[End] สิ้นสุดปีแสง [Yaoi]

ตอนที่ 6 : NO.5 ความรู้สึกของดวงดาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 197 ครั้ง
    22 มิ.ย. 62

NO.5

ความรู้สึกของดวงดาว

 

 

     'มีจริงหรือ รักแรกพบเพียงสบตาแค่หนึ่งครั้ง

     แค่แรกเห็นเดินผ่านมาไม่พูดจา

     ไม่ทักไม่ทาย ไม่รู้ว่าใคร เหตุใดจึงรักกัน

     ไม่มีทาง เรื่องเพ้อฝันความผูกพันอย่างง่ายดาย

     รักแรกพบมีอยู่จริงในนิยาย

     หนังสือนิทาน เพลงรักแสนหวาน กับความฝัน

     แต่วันหนึ่งฉันผ่านมาพบเธอตรงนั้น

     ดวงใจ เป็นเดือดเป็นร้อนช่างทรมาน

     ราวกับโดนมนตร์แม่มดสะกดพลัน

     นาทีนั้น ฉันรักเธอทันใด

     รักแรกพบแท้จริงเป็นอย่างไร

     พราะเธอใช่หรือไม่ เปิดใจใครที่ฉันเป็น  

     จากวันนั้น หัวใจรู้สึกเอง ชัดเจนว่าทุกสิ่ง

     เกิดขึ้นจริงใช่ฝันไป ได้พบจึงเข้าใจ มีอยู่จริง'

     (เพลงรักแรกพบ - Tattoo colour)


     เสียงใส ๆ ของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นดาวมหาลัยร้องเพลงออกมาโดยมีผมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเดือนมหาลัยนั่งเล่นกีต้าร์คลอเสียงเพลงอยู่ข้าง ๆ  งานวันนี้มีคอนเซ็ปต์คือแรกพบเมื่อเราได้เจอกันที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้เราจะตกหลุมรักกันอย่างไม่รู้ตัวและเลือกที่จะเรียนที่นี่ เพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์เลยได้ข้อตกลงเป็นเพลงรักแรกพบอย่างที่เห็นถึงผมไม่ค่อยอินกับเพลงนี้เท่าไหร่ก็เถอะ ก็ผมไม่เคยเจอนี่รักแรกพบอย่างที่ว่า ไม่เคยเจอจนคิดว่ามันคงไม่มี


     ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งหน้าที่ของเดือนและดาวมหาลัยในวัน open house วิ่งจากเวทีนี้ไปอีกเวทีและอีกเวทีวนไปวนมาเพื่อโปรโมทมหาวิทยาลัย ถ้าผมรู้ว่าการเป็นเดือนมหาลัยจะเหนื่อยขนาดนี้ผมคงเซกู้ดบายไปตั้งแต่แรกแล้ว


     "เดี๋ยวอีก 20 นาทีดาวเหนือกับแก้มไปรอสแตนบายที่เวทีสามได้เลยนะคะ"


     พอลงจากเวทีมาได้ก็มีอีเว้นท์ต่อทันทีแทบไม่มีเวลาให้พักหายใจหายคอกันเลย


     "ดาวเหนือไปเลยป้ะ" แก้มหันมาถามผมด้วยเสียงเหนื่อยไม่แพ้กัน เอาจริงใครไม่เหนื่อยก็คงแปลกใช้งานดาวกับเดือนเป็นแรงงานทาสเชียว

     "แก้มไปก่อนเลย เดี๋ยวขอเข้าห้องน้ำก่อนจะรีบตามไป" แก้มพยักหน้าเป็นอันเข้าใจ ก่อนจะเดินแยกกันไปคนละทาง


     พอทำธุระเสร็จผมก็รีบเดินออกมาเพื่อตรงไปเวทีสามตามที่บอก มีโอกาสได้เดินผ่านซุ้มของสาขาตัวเองก็รู้สึกภูมิใจ คิดถึงสภาพตัวเองกับเพื่อนที่อดหลับอดนอนเพื่อเตรียมงานก็อดยิ้มไม่ได้ เหนื่อยแต่ก็คุ้มอยากให้มีน้องเข้ามาเรียนเยอะ ๆ จัง

     

     แต่ก่อนที่จะเดินผ่านไปอยู่ ๆ ตาผมก็เหลือบไปเห็นน้องผู้ชายตัวเล็ก ๆ คนนึงนั่งอยู่ มันจะไม่น่าสนใจเลยและผมคงจะเดินผ่านไปตามปกติ ถ้าไม่เผอิญไปเห็นแววตาว่างเปล่านั่นเข้า ว่างเปล่าแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน บรรยากาศรอบข้างน้องดูราวกลับค่อย ๆ มืดลง สิ่งเดียวที่ผมคิดคือปล่อยน้องไว้แบบนี้ไม่ได้ ไม่รู้ทำไมแต่ปล่อยไว้ไม่ได้จริง ๆ  ผมก้มลงมองนาฬิกาที่ข้อมือยังพอมีเวลา โอเคเอาไงเอากัน


     "น้องครับ"

     "..." ไร้เสียงตอบรับ คนตรงหน้าไม่ยอมแม้กระทั่งเงยหน้ามาสบตากับผม อาจจะไม่ได้ยิน

     "น้องครับ"


     ผมเรียกย้ำไปอีกที รอบนี้คนตรงหน้าค่อย ๆ เงยหน้ามาสบตาผม ผมชะงักไปนิดหน่อยเมื่อได้สบตาเข้ากับดวงตากลมโตคู่นั้นแต่ก็เพียงแป๊ปเดียวไม่ทันที่น้องจะสังเกตเห็น ก่อนจะส่งยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของผมให้น้องเพื่อไม่ให้น้องกลัว น้องหยุดมองหน้าผมพักนึง ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามว่าผมต้องการอะไร


     "น้องว่างไหมครับ มีเวลาให้พี่สักแป๊ปไหม"


     ผมไม่ทิ้งเวลาให้เสียเปล่ารีบเอ่ยเจตจำนงค์ของตัวเองออกไป ลุ้นและเริ่มคิดว่าถ้าโดยปฏิเสธจะทำยังไง แต่เพียงไม่นานหน้าของคนตรงหน้าก็พยักขึ้นลงเป็นเชิงตอบรับแต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาสงสัยมาให้ ผมยิ้มให้ด้วยความพึงพอใจ


     น่ารักกว่าที่คิดแฮะ


     "ไปกันครับ"

     ในเมื่อไม่มีการตอบรับกลับมา ผมเลยเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของคนตัวเล็กด้านหน้าไว้ แล้วออกแรงดึงลากน้องให้เดินตามมา


     'ทัศนศิลป์'


     โชคดีที่ตรงตำแหน่งที่น้องอยู่กับซุ้มสาขาของผมอยู่ไม่ไกลกันมาก ลากน้องมาแป๊ปเดียวก็ถึงแล้ว ถ้าถามว่าผมลากน้องมาที่นี่ทำไมก็คงไม่แน่ใจในคำตอบของตัวเองเหมือนกัน อาจเพราะอยากพามาแนะนำสาขาหรืออาจจะเเค่อยากทำอะไรสักอย่างเพื่อให้คนตรงหน้าสดใสขึ้นกว่านี้ สักนิดนึงก็ยังดี


     "ยินดีต้อนรับน้องเขาสู่บ้านทัศนศิลป์นะครับ"

     "..." ไม่มีการตอบรับใด ๆ มีแต่สายตาที่มองตรงมาที่ผมด้วยความสงสัยปนมึนงง

     "คณะของเราเรียนไม่ยากเลย ขอแค่น้องรักในศิลปะ...น้องชอบวาดรูปไหมครับ"

     น้องยังคงให้ความร่วมมือโดยการพยักหน้าตอบรับ ทำให้ผมที่เกือบถอดใจเริ่มมีแรงฮึดที่จะแนะนำน้องต่อไป

     "ดีเลยครับคณะนี้มันขึ้นอยู่ที่ใจเลยจะเก่งไม่เก่งมันไม่สำคัญขอแค่ใจรักก็พอ"


     ผมพยายามอธิบายรายละเอียดต่าง ๆ ของสาขาผมให้น้องฟังอย่างเข้าใจง่ายที่สุด ซึ่งคนเป็นน้องก็รับฟังอย่างตั้งใจ ต่อให้ไม่มีคำพูดตอบรับแต่ถ้าน้องยังรับฟังอยู่ก็ถือว่าโอเค


     "เออ...พี่ลืม" อธิบายจนจบก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าลืมเเนะนำตัวเอง บ้าไปแล้วไอ้ดาวเหนือ

     "พี่ชื่อดาวเหนือนะ"

     น้องมองตาผมก่อนจะพยักหน้ารับรู้ ก่อนที่จะเข้าสู้เดดแอร์ ผ่านไปนานเกือบนาทีก็ไม่มีการตอบกลับใด ๆ จนผมต้องเอ่ยถาม

     "แล้วน้องชื่ออะไรครับ"

     "..."


     เงียบ ไม่มีเสียงตอบกลับอะไรเลยหรือน้องไม่ได้อยากคุยกับผมตั้งแต่แรก  ไม่รู้ว่าเผลอแสดงสีหน้ายังไงออกไป รู้แค่ตอนนี้ผมทำตัวไม่ถูกเลย น้องยังคงจ้องหน้าผมไม่ยอมละสายตาไปไหน เหมือนกับพยายามมองทุกท่าทางที่ผมแสดงออกอย่างสนใจ ผมจะทำยังไงดี


     "...แสง"

     เมื่อกี้น้องพูดใช่ไหม

     "ครับ?"

     "ชื่อปีแสง"


     ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไรแค่คำตอบสั้น ๆ แต่มีอิทธิพลต่อผมมาก ยิ้มที่กว้างที่สุดของวันนี้ถูกส่งให้คนตรงหน้า ยิ้มจนเมื่อยเเก้มแต่ก็ห้ามให้ตัวเองหยุดยิ้มไม่ได้เลย


     "น้องปีแสงยินดีที่ได้รู้จักนะครับ"


     ขนาดพูดอยู่ผมยังหยุดยิ้มไม่ได้ สงสัยจะเป็นเอามากอาการแบบนี้มันคืออะไรผมไม่รู้ ไม่เข้าใจเลย แต่ทุกอย่างมันก็กระจ่างทันทีเมื่อผมได้รับการตอบรับที่เกินคาดจากคนตรงหน้า


     "ยินดีที่ได้รู้จัก...ครับ"


     ตึกตัก ตึกตัก


     รอยยิ้มเล็ก ๆ ของคนตรงหน้าหยุดทุกการเคลื่อนไหวทุกอย่างรอบตัวดูช้าลง มีแต่หัวใจที่เต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ 


     เป็นอะไรไปวะหัวใจ 


     มันไม่ใช่ยิ้มที่กว้างที่สุดหรือสว่างที่สุด มันเป็นแค่รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่หลุดออกมาเพียงชั่วครู่และหายไปจนเกือบมองไม่ทัน แต่แค่เพียงช่วงเวลานั้นมันก็ทำให้ผมละสายตาไปไหนไม่ได้อีกเลย และไม่รู้ว่าอะไรดลใจอยู่ ๆ ในหัวผมก็ได้ยินเสียงของเพลงที่เล่นไปเมื่อกี้ขึ้นมา


     แต่วันหนึ่งฉันผ่านมาพบเธอตรงนั้น

     ดวงใจ เป็นเดือดเป็นร้อนช่างทรมาน

     ราวกับโดนมนตร์แม่มดสะกดพลัน

     นาทีนั้น ฉันรักเธอทันใด


     ต่อไปนี้คงปฏิเสธไม่ได้อีกแล้วว่ารักแรกพบไม่มีจริง เพราะตอนนี้ผมว่าผมเจอแล้วแหละ รักแรกพบของผม



     ------------------------------



     หลังจากผ่านวันนั้นมาผมพยายามหาอะไรทำให้ตัวเองไม่ว่าง พยายามไม่คิดถึงรอยยิ้มนั้น พยายามบอกตัวเองว่าคงไม่ได้เจอน้องอีกแล้วเพราะผมไม่รู้เลยว่าสุดท้ายน้องเลือกเรียนอะไรที่ไหน พยายามทุกอย่าง สุดท้ายก็ไม่เป็นผล ทุกอย่างเท่ากับศูนย์


     ผมลืมไม่ได้เลย


     ครืด ครืด

     นอนคิดอะไรเพ้อเจ้อได้ไม่นานโทรศัพท์ก็สั่นขึ้นเนื่องจากมีคนโทรเข้ามา


     'ก้อย'


     "ฮัลโหล"

     (ดาวเหนือแกอยู่หอใช่ไหม)

     "ใช่ ๆ มีอะไรหรือเปล่า"

     (คือวันนี้ฉันมาคุมงานวันแรกพบอ่ะ แล้วมีน้องคนนึงแพ้กระเทียมแต่ฉันไม่รู้เลยไม่ได้สั่งข้าวอย่างอื่นมาเผื่อ แล้วพอมารู้ตอนนี้จะไปสั่งที่ไหนก็ไม่ได้แล้วร้านข้าวแถวนี้ปิดหมดเลย ถามคนอื่นยังไม่มีใครกลับหอมาเลย เหลือแต่แกคนเดียวแกช่วยทำอะไรมาให้น้องกินได้ไหม)

     "ตอนนี้ไม่มีวัตถุดิบอะไรเลยเอาเป็นข้าวไข่เจียวได้ไหม"

     (ได้ๆขอแค่ไม่มีกระเทียมเป็นพอ)

     "โอเคจะรีบทำแล้วเอาไปให้"

     (ขอบคุณมากนะแก)

     "ไม่เป็นไร เราเต็มใจ"


     หลังรับงานมาเสร็จสับ ผมรีบทำข้าวไข่เจียวอย่างที่บอก เรื่องทำอาหารคงเป็นอีกอย่างที่ผมถนัดอาจจะเพราะต้องทำกินเองเกือบทุกวันเลยทำให้สกิวการทำอาหารของผมพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ จนได้รับคำชมว่าอร่อยจากสายลมเพื่อนที่สนิทที่สุดซึ่งเป็นคนที่กินอาหารยากมากก็ถือว่าเป็นบุญของผมแล้ว


     พอทำอาหารเสร็จแล้วผมก็ขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซต์คู่ใจใส่หมวกกันน็อคแล้วรีบแว้นออกมาอย่างรวดเร็ว กลัวน้องจะได้กินไม่ทัน เวลาพักก็มีอยู่น้อยนิด ต้องทำเวลาสักหน่อย


     "ขอบคุณอีกครั้งนะแก"

     "ไม่เป็นไร เอาไปให้น้องเถอะเดี๋ยวน้องกินไม่ทัน"

     ผมวางหมวกกันน็อคลงข้าง ๆ ก่อนจะยื่นกล่องข้าวไปให้ก้อย

     "แกจะกลับเลยใช่ไหม"

     "ใช่ ว่าจะเลยไปทำธุระพอดี"

     "โอเคงั้นเดี๋ยวเราเก็บกล่องข้าวไว้ให้"

     "โอเค ไปก่อนนะ"


     ผมโบกมือลาก้อยสองสามทีก่อนจะรีบเดินออกมา เดินออกมาจนถึงรถเพิ่งจะคิดขึ้นได้ว่าลืมหมวกกันน็อค วางแล้วก็ทิ้งไว้เลย อยากจะตบหัวตัวเองสักทีนิสัยนี้แก้ไม่หายจริง ๆ 


     ผมเดินกลับมาทีเดิมหยิบหมวกกันน็อคที่วางอยู่ขึ้นมาก่อนจะหันหลังเพื่อจะเดินกลับไปที่รถ แต่อยู่ ๆ สายตาก็ไปสะดุดที่ร่างของก้อย ไม่รู้อะไรดลใจอยู่ ๆ ผมก็อยากรู้ขึ้นมาว่าน้องคนไหนที่จะได้กินข้าวของผม แอบดูหน่อยคงไม่เป็นไร


     ผมเดินเลี่ยงออกมาแอบดูในมุมที่เห็นอีกฝ่ายได้ชัดเจน


     "...ปีแสง"


     ปีแสงจริง ๆ ตัวเป็น ๆ อยู่ตรงหน้าผม น้องคนที่แพ้กระเทียมคือปีแสงเหรอ ปีแสงเรียนสาขาเดียวกับผมเหรอ คำถามมากมายวิ่งวนอยู่ในหัวของผม ก่อนที่ทุกคำถามจะถูกตอบกลับจากการที่ปีแสงเอื้อมมือไปรับกล่องข้าวและเปิดออกดู รอยยิ้มที่ยิ้มให้กล่องข้าวของผม ทุกอย่างอยู่ในสายตาของผมทั้งหมด เราได้เจอกันอีกแล้วนะ 


     ผมอยากจะขอบคุณอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นสาเหตุทำให้น้องมาอยู่ตรงนี้และทำให้เราได้กลับมาเจอกันอีก


     ขอบคุณจริง ๆ 



     ------------------------------



     ไป ไม่ไป ไป ไม่ไป ไป ไม่ไป...

     "สรุปวันนี้คุณจะไปดูห้องเชียร์ไหม"

     "แป๊ปนึงขอคิดก่อน"

     "นี่ผมให้คุณคิดเกือบชั่วโมงแล้วนะ"

     "ก็มันยังตัดสินใจไม่ได้"


     ประเด็นการกเถียงนี้มันเกิดจากตัวผมเองล้วน ๆ  ปัญหามันอยู่ที่ว่าวันนี้เข้าห้องเชียร์วันแรกผมอยากเจอน้องแต่ผมก็กลัวว่าถ้าเจอน้องจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่ กลัวจะโป๊ะแตกกลางห้องเชียร์ 


     ใจหนึ่งก็อยากไปอีกใจก็ย้อนแย้ง


     "ถ้าคุณไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป"

     "อยากไปสิ"

     "งั้นก็ไป"

     "แต่ก็ไม่อยากไปด้วยอ่ะ"

     "..." โดนผมพูดวกไปวนมาแบบนี้ สายลมเลยเปลี่ยนจากการพูดมาเป็นส่งสายตามากดดันแทนประมาณว่า 'ถ้ามึงยังกวนตีนแบบนี้อีกจะไม่ได้ตายดี'

     "ไปก็ได้แต่ขอไม่เข้าไปนะ"

     "แล้วจะไปทำไม"

     "เหอะน่า" ผมตัดจบแค่นั้นก่อนจะดันร่างเพื่อนให้เดินไปข้างหน้าเพื่อตรงไปยังห้องเชียร์


     ห้องเชียร์ยังคงคึกคักเหมือนทุกครั้งผมเลือกนั่งในมุมอับสายตาที่ไม่มีใครมองเห็น กวาดสายตาหาคนที่อยากเจอและก็นั่นไงเจอจริง ๆ ด้วย แต่ทำไมหน้าน้องดูเศร้า ๆ ล่ะเป็นอะไรหรือเปล่า


     กิจกรรมดำเนินไปเรื่อย ๆ จนถึงช่วงว้าก เฮดว้ากทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้อย่างดี ผมคอยสังเกตหน้าน้องที่ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่สบายหรือเปล่า ไม่ทันที่จะได้คิดอะไรมากไปกว่านั้นอยู่ ๆ ร่างเล็กของน้องก็ล้มลงกับพื้น ผมรีบเด้งตัวลุกขึ้นทันทีไม่ทันที่สมองจะสั่งการขาของผมก็วิ่งไปหาน้องแล้ว เสียงโวยวายของคนที่น่าจะเป็นเพื่อนปีแสงบอกให้ผมช่วย ผมพยักหน้ารับรีบเข้าไปอุ้มน้องแล้วรีบวิ่งไปที่ห้องพยาบาลทันที สัมผัสได้เลยว่าน้องตัวร้อนมาก ผมโครตเป็นห่วงน้องเลย ถ้าผมรู้ตั้งแต่แรกว่าน้องไม่สบายเรื่องมันคงไม่เป็นแบบนี้


     โชคดีที่อาจารย์หมอบอกว่าปีแสงไม่ได้เป็นอะไรมากแค่เป็นลมเพราะพิษไข้ ผมนั่งเฝ้าน้องไม่อยากลุกไปไหนจนผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง น้องฟื้นขึ้นมาด้วยอากาศสะลึมสะลือบอกว่าตัวเองฝันไปจนผมต้องเอื้อมมือไปบีบแก้มให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่านี่คือเรื่องจริง พอรู้ว่าเป็นเรื่องจริงน้องก็ทำท่าทางตกใจพูดติด ๆ ขัดจนผมหลุดขำ น่ารักชะมัด


     ตอนแรกกลัวจะแย่ว่าน้องจะลืมผมไปแล้ว แต่เกินคาดน้องจำผมได้ ซึ่งไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกที่สงสัยว่าทำไมน้องถึงจำผมได้ น้องเองก็คงสงสัยเหมือนกันว่าผมจำน้องได้ไง จำไม่ได้ก็แปลกแล้วก็น้องเป็นคนเดียวที่ผมลากมาที่ซุ้มสาขา เป็นคนเดียวที่ผมมองผ่านไปไม่ได้ และน้องก็เป็นคนเดียวกับคนที่ทำให้ผมเพ้อเจ้อเป็นบ้าเป็นบอมาหลายวัน


     เวลาผ่านไปเร็วดีแฮะต้องแยกกันแล้ว ผมที่กำลังยื่นกระเป๋าคืนให้คนตรงหน้าชักมือกลับ มองท้องฟ้าอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้มืดแล้วนี่หน่ามีข้ออ้างไปส่งน้องแล้ว น้องไม่ได้ปฏิเสธอะไรเพราะฉะนั้นผมจะถือว่าน้องตอบรับผมแล้วกัน


     "ขึ้น...ยังไง"


     แทบหลุดขำตอนที่น้องมองมอเตอร์ไซค์แล้วพูดขึ้น ดีนะยังพอเก็บอาการอยู่ ผมค่อย ๆ บอกวิธีขึ้นรถให้น้องทำตามพร้อมกับจับมือน้องมาเกาะเอวผมไว้ มือน้องนิ่มมากจนผมเลือกที่จะไม่ปล่อยจับเนียน ๆ ไปแบบนี้น้องไม่รู้หรอกมั้ง ผมขับรถออกมาช้า ๆ ไม่รู้ว่าเพราะกลัวน้องตกรถหรืออาจจะแค่อยากยืดเวลาให้ยาวขึ้น แต่คอนโดน้องคงอยู่ใกล้ม.มากเกินไป ขับมาแป๊ปเดียวก็ถึงสะแล้ว อย่างที่เขาบอกกันสินะเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปไวเสมอ


     "…ฝันดีครับ"


     แค่คำสั้น ๆ ว่าฝันดี คำที่ใคร ๆ ก็พูดได้ แต่ไม่รู้ทำไมพอเป็นน้องที่พูดคำนี้ออกมามันกลับโครตพิเศษอ่ะ อย่างน้อยผมก็มั่นใจแล้วว่าวันนี้ผมคงนอนฝันดี



     ------------------------------



     ครืด ครืด


     P-S เพิ่มเพื่อนคุณจากไอดี


     ใคร?


     ครืด ครืด

     P-S : สวัสดีครับ

     P-S P-S ส่งรูปแล้ว

     P-S : นี่เป็นคำใบ้ของพี่ใช่ไหมครับ


     ผมเลิกคิ้วดูแจ้งเตือนอย่างสงสัยพอกดเข้าไปดูเลยรู้ว่าน้องรหัสเป็นคนแอดมา ลืมไปเลยว่าให้คำใบ้เป็นไอดีไลน์ไป


     N⬆ : ใช่ นั่นคำใบ้ของพี่เอง

     N⬆ : น้องเป็นคนจับได้ใช่ไหม

     N⬆ : น้องชื่ออะไร?

     P-S : ชื่อปีแสงครับ

     N⬆ : ว้าววววว


     เห้ย อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น ปีแสงเนี่ยนะที่เป็นน้องผม ตกใจจนมือลั่นว้าวไปหนึ่งที สงบสติอารมณ์ก่อนนะ ตอนแรกก็คิดว่าจะแกล้งเล่นตัวใส่น้องรหัสอยู่แหละแต่ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นต้องตามตื้อให้น้องหาผมแทน ตอนที่น้องบอกจะไม่ตามหาผมนี่เฟลเลย โชคดีที่พอตื้อไปตื้อมาน้องเปลี่ยนใจ เกือบแล้ว


     P-S : อยากเจอ

     N⬆ : แล้วพี่จะรอเจอน้อง


     อยากเจอเหมือนกัน



     ------------------------------



     "ลมมม อยากเปย์น้องต้องทำไง"

     "คุณก็ซื้อขนมแล้วเอาไปให้น้อง"

     "ถ้าเอาไปให้น้องก็รู้สิว่าเป็นพี่รหัส"

     "งั้นผมเอาไปให้"

     "แต่...อยากเจอน้อง"

     "ก็เอาไปให้และบอกน้องว่าพี่รหัสฝากมา"

     "เห้ยคิดได้ไงเจ๋ง"

     "คุณนั่นแหละทำไมคิดไม่ได้"


     จุก คุยกับสายลมทีไหร่เหมือนโดนหลอกด่าทุกที แต่ไม่เป็นไรผมชินและไม่ถือ


     ได้ไอเดียดี ๆ มาแล้วผมไม่รอช้ารีบตรงเข้าเซเว่นและหยิบขนมเกือบทุกอย่างที่มีลงตะกร้า รู้ตัวอีกทีก็แถบใส่ถุงใหญ่ไม่หมด ผมไม่ได้รวยมาจากไหนหรอกออกจะหนักไปทางจนด้วยซ้ำแต่ก็อยากให้น้องกินเยอะ ๆ  ถ้าผมรวยกว่านี้จะซื้อหูฉลามให้กินเลยติดอยู่คำเดียวว่าจน5555


     ผมแอบอยู่ตรงหลังเสามองน้องที่เดินออกมาจากห้องหลังจากที่ผมส่งข้อความไปขอให้น้องออกมาหา สูดหายใจเข้าลึก ๆ รวบรวมความกล้าและก้าวเดินออกไปหา


     "แฮร่!!"


     ไม่คิดว่าน้องจะตกใจจนนิ่งไปขนาดนั้น นี่ผมน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ ผมต้องขอโทษน้องตั้งนานกว่าน้องจะยอมคุยกับผม โอ้ยเกือบไปแล้วไหมละ น้องมองถุงขนมอย่างงง ๆ พอผมบอกว่าพี่รหัสฝากมาก็พยักหน้าเข้าใจ รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นมาเล็กน้อยและบางเบาแต่นั้นแหละที่ทำให้วิญญาณผมแทบหลุดลอย ผมรีบเอื้อมมือไปลูบหัวน้องหนึ่งทีก่อนจะรีบเดินออกมา อยู่นานกว่านี้มีหวังแย่แน่


     ก้มลงมองมือตัวเองข้างที่เอื้อมไปลูบหัวน้องเมื่อกี้ ก่อนจะยกขึ้นทาบกับหน้าตัวเอง ความอบอุ่นยังคงมีอยู่


     อบอุ่นจัง...



     ------------------------------



     หลายวันมานี้ผมไม่ได้เจอน้องเลย เปิดเทอมแค่อาทิตย์เดียวงานก็เต็มไปหมด ไหนจะต้องทำงานพิเศษทุกคืนอีก เฮ้อ...ชีวิตคนจนมันเหนื่อยชะมัด


     แต่เพราะไม่ได้เจอผมเลยมีเวลานั่งคิดทบทวนหลาย ๆ อย่างที่ผ่านมา ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเวลาเจอน้องผมมักจะรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง ผมไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครมาก่อนไม่รู้จะจัดการความรู้สึกแบบนี้ได้ยังไง


     "แล้วเขาชอบคุณไหม"


     นี่เป็นคำพูดของสายลม ผมเล่าให้สายลมฟังทุกอย่าง ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เเละทุกความรู้สึกที่เป็นอยู่ สายลมรับฟังผมก่อนจะถามคำถามนี้ที่ผมก็รู้คำตอบดี


     นั่นสิ...น้องไม่ได้ชอบผม


     หรือผมควรถอยออกมาไม่อยากให้มันถลำลึกไปมากกว่านี้ เพราะคนที่เจ็บมีแค่ผม แค่กลับไปใช้ชีวิตธรรมดาเหมือนเดิม


     ความสัมพันธ์ของผมกับปีแสงควรจบลงที่คำว่าพี่รหัสและน้องรหัส ผมคิดแบบนั้นเลยทักไปถามไถความเป็นไปของน้องทุกวัน ในฐานะพี่รหัส มันคงอดไม่ได้จริง ๆ ที่จะไม่ยุ่งกับน้องเลยอย่างน้อยแค่รู้ว่าน้องสบายดีไหมก็ยังดี


     หรือเพราะสุดท้ายผมก็ตัดปีแสงออกไปไม่ได้กันนะ...


     "ดาวเหนือคะคืนนี้ไปต่อกับน้ำฟ้านะคะ"


     ผมมองผู้หญิงตรงหน้าเธอสวยตามฉบับของผู้หญิงที่ถ้าผู้ชายเห็นคงเลียวหลัง และนี่คงเป็นความเห็นแก่ตัวของผมที่อยากพิสูจน์ความรู้สึกตัวเองเลยต้องใช้ผู้หญิงคนนี้เป็นเครื่องมือ ผมค่อย ๆ โน้นหน้าลงไปตามแรงดึงของอีกฝ่ายแต่ในขณะที่ปากกำลังจะสัมผัสกันผมกับยกมือขึ้นดันไหล่อีกฝ่ายไว้ ผมทำไม่ได้หน้าของน้องวนเวียนอยู่ในหัวผมไม่ยอมหายไปไหน มันทำให้ผมรู้เลยว่าความรู้สึกจริง ๆ ผมเป็นยังไง แต่ก่อนจะผละออกสายตาผมเหลือบไปเห็นปีแสงที่มองอยู่ สายตาผิดหวังถูกส่งมา ก่อนที่ร่างเล็กของปีแสงจะหมุนตัวแล้วรีบเดินออกไปจากตรงนี้


     "ขอโทษนะครับ"


     ผมไม่ได้สนใจผู้หญิงตรงหน้าอีก รีบเดินตามปีแสงออกมา ในสมองผมฉายวนแต่ภาพของปีแสงที่ส่งสายตาผิดหวังมาให้


     ทำไมถึงมองผมแบบนั้น


     เดินตามออกมาได้สักพักผมก็เห็นภาพของปีแสงที่ยกเหล้าขึ้นดื่มแก้วแล้วแก้วเล่าไม่ยอมหยุด สายตาของน้องว่างเปล่าเหมือนวันแรกที่ผมเจอน้อง ผมได้แต่เฝ้ามองอยู่ไกล ๆ ไม่มีความกล้าพอจะเดินเข้าไปหา


     "คุณเป็นอะไร"


     สายลมที่เห็นอากาศผิดปกติของผมเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย แต่ก็หยุดทุกคำถามลงเมื่อมองตามสายตาของผมจนไปบรรจบที่ปีแสง


     "คุณไปเคลีร์กับน้องให้รู้เรื่องไหม"

     "เรื่องอะไร"

     "ทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ จะได้รู้ไปเลยว่าคิดตรงกันไหม"

     "..."

     "ทำไมทีแบบนี้คุณปอดแหก"


     คำด่าของสายลมก็คงเหมือนแรงผลักให้ผมกล้าเดินไปหาน้อง ผมเดินเข้าไปบอกเพื่อนของน้องว่าจะพาปีแสงกลับเอง ในตอนแรกเพื่อนน้องก็ไม่ยอมจนได้สายลมมาช่วย ก็ไม่รู้หรอกไปรู้จักกันตอนไหนแต่ก็ต้องขอบคุณจริง ๆ 


     ผมแบกน้องที่เมาไม่ได้สติขึ้นหลัง เดินออกมาสักพักก็รู้สึกได้ว่ามีคนไถหน้ากับแผ่นหลัง เป็นสัญญาณว่าน้องรู้สึกตัวแล้ว ผมวางน้องลงบนเก้าอี้ที่อยู่ระหว่างทางก่อนจะย่อตัวนั่งลงด้านหน้าเพื่อมองหน้าน้อง รอบนี้น้องก็ไม่เชื่อว่าเป็นผมอีกแล้วโทษว่าเพราะเมา ผมเลยเอื้อมมือไปจับมือน้องให้ทาบลงที่หน้าผม เพื่อบอกว่านี่คือดาวเหนือนะ ตัวจริงเสียงจริงเลย


     "…คนใจร้าย"


     ผมไม่รู้เลยว่าผมทำอะไรให้น้องโกรธสายตาของน้องที่ส่งมามันว่างเปล่าจนน่ากลัว


     "ผมอึดอัด"


     "น้องเป็นอะไรครับอยากอ้วกหรือเปล่า" ปากพูดออกไปตามที่คิดน้องดื่มไปเยอะขนาดนั้นไม่แปลกเลยที่น้องจะอยากอ้วก


     "ก็เพราะพี่เป็นแบบนี้ผมถึงอึดอัด"


     "ทำไม..." ผมไม่เข้าใจ


     "ตอนแรกผมไม่รู้ว่าที่รู้สึกอยู่มันคืออะไร"


     "..." ผมได้แต่นั่งฟังคนตรงหน้าพูดเงียบ ๆ คงอาจจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้น้องพูดออกมาเยอะกว่าปกติ


     "ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้เจอ อยากเจอบ่อย ๆ "


     "..."


     "ผมไม่ชอบเห็นหน้าเศร้า ๆ ผมอยากให้พี่ยิ้ม"


     "..." ปีแสงทำไม


     "ผมเจ็บตอนเห็นพี่...จูบกับคนอื่น"


     "ปีแสง..." พี่ยังไม่ได้จูบเลย ทำไมปีแสงถึงเป็นแบบนี้ล่ะ พี่ไม่เข้าใจ

 

     "ผมรู้สึกเหมือนโลกผมดับลงทั้ง ๆ ทีมันก็ไม่เคยมีแสงมาตั้งแต่แรก"


     "..." สายตาของน้องค่อย ๆ หม่นแสงลงจนมืดสนิท ที่เป็นแบบนี้เพราะผมใช่ไหม ทั้ง ๆ ที่ผมเป็นคนที่อยากให้น้องมีความสุขแท้ ๆ ทำไมถึงเป็นแบบนี้


     "ใจผมเหมือนโดยเหยียบจนยับเยินดูไม่ได้เลย555"


     เสียงหัวเราะที่โครตฝืดรอยยิ้มที่ส่งก็ฟื้นอย่างไม่ต้องสงสัย นัยตาของน้องเหมือนคนร้องให้แต่ไม่มีน้ำตาสักหยดไหลออกมา ซึ่งเป็นตัวที่บ่งบอกว่าคน ๆ นี้เข้มแข็งมากขนาดไหน


     "พี่..." เสียงของผมหายไปโดยปริยาย พยายามจะเค้นเสียงเพื่อตอบกลับแต่ก็ไม่มีเสียงไหนที่ยอมเปล่งออกมา


     "ทุกอย่างมันประดังเข้ามาจนผมสับสน"


     "..." ผมจะต้องทำยังไงผมไม่อยากให้น้องเป็นแบบนี้


     "แต่ตอนนี้ผมว่าผมรู้แล้ว ว่าจริงๆผมรู้สึกยังไง"


     "..."


     "ผมชอบพี่ พี่ดาวเหนือ"


     สิ้นสุดคำพูดปีแสงก็ค่อย ๆ ทิ้งตัวลงจนหมดสติไปในที่สุด ผมรับร่างของปีแสงไว้ก่อนจะค่อย ๆ แบกขึ้นหลัง รอยยิ้มปรากฏขึ้นตั้งแต่จบประโยคนั้น หุบยิ้มไม่ได้เลย ขอโทษนะที่พี่โง่มาตั้งนานและขอบคุณที่อธิบายให้คนโง่ ๆ แบบพี่รู้ว่าน้องรู้สึกยังไง



     ในเมื่อเราคิดตรงกันต่อไปนี้ผมจะไม่ยอมปล่อยโอกาให้หลุดมือ เตรียมพร้อมรับมือได้เลยปีแสงต่อไปนี้พี่จะเดินหน้าเต็มกำลัง


     พี่จะไม่ปล่อยน้องไปอีก




TBC

 

#สิ้นสุดปีแสง




     ------------------------------


     อ่าวทุกคนนน คดีพลิกค่ะ มันเกิดอะไรขึ้นพอเป็นแบบนี้ใจไรท์มันสั่นหวั่นไหวไปหมดแล้ว อิ้อิ้//หัวเราะแบบคนไม่รู้เรื่อง

     เขากลับไปแก้คำผิดในตอนเก่า ๆ ครบหมดแล้วถ้าใครเจอคำผิดอะไรสามารถทักท้วงบอกได้นะคะ

     ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามกันจนถึงตอนนี้และเขาอยากขอให้ติดตามกันไปจนจบด้วยนะ เรามาคอยดูพัฒนาการของทั้งสองคนกันเถอะค่ะ ขอขอบคุณทุกกำลังใจจริงๆ เพราะมีนักอ่าน นิยายเรื่องนี้ถึงสมบรูณ์ ขอบคุณมากๆนะคะ

     สำหรับคนที่ต้องการทวง บ่น ชม หรือต้องการพูดคุยกับนักเขียนสามารถเข้าไปพูดคุยกันที่แท็ก #สิ้นสุดปีแสง  หรือติดต่อโดยตรงทางทวิตเตอร์ @Realmook42 

     เจอกันอีกทีวันศุกร์หน้านะครับ รักนักอ่านทุกคนนะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 197 ครั้ง

218 ความคิดเห็น

  1. #215 HaeMay (@HaeMay) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 14:38
    เอาล่ะ ทางเปิดแล้ว จีบเลยค่ะๆๆ
    #215
    1
    • #215-1 Realmook42 (@Realmook42) (จากตอนที่ 6)
      10 เมษายน 2563 / 20:57
      จีบเลยๆๆๆๆๆ
      #215-1
  2. #175 ENJOY_EVERYDAY (@pink-peat) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 14:49
    กัปตันเดินเรือเต็มกำลังได้เลยค่ะ เรือวิ่งฉิวแน่นอน
    #175
    1
    • #175-1 Realmook42 (@Realmook42) (จากตอนที่ 6)
      26 ธันวาคม 2562 / 21:45
      วิ่งแบบไม่มีใครแซงได้5555
      #175-1
  3. #157 Micky Petch (@micky_petch) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 14:15
    เขินนน ตาพี่คือชอบน้องจริงๆ
    #157
    1
    • #157-1 Realmook42 (@Realmook42) (จากตอนที่ 6)
      22 พฤศจิกายน 2562 / 20:37
      สำหรับพี่ดาวเหนือรักแรกพบมีอยู่จริง งื้อเขินนนน
      #157-1
  4. #144 byjune96 (@byjune96) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 00:51

    น่ารักก
    #144
    1
    • #144-1 Realmook42 (@Realmook42) (จากตอนที่ 6)
      22 พฤศจิกายน 2562 / 20:31
      ละมุนไปหมดเลยเนอะ
      #144-1
  5. #84 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 13:05
    พี่ปีเอ้ย ไปค่ะ ไปสู้ หนูเชื่อพี่ค่ะ
    #84
    1
    • #84-1 Realmook42 (@Realmook42) (จากตอนที่ 6)
      13 สิงหาคม 2562 / 12:50
      พี่ดาวเหนือจะไม่ทำให้ผิดหวัง
      #84-1
  6. #71 yelowmay (@yelowmay) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 20:16
    น้องวงพี่เค้าก็ชอบนะ แงงงงงง สู้ๆๆๆ
    #71
    1
    • #71-1 Realmook42 (@Realmook42) (จากตอนที่ 6)
      29 กรกฎาคม 2562 / 19:41
      ไฟต์ติ้ง
      #71-1
  7. #61 UZUKI (@u_suwisa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 01:52

    ไปค่ะ ชูป้ายไฟ บุกค่ะ

    #61
    1
    • #61-1 Realmook42 (@Realmook42) (จากตอนที่ 6)
      24 กรกฎาคม 2562 / 14:37
      น้องต้องเป็นของพี่ให้ได้/จากใจพี่ดาวเหนือ อิ้อิ้
      #61-1
  8. #42 rainycrown (@kkssuneins) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 03:02
    เขินพี่ดาวเหนือออแง้
    #42
    1
    • #42-1 Realmook42 (@Realmook42) (จากตอนที่ 6)
      27 มิถุนายน 2562 / 01:32
      ขอเขาเขินด้วยคนนะคับ/แต่งไปเขินไปไม่ไหวเลย5555
      #42-1
  9. #41 pook131036 (@pook131036) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 20:01
    ปีแสงน่ารัก รอนะคะ
    #41
    1
    • #41-1 Realmook42 (@Realmook42) (จากตอนที่ 6)
      27 มิถุนายน 2562 / 01:31
      น้องน่ารัก ต้องรักน้องมากๆนะคะ/ฝากติดตามด้วยน้า
      #41-1
  10. #40 SineeBangpung (@SineeBangpung) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 23:20

    อุเเงงงงงงงง
    #40
    1
    • #40-1 Realmook42 (@Realmook42) (จากตอนที่ 6)
      22 มิถุนายน 2562 / 13:26
      รักกกกกกกก
      #40-1
  11. #39 flower_45 (@flower_45) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 21:01
    รอนะคะ
    #39
    1
    • #39-1 Realmook42 (@Realmook42) (จากตอนที่ 6)
      22 มิถุนายน 2562 / 13:26
      รอน้าาจะรีบมาต่อให้จ้า
      #39-1
  12. #38 Kluer9457 (@Kluer9457) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 20:51

    ชอบๆๆ พี่เหนือก็ชอบน้องจริงๆด้วย
    #38
    1
    • #38-1 Realmook42 (@Realmook42) (จากตอนที่ 6)
      22 มิถุนายน 2562 / 13:25
      เขินนนนนนนน
      #38-1
  13. #37 iilgoo (@ingdaww) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 20:50
    ไม่ใช่แค่พี่เหนือยิ้มจนเมื่อยแก้ม เราก็ยิ้มจนเมื่อยแก้มเหมือนกัน แง รีบๆมาต่อนะคะ
    #37
    1
    • #37-1 Realmook42 (@Realmook42) (จากตอนที่ 6)
      22 มิถุนายน 2562 / 13:25
      ไรท์ก็ยิ้มจนเมื่อยเหมือนกันน จะรีบมาต่อให้น้าาา
      #37-1