Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 79 : PART 73 : ไม่ไว้ใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Jungkook talk...


'อกาธัซ เจอจนได้' 

ผมหยิบหนังสือเล่มนั้นออกมาจากชั้น แล้วถือมายังโต๊ะตัวที่ดูเป็นส่วนตัวที่สุด ผมเปิดหนังสือไปที่หน้าสารบัญ มันจะมีเรื่องที่ผมสนใจมั๊ยนะ 'ดัปป์' มีจริงๆ ด้วยครับ 'หน้า 137' ผมพลิกหนังสือไปยังหน้าที่ว่า แล้วก็ต้องตกใจกับภาพที่เห็น

'เป็นแกจริงๆ สินะ' ผมคิด เพราะทันทีที่เปิดมาที่หน้า 137 ผมก็เจอกับภาพวาดของเขา ซึ่งผมจำได้ทันทีว่าเขาคือคนคนเดียวกันกับที่ผมเพิ่งเจอมา ถึงแม้หน้าในรูปนี้จะดูเด็กกว่านิดหน่อยก็เถอะ

"ลูกชายคนที่สามของโอมานและคาเมน พลังประจำตัวคือ การใช้พลังด้านมืดเข้าครอบงำจิตใจคน จนคนคนนั้นสูญเสียตัวตนไปและตกอยู่ในอำนาจของเขา" ผมขอใช้ความคิดนิดนึงนะ 'การครอบงำ การสูญเสียตัวตน' ลิซ่าเคยเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังมั๊ยนะ รู้สึกมันจะเหมือนกับ

"การถูกเปลี่ยน" ผมรีบพลิกหาหน้าที่พูดถึงเรื่องการถูกเปลี่ยน 

'เจอแล้ว การถูกเปลี่ยนด้วยมนตร์ดำเหรอ' ผมขอลองอ่านดูหน่อยแล้วกัน

"เมื่อใดที่ถูกเปลี่ยน หัวใจสีแดงจะค่อยๆ ถูกเงามืดของมนตร์ดำกลืนกินไปทีละน้อย ผู้ถูกเปลี่ยนจะรู้สึกถึงได้การบีบรัด การต่อสู้ หรือการปะทุที่เกิดขึ้นอยู่ในจิตใจ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นนั้น เจ็บปวดแทบจะขาดใจ ความกลัดกลุ้มอึดอัดที่แทบทำให้ใจระเบิด ยากนักที่จะต้านทานมนตร์ดำนั้นได้" นี่มันอาการเดียวกับที่ผมเพิ่งผ่านมาไม่ใช่เหรอ มันคือการถูกเปลี่ยนจริงๆ ด้วย 

"เมื่อไม่อาจต้านทาน ใจของผู้ถูกเปลี่ยนก็จะกลายเป็นสีดำในที่สุด ไม่ตายก็เหมือนตายเพราะวิญญาณของผู้ถูกเปลี่ยนรวมทั้งความรู้สึกและความทรงจำ หรือตัวตนของผู้ถูกเปลี่ยนล้วนถูกกักขังไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดภายในจิตใจ ส่วนที่ยากจะหยั่งถึง ผู้ถูกเปลี่ยนด้วยมนตร์จะเชื่อฟังเพียงนายเหนือหัวเท่านั้น" น่ากลัวจังครับ มันเหมือนเราขายวิญญาณให้ซาตานเลย ถ้าผมต้องเป็นแบบนี้ ผมว่าผมยอมตายดีกว่า แต่ยังครับมันยังมีบรรทัดต่อไป

"วิธีคลายมนตร์" 

จากที่ผมอ่านดู การคลายมนตร์สำหรับผู้ถูกเปลี่ยนมีด้วยกัน 3 วิธีครับ วิธีแรกในหนังสือบอกว่าเป็นวิธีที่ยากที่สุดและไม่เคยมีบันทึกเอาไว้นั่นคือ การค้นหาตัวตนของผู้ถูกเปลี่ยน วิธีนี้ไม่มีข้อมูลอะไรเลยจริงๆ ด้วย ส่วนวิธีที่สองเป็นวิธีเปลี่ยนด้วยเลือดบริสุทธิ์ ในหนังสือบอกว่ามันคล้ายการเปลี่ยนชาวอกาธัซเหมือนที่ลุงลักซ์แกเคยทำ โดยการถ่ายเลือดปีศาจที่อยู่ในตัวออกให้หมดและแทนที่ด้วยเลือดบริสุทธิ์ของอกาธอน แต่สำหรับผู้ถูกเปลี่ยน เพราะเลือดที่ไหลเวียนมาจากมนตร์ดำของผู้เป็นนาย เมื่อมนตร์ดำยังคงอยู่ เลือดบริสุทธิ์ที่ถูกถ่ายก็จะต้องมนตร์นั้นไปด้วย การถ่ายเลือดจึงต้องทำอย่างต่อเนื่องเกือบชั่วชีวิตเลยครับ และวิธีที่สามผมว่าเป็นวิธีที่ทำง่ายสุดแต่ความเสี่ยงก็สูงสุดเช่นกัน วิธีที่สามว่าด้วยการฆ่าผู้เป็นนาย

"แต่พึงระวังไว้ว่า เมื่อท่านคิดกำจัดเขา เขาก็คิดจะเปลี่ยนท่านเช่นกัน" นี่แหละครับความเสี่ยงที่ว่า เพราะแค่ปลายนิ้วจะเข้าไปสัมผัสไอ้ดัปป์มันยังยากเลยครับ 

'งั้นวิธีเปลี่ยนเลือดคือวิธีที่ดีที่สุดแล้วเหรอนี่!' คิดไม่ตกจริงๆ ครับ


โป๊ก! โป๊ก! โป๊ก!


ผมโขลกหัวลงไปกับหนังสือ ถ้ามีพวกเราถูกเปลี่ยนจะทำไงเนี่ย 'คิดไม่ออกแล้วโว้ย!'


โป๊ก! โป๊ก! โป๊ก!


โขลกมันอีก โขลกจนกว่าผมจะคิดออกนี้แหละ


โป๊ก! โป๊ก! โป๊ก!


"หนังสือพังแล้วมั้งนั่น" ผมไม่อยากได้ยินเสียงนี้เลย ผมจึงรีบยืนขึ้น หยิบหนังสือแล้วรีบเอาไปวางที่เดิม แต่ตอนที่ผมหันกลับมา

"นายเป็นอะไรกันแน่" ลิซ่าก็ยื่นประชิดตัวผมซะแล้ว

"เปล่านิ" ผมตอบแล้วเลี่ยงเดินไปอีกทาง แต่ลิซ่าก็วิ่งเข้ามาขว้างไว้ก่อน

"โกหก" เธอว่า

"ใช่ ฉันโกหก" ผมตอบเธอหน้านิ่ง ลิซ่าขมวดคิ้วหน่อยๆ

"นี่จองกุก ฉันไม่รู้หรอกนะว่ายาจมปลักพานายไปเจออะไร แต่ฉันไม่อยากให้เราต้องมาทะเลาะกันแบบนี้เลย" ไอ้ยานั้นชื่อจมปลักเหรอครับ คนตั้งชื่อก็เข้าใจคิดดีนะ เพราะตอนนี้ผมก็เก็บเรื่องนั้นมาคิดอยู่ตลอดเวลา

"นายคงไม่ได้เชื่อมันทุกอย่างหรอกใช่มั๊ย" เธอว่า ทำไมเธอต้องกลัวด้วยว่าผมจะเชื่อไม่เชื่อ หรือเธอรู้อยู่แล้วก็เลยกลัวผมรู้

"เธอรู้มั๊ยว่าฉันเจออะไร" ผมถาม ลิซ่าได้แต่ยืนนิ่งมองหน้าผม

"ฉันเจอเขาแล้ว คนที่มันจะเปลี่ยนฉัน" ลิซ่าดูตกใจกับคำพูดของผม

"ดัปป์เหรอ" เธอถาม

"รู้จักมันด้วยนิ" ผมประชดเธอ

"นายพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง" เธอดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดเล

"บางครั้งเธออาจจะรู้คำตอบนั้นดีกว่าฉันก็ได้" ผมบอกเธอ จากจังหวะการหายใจผมว่าเธอกำลังโมโหผมอยู่แน่ๆ 

"คำตอบอะไร" เธอถามผม แถมจ้องผมตาไม่กระพริบอีกด้วย

"คำตอบที่ว่าใครเป็นที่รักของเธอกันแน่"

"นายพูดเรื่องอะไรของนาย" เธอขมวดคิ้วเข้าหากัน และดูเหมือนเริ่มเดือดขึ้นแล้ว ภูเขาไฟกำลังจะปะทุแล้วสินะ

"กับไอ้ดัปป์น่ะ เธอรู้จักมันมานานแค่ไหนแล้ว" ผมว่า

"เฮอะ! นายเป็นบ้าหรือไง" เธอว่าอะไรนะครับ

"ใช่! ฉันมันบ้า! ฉันกำลังจะเป็นบ้าเพราะยาจมปลักโง่ๆ นั้น และกำลังจะเป็นเพราะเธออยู่นี่ไง! ลิซ่า!" ผมรู้สึกเหมือนคนในห้องเริ่มหันมาให้ความสนใจเราทั้งคู่แล้ว และลิซ่าก็คงรู้สึกเหมือนกัน

"เราต้องคุยกัน" เธอว่าแล้วรีบลากผมออกไป



Lisa talk...


"ประสาท!" นี่เป็นคำพูดแรกที่ฉันพูดกับเขาหลังออกจากห้องหนังสือมาได้

"นายเชื่อไอ้โลกจำลองนั้นไปได้ยังไง" ฉันถามเขาด้วยความหงุดหงิด 

"มันก็เหมือนกับที่ฉันเคยเชื่อความฝันของเราไงลิซ่า" เขาทำฉันโมโหจริงจังแล้วนะ 

"แต่ความฝันของเรา เรารู้สึกถึงมันได้นิ่" ฉันว่า

"ใช่ รวมถึงเรื่องนี้ฉันก็รู้สึกถึงมันด้วย" เขาตอบหน้าตาย

"แต่ฉันไม่รู้สึกถึงมัน จองกุก!" ทำไมเขาถึงต้องโยงความฝันของเราไปเข้ากับเรื่องนี้ด้วยนะ ทั้งที่มันไม่ได้เกี่ยวกันเลย

"ฉันจะรู้ได้ไงว่าเธอรู้สึกหรือไม่รู้สึก ก็ฉันไม่ใช่เธอนิ่" เขาว่าอะไรนะ เขาไม่เชื่อที่ฉันพูดอย่างนั้นเหรอ

"นายไม่ไว้ใจฉันใช่มั๊ย" ฉันถามออกไปตรงๆ จ้องกุกจ้องตาฉันนิ่ง

"ฉันไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น" คำตอบของเขาทำให้ฉันต้องกำมือไว้แน่น ฉันอยากต่อยหน้าหล่อๆ ของเขาจริงๆ ถ้าเกิดทำแล้วเขาจะมีสติมากกว่านี้

"ก็ได้ ถ้านายอยากจะเชื่อสิ่งที่นายเห็น สิ่งที่นายได้ยินและคิดว่ามันเป็นความจริง ก็เชิญนายเชื่อไปเถอะ แต่ฉันจะบอกให้รู้นะว่ามันไม่ใช่เลย มันไม่มีความจริงอยู่ในนั้นซักนิด" ฉันพูด และเหมือนยิ่งพูดใจมันยิ่งร้อนเหมือนไฟ

"และอีกอย่าง รู้มั๊ยว่านายกำลังกล่าวหาฉันอยู่ กล่าวหาในสิ่งที่ฉันไม่ได้ทำ นายกำลังทำให้ฉันรู้สึกแย่กับตัวเอง และรู้สึกแย่กับตัวนาย" เขาไม่ได้ตั้งใจฟังฉันด้วยซ้ำ แม้แต่หน้าฉันเขายังไม่มองเลย สำหรับเขามันคงเป็นแค่คำแก้ตัวของคนโกหกสินะ

"ฉันโคตรเกลียดเลยที่นายเป็นแบบนี้" จองกุกหันกลับมาหาฉันทันที เขาคงอยากได้ยินประโยคพวกนี้สินะ ประโยคที่สนับสนุนความคิดของเขา เขาคงกำลังหูหนวกตาบอดจนแยกไม่ออกว่าอะไรควรเชื่ออะไรไม่ควรเชื่อ

"นั่นไง! เธอพูดมันออกมาแล้ว จริงๆ เธอเกลียดฉันใช่มั๊ยลิซ่า"


เพลี้ย!


"ไอ้บ้านี่!" ฉันตบเขาเองแหละคะ มันเกินจะรับไหวจริงๆ

"เธอ" จองกุกดูอึ้งไปเล็กน้อย

"นายมีสติสักทีจะได้มั๊ย!" มันเหลืออดจริงๆ นะคะ เขาจะยัดเหยียดความผิดให้ฉันให้ได้เลยใช่มั๊ย

"ฉันว่าเธอต่างหากที่ไม่มีสติ" ตอบมาได้อย่างหน้าตาย ฉันเนี่ยนะไม่มีสติ ใช่ค่ะ! ตอนนี้ฉันไม่มีสติ และเราสองคนก็ไม่มีสติกันทั้งคู่เพราะอารมณ์ขุ่นเคืองที่เกิดขึ้นในตอนนี้

"รู้มั๊ยว่าฉันอยากชกหน้านายมากแค่ไหน" ฉันเกลียดสายตาที่เข้ามองฉัน เขาเห็นฉันเป็นจำเลยหรือไงนะ

"ถ้าเธออยากทำเธอก็ทำมันเลย ยังไงเธอก็ไม่ได้รู้สึกผิดอยู่แล้วนิ่ เพราะ..."


พลั้ว!!


จองกุกหน้าหันไปตามแรงหมัด ฉันทนฟังเหตุผลของเขาไม่ได้จริงๆ คะ จองกุกใช้มือกุมหน้าตัวเองแล้วหัวเราะกับตัวเอง

"ฮึ...ฮึ...ฮึ เอาอีกซิ! เอาเลย! เอาอีกข้าง ถ้าเธอ..."


พลั้ว!! 


ตอนนี้ฉันโมโหจนอยากจะร้องไห้แล้วนะ จองกุกนิ่งไปเมื่อโดนหมัดรอบที่สองอัดเข้าหน้าอีกข้าง

"ตอนนี่น่ะ" ฉันเกริ่น เขาจึงเงยหน้าขึ้นมา ฉันรู้สึกร้อนๆ ที่ขอบตายังไงก็ไม่รู้ค่ะ

"เราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง" ฉันได้แต่บอกตัวเองว่า 'อย่าเพิ่งร้องไห้นะ' ฉันต้องไม่ร้องไห้เพราะการกระทำงี่เง่าของเขา ฉันจึงฝืนพูดต่อ

"ไว้เมื่อไหร่ที่เรามีสติแล้ว เราค่อยกลับมาคุยกันเถอะ" ฉันว่า แล้วรีบเดินออกมาและทิ้งเขาไว้ตรงนั้นโดยไม่หันกลับไปมองอีก ทันทีที่ฉันหันหลังให้เขาน้ำตาที่กลั้นไว้มันก็ไหลออกมา ฉันรู้สึกผิดที่ชกหน้าเขาไปแบบนั้น แต่เขาก็สมควรโดนใช่มั๊ย 

'เขาไม่ไว้ใจแกลิซ่า' ในหัวฉันมันคอยแต่พูดคำๆ นี้ซ้ำๆ วนไปวนมา เขาปักใจเชื่อว่าฉันกับไอ้ดัปป์เป็นอะไรกันได้ยังไงนะ เพราะไอ้ยาบ้าๆ นั้นแท้ๆ ฉันรีบเช็ดน้ำตาออกก่อนที่จะมีใครมาเห็นว่าฉันทำตัวอ่อนแอ และทันทีที่ฉันเลี้ยวขวา

"ยัยลิซ!" เจนนี่กับจีมินก็เดินมาโน้นแล้วค่ะ 

"ว่าไงพวกพี่" ฉันตะโกนกลับไปและพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดก่อนที่สองคนนั้นจะเดินมาถึง

"ฝึกกันเสร็จแล้วเหรอคะ" ฉันชิงถามออกไปก่อนเพื่อความเนียน

"ก็ใช่นะสิ แล้วนี่แกเจอจองกุกยัง" เจนนี่ช่างถามคำถามได้จี้ตรงจุดเหลือเกิน

"เจอแล้วคะ" ฉันตอบแบบขอไปที ฉันเห็นจีมินสะกิดแขนเจนนี่แว๊บ

"อ่อ งั้นเหรอ" เจนนี่ดูอึกอักหน่อยๆ

"งั้นพวกฉันขอตัวดีกว่านะ โชคดีนะลิซ่า" แล้วจีมินก็ลากเจนนี่ออกไป ฉันอยากขอบคุณพวกเขาจริงๆ ที่ไม่ได้ถามอะไรมากกว่านี้ 

'โชคดีนะลิซ่า' คงโชคดีอยู่หรอกถ้าหมอนั้นไม่เป็นแบบนี้



Jennie talk...


"ถามอะไรไม่ดูหน้าน้องเลยนะ" จีมินเอ็ดฉันทันทีที่ลากฉันออกมาพ้นจากลิซ่า

"ก็ใครจะไปรู้ ก็เห็นนางยิ้มเหมือนปกติทุกอย่างนี่นา" ก็จริงๆ นะคะ จีมินสิคะแปลกที่ดูออกได้ไง

"ไม่เห็นคราบน้ำตารอบขอบตาหรือไง" เขาเอาเวลาตอนไหนไปสังเกตคะนั่น ใครจะมองเห็น งานละเอียดขนาดนั้น

"ทำไมนายรู้ดีจัง" ฉันถาม แต่เขากลับเขายิ้มและเอาแต่มองฉัน

"ว่าไง" ฉันถามอีก เขายิ้มอะไรของเขานะ

"ก็เพราะเธอไง" จะกระซิบทำไมกัน แล้วยังส่งวิ้งค์มาให้อีก

"เพราะผู้หญิงขี้เก๊ก คีพลุค อ่านยากแบบเธอ ฉันก็เลยต้องหัดเป็นคนช่างสังเกต"

"และขี้มโน" ฉันเสริมให้

"เขาเรียกว่าจินตนาการครับคุณผู้หญิง" จีมินแก้ตัว แต่เมื่อกี้ ไอ้ผู้หญิงขี้เก๊ก คีพลุค มันคืออะไร หลอกด่ากันเหรอ

"อ้าว ไอ้กุก!" ฉันเห็นจองกุกเหมือนกำลังยืนคิดอะไรที่ระเบียงทางเดินหน้าห้องหนังสือ เขาหันมาเมื่อได้ยินเสียงจีมินเรียก

"ป่ะ! ไปหามันกัน" จีมินรีบลากฉันไปหาจองกุก แต่พอไปถึงพวกเราสองคนถึงกับตกใ

"หน้านายไปโดนอะไรมาอะ" ฉันถาม

"นั่นดิ ไหนดูซิ" จีมินจับหน้าจองกุกเอียงซ้ายขวา รอยหมัดชัดๆ เลยคะ แถมรอยมือทั้ง 5 ด้วย ฉันขอเดาว่า

"ฝีมือยัยลิซเหรอ" จีมินรีบกระตุกเสื้อฉัน ฉันหันไปหาเขา 'อะไรเล่า' ฉันบุ้ยใบ้ใส่เขา ฉันถามเพราะเป็นห่วงนะคะ ไม่ได้ถามเพราะอยากซ้ำเติมอะไรซักหน่อย

"รอบนี้ทะเลาะกันหนักเหรอวะ" แล้วดูทีตัวเอง ถามตรงกว่าฉันอีก ฉันมองหน้าเขา เขามองตอบกลับมาประมาณว่า 'อะไร' ยังมีหน้ามาถลึงตาใส่อีกนะ

"นิดหน่อยน่ะฮยอง" ถึงขั้นลงไม้ลงมือแบบนี้คงไม่นิดแล้วมั้งคะ 

"เอ่อๆ ยังไงก็เคลียร์กันดีๆ นะเว้ย ทะเลาะกันมันมีแต่เสียกับเสีย" ทีงี้พูดดีเชียวนะคุณจีมิน 

"จะพยายามฮยอง ผมขอตัวก่อนนะ" แล้วจองกุกก็เดินออกไปเฉยเลย รีบหนีแบบนี้

"ฉันได้กลิ่นไม่ดี" ฉันว่า

"เหมือนกัน" เราสองคนมองหน้ากัน ฉันคิดว่าเราต้องการพยานปากเอกค่ะ

"ยายแคสเปียร์!" มาโน้นแล้วค่ะ ฉันเห็นกลุ่มควันสีขาวค่อยๆ ลอยเอื่อยเฉื่อยเข้ามาหา 

"คุณหนูมีอะไรเหรอคะ ยายกำลังฝันหวานว่าได้สวมมงมิสอกาธอนอยู่เลยนะ" สงสัยคงเพิ่งลุกมาจากเตียงแน่ๆ

"ฝึกวันนี้เป็นยังไงบ้างคะ" ฉันถาม ยายแกก็ดูงัวเงียๆ เหมือนจะหลับอีกรอบอยู่แล้ว

"คุณยายคะ!" 

"อ่อ ยังไม่ทันได้เริ่มฝึกเลยคะ อุ้ย!" แกรีบเอามือปิดปากทันทีเหมือนรู้ตัวว่าหลุดปากพูดออกมาแล้ว

"หมายความว่ายังไงครับ" จีมินถามอย่างอยากรู้

"ไม่ใช่ความผิดของยายนะคะ หลานจองกุกก็ผิดด้วย ไอ้ยานั่นก็ด้วย" 

"ยานั่น ยาอะไรคะ"

"อุ้ย!" ยายแกใช้มือตบปากตัวเองแล้วพึมพำอะไรไม่รู้ค่ะ

"คุณยายคะ/ครับ!" การรวมพลังที่แท้จริง ทำเอายายแคสเปียร์หน้าจ๋อยไปเลยค่ะ

"อย่าดุยายสิ ก็แค่...เอ่อ...เอ่อ..." แกจะเอ่ออะไรของแกนะ

"แค่...ยานี่น่ะจ้ะ" คุณยายยื่นเม็ดยาที่ถูกหักไปแล้วบางส่วนส่งมาให้

"แค่ 1 ใน 4 เองนะ" แกบอก ยาเม็ดสีดำควันลอยคลุ้งแบบนี้ 'ยาจมปลัก?'

"คุณยาย!" ฉันโวยวายขึ้น

"แค่ 1 ใน 4 แค่ 1 ใน 4 แค่ 1 ใน 4 เอง" ยายแคสเปียร์พูดแต่คำนี้ซ้ำๆ เร็วๆ รัวๆ แกคงกลัวว่าฉันจะลงโทษแน่ๆ

"ตกลงมันยาอะไรอะ" จีมินถามฉัน

"นี่คือ ยาจมปลัก" ฉันชูเม็ดยานั่นต่อหน้าทั้งสอง และส่งสายตาคาดโทษไปยังคุณยาย

"ส่วนใหญ่เราใช้มันกับอกาธอนัส เพื่อให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะอยู่และเอาชนะความกลัวให้ได้" คุณยายทำหน้าสำนึกผิดแบบสุดๆ

"ยานี่จะทำให้เกิดภาพจำลองของความกลัวทุกอย่างในใจของคนคนนั้น ภาพที่จะเกิดขึ้นซ้ำๆ จนกว่าคนคนนั้นจะพิชิตความกลัวนั้นได้ หรือจนกว่ายาจะหมดฤทธิ์" ยายแคสเปียร์ก้มหน้านิ่งไปแล้ว

"และคุณยายก็ใช้มันกับเขา ซึ่งกฎว่าไว้ว่า ห้ามใช้ยานี่กับผู้คนต่างโลก!" ยายแกค่อยๆ เงยหน้ามาสบตาฉันอย่างกล้าๆ กลัวๆ

"ยายขอโทษ" ฉันโกรธแกไม่ลงหรอกนะ แต่ครั้งนี้แกทำผิดกฎจริงๆ

"แต่หนูก็ต้องลงโทษคุณยายตามหน้าที่" ยายแคสเปียร์เบ้ปากจะร้องไห้เหมือนเด็ก

"สัปดาห์นี้ คุณยายต้องไปจำศีลที่ข้างทะเลสาบทั้งสัปดาห์!"

"สัปดาห์นี้! ไม่ได้นะไม่ได้! สัปดาห์นี้ยายมีปาร์ตี้วันเกิดกับคุณเกล ปาร์ตี้สละโสดของคุณเจซ แถมมีส่งวิญญาณของคุณมานะอีก ไม่ได้นะคะคุณหนู ที่สำคัญยังมีเทศกาลพบปะวิญญาณนานาชาติประจำปีในวันมะรืนที่จะถึงอีก ยายพลาดงานนี้ไม่ได้นะ!" อีเว้นท์ยายแกเยอะกว่าฉันอีกคะ

"พลาดน่ะดีแล้วค่ะ จะได้ไม่ไปทำผิดกฎที่ไหนอีก" ฉันพูดอย่างหนักแน่น ยายแคสเปียร์ทำหน้าจ๋อยไปสักพัก ก่อนที่แกจะใช้มือกอดอกแล้วยืดตัวขึ้น จากอาการบ่งบอกว่าแกคิดอะไรได้แล้ว

"งั้นก็ได้ค่ะ" มีความไม่น่าไว้ใจสูงมากค่ะ

"ถ้างั้นยายก็คงต้องบอกนายท่าน ท่านหญิง และพี่ชายทั้งสองของคุณหนู เรื่องที่คุณๆ ทั้งสองแอบไปทำอะไรแบบ...แบบนี้ๆ" 

"คุณยาย!" ฉันกับจีมินร้องเรียกแกทั้งคู่ แล้วยายแกทำไมต้องทำท่าทางประกอบด้วยก็ไม่รู้ พวกเราสองคนทำตัวไม่ถูกกันไปหมดแล้วเนี่ย

"เปลี่ยนใจต้องนี้ยังทันนะคะ เพราะถ้าคุณชายใหญ่รู้เข้าล่ะก็"

"ก็ได้ค่ะ!" ฉันรีบตอบ ยายแคสเปียร์จึงยิ้มกว้างออกนอกหน้า ทำไมวันนั้นฉันต้องขอร้องแกให้ช่วยตามหาจีมินด้วยนะ ถ้าวันนั้นฉันรู้ว่าฉันจะหาเขาเจอก่อนคุณยาย ฉันจะไม่มีวันเรียกใช้คุณยายแน่

"คุณยายจะไปไหนก็ไปเลยคะ" ฉันรีบไล่แกไป เห็นหน้ากรุ้มกริ้มคิดลึกของแกแล้ว ฉันทนไม่ได้จริงๆ

"ไปแน่อยู่แล้ว แต่ว่า...พอยายไปปุ้บ พวกคุณๆ คงไม่แบบว่า จุปาจุ้บ จุบุๆ..."

"คุณยาย!" หายไปแล้วคะ ไม่เคยอายอะไรแบบนี้มาก่อนเลยนะ แล้วจีมินก็ยิ้มขำอะไรของเขาก็ไม่รู้

"เอาไงกันดี" ฉันถามเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศอันน่าอายนี่

"เอาไง?" เขาว่า

"อือ" ฉันเอ่ย งงอะไรของเขา

"คือ...เธออยากให้ฉันทำมันตรงนี้เหรอ" เขาพูดอะไรแปลกๆ อะ

"แบบที่คุณยายบอก" 

"จะบ้าเหรอ!" ฉันตีแขนเขา ฉันว่าเขาควรไปอยู่กับยายแคสเปียร์นะ 

"อ้าว! ก็เห็นถามเอาไงกันดี" ยังมาตีหน้าตายอีก

"เอาไงกันดีน่ะเรื่องยัยลิซกับจองกุก ไม่ใช่เรื่องเรา" พูดแล้วแต่ทำไมฉันต้องเขินด้วยนะ 'คีพลุคๆ' ฉันฝืนทำหน้านิ่งเอาไว้

"งั้นเหรอ ไอ้เราก็คิดไปไกล" เขายิ้มอีกแล้วล่ะ

"หยุดทำหน้าแป๊ะยิ้มเดี๋ยวนี้เลย" ฉันออกคำสั่ง

"โห! แรงอะ" เขาว่า ฉันจึงถลึงตาใส่

"ก็ได้ๆ มาคุยเรื่องไอ้กุกกันเถอะ" เขาบอก 'กว่าจะเข้าเรื่องได้'

"เธอคิดว่าไง" เขาถามฉัน

"ครั้งนี้น่าจะทะเลาะกันจริงจัง ฉันว่าคนที่อาการหนักน่าจะจองกุก" ฉันบอกเขา

"ทำไมเธอคิดงั้นล่ะ แต่ฉันว่าน่าจะลิซ่านะ ไม่งั้นคงไม่ลงไม้ลงมือกันขนาดนี้หรอก" จีมินออกความเห็น

"ยัยลิซต้องมีเหตุผลแน่ๆ" ฉันว่า

"อ้าว! เธอว่าน้องฉันไม่มีเหตุผลเหรอ" เอ้า! เขาจะมาเถียงฉันทำไมคะเนี่ย

"ใช่! มีโอกาสสูงมากว่าจองกุกอาจกลัวจนขาดสติ" จีมินจ้องหน้าฉัน

"ไม่ต้องมาจ้องเลย ฉันรู้จักยานี่ และเคยเห็นผลข้างเคียงของมันมาก่อน เพราะงั้นนายเชื่อฉันเถอะ" เอ้า! ยังจ้องกันไม่เลิกอีก

"จริงๆ นะ ยานี่ถ้าเราเอาชนะได้ก็ดีไป แต่ถ้าไม่ มันอาจตามหลอกหลอนจนกลัวสิ่งนั้นกว่าเดิมอีกนะ" จ้องหน้าไม่ไหวติงแบบนี้หมายความว่าไงคะ

"ถ้าไม่เชื่อก็ตามใจ" ฉันว่าแล้วเชิดใส่ อุตส่าห์อธิบายตั้งยืดยาว

"ไม่ได้บอกว่าไม่เชื่อซักหน่อย" เขาว่า

"ไม่ใช่ไม่เชื่อ แล้วจ้องหน้าฉันทำไมฮะ" 

"ก็แค่...ชอบมองเวลาเธอจริงจังแบบนี้ มันน่ารักดี" ผู้ชายปากหวาน

"บ้า" ฉันตีอกเขา จีมินยิ้มพออกพอใจ

"ฉันไม่คุยกับนายแล้ว" เดินหนีเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดคะ

"อ้าว! เรื่องกุกลิซล่ะ" เขารีบวิ่งตามมา

"เราต้องช่วยสองคนนี้นะ" แล้วเข้ามาคล้องแขนฉัน

"ก็จะช่วยไง แต่ตอนนี้นายช่วยอยู่ห่างๆ ฉันก่อนได้มั๊ย" ฉันหันไปบอกเขา

"ทำไม เขินเหรอ" ทำไมเขาชอบล้อแล้วยิ้มตาหยีแบบนี้นะ

"นี่!" 

"โอเคๆๆ" เขาเอามือออกจากตัวฉันแล้วชูมือขึ้น

"ผมเดินห่างๆ อย่างห่วงๆ ก็ได้ครับ" เขาว่า

"เพราะถ้าเดินใกล้คุณมากกว่านี้ ผมคงห่วงว่าคุณจะเขินจนเดินไม่ไหวแน่ๆ"

"จีมิน!" ฉันจะตีแขนเขา แต่เขาดันหลบทัน แล้ววิ่งนำหน้าฉันไป

"แน่จริงก็ตามให้ทันสิ"

"จีมิน!" ฉันสัญญาว่าฉันต้องจัดการผู้ชายปากน้ำผึ้งเดือนห้าคนนี้ให้ได้



.........จบ PART 73.........

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

1,558 ความคิดเห็น

  1. #893 Njwwwwwwww (@Njwwwwwwww) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 11:59
    รอค่าาาา
    #893
    0
  2. #891 KaMini_lover (@KaMini_lover) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 20:02
    เย้ๆๆๆ ไรท์อัปเร็วนะเนี่ย สองวันก็อัปและ แล้วที่จุดพลุเป็นเลขมงคลขนาดนั้นแปลว่าอะไรคะ?? ใครในบังทันบวชหรอ? หรือโรเซ่กับวีรักกันแล้ว? หรือกุกลิซดีกัน? เฮ้ยๆๆๆ หรือว่าจีซูท้อง? หรือว่าจองกุกเดือดจนฆ่าดัปป์ตาย???  5555555 มโนล้วนๆ 
    #891
    0
  3. #890 KaMini_lover (@KaMini_lover) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 20:01
    เย้ๆๆๆ ไรท์อัปเร็วนะเนี่ย สองวันก็อัปและ แล้วที่จุดพลุเป็นเลขมงคลขนาดนั้นแปลว่าอะไรคะ?? ใครในบังทันบวชหรอ? หรือโรเซ่กับวีรักกันแล้ว? หรือกุกลิซดีกัน? เฮ้ยๆๆๆ หรือว่าจีซูท้อง? หรือว่าจองกุกเดือดจนฆ่าดัปป์ตาย???  5555555 มโนล้วนๆ 
    #890
    0
  4. #889 KaMini_lover (@KaMini_lover) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 20:01
    เย้ๆๆๆ ไรท์อัปเร็วนะเนี่ย สองวันก็อัปและ แล้วที่จุดพลุเป็นเลขมงคลขนาดนั้นแปลว่าอะไรคะ?? ใครในบังทันบวชหรอ? หรือโรเซ่กับวีรักกันแล้ว? หรือกุกลิซดีกัน? เฮ้ยๆๆๆ หรือว่าจีซูท้อง? หรือว่าจองกุกเดือดจนฆ่าดัปป์ตาย???  5555555 มโนล้วนๆ 
    #889
    1
    • #889-1 S_mewon (@S_mewon) (จากตอนที่ 79)
      28 มีนาคม 2560 / 20:26
      เดี๋ยวพาเจโฮปไปบวชล้างซวยก่อนนะ
      #889-1
  5. #888 Sari0704 (@sar912) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 16:26
    ลุ้นมากอ่าาาาาาาาาา เมื่อไหร่จะเข้าใจกันน้าาาาา รอค่า ลิซกุกๆๆ
    #888
    0
  6. #887 ดับเบิ้ลเจเค (@film57) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 15:53
    จุดพลุนี่ถ้าให้เดาาาา วีกะโรเซ่จะปิ๊งๆๆๆๆๆกันแน่เลย ใช่ป่าวววว
    #887
    1
    • #887-1 S_mewon (@S_mewon) (จากตอนที่ 79)
      28 มีนาคม 2560 / 20:23
      จะใช่มั๊ยนะ ฮุๆๆ
      #887-1
  7. #882 allymary (@allymary) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 13:45
    รอค่ะๆ
    #882
    0