่างก็ต้องตอบตกลงอยู่ดี

                         "เธอก็รู้นะว่าเสนอมาแบบนี้มีใครบ้างจะไม่ตกลงน่ะ"  โอยาคิริถอนหายใจเล็กน้อย  เขาคิดดูแล้วเด็กสาวคงวางแผนเพื่อให้พวกเขายินยอมตกลงอย่างเต็มใจมาแต่แรกแล้วสินะ  ไม่งั้นจะบอกให้มาดูที่นี่เพื่ออะไรกัน  "เอาเป็นว่าผมตกลงก็แล้วกันจะให้ผมทำอะไรก็ว่ามา"

                         "หืม?  แต่ฉันยังไม่บอกเงื่อนไขรายละเอียดอื่นเลยนะคะ?"  เด็กสาวผมดำตอบกลับยิ้มๆ  เธอมีเรื่องเงื่อนไขข้อห้ามจุกจิกอีกหลายข้อที่พวกเขาต้องจำไว้ให้ดี

                         "แล้วเงื่อนไขอื่นนี่มีอะไรล่ะ?"  น้ำเสียงของโอยาคิริเขวไปครู่หนึ่ง  เขาก็คิดแล้วล่ะว่ามันไม่น่าจะแลกเปลี่ยนได้ง่ายๆแบบนั้นแน่ต้องมีอย่างอื่นเพิ่มขึ้นมา  ซึ่งก็ใช่

                         "การฝึกแบบนี้จะมีเฉพาะแค่สามฮงมารุที่มีซานิวะร่วมต่อสู้ด้วยเท่านั้น  นอกเหนือจากนั้นไม่ให้มีสิทธิ์เข้ามายังลานฝึกเป็นอันขาด  แม้ว่าจะมีการส่งศาสตรามาช่วยเหลือก็เถอะแต่พวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตเพราะเป้าหมายการฝึกนั้นเป็นการฝึกทั้งตัวศาสตราและซานิวะ  ในเมื่อไม่มีซานิวะมาก็ไร้ประโยชน์"

                         มาเงื่อนไขแรกก็ทำเอาโอยาคิรินิ่งอึ้ง  ผิดกับโยชิโนริที่พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย  ส่วนหนึ่งเธอมองว่าคนที่เห็นแก่ตัวอย่างคาคุจิไม่มีทางจะไม่ส่งศาสตราตัวเองมาฝึกฟรีๆยังที่แบบนี้เป็นแน่  แต่ในเมื่อเจ้าตัวไม่มาก็ถือว่าสมเหตุสมผลของคานาโมริ  ดังนั้นถ้านี่คือเงื่อนไขที่อีกฝ่ายต้องการ  โยชิโนริก็คิดว่ามันเป็นเรื่องสมควรและหล่อนก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง

                         "อีกอย่าง...สถานที่ฝึกนี่ฉันจะให้พวกคุณคนละที่พร้อมกับเครื่องมือในการดูการเคลื่อนไหวของศัตรู  ซึ่งตอนนี้ฉันวางการตรวจจับไว้แนวรอบพื้นที่ศัตรู  หากมีการบุกรุกเข้ามาใกล้ยังที่ฝึกพวกคุณสามารถเคลื่อนไหวหรือจัดการยังไงก็ได้ตามใจชอบค่ะ"

                         "ห้ะ?  เดี๋ยวก่อนนะจะบอกว่าไม่ได้มีแค่ที่นี่เหรอ?"

                         "แน่นอนสิคะ...ขืนฝึกกันที่เดียวแถมมีกันตั้งสามฮงมารุคงไม่พอหรอกค่ะ  แยกย้ายกันไปฝึกนี่แหละดีสุดแล้ว  อีกอย่างที่ให้ฝึกน่ะไม่ใช่แค่ให้เพิ่มเลเวลอย่างเดียวหรอกนะคะ  แต่ฉันต้องการให้พวกดาบทุกประเภทมีความคุ้นชินต่อการรบกับโยมิในรูปแบบต่างๆ  พร้อมกันนั้นก็จะให้พวกเขาจัดทัพแบบผสมสำหรับพวกเขาเอง  กล่าวคือต้องการให้พวกเขาทำงานกันเป็นทีมเวิร์คค่ะ"

                         "การควบคุมการรบของพวกเราที่เป็นซานิวะนั้นแม้จะสำคัญก็จริงแต่เราก็ต้องเน้นการเอาตัวรอดให้พวกดาบด้วยเช่นกัน  แม้พวกเขาจะเคลื่อนไหวตามที่เราสั่งทว่ายามอยู่ในสนามรบการรักษาชีวิตรอดถือเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง  ฟังดูเหมือนเห็นแก่ตัวทว่าการตายไปหนึ่งคนจะสร้างภาระให้กับคนที่เหลือ  ดังนั้นฉันจึงย้ำกับดาบตัวเองเสมอว่าชีวิตของตนเองต้องดูแลให้ดีเพราะถ้าตายขึ้นมานอกจากจะทำให้คนอื่นเสียใจแล้ว  โอกาสรอดของคนอื่นที่อยู่ด้วยนั้นก็จะยิ่งลดน้อยลง"

                         รักษาชีวิตให้รอดอย่างเต็มที่เพื่อที่จะสามารถหาทางตอบโต้กลับได้  เพราะถ้าเมื่อใดที่แตกหักก็จะทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากจะนอนรอดูความตายของเพื่อนพ้องที่เหลือ

                         "สิ่งที่พวกดาบและพวกคุณต้องเรียนรู้ก็คือการประยุกต์การรบ  พวกเขาจะมีความคุ้นชินหากได้ทำงานร่วมกับทัพที่เคยจัดซ้อมบ่อยเป็นหลัก  และพวกคุณต้องแบ่งให้พวกเขาคิดรับมือในแบบของพวกเขาเอง  เพราะเมื่อเริ่มการรบ  พวกดาบจะถูกจัดเป็นทัพย่อยเข้ารับมือในแต่ละพื้นที่  ดังนั้นความเข้ากันได้และความคุ้นชินจากการต่อสู้กับโยมิโดยตรงเป็นเรื่องจำเป็นที่สุดค่ะ"

                         ไอฮาเนะใช้วิธีการเดียวกับที่เธอสอนให้พวกดาบในฮงมารุทำ  ซึ่งเมื่ออยู่ในทัพที่เคยซ้อมและรบพร้อมกันมาก่อนจะทำให้คุ้นชินและมีความเข้ากันได้เป็นอย่างดี  นอกเหนือจากนี้ยังปล่อยให้พวกเขาออกความเห็นและวิจารณ์กันเองเพื่อเอามาปรับปรุงให้ทัพของพวกเขาดีขึ้น  หรือไม่ก็ไปคุยแลกเปลี่ยนกับทัพอื่นเพื่อเอามาพัฒนาการต่อสู้ของทัพตนเองด้วย

                         วิธีการนี้ได้ผลดีอย่างไม่น่าเชื่อและไอฮาเนะก็ปล่อยให้พวกเขาทำแบบนี้มาตลอด  ดังนั้นยามให้มีการเคลื่อนย้ายมาฝึกที่แห่งนี้้พวกเขาก็ไม่มีปัญหา  สามารถจัดการกับศัตรูได้รวดเร็ว  แน่นอนว่าพวกทันโทวก็โดนวิธีเดียวกัน  ตอนแรกก็มีปัญหาเจ็บกันพอควรแต่หลังๆก็เริ่มชินและพวกเขาก็เริ่มสนุกสนานไปเสียแล้ว  

                         ต้องบอกว่าถ้ามีโยมิมาโผล่พวกเขาจะเป็นศาสตรากลุ่มแรกที่พุ่งกระโจนเข้าใส่ก่อนศาสตราผู้ใหญ่เสียอีก...

                         "นั่นคือเรื่องที่ต้องเร่งกันหน่อยแต่อย่างที่บอกไปว่ามีเงื่อนไขนั่นคือศาสตราของพวกคุณสองคนเท่านั้นที่จะฝึกแบบนี้  เพราะนอกเหนือจากการฝึกของพวกศาสตราแล้ว  พวกคุณยังต้องนั่งเฝ้าคอยจับตาดูและประเมิณผลตามสถานการณ์พร้อมกับฝึกเพิ่มพลังวิญญาณด้วยวิธีที่ฉันจะบอกหลังจากนี้  พร้อมกับเรียนรู้วิธีการทำงานของวงอาคมกับดักที่ใช้เคลื่อนย้ายโยมิด้วยนะคะ"

                         โยชิโนริเลิกคิ้วสูงทันทีแล้วยิ้มนิดๆ  "คิดจะฝึกพวกฉันให้รับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดโดยใช้เหตุการณ์จริงนี่สินะ?"

                         "ใช่แล้วค่ะ  เพราะว่าเมื่อตอนรบเราต้องทำหน้าที่กันหนักมาก  อาจจะต้องพุ่งเป้าโจมตีศัตรู  และคอยดูสถานการณ์เพื่อเปลี่ยนแปลงแนวการรบของพวกดาบเป็นบางครั้งด้วย  ดังนั้นการฝึกรับมือกับสถานการณ์จริงที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกวินาทีจึงเป็นสิ่งสำคัญ  อย่างน้อยคุณสามารถประเมิณสถานการณ์ได้เองเลยว่าจะรบต่อหรือถอยหรือซ่อนตัวแล้วค่อยลอบสังหาร  มันอยู่ที่การวางแผนรับมือ...ซึ่งตอนนี้คุณคิดว่าเรามีดาบที่สังหารโยมิได้เองโดยไม่ต้องพึ่งเขตแดนสักเท่าไหร่กันเชียว  ดังนั้นโอกาสที่พวกคุณต้องลงไปใจกลางสนามรบมีอยู่สูง  ฉะนั้นสมาธิและการรับมือจากประสบการณ์จริงในตอนนี้เป็นสิ่งสำคัญรองๆจากการเพิ่มพลังวิญญาณและเลเวลพวกดาบค่ะ"

                         ไอฮาเนะจำได้ว่าพวกสายสนับสนุนไม่ค่อยได้ไปลุยกับพวกดาบ  ส่วนใหญ่ก็แค่กางเขตแดนแล้วยืนนิ่งๆคอยประสานส่งพลังไม่ให้เขตแดนล่มเป็นหลัก  ส่วนอย่างอื่นพวกศาสตราจัดการเองหมด  ดังนั้นในตอนนี้การฝึกให้มีสมาธิและฝึกให้จัดลำดับความสำคัญในการบัญชาการการรบถือเป็นสิ่งสำคัญอีกด้วย  เพราะรูปแบบการรบที่เด็กสาวคิดเอาไว้  ตัวซานิวะเหล่านี้แม้จะเป็นสายสนับสนุนก็ต้องลงสนามรบแบบเต็มตัว  ไม่ใช่แอบพื้นที่หนึ่งแล้วเอาแต่คอยร่ายเขตแดนเพียงอย่างเดียวแล้ว

                         ฟังรายละเอียดปลีกย่อยสำหรับการเตรียมการ  ก็ได้แต่ยืนคิดอย่างหนัก  จะว่าไปความพร้อมสำหรับการรบของพวกตนนั้นน้อยมากจริงๆ

                         "เดี๋ยวก่อนนะถ้าหากว่าเราเอาเรื่องนี้เสนอให้สองคนนั้นมาร่วมด้วย  มันจะทำให้กำลังรบของเราเพิ่มมากขึ้นด้วยไม่ใช่เหรอ?"  

                         โอยาคิริถามอย่างสงสัย  หากว่านำเรื่องนี้บอกแก่อีกสองคน  โอกาสที่พวกเขาจะมาช่วยให้การรบราบรื่นน่าจะเป็นเรื่องที่ดี...ทว่าเพราะชายหนุ่มพูดออกไปแต่สีหน้าเขาไม่ได้มองคู่สนทนาเบื้องหน้า  กลับกันเขาแค่หลับตาแล้วทำท่านึกคิดซึ่งก็นับว่าโชคดีที่เขาหลับตาไปก่อนเลยไม่ได้เห็นสีหน้าของเด็กสาวผมดำและสตรีด้านข้างที่มองมาด้วยแววตาที่เบื่อหน่าย

                         แบบนั้นที่เตรียมมาก็เปล่าประโยชน์สิ

                         จะใจดีไปถึงไหน  ไปเพิ่มเขี้ยวเล็บให้คนที่เป็นศัตรูกับนาย  ตอนหลังได้มานั่งเสียใจเป็นแน่

                         สองสาวนึกคิดในใจด้วยความรู้สึกที่ยากบรรยาย  อย่างไรพวกตนก็ต้องการให้เขาเป็นคนออกหน้า  แต่เฉพาะเรื่องนี้เท่านั้นที่จะปล่อยให้เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด

                         "เอ่อ...แต่คาคุจิซังกับอิชิคาว่านั้นอย่าให้ร่วมจะดีกว่า  เกิดมีความเสียหายเกิดขึ้นหรือมีโยมิปรากฏในช่วงเวลาอื่นพวกเขาจำเป็นต้องรับหน้าที่นี้นะ  เรื่องการรบนี่เน้นที่พวกเราสามคนก็พอแล้วล่ะ"  ไอฮาเนะรีบแย้งอย่างรวดเร็ว  เธอไม่มีวันยอมให้คาคุจิกับอิชิคาว่ารับรู้เรื่องนี้อย่างเด็ดขาด

                         "งั้นก็ให้พวกศาสตราที่จะส่งมารบเพิ่มระดับไม่ดีเหรอ  อย่างน้อยก็ลดโอกาสการแตกหักได้มากยิ่งขึ้น....ผมยิ่งไม่อยากมีปัญหากับพวกเขาหากดาบพวกเขาเป็นอะไรขึ้นมาด้วยสิ..."

                         ไอฮาเนะสาบานว่าเห็นสายตาของโยชิโนริเหลือบมองไปยังชายหนุ่มด้านข้างก่อนริมฝีปากบางจะพึมพำด่าคำว่า  

                         ไอ้โง่

                         อืม...ด่าระยะประชิดเสียด้วยแหะแต่โชคดียังโอยาคิริหูไม่ค่อยดีเลยไม่ได้ยินซะงั้น

                         แต่จะให้ด่าไปตรงๆก็ไม่ได้  เกรงใจด้านอายุกับเกรงใจเพราะต้องทำงานร่วมกัน  ดังนั้นไอฮาเนะเลยเลือกอธิบายด้วยคำพูดดีๆแทนการด่าไปตามใจปาก

                         "ไม่ได้อยากกีดกันอะไรหรอกค่ะ  เพียงแค่ด้วยสภาพกำลังรบที่ทั้งสองคิดจะส่งมา  ต่อให้เพิ่มระดับไปก็คงทำอะไรมากไม่ได้อยู่ดี  อีกอย่างฉันคงกันให้พวกเขาอยู่รอบนอกสุดคอยปะทะกับโยมิไปบางส่วนเท่านั้น  ยังไงถ้าไม่มีซานิวะของพวกเขาคอยกางเขตแดนชำระล้างก็คงฆ่าไม่ได้อยู่ดี"

                         "ก็เหมือนกับพวกเราน่ะสิ?  ต่อให้พวกเราอยู่ด้วยก็ต้องวางเขตแดนเพื่อให้พวกดาบสังหารโยมิได้  แต่มันก็มีพื้นที่จำกัดและด้วยปริมาณมากมายขนาดนั้นจะกำจัดให้หมดเป็นเรื่องยากมากเลยนะ"  เขตแดนไม่ได้สร้างกันได้ง่ายๆซ้ำยังมีเงื่อนไขจุกจิกมากมายแถมถ้าต้องการใช้พลังกางเขตแดนติดต่อกันก็คงหมดแรงอยู่ดี

                         "นั่นไม่ใช่ปัญหาค่ะ  ฉันแก้ไขเรื่องตรงนั้นไว้แล้ว  เอาจริงๆพวกดาบของคาคุจิซังกับอิชิคาว่าซังจะมาร่วมไล่เชือดโยมิก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ  แต่เพราะพวกเขาไม่ได้เป็นดาบของพวกเราดังนั้นต่อให้สั่งไปก็กลัวจะไม่ทำตาม  ดังนั้นกันให้อยู่ด้านนอกคอยจัดการอยู่รอบนอกสุดดีกว่าจะได้ไม่เป็นอันตรายอะไรด้วย  ถ้าไม่ไหวก็สั่งให้หลบไปได้เลยง่ายกว่า"

                         "งั้นเท่ากับพวกเราต้องบุกอยู่ในวงล้อมของศัตรูเหรอ?"

                         "ไม่เชิงหรอกค่ะ  ก่อนที่พวกเราจะบุกฉันต้องตัดกำลังรบศัตรูไปให้มากที่สุด  การเตรียมการในส่วนนั้นกำลังเป็นไปได้ด้วยดีไม่ต้องห่วงค่ะ  ตอนนี้อยากให้พวกคุณโฟกัสไปเรื่องการฝึกภายในหนึ่งอาทิตย์นี้ก่อน  แล้วเมื่อเข้าสู่ช่วงอาทิตย์ที่สองฉันจะบอกแผนการบุกให้ฟังอีกครั้ง  ทีนี้ขอวกกลับมาเงื่อนไขต่อไป...ที่ให้แค่ดาบพวกคุณฝึกแล้วเรื่องสถานที่ฝึกก็ห้ามบอกพวกเขา  ฉันอยากให้พวกคุณอ้างไปว่าต้องการเตรียมความพร้อมและกำลังเร่งฝึกฝนดาบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นพอค่ะ  เพราะยังไงก็กะจะให้ดาบของทั้งสองคนโน้นมาประชุมในอาทิตย์ที่สองอยู่ดี"

                         กะจะปิดทั้งสิ่งที่ให้ฝึกและสถานที่ฝึกงั้นรึ

                         นอกเหนือจากนำเสนอของล่อตาล่อใจแล้ว  ยังยัดเงื่อนไขกำชับว่าให้แค่พวกตนที่ตอบตกลงเท่านั้น  โดยคนอื่นห้ามเข้ามาอย่างเด็ดขาด  ซ้ำยังยัดเงื่อนไขเพิ่มไปด้วยว่าห้ามบอก   ป้องกันการระแคะระคาย  ปล่อยให้สองคนที่ไม่ได้มาเข้าใจว่าต่างคนต่างมุ่งฝึกฝนกันเอาเองอย่างงั้นสินะ

                         หญิงสาวผมน้ำตาลคิดอย่างเงียบเชียบ  ยามเห็นคานาโมริมีเป้าหมายในการเก็บงำเรื่องนี้เอาไว้  คงไม่ได้อยากให้พวกที่ไม่ได้ช่วยอะไรมากได้ประโยชน์จากเรื่องนี้สินะ?  เพราะยังไงหากทราบเรื่องนี้ก็คงแย้งว่างั้นขอส่งพวกดาบมาฝึกด้วยสิ  เพราะรบด้วยเหมือนกันจะให้แค่พวกตนฝึกได้ยังไงกันล่ะ? 

                         ซึ่งโยชิโนริก็คิดไว้แล้วล่ะว่าถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูพวกคาคุจิเขาก็คงจะอ้างส่งดาบมาฝึกเพื่อให้ระดับเพิ่มอย่างไวเหมือนกันนั่นแหละ  

                         ดังนั้นเลือกปิดเอาไว้ก็ดี...

                         ดูเหมือนโยชิโนริจะเป็นคนเดียวที่เข้าใจจุดประสงค์  แต่ไม่อยากให้ชายด้านข้างเปิดปากพูดอะไรมาก  จึงรีบเอ่ยปาก

                         "ฉันเห็นด้วย  ในเมื่อเธอจำกัดให้พวกเราแค่สามฮงมารุ  ดังนั้นการให้คนอื่นมารู้คงไม่ดีปิดไปเลยจะดีกว่าป้องกันการมาบ่นตามหลังด้วย  คุณเห็นด้วยไหมโอยาคิริซัง?"

                         ถามอย่างมัดมือชกแถมส่งสายตากดดันที่คนมองอยู่ด้านนอกอย่างไอฮาเนะยังเสียวสันหลังวาบ  ไม่ต้องพูดถึงโอยาคิริที่อยู่ใกล้เลยโดนเข้าไปในระยะประชิดเขาก็หน้าซีดไปแล้ว

                         "คะ...ครับ"

                         "งั้นว่าเงื่อนไขอื่นต่อเลยคานาโมริ..."

                         "เงื่อนไขสุดท้ายคือต้องฟังสิ่งที่ฉันจะบอกทุกอย่าง  หมายถึงในการเตรียมการหนึ่งอาทิตย์นี้ค่ะ  เพราะการฝึกแต่ละอย่างจะมีการปรับเปลี่ยนหากสถานการณ์ไม่ปกติ  ดังนั้นฉันจึงบอกเงื่อนไขเจาะจงไม่ได้เลยต้องบอกเป็นแบบนี้แทน"

                         "แต่เงื่อนไขในข้อนี้พวกเราสามารถแย้งได้หากว่ามันเกินตัวหรือมันไม่เหมาะสมเกินไปได้ใช่ไหม?"

                         "ค่ะ  ถึงจะบอกว่าเงื่อนไขแต่ก็ไม่ได้บีบบังคับอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะ  อ้อแล้วก็ในช่วงหนึ่งอาทิตย์แห่งการฝึกขอให้พวกคุณสนแค่การฝึกเป็นพอ  เพราะหลังจากการฝึกจบลงในอาทิตย์ที่สองคือการวางแผนแล้วล่ะค่ะ  ในตอนนั้นเราค่อยมาว่าเรื่องแผนการอีกครั้งหนึ่งแต่อย่าลืมบอกสองคนนั้นด้วยนะคะว่าพวกเราจะประชุมกันอีกครั้งคือช่วงอาทิตย์ที่สอง  ไว้ใกล้ๆแล้วรบกวนให้คุณจัดการนัดหมายศาสตราของพวกเขาด้วยนะคะโอยาคิริซัง"

                         "เอ้ะ?  ผมเหรอ?"

                         "แน่สิ  ก็คุณเป็นคนเอ่ยปากขอความร่วมมือเท่ากับคุณเป็นหัวหน้าที่จะนำทัพบุก  ส่วนพวกฉันคือตัวเสริม"

                         "แต่เธอมีความเหมาะสมกว่านะคานาโมริ..."

                         "ฉันคิดว่าให้ผู้ชายนำมันจะดูสร้างความฮึกเหิมได้มากกว่าน่ะ  อีกอย่างฉันวุ่นอยู่กับการเตรียมการ  ให้คุณจัดการเป็นธุระเรื่องพวกนี้ดูจะเหมาะสมกว่านะ"

                         "แต่..."

                         "จะให้ฉันที่ยังเด็กกว่าและเป็นผู้หญิงเอ่ยนัดแนะก็เหมือนไม่เห็นหัวคาคุจิซังน่ะสิ"

                         ว่ากันตามอายุคนที่อายุเท่าคาคุจิและอิชิคาว่าก็คือโอยาคิรินั่นเอง

                         พอโดนแย้งเรื่องนี้มา  ชายหนุ่มที่อ้าปากจะเถียงก็ยอมแพ้พยักหน้าอย่างจำยอม

                         โอเค  หมดเรื่องไปหนึ่ง

                         "ทีนี้พวกคุณตัดสินใจว่าจะเอายังไงได้หรือยังคะ?  บอกก่อนนะคะว่าเงื่อนไขช่วงแรกนี่ฉันซีเรียสมาก  ซึ่งฉันหวังว่าจะไม่มีการไปบอกอะไรแก่สองคนนั้นนะคะเพราะมันจะกระทบหากพวกเขาไม่ส่งกำลังมาช่วยต่อสู้หวังว่าเข้าใจตรงกันนะคะ?"  ไอฮาเนะไม่ยินยอมให้สองคนนั้นมายุ่งแน่ๆ  ถึงศึกจะเกินกำลังตัวไปหน่อยแต่การเอาพวกเขามายุ่งตอนนี้ไม่เป็นผลดี  ที่สำคัญศึกนี้มีเพื่อให้โอยาคิริก้าวมามีบทบาทในหมู่ซานิวะ  หากเอาคาคุจิมายุ่งมันจะไม่เป็นไปตามแผนน่ะสิ

                         "ฉันไม่มีปัญหา"  คนแรกที่เอ่ยก่อนใครคือโยชิโนริที่ตอบแทบไม่เสียเวลาคิดเลย  ดวงตาสีมรกตฉายประกายความพอใจมากกว่าจะขุ่นเคืองเสียด้วยซ้ำ  หญิงสาวมองเห็นผลประโยชน์ที่จะตอบตกลงว่ามันคุ้มค่าเกินกว่าจะปล่อยผ่านไปได้  อย่างน้อยคานาโมริฉลาดในการยื่นสิ่งแลกเปลี่ยนที่มีค่ามาให้เสมือนเป็นการซื้อใจ  มากกว่าจะเป็นฝ่ายรอจะกอบโกยเพียงฝ่ายเดียว

                         ซึ่งพวกแบบนี้สำหรับหญิงสาวแล้วคบค้าไว้ก็ไม่เสียหายอะไร

                         อีกทั้งโยชิโนริเองก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายยังมีอะไรซุกซ่อนไว้อีกหรือไม่  แต่การมาสร้างค่ายฝึกซึ่งอยู่ห่างจากศัตรูพอสมควรโดยที่ยังทำให้ศัตรูไม่รู้ตัวได้นับว่าไม่เลวเลย  อีกทั้งการพัฒนากำลังรบก็เป็นไปได้รวดเร็วแถมยังมีแผนรองรับความเสี่ยงแทบทุกอย่าง
มันก็มีความเป็นไปได้ว่าซานิวะสาวผมดำเตรียมการทุกอย่างมานานพอควรแล้วจึงได้กล้าที่จะเสี่ยง  และเลือกจะมอบผลประโยชน์นี้ให้พวกตนทั้งที่รู้ดีว่าการมอบวิธีการนี้ให้ก็เหมือนเป็นการสร้างให้คนที่อาจจะกลายเป็นศัตรูในวันหน้าแกร่งขึ้นมาได้ก็เถอะ

                         จะบอกว่าเป็นการยื่นหมูยื่นแมวก็คงไม่ได้เพราะเท่าที่ดูพวกตนแทบได้กำไรมากกว่าเสียอีก  แค่ทางเลือกที่เด็กสาวต้องการมีแค่เล็กน้อยเท่านั้น

                         ซื้อใจ?  ไม่หรอก...เธอแค่ทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบง่าย  ยังไงมันก็ชัดเจนแล้วว่าคานาโมริมีเจตนาต้องการให้ศึกนี้ชนะในนามของโอยาคิริ

                         หล่อนก็เหมือนกับตนที่ต้องการผลักให้ซานิวะหนุ่มเป็นคนออกหน้า  และคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง

                         โยชิโนรินึกขบขันไม่น้อย  ดูเหมือนนิสัยของเธอและอีกฝ่ายจะคล้ายคลึงกันเสียจริงๆ

                         หลังเห็นซานิวะหญิงไม่ใช้เวลานาน  ตัวชายหนุ่มเพียงคนเดียวกลับคิดทบทวนก่อนพยักหน้าตอบตกลง

                         "ผมก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน..."

                         "งั้นจะเริ่มอธิบายหลักการทำงานและบอกเรื่องรายละเอียดอื่นแบบรวบรัดล่ะนะคะ"

                         หลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงเลคเชอร์...

                         ไอฮาเนะจำต้องอธิบายหลักการทำงานของอุปกรณ์โดยสาธายายถึงสิ่งที่พวกเขาต้องฝึกเพิ่มพลังวิญญาณก่อนเป็นอันดับแรก

                         "การเพิ่มพลังวิญญาณในแบบของฉันที่ได้ผลรวดเร็วสุดๆก็คือการรีดใช้พลังวิญญาณต่อวันให้มากที่สุดเอาให้แบบจะหมดสภาพไปเลยน่ะค่ะ"

                         แต่ถ้ารีดพลังวิญญาณออกมาเพื่อเอาแต่กางเขตแดนอย่างเดียวมันดูไม่ค่อยมีประโยชน์มากนัก  ไอฮาเนะเลยสอนให้พวกเขาจัดการหลอมพลังวิญญาณออกมาให้เป็นผนึกเหมือนกับแรกเริ่มที่เธอเคยฝึกนั่นเอง

                         "ผนึกพวกนี้จะบรรจุไปด้วยพลังวิญญาณที่อัดแน่นอย่างมาก  อธิบายให้เห็นภาพหรือเรียกให้เข้าใจโดยง่ายเจ้าผนึกนี้ก็เหมือนกับถ่าน  หรือแหล่งให้พลังงาน  ทีนี้เมื่อคุณหลอมมันออกมาด้วยพลังที่มากในระดับหนึ่งแล้ว  สังเกตจากขนาดของผนึกและสัมผัสไอพลังวิญญาณที่แผ่ออกจากมัน  ซึ่งการจับสัมผัสไอพลังวิญญาณก็ทำได้โดยการเพ่งจิตตั้งสมาธิ  ลองฝึกดูก็ดีนะคะของแบบนี้บางครั้งก็ใช้ทำประโยชน์อะไรได้พอควร"

                         ไอฮาเนะเอาผนึกที่เธอเคยทำออกมาให้พวกเขาอย่างละหนึ่งก้อนเป็นตัวอย่าง

                         "พวกคุณต้องหลอมผนึกพลังเหล่านี้ให้ออกมาในเกณฑ์แบบเดียวกับตัวอย่างที่ให้ไปนะคะ  และหลอมออกมาต่อวันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  โดยเริ่มต้นการหลอมไปเรื่อยๆในช่วงบ่ายจนเมื่อมั่นใจว่าไม่มีงานอะไรติดค้างอีกแล้วก็ผลาญพลังวิญญาณหลอมออกมาให้เต็มที่ไปเลย  หรือจะกลับไปที่ฮงมารุแล้วค่อยเริ่มจัดการทำแบบนั้นก็ได้เพราะยังไงรุ่งเช้าพลังวิญญาณจะกลับมาฟื้นฟูให้เต็มเหมือนเดิม  แล้วหลังจากนั้นพวกคุณก็ทำวนลูปไปเรื่อยๆให้ครบหนึ่งอาทิตย์  บอกก่อนนะคะว่าผนึกเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างมาก  เพราะมันจะถูกใช้ประโยชน์ในการทำอย่างอื่นตอนรบและตอนฝึกค่ะ"

                         แต่ช่วงเวลาภายในหนึ่งอาทิตย์คงเพิ่มมาได้ไม่มากนัก  ไม่เหมือนเธอที่ช่วงแรกทำติดต่อมาตลอดจนพลังเพิ่มมากเกินไปจนน่ากลัว  คอนโนสุเกะกับพี่หมอเลยขอให้พอเสียก่อน

                         "ลืมคิดเรื่องการฟื้นฟูของฮงมารุไปเลยแหะ..."  โอยาคิริพึมพำแล้วยิ้มเจื่อน  เขาไม่เคยคิดถึงวิธีนี้เลยด้วยซ้ำ  นี่แม่คุณไปสรรหาวิธีคิดแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่นะ

                         "แล้วยังไงต่อ  เธอให้พวกเราหลอมผนึกนี่ออกมาเพื่อเอาไปทำอะไรต่อล่ะ?"  โยชิโนริไม่หยุดการยิงคำถามอย่างต่อเนื่อง  ซานิวะสาวกำลังสนอกสนใจกับสิ่งแปลกใหม่เหล่านี้ไม่น้อยเลย

                         "เอามาสำหรับการสร้างเขตแดนสำหรับฝึกค่ะ  ขออธิบายก่อนนะคะ  ผนึกพลังเหล่านี้มีสภาพเหมือนแหล่งต้นกำเนิดพลังงานเมื่อเปรียบเทียบในยามปกติที่พวกคุณต้องกางเขตแดน  พวกคุณต้องใช้กรรมวิธีการจุกจิกเยอะแยะใช่ไหมล่ะ?  แถมยังต้องเชื่อมโยงโดยการผลาญพลังวิญญาณให้เกิดการเชื่อมต่อในแต่ละจุดอีก  แต่มาลองคิดกลับกันดูซิว่าหากในแต่ละจุดที่วางผนึกนี่มีพลังวิญญาณที่มากพออยู่ก่อนหน้านี้แล้วมันจะย่นระยะเวลาพวกคุณไปมากขนาดไหน?"

                         เพราะแรกเริ่มการกางเขตแดนก็เหมือนการอัดพลังวิญญาณใส่ไปยังแกนหลักของเขตแดนแล้วค่อยๆปล่อยให้พวกมันแพร่กระจายพลังวิญญาณจากแกนหลักไปเชื่อมโยงกับแกนแต่ละจุดที่นำไปจัดวางจนมันเริ่มเสถียร  แล้วหลังจากนั้นเขตแดนจะเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างขึ้นมา...

                         แต่ไอฮาเนะใช้วิธีการที่ลัดขั้นตอนนิดหน่อยโดยวิธีการใช้ก็ง่ายแค่เอาผนึกพวกนี้ไปวางตามพื้นที่ที่ต้องการแล้วหลังจากนั้นก็กระตุ้นให้พลังวิญญาณภายในผนึกตอบสนอง  ก่อนจะควบคุมให้พวกมันไปเชื่อมต่อกันซึ่งวิธีการนี้นอกจากจะสามารถสร้างเขตแดนที่ไร้รูปลักษณ์ตายตัวแล้ว  ยังเหมาะต่อการประหยัดพลังวิญญาณในตอนแรกเริ่มอีกด้วย

                         "ถ้าพวกคุณหลอมผนึกพลังวิญญาณออกมาได้ดีมีพลังที่อัดแน่นอยู่มาก  เมื่อใช้ในการกางเขตแดนแล้วมันจะทนอยู่ได้ราวๆหนึ่งชั่วโมงแล้วหลังจากนั้นคุณก็ค่อยมาเสริมพลังวิญญาณลงไปในผนึกพลังเหล่านี้  โดยเสริมไปในผนึกเพียงผนึกเดียวก็ได้แต่ต้องควบคุมให้พลังวิญญาณที่เสริมลงไปนั้นกระจายไปยังผนึกอันอื่นด้วยเพื่อให้เกิดความเสถียรอย่างต่อเนื่อง  แน่นอนว่าคุณต้องบริหารการใช้พลังวิญญาณให้ดีๆในแต่ละวันด้วยนะ"

                         นอกเหนือจากการเพิ่มพลังวิญญาณ  ไอฮาเนะก็จัดการสอนให้พวกเขาเรียนรู้การควบคุมและการแบ่งสรรการจัดการกับพลังของตัวพวกเขาเองด้วย  อาจจะยุ่งยากไปหน่อยแต่ถ้าฝึกไว้จนชินพวกเขาจะมีความเชี่ยวชาญในการวางแผนและควบคุมพลังวิญญาณได้ดีมากขึ้น  ไม่ใช่ปล่อยผลาญพลังวิญญาณไปสำหรับการกางผนึกเพียงอย่างเดียว  อย่างน้อยในช่วงที่สร้างเขตแดนพวกเขาสามารถทำอย่างอื่นได้นอกเหนือจากการเฝ้าดู

                         ศึกนี้เป็นศึกใหญ่หากไม่รู้จักการควบคุมบริหารพลังวิญญาณของตนเองให้ดี  ก็อาจพลาดท่าโดนเล่นงานจนดับได้ง่ายๆ  ฉะนั้นซานิวะทุกคนต้องเรียนรู้เรื่องนี้ไว้ด้วย

                         "ขอพูดต่อนะคะ  ในสถานที่ฝึกที่จะพาไปเนี่ย  แต่ละพื้นที่จะมีการลงอาคมหลบซ่อนและอาคมปกป้องในระดับหนึ่ง  แต่ทีนี้ตรงเฉพาะลานอาคมตรงกลางที่จะมีโยมิปรากฏมาเท่านั้นจะมีฟังค์ชั่นพิเศษ  กล่าวคือยามเมื่อพวกคุณกางเขตแดนโดยใช้ผนึกพลังวิญญาณของตนเอง  วงอาคมที่ล้อมรอบลานนั้นจะเกิดการเชื่อมโยงไปยังกับดักที่วางไว้  ทำให้เมื่อคุณกางเขตแดนมาแล้วกับดักจะเริ่มทำการดักจับโยมิส่งมาให้พวกคุณฝึกทันที  และโปรดเตรียมการรับมือไว้ด้วยเพราะจำนวนไม่แน่นอน  คุณต้องคิดเผื่อและทำเวลาในการกำจัดแต่ละครั้งพร้อมทั้งจัดทัพสำหรับหมุนเวียนมาฝึกซ้อมด้วย..."

                         "และเมื่อคุณคิดว่าจะพอสำหรับการฝึกขอแค่สลายเขตแดนซะ  กับดักทั้งหมดก็จะหยุดทำงานไป  เว้นแต่เมื่อคุณมากางเขตแดนใหม่อีกครั้งในวันถัดมากับดักก็จะทำงานเหมือนเดิม  พร้อมกันนั้นฉันจะมอบเจ้าอุปกรณ์ที่เหมือนจอเรดาห์นั่นให้คนละชิ้น  ใช้สำหรับตรวจเช็คว่ามีศัตรูที่เป็นจุดแดงรุกล้ำมาใกล้สถานที่ฝึกของพวกคุณหรือเปล่า  หากเข้ามาใกล้ก็อยู่ที่พวกคุณแล้วว่าจะยุติการฝึกซ้อมเพื่อรอให้ศัตรูผ่านไปก่อนหรือจะหาวิธีการกำจัดโดยหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกมันสงสัยจนส่งกองกำลังมาตรวจสอบเพิ่มหรือเปล่า  ทุกอย่างอยู่ที่พวกคุณเป็นหลัก"

                         "เท่ากับว่าพวกผมต้องบริหารจัดการทุกอย่างเอาเองโดยในขณะเดียวกันก็ต้องทำตามสิ่งที่เธอขอด้วยสินะ"

                         "ถูกแล้วค่ะ  อย่างที่บอกไปว่านี่เป็นการฝึกสำหรับทั้งซานิวะและศาสตรา  ไม่ว่าจะฝั่งไหนก็ต้องเร่งพัฒนาตัวเองแบบเร่งด่วนเพื่อให้ทันสำหรับศึกที่จะมาถึงนี้  แน่นอนว่าระยะเวลาของพวกเรามันจำกัดดังนั้นก็ต้องแข่งกับเวลา  ความอยู่รอดของดาบและตัวพวกคุณรวมทั้งชัยชนะศึกนี้เป็นของพวกเราทุกคน  ดังนั้นโปรดตั้งใจกันด้วยล่ะ"

                         ไอฮาเนะย้ำอีกหนก่อนจะหันหน้าไปยังโยชิโนริ  "สำหรับโยชิโนริซังฉันอยากขอให้คุณหลอมผนึกนี่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  เพราะฉันตั้งใจจะใช้มันไปโปรยใส่สนามรบ"

                         "ห้ะ!"  พระเจ้าช่วยเถอะ!  ยัยเด็กนี่จะฆาตกรรมเธอรึ!?  ถ้าคิดจะเอาไปโปรยใส่สนามรบที่ใช้พื้นที่เยอะแบบนั้นเธอต้องหลอมมากขนาดไหนกัน???

                         "ใจเย็นก่อนค่ะ  ฉันจะมาขอผนึกในช่วงก่อนออกศึกสามวันสุดท้าย  คุณมีเวลาหลอมไปเรื่อยๆนั่นแหละค่ะ  และการให้หลอมออกมาให้เยอะเนี่ยก็เพื่อประโยชน์ของพวกคุณด้วยนะคะ  ที่อธิบายหลักการใช้ผนึกในกางกางเขตแดนเนี่ยคงมองเห็นจุดบอดออกใช่ไหมล่ะคะ?"

                         "ก็ถ้าผนึกอันหนึ่งโดนทำลายก็จะเกิดช่องโหว่และเมื่อศัตรูทำลายไปเรื่อยๆเขตอาคมก็จะพังทลายลง  ฉะนั้นการมีผนึกนี่อยู่โดยรอบจะทำให้ลดความเสี่ยงที่จะโดนศัตรูทำลายผนึกไปได้ใช่ไหม?"  

                         "ถูกต้องค่ะ  ดังนั้นการมีพวกมันจำนวนมากจะลดความเสี่ยงลงไปในระดับหนึ่ง"

                         อันนั้นมันก็เข้าใจอยู่หรอก  แต่ความเสี่ยงที่จะโดนทำลายทิ้งง่ายๆน่ะมีอยู่สูงเลยนะ  ถึงจะมีขนาดเท่ากำปั้นแต่มันก็มีสีโดดเด่นสะดุดตา  เชื่อว่าศัตรูก็คงไม่โง่ปล่อยให้เจ้าของสิ่งนี้อยู่สร้างหายนะให้มันแน่ๆ

                         "ช้าก่อนนะคานาโมริ  จริงอยู่ว่านี่เป็นการช่วยในการสร้างเขตแดนของฉัน  แต่ผนึกนี่ก็ใหญ่มากเหลือเกินคิดเหรอว่าศัตรูจะมองไม่เห็น  ต่อให้สร้างมาเยอะมากมายแค่ไหนแต่เมื่อมันสะดุดตาศัตรูก็ทำลายได้ง่ายอยู่ดี"
                         

                         "เรื่องนั้นทราบดีอยู่แล้วค่ะแต่ไม่ได้เอาไปโยนให้สังเกตง่ายเสียเมื่อไหร่  คุณลืมไปแล้วเหรอคะว่าต้นไม้จะเติบโตได้โดยมีของสองสิ่งในการหล่อเลี้ยงให้เจริญเติบโต  โยชิโนริซัง...การทำอะไรแค่เพียงอย่างเดียวมันน่าเบื่อนะคะ  สู้ทำอะไรพร้อมกันสองอย่างในคราวเดียวกันไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ"

                         "หมายความว่าไง?"

                         "สกิลของคุณแต่ละอย่างเอื้ออะไรให้แก่คุณบ้างล่ะคะ?  ฉันใบ้ให้แค่นี้แหละค่ะ"

                         เห็นเด็กสาวที่อายุน้อยกว่ายิ้มอย่างมีเลศนัย  โยชิโนริพลันหรี่ตาแล้วคิดว่านอกเหนือจากการเอาไปสร้งเขตแดนชำระล้างแล้ว  ยัยเด็กเบื้องหน้าคงวางแผนจะใช้มันทำอะไรสักอย่างเป็นแน่

                         "เอ่อ...ผมว่าถึงขนาดนี้แล้วไม่เห็นต้องมีลับลมคมในเลยนี่นา..."

                         "ไม่ได้อยากมีลับลมคมในอะไรหรอกค่ะ  แต่ของเหล่านี้จะมีประโยชน์ต่อโยชิโนริซังแน่ๆ  ทว่าเพราะเวลามีไม่มาก  ฉันไม่แน่ใจว่าศัตรูจะเคลื่อนไหวยังไงต่ออีกบ้างดังนั้นจะขอเร่งให้พวกคุณไปยังลานฝึกเสียที  เราเสียเวลาในการอธิบายมาพักใหญ่แล้วนี่นะ"

                         หลังจากนั้นไอฮาเนะก็บอกแค่ว่าจะพาแต่ละคนไปยังสถานที่ฝึกด้วยตัวเองเพราะต้องแนะนำอะไรนิดหน่อย  โดยเธอเลือกดึงโยชิโนริออกมาก่อนพลางหันไปบอกให้โอยาคิริอยู่กับดาบของเธอ

                         "เดี๋ยวกลับมารับค่ะ"

                         เด็กสาวฝากให้พวกดาบคอยดูแลกลุ่มของโอยาคิริ  ขณะเดียวกันเธอก็บอกให้ดาบของพวกเขาไปลองซ้อมในลานฝึกพลางๆร่วมกับดาบของเธอก็ได้  ส่วนตรงอาคมตรวจจับการเคลื่อนไหวไอฮาเนะฝากให้เป็นหน้าที่ของยะเก็น  ก่อนเธอจะนำพาโยชิโนริไปยังอีกสถานที่หนึ่งผ่านวงอาคมเคลื่อนย้ายที่สร้างเตรียมเอาไว้ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากลานฝึกมากนัก

                         "เธอนี่ก็ขยันสร้างของแปลกจังนะ"

                         "เพื่อประหยัดเวลา  อะไรที่ใช้ได้ฉันก็เอามาประยุกต์ใช้ทั้งหมดนั่นแหละค่ะ"

                         ยามเมื่อเคลื่อนย้ายผ่านวงอาคม  สองสาวก็พูดคุยอย่างไม่ได้ถือตัวอะไรมากนัก  ต้องบอกว่าคนประเภทเดียวกันที่พอดูออกว่าเป็นอย่างไรยามอยู่ด้วยกันบางครั้งก็ไม่ต้องมากพิธีรีตอง  เหมือนอย่างโยชิโนริที่ไม่ได้ถือสาอะไรให้มากความ  หากไอฮาเนะจะมาสนิทสนมกับหล่อน

                         ยามนี้เธอมองเด็กสาวผมดำเป็นเสมือนคู่ค้าขายที่สามารถทำธุรกิจได้อย่างสบายใจเพราะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่านั่นเอง

                         "แยกพวกฉันออกมาแสดงว่ามีเรื่องจะตกลงเพิ่มสินะ?"

                         "สมเป็นคุณจริงๆ  ดูออกด้วยแหะ"  ไอฮาเนะก็ชมไปเรื่อยแต่คิดไว้แล้วว่าแม่คุณคงดูออกแหละ  

                         "แน่นอนสิ  คงมีเหตุผลบางอย่างที่บอกโอยาคิริไม่ได้สินะ?"

                         "ประมาณนั้นแหละค่ะ  เพราะฉันกำลังจะบอกคุณเกี่ยวกับแผนการบุกโจมตีแบบคร่าวๆให้ฟังก่อน  และเพื่อจะขอให้คุณช่วยทำหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งด้วย"

                         "หน้าที่สำคัญ?"

                         "ฉันอยากให้คุณเป็นคนคุมแนวรบรอบนอกทั้งหมด  ในขณะที่ฉันกับโอยาคิริจะต้องบุกเข้าไปจัดการกับศัตรูภายในปราสาท"

                         "..."

                         หญิงสาวผมสีน้ำตาลเงียบลงทันตาเห็น  ขณะที่ดาบซึ่งติดตามมาด้วยมองพวกตนอย่างกังวลใจ  แน่นอนว่าการคุมทัพรอบนอกถือเป็นงานหนัก  และถ้าให้เจ้านายของพวกเขารับหน้าที่คนเดียวมันก็ดูไม่น่าจะไหวเลย...

                         "เหตุผล?"

                         "สกิลของคุณมันเอื้อต่อพื้นที่กว้างมากกว่าค่ะ  อีกอย่างถึงให้ฉันจัดการรอบนอกแล้วคอยคุมพื้นที่การรบมันก็ได้หรอกค่ะ  แต่ฉันกังวลเรื่องโอยาคิริกับดาบเล่มนั้น  ฉันกลัวเขาลังเลในตอนสุดท้ายเลยคิดจะตามไปด้วยและบีบให้เขาเป็นคนจัดการให้เรียบร้อย"

                         "..."

                         "ถึงคุณจะเป็นคนคุมอยู่รอบนอกเพียงคนเดียวก็เถอะแต่คุณยังมีดาบของฉันคอยให้การช่วยเหลือตลอดค่ะ  จริงอยู่ว่า....มันอาจจะดูเหมือนเสี่ยงไปหน่อยแต่การที่คุณอยู่รอบนอกมันจะทำให้คุณมีความเสี่ยงน้อยกว่าคนอื่นๆอยู่นะ  กล่าวคือคุณสามารถถอยหลบจากที่แห่งนั้นได้ตามสะดวก  และเพราะอยู่รอบนอกคุณจะมองเห็นสถานการณ์โดยรวมได้ดีกว่าพวกฉันที่อยู่ด้านในฉะนั้นถ้ามองว่ามันเป็นอันตรายคุณสามารถถอยได้เลย"

                         นั่นมันก็ใช่อยู่หรอก  แต่ถ้าเธอถอยแล้วสองคนที่อยู่ด้านในล่ะ?

                         "แล้วพวกเธอล่ะจะไม่เป็นไรเหรอถ้าฉันถอยทัพ?  โอกาสโดนตีโอบล้อมมีอยู่สูงเลยนะ"

                         "ฉันมีวิธีเอาตัวรอดอยู่แล้วค่ะ  ฉันไม่คิดจะบุกเข้าไปโดยไม่เตรียมทางหนีรอดเอาไว้หรอกค่ะ  อ้อ...อีกสาเหตุที่ฉันต้องให้มีคนคอยดูแลการรบด้านนอกเพราะเมื่อบุก  สมาธิทุกอย่างจะมุ่งไปที่เป้าหมายหลัก  ถ้าต้องพะวงกับการรบรอบนอกไปด้วยคงไม่ดีต่อฉันนัก  เพราะจะเสียสมาธิได้ง่ายกว่า  ดังนั้นฉันจึงคิดจะยกหน้าที่นี้ให้คุณทำไปเลยค่ะ"

                         เป็นเหตุผลที่ดี  ต่อให้เก่งกาจด้านการวางแผนรบแต่กำลังหลักที่จะบุกโจมตีก็ต้องเป็นคานาโมริอยู่ดี  การปล่อยให้เธอรับภาระหนักเกินไปคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก  และการให้ตนคุมดูแลการรบรอบนอกนั้นก็เปิดโอกาสให้ตนสามารถโยกย้ายหรือถอยหลบหนีได้หากสถานการณ์ไม่ดีดั่งที่อีกฝ่ายว่าจริงๆ

                         "แต่ถ้าเข้าไปแบบนั้นแสดงว่าต้องลอบเข้าไปโจมตี  ดังนั้นคงเอาคนไปเยอะไม่ได้สินะ?...คิดว่ากำลังคนที่จะพาไปบุกบอสมันจะเพียงพอต่อการรับมือกับศัตรูด้านในรึ?"  ด้วยกำลังคนยังไงก็ต้องแบ่งคนมาด้านนอกให้เยอะที่สุด  แต่ด้านในก็ไม่รู้เลยว่าจะมีศัตรูหรืออะไรรอคอยอยู่  ดังนั้นต้องแบ่งกำลังพลให้ดีๆ  ซึ่งตรงจุดนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าห่วงเหมือนกัน

                         ทว่าไอฮาเนะก็กลับยิ้มอย่างไร้ความกังวลใดๆทั้งสิ้น

                         "ฉันขอแค่หกคนในการเข้าสู้ด้านในค่ะ  ก็จัดแยกไว้แล้วแหละส่วนที่เหลือพวกที่เลเวลน้อยสุดคงให้เฝ้าฮงแต่กำลังรบหนักจะแยกเป็นทัพย่อยช่วยกระจายการโจมตีค่ะ"

                         จะให้ส่งกำลังรบแค่ 6 ลงสนามเหมือนสองคนโน้นได้ยังไงล่ะ  ยังไงศึกใหญ่ก็ต้องขนกันมาเกือบหมดฮงมารุนั่นแหละ  ดังนั้นไอฮาเนะจึงจัดวางกำลังคนตรงจุดนี้ไว้พร้อมแล้วเหมือนกัน

                         โยชิโนรินิ่งคิดทบทวนอย่างหนัก  หล่อนกำลังประเมิณผลและดูท่าทีของเด็กสาวที่ยังมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม  

                         ไอฮาเนะที่เห็นอีกฝ่ายคิดหนักแบบนั้นจึงอธิบายเพิ่มเติมใจหวังโน้มน้าวให้หญิงสาวตอบตกลงให้ได้

                         "คุณไม่ต้องห่วงว่าจะรับศึกหนักยาวนานเพียงคนเดียวหรอกค่ะ  การบุกจะเริ่มต้นในจุดหนึ่งแล้วหลังจากนั้นฉันจะปล่อยให้พวกดาบเริ่มกระจายกำลังโดยจะแบ่งพื้นที่ในการรับผิดชอบไปเลยเป็นสามส่วนรอบนอก  คุณแค่รับงานหนักในตอนแรกเริ่มที่พวกฉันบุกเข้าไปค่ะ  เพราะหลังจากนั้นฉันจะส่งสัญญาณจนเมื่อพวกดาบเริ่มทำการวางผนึกพลังวิญญาณในพื้นที่กำหนดได้แล้วฉันจะสร้างเขตแดนขึ้นแล้วปล่อยให้พวกดาบทำการกวาดล้าง  เหมือนกับพวกดาบของโอยาคิริที่ต้องหาวิธีการกางเขตแดนให้สำเร็จให้ได้  ซึ่งหลังจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของพื้นที่ในส่วนที่พวกดาบอยู่กันแล้วค่ะ"

                         ว่าง่ายๆก็คือขอมีคนอยู่ดูในตอนแรกก่อนจนเมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่  ตัวโยชิโนริก็ไม่ต้องเครียดมากแล้ว  เพราะหลังจากนั้นพวกดาบก็ต้องแบ่งหน้าที่กันให้ดีว่าจะทำยังไงต่อไป  หากมีอะไรที่ไม่ไหวก็ต้องให้หล่อนปรับเปลี่ยนโยกย้ายก็แค่นั้นเอง

                         "แต่เรื่องจำนวน...เราจะแบ่งกันยังไง  ศัตรูมีจำนวนหลักหมื่นเลยนะ?"

                         "ยังไงตอนแรกก็คงหาทางตัดทอนกำลังศัตรูก่อนนั่นแหละค่ะ  แน่นอนว่าคงฆ่าในครั้งแรกไม่ได้แต่ทำให้อ่อนแอและเปิดโอกาสให้พวกเราเล่นงานยังพอมีอยู่  ยังไงสถานที่ก็เอื้อให้ทำอะไรได้หลายอย่างเหมือนกันค่ะ"

                         หญิงสาวมองแล้วนึกคิดอย่างสัย  ในสภาพที่เหมือนเป็นหอคอยกึ่งกลางซึ่งมีหลุมลึกห้อมล้อมโดยรอบ  และมีสะพานเชือกทั้งห้าเป็นทางเข้าออกเพียงเท่านั้น  แถมยังมีบริวารคุ้มกันอีก  ไม่เข้าใจว่ามันเอื้อให้ทำอะไรได้หลายอย่างได้ยังไงกัน?

                         แต่เอาเถอะถ้าเป็นเด็กนี่ก็คงหาวิธีทางเจาะเข้าไปด้านในได้อยู่ดีนั่นแหะ

                         "เอาเถอะในเมื่อเธอออกหน้าจะจัดการเอง  ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องห่วงอะไรอีกแล้ว"

                         ถ้าเด็กนี่ออกหน้ารับเรื่องขนาดนี้หล่อนก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องกังวลอะไรนัก  ยังไงถ้าเธอเป็นอะไรไปสองคนที่รับศึกหนักกับบอสก็คงงานเข้าด้วยเช่นกัน  ฉะนั้นโอกาสที่จะโดนทรยศจึงมีอยู่น้อย  ประกอบกับข้อเสนอและสิ่งที่ไอฮาเนะทำให้ดูหลายอย่างก็มีค่าพอจะทำให้หญิงสาวเริ่มนึกอยากจะลองเสี่ยงที่จะเชื่อใจดูสักครั้งเช่นกัน

                         กระนั้นเธอก็อยากจะรู้รายละเอียดให้มากที่สุด  โยชิโนริยอมรับว่าหล่อนเกลียดการเซอร์ไพร์สกะทันหันเป็นอย่างมาก

                         "แต่ถ้าคิดจะทำอะไรสักอย่าง  ก็ช่วยบอกก่อนล่วงหน้าจะดีมากเลยนะ"

                         "อย่าห่วงเลยค่ะ  ฉันไม่คิดทำอะไรข้ามหัวคุณหรอก"

                         "หึ....แต่นี่ฉันกำลังคิดอยู่นะ  ในเมื่อเป็นศึกใหญ่  แบบนี้ก็เท่ากับว่าพวกเราอาจจะขนกันมาหมดฮงมารุในการเข้าปะทะใช่ไหม?"  ฟังจากที่เด็กสาวพูดบอกแล้วแสดงว่าเธอคงขนกันมาเกือบหมดฮงมารุในการเข้าปะทะแน่ๆ  ในเมื่ออีกฝ่ายทุ่มขนาดนี้แล้ว  โยชิโนริก็มองว่ายังไงศึกนี้เธอเองก็ต้องนำพาศาสตราทั้งหมดเข้าสู้ด้วยอยู่ดีนั่นแหละ  ทว่าเธอติดปัญหาเรื่องนึง...

                         ฟังน้ำเสียงที่ดูกังวลประกอบกับใบหน้าอันงดงามของหญิงสาวก็เต็มไปด้วยความหนักใจแล้ว  ไอฮาเนะเลยเปิดปากถามเลียบเคียงถึงความกังวลนั้นขึ้นทันที

                         "มี...ปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ  เพราะด้วยเรื่องจำนวนก็คงต้องเป็นไปตามที่คุณว่านั่นแหละค่ะ"

                         "ฉันกังวลเรื่องเด็กๆน่ะ..."

                         เมื่อได้ยิน...ไอฮาเนะเข้าใจความกังวลได้เป็นอย่างดี

                         "จริงๆศึกนี้ไม่ว่าใครก็ต้องร่วมอยู่ดี  ถึงจะยังเด็กแต่ในเวลารบจริงพวกเขาก็ต้องเอาตัวรอดให้ได้  ยังไงตอนนี้จะมาเกี่ยงเรื่องว่าใครเด็กไม่ได้แล้วล่ะค่ะ  อีกอย่างถ้าไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้นการฝึกจึงถูกจัดขึ้นมาเพื่อให้พวกเขาได้คุ้นชิน  ซึ่งเรื่องนี้ฉันเข้าใจดีค่ะว่าอิจิโกะของคุณอาจจะค้านเพราะของฉันเขาก็ค้าน  แต่เมื่อให้เขาไปดูการฝึกและมีดาบคนอื่นคอยจับตาดูอย่างใกล้ชิดเขาก็ยอมแพ้ปล่อยพวกน้องๆเขาเหมือนกันค่ะ"

                         อิจิโกะเคยขอไว้ว่าไม่อยากให้น้องๆไปสู้กับโยมิแต่ไอฮาเนะแย้งว่าตัวเขาและเด็กตัวโตๆจะมาคอยปกป้องพวกน้องๆตลอดไปไม่ได้หรอกนะ ถึงจะฝืนใจหน่อยแต่ถ้าชินและเรียนรู้จากการต่อสู้ได้แล้ว  ตัวพวกเขาก็จะสามารถเอาตัวรอดได้โดยไม่ต้องพึ่งพาพวกอิจิโกะอีกต่อไป

                         ไม่ใช่ไม่ห่วงนะ  แต่ถ้าหากเกิดเหตุร้ายขึ้นกับพวกเขาโดยที่ไม่มีพวกอิจิโกะอยู่ใกล้ด้วย  เด็กๆก็ต้องต่อสู้เพื่อปกป้องชีวิตตัวเองอยู่ดี

                         ถ้าเอาแต่ประคบประหงมต่อไปพวกเขาจะสู้ไม่เป็น  และเมื่ออยู่เพียงลำพังและศัตรูบุกมาพวกเขาจะสู้ไม่ได้  โอกาสจะแตกหักจึงมีอยู่สูง  ยอมใจดำฝึกพวกเขาเพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้นยังดีกว่ามานั่งเสียใจภายหลังนะ

                         ไอฮาเนะบอกกับอิจิโกะแบบนั้นแล้วอนุญาตให้เขาตามไปดูการรบของพวกน้องๆและดูการฝึกทุกครั้ง  จนเขาเริ่มทำใจและก็ปล่อยให้พวกน้องๆฝึกฝนไปอย่างไม่ห้ามปราม  ทำให้ตอนนี้พวกทันโทวตัวน้อยที่เมื่อก่อนมักร้องไห้งอแงกลายเป็นเด็ก    ใจกล้าบ้าเลือดที่เห็นโยมิเป็นต้องพุ่งเข้าไปหาเสียแล้ว....

                         แน่นอนว่าเธอโดนพี่ชายของพวกเขาบ่นว่าเธอทำให้น้องที่น่ารักของเขาเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีก...เฮ้อ....

                         ได้ยินคนเล่าที่เจอเหตุการณ์ไม่ต่างกับตนโยชิโนริก็เข้าใจดี  ความห่วงใยของพี่น้องในบ้านมีอยู่มาก  และคนที่หวงแหนน้องๆมากอย่างอิจิโกะก็มักมาค้านเสมอยามส่งน้องๆของเขาออกรบ  จนหญิงสาวหนักใจไม่น้อยในแต่ละครั้ง  ครั้นได้ยินวิธีแก้ไขหล่อนก็เบาใจลงแต่ก็ต้องพยายามอธิบายให้ดาบของตัวเองเข้าใจสถานการณ์อยู่ดี

                         "เข้าใจแล้วฉันจะลองต่อรองกับอิจิโกะของฉันดู"  ซานิวะหญิงกำลังครุ่นคิดสรรหาคำพูดมาหว่านล้อมทาจิผู้หวงน้องอยู่พักใหญ่  ก่อนชำเลืองตามองเด็กสาวที่ยังยืนคล้ายรอคอยอยู่  โยชิโนริจึงหันไปสั่งให้พวกดาบไปเตรียมตัวเพราะอีกสักครู่หล่อนจะ  เตรียมพร้อมสำหรับการกางเขตแดนโดยใช้ผนึกพลังวิญญาณ

                         "เธอมีอะไรอื่นจะเพิ่มอีกรึ?"

                         "ไม่เชิงว่าเพิ่มหรอกค่ะ  แต่จากที่ฟังดูเมื่อวานคล้ายว่าเรามีเป้าหมายเดียวกัน"

                         โยชิโนริส่งเสียงร้องหืมแล้วยิ้มนิดๆ

                         "แล้วยังไง?"

                         "ฉันแค่อยากยืนยันว่าสิ่งที่พวกเราต้องการคงเหมือนกัน  ที่ว่าหลังจบศึกทุกอย่างจะเป็นผลงานของคุณและโอยาคิริ"

                         ราวกับไม่ต้องพูดจาขยายเหตุผลให้มากความ  โยชิโนริเข้าใจจุดประสงค์นี้ได้เป็นอย่างดี  มันชัดเจนแล้วว่าเด็กสาวต้องการให้โอยาคิริออกหน้ารับทุกอย่างแทน  การทำให้ศึกนี้ชนะก็เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือนี้ให้กับชายหนุ่มเพื่อที่เขาจะถูกพุ่งเป้าจากคาคุจิแทนตัวเอง

                         ในเมื่อมีเหตุผลและเป้าหมายที่ไม่ต่างกันนัก  โยชิโนริจึงไม่ขัดขวาง  นี่เป็นเรื่องที่ดีเสียอีก  เธอได้ผลประโยชน์และความสะใจจากการตอกหน้าคาคุจิ  อีกทั้งด้วยตัวของโอยาคิริยังซื่อไม่ทันเกมส์พวกตนจึงเหมาะจะใช้เป็นหุ่นเชิดชั้นดี  เพียงแต่การให้เธอออกไปรับหน้าด้วยนั้น...

                         "เธอจะดันให้ฉันออกหน้าไปรึ?"

                         "ถ้าแค่โอยาคิริคนเดียวมันจะดูน่าสงสัย  ยังไงคาคุจิซังคงไม่เชื่อว่าคุณจะไม่มีส่วนร่วมอะไรแบบนี้ด้วยหรอกค่ะ  ต้องบอกว่าไม่มีใครเชื่อว่าผลงานชัยชนะครั้งนี้จะเป็นฝีมือของโอยาคิริอยู่แล้ว"

                         จริงๆก็อาจจะไม่ใช่ฝีมือเขาเลยก็ได้  เพราะทุกอย่างตั้งแต่การเตรียมการยันแผนรบคนอื่นก็คิดให้หมด  เขามีหน้าที่แค่เอ่ยปากสั่งไปตามสิ่งที่เตรียมไว้แค่นั้นเอง

                         ดวงตาสีมรกตคู่งามทอประกายวาววับ

                         "ก็ได้  ฉันจะช่วยออกหน้ารับให้แต่ยังไงก็ต้องบีบให้โอยาคิริพูดสาธยายรวมทั้งรายงานผลทั้งหมดก่อนหน้าฉันด้วยล่ะ"

                         "นั่นไม่ใช่ปัญหาค่ะ"

                         "แต่เธอจะไม่ออกหน้าหน่อยรึ  ยังไงโอยาคิริคงเปรยถึงเธอบ้าง"

                         "ถ้าปิดปากเรื่องการฝึก  ฉันมีหน้าแค่การช่วยเขาต่อสู้ค่ะเพราะยังไงแผนหลักก็คงจะบอกคุณให้ทราบ  ส่วนตัวเขาทราบแค่แผนที่เป็นฉากหน้าก็พอ"

                         "แล้วศาสตราที่ถูกส่งมาช่วยล่ะ?"

                         "คุณกันพวกเขาไว้ที่รอบนอกแถบคุณก็ได้ค่ะ  อย่างน้อยถ้าอยู่ภายใต้การดูแลของคุณ  พวกเขายังพอจะฟังสิ่งที่คุณสั่งได้บ้าง  ยังไงคาคุจิซังกับอิชิคาว่าซังคงพึงพอใจหากศาสตราของพวกเขาอยู่ในสายตาของคุณนั่นแหละ"

                         ในแววตาของหญิงสาวผมน้ำตาลปรากฏความพึงพอใจเป็นอย่างมาก  หลังเห็นเด็กสาวพูดตอบออกมาตรงตามที่หล่อนคิดเอาไว้  ราวกับว่าพวกตนทั้งสองเดานิสัยของซานิวะทั้งหลายออกหมด  ดังนั้นเรื่องหลายอย่างที่อีกฝ่ายต้องการก็มักตรงกับสิ่งที่หญิงสาวต้องการเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน

                         "หึ....เธอนี่มันรู้ดีจริงๆ  ก็ได้...ฉันจะคอยดูแลศาสตราเหล่านั้นในขอบเขตที่ฉันพอทำได้  แต่ถ้ามันจุ้นจ้านเกินไปฉันคงกันให้พวกมันไปอยู่แนวรอบนอกคงไม่มีปัญหาสินะ?"

                         "ตามแต่ใจคุณเลยค่ะ"  

                         เห็นโยชิโนริไม่ขัดอะไรแถมยังพอใจเป็นอย่างมาก  ไอฮาเนะก็อารมณ์ดี

                         ก่อนทั้งคู่จะหัวเราะและยิ้มให้กันด้วยรอยยิ้มของคนที่ทันเกมส์กันดี...




                         กลับมายังทางด้านของกลุ่มชายหนุ่มที่ยังมองดูการต่อสู้อันวุ่นวาย  พอยินยอมให้ฮาจิสึกะและอุราชิม่าลงไปร่วมรบก็ดูเหมือนพวกเขายังไม่สามารถจัดการกับโยมิที่ปรากฏขึ้นมาเรื่อยๆได้นัก  พวกดาบของคานาโมริมองดูท่าทีของสองดาบเขาแล้วเริ่มคิดตัดสินใจ

                         โอยาคิริยอมรับว่าพวกเขาตัดสินใจได้เร็วและเฉียบ....หนึ่งในห้าดาบใต้หล้าอย่างโอเดนตะมองออกในทันทีว่าอุราชิม่าจะพลาดท่าเสียทีเขาจึงพุ่งไปป้องกันเอาไว้  พร้อมปล่อยให้โอคาเนะฮิระจัดการปิดฉากอย่างความเร็วโดยมีโซฮายะให้การคุ้มกันทางด้านหลัง  ซึ่งชายหนุ่มจงใจเปิดโล่งเพื่อล่อให้โยมิอีกตนบุกมาโจมตี  และก็เป็นไปตามคาดที่โยมิตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหมายโจมตีจริงๆ

                         ฉับ!

                         เสียงตวัดฟันดังขึ้นหนหนึ่ง  ก่อนร่างโยมิที่จะเล่นงานก็หายวับไป

                         ซานิวะหนุ่มเลื่อนสายตาไปมองฮาจิสึกะที่หันมาตะโกนเรียกผู้เป็นน้องหากแต่กลับโดนดุด้วยเสียงอังดังของโอคาเนะฮิระว่าอย่าละสายตาจากศัตรู!

                         ดาบรบผมแดงกล่าวถูกต้อง  ยามเมื่อละความสนใจมายังผู้เป็นน้อง  ฮาจิสึกะของเขาเปิดช่องว่าง  เดือดร้อนให้จูสุมารุช่วยทำการป้องกันเอาไว้อีกครั้งก่อนจะปล่อยให้ดาบคนอื่นรับมือต่อ

                         "เหลือศัตรูอีกหนึ่ง...พวกข้าอยากให้หนึ่งในพวกท่านเป็นผู้ปิดฉากเพื่อให้พวกข้ามั่นใจว่าเขตแดนของนายท่านจะมีผลทำให้ดาบรบของซานิวะอื่นสามารถทำการสังหารโยมิได้เหมือนดั่งที่ท่านคิดด้วยขอรับ"

                         เสียงนุ่มทุ้มของจูสุมารุปลุกภวังค์แห่งความสับสนของอุราชิม่าและฮาจิสึกะ  ทั้งสองหันมาขอความเห็นจากตัวเจ้านาย  ซึ่งชายหนุ่มก็พยักหน้า  เขาปล่อยให้ดาบของคานาโมริจัดการตัดแขนขาโยมิผู้โชคร้ายก่อนให้อุราชิม่าจัดการเสียบคมดาบเข้าจุดตาย

                         ผลที่ได้...คือสามารถสังหารได้

                         "เงื่อนไขที่นายท่านทราบในการจัดการโยมิคือต้องมีดาบและพลังของซานิวะ  ในเมื่อครบกำหนดเงื่อนไขท่านจึงคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร  แต่เพื่อยืนยันจึงได้ขอให้ดาบของท่านทดสอบขอรับ  เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหายามที่ต้องต่อสู้ในสนามรบ"

                         ก็ใช่หรอก  แต่ดาบอื่นสามารถสังหารโยมิในเขตแดนของซานิวะอื่นได้นี่...นับว่าน่าตกใจเหมือนกัน อันที่จริงก็สงสัยอยู่หรอกแต่ก็ไม่กล้าจะเอ่ยปากขอทดสอบซะด้วยสิ  พอมาเห็นแบบนี้แล้วก็ดีเหมือนกัน

                         ขณะคิดอะไรเพลินๆก็ได้ยินเสียงฝีเท้า  เงาร่างของสตรีปรากฏขึ้นในระยะสายตา  ซานิวะสาวกำลังเดินตรงดิ่งกลับมาหาพวกเขาด้วยใบหน้าที่ดูไม่ตึงเครียด

                         ระยะเวลาที่หายไปนั้นไม่นานมากนัก  แสดงว่าสถานที่ฝึกนั้นอยู่ใกล้หรือ?

                         โอยาคิรินึกคิดอย่างสงสัยขณะที่ไอฮาเนะเดินส่งยิ้มมาให้แก่ผู้ที่รอคอย  ก่อนเอ่ยเรียกลูกค้าคนสุดท้ายให้พร้อมไปยังสถานที่ซึ่งจัดเตรียมไว้แล้ว  พลางหันไปบอกให้ยะเก็นช่วยดูการเคลื่อนไหวของศัตรูไปพลางๆ  พร้อมกับสั่งอะไรเพิ่มเติมอีกสองสามอย่างแล้วหันกลับมายังชายหนุ่มที่ยืนรอพร้อมกับศาสตราของเขา

                         "เอาล่ะ  ไปกันเถอะ"



                         ขณะเดียวกัน...ภายในปราสาทที่ตั้งอยู่ใจกลางราวกับเป็นหอคอยที่โดดเดี่ยวเพราะถูกห้อมล้อมไปด้วยหุบเหวลึกซึ่งสร้างมาเพื่อป้องกันการบุกของศัตรู  เส้นทางเดียวที่ศัตรูจะบุกเข้ามาโจมตีคือต้องเดินทางผ่านสะพานเชือกทั้งห้าโดยที่มีบริวารจำนวนมหาศาลคอยป้องกันอยู่ทางด้านหน้า...

                         ร่างๆหนึ่งกำลังนอนหลับไหลอยู่ในห้องอันมืดมิด...

                         ก่อนดวงตาสีดำจะปรือขึ้นอย่างเหนื่อยล้า  เค้าไอสีดำที่ลอยปกคลุมรอบตัววูบไหวตามร่างที่ขยับไหวไปมา  ในห้องที่แสนมืดมิดไร้แสงไฟใดๆนั้นร่างสูงเจ้าของสถานที่แห่งนี้ยังคงอยู่ในสภาพกึ่งนั่งกึ่งนอนบนฟูกนอนขนาดใหญ่ของตนเอง

                         ปักษาสีทมิฬที่ครั้งหนึ่งเคยเจ็บหนักแต่ยังได้รับความเมตตาจากนายใหม่จนได้รับการช่วยเหลือให้รอดชีวิตหลบหนีมาพักฟื้นในสถานที่แห่งนี้  ในยังดินแดนที่เป็นแหล่งรวมกำลังพลแห่งที่สองเพื่อรอคอยให้ตนเปิดห้วงมิติส่งพวกมันออกไปยังยุคสมัยต่างๆ

                         ทว่า...สิ่งที่เกริ่นไปนั้นไม่อาจทำได้

                         นับจากวันที่โดนซานิวะหญิงคนนั้นเล่นงานมันก็ได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก  ทั้งเพลิงและบาดแผลของคมดาบของศาสตรานางนั่นก็สร้างความเจ็บปวดอย่างไม่เลือนหาย  เพลิงสีขาวนั้นร้ายกาจเกินกว่าจะเข้าไปใกล้ได้อีก  ครั้นรอคอยอย่างสงบเพื่อพักฟื้นพร้อมกับคอยทยอยส่งโยมิออกไปเพื่อก่อปัญหา  แต่ก็พวกมันส่วนใหญ่ต่างโดนกำจัดทิ้งไปเกือบหมด  บางส่วนที่พยายามหนีรอดกลับมาถูกตรวจพบและถูกเก็บกวาดสิ้นในเวลาอันรวดเร็ว

                         มีใครบางคนช่วยเหลือซานิวะ...และใครที่ว่าคงเป็นเคบิอิชิ

                         ดาบผู้ร่วมหล่นไม่เคยคิดว่าการจับมือเป็นพันธมิตรของซานิวะและเคบิอิชิจะสร้างปัญหาให้มากขนาดนี้  หากรู้ว่าพวกมันคิดจะร่วมมือกันคงกวาดล้างเคบิอิชิให้สิ้นซากไปแล้ว

                         ร่างสูงคิดอย่างเจ็บใจที่ดันเผลอปล่อยบางส่วนให้หนีรอดไปได้จากการปะทะครั้งก่อน  ซึ่งมันน่าจะฉุกใจสักนิดที่เคบิอิชิหายหน้าไปอย่างยาวนาน  กระทั่งในปัจจุบันพวกมันเผชิญหน้ากับการบุกโจมตีของซานิวะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  ทั้งที่เมื่อก่อนมันจะโผล่มาคอยเล่นงานตลบหลังแท้ๆ

                         ก็ว่าหายไปไหนที่แท้ก็ไปยืมมือพวกซานิวะให้มาจัดการตัวมันแทนนั่นเอง

                         แต่น่าเสียดายนะที่ซานิวะนั่นฆ่ามันไม่ได้

                         ร่างสูงยิ้มแสยะอย่างสาแก่ใจที่ตัวเองไม่ได้โดนฆ่าในวันนั้น  ถึงจะจวนเจียนก็เถอะ...

                         "แต่ถ้ารอบนี้ได้เจออีก...ข้าจะฆ่ามันทิ้งแน่ๆ"

                         มีใครบางคนบอกมา...อีกไม่นานซานิวะสามคนจะร่วมมือกันเพื่อมากวาดล้างที่แห่งนี้  

                         ในตอนที่ได้ยินมันหัวเราะอย่างหนัก...

                         หัวเราะ....ให้กับความโง่เขลาของซานิวะทั้งสามนั่น!

                         ด้วยปริมาณของดาบที่มีในปกครองต่อให้รวมกันครบห้าคนก็มีไม่ถึงห้าร้อยคนด้วยซ้ำกระมัง  ไม่สิแค่สามร้อยคนก็มีไม่ถึงแล้ว...แล้วจะมาสู้กับโยมิที่มีจำนวนเป็นหลักหมื่น...

                         ดูยังไงมันก็คือการฆ่าตัวตายชัดๆ!!

                         ยังไงก็ตามซานิวะที่จะบุกโจมตีมีตัวปัญหาสองตัวมาด้วย  หนึ่งนั้นคือซานิวะสาวผมดำที่สร้างบาดแผลสาหัสให้มันต้องเจ็บปวดทรมานนานนับเดือน  กับอีกหนึ่งคืออดีตผู้เป็นนายเหนือหัวผู้ซึ่งทอดทิ้งมันอย่างไม่ไยดี...

                         ว่ากันตามตรงตัวปัญหาคือซานิวะผมเงินมากกว่า  

                         มันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไรที่ตัวตนที่แปดเปื้อนนี้ยังเชื่อมโยงกับซานิวะนั่นอยู่  

                         ซานิวะนั่นอาศัยการเชื่อมโยงจิตมาปรากฏตัวในห้วงความฝันและพยายามอย่างยิ่งจะหาทางดึงตัวมันกลับไปหาด้วยวาจาโน้มน้าวสารพัด

                         กระเรียนดำยอมรับว่ามันเป็นเรื่องที่มันต่อต้านได้ยาก  ร่างกายของมันกลายเป็นดาบมีมลทินแล้วก็จริงแต่ในส่วนลึกสุดของจิตใจยังมีบางอย่างคงเหลือไว้อยู่  และสิ่งที่คงเหลือไว้นั้นคือตัวเรียกร้องจนส่งผลให้เกิดการเชื่อมโยงจิตของมันกับซานิวะนั่น

                         แน่นอนว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นเริ่มทำให้นายท่านคนใหม่ไม่พอใจ  หลังพบว่าการเชื่อมโยงจิตนี้ได้พันธนาการพลังบางส่วนของมันเอาไว้  กล่าวคือเพราะจิตในส่วนที่ยังโหยหานั้นได้ทำให้มันสูญเสียพลังจากโยมิไปบางส่วน  อีกทั้งซานิวะนั้นยังใช้อาคมในห้วงความฝันเล่นงานเพื่อริดรอนพลังของมันอย่างต่อเนื่อง

                         แต่ร้ายสุดคือยามที่มันเปิดห้วงมิติเพื่อทำการส่งโยมิไปยังยุคสมัยต่างๆ  ซานิวะนั่นกลับใช้โอกาสนั่นเปิดการเชื่อมโยงกับตัวมันทำให้สามารถเปิดห้วงมิติแบบเดียวกันได้ขึ้นมาด้วย  ซึ่งหมายความว่าตัวซานิวะนั่นสามารถทำการวาร์ปตัวเองมายังที่ๆมันอยู่ได้โดยอาศัยพลังจากการเปิดห้วงมิติของมันนั่นเอง  แต่เจ้านั่นไม่ได้โผล่มาหรอกนะ  มันส่งแค่ชิคิกามิมาเท่านั้น

                         แน่นอนว่าแค่ชิคิกามิไม่ครณามือมันหรอก  แต่ที่สร้างความปั่นป่วนให้ไม่รู้จบนั่นก็คือชิคิกามิตัวแทนของมันนั้นยามที่โดนเล่นงานจนเสียหายหนักมันจะระเบิดปล่อยเข็มเงินออกมาจำนวนมาก  ด้วยอานุภาพความรุนแรงประกอบกับเข็มนั่นอาบไปด้วยพลังการชำระล้าง  ผลที่ได้ก็คือตัวมันและโยมิบริเวณโดยรอบได้รับบาดเจ็บอย่างหนักนั่นเอง

                         แถมเป็นเช่นนี้ทุกครั้งที่ทำการเปิดห้วงมิติ  ร้อนให้นายท่านต้องสั่งการไม่ให้มันเคลื่อนไหวใดๆนอกจากรอคอยและสร้างโยมิให้เพิ่มมากขึ้นในที่แห่งนี้เพียงเท่านั้น  

                         นายท่านคนใหม่กล่าวว่า  ไม่จำเป็นต้องรีบไปหา  ปล่อยให้พวกมันเป็นฝ่ายมาหาเองเถอะ  เพราะยังไงต้องมีการตรวจพบโยมิจำนวนมากขนาดนี้ได้และเทพอินาริคงไม่นิ่งนอนใจจะปล่อยให้พวกมันสร้างกำลังพลมากไปกว่านี้เป็นแน่  ฉะนั้นต้องมีคำสั่งให้ซานิวะร่วมมือกันกวาดล้างยังพื้นที่แห่งนี้ในเร็ววันอย่างแน่นอน

                         และนั่นคือโอกาส...

                         นายท่านคนใหม่กล่าวอีกว่าหากไม่สังหารอดีตนาย  ตัวมันจะไม่เป็นอิสระอย่างแท้จริง

                         ซึ่งมันก็เห็นด้วย  และมันรอคอยให้อีกฝ่ายมาเยือนยังที่แห่งนี้เพื่อปิดฉากความสัมพันธ์อันจอมปลอมนี่เสียที

                         เมื่อใดที่คมดาบนี้สะบั้นศรีษะซานิวะผมเงินนั่นลง  ตัวมันจะเป็นอิสระอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องมีอะไรมาเหนี่ยวรั้งไว้อีกต่อไปแล้ว

                         ร่างสูงกำหมัดแน่น  สีหน้าและแววตาเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่อยากจะฆ่าอย่างรุนแรง 

                         มันหมายมั่นในใจแล้วว่าจะไม่ลังเล  

                         มันจะฆ่าทิ้งให้หมด  

                         จะใครหน้าไหนก็ตามที่มายังที่แห่งนี้...มันจะฆ่า

                         และราวกับตอบรับความรู้สึกนั้นจู่ๆก็มีการรายงานเข้ามาว่าหน่วยลาดตระเวนหายไปในบางจุด

                         ดวงตาสีดำทอประกายแห่งความยินดี

                         ในที่สุดก็มา...ถึงจะเร็วผิดคาดไปหน่อยก็เถอะ...แต่ก็มา...

                         มันแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม...

                         "สั่งการลงไป!  กระจายกำลังเพื่อตามหาตัวพวกมันแล้วฆ่าทิ้งซะ!"

                         ในเมื่อพวกมันอยากรนหาที่ตายไวนัก  ก็จัดให้ตามประสงค์พวกมันเสียหน่อยจะเป็นไรไป....!




                         หลังจากนำพาซานิวะหนุ่มและเหล่าศาสตราผ่านอาคมเคลื่อนย้ายมาแล้ว  โอยาคิริยังดูตื่นๆไม่น้อย  เขาบ่นว่าเด็กสาวนั้นสร้างของพวกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่  ทว่าไอฮาเนะก็ไม่ตอบบอกว่าการทำอะไรแปลกเป็นงานอดิเรกของเธอไปแล้ว  ของพวกนี้ก็แค่ของที่เคยทำออกมาเล่นๆเท่านั้นเอง

                         "ไปเป็นนักประดิษฐ์ไม่ดีกว่าเหรอ?"

                         "นั่นก็ไม่เลวนะ  แต่นักประดิษฐ์ควรสร้างอะไรสร้างสรรค์นี่นา  ไอ้ของแบบนั้นตรงกันข้ามกับฉันเลยล่ะ"  ของที่เธอสร้างมาแต่ละอย่าง  ส่วนใหญ่เอาไว้ทำลายล้างแทบทั้งสิ้น  ไอ้บางส่วนที่ดูมีประโยชน์นั่นก็เป็นแค่ส่วนน้อยเท่านั้นเอง

                         พวกตนเดินไปยังจุดหมายโดยพูดคุยกันเรื่อยเปื่อย  ส่วนใหญ่เป็นหัวข้อที่ไม่ได้เครียดอะไรมากนัก  จนไอฮาเนะคิดว่าควรพอได้แล้วเลยเปลี่ยนหัวข้อการคุย

                         "จะว่าไปเลิกสนเรื่องของฉันเถอะค่ะ  มาสนเรื่องของคุณหน่อยดีกว่า"

                         "อะไรล่ะ?"

                         "ฉันอยากคุยเกี่ยวกับดาบเล่มนั้น...ฉันไม่รู้ว่าการเชื่อมโยงของคุณกับดาบนั่นเป็นยังไง  แต่ว่าคุณจะมั่นใจได้หรือเปล่าว่ามันจะไม่หนีคุณไปอีก?  อย่าได้ลืมล่ะว่าดาบนั่นมีความสามารถในการเปิดปิดห้วงมิติ  มันสามารถหลบหนีได้แน่ๆ"

                         "แต่ครั้งก่อนเขาไม่หนีเธอไม่ใช่เหรอ?"

                         ฟังสรรพนามที่ใช้เรียกต่างกันไอฮาเนะได้แต่ลอบถอนหายใจ  ทว่าไม่เอ่ยอะไรในเรื่องนี้  ยังไงก็เป็นดาบที่อยู่ด้วยกันมายาวนาน  คงผูกพันธ์กันมากเกินกว่าจะตัดทิ้งทุกความรู้สึกที่มีต่อกันล่ะนะ

                         "เรื่องนั้นมันก็ใช่  ...ฉันแค่อยากได้คำยืนยันว่าคุณสามารถสกัดเขาได้จริงๆ  ไม่ใช่ว่าเราบุกไปแล้วมันวาร์ปหนีมาด้านนอกแล้วปิดล้อมพวกเราหรอกนะ"

                         โอยาคิริส่งเสียงอืมในลำคอก่อนเปิดปากพูดตอบโต้ต่อ

                         "ผมรู้  แต่ผมสามารถสกัดกั้นไม่ให้เขาทำแบบนั้นได้นะ  ถึงผมจะไม่ได้อธิบายให้ละเอียดก็จริงแต่เพราะการกระทำที่ผ่านมามันทำให้เขาไม่กล้าเคลื่อนย้ายตัวเองมากนัก"

                         ?

                         "เพราะผลจากการเชื่อมโยง...ผมพบว่ามันเอื้อประโยชน์ให้กับซานิวะมากกว่าตัวของดาบ  คล้ายระบบป้องกันการแว้งกัดละมั้ง?  เอาเป็นว่าเมื่อใดก็ตามที่เขาทำการเปิดห้วงมิติเคลื่อนย้ายผมจะสามารถรับรู้ได้และผมสามารถใช้ประโยชน์จากการวาร์ปของเขาโดยสามารถทำการเคลื่อนย้ายตัวเองไปได้ด้วยในทันที  แต่เพราะมันเสี่ยงจะวาร์ปไปในดงตีน  ทางเลือกที่ผมกับอิชิคิริมารุของผมทำก็คือส่งชิคิกามิตัวแทนเข้าไป  ซึ่งชิคิกามิเหล่านี้ผมได้ร่ายอาคมอักขระบรรจุเข็มเงินเล็กๆไว้ภายในร่าง  ยามที่ชิคิกามิถูกทำลายมันจะระเบิดเข็มเล็กๆมากมายออกมาพุ่งโจมตีใส่โดยรอบ  ถึงจะฆ่าไม่ได้แต่ก็เล่นเอาเจ็บหนักเลย  มิหนำซ้ำผมก็อัดพลังวิญญาณใส่ไปจำนวนหนึ่งทำให้การระเบิดแต่ละครั้งกินพื้นที่กว้าง  ต่อให้พยายามหนียังไงก็โดนเล่นงานอยู่ดี"

                         "งั้นดาบนั่นก็เจ็บด้วยสิ?"  เห็นรักนักหนาแต่เล่นเอาระเบิดส่งไปนี่?  จะเรียกว่ายังรักได้อีกหรือเปล่านะ?  รึเพราะมั่นใจว่าไม่ตายและต้องการสกัดไม่ให้ทำการเปิดห้วงมิติอีกก็เลยเล่นแบบนี้กันนะ?

                         ชายหนุ่มมีสีหน้าอึมครึมก่อนหัวเราะเสียงแห้งแล้วตอบอย่างไม่ค่อยรู้สึกดีนัก

                         "คิดว่าเจ็บแหละ  แต่เป็นการสกัดกั้นที่ดีที่สุดเพราะหลังจากนั้นมาการเปิดห้วงมิติเคลื่อนย้ายเลยชะลอตัวลงและเมื่อเร็วๆนี้ก็ไม่มีการเรียกใช้ใดๆอีกเลย  ดังนั้นอาจจะสมเหตุสมผลก็ได้นะที่โยมิมากระจุกรวมตัวในฐานนี้เยอะถึงหลักหมื่นเพราะมันส่งออกไปไม่ได้นั่นเอง"

                         "น่าแปลกนะ  ในตอนปะทะกันครั้งสุดท้ายคนที่ถูกเรียกว่าเจ้านายน่ะสามารถเปิดห้วงมิตินำพาดาบนั่นหนีไปได้แท้ๆ  ทำไมรอบนี้ไม่ทำแบบเดียวกันล่ะ?"

                         "คิดว่าเพราะต้องการให้พวกเราเข้าโจมตีที่นี่หรือเปล่า?  ถ้าคิดในแง่มุมของศัตรูยังไงการปล่อยฐานนี่ไว้ไม่ใช่ผลดี  ก็เลยใช้ประโยชน์จากการเปิดห้วงมิติไม่ได้รีบเพิ่มจำนวนโยมิไว้รับมือ"

                         แต่นั่นก็หมายความว่าศัตรูรู้การเคลื่อนไหวของพวกเราดีน่ะสิ?  ไม่สิ  อาจจะจงใจหลอกล่อให้มีการกวาดล้างก็ได้  มันมองได้ในหลายแง่มุมเหมือนกันนะเนี่ย...

                         ไอฮาเนะกำลังคิดถึงความเป็นไปได้จากเหตุผลและสถานการณ์ที่ผ่านมาอย่างหนัก

                         ถ้าหากทำได้อย่างโอยาคิริว่าจริง  มันก็สมเหตุสมผลที่ว่าดาบนั่นไม่ปรากฏตัวออกมาเลย  มิหนำซ้ำการปะทะหลายครั้งที่ผ่านมามันก็ไม่ได้ร่วม  และถ้าสิ่งที่ซานิวะหนุ่มพูดเป็นจริงการเตรียมกำลังพลไว้รอรับครั้งนี้ก็เพราะมั่นใจแน่ๆว่าพวกเราจะบุกโจมตี

                         ไอฮาเนะกำลังมองเป็นสองกรณีคือ  เพราะเปิดห้วงมิติส่งโยมิออกโจมตีไม่ได้เลยเน้นสร้างปริมาณให้มากขึ้นจนกลายเป็นที่สะดุดตาและโดนตรวจจับได้  ทำให้ต้องมีการส่งซานิวะมากวาดล้าง  ซึ่งก็ตรงตามที่มันต้องการนั่นคือตั้งรับการโจมตีที่จะเกิดขึ้นในเร็ววัน

                         ส่วนอีกกรณีคือ  เน้นการโจมตีในรูปแบบอื่นเหมือนอย่างที่ตาแก่สึกิของเธอโดนเล่นงาน  เพื่อให้ซานิวะคิดว่านี่เป็นแผนการของดาบเล่มนั้น  อีกทั้งยังสร้างความแค้นในการชักจูงดาบให้กลายไปเป็นพวก  ซึ่งก็ยิ่งเร่งให้พวกตนต้องออกตามล่าดาบเล่มนั้น  และจะไปลงเอยยังการร่วมมือกับโอยาคิริเพื่อทำลายล้างดาบนั่นและโยมิเหล่านี้...

                         เมื่อมองดูจากสองกรณีนี้  ไม่ว่าจะความเป็นไปได้ในทางไหนเป้าหมายของศัตรูคือต้องการให้มีการส่งซานิวะมากวาดล้างแน่ๆ  และคาดว่าศัตรูคงมีเป้าหมายในการกำจัดซานิวะที่ถูกส่งมาอย่างแน่นอน

                         งั้นถ้าตัดความคิดในแง่ร้ายที่ว่ามีซานิวะเป็นไส้ศึก  สองเรื่องที่เด็กสาวคิดไว้ก็คงมีคความเป็นไปได้มากที่สุดล่ะนะสำหรับข้อสรุปตามหลักและเหตุผลจากเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด  และมีความเป็นไปได้ว่าสิ่งที่โอยาคิริพูดไว้จะเป็นจริงค่อนข้างสูง

                         "นี่คือสิ่งที่ผมคิดนะ  เพราะการกระทำของผมที่ผ่านมาทำการขัดขวางเขามาตลอด  ดังนั้นเป็นไปได้ว่าเขาเองก็อยากปิดฉากเรื่องของผมเช่นกัน  การไม่ย้ายหนีนอกจากจะทำได้ไม่สะดวกแล้วก็คงต้องการดึงให้ผมมาจบเรื่องยังที่แห่งนี้นั่นแหละ  อีกทั้งการเตรียมกำลังพลมากขนาดนี้ก็เสมือนเป็นการล่อให้ซานิวะคนอื่นต้องเร่งมาจัดการ  เพราะหากไม่รีบคงเป็นงานใหญ่หากจะเคลื่อนทัพจำนวนทั้งหมดบุกเข้าโจมตีในยุคสมัยหนึ่ง  ฉะนั้นไม่ว่ายังไงก็ต้องมีซานิวะมาเพื่อจัดการโยมิเหล่านี้แน่ๆ"

                         "ซึ่งสิ่งที่พวกเราจะทำก็ตรงกับที่พวกมันต้องการสินะ?"

                         ไอฮาเนะหัวเราะเหอะ  จะทั้งศัตรูก็ดีหรือฝั่งเราก็ดีต่างคิดอะไรไม่ต่างกันนัก  แต่เอาเถอะของแบบนี้จะวัดกันด้วยปริมาณคงไม่ได้หรอก  ยังไงก็มีเรื่องอื่นเป็นตัวแปรในการตัดสินชัยชนะเหมือนกัน

                         แต่ก็น่าตกใจเหมือนกันแหะที่โอยาคิริคิดอะไรในเชิงแบบนี้ได้ด้วย  เพราะที่เขาพูดออกมาก็ตรงกับสิ่งที่ไอฮาเนะคิดเช่นเดียวกัน

                         ทว่าการวางใจในเรื่องนี้ยังไวเกินไปนัก  ต่อจากนี้ต่างหากที่จะต้องคอยดูว่าศัตรูจะมีการเคลื่อนไหวอะไรแปลกๆหรือเปล่า

                         เด็กสาวยังไม่ตัดข้อสงสัยในเรื่องเดิมที่เธอคิดว่าน่าจะมีคนเป็นไส้ศึกออกไปเสียทีเดียว  ยังไงหากนี่คือสิ่งที่ศัตรูต้องการ  อย่างน้อยๆในบรรดาซานิวะทั้งหมดต้องมีการเคลื่อนไหวแปลกๆบ้างแหละ

                         และนั่นคือช่วงเวลาที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด  ยังไงก็ตามข้อสงสัยเกี่ยวกับไส้ศึกนั้นเธอยังไม่คิดจะบอกแก่โอยาคิริหรอก  ปล่อยให้เขาวุ่นอยู่กับการฝึกเป็นพอ

                         เมื่อคิดตัดสินใจได้แล้ว  ไอฮาเนะก็เริ่มเกริ่นถามข้อมูลที่อยากรู้ไปพลางขณะชี้นิ้วบอกเส้นทางว่าต้องเดินไปทางไหนต่อ

                         "ว่าแต่เรื่องการแทรกเเซงจิตเนี่ย?  คุณทำได้ไงเหรอ??"

                         เมื่อโดนถามตรงๆ  โอยาคิริก็ไม่ได้คิดปิดบังอะไรเพราะมองว่าไม่จำเป็นต้องปิดบังในเรื่องนี้

                         "สกิลโซลลิ้งของผมเอื้อประโยชน์ในจุดนั้นน่ะ  ซานิวะสายแบบผมทำหน้าที่ทั้งสนับสนุนและคอยสร้างความปั่นป่วน  อันที่จริงสกิลนี้มีประโยชน์สำหรับการเชื่อมโยงจิตไปยังดาบที่อยู่ห่างไกลน่ะ  โดยสามารถเชื่อมต่อความทรงจำหรือภาพเหตุการณ์ต่างๆและสามารถออกคำสั่งได้ในทันที  ว่าง่ายๆตราบที่จิตดาบกับผมเชื่อมถึงกันอะไรที่พวกดาบเห็น  ผมก็เห็นซึ่งนั่นทำให้ผมสามารถคิดตัดสินใจได้ว่าดาบแต่ละคนนั้นจะต้องทำยังไงต่อในสถานการณ์ที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าอยู่"

                         "ไม่มีปัญหาในการควบคุมเหรอ?"

                         "มันเป็นมุมมองผ่านสายตาดาบเป็นหลักน่ะซึ่งผมดูได้ครั้งละคนไม่ได้สามารถดูพร้อมกันทีเดียวหรอก  แบบนั้นก็ไม่ไหว  อีกอย่างประโยชน์ของสกิลนี้คือมันสามารถสื่อสารผ่านจิตได้ตลอดเลย  ซึ่งผมใช้ความสามารถตรงนี้คอยก่อกวนเขาอยู่  ส่งผลให้ตัวเขาคงวุ่นวายกับการหาทางสกัดกั้นผมน่ะนะ"

                         ทั้งสองหยุดการสนทนาไว้หลังจากก้าวมายังลานฝึกที่ถูกแอบซ่อนไว้ในถ้ำแห่งหนึ่ง  ซึ่งพื้นที่ทำเลมันค่อนข้างลึกพอควร  

                         ฮาจิสึกะและอุราชิม่าเดินตรงไปสำรวจพื้นที่ก่อน  ปล่อยให้สองซานิวะพูดคุยกันต่อ  พวกเขาเตรียมเช็คพื้นที่ให้เรียบร้อยก่อนรอคอยคำสั่งของเจ้านายนั่นเอง

                         โอยาคิริมองดูพื้นที่แล้วก็ค่อนข้างพอใจเพราะมันดูปลีกวิเวกและไม่สะดุดตานัก  ถึงจะไม่แน่ใจว่าพื้นที่เหล่านี้อยู่ห่างจากบริเวณที่ศัตรูอยู่กันมากแค่ไหนก็เถอะ  เอาไว้หลังเด็กสาวไปแล้วเขาลองสำรวจดูอีกรอบก็ได้

                         ไอฮาเนะเห็นดาบของอีกฝ่ายเริ่มสำรวจตรวจสอบก็หันกลับมาพูดต่ออย่างรวบรัด

                         "ฉันจะขอคุยกับคุณอีกครู่หนึ่งแล้วหลังจากนี้จะปล่อยให้พวกคุณฝึกกันแล้ว  ส่วนอุปกรณ์สำหรับดูอยู่ตรงมุมโน้น  มันจะทำงานพร้อมกับที่คุณกางเขตแดนเช่นกัน  เอาล่ะฉันจะถามอีกอย่างเป็นคำถามสุดท้าย  คุณเคยบอกว่าจับสัมผัสตัวตนของเขาได้  แล้วดาบนั่นจะไม่รับรู้การคงอยู่ของคุณเหรอ?"

                         "ตรงจุดนี้...ผมก็คิดว่ามันน่าแปลกนะ  พลังในรูปแบบของผมคือการซุกซ่อนตัวตนแม้ดาบนั่นจะเชื่อมโยงอยู่กับผมก็เถอะ  แต่คล้ายกับว่าการกลายเป็นดาบร่วงหล่นไปนั้นจะทำให้สูญเสียพลังในรูปแบบของผมไปด้วย  ทำให้แม้จะเชื่อมโยงกันและกัน  จิตของผมก็ยังหาตัวเขาได้แต่เขาจะหาผมไม่เจอน่ะ  อันนี้ผมก็งงๆนะแต่จากที่แล้วๆมาเขาก็หาตัวผมไม่เจอเลย  เว้นแค่ครั้งก่อนที่ผมไปสำรวจค้นหาเขาแล้วเขาโผล่มาก็เท่านั้นแหละ"

                         คงเพราะความสามารถของโอยาคิริคือการหลบซ่อน  พวกดาบภายใต้ปกครองก็ได้รับผลจากพลังนี้  แต่ดาบเล่มนั้นกลายเป็นดาบร่วงหล่นจึงไม่ถือว่าเป็นดาบของเขาอีกแล้วทำให้สูญเสียความสามารถนี้ไป  ทว่าตัวโอยาคิรินั้นยังคงสามารถเชื่อมโยงได้อยู่  

                         ซึ่งก็น่าแปลกเช่นกันแต่เอาเป็นว่าในเมื่อเขาทำได้ผลประโยชน์จึงตกเป็นของเขา  เพราะสิ่งที่ได้คือเขาสามารถรับรู้ตำแหน่งที่อยู่ ณ ปัจจุบันรวมทั้งยังสามารถสร้างความปั่นป่วนให้ได้เรื่อยๆถือเป็นการปิดกั้นการวาร์ปหนีของดาบนั่นไปในตัว  ทว่าอีกฝ่ายที่เป็นดาบกลับไม่สามารถค้นหาตัวตนของอดีตนายได้จึงเสียประโยชน์ในเรื่องนี้พอควร  ดังนั้นทางเลือกที่เหลือก็คือรอคอยให้อดีตเจ้านายมาปรากฏตัวเบื้องหน้าเพื่อทำการปิดฉากนั่นเอง

                         ไอฮาเนะคิดถึงความเป็นไปได้แล้วก็ยอมรับว่าหลายอย่างสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เธอจับสังเกตอยู่จึงไม่ได้พูดอะไรต่อ  เธอเริ่มให้คำแนะนำการฝึกเล็กน้อยและสอนการดูอุปกรณ์  โดยย้ำเตือนว่าหลังจากนี้คือการบริหารกันเองของพวกเขา  จะฝึกกันยังไงก็ได้แล้วแต่ทว่าจำไว้แค่ว่าห้ามให้ศัตรูรับรู้สถานที่ฝึกอย่างเด็ดขาด  เพราะหากรู้และคิดว่าโดนบุกจนรับมือไม่ไหวแล้วตรงทางด้านหลังของลานฝึกจะมีวงอาคมสำหรับเคลื่อนย้าย  สามารถทำการเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ฝึกซึ่งไอฮาเนะคอยดูแลอยู่ได้ 

                         "ถ้าสมมติโดนบุกและศัตรูรุกเข้ามาในที่แห่งนี้แล้ว  คุณก็รีบเผ่นไปที่วงอาคมเคลื่อนย้ายให้เร็วที่สุดพร้อมดาบละกัน  เพราะเมื่อพวกคุณวาร์ปไปยังอีกที่แล้วฉันจะทำลายที่แห่งนี้ทิ้งไปเสีย"

                         "นี่เธอยัดระเบิดไว้เหรอไง"

                         "ก็ดีกว่าให้มันมาตรวจสอบอะไรเพิ่มเติมนี่นา  สู้ระเบิดไปเถอะยังไงก็แค่ทำให้บาดเจ็บ  โยมิไม่ได้ตายง่ายเพราะการระเบิดเสียหน่อย"

                         เธอตอบเพียงแค่นั้นก่อนปล่อยให้โอยาคิริจัดการต่อที่เหลือ  ก่อนจะเผ่นกลับมายังสถานที่ฝึกแรกซึ่งยะเก็นรอคอยอยู่แล้ว

                         "ท่านไอ ! ศัตรูกำลังกระจายกำลังค้นหาพวกเราขอรับ!"  ฟังจากน้ำเสียงที่ดูกังวล  ไอฮาเนะก็ยังไม่มีท่าทีทุกข์ร้อน  เธอปล่อยให้ยะเก็นนำพาเธอไปดูยังวงอาคมที่แสดงผลการเคลื่อนไหวของทัพโยมิที่รวมกันเป็นกระจุกเล็กๆอยู่กระจัดกระจาย

                         ไอฮาเนะที่เห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าหงึกหงัก  ก่อนชมเชย  "รู้ตัวไวดีนี่นา  ไม่เลวเลยนะ  ว่าแต่ใช้เหยื่อล่อไปรึยัง"

                         "ข้าจัดการแล้วขอรับ  ตอนนี้เหยื่อล่อได้เริ่มทำการเคลื่อนย้ายตัวเองหลอกล่อโยมิหลายกลุ่มอยู่ขอรับ  แล้วท่านจะทำเช่นใดต่อหรือ?"  ยะเก็นเอ่ยถามอย่างกังวล  แต่เขาไม่ได้กังวลเรื่องเหยื่อล่อหรอกนะ  เขาค่อนข้างกังวลหากศัตรูจะรับรู้ถึงสถานที่ฝึกซึ่งนายสาวได้สร้างหลบซ่อนเอาไว้ต่างหากล่ะ

                         เห็นสีหน้าทันโทวจอมขรึมแล้ว  ไอฮาเนะก็หัวเราะเล็กน้อยก่อนบอกให้เขาไปฝึกซ้อมต่อด้วยท่าทางไร้ความตึงเครียด  

                         "ไม่ต้องห่วงหรอก  เดี๋ยวฉันจะควบคุมพวกชิคิกามิต่อเอง"



                         ทัพของโยมิกำลังเคลื่อนพลรุกไล่ดาบคนหนึ่ง  ซึ่งกำลังวิ่งหนี  ก่อนจะเห็นเงาร่างของทันโทวและอุจิคาตานะที่ยืนรอคอยอยู่ไม่ห่างกันนัก

                         สองดาบนนั่นมีสีหน้าตกใจก่อนจะรีบหันกลับไปแล้วออกวิ่ง  พร้อมกับที่ดาบคนแรกซึ่งโดนไล่ติดตามจะเร่งฝีเท้ามากกว่าเดิม

                         ฟากศัตรูเองก็ไล่ตามอย่างไม่ลดละ  หมายมั่นจะสังหารหนึ่งในดาบทั้งสามเสียให้ได้

                         แต่แล้วจู่ๆดาบคนแรกสุดก็เอี้ยวตัวกลับมาแล้วซัดบางอย่างเข้าใส่หน้าพวกมัน

                         ปุ้ง!

                         เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นเล็กน้อยก่อนควันจำนวนมากจะปรากฏขึ้นบดบังภาพเบื้องหน้า  พร้อมกับที่เสียงฝีเท้าก็หายวับไป

                         หนึ่งในโยมิที่เป็นยาริยกศาสตราตัวเองขึ้นแล้วเหวี่ยงฟาดไปเบื้องหน้าด้วยพละกำลังเกือบทั้งหมด  ผลจากการเหวี่ยงอาวุธออกไปทำให้ควันที่เกิดขึ้นถูกลมจากแรงเหวี่ยงพัดหายไปหมด...พร้อมกับที่โยมิที่เหลือจะพร้อมตั้งรับการโจมตี...

                         ทว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าพวกมันคือความว่างเปล่า  เหล่าโยมิกำลังงุนงงต่อสถานการณ์  พวกมันเริ่มคลายตัวกันสำรวจบริเวณโดยรอบเพราะคิดว่าพวกดาบน่าจะหลบซ่อนตัวอยู่

                         แต่ก็ไม่พบอะไรเลย...

                         ขณะที่อีกฟากด้านหนึ่งทัพโยมิขนาดสามสิบกว่าตัวก็รีบเคลื่อนพลเพื่อไล่ตามดาบอีกจำนวนหนึ่งเช่นกัน  ทว่าพวกมันต้องแบ่งแยกย่อยกันกระจัดกระจายอีกครั้งเพราะกลุ่มดาบที่กำลังวิ่งหนีนั้นทำการแยกกันหลบหนีไปสามทาง  ส่งผลให้พวกมันต้องแบ่งทัพออกเป็นสามทัพเพื่อไล่ติดตามให้ได้นั่นเอง

                         กระนั้นผลลัพท์ที่ได้ก็ไม่ต่างกันนักคือไล่ตามต่อไปไม่ได้   ทว่าครั้งนี้โยมิที่อยู่หลังสุดกลับโดนบางอย่างพุ่งเข้าโจมตีด้วยความเร็วอันน่าตกใจ  โยมิที่เหลือหันขวับแล้วรีบควานหาศัตรูที่ลอบโจมตี

                         แต่ก็...

                         ฉับ..

                         สามร่างของโยมิในทัพสลายหายไปเพราะโดนเพลิงสีขาวเผาไหม้จนไม่เหลือซาก  

                         โยมิที่เหลือเริ่มลนลาน  แต่ไม่ช้า  วากิซาชิสองร่างก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับวาดฟันดาบจัดการพวกมันอย่างรวดเร็ว...




                         กระเรียนดำเริ่มรู้สึกเดือดดาลหลังพบว่าทัพที่ถูกส่งออกไปตามล่ามีบางส่วนโดนโจมตี  และมีบางส่วนไม่สามารถไล่สังหารดาบที่กำลังหลบหนีไปได้  

                         "ไอ้พวกไม่ได้ความ!!!"  มันตะคอกด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว  ร่างสูงหัวเสียอย่างถึงที่สุด  แม้ปริมาณที่ถูกสังหารจะไม่มากแต่การโดนลอบโจมตีแบบนี้มันทำให้รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

                         "ส่งทัพออกไปเพิ่ม  ตระเวนหาทุกพื้นที่!!"

                         มันไม่เชื่อหรอกว่าศัตรูจะลอบโจมตีไปได้ตลอด  ถ้าเเพิ่มจำนวนให้มากขึ้นการจะลอบโจมตีไม่อาจทำได้ตลอดเป็นแน่

                         ทว่า

                         ตูม!

                         ทันใดนั้นเองเสียงระเบิดก็ดังก้องขึ้นตรงบริเวณแนวหน้าการรบตรงทิศตะวันตก  กลุ่มควันจากแรงระเบิดลอยปรากฏให้เห็นแก่สายตา

                         "พวกมันคิดจะบุกเลยรึ!?" 

                         ร่างในอาภรณ์สีดำคิดไม่ตกว่าการบุกโจมตีของซานิวะอะไรมันจะเร็วปานนี้?  ทั้งที่นึกว่าจะส่งมาสำรวจหรือหยั่งเชิงแท้ๆ  แต่นี่เล่นบุกเลยจริงๆน่ะหรือ?

                         "ชิ...ยกเลิกคำสั่งก่อนหน้า!  สั่งให้ทัพที่ออกไปรอบแรกลาดตระเวนต่อไปและพยายามสังหารศาสตราที่ปรากฏขึ้นมาให้ได้!  ส่วนทัพที่จะออกไปช่วยนั้นไม่ต้องไป!  ให้กลับมาอยู่ประจำที่แทน!  แล้วเสริมกำลังรบในทิศที่ถูกโจมตี ! พร้อมกับเพิ่มความระวังขึ้นมากกว่าเดิมเท่าตัว!"

                         มันสั่งเสียงเฉียบด้วยแววตาเคร่งเครียด

                         การบุกนี่ชักจะไวเกินกว่าที่ได้ยินมา  ยังไงก็ตามศัตรูคงคิดจะบุกตอนกลางคืนเป็นแน่...

                         ร่างสูงคิดอย่างเคร่งเครียด  ขณะเริ่มตั้งใจรอคอยการบุกโจมตีอย่างเต็มที่

                         ก็ดี  บุกมาเลย  ทางนี้ก็รอเตรียมพร้อมรบเหมือนกัน!




                         ไอฮาเนะยิ้มละไมหลังเห็นการเปลี่ยนแปลงแนวรบ  เธอหัวเราะคิกคักราวกับคนบ้า  หลังพบว่าศัตรูไม่ส่งกำลังเสริมออกมาสมทบกับทัพที่ถูกส่งมาสำรวจอีกแล้ว

                         "อืม  คงคิดว่าจะบุกโจมตีล่ะสินะ  คิดแบบนั้นก็ดีจ้ะพ่อนกตกถังสี  ยังไงคืนนี้นายก็นั่งถ่างตารอเก้อไปเลยนะฉันไม่บุกหรอกเฟ้ย!"

                         แน่นอนว่าเธอหลอกพวกมัน...

                         ใช่  หลอก...เธอใช้เหยื่อล่อในการหลอกล่อพวกโยมิให้วิ่งไปตามเส้นทางที่เธอต้องการนั่นเอง

                         เหยื่อล่อที่ว่าก็คือชิคิกามินั่นแหละ  ไอฮาเนะสร้างพวกมันเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว  จนเมื่อรู้ว่าศัตรูกำลังออกค้นหา  ยะเก็นที่ได้รับคำสั่งให้จับตาดูก็เริ่มส่งสัญญาณให้ชิคิกามิที่เด็กสาวซ่อนไว้ยังจุดต่างๆเริ่มทำการเคลื่อนไหวเพื่อทำหน้าที่หลอกล่อ

                         เป้าหมายคือให้ศัตรูคิดว่าพวกตนส่งกำลังพลมาตรวจสอบและเมื่อพบกับโยมิแล้วจึงได้พยายามหลอกล่อให้ถอยออกมาแล้วทำการสังหารเสีย

                         ในวงอาคมที่แสดงผลเป็นเสมือนจอเรดาห์ระบุตำแหน่งชิคิกามิเหยื่อล่อและกลุ่มโยมิได้เป็นอย่างดี  

                         ไอฮาเนะที่กลับมาควบคุมใช้การหลอกล่อให้พวกศัตรูเสียเวลาเล็กน้อยก่อนจะให้พวกชิคิกามิใช้ระเบิดควันเพื่ออำพรางตัว  ก่อนเธอจะสลายพวกเขาให้กลับเป็นเศษกระดาษแล้วทำลายทิ้งไปไม่ให้เหลือซาก  ทั้งนี้ก็เพื่อให้ศัตรูคิดว่าพวกตนหลบหนีโดยการใช้ระเบิดควันก่อนจะวาร์ปกลับนั่นเอง

                         เหตุที่ทำแบบนี้ก็เพื่อเป็นการทดสอบความสงสัยของเธอไปในตัวด้วยว่าศัตรูอย่างเจ้าดาบนั่นจะมีความสามารถแยกแยะชิคิกามิกับดาบได้หรือไม่  ซึ่งเท่าที่ดูก็เหมือนจะแยกแยะไม่ได้

                         อีกทั้งเพราะเธอไหว้วานให้มีคนออกมาช่วยงาน  ดังนั้นบางจุดที่โยมิออกสำรวจก็จะจ้ะเอ๋กับทัพที่เธอสั่งงานเอาไว้ซึ่งก็ไม่มีปัญหา  ไอฮาเนะใช้ชิคิกามิเหยื่อล่อแบ่งแยกพวกมันให้มีจำนวนลดน้อยลงแล้วค่อยส่งไปให้พวกดาบจัดการ

                         ซึ่งก่อนหน้านี้เธอได้มอบอุปกรณ์สื่อสารที่คิดค้นขึ้นได้ให้พวกดาบไว้ใช้งาน  โดยอุปกรณ์นี้จะทำการลงอาคมให้เชื่อมโยงกับอีกอุปกรณ์หนึ่งซึ่งรูปแบบของมันก็เลียนแบบมาจากวิทยุสื่อสารนั่นเอง  ทำให้ยามที่สังเกตเห็นโยมิกำลังรุกหน้าไปยังพื้นที่ซึ่งพวกดาบอยู่  ไอฮาเนะก็แค่กรอกคำพูดใส่อุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายปริซึ่มขนาดเล็ก  และคำพูดนี้จะส่งตรงไปยังเหล่าดาบที่ถืออุปกรณ์แบบเดียวกันอยู่  โดยจะมีการแจ้งเตือนเป็นระบบสั่น  เมื่อพวกดาบรับรู้แล้วก็แค่แตะสัมผัสกับอุปกรณ์  แล้วหลังจากนั้นคำพูดที่ส่งไปก็จะถูกถ่ายทอดออกมาให้ได้ยิน  

                         ทั้งนี้พวกดาบเองก็สามารถส่งข้อความรายงานผลมาได้ด้วยเช่นกัน  ทำให้การสื่อสารระหว่างพวกตนจึงดำเนินไปได้ด้วยดี  และพวกเขาก็สามารถตั้งรับการโผล่มาของโยมิได้อย่างฉับไวอีกด้วย

                         แต่เพราะกลัวว่าการโผล่มาหลอกล่อแบบนี้เรื่อยๆอาจทำให้ศัตรูส่งทัพออกมาเสริมอีก  ทางเลือกที่ไอฮาเนะจะทำต่อไปก็คือส่งชิคิกามิตัวหนึ่งที่มียันต์ระเบิดไปโจมตี  โดยที่เธอสร้างจำลองให้เป็นหมาป่าแทนร่างเสมือนของพวกศาสตรา  ก่อนที่เด็กสาวจะออกคำสั่งให้ชิคิกามิที่มียันต์ระเบิดวิ่งพุ่งตรงไปยังศัตรูก่อนทำการระเบิดร่างทันที

                         ความรุนแรงของการระเบิดนั้นถือว่ายังน้อยแต่เน้นเสียงดังเป็นหลัก  แน่นอนว่ามันสร้างความเสียหายหรือทำให้โยมิตายไม่ได้  กระนั้นเป้าหมายหลักของมันก็คือการทำให้ศัตรูคิดว่าพวกตนจะต้องบุกโจมตีแน่ๆ  หลังเห็นพวกมันส่งกำลังพลออกค้นหา  ไอฮาเนะต้องการให้ศัตรูคิดว่าพวกตนนั้นต้องการดึงกำลังพลของพวกมันให้กระจายตัวออกไปรอบนอกเพื่อหาช่องโหว่แล้วบุกเข้ามาในจังหวะนี้นั่นเอง

                         ดังนั้นความเป็นไปได้คือศัตรูจะยกเลิกการส่งทัพออกไปสำรวจเพิ่มแล้วสนแค่การตรึงกำลังไว้เตรียมตั้งรับมากกว่า

                         ซึ่งก็ตรงตามที่คิด  ไม่มีการส่งกำลังเสริมออกไปเพิ่มจริงๆ...

                         ดวงตาสีชาดจ้องมองการเคลื่อนไหวของศาสตราตนเองที่ปรากฏบนวงอาคมแสดงผลแล้วยิ้มกริ่ม  ยิ่งเห็นจุดสีแดงหายวับไปทีละจุดสองจุดก็ยิ่งยิ้มร่า  เด็กสาวกำลังหวนนึกถึงใบหน้าเจ้าดาบที่หายหัวไปนานแล้วหัวเราะอย่างสนุกสนาน

                         หึ....คิดจะเล่นเกมส์ strategy  (  แนววางแผนการรบ  )  กับฉันน่ะยังเร็วไปล้านปีเฟ้ยเจ้านกตกถังสี...





*********************************************************************************************************

-  เขากลับมาแล้วนะคะคุณนกตกถังสีหลังหายไปอย่างยาวนาน  เปิดมาตอนแรกก็เจอแจ๊คพอตเลยทีเดียว

-  นายจะระแวงแต่พ่อจืดจางที่เป็นนายเก่าอย่างเดียวไม่ได้นะจ้ะ  ลืมอดีตยามที่นายเจอหน้าไอฮาเนะไปแล้วหรือ?  จบไม่เคยสวยเลยสักครั้งเดียวนะนาย...

-  รอบนี้กระเรียนดำก็น่าสงสารเหมือนเดิมค่ะ  นี่ยังไม่เปิดฉากบุกเฮียก็โดนไอฮาเนะแกล้งอีกแล้ว  ไม่ต้องพูดถึงตอนเปิดฉากบุกจริงๆเลยค่ะว่าพี่แกจะประสาทเสียมากขนาดไหน

-  ตอนหน้าจะบุกกันแล้วนะจ้ะ  ใบ้ให้นิดหนึ่งสำหรับแผนการบุกนั้นจะใช้สกิลของสองซานิวะเป็นหลักค่ะ อิอิ...





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

719 ความคิดเห็น

  1. #405 §INERZIA§ (@kazegawaminto) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 04:26

    โดนแกล้งอีกแล้ว โผล่มาทีไรไม่เคยตามไอฮาเนะทัน5555 เป็นดาบที่แปดเปื้อนนี่ขอบตาคล้ำได้ไหมนะ ถ่างตาต่อไปนะจ้ะ <3

    ปล. ถึงจะรู้ก็เถอะว่ายังไงไอก็รับมือได้ แต่ตอนนี้เท่ากับนางเผยไต๋ครึ่งนึงของตัวเองให้อีก2ซานิวะรู้เลยนะเนี่ย ทั้งพวกอุปกรณ์ตั้งต่าง วิธีรบ หรือการจะอัพพลัง กับโอยาคิรินี่ไม่เท่าไหร่หรอกหมอนั่นมันซื่อ แต่กับโยชิโนริที่คบกันด้วยผลประโยชน์นี่ ไม่ค่อยอยากให้รู้เลย555 แบบยังไงนางก็ไว้ใจไม่ได้อ่ะ

    ปลล. โอยาคิรินี่ซื่อ และดีเกินไปจนไม่น่ามาอยู่ในดงซานิวะพวกนี้ได้เลยนะเนี่ย แบบหนูลูกก จะเป็นตัวหมากให้เขาจับเดินตลอดไม่ได้เน้อ แต่ก็เพราะซื่อๆไม่ค่อยลอบกัดแบบนี้แหละนะ ถึงได้รู้สึกไว้ใจได้ว่าไม่น่าจะหักหลังกัน เว้นเสียแต่เจ้าตัวจะซื่อจนไปเผยไต๋ให้คนอื่นเขาเก็บเกี่ยวข้อมูลเอา จนทำแผนไอล่มแบบไม่รู้ตัวน่ะนะ

    #405
    0
  2. #402 Yamabuki no Ryoki (@bunthitap504) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 10:57
    สนุกมากกกกกกก แต่ละตอนยาวถูกใจ ภาษาก็ดี การบรรยาย/พล็อตเรื่องก็ดี อ่านยาวๆรวดเดียวเลยค่ะ เล่นเอาน็อคคาโทรศัพท์เลยทีเดียว 5555555
    #402
    0
  3. #401 Llewellyn (@valkyre) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 12:11
    ชอบความปั่นหัวกระเรียนดำ แง้5555555555555

    ออกมาทีไรโดนปั่นซะเละทุกทีเลยรู้กก เอ็นดูฮือ555555555555
    #401
    0
  4. #400 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 09:13
    หญิงโยด่าได้ตรงใจมากเลยค่ะ โง่ว5555555 ชายจืดจะซื่อและบื้อไปถึงไหนคะเนี่ย แต่ชอบที่ชายจืดทำการก่อกวนเกรียนดำนะคะ อารมณ์สตอกเกอร์รังควานขั้นสุด555555 ถึงเกรียนดำจะดูแพ้ทางน้องไอแต่เราก็ยังไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่ สงสัยอีนายใหม่เกรียนดำมากเลยค่ะ ใครแววว้ ถ้าเป็นพวกซานิวะที่เหลือก็แย่เลย หรือจะเป็นพี่ชายจืดที่บอกว่าป่วย? ก็ดูเป็นไปได้นะคะ แผนกงแผนการดูรัดกุมอยู่ แถมน้องไอเคยเปรยๆไว้ด้วยว่าถ้าต้องไฟว์กับนางก็ไม่แน่ใจเรื่องการชนะ

    ชอบบรรยากาศของหญิงโยกับน้องไอยังเลยค่ะ คนรู้ทันกันนี่คุยกันง่ายจริง55555 ตอนนี้น่าจะเป็นการขายตรงบายน้องไอ ฉบับการเตรียมรบสินะคะ555555 ส่วนเกรียนดำก็โดนปั่นหัวไปตามระเบียบบบ แล้วตอนหน้าจะเริ่มรบกันรึยังคะเนี่ย (สงสัย) น่าจะหลังตอนหน้ารึเปล่านะ แต่ยังไงเราก็รอไรท์อยู่เสมอค่าาาา
    #400
    0
  5. #399 paiwarn254800 (@paiwarn254800) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 03:51

    เออ​ อันนี้แค่สงสัเฉยๆนะค่ะ​ คือคิดว่าที่นกตกถังสีพูดว่าเจ้านายคนใหม่​ มีความเป็นไปได้ว่าเป็นหนึ่งใน 2​ ซานิวะ​ หรือว่าพี่ของโอยาคิริ(ซึ่งจำชื่อไม่ได้)​รึเปล่าต่ะ


    เออ​ อันนี้แค่สงสัยจริงๆค่ะ​

    #มโนไปเลื่อย

    #นกตกถังสีหัวร้อนมาก

    #399
    0
  6. #398 TanareeSrirabai (@TanareeSrirabai) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 23:19
    55555ชอบจังปั่นหัวศัตรูอ่านไปขำไปไอนกตกถังสีหัวร้อนใหญ่เลย5555555เจอหนักเวลาสู้กับไอฮาเนะที่ไรจบไม่เคยสวยล่าสุดก็เละตุ้มเป๊ะรอบนี้คงตายไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแล้วมั้งเนี่ย ซึ่งตอนนี้ก็ยังรำคาญกับความโง่ของโอยาคิริอยู่เหมือนเดิมแต่เราโคตรขำตอนโยชิโนริแอบด่าโอยาคิริว่าโง่โคตรฮา5555ด่าใกล้ๆยังไม่ได้ยิน///รีบมาต่อนะอยากอ่านฉากบุกแล้วววววววจะอลังขนาดไหนเนี่ยเพราะฉะนั้นไรท์อย่าหายไปนานนะเราทนความอยากอ่านไม่ด้ายยยยยยยตอนเช้าจรดเย็นเรายังรอไรท์มาอัพทุกวันรอยันตี1บางวันไรท์ไม่มาอัพฮรืออออออเศร้าอย่าหายไปนานนะไรท์คิดถึง
    #398
    0
  7. #397 Porsuankularb (@Porsuankularb) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 23:15
    R. I. P เจ้านกตกถังสี.....
    โผล่มาทั้งทีแทนที่จะดีไม่วายโดนแกล้งอีกแล้ว กี่รอบๆ ก็ทำเอาประสาทแทบแตกตลอด 555+
    ปล.ไอฮาเนะจ้ะ บางที่เธอก็ใจร้ายกับพ่อถังสีเกินไปน้าาาา~
    #397
    0