คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

14,135

ยอดวิวเดือนนี้

3,812

ยอดวิวรวม


14,135

ความคิดเห็น


24

คนติดตาม


389
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  19 พ.ย. 61 / 04:50 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Fic 魔道祖师 Mo Dao Zu Shi 

Wangji x Wuxian




หลานวั่งจี ทำไมเจ้าถึงขี้งกอย่างนี้กันน่ะ



:: Warning!! ::


------------------------------------------------------------------------------------------

 Fic เรื่องนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักใดๆ ของปรมาจารย์ลัทธิจารย์ Mo Dao Zu Shi 魔道祖师 
ที่อาจารย์ Mo Xiang Tong Xiu เป็นผู้แต่ง
เป็นเพียงเรื่องสมมติที่จินตนาการมาจากความคิดผู้แต่ง
และมีเนื้อหาเกี่ยวกับ ชาย x ชาย 
หากท่านไม่มีทัศนคติที่จะรับได้ กรุณากด ออก ไปจากหน้าเว็บนี้ค่ะ

------------------------------------------------------------------------------------------
ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน Fic เรื่องนี้กันนะคะ
ถ้าชอบอย่าลืมช่วยกันโหวต และคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้แก่คนเขียนนะคะ
หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยล่วงหน้าค่ะ
รักนักอ่านทุกท่านคะ



 Suky


------------------------------------------------------------------------  
ท่านสามารถดูและอ่านงานเขียนอื่นๆของ Suky
ไม่ว่าจะเป็น Fic นิยาย หรือบทความต่างๆ 

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 19 พ.ย. 61 / 04:50

บันทึกเป็น Favorite


Fic 魔道祖师 Mo Dao Zu Shi 

: Wangji x Wuxian : 

หลานวั่งจีเป็นคนขี้งก


     ถ้วยชากระเบื้องสีขาววาดลายนกยูงสีหยกผิวมันเกลี้ยง มีน้ำชารสเลิศแต่เย็นชืดไร้ควันร้อนลอยกรุ่น ตั้งอยู่บนโต๊ะดื่มชาทำจากไม้หลิวร้อยปีขัดมัน สลักแกะลายกิเลนวิจิตรบรรจง ผลงานชิ้นเอกเหล่านั้นวางอยู่ในห้องโถง ที่เปิดม่านให้สายลมยามสันตฤดูได้โบกโฉยหอบกลิ่นดอกท้อแตะต้องจมูก ทิวทัศน์ภูผาตระหง่าน น้ำตกสูง และป่าไม้ภายใต้การครอบครองของสำนักกูซูหลานนั้น หากมีนักประพันธ์สักคนได้พิศมองคงบันดาลกลอนเชยชมสักพันบทก็ไม่อาจบรรยายให้เข้าใจเท่ามองเพียงหนึ่งครา


            แต่ทว่าสวรรค์จะเป็นผู้สรรสร้างให้งดงามเหนือคำเปรียบเปรยเท่าใด แต่ใจมนุษย์ผู้มองต่างหากที่ตัดสินใจงดงามหรือไม่ หากไม่แม้จะสนใจ ความงดงามเหล่านั้นก็เปีนเพียงทิวทัศน์ และสิ่งของที่ตั้งไว้ในโลกและเสื่อมสลายไปตามสถานการณ์


            เฉกเช่นตอนนี้...ที่มีบุรุษสองคนกำลังไม่ได้ใยดีในการจิบชาเฉยชมทิวทัศน์สวยงามเหล่านี้แม้แต่น้อย


            ดวงตาเรียวคมเคลือบแคลงด้วยแววดุดันจ้องมองร่างของชายหนุ่มในชุดผ้าไหมสีดำเนื้อดี ปักดิ้นแดงเรียบง่ายไร้ลวดลาย มือเรียวติดหยาบกร้านเท้าคางมน ปากงามแย้มยิ้มเล็กน้อย ดวงตาโตคมของคนถูกจ้อง กำลังง่วนอยู่กับการมองมืออีกข้างของตนเอง ขยับตวัดปลายพู่กันขนจามรีราคาสูง ลากเส้นหมึกไปมา แต่งเติมและเขียนน้ำหมึกสีดำพาดผ่านออกมาเป็นรูปร่างของคนผู้หนึ่ง


            “เสร็จแล้ว”เสียงหวานแหบโพล่งขึ้น พร้อมพู่กันถูกปล่อยจากมือ มันกลิ้งหลุนๆสองสามตลบปาดหมึกดำที่อมค้างปลายพู่อยู่เล็กน้อย ให้เลอะโต๊ะงามเป็นเส้นจางๆแล้วหยุดนิ่งข้างถ้วยน้ำชา เว่ยอู๋เซี่ยนในร่างคุณชายโม่ใช้มือยันโต๊ะ ก่อนจะเอี้ยวตัวยื่นกระดาษที่มีรูปวาดไปใกล้หน้าคมของผู้ที่นั่งนิ่งตรงข้าม จนใครมาเห็นคงต้องสะดุ้ง คิดว่าคุณชายรองตระกูลหลานผู้สง่างามกำลังโดนกระดาษแปะหน้าอยู่เป็นแน่


            ดวงตาคมหรี่มองลายเส้นที่ประกอบกันเป็นคนผู้หนึ่งก่อน ก่อนมือใหญ่จะดันมือเรียวที่ถือภาพนั่นออกไป แล้วหยิบถ้วยชาตรงหน้าของตนยกจิบอย่างสุขุม... อีกนัยหนึ่งคือไม่สนใจ


            “อะไรกันเล่า หลานจ้าน ข้าอุตส่าห์วาดภาพเจ้าในร่างสตรีเลยนะ”คนที่รังสรรค์ภาพวาดระดับจิตรกรร้องอย่างอ่อนใจ ก่อนดึงตัวกลับนั่งลงอย่างเรียบร้อยตามเดิม ใบหน้ามนเท้าคางอีกครั้งก่อนตวัดมือพลิกภาพที่วาดของตนเองมาเฉยชม


            ภาพสตรีระหงส์นางหนึ่งกำลังนั่งจิบชาบนเรือถ่อลำเล็กมีบัวบานล้อมรอบ ดูผาดๆอาจหลุดปากชมเชยผู้วาดว่ามีฝีมือ แต่คนในกูซูหลานได้มองคงเหงื่อตกตาหลุกหลิก ไม่เอ่ยปากวิจารณ์เพราะใบหน้าของนางในภาพเขียน ช่างถมึงถึงไม่เข้ากับบรรยากาศของบึงบัวอันงดงาม เป็นใบหน้าของคุณชายหลานจ้าน ที่กำลังทำหน้าถมึงถึงดังในภาพตอนนี้


            “เสียเวลานัก”เสียงเรียบกล่าวอย่างหงุดหงิดเล็กก่อนจะลุกขึ้นจากพื้น ดวงตาโตคมมองภาพนั่นอย่างหวาดหวั่น แล้วร้องเรียกต้นแบบการวาดเขียนให้รั้งรอ “อ่าๆ หลานจ้านๆ ข้าขอโทษ เดี๋ยวข้าวาดให้ใหม่ นั่งลงเถอะนะ”


            “วาดเขียนอยู่ทุกวัน ใยไม่เอาภาพเก่ามาดู ข้าไม่ว่างพอจะมานั่งนิ่งให้เจ้าวาดได้ทั้งวัน”ร่างสูงยืนพูดก่อนจะหรี่นัยน์ตาเหยี่ยวมองสบใบหน้ามนหมดจดของเว่ยอิงที่เริ่มมุ่ยเหมือนเด็กขัดใจ


            เว่ยอู๋เซี่ยนกลับมาเกิดใหม่ในร่างโม่เสวี่ยนอวี่ เพียงชั่วข้ามคืนเรื่องของผีดิบก็อาละวาด ด้วยเหตุนี้หลานวั่งจีจึงได้พบเจ้ากาดำที่หายไปนานในสถานการณ์ชุลมุน แรกเริ่มที่อยู่ข้างกายก็คลาแคลงใจว่าร่างกายนี้มีวิญญาณเป็นเว่ยอู๋เซี่ยนจริงหรือ แต่เมื่อวันเวลาผ่านก็ทำให้หัวใจของหลานวั่งจีเริ่มมั่นคงว่าได้ ตัวเขานั้นได้เว่ยอิงของตนมาอยู่ข้างกายดังเดิมแล้ว


            แต่ทว่าการที่จะปล่อยให้คนที่เคยตายจากไปเมื่อสิบสามปีก่อน มาร่อนเร่ตามตรอกซอย คงจะไม่เป็นเรื่องที่ดีนัก สิบสามปียาวนานสำหรับผู้รอคอย...แต่กลับพัดผ่านไปว่องไวราวลมพัดสำหรับปุถุชนราษฎรที่เชื่อกันว่า จอมมารเว่ยอู๋เซียนได้ถูกวิญญาณรับใช้ของตนกลืนกินไปแล้ว... เว่ยอิงมักไม่คิดหน้าหลัง ทำอะไรลิงโลดตามใจตน คงไม่ได้คิดถึงเรื่องการวางตัวไม่ให้ผู้อื่นสงสัย เฉกเช่นตอนเจอกันก็ใช้มารยาเล่นลิ้นพลิกแพลงต่อหน้าคุณชายตระกูลเจียงจนรอดพ้นการถูกจับได้ ก็ตาม แต่มันก็ทำให้หลายวั่งจีระทึกไม่น้อย จนเกือบคิดว่าได้พบพานกันแล้วแท้ๆ ใยยังต้องมาโดนตามเข่นฆ่าอีก


            เช่นนั้นแล้ว...จะปล่อยให้ไปเดินเตร่นอกเขตสำนักกูซูหลานไม่ได้เป็นอันขาด!!!

            ขณะที่คิ้วเรียวของหลานวั่งจีขมวดเคร่งขรึมบนใบหน้าถมึงถึง ร่างสูงในอาภรณ์ขาวปรายตามองใส่เว่ยอิงเล็กน้อยก่อนละสายตา พรางค่อยย่างก้าวเท้าเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสืออีกฟากหนึ่งของห้อง ทิ้งตัวคุกเข่านั่งลงบนพื้นแล้วเริ่มต้นอ่านตำราน่าเบื่อหน่าย


ดวงตาโตคมของเว่ยอู๋เซียนในร่างคุณชายโม่ทอดมองต้นแบบวาดภาพที่เดินจากไปเข้าสู่ภาวะ ห้ามเรียก ห้ามถาม ห้ามก่อกวน ด้วยสีหน้าเอือมระอา ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนพื้นจ้องมองคานไม้ที่มีกระดิ่งลมทองเหลืองแขวนไว้อย่างครุ่นคิด ความหงุดหงิดถาโถมปะปนในใจ แต่ละวันเว่ยอิงถูกกำกับชีวิต ด้วยวาจาสิทธิ์ของหลานวั่งจี ซึ่งสั่งเหล่าศิษย์ในสำนักกูซูหลานว่าจับตาดูคุณชายโม่ ห้ามไม่ให้ก้าวเท้าออกจากธรณีประตูกูซูหลาน หากอยู่ภายในสำนักพบเห็นกระทำตัวพิเรนทร์ หรือจับซ้อมอาวุธให้จับเข้าห้องทันที ยามกินมีบ่าวยกสำรับมาให้ในห้องตามคำสั่งคุณชายรอง ยามนอนก็มีคนคอยลอบมองตรวจตาทุกชั่วยาม หากวันใดหลานวั่งจีมีกิจมานั่งเฝ้าเขาไม่ได้ ใบหน้าที่จะพบปะก็มีเพียงหลานซือจุย กับหลานจิ๋งอิง และบ่าวไพร่อีกสองสามคนที่ไม่ยอมสนทนาอันใดกับเขาเลย


            นอกจากนั่งๆนอนๆ ก็เล่นกับกระต่าย หรือไม่ก็วาดภาพน้ำหมึก หากมีคนตระกูลหลานมานั่งพูดคุยก็อาจคลายความเบื่อหน่ายได้บ้าง วันใดเป็นหลานวั่งจีมาเฝ้า เว่ยอิงก็จะออกอุบายหว่านล้อมนาๆ ให้หลานจ้านเล่นกู่ฉินให้ฟัง พอครุ่นคิดสิบตลบก็ได้แต่ตัดพ้อในใจ เหตุไฉนกลับมาบนโลกหล้าอีกครั้ง ถึงได้มีชีวิตดังบุตรีที่ยังไม่ออกเรือนกันเล่า


            เห้อ...ช่างน่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก


คิดแล้วก็ไม่ได้คำตอบอันใด เว่ยอิงพลิกตัวนอนตะแคงก่อนยกแขนเท้าหัว มองคนที่เปิดโลกส่วนตัวอ่านตำราไม่ไกลไม่ใกล้ นิ้วเรียวม้วนผมจนเล่นตามนิสัยก่อนตวัดปลายผมช่อหนึ่งงับเข้าปาก ปากเรียวเม้มหักปลายเกศามองฝ่ายตรงข้าม ก่อนชั่งใจเอ่ยถามเสียงอู้อี้ “หลานจ้าน ข้าอยากเดินตลาด”


“ยามนี้ไม่มีใครว่าง คนในสำนักต่างติดพันภาระหน้าที่” ก็เจ้าไม่ใช่หรือที่ว่างน่ะ! เว่ยอิงแทบตะโกนร้องใส่คนที่นั่งอ่านตำราหน้าบื้อใบ้ ไม่ได้คิดเลยหรืออย่างไร ว่าการที่มานั่งเฝ้ากันได้แทบทุกวันนี่ จะเรียกว่าติดพันภาระหน้าที่ได้ตรงไหน "เช่นนั้นข้าไปคนเดียวก็ได้”


“เจ้าพึ่งฟื้นไข้!”เสียงทุ้มตอกกลับทันควัน พร้อมกับเว่ยอิงที่กล่าวโต้ไม่เว้นช่วง“ข้าหายแล้วต่างหาก!


ใบหน้าคมขึ้นแววหงุดหงิดชัดเจนจนหากคิ้วกระตุก ดวงตาเรียวตวัดมองคนที่คนที่เริ่มทำตัวงอแงเหมือนเด็ก นั่งมองเขาด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยวบูดบึง หลานวั่งจีรู้สึกว่าการกักขังเจ้ากาดำรักอิสระไว้จะส่งผลเสียต่อเขาร้ายแรงยิ่งนัก เส้นเลือดที่ขมับมันจะแตกปะทุวันใดก็ไม่อาจรู้ได้


“เมื่อวาน หน้ามืดที่สระบัว เจ้ายังไม่จำอีกหรือ”เสียงทุ้มกัดฟันพูดช้าๆก่อนยกมือนวดคลึงขมับ ส่วนเว่ยอิงที่ถูกท้วงพอนึกได้ก็ทำหน้าเลิกลัก กล่าวความเท็จเข้าแก้ทันที “มะ ไม่ได้หน้ามืดเสียหน่อย! พวกบ่าวไพร่คิดไปเองต่างหาก! ข้าแค่ไม่ทันระวังกระต่ายวิ่งวนรอบขา...จนพลาดล้มคะมำเท่านั้นเอง”


หลานวั่งจีหรี่ตามองคนพูดอย่างไม่สบอารมณ์ ในใจนึกถึงเรื่องราวที่ต้องหลั่งน้ำตา เมื่อตอนร่างกายคุณชายโม่ล้มป่วย และความเจ็บปวดที่ไม่ได้เอ่ยความในใจให้เจ้าตัวรู้ก่อนพรากจาก บทเรียนที่ได้มันทำให้วั่งจีรู้ว่า ไม่ว่าเรื่องใด...จงพูดไปเสียให้รับรู้เสียก่อนจะสายเกินแก้ พอคิดได้ดังนั้นจึงถอนหายใจทิ้งแรงๆหนึ่งที แล้วขยับตัวหมุนนั่งมองเจ้ากาดำอย่างตรงไปตรงมา แล้วเอ่ยถามช้าๆ “เว่ยอิง รู้เหตุหรือไม่ ว่าเหตุใดข้าถึงกักขังเจ้านัก”


เว่ยอิงลอบมองสีหน้าจริงจังของคนตรงหน้า ก่อนจะหยุดยั้งอารมณ์และใคร่ครวญตามคำถามนั่น ดวงตาโตคมหลับลงแล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนใบหน้ามนจึงส่ายหน้าช้าๆ พร้อมเอ่ยความในใจ “ข้าไม่รู้ แต่ข้าไม่ชอบใจเลย... หลานจ้าน การที่เจ้าปฏิบัติเยี่ยงนี้กับข้า มันทำให้ข้ารู้สึกเป็นเหมือนบุตรีของที่ยังไม่ออกเรือน สุขสบายกาย แต่ในใจนั้นความเบื่อหน่ายทับถมจนหนักอึ้ง”


สิ้นคำสารภาพความในใจ แววตาโตคมของคนที่ตอบคำถามก็ตวัดมอง คนที่นั่งประจันหน้าอยู่อีกฝากของมุมห้อง ใบหน้าเรียบนิ่งของหลานวั่งจีนั้น ต่างจากดวงตาที่ราวกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ระยะห่างกันเพียงฟากห้องก็รู้สึกว่าห่างไกล ความเงียบจึงโรยตัวช้าๆ เมื่อไม่มีผู้ใดกล่าวตอบ


สายลมเบาๆพัดผ่านมู่หลี่ขาวโยกเบาๆก่อนต้องกระดิ่งลมทองเหลืองให้สะท้อนก้อง เสียงแหลมสูงไพเราะราวเป็นกระดิ่งแห่งการตัดสิน ริมฝีปากได้รูปของหลานวั่งจีเปิดออก พร้อมกับดวงตาที่ก้มมองสองมือที่ค่อยๆกำแน่นเหนือหน้าตักของตน เสียงทุ้มถูกเค้นออกมาจากลำคอกล่าวความจริงในใจเช่นกัน “เว่ยอิง... เจ้าได้ฟังอาจเห็นว่าข้าเห็นแก่ตัว ข้าไม่อยากให้เจ้าห่างกาย ข้าไม่อยากให้เจ้ามีแพศภัย หรืออันตราย ข้างนอกนั้น...แม้กาลเวลาผ่านไปสิบสามปี แต่ผู้คนทั้งหลายที่ผ่านเหตุการณ์ครั้งนั้น ต่างจดจำเจ้า...เป็นผู้ใช้ปีศาจที่พ่ายแพ้ต่อวิญญาณรับใช้ของตน จนถูกกลืนกินสิ้นร่างเนื้อ หากเจ้าไปปรากฏตัว แม้เป็นร่างของคุณชายโม่เสวียนอวี่ แต่สี่ตระกูลต่างยังคงคลาแคลงใจกับเหตุกาณ์ผีดิบอาละวาดในคืนที่คุณชายโม่อัญเชิญเจ้า หากเจ้าห่างกายข้าแม้เพียงไม่กี่ยาม... ข้าอาจจะ.....”


น้ำเสียงนุ่มทุ้มหยุดลงเพียงเท่านั้น พร้อมทั้งดวงตาของคุณชายรองตระกูลหลานเบิกมองร่างโปร่งของคนที่นั่งอยู่อีกฟากลุกยืนอย่างไม่มีสาเหตุ โม่เสวียนอวี่ในชุดดำขลิบแดงสาวเท้าเดินตรงมาหาเขาช้าๆ เรือนผมที่มัดสูงด้วยผ้าสีชาดสะบัดเบาๆตามแรงเดิน ท้วงท่าที่เป็นเอกลักษณ์ของเว่ยอู๋เซี่ยนใกล้เขามาเรื่อยๆทำให้คนที่พึ่งกล่าวว่าตนเองเห็นแก่ตัวถูกสะกด มองร่างโปร่งที่ค่อยๆนั่งลงข้างหน้าตนด้วยท่าทีสง่างาม ดวงตาโตคมช้อนขึ้นสบตามองนั้นมันวาวฉายแววสุกใสดั่งไข่มุกดำ บุรุษทั้งสองนั่งชห่างกันเพียงคืบเดียวเท่านั้น คุณชายหลานที่ยังไม่เข้าใจการกระทำของเว่ยอิง และนึกอันใดมิออกว่าจะทำอย่างไรต่อ จนกระทั้งสัมผัสได้ถึงมือเรียวติดหยาบกร้านช้อนมือใหญ่ของตนมากอบกุมไว้ พอตวัดสบตาอีกคราก็พบกับใบหน้ามนที่มีรอยยิ้มบาง ๆ ประดับอยู่ “เจ้าอาจจะเสียข้าไปอีกอย่างนั้นหรือ?


คำถามนั้นถูกตอบด้วยใบหน้าคมที่พยักหน้าช้าๆ ดวงตาหลานวั่งจีก้มมองมือของตนที่ถูกกอบกุม ร่างสูงซึมซับแรงบีบที่มือซึ่งเป็นสัญญาณเรียกให้สบตาโตคมของเว่ยอิง


“หลานจ้าน... ข้าไม่เคยคิดให้มากความว่าเพราะเหตุใด ชะตาจึงลิขิตให้ข้าได้พบเจ้าอีกครั้ง และไม่เคยคิดว่า ต่อจากนี้ต้องทำอย่างไร พักพิงแห่งหนไหน อยู่ร่วมกับใคร  เจ้ารู้หรือไม่เพราะเหตุใด...”เสียงแหบหวานกล่าวถามขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่นุ่มนวล ใบหน้าคมมองการกระทำนั้นแล้วส่ายหน้าช้าๆ  เว่ยอิงจึงยกมือข้าหนึ่งจับบ่าแกร่ง แล้วยกตัวเลื่อนใบหน้ามน จนปากบางขึ้นสีกลีบบัวขยับขึ้นมาใกล้ใบหูของผู้นั่งนิ่งรอฟังคำตอบ แล้วกล่าวเบาๆ


“ข้านั้นเห็นแก่ตัวกว่าเจ้านัก... เพราะข้าฝากชีวิตต่อจากนี้ไว้กับเจ้าแล้ว... หลานจ้าน”


            สิ้นคำเอวโปร่งที่ทรงตัวเกาะไหล่ไล่กระซิบที่ข้างหู ถูกคว้าหมับด้วยอ้อมแขนแกร่ง เว่ยอิงที่ไม่ทันตั้งตัวเอนล้มพิงอกแกร่งอย่างตกใจ แต่ไม่ทันได้นึกคิดอะไร แขนแกร่งอีกข้างก็คว้าไหล่ให้ตัวเขาเอนลงในอ้อมกอด พร้อมกับมือที่จับเอวเขาเมื่อครู่สวมเข้ามาที่ลำคอไม่ให้หลบหนี แทบลืมหายใจริมฝีปากอุ่นของวั่งจีก็ประทับทาบปากบางเสียแล้ว นิ้วมือแกร่งบีบคางมนเบาๆจนปากงามเผยออก ทันใดนั้นลิ้นเรียวตวัดครอบครองโพรงปากหวานของเว่ยอิงได้ราวกับเสือหิมะหิวกระหาย จูบละโมบดูดดื่มช่วงชิงลมหายใจของเว่ยอู๋เซี่ยนจนแทบสิ้นสติ แต่กระนั้นก็อุ่นซ่านเติมเต็มจิตใจอย่างไร้คำบรรยาย เว่ยอิงในอ้อมกอดครางอื้ออึงในลำคออยู่ครู่ก่อนโอนอ่อน คล้อยตามยกแขนเรียวของร่างคุณชายโม่ให้ตวัดรอบคอของหลานจ้านผู้ซ่อนเขี้ยวเล็บ เมื่อถึงขีดจำกัดต้องหายใจ มือเรียวข้างหนึ่งจึงผละจากคอแกร่งกำแล้วทุบแผงอกให้อีกฝ่ายรู้ตน ไม่นานนักวั่งจีก็ล่าถอยแต่ก็ไม่วายที่จะจุมพิศริมฝีปากที่แดงเห่อเบาๆ  ตาเรียวคมดุจเหยี่ยววาววับ ทอดมองคนที่หอบจนอกกระเพื่อมและหน้าแดงซ่านอย่างพึ่งพอใจ ดวงตาโตคมของเว่ยอิงนั้นหยาดเยิ้มราวกับพึ่งละเมอตื่นจากฝันหวาน เว่ยอู๋เซียนที่รู้สึกนึกคุ้นเหมือนตอนตื่นฟื้นคืนในร่างของโม่เสวียนอวี่อีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นพิธีกรรมประหลาดไม่ต้องเขียนวงแหวนเวทย์ ไม่ต้องกล่าวบทอัญเชิญ ซึ่งคิดค้นโดยหลานวั่งจี


            “หลายจ้าน เจ้าละโมบนัก” เมื่อหายใจทั่วท้อง เสียงแหบพร่าติดหวานกล่าวตำหนิอย่างเลื่อนลอยเสียงอ่อน เรียกให้หลานวั่งจีคลี่ยิ้มละมุนก่อนช้อนศีรษะทุยแล้วกระซิบข้างหูของคนในอ้อมกอด “ถือเป็นมัดจำเงินที่เจ้าจะใช้สอย ตอนไปตลาดเทศกาลชมจันทร์มะรืนนี้”


            เมื่อได้ยินดังนั้นตาโตคมเบิกโพรงก่อนโผตัวกอดคอคนละโมบ แล้วพูดอย่างดีใจ “จริงหรือหลานจ้าน จะพาข้าไปตลาดเทศกาลชมจันทร์แน่นอนใช่หรือไม่”


            “มัดจำแล้ว ข้าไม่บิดพลิ้ว”คำตอบนั้นทำให้คนฟังยิ่งหน้าแดงซ่าน แต่ก็ไม่วายพูดความต้องการของตน“ข้าอยากกินขนมโก๋ ขนมอังกู๊ ขนมไหว้พระจันทร์ อีกทั้งไป๋จ่านจีร้านข้างสะพานตรงหัวมุมนั่น... เอ้ ร้านลุงถงคงยังอยู่หรือไม่ หลานจ้าน แต่เดี๋ยวก่อน! ข้าพึ่งนึกได้ ข้าอยากได้ขลุ่ยสักเลา ไว้เป่าเล่นเพลงคู่เจ้าตอนเล่นกู่ฉิน”


            หลานวั่งจีได้ยินเสียงสาธยายความต้องการก็หัวเราะในลำคอเบาๆอย่างสุขใจ ก่อนโอบกระชับอ้อมกอดมองคนบนตักที่พลิกตัวนอนเอนซบอกเขา โบกมือไล่ไปมาร่ายความต้องการ แล้วกระซิบข้างหูที่ยังแดงซ่านจางๆ“จะใช้จ่ายเยอะขนาดนั้น ทั้งต้น ทั้งดอกเบี้ย ทั้งมัดจำ ที่เจ้าให้เมื่อครู่มันจะพอหรือ?


            “ยะ อย่าขี้งกกับข้านักสิ หลานจ้าน เจ้าเลี้ยงข้าเยี่ยงบุตรียังไม่แต่งงานเช่นนี้ เงินพวกนั้นไว้เบิกคืนตอนมีคนมาขอข้าก็แล้วกัน”คนที่ได้ฟังคำกระซิบสะดุ้งเบาๆ ดวงตาโตคมหลุกหลิกไปมาพร้อมกล่าวคำแก้การณ์ได้ แล้วพยายามยันตัวออกห่างแต่อ้อมกอดของแขนแกร่ง ซึ่งกลับตรึงแน่นจนขยับตัวหนีไม่ได้ ใบหน้ามนเงยขึ้นหมายร้องประท้วงอีกฝ่าย แต่ใบหน้าคมพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนที่หาได้ยากส่งมานั้นทำให้เขาราวกับต้องมนต์

 

“ ข้าจะไปเบิกคืนจากเงินสินสอดใครได้ ในเมื่อข้าไม่ได้เลี้ยงเจ้าเป็นบุตรี...

.

.

แต่เป็นฮูหยินหนึ่งเดียวในเรือน

 

 

 

แล้วเจ้ามาจะคิดมัดจำทำกำไรกับฮูหยินอย่างข้าเพราะเหตุใดกันเล่า

หลานวั่งจีขี้งกเอ้ย!!!

.

 _________________________________________________________________

 

         มุมคุยกับนักเขียนขี้เหงา

Fic เมากัญชา และน้ำกระท่อมร้อยไหกลับมาอีกครั้ง

หากใครได้อ่าน Fic 魔道祖师 Mo Dao Zu Shi : Wangji x Wuxian : You are My Life 

Fic เรื่องนี้ถือเป็นภาคต่อค่ะ

รอบที่แล้วพี่วั่งเป็นคนระบายความในใจ คราวนี้เป็นพี่เว่ยพูดความในใจบ้าง

คราวก่อนแต่งดราม่า คราวนี้ขอมาแบบคอมเมดี้

และ Fic ต่อไป แน่นอนค่ะ! ฉากเดินตลาดเทศกาลชมจันทร์ของพี่เว่ยพี่วั่งต้องมาแน่นอน

(ก็เล่นจ่ายมัดจำทำกำไรไว้ขนาดนี้ ไม่มาคนอ่านคงค้างแน่ๆ 55555)

แต่ขอไปนอนลอยคอคิดพล็อตในอ่างน้ำกระท่อมสักแป๊ป

คิดออกเมื่อไหร่ เขียนเสร็จเมื่อใดจะรีบลงให้ทันทีจ้า


ขอบคุณทุกคนล่วงหน้าที่เข้ามาอ่าน มาให้กำลังใจ เขียนคอมเม้นต์ กด Favorite ติดตามด้วยนะคะ

อาจมีจุดขัดใจ ภาษาไม่เพราะ เนื้อเรื่องไม่ดีอย่างไร เราก็ขออภัยไว้ล่วงหน้านะจ๊ะ


 


 

 

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Suky_detsu จากทั้งหมด 14 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

24 ความคิดเห็น

  1. #24 -^-
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 23:59

    อยากหวีดมากแต่ทำไม่ได้ กลัวคนอื่นหาว่าบ้า ทำได้แต่นั่งยิ้มคนเดียว????

    #24
    0
  2. วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 18:20
    เค้าอ่านไม่ได้ง่าหรือลบไว้หรอคะ?
    #23
    0
  3. #22 Hertzz
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 14:22

    เง้ยยย ///ฟินนน ขออีกกก

    #22
    0
  4. #21 Laliga
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 21:10

    แฮ่กๆๆ ฟินจุกๆๆ ชอบมากค่ะะะ กริ๊ดดด/อัดหูไรท์

    #21
    0
  5. #20 Mousu
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 23:08

    เขินมากเลยค่ะ แงงงง ภาษาดีมากเพลินสุดๆ รักกกก

    #20
    0
  6. วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 10:42
    ทำไมเราอ่านไม่ได้อ่ะ😭😭😭😭
    #19
    0
  7. วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 11:48

    ถ้าค่ามัดจำจะขนาดนี้ ที่เหลือส่งเป็นสินสอดให้ตระกูลเจียงด้วยก็ดีนะคะหลานจ้าน 5555

    #18
    0
  8. วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 20:06
    พี่วั่ง...ถ้าทบเบี้ยทบดอกก็ต้องให้คุ้มสิพี่...ก็...จับเว่ยขึ้นเตียงเลย555หลบตีนน้องเว่ยแป๊ป~~~
    #17
    0
  9. #16 ณ ริน
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 19:35

    พี่วั่ง มาเลี้ยงเราบ้างซี่

    #16
    0
  10. วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 11:44
    ทำไมอ่านไม่ได้
    #15
    0
  11. วันที่ 23 เมษายน 2562 / 13:59
    55555 เงินแค่นี้เองทำมาขี้งกนะพี่วั่ง โธ่ๆ น่ารักจังค่ะ นี้แค่ส่วนมัดจำเพียงเท่านั้น ทบต้นมบดอกจะขนาดไหนเล่า เขียนดีอีกแล้วคุณ ชอบ
    #14
    0
  12. วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 22:43
    เขินนนนนนนมากกกก เขินมุกตัวอักษรเลย
    #13
    0
  13. #12 Nowhere
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:49

    เขียนดีแต่แค่ไม่ตรงคาแร็กเตอร์เท่านั้น ไม่ว่าจะกี่เรื่องก็ไม่ใช่เว่ยอิงกับหลานจ้านจริงๆ มีเรื่องหนึ่งอ่านแล้วติดตามาก เว่ยอิงพอมาเกิดใหม่แล้วร่างกายอ่อนแอ งี่เง่า ทำอะไรไม่ได้ หลานจ้านก็เป็นพระเอกไก่กาไม่สมกับต้นฉบับเลย แต่ก็อ่านฆ่าเวลาของจริงมา พอมาเจออันนี้ก็เหมือนเดิม คือเราว่าหลานจ้านเป็นคนตามใจเมียมากกกกกกกนะ แบบไปดูในAMVต่างๆ เว่ยอิงขอให้จูงลา จูง ขอไปเร่ร่อน2-3ปี บอกดี ขอให้เล่นพิณ เล่น พออ่านแฟนฟิคทีไรต้องเจอแต่หลานจ้านพระเอกไทยทุกที5555555

    #12
    0
  14. #11 pangme2006 (@pangme2006) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 16:47
    เขินแทนเลยอ่ะ นั่งยิ้มอยู่คนเดียวจนเพื่อนหาว่าเป็นบ้า555
    #11
    0
  15. วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 18:14

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด คะสกสพมกคยทะยพ่กน่อใยนทดส

    #10
    0
  16. วันที่ 10 กันยายน 2561 / 15:19

    โอ๊ยยยยย คู้นี้น่ารักมากกก นานทีเจอในเด็กดี >\\<

    #9
    0
  17. วันที่ 8 กันยายน 2561 / 14:09

    5555 กรีดร้องในใจอ่ะ พิรองหลานเขาร้ายยย

    #8
    0
  18. วันที่ 2 กันยายน 2561 / 22:47
    เราหาฟิคเรื่องนี้ยากมากเลยค่ะ ดีใจมากตอนเจอเรื่องนี้ ชอบมากๆ เลยค่ะ หากมีตอนต่อไป ขอมาติดตามอ่านด้วยคนนะคะ
    #7
    0
  19. #6 Narumi-chan (@poonlovekid) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 15:29
    ฮืออออออออ ฟินหนักมาก เอาใจช่วยไรท์นะ //ยื่นใบกระท่อมให้อีกกระสอบ เอาไว้ต้มกินนะ555555
    #6
    0
  20. วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 20:59

    น่ารักมากค่ะ ไหนๆก็ไหนๆรวมเป็นฟิคยาวเลยดีมั้ยคะ ><

    #5
    0
  21. วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 12:23
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-09.png แค่นี้ก็ฟินจนนอนตายตาหลับแล้ว
    #4
    0
  22. #3 Ranifael
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 00:07

    กรี๊ดดดดด โอ้ยยยย ไม่ไหวแล้ว มันฟินเกิน????

    #3
    0
  23. วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 13:45

    เลื่อนมาอ่านทอล์คแล้วแอบเอ๊ะนิดนึงค่ะ

    ภาษาไม่เพราะ.... ไม่เลยค่ะ! ไม่จริงเลย T-T คุณคนเขียนเขียนได้สุดยอดมากๆเลยค่ะ เราไม่รู้สึกว่ามันเสียอรรถรสเลย อ่านแล้วอินประหนึ่งว่าเนื้อเรื่องนี่เป็นส่วนหนึ่งของออริจินัล ภาษางดงามมากๆเลยค่ะ T.T


    ไม่ได้คอมเมนท์ You are My Life เพราะว่าอ่านในบราวเซอร์มือถือมันไม่ค่อยจะสะดวก เลยขออนุญาตคอมเมนท์รวบทีเดียวนะคะ พอดีว่าตอนนี้เปิดคอมพ์อ่านค่ะ แหะ ._.


    ที่จริงใน you are my life เราอ่านแล้วบีบหัวใจ จนต้องนั่งเหม่อไปสักพักใหญ่ๆ

    อ่านมาในพาร์ทนี้ก็แอบสะกิดจึ้กๆ ถึงสาเหตุที่พี่วั่งหวงพี่เว่ยไม่ให้ไปไหน555555


    ชอบตรงจัดหน้ากระดาษแล้วเน้นประโยคสำคัญด้วยค่ะ

    "ข้านั้นเห็นแก่ตัวกว่าเจ้านัก... เพราะข้าฝากชีวิตต่อจากนี้ไว้กับเจ้าแล้ว...หลานจ้าน"

    มานึก ๆ ตรงนี้แล้วในมุมมองของคนที่เฝ้ารอมาตลอด 13 ปี คงจะอุ่นวาบในอกน่าดู เราอ่านแล้วรู้สึก overwhelmed เหลือเกิน ;____; ขนาดเป็นคนนอกที่มารับรู้ความรักของพวกเค้านะคะ รู้สึกอยากจะร้องไห้เอาซะมากๆ5555555555 งดงาม ลึกซึ้ง ตราตรึง -- ไม่รู้จะหาคำไหนมาพูดความรู้สึก TwT


    ชอบตอนที่ทิ้งท้ายด้วยค่ะ น่ารักมาก XD

    พี่เว่ยเป็นฮูหยิน555555555 เก่งมาจากไหนก็แพ้ทางพี่วั่งเนอะ!


    (แอบเห็นยอดวิวกับยอดคอมเมนท์ที่ค่อนข้างจะสวนทาง กลัวคุณคนเขียนจะท้อแท้จัง... ยังมีเราจะรอติดตามตอนต่อไปนะคะ!)


    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆค่ะ XD

    #2
    1
    • 24 สิงหาคม 2561 / 13:55
      คนเขียนลอยไปแล้ววว /โยนงานทิ้งแต่งฟิคต่อ 555
      #2-1
  24. #1 dreamm_m (@dreamm_m) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 20:07
    สนุกมั้กๆเลยยย
    #1
    0