[Fic VIXX]KenKen's Cafe {Special}

ตอนที่ 8 : ▲ ฆาตกรโรคจิต : Chapter 7▼

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    8 เม.ย. 60




Chapter 7

 

            กลิ่นคาวของเหลวสีแดงสดคละคลุ้งปะปนไปด้วยกลิ่นสนิม เรียกรอยย่นระหว่างหัวคิ้วของแวมไพร์จมูกดีสายเลือดพิเศษได้ในทันที ร่างสูงเคลื่อนตัวผ่านช่องว่างอันเป็นเส้นทางเพื่อก้าวผ่านไปยังชั้นใต้ดิน เร่งความเร็วในการเคลื่อนไหวจนทิ้งระยะห่างกับเงาดำตรงหน้าไม่ถึงสองเมตร

 

            ฝีเท้าหยุดชะงักลงเมื่อบานประตูสีดำขนาดใหญ่ถูกสลักเอาไว้ด้วยอักษรโบราณของโลกปีศาจขวางกั้นเส้นทางสำหรับก้าวเดินต่อ แวมไพร์หนุ่มจึงไม่รอช้าที่จะหยิบเครื่องมือสื่อสารต่อสายถึงสัปเหร่อหนุ่ม เสียงบทสวดบริกรรมคาถาถูกเปล่งออกมาจากปากของลูกชายราชาปีศาจ โดยที่เลโอยังไม่ทันได้กล่าวประโยคอื่นใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม

 

ครืน!!!!

 

            บานประตูปริแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงหล่นลงมากองกับพื้น เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนเอาไว้ด้านหลังอันเป็นสถานที่น่าขยะแขยงสำหรับแวมไพร์หนุ่ม สองฟากข้างทางเดินที่ทอดยาวเบื้องหน้าเต็มไปด้วยสารพัดเครื่องมือสำหรับการทรมาน แม้จะมีพื้นที่โล่งกว้างสำหรับการทารุณกรรมทว่ากลับมีกรงขังขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางพื้นที่ดังกล่าวจนมองเห็นได้อย่างชัดเจน

 

            กักขังหน่วงเหนี่ยวอย่างไร้อารายธรรมเท่าที่ปีศาจร่างทดลองอย่างเขาจะได้พบ สองร่างซึ่งถูกรวบแขนรวบขาด้วยโซ่เส้นใหญ่ด้านในนั้นดูเยาว์วัยกว่าจะเป็นเด็กสาวในวัยสิบห้าปีตามข้อมูลที่ได้รับแจ้งมา พวกเธอเหมือนเด็กหญิงสิบขวบซึ่งอยู่ในวัยช่างคุยด้วยส่วนสูงที่มองดูแล้วก็คงไม่พ้นช่วงเอวของแวมไพร์หนุ่ม

 

            ช่วงขายาวนำพาร่างขาวซีดเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้กรงขังดังกล่าวอย่างเชื่องช้า ภาพตรงหน้าให้ความรู้สึกหดหู่เกาะกินจิตใจปีศาจหนุ่มอยู่ไม่น้อย เมื่อภาพความทรงจำครั้นตัวเขาเองนั้นถูกกักขังสำหรับการทดลองนั้นวนเวียนกลับมาฉายในหัวอีกครั้ง การถูกทรมานทั้งร่างกายและจิตใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำเอาเลโอต้องปัดทิ้งความรู้สึกเหล่านั้นทิ้งด้วยการนึกถึงใบหน้าของสัปเหร่อหนุ่ม

 

            ดวงตาสีฟ้าคู่สวยทั้งสี่ดวงจ้องมองมายังตัวแวมไพร์หนุ่มด้วยความหวาดหวั่น ชุดกระโปรงแสนสวยเต็มไปด้วยคราบเปื้อนจากดินทรายและเศษฝุ่น ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ลดความดูดีของสองฝาแฝดที่มีใบหน้างดงามไม่ต่างจากตุ๊กตาเคลือบกระเบื้องราคาแพงลงเลยสักนิด

 

จนถึงตอนนี้เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่ชายของเด็กสองคนนี้ถึงได้อยากได้เด็กน้อยทั้งสองกลับคืนสู่อ้อมอกนัก เรือนผมสีบลอนด์สวยเงางามวาววับยิ่งดูขับให้สองร่างเต็มไปด้วยเสน่ห์ชวนมอง ทั้งคู่ควรจะเป็นเจ้าหญิงที่ได้รับการปฏิบัติอย่างเอาอกเอาใจมากกว่าจะมาถูกล่ามโซ่เอาไว้ในสถานที่อันแสนน่ารังเกียจดังกล่าว

 

“คุณเป็นคนที่มาใหม่เหรอคะ?”หนึ่งในนั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไพเราะชวนฟังทว่ากลับเต็มไปด้วยความหดหู่ที่ดูเหมือนจะพ่วงมากับความจำยอม ดวงตากลมโตหลุบลงเล็กน้อยด้วยความหวาดหวั่น ถึงอย่างนั้นกลับขยับริมฝีปากบางฝืนส่งรอยยิ้มหวานมาให้กับร่างสูง

 

คุณหนูตระกูลโจนส์คงจะถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี

 

            ประเมินกิริยาและท่าทางของทั้งสองร่างอีกครั้งโดยไม่ได้กล่าวประโยคอื่นใด ร่างเล็กตรงหน้านั่งพับเพียบประสานมือวางไว้บนตักอย่างเรียบร้อยแม้ว่าทั้งข้อมือและข้อเท้าจะถูกล่ามเอาไว้ด้วยโซ่เส้นใหญ่ ทำเอาแวมไพร์หนุ่มอดชื่นชมให้ความเป็นคุณหนูตระกูลสูงส่งผู้ดีของอีกฝ่ายอย่างเสียไม่ได้

 

“ไม่ใช่......ฉันเป็นคนที่จะมาช่วยพวกเธอ”ประโยคดังกล่าวเรียกความกว้างของดวงตากลมโตขยายมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม

 

“แต่เขา.......”เสียงเล็กเอ่ยถึงใครบางคนออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเหลือบไปมองร่างเล็กที่นั่งอยู่ด้านข้างพร้อมกับสลับมองมายังแวมไพร์หนุ่มอย่างไม่ไว้ใจเท่าไหร่นัก

 

“ถ้าเขาที่พวกเธอหมายถึงคือแบรดชอว์ ตอนนี้ก็คงไม่ใกล้ตายก็น่าจะพิการ”ไม่ได้พูดเพื่อปลอบใจหรือให้ความหวัง แต่จากสถานการณ์หรือความสามารถของสัปเหร่อหนุ่มแล้ว อีกฝ่ายไม่เคยปล่อยให้เหยื่อที่หมายตาหนีรอดไปได้ด้วยบาดแผลเพียงเล็กน้อย

 

“พี่ชายไม่ได้โกหกเราแบบที่คนก่อนๆเคยทำเอาไว้หรอกใช่มั้ยคะ?”เอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจพร้อมกับหยดน้ำสีใสที่เอ่อล้นเต็มกระบอกตารอคอยคำตอบจากแวมไพร์หนุ่มด้วยความคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยม

 

“ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องโกหก ในเมื่อผู้ว่าจ้างของฉันคือโอลิเวอร์......พี่ชายของพวกเธอ”ชื่อของใครบางคนทำเอาสองร่างเล็กถึงกับลุกขึ้นยืนพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลทะลักอาบสองข้างแก้มราวกับเขื่อนแตก

 

            ดาบเล่มใหญ่ในมือถูกฟาดลงบนกรงขังขนาดใหญ่เพื่อเปิดช่องว่างสำหรับการย่างกรายเข้าไปด้านใน เพียงไม่กี่ครั้งเหล็กลูกกรงดังกล่าวซึ่งถูกหลอมขึ้นมาพร้อมกับเลือดของเผ่าพันธุ์ราชวงศ์ปีศาจจึงปริแตกออกอย่างง่ายดาย แวมไพร์หนุ่มไม่รอช้าที่จะวาดดาบฟาดลงไปตัดโซ่เส้นใหญ่ที่คอยล่ามหนูน้อยทั้งสองให้ขาดออกจากกัน

 

            วิธีดังกล่าวย่อมเป็นวิธีการใช้ความรุนแรงอันไม่เหมาะสมจะให้เด็กน้อยทั้งสองคนได้รับชมเท่าไหร่นัก ทว่าจากสายตาที่มามองด้วยความคาดหวังพร้อมกับร่างกายที่ลดความหวาดหวั่นลง ก็คาดเดาได้ไม่ยากว่าทั้งคู่คงมีโอกาสได้พบเจอกับบางสิ่งบางอย่างมากกว่าสิ่งที่แวมไพร์หนุ่มทำ

 

“ขอโทษด้วยนะคุณหนูทั้งสอง หากจะให้เดินไปเองคงเสียเวลามาก และใครอีกคนก็กำลังรอคอยอยู่ด้านบน”สองแขนรวบช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง สองร่างในอ้อมแขนนั้นว่าง่ายอยู่นิ่งไม่ร้องโวยวายโหวกเหวกอย่างที่คาดคิด ก่อนที่ขายาวจะเริ่มย่างกรายพาตนเองและคุณหนูแห่งตระกูลโจนส์ออกไปจากสถานที่ไม่น่าพิศสมัยแห่งนี้

 

            การเคลื่อนที่ไปตามแนวทางเดินเส้นเดิมแอบยากลำบากขึ้นเล็กน้อย เมื่อแขนทั้งสองข้างต้องรับภาระร่างเล็กของเด็กสาวฝาแฝด ไหนจะต้องเคลื่อนไหวร่างกายให้ตามทันเงาดำที่สัปเหร่อหนุ่มส่งมาเป็นผู้ช่วยในการนำทางไม่ให้หลงในเขาวงกตด้านล่างใต้คฤหาสน์หลังใหญ่

 

ขวับ!

 

            เคลื่อนมาถึงยังกลางห้องโถงแวมไพร์หนุ่มก็ต้องรีบหมุนตัวหันหลังให้กับภาพตรงหน้า เขาไม่อยากให้ร่างเล็กที่แสนจะบริสุทธิ์ราวกับผ้าขาวทั้งสองต้องมาเห็นกองศพนับร้อย และเจ้าของคฤหาสน์ที่มีสภาพย่ำแย่จากการถูกทรมาน ยิ่งกว่านั้นเลโอไม่อยากจะให้ทั้งคู่ได้เห็นใบหน้าคมคายของสัปเหร่อหนุ่มที่ฉายแววแสดงความพึงพอใจออกมาจากเต็มเปี่ยมขณะลูบไล้ไปตามกล้ามเนื้อและเส้นเลือดตรงลำคอของตระกูลแซนแอล

 

            กล้ามเนื้อช่วงลำคอไปจนถึงช่วงบ่าที่ถูกเลาะผิวหนังออกจนมองเห็นกล้ามเนื้อสีแดงสวยภายใน เพียงไม่กี่วินาทีที่ได้เห็นทว่าร่างสูงกลับจดจำรายละเอียดภาพดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ดวงตาสีสวยเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุดขณะถูกปลายนิ้วเรียวล้วงเข้าไปสัมผัสกับหลอดลม

 

“ที่รัก นายทำงานเสร็จแล้วเหรอ รวดเร็วดีจัง”เสียงทักทายร่าเริงฟังดูน่าหมั่นไส้ด้านหลังทำให้แวมไพร์สายเลือดพิเศษต้องหมุนตัวหันกลับไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย

 

เฮ้ออออออออ

 

            ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อร่างที่มีสภาพโชกเลือดไม่น่าดูของแบรดชอว์นั้นถูกผ้าผืนใหญ่ปกคลุมเอาไว้ แม้ไม่รู้ว่าเคนไปหาผ้าผืนดังกล่าวมาจากไหน แต่ก็ยังดีที่สัปเหร่อหนุ่มรู้ว่าควรจะทำอย่างไรเมื่ออยู่ต่อหน้าเด็ก โดยเฉพาะเป็นเด็กหญิงตัวน้อยดูเปราะบางด้วยกันทั้งคู่

 

“ฮาย~ คุณหนูโจนส์ รู้อะไรมั้ย? พี่ชายของพวกคุณจ้างเรามาแพงน่าดูเชียวนะ”ใบหน้าคมคายเปื้อนรอยยิ้มหวานกล่าวทักทายสองเด็กแฝดแสดงความเป็นมิตรออกไปอย่างเต็มที่ มือขวาของเจ้าตัวถูกยกขึ้นมาโบกส่งให้กับร่างเล็กทั้งสอง

 

“คุณเป็นปีศาจเหรอคะ?”หนึ่งในสองแฝดถามเสียงใสเอียงคอมองผู้ชายใบหน้ายิ้มแย้มคล้ายผูกมิตรตรงหน้า

 

“ทำไมถามอย่างนั้นล่ะคะคนดี? หน้าตาพี่ชายดูเหมือนเป็นปีศาจขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”คำถามของสัปเหร่อหนุ่มทำเอาร่างเล็กในอ้อมแขนเลโอถึงกับส่ายหัวไปมาเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองไปรอบห้องโถงอีกครั้งด้วยสายตาหวาดระแวง

 

“แต่เขาเป็นปีศาจ ทุกคนที่นี่เป็นปีศาจ”ดวงตากลมโตเหลือบมองใบหน้าของแวมไพร์หนุ่มที่อุ้มตนเองเอาไว้ในอ้อมแขนอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นจึงเอ่ยปากตอบกลับคนถามเสียงอ้อมแอ้ม

 

“แล้ว...........กลัวปีศาจเหรอคะคนสวย?”คำถามต่อไปถูกส่งกลับมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับดวงตาของคนตรงหน้าที่พวกเธอมองเห็นเป็นสีเงินสว่างมากกว่าที่จะเป็นสีดำสนิทอย่างที่เคยเห็นในคราแรก

 

            เมื่อถูกจ้องด้วยสายตาคมกริบสองแฝดถึงกับจับเสื้อโค้ทของแวมไพร์หนุ่มเอาไว้แน่น ก่อนจะหลบสายตาก้มมองพื้นเบื้องล่างแทนใบหน้าคมคายของคู่สนทนา ใบหน้าสวยคล้ายตุ๊กตาขยับขึ้นลงพยักหน้าส่งคำตอบกลับโดยไร้ซึ่งประโยคอื่นใดเสริมต่อ

 

“ไม่ต้องกลัวไปหรอกค่ะ พวกพี่ชายมาเพื่อช่วยให้หนูได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย”ฝ่ามือเลื่อนไปสัมผัสกับเรือนผมสีบลอนด์แผ่วเบา ลูบไล้ไปมาพร้อมกับมองด้วยสายตาแสนอบอุ่นชวนเคลิ้มฝัน“เพราะฉะนั้นตอนนี้น่ะ นอนหลับพักผ่อนก่อนดีกว่านะคะ”

 

            สองร่างถึงกับแน่นิ่งพิงราบไปกับแผงอกของแวมไพร์หนุ่ม ดวงตาเรียวเล็กตวัดมองคนรักด้วยสายตาคาดโทษอย่างรวดเร็ว ทว่าสิ่งที่ได้รับตอนกลับนั้นมีเพียงรอยยิ้มหวานชวนขนลุกก็เท่านั้น ซึ่งมันมีอิทธิพลมากพอจะทำให้เลโอปิดปากเงียบสนิทไม่คิดที่จะต่อว่าหรือเอ่ยถามสิ่งที่สงสัยกับคนตรงหน้า

 

“นายอุ้มเด็กไปก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะแบกไอ้หมอนั่นเอง”รอยยิ้มหวานจับใจยังไม่เลือนหายไปจากใบหน้าคมคายขณะเอ่ยปากบอกแกมบังคับกับอีกฝ่าย

 

พรึ่บ!

 

            ผ้าคลุมผืนใหญ่ถูกปลดออกให้เห็นสภาพอันน่าขนลุกของตระกูลแซนแอล ดวงตาคมกริบจ้องมองร่างไร้สภาพซึ่งการต่อสู้หรือขัดขืนด้วยแววตาเย็นชา ก่อนจะล้วงเข้าไปหยิบเม็ดไอพลังวิญญาณยัดแทรกช่องว่างจากการใช้ด้ายเย็บเข้าไปในปากของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย เป็นการกระทำที่แวมไพร์หนุ่มผู้เฝ้ามองอยู่อย่างเงียบเชียบถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากัน

 

            รูปลักษณ์ปกติธรรมดาดูไร้พิษสงของสัปเหร่อหนุ่มทำให้เลโออดคิดไม่ได้ว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาหลายร้อยปีนั้นหล่อหลอมอีกฝ่ายขึ้นมาเป็นคนประเภทไหน มีชีวิตที่ปกปิดตัวตนอันแสนร้ายกาจซ่อนไว้แบบใดกัน จนถึงตอนนี้เจ้าของผิวขาวซีดก็ยังคงไม่สามารถจะอ่านความคิดหรือเข้าใจอีกฝ่ายได้ทั้งหมด

 

“ไปกันเถอะ”ผ้าคลุมถูกนำมาห่อปิดบังสภาพของแบรดชอว์อีกครั้ง พร้อมกับร่างดังกล่าวนั้นถูกสัปเหร่อหนุ่มยกพาดขึ้นบ่าด้วยความเรี่ยวแรงมหาศาล พ่วงด้วยความชำนาญจากอาชีพทำศพมาเป็นเวลานานหลายร้อยปี

 

            ทางเดินเส้นเดิมทว่ากลับให้ความรู้สึกในการเคลื่อนไหวรวดเร็วขึ้นเกือบสองเท่า แม้ว่าทั้งคู่จะมีภาระที่ต้องหอบอุ้มเอาไว้กับตัวอยู่ก็ตาม อาจเป็นเพราะฝ่าเท้าของปีศาจทั้งสองนั้นแทบไม่ได้เหยียบย่ำลงบนพื้น หรือสายฝนโปรยปรายเมื่อไม่กี่นาทีก่อนนั้นเลือนหายไปเหลือเพียงแค่ท้องฟ้าโปร่งใสในยามวิกาล

 

            เสียงฝีเท้ากระทบกับพื้นกระเบื้องดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งคฤหาสน์ร้าง ทว่ากลับไม่สามารถมองหาตัวตนหรือระบุตำแหน่งที่แน่ชัดจากเจ้าของเสียงดังกล่าวได้เลยสักนิด แวมไพร์ทั้งห้าตนเหลือบซ้ายแลขวาหมุนวนตามหาที่มาของเสียง ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะกระโดดหนีกันไปคนละทิศทางเมื่อร่างของใครบางคนจู่ๆก็โผล่พรวดขึ้นมากลางวงล้อม

 

            สองเด็กสาวฝาแฝดที่พวกเขาคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีในอ้อมแขนของแวมไพร์สายเลือดพิเศษ แทบไม่ต้องคาดเดาก็พอจะนึกออกได้ไม่ยากว่าเกิดเหตุการณ์ใดบ้างในคฤหาสน์ของผู้เป็นนายเหนือหัว และกลิ่นเลือดที่แสนคุ้นเคยภายใต้ผ้าคลุมผืนใหญ่ที่มีของเหลวสีแดงไหลซึมออกมาเป็นวงกว้างนั้นชวนให้พวกเขาเนื้อตัวหนาวสั่นขึ้นมาทันทีแม้ว่าอุณหภูมิรอบกายจะอยู่ในสภาวะปกติก็ตาม

 

“โอ๊ะโอ.....ยังอยู่กันครบเลยนะเนี่ย”แสร้งอุทานออกมาราวกับเป็นเรื่องแปลกประหลาด ทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเป้าหมายไม่มีทางหนีรอดไปจากการกักขังของตนเองได้ ริมฝีปากหน้ายกยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมาที่ทำเอาคนฟังถึงกับขนลุกไปทั้งตัว“น่าประทับใจจัง สงสัยต้องให้รางวัลเสียหน่อยแล้ว”

 

            สิ้นสุดประโยคดังกล่าวแวมไพร์หนุ่มก็ไม่รอช้าที่จะกระชับร่างเล็กทั้งสองในอ้อมแขน ก่อนจะเคลื่อนไหวตรงดิ่งไปหาที่นั่งพักพิงพร้อมกับสร้างแหล่งกำบังให้กับตนเอง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่อยากจะปล่อยตัวให้ได้รับลูกหลงจากเหตุการณ์นองเลือดต่อมาที่จะเกิดขึ้น แม้จะคาดเดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดจะทำอะไร

 

“เรามาเล่นเกมส์กันหน่อยมั้ยครับ?”คำถามที่มาพร้อมกับรอยยิ้มหวานชวนผูกมิตรจากสัปเหร่อหนุ่มยิ่งทำให้เหล่าแวมไพร์วิกลจริตหวาดระแวง พวกเขารู้ดีว่าประโยคนี้สำหรับคนประเภทเดียวกันนั้นหมายถึงอะไร และมันเป็นการบังคับให้ร่วมเล่นโดยไม่มีทางที่พวกเขาจะสามารถเอ่ยปากปฏิเสธออกไปได้

 

แค่ส่ายหัวออกไปก็ไม่มีใครรับประกันว่าจะรอดตาย

 

            ตัวอย่างการลงมืออย่างรวดเร็วและโหดเหี้ยมที่เคยได้เห็นนั้นเป็นเครื่องการันตีความสามารถของเผ่าพันธุ์ราชวงศ์ปีศาจตรงหน้าได้เป็นอย่างดี ไร้ซึ่งทางเลือก ไร้ซึ่งทางหนี ไร้ซึ่งทางหลุดพ้น ทำได้เพียงแค่ผงกศีรษะตอบรับส่งกลับไปให้อีกฝ่ายได้รับรู้ และนั่นก็คล้ายจะสร้างความพึงพอใจให้กับร่างโปร่งของปีศาจหนุ่มได้เป็นอย่างดี

 

ตึง!!!!!

 

            กรงโลหะขนาดใหญ่พอๆกับห้องนอนขนาดเล็กซึ่งถูกสร้างขึ้นมาจากแร่เงินบริสุทธิ์โผล่ขึ้นมาอยู่กลางห้องโถงทันที กักขังพวกเขาทั้งหมดเอาไว้ด้านในพร้อมกับผู้สร้างมันขึ้นมา สิ่งที่สัปเหร่อหนุ่มแบกมาถูกวางลงกับพื้นพร้อมกับพันธนาการที่ผูกมัดแบรดชอว์นั่นก็ได้รับการปลดออก ปล่อยให้เจ้าตัวได้รับอิสรภาพ ยกเว้นก็เสียแต่ริมฝีปากที่ยังคงถูกเย็นผูกติดเอาไว้ด้วยเส้นด้ายจากแร่เงิน

 

“เป็นเกมส์ง่ายๆกติกาง่าย ใครฆ่าเจ้านายตัวเองได้ผมจะปล่อยให้มีชีวิตรอดออกไป”รอยยิ้มหวานเลือนหายไปจากใบหน้าคมคาย หลงเหลือเพียงแค่ความเรียบเฉยเย็นชาหนาวสะท้าน

 

            หางตาเหลือบมองยังร่างของปีศาจเผ่าพันธุ์ด้วยกัน พิจารณารอยแผลที่เริ่มสมานตัวจากการได้รับไอพลังวิญญาณเข้าไปซ่อมแซม แสดงใบหน้าพึงพอใจออกมาอย่างชัดเจนแม้ว่าอีกฝ่ายจะมองกลับมาด้วยสายตาอาฆาตแฝงเอาไว้อยู่อย่างเต็มที่ เคนยกยิ้มขึ้นตรงมุมปากก่อนจะเดินทะลุออกไปอยู่ด้านนอกพร้อมกับกลุ่มควันพลังสีดำที่ก่อตัวเป็นรูปร่างของโซฟาตัวใหญ่

 

            สัปเหร่อหนุ่มหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาดังกล่าวด้วยความอ้อยอิ่งเชื่องช้า ช่วงขายาวไขว้เข้าหากันแผ่นหลังกว้างเอนพิงพนักโซฟาพร้อมกับประสานมือวางเอาไว้บนหน้าตัก แวมไพร์หนุ่มที่นั่งห่างออกไปจึงไม่รอช้าที่จะเคลื่อนไหวไปโผล่ยังที่ว่างข้างกายสัปเหร่อหนุ่มพร้อมกับวางร่างเล็กทั้งสองให้นอนพิงไปกับโซฟาตัวยาว

 

2ชั่วโมงผ่านไป

 

            เวลาที่ผ่านไปอย่างสูญเปล่าโดยไร้การเคลื่อนไหวจากเหยื่อที่อยู่กรงขังทำเอาสัปเหร่อหนุ่มคิ้วกระตุก เมื่อเหตุการณ์ที่อยากจะเชยชมกลับกลายเป็นแวมไพร์ทั้งห้าคนยืนล้อมหน้าล้อมหลังแบรดชอว์ด้วยความหวาดหวั่น ไร้เสียงพูดคุยไร้การสื่อสารหรือสนทนามีเพียงสายตาที่ทอดมองระหว่างกันและกันเท่านั้น แน่นอนว่าเคนรู้ดีกว่าการกระทำเหล่านั้นมีสาเหตุมาจากอะไร

 

“ที่รัก คงต้องวานให้นายเข้าไปเด็ดหัวไอ้คนผมแดงนั่นแล้วล่ะ”เจ้าของใบหน้าคมคายถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบขอร้องกับแวมไพร์ข้างกายซึ่งปิดปากหาวเป็นรอบที่สาม

 

            หากเป็นแวมไพร์สายเลือดพิเศษหรือปีศาจตนอื่นอาจจะไม่รู้เรื่องของการพูดคุยด้วยการส่งกระแสพลังจิตคอยกำกับให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการของแวมไพร์ผมแดง มันคงเป็นแผนการที่ดีไม่น้อยหากสัปเหร่อหนุ่มไม่ได้เป็นผู้มีพลังอยู่เหนือพลังจิตอื่นใดทั้งหมดด้วยสูตรโกงของสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัว สูตรโกงที่มีเพียงแค่ปีกคู่สวยอันแสนจะสมมาตรระหว่างเส้นเพียงพลังสว่างและพลังของความมืด

 

            นอกจากจะอ่านกระแสพลังจิตรุกล้ำของผู้อื่นได้นั้น ร่างโปร่งนั้นยังสามารถอ่านใจเหล่าปีศาจได้หมดทุกประเภทโดยไม่จำเป็นที่จะต้องจ้องตาเลยสักนิด ดังนั้นเวลาสองชั่วโมงกว่าที่ต้องมานั่งฟังแผนการหรือคอยอ่านใจปีศาจทั้งหกตนซึ่งถูกขังเอาไว้ในกรงก็ทำเอาเคนรู้สึกเบื่อหน่ายอยู่ไม่น้อย

 

“บอกมาว่ามีเรื่องอะไร ไม่งั้นก็ฝันไปเถอะว่าฉันจะทำงานให้”เลือกที่จะพร่ำบ่นในใจพลางจ้องเขม็งไปยังเจ้าของเรือนผมสีทองขณะรอฟังคำตอบจากอีกฝ่าย

 

            เกี่ยวกับแผนการที่หนึ่งในแวมไพร์นั้นวางเอาไว้ถูกถ่ายทอดผ่านกระแสจิตไปให้กับคนรักอย่างรวดเร็ว ดวงตาเรียวเล็กของเลโอถึงกับจ้องเขม็งเป้าหมายอย่างไม่วางตา เมื่อข่าวสารที่จะได้รับมาเกี่ยวกับการวางแผนตลบหลังพวกเขานั้นฟังยังก็ช่างโง่เขลาและน่าหงุดหงิดไปพร้อมๆกัน

 

พรึ่บ!

 

            ร่างขาวซีดของแวมไพร์สายเลือดพิเศษถูกสัปเหร่อหนุ่มเคลื่อนย้ายไปยืนอยู่กลางวงล้อมนั้นโดยไม่ทันตั้งตัว แม้จะรู้ว่าถูกกลั่นแกล้งแต่เลโอก็ไม่รอช้าที่จะเรียกดาบสีแดงสดรีดเร้นออกมาจากพลังโลหิตของตนเอง ฉับพลันด้านคมของอาวุธถูกตวัดขึ้นมาจ่อตรงลำคอของเป้าหมาย

 

“ถ้าจะโทษ ก็โทษตัวเองเถอะ”ประโยคกล่าวเตือนถูกเอ่ยออกมาสั้นๆ ก่อนที่ร่างสูงจะกระชากแวมไพร์เป้าหมายให้อยู่ห่างจากอีกห้าคนตรงกลาง

 

ปัง!

 

            ต่อให้ความเร็วจากพละกำลังนั้นมีมากแค่ไหน ทว่ากลับเชื่องช้าไปกว่ากระจกบานใหญ่ที่ขวางกั้นระหว่างพวกเขาออกจากกัน กระจกที่ไม่สามารถใช้ความสามารถกระแทกเพื่อเปิดออก หรือแม้แต่พลังของตระกูลแซนแอลเองก็ไม่สามารถทำลายกระจกบานใหญ่ดังกล่าวได้เลย

 

            อมนุษย์ทั้งสี่ตนสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว ดวงตาทั้งแปดคู่หันกลับไปมองยังชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มหวานประดับบนใบหน้า คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงเอ่ยถามคำถามขณะที่สองฝ่าคอยลูบไล้ไปตามเรือนผมสวยของเด็กน้อยฝาแฝดซึ่งถูกปรับเปลี่ยนท่านอนเป็นนอนหนุนไปกับต้นขาทั้งสองฟากของร่างโปร่ง

 

            หลังจากพยายามจ้องมองสัปเหร่อหนุ่มอยู่ครู่ใหญ่ หันกลับไปมองพวกพ้องอีกทีก็ต้องเจอกับสภาพของพวกเดียวกันถูกแขวนผูกติดกับกรงโลหะแร่เงิน ด้วยสภาพถูกมีดเล่มเล็กปักอยู่คาปากจนของเหลวสีแดงสดไหลย้อยลงมาเปรอะเปื้อนปลายจนถึงปลายคาง เสื้อผ้าที่สวมใส่ถูกดึงทึ้งออกไปจากร่างกาย.........ออกไปพร้อมกับผิวหนังจนหลงเหลือเพียงแค่กล้ามเนื้อสีสวยที่มีรอยไหม้เป็นบางส่วน เนื่องจากได้รับการสัมผัสกับแร่เงินแสนบริสุทธิ์

 

            ประสบการณ์ครั้งแรกกับการถลกหนังเผ่าพันธุ์ปีศาจด้วยน้ำมือของตนเอง ทว่าเนื่องด้วยเป็นคำขอร้องของร่างโปร่งพ่วงกับแผนการที่เป้าหมายคนดังกล่าววางไว้เพื่อตลบหลังพวกเขา แวมไพร์หนุ่มจึงรีบจัดการกับอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นการถลกหนังหรือการใช้มีดแร่เงินเสียบตรงช่องปาก ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นคำชี้แนะของคนรักของตนเองทั้งสิ้น

 

            แผ่นกระจกขวางกั้นถูกทำให้หายไปพร้อมกับร่างขาวซีดของเลโอที่กลับไปช้อนอุ้มร่างเล็กของหนึ่งในเด็กน้อยฝาแฝดนั่งอยู่ข้างกายลูกชายราชาปีศาจ รอยยิ้มบางประดับอยู่บนใบหน้าคมคายอีกครั้งพร้อมกับมองมาด้วยสายตาคาดหวัง..........หวังที่จะได้เห็นพวกเขาเข่นฆ่ากันเอง

 

“เราไม่ทำตามที่นายสั่งหรอก ไม่มีทาง!”หนึ่งในสี่ตะโกนออกมาด้วยความเกรี้ยวกราดลืมภาพความเจ็บปวดที่ได้รับเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนไปเสียสนิท ทว่าความทรงจำเหล่านั้นก็กลับมาอีกครั้งเมื่อเขาถูกสวมด้วยปลอกคอสีเงิน ปลอกคอที่มีหนามแหลมคมด้านใดที่พร้อมจะทิ่มแทงทะลุลำคอของเขาให้กลายเป็นรูพรุน

 

            เจ้าของใบหน้าคมไม่ชอบอะไรที่มันน่าเบื่อ ทว่าเขาก็ยังคงสนุกสนานกับความคิดของเหล่าปีศาจตรงหน้าที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางหนีรอดไปจากตนเองได้ พ่วงด้วยแบรดชอว์ที่กำลังเดือดเนื้อร้อนใจเมื่อเจ้าตัวไม่สามารถเอ่ยประโยคอื่นใดมาบอกกล่าวกับเหล่าลูกสมุนของตนเองได้

 

“ก็แค่ฆ่า จะร่วมมือกันหรือจะแย่งชิงกันก็แล้วแต่ แค่นั้นผมจะให้พวกคุณรอดชีวิตออกไป”คำพูดโน้มน้าวถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากหนา เมื่อเห็นว่าคนคอยเสี้ยมสอนนั้นกำลังได้รับการทรมานจากความเจ็บปวดด้วยการถูกถลกหนังและมีดแร่เงินที่ปิดกั้นเสียงเล็ดลอดออกมา

 

            เหล่าปีศาจล้วนแล้วแต่ไม่คิดไว้ใจคำพูดของฝ่ายศัตรู แต่เมื่อไม่มีทางเลือกพวกเขาเองก็ต้องจำยอมแอบเหลือบมองหน้ากันไปมาเพื่อวางแผนร้ายทำลายผู้เป็นเจ้านาย ชายหนุ่มจากตระกูลแซนแอลที่เห็นดังนั้นจึงทำได้พยายามสื่อสารกับเหล่าลูกสมุนทางสายตา

 

มันกำลังหลอกพวกนาย พวกนายฆ่าฉันไม่ได้!

 

            ต่อให้พยายามที่จะส่งกระแสจิตออกไปมากเพียงไหน ไม่ว่ายังไงก็ไม่อาจสื่อไปถึงผู้รับได้ดังใจหมาย เมื่อทั้งสี่คนหันมามองเขาด้วยแววตาวาวโรจน์กระหายที่จะมีชีวิตอยู่รอดต่อไป เรื่องปกติของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ไหนล้วนแล้วแต่ต้องการใช้ชีวิตอยู่บนโลกให้ยาวนานคุ้มค่ากับการถือกำเนิดขึ้นมาด้วยกันทั้งนั้น

 

“ผมมีความคิดอยากจะเสนอ เอางี้ก็แล้วกัน...........”ริมฝีปากหนารีบกล่าวโน้มน้าวต่อโดยไม่รีรอให้พวกเขาได้มีเวลาขบคิดเพื่อเปลี่ยนใจ เว้นจังหวะไปครู่หนึ่งเพื่อเรียกความสนใจจากแวมไพร์กระหายเลือดภายในกรงขัง และขยับปากเอื้อนเอ่ยประโยคถัดมาซึ่งทำเอาแบรดชอว์ถึงกับเบิกตากว้างถลึงเข้าใส่คนพูด “ใครควักลูกตาของเขามาให้ผมได้ก่อน ผมจะปล่อยออกมาเป็นคนแรก”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++

ควันหลงแฮปปี้เคนเดย์ค่ะ (เลทไปสองวันถ้วนTT)

เดิมทีตั้งใจจะจบพาร์ทที่ตอนนี้ แต่พิมพ์แล้วก็ยังไม่จบตามที่วางเอาไว้ซะงั้น

ตอนนี้ไม่เถื่อนเท่าไหร่(?) ไม่มีอะไรมาก(?) ไม่มีฉากสวีทด้วยแหะๆ

กลับมาอัพในสามเดือนเลยนะคะ ใครอ่านแล้วงงก็กลับไปอ่านตอนก่อนๆหน้านี้ได้เลยค่ะ

ก่อนเราจะกลับมาพิมพ์ก็ต้องกลับไปย้อนอ่านใหม่เหมือนกัน ฮือออออ

ไม่ได้พิมพ์ดาร์กแฟนตาซีนาน ติดขัดหรือแปลกไปตรงไหนคอมเม้นบอกได้เลยนะคะ

[ระบบออโต้]อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นและโหวตเป็นกำลังใจเล็กๆน้อยให้กันด้วยนะคะ

ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านค่ะ


T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

89 ความคิดเห็น

  1. #89 THAT'S PEACH (@qaint) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 11:58
    คุณสัปเหร่อโรคจิตจนกลัวเลยค่ะ แวมไพร์แมวอยู่ด้วยโดยไม่กลัวได่ำง 5555555
    #89
    0
  2. #87 FernkunG7 (@FernkunG7) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 18:42
    55555555 ยอมใจแล้วยอกใจ แค่ช่วย2แฝดเป็นไรที่ยากเย็นมากมาย สมกะค่าตอบแทนชิ้นใหม่ของเคนๆจิงๆ แต่ก้สงสารแฝดนะ กลับออกไปได้พี่ชายก้ต้องเป็นของเล่นให้ลูกราชาปีศาจโรคจิตเล่น55555555555555
    #87
    0
  3. #79 Cha_n (@Cha_n) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 23:59
    เคนโคตรโรคจิต
    #79
    0
  4. #78 ossie (@topkan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 22:49
    .ไม่ควรพูดกับเด็กแบบนั้น..ไ_้บ่า!!!!!!!!!!!!! ฮ่าๆๆๆๆๆๆ  ยอมใจจริงๆ



    หยอกล้อกันได้น่าเอ็นดู? ชอบคู่นี้เวลาแสดงความรักต่อกัน โลกเป็นสีดำมึดไปหมด หลอกบ้างใช้เป็นโล่บ้าง น่ารัก?   ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   ค่ะ   



    ไฟติ้งค่ะ ดีใจที่มาอัพ

     
    #78
    0
  5. #77 Manira (@mariya2000) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 06:58
    แค่มาอัพก้น้ำตาไหบแล้วค่ะไรท์ ฮืออออ เคโอของน้อง ยังรอฉากสวีทและฉาก...(ที่ไม่รู้จะมีมั้ย)อยู่นะคะ สู้ๆค่าาา
    #77
    0
  6. #76 krachao_ (@sasiphak) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 23:00

    ในที่สุดดดดดดดดด อัพแล้วว อัพเคนเคนแล้วววว นี่คิดถึงเคนเคนมากเล้อ /แอบไปอ่านตอนเก่าๆมาอีกแล้วฮะ อิอิ ป๊าด เด็กน้อยที่ส่วนสูงไม่พ้นช่วงเอวคุณแวมไพร์ ตัวน้อยเชียวยัยหนู นึกภาพตามล่ะเอ็นดู...


    สงสารอ่ะ ทำไมหนูถึงต้องโดนจับไปแบบนั้นกันคะ จะได้กลับบ้านแล้วนะะะ 


    อ่อก...คุณสัปเหร่อโหมดโรคจิตนี่ทำใจให้ชินยังไงก็ชินไม่ได้สักทีอ่ะค่ะ เลาะหนังคอ ฮอล


    หุหุหุ แสดงความเป็นมิตรออกไปอย่างเต็มที่แต่กลับโดนเด็กตอบเสียงใส คุณเป็นปีศาจหรอคะ น่าเอ็นดูจริงๆ


    ไม่รู้จะเม้นอะไรดี อ่านเพลิน อ่านแล้วแฮปปี้มากอ่ะค่ะ ในที่สุดดด ชอบความรู้งานของเลโอ พอรู้ว่าเคนนังจะทำอะไรพี่เขาก็สร้างที่กำบังให้ตัวเองทันทีเลยอ่ะ5555555 ตอนแรกก่ะสงสัยพี่เคนเขาจะยัดเม็ดไอพลังให้ทำไม อ๋อ เอามาสู้กะสมุนตัวเองสินะงืม อือหือ ชอบความโกงความพระเอกความสามารถที่เหนือชาวบ้านของพระเอกเรื่องนี้จังค่ะ คือดียยยย์ พี่แม่งทำได้ทุกอย่างเลยอ่ะ น่ากลัวว้อย อือหือ เขาพูดอะไรผ่านจิตกันอิพี่ได้ยินหมดเลย อมก.  อิคู่นี้เขาแกล้งกันเล่นกันหยอกกันได้ต่างจากชาวบ้านดีเนอะ เอาตัวอีกคนมาเป็นเหยื่อล่องี้ ได้ยินอีกคนพูดหวานใส่ล่ะรู้สึกระคายหูงี้ นี่อีก แกล้งให้ไปยืนกลางวงล้อมทั้งที่ยังไม่ตั้งตัว อืมประทับใจจังค่ะ55555555 อ่อมมมม ตอนแรกกะจะตกใจทำไมเลโอทำอย่างนั้น ปกติฆ่าเลยไม่ใช่หรอ เลื่อนลงมาอีก อ๋อ ผัวพี่เขาสั่งมา อือหืออออออ  อู้ อยากอ่านตอนที่เขาจะฆ่ากันแล้วอ่ะค่ะ ก็คงต้องรออีกตอนเน๊าะ ขอแบบจัดหนักจัดเต็มเลยเน้อ55555555  ตื่นเต้นเหมือนได้อ่านม่านหมอกสีดำของเรื่องหลักฮรืออออออออ ชอบตอนนั้นที่สุดเลย555555 ขอบคุณสำหรับฟิคยามค่ำคืนวันเสาร์ค่ะไรท์เตอร์ จะรอตอนต่อไปเรื่องต่อไปอย่างใจเย็นเด้อค่ะ ดูแลตัวเองด้วยงุ่ยเป็นห่วง5555555 

    #76
    0