ตอนที่ 56 : EP : 54 ขอความช่วยเหลือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2358
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 252 ครั้ง
    1 มิ.ย. 62






EP : 54 ขอความช่วยเหลือ









พรึบ!!


เธอมาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าพรรคทมิฬในเวลาไม่นาน มีคนที่เคยเห็นเธอมาก่อน ก็ก้มหัวให้เธอทันที ยังจำได้ว่าหญิงสาวคนนี้เคยจัดการผู้อาวุโสที่สองเองกับมือ แถมยังเป็นหญิงสาวที่ท่านผู้นำพรรคทมิฬชอบอีกด้วย


“ท่านลุงอยู่หรือไม่”


“อยู่ขอรับ” ชายคนนั้นเอ่ยตอบทันที ก่อนจะเดินนำทางไปอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงหน้าห้องของท่านผู้นำพรรคชายคนนั้นก็ร้องบอกทันที


“ท่านผู้นำพรรคขอรับ คุณหนูหรงซู่จินมาหาขอรับ” ชายคนนั้นเอ่ยจบได้ไม่นาน ประตูก็ถูกเปิดออกอย่างรีบร้อน


หรงซู่จินถูกจุนอี้เวินดึงไปกอดอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่เธอไม่คิดจะต่อต้าน เพราะรู้ว่าอีกคนเป็นห่วงเธอจริงๆ


“เจ้าหายไปไหนมา”


“ข้าไปทำธุระมาเจ้าคะ”  หรงซู่จินก่อนจะดันตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของจุนอี้เวิน และเหมือนเขาจะรู้ตัว ก็เลยยอมปล่อยตัวเธอ ก่อนจะพาเธอเข้าไปด้านในทันที


“รออยู่นี่” หรงซู่จินหันไปบอกหลงเยียนที่กำลังจะตามเข้า พูดไปอย่างนั้นแหละ เธอรู้ว่าหลงเยียนคงไม่ยอมปล่อยเธอเอาไว้กับชายอื่นสองต่อสองเป็นแน่


“นั้นใคร” จุนอี้เวินมองหลงชายหนุ่มตาหน้าหล่อเหลาก็เอ่ยถามอย่างอดไม่ได้


“หลงเยียนองครักษ์ข้าเอง” จุนอี้เวินพยักหน้ารับ เมื่อได้ยินแบบนั้น แต่มันจำเป็นต้องหล่อเหลาขนาดนี้ด้วยหรือ


“อยากดื่มน้ำชาหรือไม่” เพราะไม่อยากจะมีปัญหากับหรงซู่จินก็เลยถามเรื่องอื่นแทน ไม่รู้ว่าหลานสาวของเขามีเรื่องอะไร ถึงได้มาหาเขาถึงที่นี่


“ดื่มเจ้าค่ะ” หรงซู่จินบอกพลางมองอีกคนที่กำลังรินน้ำชาให้กับเธอ


“ดื่มสิ” หรงซู่จินนั่งมองน้ำชาในแก้ว ก่อนจะยกขึ้นมาจิบนิดๆ แล้ววางแก้วลง พร้อมกับมองหน้าจุนอี้เวินไปด้วย


“ข้ามีเรื่องต้องให้ท่านลุงช่วย” หรงซู่จินเอ่ยขึ้นมาทันทีอย่างไม่มีการอ้อมค้อมอะไรทั้งสิ้น


“ซู่เออร์ เจ้าจะให้ลุงช่วยอะไรรึ” จุนอี้เวินเอ่ยถามเสียงอ่อน เขายินดีที่จะช่วยหลานสาวของเขาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม


“ท่านลุงก็รู้ใช่หรือไม่ว่ามีคนไม่หวังดีพยายามจะทำร้ายตระกูลของหลาน” เมื่อมาถึงตรงนี้หรงซู่จินก็แทนตัวเองกับจุนอี้เวินใหม่


“ลุงรู้” จุนอี้เวินเอ่ยพร้อมกับพยักหน้ารับไปด้วย


“หลานอยากจะให้ลุงช่วยดูแลตระกูลให้ในช่วงที่หลานไม่อยู่ได้หรือไม่เจ้าค่ะ” หรงซู่จินเอ่ยบอกตามที่เธอต้องการทันที


“อะไรนะ! หลานจะไปไหนซู่เออร์” จุนอี้เวินถามอย่างตกใจ


“หลานจะไปเข้าสำนักดาตาจุตินะเจ้าค่ะ  อ๋อ อีกเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะ ท่านลุงช่วยกำจัดผู้อาวุโสที่ห้ากับที่หกให้หลานด้วยนะเจ้าค่ะ” หรงซู่จินเอ่ยบอก เพราะตอนนี้เวลามันเร่งรัดเธอมากขึ้นไปทุกที


“ได้สิ หลานไปที่นั้นใครรังแกหลานบอกลุงมาเลยนะ อย่าไปกลัวพวกมัน” หรงซู่จินยิ้มรับ ก่อนจะเอาผลึกแก้ววารีสวรรค์ออกมาแล้วยื่นไปให้อีกฝ่ายพร้อมกับกล่าวดักจุนอี้เวินไปด้วย


“ก่อนอื่นท่านลุงต้องแข็งแกร่งขึ้นมาก่อน เพราะศัตรูของหลานมันกำจัดเท่าไรก็ไม่มีวันหมด  เพราะหลานรู้ว่าเพียงแค่ท่านพ่อคนเดียวก็คงเอาไว้ไม่อยู่แน่เจ้าค่ะ หลานถึงได้มาขอร้องท่านลุง” หรงซู่จินเอ่ยจบก็ยกแก้วขึ้นมาจิบน้ำชา


“มันไม่มากเกินไปหรือ” จุนอี้เวินคิดหนักถึงแม้มันจะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นมา แต่หรงซู่จินก็จำเป็นต้องใช้เหมือนกัน


ของมีค่าเช่นนี้นำมาให้เขาง่ายๆ แบบนี้ เกิดมีใครรู้เข้าละก็ หรงซู่จินแย่แน่ๆ


“ไม่เลยเจ้าค่ะ เพราะเมื่อถึงเวลานั้นท่านลุงจะต้องคิดว่า ดีแล้วที่ข้าไม่ปฏิเสธหลานรักของข้า แน่นอนเจ้าค่ะ” จุนอี้เวินที่เห็นท่าทางมั่นใจของหรงซู่จินก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้


แต่จะให้เขารับของมีค่าแบบนี้มันก็ขัดใจเขาอยู่ดี


“งั้นเราแบ่งไปให้จินเฉินไม่ดีหว่าหรือ” เขาหาทางออกเจอจนได้ หลานของเขาจะต้องยอมเป็นแน่


“หลานเอาให้ท่านพ่อแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้กำลังดูดซับลมปราณอยู่เจ้าค่ะ และท่านลุงก็ต้องรีบเหมือนกันเจ้าค่ะ วันนี้หลานต้องขอตัวไปก่อน น้ำชารสชาติดีมากเลยเจ้าค่ะ” หรงซู่จินไม่ปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายได้ปฏิเสธหรือรั้งเธอเอาไว้ รีบตัดบทก่อนจะกางม่านอักขระคลุมห้องนี้เอาไว้


“ไปกันเถอะ” หรงซู่จินเอ่ยบอกหลงเยียนโดยไม่ได้มองไปทางไหนเลยนอกจากด้านหน้า เธอรู้ว่าหลงเยียนแอบเข้าไปฟังเธอด้านในนั้นแต่ไม่ได้ปรากฏตัวให้จุนอี้เวินรู้


ทั้งสองก็พากันออกจากพรรคทมิฬทันที พอมุ่งหน้าไปได้ไม่นานหรงซู่จินก็หยุด เพราะว่าเธอจะต้องเข้าไปในมิติ และจะต้องเอาหลงเยียนเข้าไปด้วย


“มีอะไรหรือขอรับ”


“ไปแล้วจะรู้เอง” หรงซู่จินไม่บอกอะไร เอื้อมมือไปจับข้อมือใหญ่ของหลงเยียนแล้วพาเข้าไปในมิติทันที


พรึบ!!


“เป็นมิติที่สวยงามมากขอรับ” หลงเยียนที่ได้เข้ามาภายในมิติของหรงซู่จินก็กล่าวขึ้นมาทันที มันแปลกใหม่ต่างจากมิติอื่นๆ มาก


“เจ้าเป็นใครนะ เข้ามาที่นี่ได้อย่างไร” หรงซู่จินหันไปมองเด็กสาวที่กำลังมองเธออยู่น่าจะเป็นน้องเธอปีหนึ่งน่าจะได้


“แล้วเจ้าล่ะเป็นใคร” หรงซู่จินย้อมถามด้วยใบหน้านิ่งๆ พร้อมกับเดินเข้าไปในเรือนของตัวเอง โดยมีหลงเยียนที่เดินตามเธอมาด้วย ไม่ได้สนใจมู่ตานที่กำลังอึ้งที่ตัวเองถูกย้อนถาม


“ท่านแม่!!” ทันทีที่เข้ามาข้างใน หรงลู่จินที่เรื่องว่ามีคนเข้ามาก็รีบอกมาก่อนจะเห็นว่าเป็นใครก็ร้องซะดังลั่นทำเอาหรงจางหนาน สะดุ้งตื่นทันที


หรงซู่จินมองชายหนุ่มผมและนัยน์สีเทาที่กำลังวิ่งตรงมาที่เธอ เสียงนี้ก็จำได้ว่าเป็นของหรงลู่จิน แต่ไม่คิดว่าเข้ามาภายในมิติอีกที ลูกชายเธอจะจำแลงร่างเป็นมนุษย์ไปได้เสียแล้ว อย่าบอกนะว่านี่หรงลู่จินอยู่ในระดับเซียนราชันย์แล้วนะ


เฮ้ย ทำไมโกงกันแบบนี้ละ


หมับ!!


“ข้าคิดถึงท่านแม่มากเลยขอรับ” หรงลู่จินเอ่ยบอกพร้อมกับทำหน้าเศร้าทันที หรงซู่จินที่ถูกหรงลู่จินที่ตัวใหญ่กว่าเธอกอดแน่น ก็ได้แต่กอดตอบอีกฝ่ายพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบหัวเบาๆ


“แม่ก็คิดถึงเจ้า ไหนขอแม่ดูหน้าหล่อๆ ของเจ้าชัดๆ หน่อยสิ”


“ข้าหล่อเหลาเหมือนท่านพ่อเลยขอรับ” หรงซู่จินยิ้มเมื่อได้ยินหรงลู่จินพูดแบบนั้น อืม มันก็ดูคล้ายๆ กันอยู่นะผมและดวงตานั้นก็สีเกือบจะเหมือนกัน แต่หรงลู่จินก็ตัวเล็กกว่าแต่ก็มีกล้ามหมัดพอสำควร


“เอ่อ ท่านหญิง ข้า” หรงซู่จินหันไปมองชายหนุ่มอีกคนซึ่งเธอเดาว่าน่าจะเป็นหรงจางหนาน หรงจางหนานมีผมและนัยน์ตาที่ส้มอมน้ำตาลสูงกว่าหรงลู่จินนิดหน่อย แถมยังดูโตกว่าแต่เหมือนจะเป็นชายหนุ่มเป็นพวกพูดน้อย


“เฮ้อ ข้าอยากดื่มน้ำชามะนาวจังเลย” หรงซู่จินแกล้งถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยบอกไปด้วย


ซึ่งหรงลู่จินที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบวิ่งเข้าครัวไปทำมาให้เธอทันที


“ได้แล้วขอรับท่านแม่” ใบหน้าหล่อเหลายิ้มแย้มอย่างมีความสุข พร้อมกับยื่นแก้วมาให้ผู้เป็นแม่ ก่อนจะเรียกมู่ตานที่ยืนเอ๋ออยู่ด้านนอก กับลี่เฟยที่กำลังเดินเข้ามาในเรือนพอดี


“พวกเจ้านะมานี่สิ”


“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทั้งสองขานรับก่อนจะเดินเจ้ามาด้านใน มู่ตานก็เงียบไปเลยทันที เธออยู่ในนี้มาหลายวันแล้ว และยังไม่เห็นมีใครเข้ามาในนี่เลยสักคน จนเธอคิดว่าตัวเองถูกหลอกเสียแล้ว


“นี่คือท่านแม่ของข้า และเป็นเจ้าของที่นี่” หรงลู่จินแนะให้เด็กทั้งสองได้รู้จัก พร้อมกับอวดว่าตัวเองนั้นมีแม่ที่งามล่มเมืองขนาดไหน


“เอ่อ ข้าลี่เฟยขอรับ ส่วนนี่มู่ตานขอรับ” ลี่เฟยก้มหัวพร้อมกับแนะนำตัวทันที พอเห็นว่ามู่ตานกำลังยืนนิ่งเหมือนวิญญาณหลดออกจากร่างเขาก็เลยต้องเอ่ยบอกแทน


“ข้ารู้แล้ว”


“ท่านรู้?” ลี่เฟยถามมันจะเป็นไปได้อย่างไร พวกเขาเพิ่งจะเจอกันครั้งแรกเองนะ นางจะรู้ได้อย่างไร


“ทำไมข้าจะจำคนที่ตัวเองช่วยไม่ได้” หรงซู่จินเอ่ยบอก ทำเอาทั้งสองยืนอึ้งไปอีก พอเห็นว่าทั้งสองยืนนิ่ง หรงซู่จินก็พึมพำเบาๆ


“เฮ้อ อยากทานเนื้อย่างจังเลย”


“รอสักครู่นะท่านแม่เดี๋ยวข้าไปทำมาให้ แล้วเอ่อ ท่านผู้นี้ละขอรับ” นานที่เดียวที่หรงลู่จินเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีชายหนุ่มอีกคนที่มากับท่านแม่ของตัวเองด้วย


“นี่คือหลงเยียนเป็นคนสนิทของพ่อของเจ้านะ” หรงซู่จินเอ่ยบอกให้ เมื่อเห็นว่าหลงเยียนก็ไม่รู้จะพูดบอกอีกฝ่ายอย่างไร


“ยินดีที่ได้รู้จักขอรับท่านหลงเยียน ไม่ทราบว่าท่านอยากจะท่านเนื้อย่างด้วยหรือไม่ขอรับ” หรงลู่จินก้มหัวก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม


“อะอืม” หลงเยียนตอบกลับพรางคิดว่านายท่านของเขากับท่านเจ้าสาวไปมีลูกกันตั้งแต่เมื่อใดกัน ทำไมลูกชายถึงได้โตรวดเร็วแบบนี้


“งั้นรอสักครูนะขอรับ” หรงลู่จินเอ่ยบอกพร้อมกับวิ่งเขาครัวไปทำเนื้อย่างให้ท่านแม่กับหลงเยียนทันที


“พวกเจ้าอยากจะเข้าสำนักดาราจุติหรือไม่” หรงซู่จินเอ่ยถามโดยไม่ได้มองหน้าทั้งสองที่กำลังตาโตเพราะตกใจ


“อยากขอรับ/เจ้าค่ะ” ทั้งสองตอบพร้อมกันทันที


“อยู่ในระดับไหนแล้ว” หรงซู่จินเอ่ยถามถึงแม่จะแอบตรวจดูระดับของอีกฝ่ายไปแล้ว แต่เธอก็มีมารยาทมากพอที่จะไม่กล่าวอะไรออกไปเลย


“ระดับลมปราณนภาขั้นกลางขอรับ”


“ระดับลมปราณนภาขั้นต้นเจ้าค่ะ”


หรงซู่จินพยักหน้ารับ ถึงแม้จะอยู่ในนี้นาน แต่ว่าลมปราณในนี้แน่นหนากว่าเมื่อก่อนมาก ใครที่มีร่างกายอ่อนแอก็จะไม่สามารถทนอยู่ในนี้ได้ และลมปราณแน่นหนาเกินไปก็ทำให้เป็นอันตรายได้


แต่ทว่าดูเหมือนมู่ตานจะมีปัญหาในการทะลวงเลื่อนระดับลมปราณ นั้นอาจจะเป็นเพราะว่าร่างกายบอบบางนั้นและไม่ได้มีเส้นลมปราณที่ใหญ่เหมือนของเธอ ส่วนของลี่เฟยนั้นขนาดถูกผนึกพลังเอาไว้ แต่ก็ยังสามารถทะลวงเลื่อนระดับมาได้สูงกว่ามู่ตานที่ก่อนหน้านั้นมีลมปราณที่ต่ำกว่ามู่ตาน ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว


ดูเหมือนว่าคนที่มันต้องการตัวคงจะเป็นเด็กหนุ่มผู้นี่ก็เป็นไปได้ ไม่แน่ถ้าเธอได้ลี่เฟยมาเป็นพวกอาจจะมีประโยชน์กับเธอในภายภาคก็เป็นไปได้

“หรงจางหนานช่วยฝึกสองคนนี้ที”


“ขอรับ” หรงจางหนานไม่พูดอะไรมากรับคำเสร็จก็เดินออกไปด้านนอกทันที โดยมีมู่ตานกับลี่เฟยเดินตามหลังไป


“ท่านแม่ เสร็จแล้วขอรับ” หรงซู่จินมองหรงลู่จินพร้อมกับยิ้มนิด เสียงมาก่อนตัวเสียอีก


“กลิ่นหอมดี” หรงซู่จินเอ่ยชม พร้อมกับลงมือท่าน วันนี้เธอใช้แรงงานไปเยอะมาก เลยรู้สึกหิว


หรงลู่จินที่ได้ยินคำชมก็ยิ้มปากแทบฉีก พร้อมกับยืดอกรับอยากภาคภูมิใจไปด้วย

 



ผ่านไปหนึ่งร้อยวันภายในมิติตอนนี้หรงซู่จินได้อยู่ในระดับลมปราณจักรพรรดิขั้นปลายแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาหรงซู่จินก็นั่งดูดลมปราณบางต่อสู้กับหลงเยียนบาง นั่งหลอมโอสถบ้าง  โอสถอันเม็ดไหนที่ได้แปดเต็มสิบส่วนเธอจะเอาไปประมูล สวนอันไหนเต็มสิบก็จะเก็บเอาไว้เองอีกส่วนเอาให้ลูกน้องของเธอ ยังดีที่ในมิติของเธอมีต้นสมุนไพรเยอะแยะเต็มไปหมด แถมยังได้คุณภาพมากอีกด้วยเพราะมีความสมดุลของธรรมชาติ


ตู้ม!!


เธอหันไปมองมู่ตานที่ถูกหรงจางหนานซัดกระเด็นตกสระน้ำวารีสวรรค์ไปแล้ว เธอคิดว่าแค่นี้ก็น่าจะพอทำให้มู่ตานรับมือกับศัตรูได้มากทีเดียว


เคล้ง!


เคล้ง!


หรงซู่จินหันไปมองอีกฝั่งที่กำลังสู้กับอย่างเมามัน ดูไปแล้วลี่เฟยตัวเล็กกว่าหรงลู่จินนิดหน่อย อาจจะเป็นเพราะเพิ่งเข้ามาอยู่ในนี้ได้ไม่นานร่างกายของเขาถึงได้ดีขึ้นมากกว่าแต่ก่อน


“ท่านเจ้าสาว ท่านจะให้ข้าไปส่งโอสถนี้ให้กับพรรคทมิฬหรือขอรับ” หลงเยียนถามพรางมองขวดโอสถร้อยกว่าที่ท่านเจ้าสาวของเขานั่งหลอมอยู่ตั้งนาน


ที่หรงซู่จินให้โอสถทะลวงเลื่อนระดับให้กับทุกคนนั้นเป็นเพราะยังไงก็ต้องใช้แรงคนพวกนี้อีกเยอะ  


“อืม ก่อนจะเข้ามาก็ล่าสัตว์มาด้วย” หรงซู่จินเอ่ยบอกหลงเยียนเรียบๆ พรางเก็บหม้อหลอมโอสถเอาไว้ในแหวนมิติ


ก่อนจะกระโดดลงสระน้ำวารีสวรรค์ พร้อมกับว่ายน้ำลงไปให้ลึกเรื่อยๆ เธออยากจะรู้ว่าตัวเองจะว่ายไปได้ลึกแค่ไหน จะไปได้ถึงข้างล่างเหมือนกับตอนที่ได้พบเจอกับหวางชูหรือไม่


หือ ก้อนสีน้ำตาลที่กำลังส่องแสงกันอยู่ มันคืออะไรน่ะ ด้วยความอยากรู้ หรงซู่จิไม่ได้กางมานอักขระคลุมร่างกายเอาไว้ เลยมองเห็นสิ่งนั้นไม่ชัดเท่าไร


แม่เจ้า นั้นมันผลึกแก้วปฐพีนี่น่า


 ทำไมมันอยู่ข้างล่างนี้ได้กันนะ เธอว่ายวนดูว่ามันมีอะไรที่ทำให้เกิดผลึกแก้วปฐพีหรือไม่ จากนั้นก็เห็นดอกบัวขนาดใหญ่ที่เหลืองอร่ามอยู่ไม่ไกลจากพวกผลึกแก้วปฐพี เธอเก็บพวกมันจนหมด ก่อนจะมองดอกบัวขนาดใหญ่ คิดว่าจะเอามันไปด้วยดีหรือไม่


 แต่พอคิดได้ว่าถ้าเอามันขึ้นไปแล้ว มันไม่ทำให้เกิดผลึกแก้วปฐพีขึ้นละ งั้นเอาไว้ที่เดิมแล้วกัน  หรงซู่จินกางม่านอักขระคลุมตัวเอง พร้อมกับนั่งดูดซับลมปราณไปด้วย พลางเอาโอสถมาทาน พร้อมกับเอาผลึกแก้วปฐพีมาดูดซับลมปราณไปด้วย เธอทำมันอย่างช้าๆ ไม่รีบมาก


หรงซู่จินนั่งในใกล้น้ำอยู่นาน จนไม่รู้เลยว่าผู้ที่อยู่ด้านบนนั้นเป็นห่วงแค่ไหน โดยเฉพาะหรงลู่จินที่นั่งไม่ติดพื้น อยากจะกระโดดลงไปในสระแล้วไปลงไปดู


แต่เพราะถูกหรงจางหนานห้ามเอาไว้ แล้วบอกว่าถ้าไปขัดสมาธิตอนที่จะทะลวงเลื่อนระดับ มันจะทำให้คนผู้นั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส นั้นเลยทำให้หรงลู่จินได้แต่มองลงไปในสระน้ำที่ไม่อาจมองเห็นอะไรได้เลย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 252 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #532 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 18:00

    ลู่จินโตแล้วซินะ ยังเอาใจท่านแม่เหมือนเดิมทำอารหารแทนได้แล้วนิ

    #532
    0
  2. #530 Jazz (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 13:00

    หลงลู่จิน..น่าร๊ากกกก

    #530
    0
  3. #529 Nuengsupasit (@Nuengsupasit) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 12:59
    หลงลู่จินน่าร้ากกกก
    #529
    0
  4. #528 sevenroses (@sevenroses) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 10:04

    ขออีกได้ไหมคะ

    #528
    0
  5. #527 Nooviewmju76 (@Nooviewmju76) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 00:25
    ลู่จินน่ารัก
    #527
    0
  6. #526 เฉิงหนิงต้า (@KaekaiUreka) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 22:57

    เกือบจะลืมจางหนานไปแล้ว 555
    #526
    0