ตอนที่ 17 : { บทที่ 15 : Night Party }

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 690
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 มิ.ย. 60

{ บทที่ 15 : Night Party }

 

วันเวลาเร็วเหลือเกิน รู้สึกว่าเพิ่งนั่งเรียนในห้องเช้าวันจันทร์เมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาอยู่เลย เผลอแป๊บๆ มานั่งในห้องตัวเองให้มีเรียลแต่งสวยเตรียมไปงานเย็นวันอาทิตย์หลังสอบไฟนอลเสร็จซะแล้ว


“เสียดายผมวีร่าจังเลย ไม่น่าตัดเลย” มีเรียลงอแงเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ฉันคืนเงินนางซึ่งเป็นครั้งแรกที่เธอเห็นลุคใหม่ของวีร่าโลกนี้ นางเอาแต่ลูบๆ คลำๆ ผมฉันราวกับปลุกเสกให้มันยาวขึ้นเร็วๆ


“ผมสั้นก็สบายดีนะ”


“ถ้าวีร่าพูดอย่างนั้น...” ถึงคำพูดจะดูเหมือนโอเคแล้ว แต่สีหน้าเธอขัดชัดเจน


จริงสิ! ลองถามมีเรียลดีกว่าว่าโลกนี้ มีคอนแทคเลนส์หรือเปล่า ทว่าไม่รู้ว่าภาษานี้มันเรียกยังไง ลองอธิบายลักษณะมันดูละกัน


“มีเรียล มีวิธีรักษาสายสั้นโดยไม่ต้องใส่เจ้านี้ไหม” ฉันว่าพลางชี้แว่นตาที่วางบนเตียงนอน


“เลนส์หรอ”


“ที่ใส่เข้าไปในตาแล้วทำให้มองเห็นหรือเปล่า”


“ก็ใช่นะ แต่วีร่าไม่ต้องใส่หรอก”


“ทำไม”


“เพราะฉันไม่อยากให้ใส่” มีเรียลเอาแต่ใจก่อนจะลุกจากเตียงหลังแต่งหน้าให้ฉันเสร็จ


ฉันหยิบแว่นมาใส่ตามเดิม แล้วหันไปดูกระจกตรงโต๊ะเครื่องแป้ง กระจกบานขนาดกลางสะท้อนภาพทั้งตัวฉันได้ เพราะมุมตกกระทบที่พอดี เดรสสีชมพูหวานกับผ้าคลุมไหล่ขนสัตว์สีขาวที่มีเรียลจัดหาให้ อีกทั้งฝีมือการแต่งหน้าของเธอ ก็ไม่ทำให้วีร่าโลกนี้ดูสวยขึ้นมาเท่าไร มันก็ดูดีกว่าเดิมนะ แต่ก็ไม่โดดเด่นอะไร เป็นเพราะแว่นตาหนาๆ นี่หรือเปล่านะ ที่บดบังดวงตาและใบหน้า จึงไม่สามารถดึงความงามออกมาได้หมด


 ช่างเถอะ! งานนี้มันแค่ฉลองก่อนจบเทอมเท่านั้น


 

ปาร์ตี้ครั้งนี้ถูกจัดอย่างดีประดุจงานรื่นเริงในพระราชวงศ์ที่เห็นบ่อยๆ ทางละครทีวี สถานที่แห่งนี้มีความละม้ายคล้ายคลึงกับคฤหาสน์เทพนิยาย ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินขวักไขว่ทำความรู้จักกันอย่างคึกครื้น ส่วนเจ้าหญิงอย่างฉัน...ก็ยืนมาดนิ่งทอดสายตามองสิ่งต่างๆ ตรงหน้าต่างบานยักษ์


แน่นอน เจ้าหญิงย่อมมีเจ้าชายเข้าหาเสมอ...


หนึ่ง...


“ไม่น่าเชื่อ แต่งขนาดนี้ ยังไม่สวยขึ้นเลย” องค์รัชทายาทลำดับที่หนึ่ง เจ้าชายเซียผู้ใจบุญสุนทานต่อสัตว์ รับเลี้ยงไว้เพียบ


“ไปไกลๆ” เป็นสาวงามต้องสงวนท่าที ไม่ปล่อยตัวปล่อยใจกับท่านชายใดๆ


สอง...


“วีร่า ฉันเอาเครื่องดื่มมาให้” องค์รัชทายาทลำดับที่สอง เจ้าชาย ไม่สิ เจ้าหญิงมีเรียลยื่นแก้วใส่น้ำส้มให้ เหตุที่นับนางเป็นเจ้าชาย เพราะเธอเทคแคร์ฉันดีกว่า...


เหล่มองเซียเล็กน้อย


บรรดาชายฉกรรจ์เสียอีก


และสาม...


“วีร่า” องค์รัชทายาทลำดับที่สาม เข้าหาด้วยสีหน้าเศร้าๆ ปนเปกับความไม่เข้าใจ


“อ้าว! คีย์” มีเรียลหันไปยิ้มให้กับผู้มาใหม่ ทำสำเร็จแล้วนะ ไม่จำเป็นต้องตีหน้าเศร้าเข้าหาฉันหรอก


“ขอคุยหน่อยได้ไหม” คีย์ยังคงดันดุรังจะพูดกับฉัน ช่วงเวลาที่ผ่านมาบอกเลยว่าเมินหมอนี่ทุกโอกาส แม้เขาจะเดินมาคุยด้วย ฉันก็ตีหน้านิ่งเดินผ่านร่างสูงไป


“งานนี้มันเลิกกี่โมง” เป็นอีกครั้งที่ทำเขาเหมือนอากาศ


“เริ่มสี่โมงเย็นถึงสี่ทุ่มจ้า” มีเรียลบอกข้อมูลเสร็จสรรพ ถ้าไม่เป็นข้อบังคับของสถานศึกษาว่าต้องเข้าปาร์ตี้นี้อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตเรียนก่อนจบ ฉันก็ไม่มาหรอก เห็นอย่างนี้ก็เป็นพวกที่เคร่งครัดเรื่องกฎระเบียบนะ จริงๆ ให้วีร่าโลกนี้เข้าร่วมเอง น่าจะดีกว่า ทว่าอีตาไทคะยั้นคะยอให้มาเหลือเกินโดยอ้างเหตุผลว่าวีร่าโลกนี้ขี้อาย ไม่กล้ามางานแบบนี้หรอก อยากจะถามตอกกลับว่า มันใช่เรื่องของฉันไหม? ’


 “กลับก่อนได้ไหม” พอเซียเอ่ยถาม ก็สะกิดความคิดเกี่ยวกับหมอนี่ขึ้นมาทันที


“คิดว่าไม่ได้นะ นายก็หลบๆ หน่อยแล้วกัน ยังไงมันก็บังคับให้มาอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ทำให้จบๆ ไปเถอะ” มีเรียลตอบน้ำเสียงแผ่วเบา แต่คำของหล่อนทำให้รู้ว่า เธอทราบเรื่องที่เซียจะเปลี่ยนเป็นเอลฟ์ตอนสองทุ่ม สนิทกันขนาดนั้น คงไม่แปลกหรอก


“สวัสดีคร้าบบ” พิธีกรเริ่มเปิดงานยามถึงกำหนด ทุกคนซึ่งกระจัดกระจายตามซอกมุมต่างๆ พากันทยอยสู่จุดกึ่งกลางของงาน


ถัดจากพิธีเปิด พวกเราก็ต้องไปแสกนไอดีการ์ดเพื่อยืนยันการเข้าร่วมงาน ซึ่งขั้นตอนนี้จะทำสองครั้ง ตอนเปิดงานกับหลังปิดงาน แถมมีคนคอยคุมไม่ให้แสกนบัตรสองใบ กรณีเพื่อนไม่มาแต่ฝากทำ รัดกุมดีจริง ไม่ให้เด็กลักไก่เลย


จบจากทางนี้ อยู่ๆ อีคีย์ก็จูงมือฉันลากไปมุมเงียบสงบของตึก แน่นอนว่าขัดขืนแล้ว ทว่าแรงไม่มากพอ


“ปล่อยได้แล้ว” ครั้งอยู่ด้วยกันสองต่อสองฉันก็แผดเสียงพลางสะบัดมือเขาออก


“เธอเมินฉันมาหลายอาทิตย์แล้วนะ มีอะไรหรือเปล่า” เขาเริ่มประเด็น


“ไม่มี”


“จะไม่มีได้ไง! ก็เห็นๆ อยู่ว่าเธอพยายามหลบหน้าฉัน ไม่ยอมคุย เดินหนีตลอดเวลา” คีย์ขึ้นเสียงสร้างความฉุนเฉียวแก่ฉันมาก ฝ่ายที่ควรโกรธคือทางนี้ไม่ใช่หรือไง


“จะให้บอกจริงๆ ใช่ไหม” ดวงตาที่มองเลยร่างคีย์ ตวัดขวางขึ้นสบเข้ากับนัยน์ตาเขา หมอนั่นไม่พูดอะไรต่อ เพียงแต่พยักหน้า


“นายควรเอาเวลาง้อฉัน ไปจีบมีเรียลดีกว่าไหม” ประโยคนี้ถูกเปล่งออกไปทำให้อีกฝ่ายเบิกตากว้าง กลืนน้ำลายดังอึก


“เธอรู้หรอ ใครบอกเธอ” คีย์ว่าอย่างลนลาน


“ฉันไม่ได้โง่นะ” ว่าแล้วก็เดินหนีมาก่อนที่หมอนั่นจะเริ่มแก้ตัว


“ไม่ใช่นะวีร่า ม..ไม่สิ ตอนแรกมันก็ใช่ แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกันนะ” เสียงคีย์ก้องตามทางเดิน ขณะที่ฉันพยายามกลั้นน้ำตาพลางเดินห่างเขาไปเรื่อยๆ


 

ฉันยืนเท้าแขนอยู่ตรงระเบียงเพื่อรับลมอ่อนๆ หวังลืมเรื่องราวไม่ดีๆ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่สัปดาห์ ก็ยังฝังใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกมันบอบบางขนาดนี้เลยหรอ... เฮอะ! ก็น่าจะรู้ตัวตั้งแต่ตอนนั้นแล้วนี่นา ไม่มีใครต้องการฉัน นอกจากพ่อแม่ซึ่งพวกท่านก็ไม่อยู่เป็นที่พักพิงอีกต่อไปแล้ว


“เจ้า” เสียงเรียกทำลายความเงียบสงบดังขึ้น ทำให้ฉันพลิกตัวเผชิญหน้า


“อะไร” เสียงเข้มบ่งบอกความไม่ไว้ใจและกำลังระแวงคนตรงหน้า


อยู่ๆ สายตาก็เลื่อนเลยผ่านชายสูงโปร่งเจ้าของนัยน์ตาสีอำพันสุดพิศวงตัดกับเรือนผมสีน้ำตาล โดยรวมแล้วดูสง่าและภูมิฐาน มายังบุคคลข้างหลังเขา คนๆ นั้น


คนที่ยืนอยู่ซอกหลีบระหว่างผนังกั้นห้องกับบันไดวนในตึกเรียนไดมอนแกรนด์*


“หึ!” บุคคลตรงหน้าหัวเราะในลำคอทำให้สายตากลับมาโฟกัสที่ร่างภูมิฐาน “ครั้งเจ้าก้าวสู่บันไดระดับ SS จงมาเป็นชายาของข้าซะ” กล่าวพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก แล้วเดินหายลับไปโดยมีชายคนนั้นตามประกบหลัง


อะไร โรคจิตหรอ?


 

เวลาล่วงเลยมาเนิ่นนาน งานรื่นรมย์นี้ไม่มีทีท่าว่าจะจบเสียที สิ่งที่บันเทิงสำหรับฉันมากที่สุด คือ อาหารบุฟเฟ่สุดหรูกินได้ไม่อั้น ไม่อั้นอุจจาระเนี่ยแหละ!


Ouch! ท้องไส้ฉัน


ร่างอวบอ้วนนั่งปลดปล่อยความทุกข์บนชักโครก ก่อนจะมีเสียงแมลงหวี่แมลงวันเล็ดลอดผ่านเข้าหู


 “แก เห็นยัยอัปลักษณ์นั่งร่วมโต๊ะกับเซียไหม”


ชะตาวีร่ามักพบเจอกับผู้คนแบบนี้เนอะ


“เห็นๆ คงจะจัดแต่ง อ่อยเซียเต็มที่ แต่ก็ยังหน้าผีอยู่ดี”


หลังจากฟังคำนินทาก็ไม่รีรอที่จะรีบปล่อยของแล้วเปิดประตูรับมือพวกชะนีทั้งหลาย


“นั่นมันเธอมากกว่ามั้ง~ ขนาดเสียงยังแต่งเลย”


อุ๊ยตาย! ไทกำซับมานี่นาว่าให้ Keep look วีร่าโลกนี้ไว้


“นี่แก!” แย่แล้วสิ ฉันดันทำชะนีคลั่ง


“เรียกทำไมหรอ” กระตุกยิ้มเล็กน้อยพอเป็นพิธี จนอีกฝ่ายเดือดดาลพุ่งตัวเข้าหา


“ทำยังไงถึงได้สนิทกับเซียหรอ”


“หา~” ฉันร้องเสียงหลงทันทีกับอุปนิสัยแปลกๆ ของเจ้าหล่อน นึกว่าจะตบ แต่กลับเดินมาจับหมับเข้าที่แขนสองข้าง แล้วเค้นคำถามแปลกๆ ออกมา เดี๋ยวๆ ปกติต้องโกรธสิ สมองกลับหรือไงกัน


“บอกหน่อยนะ ทำไง อาจารย์” เธออ้อนวอน


“ฮะ?


“อาจารย์~” ลูกศิษย์ เอ้ย! ทั้งสองเว้าวอน


“เอ่อ...” เจอแบบนี้ไปไม่เป็นเลย หรือว่านี่กำลังแสดงละครล่อลวงข้อมูลจากฉัน จะอะไรก็ช่างเถอะ แต่อย่างมาส่งสายตาขอความเมตตาแบบนั้น!


น้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนเสียงดัง


ถ้าเป็นร่างเดิม จะบอกว่าเบ้าหน้าอยู่หรอกนะ แต่นี่...


“หมอนั่น...ชอบของแปลกน่ะ” อยู่ๆ สมองก็แล่นคำนี้ให้ตอบ ฉันควรกล่าวคำขอโทษเซียไหม?


“งั้นแสดงว่าพวกเราต้องทำตัวแปลกๆ ใช่ไหม” หนึ่งในนั้นทำตาลุกวาว


“งั้น...” อีกหนึ่งรีบวิ่งหน้ากระจก ละเลงเครื่องสำอางบนหน้าใหม่ ไม่นานเพื่อนนางก็ทำตาม


ก..ก็แล้วแต่จ้า~


ฉันทิ้งสองตัวนั้นไว้ในห้องน้ำ แล้วห่างออกมา ทันทีที่ก้าวผ่านขอบประตูห้องน้ำ ชายผมทองซึ่งเซตมาอย่างดี คีย์ ดักรอ แน่นอนว่าต้องไม่สนใจ สะบัดผมเดินไปทางอื่น ทว่าร่างสูงกลับย่างเท้าตามต้อยๆ ยิ่งสาวเท้าเร็วเท่าไร หมอนั่นก็ยิ่งเร่งฝีเท้าตามมากขึ้น


โอ๊ย~


               เนื่องจากหมดความอดทน จึงหยุดแล้วประจันหน้ากับเขา


               “เลิกตามซะที”


               “ฟังฉันก่อนสิ”


               ฉันใช้สายตาแสดงถึงความรำคาญอีกฝ่าย แต่คีย์ตอบกลับด้วยแววตาจริงจัง จนเผลอถอนหายใจออกมาอย่างหน่ายใจ


               “ว่ามา”


               “ฉันอาจจะเข้าหาเธอเพราะอยากตีสนิทกับมีเรียลก็จริง แต่พอได้รู้จักเธอแล้ว ฉันคิดว่าเธอเพื่อนฉันจริงๆ นะ เริ่มแรกมันไม่สำคัญสักหน่อย ว่าเรารู้จักกันยังไง”


               “สำคัญสิ มันเป็นความประทับใจแรกและฝังลึกลงสมอง” อธิบายด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึก


               “แล้วฉันต้องทำยังไง” คีย์หน้าเศร้าลงถนัดตา


               “เลิกตามฉันเสียที ไม่ต้องมาพูดแก้ตัวอะไรให้ดูดี”


               “แต่ฉันอยากจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมกับเธอนะ”


               “ได้ ฉันจะทำเหมือนเดิมกับนายทุกอย่าง แต่ความรู้สึกต่อนายมันคงย้อนกลับไม่ได้แล้วล่ะ” ว่าแล้วก็พลิกตัวเดินกลับเข้างานอย่างมาดมั่นและแข็งแรง


               ใช่ ความรู้สึกที่สลายไป ไม่ต่างอะไรกับแก้วใส แม้จะติดกาวให้กลับเป็นเหมือนเดิม ทว่าก็ยังคงรอยร้าวไว้


              

               ขณะที่กำลังเดินเข้างานเสียงชะนีแสนคุ้นหูดันส่งผ่านสมอง ทันใดนั้นภาพสุดเลวร้ายสำหรับเซีย แต่สำราญสำหรับฉันก็ประจักษ์แก่สายตา


               ศิษย์เอกทั้งสองมาในลุคเผ็ดแซ่บถึงทรวง ปากนี่แดงจ๋าเลย ลามไปถึงแก้ม ตานี่แบบ... โอ๊ย! ทำเอาฉันเกือบหลุดขำเลยล่ะ พวกหล่อนนั่งขนาบข้างเซียบนโซฟาสุดหรูในงาน ส่วนหมอนั่นก็ทำหน้าแหยงๆ พลางมองหน้าหล่อนสลับกับนาฬิกาโบราณเรือนใหญ่


               เอ๊ะ?


               พอเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง


               ’19.59 น.


               เดี๋ยวสิ! หรือว่า..


               ร่างกายไปไวกว่าความคิด ฉันถอดเสื้อคลุมขนสัตว์ออกแล้วโยนมันคลุมหัวเซียเป็นเวลาพอดีกับที่เสียงนาฬิกาโบราณดังบอกเวลาสองทุ่ม


               “หนักไหล่ ฝากหน่อย” และกล่าวเพื่อรักษาภาพลักษณ์


               เซียค่อยๆ เงยไม่ให้เสื้อคลุมหล่นด้วยแววตาตะลึง


               “มีเรียลให้มาตามนายน่ะ” สร้างความเท็จหวังให้ลูกศิษย์ทั้งสองปล่อยตัวเซีย หมอนั่นเข้าใจสิ่งที่สื่อ จึงขอปลีกตัวได้อย่างแนบเนียน


               พวกเราถ่อมาถึงหน้าระเบียงของตึกอีกฝั่งเพื่อหลีกเลี่ยงผู้คน ที่ตามมาเพราะต้องการผ้าคลุมคืนหรอกนะ มีเรียลอุตส่าห์หามาให้


               หมอนั่นเท้าตัวกับขอบระเบียงก่อนจะดึงเสื้อคลุมคืนฉัน


               “...” เขาขยับปากเหมือนจะพูดอะไร ไม่นานสีแดงระเรื่อก็ทาทับบนแก้วขาวเนียน


               อะไร?


               “ข..ขอบคุณ”


               อ๋อ! หึ!


               “นายนี่มันอ่อนจริงๆ แค่พูดขอบคุณต้องหน้าแดงด้วย” ฉันหยอกล้อ


               “ชิ!” เขาอุทานอย่างไม่พอใจ


               มาชงมาชิ หึ! แต่เอาเถอะ ที่นายโดนรั้งตัวไว้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะฉันล่ะนะที่ไปโกหกอะไรพวกชะนีน้อยคลั่งหมาในปากเซีย


               “ไหนว่าแตกต่างแล้วดีไง ทำไมถึงช่วยฉันปกปิดล่ะ” ขณะที่สายตาเขาทอดมองดวงดาราบนฟากฟ้า ริมฝีปากก็ขยับเอื้อนเอ่ย


               “เพราะว่านายไม่อยากบอกใครไงล่ะ” ฉันว่าพลางหันหลังเอนตัวพิงขอบระเบียง “ของแบบนี้ต้องให้เจ้าตัวเชื่อมั่นและภูมิใจสิ่งที่เป็นก่อนสิ เนอะ” หันไปยิ้มหวานให้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้มอง


               อีกอย่างฉันยังไม่รู้จักโลกนี้พอ ไม่รู้ว่าดีกรีความแบ่งแยก หรือรังเกียจลูกครึ่งเอลฟ์มันเลวร้ายขนาดไหน แล้วก็...ใบหน้าที่ร้อนลนแบบตอนนั้น ใครเห็นก็ต้องช่วยอยู่แล้ว


               “ขอบ..ใจ” ถึงแผ่วเบา แต่ก็สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายพูดออกมาจากใจ


♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥


*บทที่ 4 Friend & Foe II ตอนท้ายเลย


 ช่วงแนะนำตัวละคร



เซียในร่างเอลฟ์ (ผมนางสีขาวนะ)


Rawa.

111 ความคิดเห็น

  1. #109 Aoohapyn (@apyn666aoo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 17:20
    สองชะนีน้อยทำไมสมองกลับขนาดนั้น5555
    #109
    1
  2. #104 Siriporn Pok (@0816588016) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 10:08
    วีร่ารีบเปลี่ยนเเปลงตัวเองนะ เซียน่ารักงะ
    #104
    1
  3. #84 kodchamod (@kodchamod) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 21:24
    เซีย น่ารักจริ๊งงงง ไรท์อย่าทิ้งนิยายเรื่องนี้นะ นานก็รอออ
    #84
    1
  4. #83 kushu-san (@kushu-san) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 20:47
    ไรท์อยากทราบว่านางเอกจะมีคู่มั้ย
    #83
    1
  5. #82 TipChanges (@tipchanges) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 19:58
    รีบมาต่อนะคะ เพราะเจอกันในกิจกรรม แต่ก็ยังอ่านเพราะผ่อนคลายดี
    #82
    1
  6. #80 chocoleaf (@leaf-me) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 13:08
    อ่านรวดเดียวเลย นิยายสนุกมากค่าาา

    วีร่ารีบๆเปลี่ยนตัวเองให้สวยแล้วเชิดหน้าใส่ทุกคนโล้ดดดดดดด

    #80
    1
    • #80-1 ღ R★wa (@Rawa19) (จากตอนที่ 17)
      19 พฤษภาคม 2560 / 14:26
      รับทราบบ55
      ขอบคุณค่าาา
      #80-1
  7. #77 อนิเมะคุง (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 01:08
    อุต๊ะ!!! ดิจันนี่เงิบเบย
    #77
    1