นางร้ายกลับชาติมาเกิด ผู้ครอบครองแหวนจ้าวจักรพรรดิมังกร จบภาคหนึ่ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 125,613 Views

  • 680 Comments

  • 2,117 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    21,910

    Overall
    125,613

ตอนที่ 15 : EP : 15 แขกที่มาเยือนและเปิดตัวอาจารย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 493 ครั้ง
    16 พ.ค. 62








EP : 15 แขกที่มาเยือนและเปิดตัวอาจารย์











“พวกเจ้ามีอะไรก็พูดมา” ทันทีที่เข้ามาในห้องประชุมทุกคนต่างมีสีหน้าอยากจะพูดแต่ก็ไม่พากันพูด นั้นจึงเป็นเหตุให้หรงจินเฉินที่ตอนนี้เบื่อมาก เลยต้องถาม คิดจะยกเรื่องนั้นมาพูดสินะ หึ


“พวกข้าเพียงเห็นว่าคุณหนูหรงซู่จินกับคุณชายกงกุ้ยเสี่ยวชอบพอกันก็เลยอยากจะให้ทั้งสองสมหวังของนะขอรับ” หรงซู่จินที่ยามนี้นั่งข้างซ้ายข้างท่านพ่อของเธอได้แต่ยิ้มเยาะในใจ ไหนบอกว่าจะจับคู่เธอกับกงกงเสี่ยวไม่ใช่หรือ หึ คนเดียวที่รู้เรื่องนี้ จะเป็นใครไปได้เหล่า นอกจากหรงอี้จิน เมื่อหมากเดินไปตามที่นางต้องการ แก้แค้นชิงชิงและถังฟู่ให้สาสมกับสิ่งที่สองคนนี้ทำกับเธอไม่อย่างเจ็บปวด เธอจะแก้แค้นจนกว่าจะพอใจเธอถึงจะยอมปล่อยไป


“อืม เจ้าคิดว่าอย่างนั้นหรือ” หรงจินเฉินมองผู้อาวุโสที่สิบนิ่งพร้อมกับถามขึ้นสีหน้าไม่บ่งบอกว่าตอนนี้คิดสิ่งอยู่กันแน่ ทำเอาเหล่าผู้อาวุโสต่างพากันเดาทางไม่ถูก


 “จริงหรือซู่เออร์ พ่อไม่เห็นรู้มาก่อนเลยว่าลูกชอบพอกับกุ้ยเสี่ยว พ่อก็นึกว่าลูกคบหาดูใจกับฉางโจเสียอีก” เมื่อไม่มีใครเอ่ยขึ้นหรงจินเฉินก็หันไปถามลูกสาวตัวน้อยของเขา ทำเอาเหล่าผู้อาวุโสที่ได้ยินแบบนั้นต่างก็พากันลืมเรื่องของฉางโจคนรักของคุณหนูไร้ประโยชน์เสียได้ แล้วทีนี้พวกเขาจะตอบยังไงละเนี่ย พวกเขารึอุตส่าห์วางแผนมาดิบดี จะมาจบแบบนี้ไม่ได้


“เอ่อ ลูกกับฉางโจเลิกกันแล้วเจ้าค่ะ” หรงซู่จินก้มหน้างุดก่อนจะพูดขึ้นพอพวกผู้อาวุโสได้ยินแบบนั้นก็ว่ากันยิ้มในใจ โอกาสมาแล้ว


“เจ้าชอบกงกุ้ยเสี่ยวหรือ” หรงจินเฉินถามเสียงเรียบนิ่งแต่ก็มีความอ่อนโยนจนทุกคนสัมผัสได้ ทำให้ทุกกคนนอกจากหวางชู เชื่อว่า ถ้าเป็นกงกุ้ยเสี่ยวก็พอจะมีโอกาสอยู่บ้าง


“เอ่อ คือว่าลูก” หรงซู่จินอ้ำอึ้งไม่กล้าพูดใบหน้าแดง แกล้งทำทั้งนั้น ทำให้หรงอี้จินเป็นคนพูดขึ้นมาแทนอย่างอยากจะช่วย


“ซู่เออร์กับพี่กุ้ยเสี่ยวเขาชอบกันเจ้าค่ะท่านพ่อ เพียงแต่ซู่เออร์กลัวท่านพ่อจะไม่ชอบใจเลยไม่บอกออกไปเจ้าค่ะ” หรงอี้จินพูดจบก็กันไปหรงซู่จินแล้วยิ้มอย่างให้กำลังใจผู้เป็นน้อง


“ถ้าเจ้าชอบพ่อก็ไม่ห้าม แต่ว่าให้ดูๆ กันไปก่อน เรื่องแต่งงานออกเรือนนั้นพ่อยังไม่ให้ลูกตอนนี้รอให้พี่ลูกออกก่อนลูกถึงจะออกได้”  หรงจินเฉินพูดตามที่เคยนัดแนะกับลูกสาวผู้น่ารักของเอาไว้ก่อนหน้านี้ แถมยังพูดแต่งเพิ่มอีกนิดหน่อย


เพื่อไม่ให้พวกผู้อาวุโสมันฉวยโอกาสที่มันจะกำจัดลูกสาวของเขาออกจากตระกูลไปตอนนี้ และต้องสร้างเงื่อนไขแบบนี้ขึ้นมาเพื่อกันเอาไว้ นั้นเป็นการบอกไว้เอาว่า ถ้าหรงอี้จินนั้นไม่แต่งงานมีหรือหรงซู่จินจะแต่งงานออกเรือนไปได้


“ลูกเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดทั้งๆ ที่ยังกุมหน้าเหมือนเดิมทำให้ทุกคนคิดว่าหรงซู่จินนั้นคงอายที่เพิ่งเลิกกับคนรักมาก็ไปชอบชายอื่นเสียแล้ว


“งั้นก็เอาตามนี้ จะยังไม่มีใครแต่งงานออกเรือนไปไหนทั้งนั้น ไม่มีอะไรแล้วก็แยกย้าย” หรงจินเฉินพูดขึ้นพร้อมกับลุกขึ้น หรงซู่จินก็รีบลุกตามไปอย่างรวดเร็วตามด้วยหรงอี้จินที่ตามออกมาเพราะคิดว่าจะไปหาหวางชูสักหน่อย แต่ดูเหมือนมีแขกที่เข้ามาในตระกูลหรงเสียแล้วสิ


“ขออภัยท่านอาจินเฉินพอดีข้าเพิ่งกลับมาจากสำนักแล้วพอดีข้ามีสหายมาด้วย ต้องขออภัยที่มาโดยไม่บอกกล่าวพอดีข้ามาหา” ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มผู้มาใหม่จะเอ่ยจบหรงซู่จินที่เห็นว่าวันนี้มันช่างบังเอิญเสียจริงๆ ก็ได้แต่ลอบยิ้มในใจ ก่อนจะพูดขึ้น


“พี่กุ้ยเสี่ยวมาหาข้าหรือ”


“อะ เอ่อ ใช่ๆ พี่มาเจ้านั้นแหละ” แม้ว่ากงกุ้ยเสี่ยวจะตั้งใจมาหาหรงอี้จินแต่เพราะไม่รู้จะพูดบอกหรงจินเฉินยังไงดี เพราะรู้ว่าหรงจินเฉินนั้นหวงลูกสาวตัวเองขนาดไหน แต่ถ้ารู้เรื่องของพวกเขาขึ้นมาแล้วละก็คงเกิดเรื่องแน่ๆ


“งั้น ก็ไปที่เรือนข้ากัน เอ๊ะ นั้น พวกเขาเป็นสหายของพี่กุ้ยเสี่ยวหรือเจ้าค่ะ” แม้หรงซู่จินจะดีใจที่เหยื่อกินเบ็ด แต่ก็ดีใจได้ไม่นานเมื่อเห็นว่าสหายของกงกุ้ยเสี่ยวนั้นเป็นใคร ซวยแล้วไง เธอลืมคนพวกนี้ไปได้ยังไงเนี่ย


“ใช่แล้ว นี่เยี่ยเฟิงเยี่ยฟงแล้วนั้นก็เยี่ยหยวน” ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นหรงซู่จินก็ขมวดคิ้วอย่างสงสัย เพราะไม่คิดว่าจะเจอสหายของตัวเองเร็วขนาดนี้ แค่สิ่งที่เธอแปลกใจคือ องค์รัชทายาทที่เธอไม่รู้แม้แต่ชื่อดันมารู้ตอนนี้แถมยังมีอะไรบางอย่างมันแปลก เธอได้กลิ่นไม่ดีเลยจริงๆ


“ยินดีที่ได้รู้จักเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดขึ้นเหมือนทำเป็นว่าไม่เคยรู้จักกันและทั้งสามก็ทำแบบเดียวกันกับเธอเหมือนกัน


“ยินดีขอรับ” ไม่อยากจะเชื่อว่าทั้งสามคนสามัคคีกันพูดน้อยจนเธอรู้สึกแปลกใจเลยทีเดียว แต่ก็ไม่แน่สามคนนี้อาจจะไม่อยากเปิดเผยตัวตนเหมือนกันก็เป็นไปได้


“งั้นเชิญพวกท่านไปที่เรือนของข้าก็แล้วกันเจ้าค่ะ พวกท่านเป็นเพื่อนของพี่กุ้ยเสี่ยวก็เหมือนเพื่อของข้าเช่นกัน” หรงซู่จินสรุปเอาเอง


พลางเหลือบสายตาไปมองผู้เป็นพ่ออย่างขออนุญาตก่อนจะเดินจับมือของกงกุ้ยเสี่ยวไปยังเรือนของตัวเอง ทั้งสามพากันมองมือของกงกุ้ยเสี่ยวกับหรงซู่จินจับมือกัน


 ไหนใครบอกว่าหรงซู่จินเลิกกับคนรักแล้วยังไง แล้วนี้อะไร กว่าพวกเขาตามสืบเรื่องของนางจนเจอก็ใช้เวลานานพอดู แถมยังเพิ่งมารู้ว่าสหายสนิทของพวกเขานั้นสนิทกับตระกูลหรงอีกด้วย และด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต้องอ้างว่าอยากมาเที่ยวที่ตระกูลของกงกุ้ยเสี่ยวเพื่อที่จะหาโอกาสมาเจอกับหรงซู่จินของพวกเขา

 



“พี่กุ้ยเสี่ยวท่านจะอยู่ที่ตระกูลนานหรือไม่เจ้าคะ” หรงซู่จินถามพลางริมชาให้กับทั้งหกคน ไม่ผิดหรอก แม้แต่หรงอี้จินก็ตามมาแถมยังมองไปที่เยี่ยหยวนตลอดเวลา


“ก็สักพักเห็นจะได้ ถ้าเจ้าฝึกวรยุทธก็ดีสิ เจ้าจะได้เข้าสำนักกับเข้าบ้าง” กงกุ้ยเสี่ยวพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบหัวของหรงซู่จินอย่างเบาๆ ด้วยความเอ็นดู เพราะเขาชอบเวลาถูกหรงซู่จินอ้อน นั้นก็เป็นเพราะเขามีน้องก็เหมือนไม่มีน้องนั้นแหละ


“ข้าว่าซู่เออร์คงไม่เหมาะหรอกเจ้าค่ะ พี่กุ้ยเสี่ยวขืนเข้าไปในสำนักคงถูกรังแกแน่ๆ เจ้าค่ะ” หรงอี้จินพูดขึ้นเพราะถ้าหรงซู่จินฝึกวรยุทธขึ้นมามันคงจะไม่ดีแน่ เพียงแค่นางไม่ได้ฝึกวรยุทธแต่ก็สามารถหลอมโอสถได้  ถ้าเกิดหรงซู่จินฝึกวรยุทธขึ้นมาจริง แผนการบางอย่างอาจจะถูกเปลี่ยนไปก็ได้


“ข้าก็คิดเช่นนั้น แต่ถ้าพี่กุ้ยเสี่ยวพูดแบบนี้ ข้าก็จะลองฝึกวรยุทธดูบ้างดีกว่าเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับหรงอี้จิน ก่อนจะหันไปมองกงกุ้ยเสี่ยวที่เอาแต่แอบมองหรงอี้จินอยู่ตลอดเวลา ก่อนจะพูดขึ้นอย่างเอาใจกงกุ้ยเสี่ยวแต่อีกสามคนที่ได้แบบนั้นก็ได้แต่ขมวดคิ้วว่าหรงซู่จินนั้นระดับลมปราณสูงก็สองคนนี้ด้วยซ้ำ


“เฮ้อ เจ้าคงชอบพี่กุ้ยเสี่ยวมากสินะ ถึงลงทุนทำถึงเพียงนี้” หรงอี้จินแสร้งถอนหายใจพร้อมกับพูดขึ้นอย่างต้องการจะพูดบอกกับทุกคนที่นี่ เพราะแต่ละคนนั้นหล่อเหล่าเอาการมากทีเดียว


โดยเฉพาะเยี่ยหยวนนั้นที่มองมายังหรงซู่จินแอบหนึ่งก่อนจะมองออกไปด้านนอกหน้าต่างเหมือนกับหวางชูไม่มีผิด ท่าทางการวางตัวทั้งสองคล้ายๆ กันหนัก ไม่ว่าจะหวางชูหรือเยี่ยหยวนนางจะไม่ปล่อยใครไปทั้งนั้น


“ข้าก็ต้องชอบพี่กุ้ยเสี่ยวอยู่แล้วสิเจ้าค่ะ พี่กุ้ยเสี่ยวเป็นคนดีสุภาพอบอุ่นมีหญิงใดบ้างที่จะไม่ชอบกันละเจ้าคะ” หรงซู่จินตั้งใจพูดแบบนี้เพราะว่ากงกุ้ยเสี่ยวนั้นจะได้คิดว่าพี่สาวของเธอจะต้องชอบเขาเป็นแน่ หึ


“เจ้านี่ช่างปากหวานจริงเชียว ซู่เออร์” กงกุ้ยเสี่ยวเอ่ยชมหรงซู่จินที่มองมุมไหนนางก็น่ารัก แต่เพราะเขานั้นได้ชอบหรงอี้จินไปแล้ว เลยทำให้เขานั้นรักหรงซู่จินเป็นเพียงแค่น้องสาวไม่อานจะเป็นอย่างอื่นไปได้


“แน่นอนเจ้าค่ะ” หรงซู่จินรับคำชมด้วยรอยยิ้มหวาน พร้อมกับริมน้ำชาให้กับเยี่ยเฟิงที่ดื่มหมดแล้ว สามคนนี้มาแปลกไม่พูดไม่จาปกติชวนเธอคุยไปแล้ว ยิ่งองค์รัชทายาทนั้นไม่ต้องพูดขึ้นเงียบเป็นเป่าสากเลยทีเดียว


“เอ่อ จริงสิ ก่อนหน้านี้พี่ได้ยินว่าเจ้าถูกลักพาตัวไป เจ้าเป็นอะไรหรือไม่” กงกุ้ยเสี่ยวที่นึกขึ้นมาได้ก็ถามขึ้นมาทันทีอย่างหวงใย


“อ๋อ ไม่เป็นไรเจ้า พอดีข้าได้พบกับคนใจดีช่วยข้าแล้วก็พามาส่งที่ตระกูลแล้วเจ้าค่ะ” หรงซู่จินตอบอย่างไหลลื่นไม่มีสะดุดแม้แต่น้อย ไม่ได้มองไปที่สามหนุ่มตอนนี้เลยด้วยซ้ำ ทำไมพวกเขารู้สึกเหมือนถูกนางเมินก่อนจะมาทำให้พวกเขาดีใจเพียงเพราะคำพูดของนางกันนะ


“แล้วเขาไปไหน


“เขาไปแล้วเจ้าค่ะ แต่ว่าข้าว่าไม่นานเราคงได้พบกันอีกเป็นแน่เจ้าค่ะ” ยังไม่ทันทีที่กงกุ้ยเสี่ยวจะพูดจบหรงซู่จินก็พูดขึ้นมาทันที


“ก็ดีๆ ถ้าเจอเขาพี่จะขอบคุณเขาสักหน่อยที่ช่วยเจ้า” กงกุ้ยเสี่ยวที่เห็นสีหน้ามั่นอกมั่นใจของหรงซู่จินก็ได้แต่ยอมเอ่อออไปด้วย ถึงแม้เขาจะขบขันนิดหน่อยกับท่าทางแบบนั้นของนาง


“จริงสิ ไหนๆ พวกท่านก็มากันแล้วอีกอย่างซู่เออร์ก็อยากจะฝึกวรยุทธอีกด้วย งั้นเรามาช่วยซู่เออร์ฝึกดีหรือไม่เจ้าค่ะ” หรงอี้จินที่เงียบมานานเพราะกำลังคิดแผนการบางอย่างอยู่ก็พูดขึ้นมา


หรงซู่จินที่ได้ยินแบบนั้นก็ลอบยิ้มในใจขึ้นมาทันที คิดจะแกล้งข้างั้นหรือ มันยังเร็วไปแผนเด็กๆ เธอไม่หลงกลหรอก


“ถ้าทุกคนไม่ว่าอะไรข้าก็ยินดีเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดขึ้นด้วยท่าทางตื่นเต้น พร้อมกับทุกคนที่พากันออกจากเรือนของหรงซู่จินไปยังลานประลองต่างๆ ของตระกูล มีลานยิ่งธนูแล้วก็ลานประรองดาบแล้วก็อื่นๆ


“อืม ขั้นแรกซู่เออร์ต้องทำให้ร่างกายให้แข่งแรงก่อน ไม่อย่างนั้นฝึกวรยุทธหนักไม่ได้แน่ๆ” ทันทีที่มาถึงลานประลองที่มีคนภายในตระกูลกำลังฝึกวรยุทธกันอยู่ หรงอี้จินก็พูดขึ้นเสียงไม่ดังมาก แต่ก็พอจะทำให้ทุกคนได้ยิน หรงซู่จินที่ได้ยินแบบนั้นมุมปากก็กระตุกนิดๆ ก่อนจะยิ้มหวานออกมาแล้วพูดขึ้นอย่างกระตือรือร้น


“งั้นบอกมาเลยเจ้าค่ะ”


“ซู่เออร์ เจ้าต้องโคจรลมปราณในร่างกายของเจ้าให้เป็นเสียก่อน ถ้าทำสิ่งนี้ไม่ได้ ทุกอย่างก็จบ” หรงซู่จินทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนจะทำตาโตนิดๆ อย่างตื่นเต้น ก่อนจะถามหรงอี้จินที่พยายามจะฉีกหน้าของเธอ


“ได้แล้วเจ้าค่ะ รู้สึกตื่นเต้นจัง ท่านพี่จะให้ข้าทำอย่างไรต่อเจ้าค่ะ” ในตอนนั้นเองหรงซู่จินได้เห็นหวางชูที่อยู่ไกลๆ ก่อนจะเรียกเขาให้มาช่วยเพราะดูเหมือนจะได้เวลาเปิดตัวของหวางชูแล้ว


“เจ้าลองไปเลือกอาวุธมาหนึ่งคิดว่าเจ้าน่าจะถนัดมือที่สุดมาสิ” หรงอี้จินบอกพลางแอบในใจ หรงจินที่เห็นแบบนั้นก็เดินไปยังมุมที่มีอาวุธให้เลือกในการซ้อมหรือเอาไว้ประลองกัน เธอมองอาวุธต่างๆ นิ่งไม่มีกระบี่เลย งั้นก็เอาใกล้เคียงก็แล้วกัน หรงซู่จินเอื้อมมือไปหยิบมาแล้วเดินไปหาทุกคน


“งั้นเอาละ งั้นเรามาฝึก


พรึบ!!


“ข้าคงให้เจ้าฝึกไม่ได้” หวางชูที่หายตัวแล้วมาปรากฏกายอยู่ด้านข้างของหรงซู่จินพรางพูดเสียงเย็นยะเยือกจนใครได้ฟังต่างก็พากันขนหัวลุกเมื่อถูกเสียงที่มีระดับลมปราณที่แน่นหนากดทับ


“ทำไมละเจ้าค่ะ” หรงซู่จินหันไปถามอย่างสงสัย ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้ว ส่วนหรงอี้จินนั้นที่หวางชูนั้นมาปรากฏกายอยู่ตรงนี้พร้อมกับพูดกับหรงซู่จินทำให้ไม่พอใจหรงซู่จินไปด้วยขนาดนางพยายามพูดกับหวางชู เขายังไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย แล้วนี่อะไร


“นั้นสิเจ้าค่ะ ทำไมถึงไม่ได้” หรงอี้จินถามอย่างสงสัย พลางสะกดกั้นอารมณ์ของตัวเองไว้นิด กงกุ้ยเสี่ยวนั้นสงสัยว่าผู้มาใหม่นั้นเป็นใคร แล้วทำไมถึงดูสนิทกับหรงซู่จินแล้วก็หรงอี้จินนัก เพราะด้วยรูปร่างหน้าตาแล้ว นี่มันเป็นภัยต่อหญิงสาวชัด และเขาก็ไม่ชอบใจด้วยที่เห็นสายตาของหรงอี้จินมองหวางชูด้วยสายตาหลงใหลแบบนั้น


“เจ้าลืมไปแล้วหรือซู่เออร์” หวางชูไม่สนใจใครนอกจากมองหน้าของหรงซู่จินนิ่งก่อนจะพูดขึ้น พอหรงซู่จินได้ยินแบบนั้นก็ทำตาโตก่อนจะพูดเสียงดัง ต้องใจจะให้ทุกคนในบริเวณนี้ได้ยิน


“จริงๆ หรือ ท่านจะรับข้าเป็นศิษย์หรือเจ้าค่ะ” น้ำเสียงตื่นเต้นของหรงซู่จินนั้นปิดไม่มิดเลย เธอคุกเข่าลงคารวะหวางชูเป็นอาจารย์ทันทีอย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างพากันอึ้ง ทั้งสองคนนี้ไปพูดคุยกันตั้งแต่เมื่อไรกัน


“นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไม่ข้าไม่เห็นรู้เรื่องเลย” หรงอี้จินพูดขึ้นพร้อมกับมองทั้งสองอย่างไม่ชอบใจ แต่มันก็แค่แวบเดียวเท่านั้น ก่อนจะหายไป


“งั้นต่อไปเจ้าคือศิษย์สืบทอดของข้าเพียงคนเดียวเท่านั้น” หวางชูพูดขึ้นมาต่อตามบทที่หรงซู่จินบอกให้เขาโดยไม่ฟังหรงอี้จินสักนิด


“เจ้าค่ะ ข้าจะตั้งใจฝึกตามที่อาจารย์บอกทุกอย่างเลย” หรงซู่จินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอย่างดีใจ เพราะในยามนี้นั้นหรงอี้จินนั้นดูเหมือนจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว เอ๊ะ สงสัยต้องใช้หวางชูเป็นตัวล้อหรงอี้จินเสียแล้วสิ


“ดี งั้นต่อไปอย่าฝึกอะไรที่ข้าไม่สั่งอีกเข้าใจหรือไม่”


“เข้าใจเจ้าค่ะ” หรงซู่จินตอบรับ แต่หรงอี้จินที่วางแผนจะฉีกหน้าหรงซู่จินนั้นรับไม่ได้ และจะไม่ยอมปล่อยโอกาสให้ทั้งสองอยู่ด้วยแน่


“ซู่เออร์เรื่องนี้ท่านพ่อรู้แล้วหรือ”


“รู้เจ้าค่ะ” หรงซู่จินเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มใสซื่อ


พร้อมกับหวางชูที่สะบัดมือเบาๆ ก็ทำให้ดาบที่หรงซู่จินที่หยิบมานั้นกลับไปอยู่ที่เดิมของมัน บางคนที่เพียงเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างพากันอึ้งหนัก เพียงแค่สะบัดมือเบาๆ ก็ทำได้ถึงเพียงนี้ นี่มันระดับลมปราณระดับสูงแน่นอน


“แล้วเรื่องนี้เราพูดกันก่อนหน้านั้นละ ไหนๆ ก็มาถึงนี้แล้วจะไม่ทำอะไรสักอย่างก็เสียเวลานะสิ งั้นเรามาแข่งประลองยิ่งธนูกันดีหรือไม่เจ้าค่ะ หรงซู่จินเก่งด้านการยิ่งธนูมากๆ เลยนะจ้าค่ะ” หรงอี้จินนั้นไม่ยอมง่ายๆ เพราะยิ่งหวางชูที่ให้ความสนใจหรงซู่จินมากว่าตัวเอง นางก็ยิ่งอย่างจะฉีกหน้านางต่อหน้าทุกคน


“เอ่อ อี้เออร์ มันจะดีหรือ” กงกุ้ยเสี่ยวที่เงียบมานานก็พูดขึ้นอย่างห้ามปรามเพราะดูแล้วที่คันธนูหรงซู่จินก็ไม่น่าจะยกขึ้นมาไหวแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมหรงอี้จินต้องทำแบบนี้ด้วย


“ดีสิเจ้าค่ะ แค่ยิ่งธนูเองเจ้าค่ะ ไม่เห็นจะยากอะไรเลยนี่เจ้าคะ” หรงอี้จินพูดด้วยรอยยิ้มหวานจนกงกุ้ยเสี่ยวยอมเชื่อตามแม้ในใจอยาก จะขัดค้านนิดๆ แต่พอได้เห็นรอยยิ้มของหรงอี้จินเขาก็ยอมแต่โดยดี


“เจ้าอยากจะลองหรือไม่” หวางชูหันไปถามอย่างขอความเห็นจากหรงซู่จินทั้งที่เขาก็รู้อยู่แล้วว่านางจะตอบเช่นใด


“เอ่อ ก็ได้เจ้าค่ะ” หรงซู่จินแกล้งพูดด้วยน้ำเสียงที่มีความไม่แน่ใจนัก ก่อนจะมองตาหรงอี้จินแล้วก็ตอบตกลงในที่สุด เพราะจะฉีกหน้าใครบ้างคนเหมือนกัน พอได้ยินแบบนั้นหรงอี้จินก็ยิ้มนิดๆ ทันที โง่สิ้นดี ข้าจะทำให้เจ้าขายหน้าต่อหน้าทุกคนหรงซู่จิน


“งั้นก็ตกลงเอาตามนี้นะเจ้าค่ะ” หรงอี้จินรีบพูดก่อนจะพากันเดินไปที่ลานประลองยิ่งธนูทันที อย่างดีใจ ที่จะได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่านางนั้นดีกว่าหรงซู่จินเป็นไหนๆ


หรงซู่จินและหวางชูมองตากันสักพัก ก็หันไปยิ้มให้กับทั้งสามอย่างรู้กัน ว่าสิ่งต่อไปนี้กำลังจะเกิดอะไรขึ้น เป็นอันรู้กันดีว่าหรงซู่จินนั้นเก่งหลายเรื่อง แต่เรื่องนี้นั้นพวกเขาไม่รู้จริงๆ แต่เห็นท่าทางของนางตอนนี้แล้วมันก็ทำให้เขาสบายใจขึ้นมา





มาแล้วจร้า สามหนุ่มกลับมาแล้วจร้า ดูเหมือนแผนการฉีกหน้าของหรงอี้จินจะล้มเสียแล้วสิ เมื่อต้องมาเจอกับหรงซู่จินแบบนี้ จะเม้นหรือให้กำลังใจก็ได้ทั้งนั้นจร้า


วันนี้อาจจะได้อัพอีกหนึ่งตอนนะคะ ไม่แน่ใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 493 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #578 Kungbible (@Kungbible) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 11:20
    สรุปอ่านแล้วงง ตรงที่พี่สาวทำไมต้องอิจฉาน้องสาวขนาดนั้น พ่อก็รักทั้งคู่ไม่ใช่หรือไง
    แปลกตรงที่การเลี้ยงดู ทำไมพี่สาวจิตใจเลวร้าย แต่น้องสาวจิตใจดีงามตามเรื่องเดิมนะคะ
    #578
    0
  2. #373 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 22:55

    ต้องแก้เผ็ดซะบ้าง555

    #373
    0
  3. #170 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 19:40
    สนุกค่ะ รอๆ
    #170
    0
  4. #156 Air002 (@Air002) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 13:24
    สรุปแล้วนางเอกนางก็ไม่ต่างกันกับนางร้ายที่เป็นพี่หรอก ที่เล่นกับความรู้สึกคนอื่นๆ โดยเฉพาะหนุ่มๆ หลอกใช้ทั้งนั้น
    #156
    1
  5. #127 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 03:15
    ได้เวลาโชร์
    #127
    0
  6. #68 นาน่านะ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 04:15

    ยัยพี่ตัวร้าย อยากฟาดผช.ทุกคนแบบนี้ อันนี้เรียกว่าไรดี ?? รอดูนางหน้าแหก แตกแบบต่อไม่ติด....ต้องเอาคืนยัยนี่เยอะหน่อย ทบต้นทบดอกทั้งชาติก่อนและชาตินี้ เอาให้ไม่ต้องผุดต้องเกิดกันเลยทีเดียว

    #68
    0
  7. #46 palm-mild (@palm-mild) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 21:13

    อัพอีกนะรอๆๆ
    #46
    0
  8. #45 jeerasuda0610 (@jeerasuda0610) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 14:44
    เป็นปลาไหลเลยทีเดียว 555
    #45
    0
  9. #44 oiltipomsomsuay (@oiltipomsomsuay) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 13:17

    กี่เข็มดี555
    #44
    0
  10. #43 Dar699699 (@Dar699699) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 12:45

    ขออีกตอนได้มั้ย~
    #43
    0