นางร้ายกลับชาติมาเกิด ผู้ครอบครองแหวนจ้าวจักรพรรดิมังกร จบภาคหนึ่ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 119,897 Views

  • 662 Comments

  • 2,016 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    16,194

    Overall
    119,897

ตอนที่ 13 : EP : 13 แผนการของเหล่าผู้อาวุโส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 522 ครั้ง
    16 พ.ค. 62







EP : 13 แผนการของเหล่าผู้อาวุโส






 




“ท่านพ่อ วันนี้ท่านพ่อจะไปทำธุระที่ไหนหรือเจ้าค่ะ” หรงซู่จินถามขึ้นในตอนเช้าวันถัดมาที่ได้ไม่อยู่ในโรงเตี๊ยมที่ตระกูลของตัวเอง หรงจินเฉินมองลูกสาวของเขาที่ลงมารอเขาที่ข้างล่างกับหวางชูที่นั่งนิ่งเงียบ ก่อนจะตอบลูกสาวตัวน้อยของเขาไป


“พ่อจะไปที่ร้านเครื่องประดับ”


ร้านเครื่องประดับ ท่านพ่อจะไปสั่งทำอะไรหรือเจ้าค่ะ” หรงซู่จินถามอยากสงสัยพร้อมกับลุกขึ้นเตรียมจะไปตามท่านพ่อของเธอ หวางชูที่เห็นแบบนั้นก็ลุกขึ้นแล้วตามไปเงียบๆ


“ลูกจะไปช่วยท่านพ่อเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดพลางกอดแขนของท่านพ่อของเธออย่างออดอ้อน แล้วเดินไปขึ้นรถม้าที่ถูกเตรียมเอาไว้ให้แล้ว


ทั้งสามขึ้นไปยังรถมาเสร็จ รถม้าก็ออกตัวไปทันทีและตรงไปยังจุดมุ่งหมาย รถม้ามาหยุดอยู่หน้าร้านเครื่องประดับที่อยู่ไม่ไกลจากโรงเตี๊ยมเท่าไร ทันทีที่เดินลงมาจากรถม้า หรงซู่จินก็มองไปยังด้านหน้าที่เป็นร้านขนาดใหญ่ที่มีคนทำกำลังทำงานด้วยสีหน้าสดใส ลูกค้าที่มาซื้อของต่างมีทั้งคนที่มากจากตระกูลใหญ่และเล็กชาวบ้านธรรมดาก็มี หรงซู่จินมองเครื่องประดับต่างๆ อย่างสนใจ พลางแอบคิดว่าจะทำเครื่องดับขึ้นมาขายดีหรือไม่


“คารวะท่านผู้นำตระกูลแล้วก็คุณหนูหรงซู่จินขอรับ” ชายหนุ่มที่ได้รับหน้าที่ในการดูแล้วร้านเครื่องประดับแห่งก็ก้มหัวให้ทั้งสองอย่างมอบน้อม


“รายได้เดือนนี้เป็นอย่างไรบ้าง” หรงจินเฉินถามพลางเดินไปยังห้องทำงานของเขา ร้านเครื่องประดับร้านนี้หรงซู่จินเป็นคนต้นคิดเมื่อตอนยังเป็นเด็กนางบอกเขาว่าอยากมีเครื่องประดับสวยๆ เยอะๆ เขาเลยต้องทำร้านเครื่องประดับนี้ขึ้นมาก็เพื่อนางทั้งนั้น


“ดีขอรับ วันก่อนมีคนจากไหนไม่รู้มาดูเครื่องประดับแล้วก็ซื้อไปเยอะเลยขอรับ” หรงฉางฉางพูดขึ้นอย่างนอบน้อมเพราะผู้นำตระกูลและคุณหนูผู้นี่มีบุญคุณกับเขามากมายนัก ถ้าไม่ใช่เพราะคุณหนูหรงซู่จินขอร้องให้ท่านผู้นำตระกูลช่วยเขาจากการที่ถูกทำร้ายมาอย่างสาหัส ปานนี้เขาก็คงไม่มีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้หรอก


และสิ่งที่เขาทำได้ในตอนนั้นก็คือตอบแทนบุญคุณทั้งสองคนแม้จะแลกด้วยชีวิตของเขาก็ตาม หลายวันก่อนตอนที่คุณหนูหายตัวไปเขาก็ได้ออกไปตามหาเงียบๆ แต่ก็ไม่พบ จนได้ข่าวว่าคุณหนูกลับถึงตระกูลอย่างปลอดภัย เขาก็หายห่วงแล้ว


“งั้นรึ ช่างโชคดีเสียจริงๆ” หรงฉางฉางนำสมุดบัญชีมาวางบนโต๊ะพร้อมกับน้ำชามาให้กับคนทั้งสาม ถึงแม้จะสงสัยว่าชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหล่าคนนี้เป็นใครแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เพราะมันไม่ใช่เรื่องดีที่เขาจะไปยุ่งเพราะดูจากบรรยายกาศรอบตัวแล้วคนผู้นี้ไม่ธรรมดาแน่นอน


ถึงขนาดทำให้ท่านผู้นำตระกูลผู้ที่ขึ้นชื่อว่าหวงลูกสาวนักหนายอมให้ตามมาด้วยแบบนี้ ก็อาจจะเป็นคนรักของคุณหนูหรงซู่จินของเขาก็เป็นไปได้


“ใช่ขอรับ คือว่าท่านผู้นำตระกูลข้ามีเรื่องจะเรียน เอ่อ” หรงฉางฉางพูดขึ้นเมื่อหรงจินเฉินนั้นให้เขาไปสืบข้อมูลบางอย่างมาก็เลยจะรายงานให้อีกคนทราบ แต่เพราะไม่รู้จะพูดบอกตอนนี้เลยดีหรือไม่เพราะกลัวว่าท่านผู้นำตระกูลอยากจะให้มีเพียงแค่เขากับท่านผู้นำตระกูลเท่านั้นที่รู้


“พูดมาเถอะ คนกันเองทั้งนั้น” หรงจินเฉินเข้าใจหรงฉางฉางสิ่งที่พยายามจะสื่อสารดีว่าคืออะไร จึงพูดขึ้นมา แต่เพราะคำพูดของหรงจินเฉินที่พูดออกมาแบบนั้นยิ่งทำให้หรงฉางฉางเข้าใจผิดกว่าเดิมเมื่อผิดว่าหวางชูนั้นเป็นคนรักของคุณหนูหรงซู่จินจริงๆ


“ทางพวกผู้อาวุโสบางคนเริ่มจะวางแผนการแล้วขอรับ วันก่อนข้าได้ยินท่านผู้อาวุโสสิบที่ไปหอนางโลมพูดถึงแผนการที่ให้คุณหนูหรงซู่จินแต่งงานกับคุณชายกงกงเสี่ยวเพื่อที่จะได้ค่าสินสอดนั้นเข้ามาตระกูลขอรับ” ยิ่งหรงจินเฉินได้ยินหรงฉางฉางรายงายมากเท่าไร คิ้วหนาก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่น อย่างไม่พอใจที่พวกนั้นจะใช้ลูกสาวตัวน้อยของเขาเป็นเครื่องมือในการหาเงินเข้ากระเป๋าของตัวเองแถมยังเป็นการขับไล่ลูกสาวของเขาไปในตัวอีกด้วย


หือ กงกงเสี่ยว อย่างนั้นหรือ คุ้นๆ


ปัง!


“บังอาจนัก! ถึงแม้ตระกูลของพวกเราจะสนิทกันก็เถอะ แต่ข้าไม่ยอมยกลูกสาวของข้าให้ใครทั้งนั้น!!” หรงจินเฉินตบโต๊ะดังปังแล้วก็พูดขึ้นมาอย่างโมโห ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยให้คนพวกนี้ไปง่ายๆ แน่ บังอาจมาลูบคมดาบของข้า


“ท่านพ่อใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ กงกงเสี่ยว นี่ใช่กงเสี่ยวที่เป็นน้องของพี่กุ้ยเสี่ยวใช่หรือไม่พี่ฉาง” หรงซู่จินที่ ลูบแขนแกร่งของท่านพ่อของเธอพลางพูดปลอบ ก่อนจะพูดขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นมาได้ พร้อมกับหันไปถามหรงฉางฉางที่หรงซู่จินคนก่อนสนิทด้วยพอสำควรและเป็นอีกคนที่ไว้ใจได้


“ใช่แล้วขอรับ” หรงฉางฉางตอบกลับไป เพราะกงกงเสี่ยวนั้นค่อนข้างจะเก็บตัว แต่ไม่ว่าจะรูปร่างตานั้นหล่อเหลามากทีเดียวไม่แพ้พี่ชายตัวเองสักนิด


“ลูกมีแผนเจ้าค่ะ ท่านพ่อ” หรงซู่จินเอ่ยขึ้นพร้อมกับทำหน้าเจ้าชั่วร้ายแวบหนึ่งก่อนจะหายไป แต่มีหรือจะพ้นสายตาของหวางชูไปได้


“แผนรึ! ไม่เอานะ พ่อไม่ให้ลูกแต่งงานกับใครทั้งนั้น!” หรงจินเฉินที่ได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นมาทันทีเพราะคิดว่าลูกสาวตัวน้อยของเขาจะวางแผนแต่งงานกับกงกงเสี่ยว เขาไม่ยอมเด็ดขาด เด็กคนนั้นอายุเท่ากับลูกสาวของเขา แต่เด็กคนนั้นก็นิ่งเงียบจนน่ากลัว เพราะไม่มีใครรู้ภายใต้ใบหน้านิ่งๆ นั้นกงกงเสี่ยวคิดอะไรอยู่ ถ้าเป็นกงกุ้ยเสี่ยวนั้นก็ว่าไปอย่างอีกคนนั้นก็ไม่เท่าไรหรอก แถมยังเหมือนจะเป็นหนุ่มแสนสุภาพและหัวอ่อนด้วยซ้ำ


“ไม่ใช่เจ้าค่ะๆ ลูกเพียงจะทำทีเป็นว่าเราสนิทกันขึ้น แต่ถ้าเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นพี่กุ้ยเสี่ยวนั้นน่าจะดีกว่าเจ้าค่ะ” หรงซู่จินรีบเอ่ยบอกคนเป็นท่านที่กำลังหวงเธออยู่ตอนนี้


“แต่มัน” หรงจินเฉินแย่งเพราะไม่เห็นด้วยมันอันตรายต่อลูกสาวตัวน้อยๆ ของเขายิ่งนัก


“เชื่อใจลูกสิเจ้าค่ะ พี่ฉางต่อไปนี้ข้าฝากท่านจับตาดูแลพวกผู้อาวุโสด้วยนะเจ้าค่ะ” หรงซู่จินจ้องตากับท่านพ่อของเธอก่อนจะหันไปสั่งหรงฉางฉาง คิดจะจับเธอแต่งงานงั้นหรือ หึหึ


“ขอรับคุณหนู”หรงฉางฉางรับคำอย่างยินดีที่จะทำงานให้กับคุณหนูของเขา


“ข้าตรวจบัญชีเสร็จก็จะกลับตระกูลทันที เจ้ากลับไปทำงานเถอะ” หรงจินเฉินกล่าวขึ้นแล้วก็โบกมือไล่หรงฉางฉางให้ไปทำงานต่อ ไม่มีใครรู้ว่าหรงฉางฉางนั้นทำหน้าอื่นนอกจากเป็นผู้ดูแล้วร้านเครื่องประดับแห่งนี้เท่านั้น


“ขอรับท่านผู้นำตระกูล” หรงฉางฉางรับคำพร้อมกับก้มหัวให้ทั้งสามแล้วออกจากห้องไปเงียบๆ หลังจากที่หรงฉางฉางเดินจากไปได้ไม่ทันไร หวางชูที่เงียบมาตลอดก็พูดขึ้นมาเมื่อเห็นหรงจินเฉินถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ


“ดูเหมือนคนในตระกูลของเจ้าจะแอบตามพวกเรามานะ”


“แอบตามมาได้ยังไง ข้าไม่เห็นรู้สึกตัวเลย” หรงจินเฉินถามเพราะเขานั้นไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อยว่ามีใครแอบตามพวกเขามา


“พวกนั้นแค่บังเอิญเท่านั้น และยังมาแอบเราฟังเราด้วย” หวางชูเอ่ยก่อนจะจิบน้ำชาที่ถูกหรงซู่จินรินน้ำชามาให้ หรงจินเฉินนั้นตกใจเพราะกลัวว่าจะมีคนรู้สิ่งมีที่พวกเขาพูดคุยกัน หรงจินเฉินที่กำลังจะลุกขึ้นไปตามหาคนที่มาแอบฟังพวกเขา แล้วเค้นถามว่าใครส่งมาก่อนจะจำกัดทิ้งไป


“ไม่ต้องหวงหรอกข้ากางม่านอักขระเอาไว้แล้วไม่มีใครได้ยินหรอก” หวางชูเอ่ยขึ้นในตอนที่หรงจินเฉินที่กำลังจะเดินออกไปจากห้องพอดี ทำเอาหรงจินเฉินนั้นหงุดหงิดนิดๆ ที่หวางชูไม่ยอมพูดให้หมดทั้งแต่แรก แต่ก็โทษหวางชูไม่ได้เพราะหวางชูก็เป็นคนพูดแบบนี้อยู่แล้ว เลยได้แต่เดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ก่อนจะนั่งตรวจบัญชีเงียบๆ จนเสร็จก็พากันกลับไปที่โรงเตี๊ยมเพื่อเก็บของก่อนจะพากันขึ้นรถม้ากลับไปยังตระกูลทันที

 



. ตระกูลหรง


“ยินดีตอนรับกลับตระกูลขอรับ/เจ้าค่ะ ท่านผู้นำตระกูล คุณหนู” ทันทีที่ทั้งสามเดินลงมาจากรถม้าเหล่าบ่าวไพร่ที่ทำงานกันอยู่แถมนั้นก็หยุดทำงานทันทีพร้อมกับแล้วก็ก้มหัวให้กับผู้นำตระกูลและคุณหนูไร้ประโยชน์


“ไปทำงานต่อเถอะ” หรงจินเฉินพูดขึ้นแล้วก็พากันเดินออกไปจากตรงนั้นแล้วตรงไปยังเรือนของตัวเองทันที บางคนที่เป็นสายข่าวของผู้อาวุโสของแต่ละคนก็รีบวิ่งไปรายงานทันที และไม่นานเมื่อตอนเย็นมาถึงเหล่าผู้อาวุโสก็ได้พากันเชิญหรงจินเฉินมาประชุมเพราะบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะต้องปรึกษา


หึ ปรึกษาอย่างหรือ หรงซู่จินได้แต่มองผู้อาวุโสที่กล้าพูดคำพูดนี้ออกมา ส่วนหรงจินเฉินนั้นแม้ภายนอกจะดูนิ่งแต่ภายในนั้นเดือดดาลแน่ไหน ถ้าไม่เห็นว่าถูกลูกสาวตัวน้อยของเขานั้นขอเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วละก็ คงได้ระเบิดออกใส่พวกผู้อาวุโสเหล่านี้เป็นแน่


“พวกเจ้ามีเรื่องอะไรจะปรึกษาข้าก็พูดมา” น้ำเสียงราบเรียบพูดขึ้น พลางจ้องไปยังผู้อาวุโสที่สิบที่ออกอาการคันปากเหลือเกิน และเมื่อถูกท่านผู้นำตระกูลจ้องมอง และผู้อาวุโสที่สิบนั้นคิดว่าคงเป็นโอกาสที่ดีแล้วที่จะพูดขึ้นมาเสียที


“ข้าแค่อยากจะเสนอเรื่องดีๆ กับท่านนิดหน่อยนะขอรับท่านพูดนำ” ผู้อาวุโสที่สิบเกริ่นขึ้นมาพลางแอบยิ้มในใจ ว่าพวกเขาคงจะมีรายได้เข้ากระเป๋าและได้กำจัดคุณหนูผู้ไร้ประโยชน์ออกไปจากตระกูลอีกด้วย


“เรื่องดีๆ อย่างนั้นหรือ” หรงจินเฉินถามพลางแอบกำหมัดแน่นก่อนจะคายออก ก่อนจะมองผู้อาวุโสที่สิบนิ่ง มันผู้นี้เลี้ยงเอาไว้ไม่เชื่องสงสัยต้องกำจัดเร็วๆ ทิ้งเสียแล้วสิ


“ขอรับ ข้ามีความคิดว่าตอนนี้คุณหนูหรงซู่จินคงถึงเวลาออกเรือนแล้วขอรับ” ผู้อาวุโสที่สิบพูดพลางแอบยิ้มในใจทันทีที่เห็นหรงจินเฉินนั้นนิ่งไปเลย


“ออกเรือน?” หรงจินเฉินถามย้ำผู้อาวุโสที่สิบออกครั้ง สายตาแข็งกร้าวขึ้นจนผู้อาวุโสที่สิบนั้นถึงกับเหงื่อตกน้อยๆ เมื่อได้รับแรงกดดันจากหรงจินเฉิน


“ข้าว่ามันคงไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไรนะเจ้าคะ เพราะถ้าอยากนั้น พี่อี้จินคงจะต้องออกเรือนไปแล้ว จะให้ข้าออกเรือนก่อนพี่สาวของข้าได้ยังไงกันล่ะเจ้าคะ” หรงซู่จินพูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มๆ แต่นั้นมันก็เท่ากับว่าเป็นการสาดน้ำเย็นๆ ใส่หน้าของผู้อาวุโสที่สิบเข้าจังๆ


“ระเรื่องนั้น” ผู้อาวุโสที่สิบนั้นหาคำพูดไม่ออกเลยทันที ไม่คิดว่ายัยคุณหนูไร้ประโยชน์ผู้นี้จะกล้าพูดขึ้นมาขัดแผนการของเขาแบบนี้


“ข้าเห็นด้วยนะ คุณหนูยังเด็กนักและอีกอย่างจะให้ออกเรือนก่อนพี่สาวก็คงจะไม่ดีนัก” ผู้อาวุโสที่สามพูดขึ้นก่อนจะมองไปยังผู้อาวุโสที่สิบนิ่งๆ ก่อนจะหันไปมองท่านผู้นำตระกูลแล้วก็พูดขึ้น


“อีกไม่กี่วันคุณหนูหรงอี้จินก็จะกลับมาตระกูลแล้ววันนั้นเราค่อยหาลือกันดีหรือไม่ขอรับท่านผู้นำตระกูล” ผู้อาวุโสที่สามนั้นมีแผนการที่เตรียมเอาไว้สำรองเพื่อความผิดพลาดอยู่แล้ว


“อืม ก็ดี พวกเจ้ามีเรื่องจะบอกข้าแค่นี้ใช่หรือไม่” หรงจินเฉินตอบก่อนจะถามอย่างรำคาญเรียกเขามาเพื่อจะพูดกันแค่นี้หรือ เสียเวลาชะมัด


“เอ่อ ยังหรอกขอรับ เรามีเรื่องจะถามนิดหน่อยนะขอรับ” ผู้อาวุโสที่สี่พูดขึ้นอย่างรวบรวมความกล้าเพราะสองวันมานี้พวกเขาต่างพากันอยากจะรู้เป็นอย่างมาก พากันสืบหากันจนหัวหมุนก็ไม่รู้อะไรเลย


“พูดออกมา” ทันทีที่หรงจินเฉินพูดแบบนั้น มีหรือที่ผู้อาวุโสที่สี่จะไม่รีบถามในสิ่งที่ใครๆ ต่างก็พากันอย่างรู้กันถ้วนหน้า


“เด็กผมขาวคนนั้นเป็นใครหรือขอรับ” ทันทีที่ผู้อาวุโสที่สี่พูดจบหรงจินเฉินก็คิ้วกระตุกขึ้นมานิดๆ แต่คนที่ยืนหลบสายตาจากผู้คนทั้งสิบนั้นตอนนี้กำลังหางตากระตุกไม่หยุด บังอาจนักเจ้ามนุษย์ชั้นต่ำพวกนี้กล้าเรียกข้าว่าเด็กอย่างนั้นรึ! บังอาจเกินไปแล้ว ถ้าไม่ใช่ว่าหรงซู่จินขอขาเอาไว้ว่าอย่าทำอะไรคนพวกคนนี้ละก็ รับรองได้ว่ามันไม่ตายดีแน่


“เขาคือสหายของข้าเอง” เพราะไม่อยากจะบอกความจริงกับใครเลยจำเป็นต้องพูดแบบนี้ออกไป เพื่อไม่ให้ทุกคนสงสัยและรู้ว่าลูกสาวตัวน้อยของเขากำลังฝึกวรยุทธ


ส่วนหวางชูนั้นเหมือนกำลังถูกเจ้ามนุษย์ตัวน้อยๆ พวกนี้ลูบคมดาบเข้าให้แล้วก็ยิ่งไม่ชอบใจนัก นี่เขาต้องถูกอ้างนั้นอ้างนี้ไปถึงเมื่อไรกัน ทำไมเขามีหน้าที่เยอะแบบนี้


“สะสะหายของท่านผู้นำรึ!” ผู้อาวุโสทั้งสิบต่างพากันร้องอุทานขึ้นมาพร้อมเพียงกัน เพราะไม่เคยรู้ว่าท่านผู้นำตระกูลของเขานั้นไปมีสหายแบบนั้นเมื่อไร และคนที่ตกใจมากที่สุดคงไม่พ้นผู้อาวุโสที่สี่ที่พูดออกไปก่อนหน้านั้น ทำเอาเหงื่อไหลไปตามกรอบหน้าและแผนหลังจนชุ่มไปหมด และที่สำคัญเลยคือเขาดันกลัวว่าถ้าสหายของท่านผู้นำตระกูลมาได้คำพูดเมื่อกี้จะเกิดอะไรขึ้น


“ใช่ ข้าขอเตือนพวกเจ้าทุกคน ถึงเขาจะนิ่งแต่เขาก็โหดเหี้ยมฆ่าพวกโดยไม่กระพริบตาเลยทีเดียว ถ้าเจ้าทำอะไรให้เขาไม่พอใจขึ้นมา ถึงเป็นข้าก็ห้ามเขาไม่ได้” หรงจินเฉินไม่วายลากหวางชูขึ้นมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ และถ้าหรงซู่จินอยู่ใกล้กับหวางชูนั้นก็เท่ากับว่าหรงซู่จินของเขานั้นมีหวางชูค่อยดูแลอยู่ และนั้นทำให้พวกผู้อาวุโสต่างไม่กล้าเข้ามารังแกลูกสาวตัวน้อยของเขาอย่างแน่นอน


“ขอบคุณท่านผู้นำตระกูลที่เตือนพวกเราขอรับ พวกเราจะไม่ทำให้สหายของท่านผู้นำตระกูลไม่พอใจเป็นอันขาดของรับ” ผู้อาวุโสที่หนึ่งที่เงียบมานานก็พูดขึ้น พลางคิดหนักกับปัญหาที่เจออยู่ตอนนี้ ทำไมมันเริ่มจะยุ่งยากขึ้นมาทุกที


“เข้าใจก็ดีแล้ว” หรงจินเฉินพูดแค่นั้นก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องประชุมไปทันทีโดยมีหรงซู่จินนั้นเดินตามไปพร้อมกับหวางชูที่หายตัวไปจากตรงนั้นแล้วมาปรากฏตัวอยู่ข้างกายของหรงซู่จิน


“พวกเจ้าสองพ่อลูกชอบเอาข้าไปแอบอ้างอยู่เรื่อย” หวางชูพูดเรียบๆ อย่างไม่ชอบใจเท่าไร หรงซู่จินที่ได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะเบาๆ ขึ้นมาทันที


“งั้นข้าทำเนื้อย่างให้ท่านทานดีหรือไม่”


“ดี!” เขาเปล่าเห็นแก่เนื้อย่าง แต่หรงซู่จินบอกเอาไว้อยู่แล้วว่าจะทำให้เขาทานอยู่แล้ว สงสัยเขาคงต้องไปหาล่าสัตว์มาเยอะๆ เพื่อให้หรงซู่จินจะได้ทำเนื้อย่างให้เขาทานเยอะๆ เสียแล้ว


“ท่านหาข้ออ้างให้ข้าทำเนื้อย่างให้ทานก็บอกว่าเถอะเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดอย่างรู้ทันที พลางเดินเข้าไปกระแซะหวางชูอย่างหลอกล้อ ก่อนจะถอยห่างจากหวางชูเมื่อท่านพ่อของเธอหันกลับมามอง

 


 

หวงจริงๆ นะหรงซู่จินเนี่ย ถึงขนาดจะไม่ยกให้ใครเลยอะ โธ่ ท่านหรงจินเฉินท่านนี่ช่างตามลูกสาวของท่านไม่ทันเลยจริงๆ อะแฮมๆ หวางชู แค่อยากทานเนื้อย่างจริงๆ นะหรือเจ้าค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 522 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #481 Yony-Sama (@pimtawan123456) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 19:05
    ก็ดูทำท่าไม่พอใจแต่สุดท้ายเรื่องกินก็สำคัญกว่าอยู่ดี5555
    #481
    0
  2. #192 อันอัน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 20:12

    ว่าแต่เขาท่านหวางชู นึกว่าจะแน่ แต่ก็แพ้เนื้อย่าง555""

    #192
    0
  3. #168 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 17:56
    สนุกค่ะ ชอบๆ
    #168
    0
  4. #166 นัทจัง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 16:17

    ท่านพ่อน่าจะบอกว่า ท่านมังกรเป็นลุกชายเำื่อนเก่ามากกว่าเป้นเพื่อนตัวเองนะ อิอิ ( อีหกน่อยก็ว่าที่ลูกเชยแล้ว อิอิ)

    #166
    0
  5. #125 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 03:03
    สนุกมากกก
    #125
    0
  6. #67 นาน่านะ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 03:54

    หวางชูก็น่ารักนะ แววพระเอกได้อยู่...ช่วยแจวเรือดีกว่า แต่ว่าจะข้ามสายพันธ์ไปป่าวอ่ะ ไม่หรอกโน๊ะ มันคือนิยาย 5555

    #67
    0
  7. #38 Dar699699 (@Dar699699) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 15:59

    หวางชูนี้ถึงจะรู้ทันนางเอกแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี แถมไม่ใช่แค่หวางชูรู้ทันฝ่ายเดียวชะด้วย 555
    #38
    0
  8. #37 jeerasuda0610 (@jeerasuda0610) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 15:15
    555555+
    #37
    0