เจ้าชายแห่งควอสต์ทาเรส

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 174 Views

  • 0 Comments

  • 4 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3

    Overall
    174

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

"ท่านคือเจ้าชาย" จู่ๆก็มีคนมาพูดแบบนี้กับผม ผมปฏิเสธที่จะเชื่อทันทีเพราะผมรู้ตัวว่าผมมันห่วยแตกขั้นสุด แต่เเล้วสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่มนุษย์เรียกว่า'เอเลี่ยน'ก็มายังโลก มันทำให้ผมได้ค้นพบความจริงในตัวผม


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

สวัสดีค่ะ ไรท์เตอร์สโนว์วี่คนเดิมนะคะ อะฮริ -w- นี่เป็นไอเดียที่คิดได้นานเเล้วแหละ แต่ยังไม่อยากอัพลงเพราะงานเเละนิยายยังล้นมืออยู่ 5555

ไม่รู้ว่าภาษาหรือปมอะไรจะดีพอรึเปล่า เลยทำเป็นเรื่องสั้นก่อนเนอะ ทิ้งๆปมเอาไว้ เผื่อในอนาคตจะมาแต่งเรื่องยาว แต่ก็ไม่ใช่เร็วๆนี้หรอกค่ะ นานเลยเพราะนิยายที่ค้างไว้ของไรท์เยอะมากกก 555

ไรท์อยู่ ม.5 สายวิทย์ค่ะ งานเลยเยอะหน่อย กิจกรรมอีก พวกงานห้องไรท์ก็มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบเพราะเป็นหัวหน้า แต่บางเดือนก็เป็นรองเพราะสลับกับเพื่อนเอา 555

เรื่องนี้ไม่วายนะคะ แค่นางเอกค่าตัวแพงเเละอาจจะยังไม่ได้ออก..


คำเตือนแค่ข้อเดียว...พระเอกแลติ๋มๆนะคะ ปั้มๆเป๋อๆ ค่อนไปทางพ่อพระ แต๋วนิดๆ(เอ๊ะ?) ก็แบบไม่เถื่อนค่ะ เค้าน่ารักนะ 5555 แต่ถ้าไรท์แต่งเป็นเรื่องยาวเดี๋ยวนางก็เทพขึ้นเองแหละค่ะ ฮาาา


โอเค บ่นพอละ ยังไงถ้าใครหลงเข้ามาก็ลองอ่านๆดูนะคะ

เป็นการเวิ่นเว้อของคนเขียนเอง แต่ยังไงก็ช่วยคอมเมนต์ด้วยนะคะ จุ๊บๆ!

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

*ชื่อ ตัวละคร และเหตุการณ์ เป็นสิ่งที่ไรท์แต่งขึ้นมานะคะ


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


แนะนำตัวละครสักเล็กน้อย


โวเดน ฟอร์ติโน่ 

เด็กหนุ่ม ม.ปลาย อายุ17ปี หน้าตาธรรมดาๆ ผลการเรียนจากดีก็เเย่ลงเรื่อยๆ เเละเพราะความที่เขาเป็นเด็กเงียบๆ เรียบร้อยเกินไป(?) เลยชักจูงให้ตัวเองโดนแกล้งบ่อยๆ เเละยิ่งเขาเป็นคนอ่อนไหวง่าย เขาจึงชอบทำหน้าเหมือนจะร้องไห้บ่อยๆ ทำให้ยิ่งโดนแกล้งหนักขึ้นไปอีก



ไรอัน ออร์ดิสัน

เพื่อนร่วมห้องของโวเดน เขาเป็นหนุ่มหล่อหน้าตาดี พ่อรวยเเละมีอำนาจ ที่ชอบกลั่นแกล้งโวเดนประจำ เขาเป็นถึงลูกชายของที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ทำให้ไม่มีใครกล้าพอจะหือกับเขานักเเม้ว่าเขาจะทำตัวแย่แค่ไหนก็ตาม




T
B

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 9 ก.ย. 61 / 00:44

บันทึกเป็น Favorite




   ผมคือเจ้าชาย...และอีกไม่นานผมกำลังจะขึ้นเป็นราชา ต่อจากราชินีออโรรา แห่งดาวควอสต์ทาเรส มันเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากจริงๆ ผมไม่อยากที่จะยอมรับเรื่องนี้เลย ผู้ชายที่อ่อนแอและห่วยแตกแบบผมเป็นเจ้าชาย และสิ่งที่ผมต้องทำก็คือ...ปกป้องเอกภพนี้เอาไว้ไม่ให้เดม่อนได้ครอบครอง
   "ผมคือเจ้าชายโวเดน แห่งดาวควอสต์ทาเรส ที่อยู่ห่างจากกาแล็กซี่ทางช้างเผิอกออกไปมากกว่าแสนล้านปีแสง" ผมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะลอยอยู่กลางอากาศเเล้วกำลังใช้พลังของผมในการยกเรือไททานิคขึ้นจากผิวน้ำทะเลที่มีฉลาดยักษ์ดุร้ายกำลังว่ายวนอยู่ อีกทั้งเรือลำนี้ก็ได้รับความเสียหายหนักอันมาจากเอเลี่ยนทะเลใต้น้ำที่ลงมายังโลก
   "ผมมาเพื่อช่วยพวกคุณ" ผมพูดอีกครั้ง 
   "โวเดน!!!" เสียงของใครคนหนึ่งเรียกผม คนคนนั้นก็คือไรอันที่อยู่บนเรือนั่นเอง
   "นาย...นายทำแบบนี้ได้ยังไง? นายเป็นใครหรืออะไรกันแน่?" ไรอันถาม สีหน้าของเขาดูสับสนอย่างหนัก
   "ผมคือพลังของเผ่าผม" ผมพูด เเละพยายามจะไม่แสดงท่าทีประหม่าออกมา "และผมก็คือเจ้าชาย...จากต่างดาว"
   "ว่าไงนะ!?" ไรอันดูตกใจ เเต่มันก็ไม่ใช่แค่เขาหรอก...ผมเอง ก็ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้เจอเลย...เมื่อประมาณสี่ถึงห้าเดือนก่อนนั้นเอง

'ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ยืนอยู่บนโลกใบนี้ ส่วนผู้ที่อ่อนแอก็ทำได้เเค่ยินยอมให้ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเหยียบย่ำไปเท่านั้น'
   มันเป็นประโยคที่ใช้บ่งบอกตัวผมได้ดีเลยล่ะ ถึงแม้ว่านี่จะเป็นยุคสมัยที่ไม่มีสงครามเเล้วก็ตาม ใช่...ผมมันอ่อนแอ
   "อ้าวๆ ยืนบื้ออยู่ทำไมวะ?" น้ำเสียงอันเย็นเยียบกึ่งดูแคลนเปล่งออกมาจากชายร่างยักษ์คนหนึ่ง เขานั่นอยู่บนถังขยะที่ปิดฝาในซอกตึกมืดๆมีกลิ่นอับแห่งหนึ่ง และผมก็ยืนอยู่ตรงหน้าเขาขณะที่เขายื่นบุหรี่มาด้านหน้า
   "แบมือ" ซิกซ์พูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไม่พึงพอใจนัก ผมจึงยินยอมทำตามแล้วซิกซ์ก็จี้บุหรี่ใส่ฝ่ามือผมจนมันดับ ผมเม้มปากแน่นพยายามจะไม่ร้องออกมา เเต่มันก็อดไม่ได้เลยที่น้ำตาจะคลอที่เบ้าตา
   "ผม...ผมไปได้รึยังครับ?" ผมถามขณะพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปรกติที่สุด ผมไม่อยากทำให้ซิกซ์ไม่พอใจ ลำพังแค่เพียงหมัดเดียวซิกซ์ก็ทำให้ผมสลบได้เเล้ว 
   มันเป็นเช้าก่อนไปโรงเรียนที่ผมเจอแบบนี้ทุกๆวัน ซิกซ์แอบสูบบุหรี่ โดยคนที่ไปซื้อก็คือผม คนที่ต้องเป็นถาดเขี่ยบุหรี่ก็คือผม เเละคนที่ต้องจัดการเก็บซองบุหรี่ไว้ก็ผมอีก มันเลยทำให้บางครั้งที่ผมถูกจับได้พวกอาจารย์ก็เลยคิดว่าผมสูบบุหรี่ ผมถูกลงบันทึกประจำวันในขณะที่ซิกซ์ไม่โดนอะไรเลย 
   ผมก็ไม่ได้อยากอ่อนแอแบบนี้หรอก... แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่
   "ก็เชิญ" ซิกซ์ไหวไหล่จากนั้นเขาก็เดินผ่านตัวผมไปพร้อมๆกับกลุ่มเพื่อนของเขาอีกสี่คน
   ผมมองตามแผ่นหลังของเขาอย่างโล่งอก ดูเหมือนวันนี้ซิกซ์จะอารมณ์ดี...เพราะหากเขาอารมณ์เสียเขาคงซ้อมผมระบายอารมณ์ไปเเล้ว แต่...มันก็ไม่ใช่ว่าผมหลุดจากโชคร้ายแล้วสักหน่อย

   ในช่วงพักกลางวัน
   "ช้ามาก!!" เสียงร้องตะโกนของลาน่าหญิงสาวคนเดียวในกลุ่มของซิกซ์ดังขึ้นเมื่อเห็นร่างของผมเปิดประตูดาดฟ้าขึ้นมาพร้อมกับข้าวกล่องในมืออีกจำนวนเกือบสิบกล่องได้
   "ผมขอโทษ" ผมบอก "คือ...ผมต้องเข้าแถว และวันนี้คนเยอะมากเลยครับ ก็เลย..."
   "แกคิดจะแก้ตัว?" เรย์หนึ่งในกลุ่มกล่าวแล้วเดินเข้ามาใกล้ผม เขาเป็นหนุ่มหล่อ ผิวขาว ตาคมเบื้องหน้าเขาเป็นหนุ่มฮอตในฝันของสาวๆเลยล่ะ...แต่ไม่ใช่กับเบื้องหลัง
   "ผมเปล่านะ" ผมส่ายศีรษะ "ละ..แล้วก็เงินค่าข้าว..." ผมกำลังจะพูดต่อเพราะเงินทั้งหมดที่ผมใช้ซื้อข้าวมันคือเงินเก็บของผมเอง
   "หา? แกคิดพูดอะไรฮะ? โวเดน!" เรย์โก่งคิ้วขึ้นก่อนจะกระชากคอเสื้อผมอย่างแรงเเล้วดึงเข้าไปใกล้ใบหน้าเขา
   "อึก..." ผมพยายามดิ้น แต่ผมก็สู้เเรงของเรย์ไม่ได้เลย "เปล่าครับ คือผม...ผมขอโทษ" แล้วมันก็เป็นอีกครั้งที่ผมจะต้องยอม...ยอมถูกพวกเขาเหล่านี้เหยียบย่ำต่อไป
   "อ่อนปวกเปียก" ลาน่าเบะปาก แล้วเดินเข้ามาหยิบถุงกล่องข้าวในมือผมไป เธอหยิบกล่องข้างกล่องหนึ่งขึ้นมาแล้วเปิดมันดู ใบหน้าของเธอก็บูดเบี้ยวยิ่งกว่าเดิม "ยากิโซบะเหรอ!?"
   "ผมขอโทษ... แต่สลัดผักมันหมดเเล้ว" ผมพูดพร้อมกับก้มหน้าลง
   "แล้วแกก็ซื้อของแบบนี้มาเนี่ยนะ!!!"
   "ลาน่าใจเย็นๆ" ซิกซ์เดินเข้ามาบ้าง ผมรู้สึกได้ว่าเขามองผมแต่ผมก็ไม่มีความกล้าพอจะเงยหน้าเลย
   "แกน่าจะฉลาดกว่านี้นะ โวเดน แค่ออกจากโรงเรียนไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อก็ได้"
   "แต่..กฏของโรงเรียนคือห้ามออกจากโรงเรียนถ้ายังไม่ถึงเวลาเลิกเรียนนะครับ" ผมเงยหน้าขึ้น เเต่เเล้วก็ต้องก้มลงไปเหมือนเดิม เพราะกลุ่มทั้งกลุ่มของซิกซ์ที่มีจำนวนสี่คนในตอนนี้เข้ามายืนรุมล้อมผมเเล้ว มันทำให้ผมสำนึกได้ว่า...ผมไม่ควรจะพูดประโยคนั้นออกไปเลย...
   "พัฒนาถึงขั้นกล้าเถียงเเล้วงั้นสินะเนี่ย~" ไรอันเข้ามากอดคอผมแต่มันก็ไม่ใช่แบบเพื่อนสนิทหรอก มันให้ความรู้สึกเสียวสันหลังแก่ผมมากกว่า
   "ผมขอโทษ" ผมบอกอีกครั้ง ทั้งๆที่ก็รู้ว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนัก
   "น่าสงสาร...น่าสงสาร" ไรอันลูบศีรษะผมเบาๆ แต่ใบหน้ากลับแสยะยิ้มร้าย "ไหนดูซิ ว่าพ่อหนุ่มคนดีจะนึกผิดมากแค่ไหน"

   คำพูดของไรอันมันน่าสยดสยองเหลือเกิน ไรอันเทยากิโซบะที่ผมซื้อมาใส่ศีรษะผมเเล้วละเลงทั่วทั้งอกและเเขน มันเลยส่งกลิ่นออกมาเมื่อผมเดินเข้าห้อง ทั้งเพื่อนร่วมห้องเเละทั้งอาจารย์ก็ไม่ได้สนใจจะช่วยผมนักเพราะไรอันเป็นลูกชายของผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง เมื่อเขาอยู่ในกลุ่มเดียวกับซิกซ์ที่เป็นนักเลงเเล้วเลยไม่มีใครกล้าขัดหรือทำอะไรให้เขาไม่พอใจเลย
   มีแต่จะช่วงส่งเสริม...มันเลยทำให้ผมถูกกลั่นแกล้งเเรงๆบ่อยๆ โต๊ะเรียนของผมเป็นโต๊ะเดียวที่มีรอยขีดข่วน รอยขีดเขียนและมีซากแมลงที่ตายเเล้วมาเทกองไว้ส่งกลิ่นเหม็นเน่า ใต้โต๊ะก็มีแต่เศษขยะ บางครั้งรองเท้าของผมก็มีคนเอาเศษแก้วสอดเข้าไป เมื่อใส่มันอีกครั้งมันก็ทำให้ผมได้รับบาดเจ็บ แต่อาจารย์ในห้องพยายามก็ไม่อยากรักษาผมเพราะไรอันอยู่ดี แต่โชคก็ยังเข้าข้างผมตรงที่ผมยังใช้อุปกรณ์ได้นี่แหละ...ผมจึงปฐมพยาบาลช่วยเหลือตัวเองไปก่อนบ่อยๆ
   มันเป็นแบบนี้ทุกวัน ผมต้องทนกับมัน ผมอาศัยอยู่กับพ่อซึ่งเขาก็ไม่ได้มีเงินมากพอจะย้ายโรงเรียน ผมจึงได้เเต่โกหกว่าพออยู่ที่โรงเรียนผมมีเพื่อนมากมาย และมีความสุขดี แต่หารู้ไม่...ผมทำได้เเค่มานั่งเศร้าคนเดียวอยู่นี่สวนสาธารณะเก่าๆในช่วงเย็นที่ไม่มีคนเท่านั้น ผมไม่มีกำลังพอจะต่อต้านใครเลย
   เเล้ววันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมมาที่นี่ ในเวลาหกโมงเย็น ผมโกหกพ่อว่าไปคาราโอเกะกับเพื่อน ผมล้างเนื้อตัวที่เปื้อนยากิโซบะออกก่อนจะมานั่งกอดเข่าอยู่ตรงสวนดอกไม้ที่มีลมเย็นๆพัดผ่านโชยกลิ่นหอมๆของมันออกมา
   ผมสูดดมมันเข้าไปเล็กน้อยเพราะมันทำให้ผมผ่อนคลายขึ้น เปลือกตาของผมปิดลงช้าๆ ผมรับรู้ได้ถึงลมเย็นๆที่ปะทะกับใบหน้าผมเเต่เเล้วมันก็หายไปเพราะมีบางสิ่งมาบังหน้าผมจึงต้องลืมตาขึ้น
   "ท่านอยู่นี่เอง"
   "....เอ๋?" ผมเบิกตาขึ้นเล็กน้อย คนตรงหน้าผมคือหญิงสาวรูปร่างผอมบางคนหนึ่ง เธอสวมชุดหนังรัดรูปทั้งตัวสีดำสนิทเผยให้เห็นสัดส่วนที่โค้งเว้าสวยงามน่าหลงใหล ใบหน้าของเธอนั้นสวยหวานมากจนผมเกือบจะอ้าปากค้างไปเเล้ว
   เเต่สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจไปกว่าการเเต่งตัวเเละความงามของหญิงสาวตรงหน้าก็คือคำพูดของเธอนี่แหละ... ถ้าผมฟังไม่ผิด เธอเรียกผมว่า 'ท่าน'
   "ท่านคือเจ้าชาย" เธอพูดอีกครั้ง เเต่มันก็ทำให้ผมงงเข้าไปอีก "ท่านต้องมากับเรา ท่านต้องกอบกู้เอกภพนี้ ท่านเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถกำจัดท่านเดม่อนได้"
   "อะ...อะไรนะ?" ผมขมวดคิ้ว "เอ่อ...คุณจำผิดคนเเล้วล่ะ ผมไม่ใช่เจ้าชายหรอก..." เจ้าชายที่ไหนจะอ่อนแอเเบบผมกันล่ะ....
   "ท่านคือเจ้าชายจริงๆค่ะ" เธอพูดอีกครั้ง "ฉันชื่อโอเล ฉันมารับตัวท่าน"
   "ไม่นะ คือผม...ผมคิดว่าคุณจะต้องเข้าใจผิด" ผมยืนยันความคิดเดิม "ผมไม่ใช่เจ้าชายหรอก ผมก็แค่...เด็กนักเรียนม.ปลายคนหนึ่งเท่านั้น และ...ผมก็ไม่ได้มีคุณบัติการเป็นเจ้าชายเลยสักอย่าง"
   "ท่านก็รู้อยู่แก่ตัวนะคะ ท่านโวเดน" โอเลพูด เเล้วผมก็ต้องแปลกใจที่เธอรู้ชื่อของผมได้ "ท่านต้องไปกับเราไปที่ดาวควอสต์ทาเรส เพื่อที่ท่านจะได้ขึ้นเป็นราชา"
   ตูม!
    โอเลมองไปทางน้ำพุใกล้ๆก่อนจะยกฝ่ามือขึ้นก่อนจะกำมือจากนั้นน้ำพุก็ระเบิดออก คอนกรีตแตกกระจายขึ้นฟ้า น้ำของน้ำพุก็พุ่งขึ้นสูงเช่นกัน
   "หมายความวายังไง..?" ผมลุกขึ้นเเล้วถอยห่างจากเธอเล็กน้อย แม้ว่าเธอจะสวยสง่าเเต่เมื่อผมเห็นเธอทำบางอย่างได้มันก็ทำให้ผมเริ่มกลัวเธอขึ้นมา
   "อย่ากลัวไปเลย ท่านแข็งแกร่งกว่าฉันเสียอีก" โอเลพูดอีกครั้ง "แต่ท่านต้องมากับเรา"
   "คือผม...ผมขอโทษนะ" ผมว่าเเล้วก็รีบหันหลังวิ่งหนีไปทันที ความคิดในหัวผมมันสับสนไปหมด มีคนมาเรียกผมว่าเจ้าชาย และยังบอกให้ผมไปด้วยทั้งๆที่ก็ไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน อีกผู้หญิงตัวเล็กๆคนนั้นยังทำให้น้ำพุระเบิดได้เเค่การกำมืออีก..
   บ้า...มันบ้าไปเเล้ว ผมคิด แล้วผมก็สดุดล้มหน้าทิ่มลงไปมันทำให้ผมรู้ว่าโอเลไม่ได้ตามผมมา เเต่ผมก็ไม่คิดจะกลับไปยังสวนสาธารณะที่เดิมหรอก มันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย

   "โวเดน ไปทำอะไรมาน่ะ? มีเรื่องมาเหรอ?" ครูซพ่อของผมเอ่ยถาม เมื่อเห็นผมเข้ามาในบ้านด้วยเสื้อผ้าที่เปียกปอนเเละเปื้อนดิน พร้อมกับมีรอบถลอกเล็กๆที่ใบหน้า กรอบแว่นของผมร้าวเล็กน้อย
   "เปล่าครับ" ผมส่ายหน้า "ผมก็แค่ซุ่มซ่ามนิดหน่อย" ผมยิ้ม
   "โธ่ โวเดน โตจนป่านนี้เเล้วนะ" ครูซหัวเราะ จากนั้นท่านก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อหยิบน้ำอัดลมกับไก่ทอดที่ผมชอบมาให้ "พ่อซื้อเอาไว้ให้ตั้งเเต่เมื่อกลางวันเเล้ว จะกินสักหน่อยมั้ย?"
   "ครับ" ผมพยักหน้าเเล้วรับน้ำอัดลมกับไก่ทอดมา ไว้ในมือ "พ่อครับ ผมกินไม่หมดหรอก แบ่งกันกับผมก็ได้นะ" ผมบอกเพราะผมรู้อยู่เต็มอกว่าพ่อต้องเสียสละค่าอาหารดีๆของตัวเองมาให้ผมแน่ๆ
   "โวเดน ลูกใกล้จะอายุ18แล้วนะ" ท่านส่ายหน้ายิ้มๆ "ต้องกินเยอะๆสิ! จะได้อ้วนแบบพ่อนี่ไง!" แล้วท่านก็ตีพุงกลมๆของตัวเองอย่างขำขัน
   "แต่..." ผมกำลังจะเถียงต่อ
   "เอาน่า โวเดน" พ่อกอดอก "ลูกผอมเกินไปเเล้วนะ กินไปเถอะ"
   สุดท้ายผมก็เถียงกับพ่อได้อีกไม่กี่นาที ผมก็เป็นฝ่ายพ่ายเเพ้ เย็นวันนี้ผมได้กินอาหารที่ตัวเองชอบในขณะที่ผมรู้ว่าพ่อกินได้แค่ขนมปังทาแยมเท่านั้น แล้วผมก็รู้ตัวดี...ว่าผมมันเป็นลูกที่แย่จริงๆ

   คืนนั้นผมนอนคิดทบทวนเรื่องของโอเลทั้งคืนแต่มันก็ไม่ได้ความอะไรเลย มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่คนสวยๆแบบเธอจะมาเรียกผมว่าเจ้าชาย แถมสิ่งที่เธอพูดมันก็ทำให้ผมไม่เข้าใจอีก ผมไม่อาจจะรู้เลยว่าเรื่องเมื่อวานมันเป็นเเค่ฝันหรือความจริงกันแน่
   ในเช้าวันต่อมา ผมมาโรงเรียนตามปกติทุกวัน และแน่นอนว่าสิ่งที่ไม่เปลี่ยนก็คือกลุ่มของซิกซ์ที่รังแกผม แบบซ้ำๆเดิมๆ  เเต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมชินนัก ผมไม่ได้ชอบการถูกกลั่นแกล้งสักหน่อย...
   "เฮ้ โวเดน" 
   ในเวลาเลิกเรียนขณะที่ผมกำลังเดินออกจากรั้วโรงเรียนไรอันก็เรียกผมเอาไว้
   "อยากไปบ้านฉันหน่อยมั้ย? หืม?" เขากอดคอผม ผมรู้ได้ทันทีว่าเขาต้องพาผมไปเพื่อใช้เป็นทาสในบ้านแบบชั่วคราวแน่ๆ
   "คือ ผมไม่..." ผมอยากจะปฏิเสธแต่ไรอันก็กอดคอผมแน่นขึ้นอีก
   "หืม...กล้าขัดคำสั่งฉันคนนี้งั้นเหรอ?"
   ผมเม้มปากแน่น ให้ตายเถอะ...ผมไม่ชอบความอ่อนแอของตัวเองเอาซะเลย
   เอี๊ยดดด!!! 
   จู่ๆเหตุไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อรถคันหนึ่งเกิดเบรกแตก รถคันนั้นพุ่งตรงมาทางผมและไรอันด้วยความรวดเร็ว ผมไม่ทันได้คิดผมก็ผลักไรอันให้พ้นออกไปจากรัศมีซะเเล้ว
   โครม!! เเล้วมันก็ส่งผลให้รถพุ่งเข้าชนผมแทน ร่างของผมกระเด็นออกไป มันโชคดีที่ทำให้รถเสียหลักได้กระทั่งมันก็หยุดลงก่อนจะเหยียบทับร่างของผม
   "เฮ้ย! โวเดน!!" เสียงของไรอันดังอื้ออึง ผมฟังไม่ถนัดนัก 
   ความจริงผมก็ไม่ได้อยากจะถูกชนนักหรอก แต่เพราะเหตุการณ์มันเร็วมากเกินกว่าจะตัดสินใจ ผมผลักไรอันออกไปทันทีโดยไม่สนเลยว่าเขาเคยกลั่นแกล้งผมรุนแรงเเค่ไหน
   ตอนนี้ผมรู้สุกเจ็บแปลบไปทั่วร่าง สมองอื้ออึง มีเสียงวิ้งๆดังขึ้นในสมอง ผมกระอักเลือดออกมาพุ่งเข้าฟ้าเเล้วก็ย้อนกลับสู่หน้าตัวเอง สายตาเริ่มพร่ามัวไปหมด
   ผมกำลังจะตาย...ผมคิดแบบนั้น ตายไปทั้งๆที่ผมก็ไม่เคยจะทำประโยชน์อะไรให้พ่อได้เลยด้วยซ้ำ มีเเต่จะโกหกท่านเสมอๆ ความรู้สึกผิดเริ่มถาโถมเข้ามาในใจผมอย่างไม่ขาดสาย เอาเถอะ...ผมตายไปนี่สินาจะทำให้ท่านสบายกว่าแท้ๆ
   "โวเดน! โวเดน! เฮ้!! โวเดน!!!" เสียงของไรอันตะโกนใส่ผมใกล้เข้ามาเรื่อยๆแต่ผมก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเเล้ว น้ำตาคลอที่ขอบตาผมก่อนที่มันไหลลงมาพร้อมกับสติของผมที่ดับลงไป
   "โวเดน!!"

   ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบกับความอึดอัดคับแคบ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมก็คือ...ถุงพลาสติกห่อศพของโรงพยาบาลนี่เอง...ด้วยความงัวเงยเเละปวดหัวผมจึงหลับลงไปอีกรอบ แต่..เดี๋ยวนะ...
   ถุงพลาสติกห่อศพ!!?
   แควก!!!
   "เฮ้ย!!!" ผมร้องว๊ากเเล้วเผลอใช้มือทั้งสองข้างฉีกมันออก เเล้วมันก็ขาดคามือผมอย่างง่ายดายรวมไปถึงผ้าสีขาวที่หุ้มอยู่ข้างนอกด้วย 
   ตุบ! เสียงของบางสิ่งหล่นลงเพื่อนดังขึ้น ผมหันไปมองตามก็พบว่าเป็นไรอันที่ยืนมองผมตาค้าง ร่างแข็งทื่อ สิ่งที่เขาทำหล่นลงไปก็คือช่อดอกไม้สีขาวนั่นเอง
   "เอ่อ...สวัสดีครับ" ผมยกมือขึ้นเกาศีรษะเเล้วยิ้มเเห้งๆ ผมได้กลิ่นเลือดตุๆใกล้ๆตัวยังไงก็ไม่รู้สิ ผมเหวี่ยงขาลงจากเตียงนอน...ศพ แล้วก็พบว่ามีเลือดเปื้อนอยู่เต็มตัวผม เสื้อผ้าของผมถูกฉีกออกเพราะอาจจะต้องปั้มหัวใจ...ไม่หรอกมั้ง...ครั้งนี้ไรอันคงแกล้งผมอีกแน่ๆ
   "คือผม..."
   ตึง! ว่าเเล้วพอผมกำลังจะเดินไปหาไรอันผมก็สดุดขาตัวเองล้มหน้าทิ่มดังตึง จนแว่นหักคาหน้า ผมรีบลุกขึ้นด้วยความอายปนกับกลัวว่าไรอันจะรำคาญ
   "วะ,,,โวเดน?" ไรอันก้าวถอยห่างออกไปจากผม "ปะ...เป็นไปได้ยังไงเนี่ย!!!" เเล้วเขาก็ร้องตะโกนออกมาเล่นเอาผมสะดุ้งโหยง
   "อะ...อะไรเหรอครับ?" ผมทำหน้าฉงน
   "นี่ไม่รู้ตัวเลยเหรอ ว่าพึ่งลุกออกมาจากอะไร! เเล้วที่นี่ที่ไหน!" ไรอันตะโกน
   "ก็...ผมลุกออกมาจากเตียงศพ ออกมาจากถุงเก็บศพ เเล้วที่นี่ก็..ห้องดับจิตของโรงพยาบาล...ใช่มั้ยครับ" ผมถามเเล้วมองไปรอบๆ 
   "เออ!! แล้วนายลุกขึ้นมาได้ยังไง!"
   "เอ๋?..."
   "ก็นายตายไปเเล้ว! เพราะงั้นถึงอยู่ที่นี่ไง!" ไรอันตะโกนอย่างเหลืออกราวกับเหนื่อยกับท่าทีบื้อๆของผมเต็มทน
   "ผมเหรอ..." ผมชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง เเล้วก็พึ่งจะนึกอะไรออก "จริงด้วย!! เเล้วผม...ผมลุกขึ้นมาได้ยังไง! ทำไม? คุณแกล้งผมเหรอ!?"
   "แกล้งบ้าบออะไร! ฉันเข้ามาก็เห็นนายลุกพรวดออกมาเเล้ว!"
   "แล้ว...แล้วผมลุกขึ้นมาได้ยังไงล่ะ?"
   "เเล้วฉันจะไปรู้เรอะ!" ไรอันยกมือขึ้นแปะหน้าผากตัวเอง "หัวใจนายหยุดเต้นไปเเล้ว แล้วพอฉันกลับมาหานายอีกที..."
   "คือผม...ผมไม่รู้ว่าตัวเองฟื้นขึ้นมาได้ยังไง" ผมส่ายศีรษะอย่างสับสน น่าแปลกที่ผมรู้สึกว่าร่างกายมันสดชื่นขึ้นราวกับดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเข้าไป เเล้วผมก็รู้สึก...รู้สึกว่าไรอันเตี้ยลง?
   "คุณไรอัน..เอ่อ...คุณเตี้ยลงไปรึเปล่า?" ผมถามอย่างเกร็งๆ
   "นายต่างหากที่สูงขึ้น" ไรอันบอก "นี่มันเรื่องบ้าอะไรอันวะเนี่ย!"
   "ผมขอโทษนะ" ผมบอกเพราะกลัวว่าจะทำให้ไรอันรำคาญ
   "ขอโทษ?"
   "คุณไม่ได้กำลังรำคาญผมเหรอครับ?" 
   "...ตอนนี้น่ะไม่" ไรอันเบือนหน้าไปทางอื่นก่อนจะหยิบช่อดอกลิลลี่สีขาวที่ตกลงพื้นขึ้นมา จากนั้นก็เหวี่ยงมันมาทางผม "ขอบใจ...ที่อุตส่าห์ช่วย" จากนั้นผมก็เห็นสีหน้าที่รื้อแดงขึ้นของเขา ดูเหมือนไรอันจะไม่ค่อยพูดขอบคุณกับใครจริงๆจังๆสินะ...ฮะๆ และพอเห็นแบบนี้มันก็ทำให้ผมอดหัวเราะออกมาได้เลย
  "แกหัวเราะอะไรของแก!!" ไรอันหันมาอีกครั้ง เเล้วครั้งนี้เขาก็ดูเขินอายยิ่งกว่าเดิม เเละอาจจะมีความโกรธปนมาด้วย
  "ฮะๆ ผมขอโทษนะ" ผมบอก "มัน...อาจจะเป็นความผิดพลาดของเครื่องมือแพทย์ก็ได้ครับ ที่ทำให้ผม..."
   "ก็คงงั้น" ไรอันถอนหายใจเเรงๆ "พ่อนายยังไม่รู้เรื่องนี้ มีแค่ฉันกับหมอเท่านั้นที่รู้"
   "จริงเหรอครับ?"
   "เออ..."
   พอได้รับคำยืนยันเเล้วผมก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยๆท่านก็ไม่ต้องมาเป็นห่วงผม เเต่เเล้วผมก็รู้สึกใจหายเมื่อนึกอะไรขึ้นได้
   "ละ...เเล้วค่าเสียหายรถล่ะครับ!? แล้วก็ค่า...ค่าโรงพยาบาลผมอีก" ผมพูดเเล้วก็เริ่มหน้าซีด
   "ฉันจัดการมันทั้งหมดเเล้ว" 
   "จะ...จริงเหรอครับ!?"
   "เออ...อย่างน้อยฉันก็ไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร"
   ปัง! พูดจบไรอันก็หมุนตัวเเล้วเดินออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้ผมอยู่ที่นี่ ที่ห้องที่เต็มไปด้วยศพ น่าแปลกที่ตอนนี้ความกลัวต่อสิ่งเหล่านี้ของผมมันลดลงไปเเล้ว ผมจึงเดินออกไปจากห้องตามหลังไรอันไปอย่างเงียบๆเเม้จะมีสายตาของผู้คนจับจ้องมาที่ผมไม่น้อยก็ตามทีเถอะ


   เมื่อคืนผมกลัวว่าจะโดนพ่อยิงคำถามชุดใหญ่ใส่แน่ๆว่าไปทำอะไรมา แต่ก็โชคดีที่ได้ไรอันช่วยไว้ เขาให้ผมไปที่บ้าน ยืมเสื้อผ้าเเละอาบน้ำใหม่ ผมเลยได้ข้ออ้างว่าผมอยู่บ้านเพื่อนมา
   นั่นเป็นจุดเริ่มต้นระหว่างความสัมพันธ์ของผมและไรอัน ไรอันเริ่มตีตัวห่างจากซิกซ์ ผมเเละไรอันเริ่มเข้ากันได้ดีขึ้น ไรอันดูจะสงสัยไม่น้อยเลยว่าทำไมผมถึงช่วยชีวิตเขาทั้งๆที่เขาก็กลั่นแกล้งผมมาโดยตลอด
   เวลาผ่านไปหลายวันเเล้วที่ผมเข้ากันได้กับไรอัน แม้ช่วงแรกๆที่ผมรู้สึกเกรงกลัวไรอันไปบ้าง แต่ผมก็ได้รู้ว่าไรอันไม่ใช่คนไม่ดีซะทีเดียว พ่อของเขาเป็นถึงที่ปรึกษานายกแน่นนว่าเวลาว่าน้อยมาก แม่ของเขาเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ๆหลายแห่งที่มีสาขาแยกย่อยไปทั่วโลก ไรอันเป็นน้อวชายคนเล็ก และเขาคนเดียวเท่านั้นที่อาศัยอยู่ในกรุงวอชิงตันกับพ่อที่ไม่มีเวลาว่างให้มากนัก
   พวกเราไม่ได้พูดเรื่องแปลกๆที่ผมตื่นขึ้นมาจากความตายนัก เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่น่าฟังเท่าไหร่ ผมคิดว่า...นี่อาจเป็นช่วงที่มีความสุขที่สุดเเล้วสำหรับชีวิตม.ปลายของผม ผมมีเพื่อนหนึ่งคนซึ่งก็คือไรอัน
   แต่มันก็ไม่เสมอไป...
   พวกซิกซ์กลับมาหวังจะรุมทำร้ายผมและไรอันขณะที่เดินเข้าโรงเรียนในตอนเช้าของวันหนึ่ง
   "ดูเหมือนแกจะเข้าข้างคนผิดเเล้วนะ ไรอัน" ซิกซ์พูดพร้อมกับชกหมัดเข้ากับฝ่ามือตัวเอง
   "เหอะ..." ไรอันหัวเราะในลำคอ "อย่างน้อยๆมันก็ดีกว่าการอยู่กับพวกขี้ขลาดอย่างแก ที่ทำเป็นแค่การรังแกคนที่อ่อนแอกว่า.."
   "นี่แก...ไรอัน!!!" 
   พลั่ก!! ซิกซ์ตะโกนอย่างโกรธขึงก่อนจะเริ่มวางมวยกับไรอันที่ตัวโตกว่า ลาน่ายืนร้องตะโกนเชียร์ ผมถูกเรย์ล็อกตัวเอาไว้ พวกเราอยู่กลางสนามมันเลยเป็นจุดสนใจของนักเรียนที่กำลังจะเดินเข้าโรงเรียน
   "เดี๋ยว...เดี๋ยวสิ! อย่าทะเลาะกันเลยนะครับ!" ผมพูดเเต่ก็ไม่มีใครสนใจ
   "หืม.. แล้วอย่างแกจะไปช่วยอะไรได้?" เรย์หัวเราะเยาะผม ผมเบิกตากว้างเมื่อเห็นซิกซ์รับมีดพกมาจากลาน่าเเละกำลังใช้มันแทงไรอันที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบนอนอยู่กับพื้น
   "ไรอัน!!" ผมร้องตะโกน ขณะที่เสียงหัวเราะของเรย์ก็ดังขึ้น
   "หยุด!! ออกไปเดี๋ยวนี้! ซิกซ์!!!" ผมร้องตะโกนออกไปอีกครั้งเเล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
   ตึง!!! ร่างของซิกซ์ก็ถูกบางสิ่งกระชากออกไป ไกลกว่าสิบเมตร ซิกซ์หวีดร้องอย่างสับสนก่อนที่ร่างของเขาจะพุ่งชนเข้ากับอาคารจนกำแพงทะลุเป็นรู ซิกซืถูกโครงเหล็กของตึกเสียบทะลุท้อง นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนจ้องมองมาที่ผมเป็นตาเดียว
  ผมทำอะไรลงไป... และที่สำคัญ... ทำผมมันได้ยัง!?
   ผมยกมือทั้งสองขึ้นมองอย่างสับสน และสับสนจริงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ 
   "ในที่สุด...ท่านก็ปรากฏตัวเสียที เจ้าชาย" เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น เขาก็คือชายหนุ่มสวมชุดสีดำทั้งชุดที่จู่ๆก็ปรากฏตัวต่อหน้าผมนั่นเอง ด้วยความตกใจ ผมจึงร้องว้ากแล้วถอยออกมาจากเขา นักเรียนที่อยู่รอบๆเองก็เริ่มถอยห่างแบบผมบ้างเเล้ว
   "ท่านมากับเราสิ เจ้าชาย"
   "อะ...อะไรนะ?" ผมเลิกคิ้ว เเละจำได้ว่าไม่นานมานี้มีคนเรียกผมว่าเจ้าชายอีกคน เธอก็คือโอเลนั่นเอง
   "ข้ามีนามว่าลูซอนข้าอยากให้ท่านไปที่ดาวอเวนโทรอส เพื่อที่จะเป็นราชา" ลูซอนพูดเเล้วมันก็ทำให้ผมสับสนไปกันใหญ่ เพราะก่อนหน้านี้โอเลก็เชิญชวนให้ผมไปที่ดาวควอสต์ทาเรสเเละให้ขึ้นเป็นราชา มันยิ่งทำให้ผมสับสนไปหมดว่าสรุปเเล้วเรื่องมันเป็นยังไงแน่
   "ทำไมผมต้องขึ้นเป็นราชาล่ะ?" ผมถาม ผมเห็นว่าไรอันมองมาที่ผมอย่างอึ้งทึ่งไม่ต่างจากนักเรียนทุกคนนัก
   "เจ้าชาย!!" เสียงโอเลดังขึ้น เเล้วเธอก็เข้ามายืนอยู่ด้านหน้าผม "คุณพาเขาไปไม่ได้นะคะ!" เธอพูดเสียงเเข็ง
   "โอ้ โอเล" ลูซอนยิ้มเยาะ "ถึงยังไงเขาก็คือเจ้าชายของเรา"
   "ไม่ค่ะ! คุณต้องการตัวเขาเพราะคุณต้องการจะครองโลกต่างหาก และเจ้าชายก็เป็นคนเดียวเท่านั้นที่สวมมงกุฏได้ พวกเราต้องการให้เจ้าชายปกป้อง ไม่ใช่ทำลาย!"
   "ดูเหมือนเจ้าจะฉลาดใช่ย่อยนะ โอเล" ลูซอนหุบยิ้ม "เเล้วเรามาวัดกันว่าความต้องการของเจ้ากับข้า..อะไรมันจะง่ายดายกว่ากัน!"
   วูบบบบ!! 
   พอลูซอนพูดจบ จู่ๆก็มียานขนาดยักษ์ครอบคลุมเกือบทั่วทั้งเมืองปรากฏขึ้นมา ผมอ้าปากค้างทันทีเพราะไม่เคยเห็นอะไรเเบบนี้มาก่อน ให้ตายเถอะ! ยานลำนี้มันใหญ่มากเเถมยังมีเเสงสีฟ้าเรืองๆอีก มันทำให้เมืองตกอยู่ภายใต้เงามืด ผู้คนต่างก็เงยหน้ามองมันอย่างสงสัย
   ทว่ามันไม่ใช่สิ่งสวยงามอะไรเลยเพราะจู่ๆประตูใต้ท้องยานก็ถูกเปิดออกเเล้วกองทำสัตว์ประหลาดที่มีรูปร่างคล้ายกับก๊อบลินก็วิ่งออกมาบุกทำลายล้างเมือง!
   "นะ....นี่มันอะไรกัน!" ผมร้องออกมา 
   "เลือกมาสิ เจ้าชาย" ลูซอนยิ้มอีกครั้ง "ท่านเลือกที่จะไปกับใครกัน ระหว่าง...การทำลายเพื่อครอบครองกับปกป้องด้วยความยากลำบาก"

   ...นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของผม ผมเลือกโอเล เเต่ลูซอนก็ไม่หยุดทำลายเมือง บ้านเมืองเสียหายเพราะพวกเอเลี่ยนต่างดาว พวกมันภถูกทหารของวอชิงตันกำจัดราบคาบแล้วนักวิจัยก็เริ่มสนอกสนใจเรื่องของมนุษย์ต่างดาว  ลูซอนหนีไปได้เเละผมเดินทางมาที่ดาวควอสต์ทาเรสโดยที่โอเลลบความทรงจำของคนบางส่วนที่รู้เห็นออกไป ผมจากโลกมาไกลมาก... ผมได้พบว่าตัวเองคือเชื้อราชวงศ์ระหว่างสองดวงดาวซึ่งก็คือควอสต์ทาเรสกับอเวนโทรอส โดยราชินีแห่งควอสต์ทาเรสแต่งงานกับราชาแห่งอเวนโทรอส
   ซึ่งบุตรก็คือผมเอง คนจากต่างดาวนั้นมีวิทยาการที่ล้ำไปไกลจากโลกมาก ไม่ว่าจะเทคโนโลยีหรือพลัง พวกเขาล้วนมีมันมากกว่าโลก และกาแล็กซี่ที่ดาวควอสต์ทาเรสอยู่ก็คือกาแล็กซี่เคนิเทนโด มันเป็นกาแล็กซี่ที่ผมจะต้องปกครองเป็นราชาในอนาคต
   ส่วนดาวอเวนโทรอสอยู่ในกาแล็กซี่เกโนริโทออน พวกเขาทักกัดแกร่งเเละแย่งชิงหวังจะครองทั่วทั้งเอกภพ แต่มีเพียงราชินีแห่งควอสต์ทาเรสเท่านั้นที่ต่อต้านเเละยืนยันจะปกป้องเอกภพเอาไว้ พวกเราจึงทำสงครามกันมายาวนานระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่มีพลังแข็งแกร่งพอๆกัน
   จนกระทั่งสงครามดูเหมือนจะยุติลงราชินีแห่งควอสต์ทาเรสแต่งงานกับราชาแห่งอเวนโทรอส เพื่อความเป็นสันติ แต่ก็ไม่เลย...ราชาแห่งอเวนโทรอสหรอกราชินี เขาหวังจะทำลายผู้ต่อต้านแบบเธอซะ เเต่ก็ไม่ได้ผล เธอคลอดบุตรเเละส่งไปยังโลก ซึ่งก็คือผมเอง
   พวกเขาทั้งสองต่างก็ต้องการตัวผมเพราะผมคือลูกผสมระหว่างคนที่แข็งแกร่งและทรงอำนาจเหมือนกัน อีกหนึ่งต้องการให้ผมปกป้อง แต่อีกหนึ่งต้องการให้ผมทำลายล้าง
   ผมเลือก...การปกป้อง ซึ่งก็หมายความว่าผมคือเจ้าชายแห่งควอสต์ทาเรสเเละเป็นศัตรูกับอเวนโทรอส
   ผมจึงต้องรับหน้าที่ที่ค่อนข้างหนักหน่วง ผมต้องเดินทางไปยังต่างดาวหลายแห่งเพื่อช่วยปกป้องคนบนดาวเอาไว้ รวมไปถึง...โลกก็ด้วย
   เวลาผ่านไปนานหลายเดือน ผมได้มาที่โลกอีกครั้ง มันโชคดีที่เวลานี่ผ่านไปแค่สี่ถึงห้าเดือนเท่านั้น ผมมาเเละได้ช่วยชีวิตนักท่องเที่ยวบนเรือไททานิคเอาไว้ มันทำให้ผมได้พบกับไรอันอีกครั้ง
   "ผมคือเจ้าชายโวเดน แห่งดาวควอสต์ทาเรส" ผมย้ำอีกครั้งก่อนจะลงมือในการกำจัดพวกเอเลี่ยนดุร้ายพวกนั้นซะ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

จริงๆรายละเอียดมากกว่านี้ค่ะ ปมหนักหน่วงอีกหน่อย แต่เนื่องจากเป็นเเค่เรื่องสั้นเลยย่อลงมาค่ะ...จบเเค่นี้ เเละขอตัวไปเดท(?)กับกองงาน บวกกับปั่นนิยายเก่าๆนะคะ 5555
แบบว่าก็จบไปแบบงงๆค้างๆนิดๆเนอะ 5555
ลองแต่เล่นๆดูนะคะ ไม่เคยแต่งแบบตัวเอกเป็นผู้ชายเลย

คิดเห็นยังไงก็คอมเมนต์ได้นะคะ อิๆ




  
   
     
   

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Sanovee-BB จากทั้งหมด 11 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น