คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

[BL]Tale of the Darkness

ตอนที่ 34 : Special Tale :: My darling


     อัพเดท 10 ก.พ. 62
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/นิยายวาย
Tags: แฟนตาซี, แวมไพร์, การต่อสู้, BL
ผู้แต่ง : Xeiji / Wu Qi ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Xeiji / Wu Qi
My.iD: https://my.dek-d.com/Seiji_Ed
< Review/Vote > Rating : 95% [ 13 mem(s) ]
This month views : 157 Overall : 40,124
1,061 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1798 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
[BL]Tale of the Darkness ตอนที่ 34 : Special Tale :: My darling , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 742 , โพส : 9 , Rating : 0% / 5 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


Special Tale II : My precious and yours

 

                แค่มาเที่ยวในเมืองแค่เนี่ย...ทำไมจะมาไม่ได้!!?

 

            ชายหนุ่มผมบลอนด์ก้าวฉับ ๆ เข้าตัวเมืองด้วยความหงุดหงิด ริมฝีปากบ่นอย่างไม่สบอารมณ์นักเมื่อนึกถึงบทสนาที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

 

                .

                .

 

เซดดริกสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ทีหนึ่งเพื่อเรียกความมั่นใจก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยออก แล้วเขาก็เดินเข้าไปในห้องสมุดที่มีชายหนุ่มอีกคนนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาตัวยาว เขาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้บุนวมข้าง ๆ ก่อนจะจ้องเขม็งไปที่ใบหน้าของอีกฝ่าย “คุณครอส” เขาเริ่ม

 

            เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่อ่านพร้อมกับเลิกคิ้วเล็กน้อย “มีอะไรรึเปล่า?”

 

            เซดดริกขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบหนังสือในมือของอีกฝ่ายออกมาวางไว้บนโต๊ะอย่างไม่บอกกล่าว “คืนนี้ไปในเมืองกัน!

 

            ครอสเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างไม่ทุกข์ร้อนราวกับคาดเดาคำชวนนี้ได้ “นายก็ไปสิ” เขาตอบสั้น ๆ

 

            คนชวนทำหน้ามุ่ยด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย “ได้ไงล่ะครับ ที่มาชวนเนี่ยก็เพื่อจะได้ไปด้วยกันหรอกนะ” เขาว่าก่อนจะเท้าแขนกับที่วางแขนของเก้าอี้ และโน้มตัวเข้าไปหา “วันคริสมาสต์ผมชวน คุณก็ไม่ไปอะ นี่ก็วันสิ้นปีแล้วนะครับ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ออกไปเดินเล่นหน่อยจะเป็นอะไรไปล่ะ?”

 

            คนถูกชวนหัวเราะเบา ๆ “ให้แวมไพร์ไปเดินในเมือง?” เขาย้อนกลับด้วยคำถาม “ไม่กลัวว่าฉันจะไปกัดคอใครรึไง?”

 

            “ถ้าผมไม่แน่ใจว่าคุณไม่ทำ ผมคงไม่ชวนหรอกนา” เซดดริกตอบอย่างขอไปที

 

            “แน่ใจขนาดนั้นเชียว?”

 

            คำถามย้ำความแน่ใจทำเอาคนชวนทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเบา ๆ อย่างไม่สบอารมณ์นัก แต่ก็ต้องยอมรับล่ะว่า...เขาเองก็ไม่ได้มั่นใจสักเท่าไหร่ ก็แค่... “ก็...ไม่ค่อยมั่นใจหรอกครับ ผมก็แค่...” เขาหยุดชั่วครู่ ลังเลใจว่าจะบอกว่าดีไหม แต่พอมาคิดที...ไม่ดีกว่า “...อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ไปคนเดียวมันก็เหงานะครับ อีกอย่างคุณก็ว่างไม่ใช่เหรอ?"

 

            ครอสมองดวงตาสีฟ้า แววตาที่เขาเห็นมีแต่คำขอร้อง และความหวังเต็มไปหมด แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น...เขาก็ไม่ชอบที่ ๆ คนเยอะอยู่ดี

 

            .

            .

 

                “ไม่ได้อยากมาเที่ยวคนเดียวสักหน่อย...” เซดดริกพึมพำเบา ๆ กับตัวเองอย่างน้อยใจก่อนจะหยุดเดิน และมองรอบกาย ในเมืองทรานซิลเวเนียช่วงเทศกาลก่อนปีใหม่ค่อนข้างคึกคักเป็นพิเศษโดยเฉพาะเวลากลางคืน ร้านรวงแข่งกันเปิดไฟนีออนหลากสีเพื่อเรียกลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ ต่างพากันเสนอโปรโมชั่นเคาท์ดาวน์ที่ร้านพร้อมกับลดแลกแจกแถมกันขนานใหญ่ ผู้คนทั้งชาวเมือง และนักท่องเที่ยวต่างเลือกร้านเข้าไม่ถูกเลยทีเดียว

 

                ความจริง..มันก็น่าจะสนุกอยู่หรอก

 

                ถ้าคนที่เขาอยากให้มาด้วย..มาด้วยน่ะนะ      

 

                เซดดริกถอนหายใจเบา ๆ ขณะมองคู่ชายหญิงคู่หนึ่งเดินผ่านเขาไป ทั้งสองเดินควงแขนและซบกันเพื่อแลกไออุ่นกันอย่างมีความสุข เห็นแล้ว...มันก็อดอิจฉาไม่ได้จริง ๆ “เฮ้อ...เอาเถอะ ๆ คนเดียวก็ได้วะ ไม่ตายสักหน่อย” หลังจากที่ทำใจได้แล้ว เขาก็เดินตรงไปยังร้านที่หมายตาไว้ตั้งตาแรก

 

            ป้ายหน้าร้านที่ประดับด้วยไฟนีออนหลากสี แม้ประตูร้านจะปิดอยู่ แต่เสียงดนตรีจากภายในก็ดังออกมาถึงข้างนอก ยิ่งเวลามีคนเข้าออกทำให้ได้ยินเสียงดนตรีจากวงดนตรีบนเวทีอย่างชัดเจน แม้หน้าร้านจะไม่มีพนักงานชวนเข้าร้านเหมือนร้านอื่น ๆ ข้าง ๆ แต่เพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ต่างจากสิ่งที่เรียกว่า ผับ สักเท่าใดนัก

 

                กริ๊ง...

 

                เสียงกระดิ่งเบา ๆ ดังขึ้นท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊ซ และเสียงคนพูดคุย ชายหนุ่มผมบลอนด์ค่อย ๆ เดินลัดเลาะผ่านฝูงชนไปที่เคาน์เตอร์กลางร้านเพื่อสั่งเครื่องดื่ม ใบหน้าหล่อเหลาที่แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มทำเอาหญิงสาว...รวมถึงเพศชายบางคนที่เขาเดินผ่านเผลอมองตามไปอย่างเหม่อลอย แต่ไม่ทันที่พวกเขาจะทันได้ทัก เป้าสายตาก็ลัดเลาะหายไปในฝูงคนเสียแล้ว

 

                เซดดริกที่เคยชินกับสายตาเช่นนี้อยู่แล้ว และสถานที่แบบนี้ก็ใช่ว่าเขาจะไม่เคยมา ทำให้เขาไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเท่าใดนัก พอเขาเดินไปถึงเคาน์เตอร์ ก็ชี้ ๆ ไปที่เมนูที่ติดอยู่บนแผงป้ายเหนือศีรษะบาเทนเดอร์ บวกกับใช้ภาษาโรมาเนียกระท่อนกระแท่น และภาษามือช่วยสื่อสาร ทำให้เขาพอสั่งเครื่องดื่มมาได้

 

                ชายหนุ่มทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ นั่งรอสักพักหนึ่งขวดเบียร์หนึ่งขวด พร้อมแก้วหนึ่งใบก็วางอยู่ตรงหน้า เขาเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ขอบคุณที่หนึ่ง ก่อนจะต้องเลิกคิ้วเมื่อเห็นแก้วทรงสูงแต่ปลายแก้วบานออกถูกยื่นมาตรงหน้า ภายในแก้วบรรจุของเหลวสีขาวขุ่น และมีชิ้นมะนาวฝานบาง ๆ นอนอยู่ก้นแก้ว

 

                “Classic Daiquiri (คลาสสิก ไดควิรี) ครับ” บาเทนเดอร์วัยกลางคนที่ยื่นมาให้ตอบตามมารยาทก่อนจะบุ้ยหน้าไปทางบาเทนเดอร์หนุ่ม...ไม่สิ บาเทนเดอร์ที่ร่างกายเป็นชาย แต่ใบหน้าแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อน ๆ “มีคนเลี้ยงน่ะครับ”

 

                เซดดริกยิ้มแห้ง ๆ เป็นเชิงขอบคุณพร้อมกับรับแก้วค็อกเทลมาจิบ ๆ เล็กน้อย รสชาติเปรี้ยวเล็กน้อยช่วยทำให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวเมื่อครู่ค่อยแจ่มใสขึ้นมาบ้าง ชายหนุ่มนั่งดื่มเบียร์ไปเรื่อย ๆ โชคดีที่เพลงที่เปิดในร้านนี้ไม่ถึงกับฮาร์ดเมททัลนัก แต่กลับเป็นเพลงแจ๊สเปิดสบาย ๆ เบาหู ทำให้เขาเผลอดื่มหมดไปขวดนึงโดยไม่รู้ตัว

 

                พอกำลังจะสั่งอีกขวดหนึ่ง...ก็เริ่มลังเล เออ...ถ้ามึนมากกว่านี้ แล้วจะกลับไงวะ ก็เลยตัดสินใจว่าพอแค่นี้ดีกว่า ถึงแม้เขาจะยังไม่เมา แต่ก็เริ่มมึน ๆ เล็กน้อย แต่สติสัมปชัญญะก็ยังอยู่ครบถ้วน พอกำลังจะหยิบเงินออกมาจ่าย ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามายืนข้าง ๆ

 

                เธอพูดอะไรสักอย่างใส่เขา แต่เพราะว่าเป็นภาษาโรมาเนีย ทำให้เขาเผลอทำหน้าอึนใสอีกฝ่าย แต่ก็เรียกรอยยิ้มขบขันบนใบหน้าสวยสะคราญของเธอได้ “นักท่องเที่ยวเหรอคะ?” เสียงหวานถามขณะทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้

 

                เซดดริกยิ้มรับบาง ๆ รู้สึกโล่งอกที่สาวเจ้าพูดภาษาอังกฤษได้ “ประมาณนั้นครับ” เขาตอบ แสงไฟสีส้มอ่อน ๆ จากเคาน์เตอร์ทำให้เขาเห็นเสี้ยวหน้าของหญิงสาวคนนี้ไม่ค่อยชัดนัก แต่ก็บอกได้เลยว่าสวยไม่ใช่เล่น ชุดที่เธอใส่ก็ดูทะมัดทะแมงเหมือนคนทำงานแล้ว เสียอย่างเดียว...กางเกงที่ใส่มันสั้นไปหน่อย...

 

                “แล้ว...คุณมาคนเดียวเหรอคะ?” เธอถามพลางมองไปรอบ ๆ กายของอีกฝ่าย

 

                “ครับ พอดีเพื่อนผมเขาไม่ค่อยชอบที่คนเยอะ ๆ เท่าไหร่ก็เลยขอบาย” เซดดริกตอบพลางไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก

 

                หญิงสาวเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะฉีกยิ้มหวาน “งั้น...คุณจะรังเกียจไหมคะถ้าฉันจะขอมานั่งดื่มด้วย เพราะฉันเองก็มาคนเดียวเหมือนกัน” เธอถามพร้อมกับยกแก้วที่มีของเหลวสีเหลืองอ่อน ๆ อยู่ภายในขึ้นมาบริเวณใบหน้า

 

                ร่างสูงกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความแปลกใจเล็กน้อย รู้สึกเหมือน...ไม่ได้เจอะไรแบบนี้มานานเลยแฮะ คิดแบบนี้แล้ว...ก็ทำให้เขาอดคิดถึงเพื่อน ๆ ที่เคยตั้งวงดื่มด้วยกันไม่ได้ “ไม่เลยครับ ขอบคุณ” เขาตอบก่อนจะหันไปสั่งเบียร์อีกขวดหนึ่งกับบาเทนเดอร์คนเดิม

                ทั้งสองดื่มของเหลวสีเหลืองอ่อนไปเรื่อย ๆ พร้อมกับคุยกันด้วยท่าทีสบาย ๆ ด้วยความที่หญิงสาวเป็นคนที่คุยเก่ง และยิ้มง่าย ทำให้เซดดริกรู้สึกผ่อนคลาย และในขณะเดียวกันเขาก็ไม่รู้ตัวว่าทำให้ร่างบางข้าง ๆ ประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษ และอารมณ์ขันของเขา ยิ่งบวกกับใบหน้าที่หล่อเหลาขั้นนักแสดง ทำให้เธอเผลอมองโดยไม่รู้ตัว

 

                “คุณพูดเหมือนคุณมีแฟนแล้ว...แล้วแฟนคุณล่ะครับ?” เซดดริกถามทีเล่นทีจริงขณะวางแก้วในมือลงบนเคาน์เตอร์

 

                “คือ...เราทะเลาะกันน่ะค่ะ มันก็เลยจบลงที่ฉันได้มาดื่มเหล้าคนเดียว” หญิงสาวตอบพลางยิ้มบาง ๆ แม้น้ำเสียงเธอจะดูไม่คิดอะไร แต่ดวงตาสีเขียวมรกตก็เต็มไปด้วยความเศร้า และโดดเดี่ยว อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ด้วยก็เป็นได้ “บางทีตอนนี้เขาอาจจะอยู่กับผู้หญิงอีกคนก็ได้...ใครจะรู้ ฮะ ๆ”

 

                คำตอบนั้น...ทำให้ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย และพาลคิดไปถึง

 

ใครอีกคนที่อยู่ที่คฤหาสน์ และไม่ยอมออกมาด้วย ดวงตาสีฟ้าเหม่อลอยขณะใบหน้าคมคาย และเรียบเฉยลอยขึ้นมาในความคิด ป่านนี้...จะทำอะไรอยู่นะ... จะพาใครมาที่บ้านรึเปล่านะ...

 

            “คิดถึงใครอยู่รึเปล่าคะ?” เสียงหวานถาม เรียกเขาให้หลุดจากภวังค์ได้ชะงัด เซดดริกส่ายหน้าเบา ๆ

 

                “เปล่าครับ” ถ้าจะเริ่มเมาแล้วแฮะ...อยู่ดี ๆ ก็คิดถึงซะขนาดนั้น

 

            “แน่นะคะ? ไม่ได้คิดถึงคนที่คุณรักอยู่เหรอ?”

 

                ร่างสูงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย “เปล่าครับ ผม...” เขาหยุดชั่วครู่ ก่อนจะขยับแก้วในมือไปมาให้ของเหลวภายในกลิ้งไปตามแรงขยับ “...ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าคนรักดีหรือเปล่า ความสัมพันธ์มันค่อนข้างจะ...แปลกอยู่สักหน่อย” อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้เขาเผลอคิดมาก และหลุดปากออกไป

 

                ...แวมไพร์...มนุษย์... แปลกไหมล่ะ?

 

            หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ “แปลกนะคะ ทั้ง ๆ ที่คนหน้าตาดีขนาดคุณ น่าจะไม่มีปัญหาเรื่องความรักแท้ ๆ”

 

                เซดดริกยิ้มแห้งๆ ก็เพราะอีกฝ่ายก็เนื้อหอมเหมือนกันน่ะสิ... แต่เขาก็ไม่ได้พูดออกไป เขายังจำได้วันที่มีคนมาที่คฤหาสน์ดีแฟนธ่อมเพื่อมาเสนอลูกสาวของตนให้อีกฝ่ายแต่งงานด้วย บางที...มันอาจจะเป็นผลดีกับคน ๆ นั้นก็ได้ถ้าหากได้แต่งงานกับหญิงสาวผู้มีพร้อมทั้งยศถาบรรดาศักดิ์... ดีกว่ามาจมปลักกับมนุษย์ที่ไม่มีอะไรเลย...

 

                ชายหนุ่มถอนหายใจพร้อมกับส่ายหัวให้กับความคิดฟุ้งซ่าน และเยอะของตัวเอง ดูท่า....จะดื่มเยอะไปแล้วล่ะมั้งเนี่ย “เดี๋ยวผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ”

 

                หญิงสาวไม่ตอบอะไรนอกจากพยักหน้ารับเบา ๆ อีกฝ่ายจึงลุกจากเก้าอี้และตรงไปยังห้องน้ำ เมื่อเขาเดินออกมาจากห้องน้ำ สายตาก็เหลือบไปเห็นเปียโนเก่า ๆ ตัวหนึ่งวางอยู่ที่มุมหนึ่งของร้าน ชายหนุ่มนึกครึ้มใจเล็กน้อยจึงเดินไปที่เปียโนตัวนั้น และลองกดแป้นที่โน้ตตัวโด

 

                เสียงก้อง แต่ไม่กังวานมานัก ดังขึ้นเบา ๆ  แต่ก็เรียกรอยยิ้มบนใบหน้าคมคายได้เป็นอย่างดี ไม่ได้เล่นนานแล้วเหมือนกันแฮะ เมื่อเห็นว่าแป้นไม่ได้หนักมากนัก ก็ลองเล่นเพลง Merry Christmas เท่าที่จะพอนึกออก เมื่อเล่นจบเพลง เสียงปรบมือเบา ๆ ก็ดังขึ้นข้างหลัง ทำเอาเขาสะดุ้งด้วยความตกใจ และหันขวับไปมอง

 

                ชายร่างท้วมเคราสีดอกเลายืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าอวบอูมแต่ใจดียิ้มกว้างด้วยความดีใจ เขารี่เข้ามาหาเซดดริกพร้อมกับพ่นภาษาโรมาเนียใส่เขาเป็นชุด ชายหนุ่มผู้ฟังไม่เข้าใจได้แต่ทำหน้าเอ๋อใส่...แต่ก็เดาจากสีหน้าได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาเพื่อต่อว่าเขา ถึงกระนั้น...เขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าชายคนนี้ต้องการสื่อสารอะไรกับเขา

 

                เมื่อเห็นร่างสูงผมบลอนด์นิ่งเงียบไปพร้อมกับสีหน้าฉงน ชายร่างท้วมก็พอจะเดาได้ว่า...หนุ่มคนนี้ฟังภาษาโรมาเนียไม่รู้เรื่อง เขาจึงตะโกนเรียกใครสักคนหนึ่งจากหลังเวทีให้มาหา แล้วชายหนุ่มร่างสูงผมสีน้ำตาลอ่อนคนหนึ่งก็เดินมาตามคำเรียก แล้วชายร่างท้วมก็กระซิบกระซาบอะไรบางอย่างให้ฟัง ก่อนที่ผู้มาใหม่จะพยักหน้ารับเบา ๆ และหันมาหาคนที่ยืนทำหน้างงยิ่งกว่าเดิม

 

                “คน ๆ นี้คือมิสเตอร์เดวล ครับ เป็นเจ้าของร้านนี้” เขาเริ่มเป็นภาษาอังกฤษพร้อมกับผายมือไปทางชายที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ “เขาได้ยินคุณเล่นเปียโนเมื่อครู่น่ะครับ เลยอยากให้คุณขึ้นไปเล่นบนเวทีสักเพลงน่ะครับ แล้วเขาจะไม่คิดค่าเครื่องดื่มของคุณวันนี้ครับ”

 

                ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะส่ายหน้าดิก  “ม...ไม่ดีกว่าครับ ผมไม่ได้เล่นเก่งขนาดขึ้นโชว์ได้หรอกครับ” เซดดริกปฏิเสธพัลวัน แล้วล่ามหนุ่มก็แปลเป็นภาษาโรมาเนียให้ผู้เป็นเจ้านายฟัง ซึ่งอีกฝ่ายก็ดูท่าว่าจะไม่ยอมง่าย ๆ

 

                “มิสเตอร์เดวลบอกว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงยากก็ได้ครับ เป็นเพลงง่าย ๆ ฟังสบาย ๆ ก็พอ” ชายหนุ่มผมน้ำตาลอ่อนพูด ก่อนที่เขาจะเสริมต่อ “ผมเองก็ขอร้องนะครับคุณลูกค้า นาน ๆ ทีเจ้านายผมจะขอให้ใครขึ้นไปโชว์แบบนี้”

 

                เซดดริกเริ่มมีสีหน้าลำบากใจ เขาเล่นเปียโนได้ก็จริง แต่ก็เล่นได้เพราะครูพักลักจำ ไม่ได้เล่นอย่างจริง ๆ จัง ๆ แต่เมื่อเห็นสีหน้าอ้อนวอนของมิสเตอร์เดวล...ทำเอาเขาอดใจอ่อนไม่ได้ “ก็ได้ครับ... แต่ผมไม่รับประกันว่าคนดูจะชอบเพลงที่ผมเล่นรึเปล่านะ”

 

                ล่ามหนุ่มหันไปแปลให้เจ้าของร้านทันที แล้วใบหน้าอวบอูมเคราดกก็ยิ้มร่าทันที เขาทำท่าผายมือไปทางเวทีเป็นการเชื้อเชิญ “มิสเตอร์เดวลบอกว่า ไม่เป็นไรครับ แค่คุณลูกค้ามาเล่นให้ เขาก็ขอบคุณมากแล้วล่ะครับ” ชายหนุ่มผมน้ำตาลอ่อนตอบพลางยิ้มบาง ๆ  “ขึ้นเวทีได้เลยนะครับ มีคีย์บอร์ดอยู่บนเวทีแล้ว”

 

                ห้ะ! เล่นเลยหรอ!

 

            เซดดริกคิดอย่างตระหนก แต่...มาถึงขั้นนี้แล้ว จะถอยก็ยังไง ๆ อยู่ ร่างสูงยืนอยู่ตีนบันไดก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคีย์บอร์ดที่วางอยู่บนเวที เอาวะ เป็นไงเป็นกัน! เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ทีหนึ่งก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนออกเพื่อเรียกความมั่นใจ แล้วขายาวก็ก้าวขึ้นบนเวทีด้วยสีหน้าที่พยายามจะทำให้ดูว่ามั่นใจ...

 

                อย่างน้อยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจก็หลอกคนดูได้...

 

                เพราะการปรากฏตัวของเขาบนเวทีไม่ได้ทำให้คนดูตื่นตาตื่นใจนัก เพราะผับแห่งนี้ การเล่นดนตรีสดไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ร่างสูงทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ข้างหลังคีย์บอร์ด ก่อนจะมองปุ่มต่าง ๆ บนเครื่อง เขาเห็นปุ่มสีดำที่เขียนว่า ‘Piano’ และกดปุ่มนั้นเบา ๆ แสงไฟสีแดงเล็ก ๆ ก็ปรากฏขึ้นเหนือปุ่มนั้น

 

                ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้ว...เหลือเพียงอย่างเดียว คือ...

 

                ...เขาพร้อมไหม?...

 

                เซดดริกวางมือลงบนแป้น ก่อนจะเริ่มบรรเลงเพลงที่อยู่ดี ๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัว ทันทีที่ทำนองอินโทรขึ้น เสียงคุยในร้านก็ค่อย ๆ เงียบลง ราวกับว่าทุกคนกำลังฟังเพลงที่เริ่มบรรเลงทำนอง...

 

            Right here waiting…

 

                “Oceans apart day after day… And I slowly go insane เสียงทุ้มพึมพำเนื้อเรื่องกับตัวเองเบา ๆ ขณะนิ้วไล่ไปตามคีย์บอร์ดไปเรื่อย ๆ

 

                บรรยากาศที่เงียบสงบ และสติที่มึน ๆ เล็กน้อยทำให้ภาพของใครคนหนึ่งปรากฏขึ้นในความคิดอีกครั้ง... “If I see you next to neverHow can we say forever

 

                คำว่าตลอดกาล...จริง ๆ แล้วช่างสั้นนัก...

 

            “Wherever you go
Whatever you do
I will be right here waiting for you
Whatever it takes
Or how my heart breaks
I will be right here waiting for you

 

                แล้วเรา...ก็คงจะได้อยู่แบบนี้...ไปเรื่อย ๆ จนเวลาหมดลง

 

            เสียงเปียโนจากคีย์บอร์ดดังก้องไปทั่วทั้งร้าน เสียงเพลงแฝงด้วยความรู้สึกของคนเล่นทำเอาบางคนถึงกับน้ำตาปริ่มโดยไม่รู้ตัวแม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่เข้าใจความหมายบทเพลง ความรู้สึกเศร้า หม่นหมอง...สัมผัสจิตใจของคนฟัง รวมไปถึง...ชายหนุ่มเรือนผมสีดำคนหนึ่งที่นั่งอยู่มุมร้าน

 

                ดวงตาเรียวคมกริบสีดำมองร่างที่เล่นคีย์บอร์ดบนเวทีอย่างเหม่อลอย ความรู้สึกเจ็บจี๊ดที่อกซ้ายค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น เขาเข้าใจทุกความหมาย ทุกคำพูดในบทเพลงบทนี้... แต่ไม่ทันได้คิดอะไรต่อ เสียงเพลงทั้งหมดก็เงียบลง เกิดความเงียบขึ้นในร้านอยู่ราวนาที ก่อนที่เสียงปรบมือจะค่อย ๆ ดังขึ้น จนดังกระหึ่มไปทั้งร้าน

 

                ชายหนุ่มบนเวทีถึงกับสะดุ้งเมื่อได้รับเสียงปรบมือถึงขนาดนี้ ตอนแรกที่ไม่มีใครพูดอะไรเลย เขานึกว่าจะแป้กเสียแล้ว แต่เมื่อเสียงตอบรับดีเกินคาดทำเอาเขาอดยิ้มกว้างไม่ได้ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ และคำนับให้คนดูทีหนึ่งก่อนจะก้าวลงเวทีอย่างรวดเร็ว เพราะเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นทุกที เมื่อเห็นหญิงสาวบางคนเดินเข้ามาใกล้เวทีเพื่อมาขอจับมือเขา

 

                แต่พอลงจากเวทีก็ทำให้เขารู้ว่า...หนีไม่พ้นอยู่ดี

 

                หญิงสาวหลายคนพุ่งเข้าหาเขา พร้อมกับรอยยิ้มกว้าง ต่างพยายามพาตัวเองให้เข้าใกล้นักคีย์บอร์ดหนุ่มจำเป็น เซดดริกยิ้มขอบคุณให้ทุกคนอย่างไม่สู้ดีนัก เพราะแต่ละคนที่เข้ามาใกล้...ต่างก็พยายามแนบกายให้ชิดเขามากที่สุด ถึงเขาจะมีผู้หญิงเข้าหาบ่อยก็ตามที แต่ก็ใช่ว่าจะเข้ามาพร้อมกันเยอะ ๆ แบบนี้!

 

                สภาพตอนนี้ของเขาคงไม่ต่างจากคำว่า โดนรุมทึ้ง สักเท่าใดนัก

 

                แล้วเขาก็รู้สึกแรงฉุดที่ข้อมือดึงเขาให้หลุดจากวงล้อมของหญิงสาว... พอมาถึงจุดที่ค่อยโล่งคนขึ้นมาหน่อย ทำให้เขาเห็นคนที่ช่วยเขาไว้ได้อย่างฉิวเฉียด นั่นก็คือ ล่ามหนุ่มที่ช่วยเป็นล่ามให้เขากับมิสเตอร์เดวลนั่นเอง เขาปล่อยข้อมือของเซดดริกก่อนจะชำเลืองมองวงล้อมเมื่อครู่อย่างหวาด ๆ

 

                “ไม่นึกเลยว่าคุณจะเนื้อหอมขนาดนี้นะครับ”

 

                เซดดริกหัวเราะแห้ง ๆ “ขอบคุณมากครับที่ช่วย” เขาเอ่ยก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ ด้วยความโล่งอก ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นอีกฝ่ายชี้นิ้วไปที่แก้มข้างขวาของตัวเอง เขาจึงยกมือขึ้นลูบแก้มซ้ายของตัวเอง แล้วก็พบว่า...มีคราบลิปสติกติดอยู่ที่มือ

 

                เฮ้ย! ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!?

 

            “หะ ๆ เดี๋ยวนี้สาว ๆ มือไวกันจังเลยนะครับ” ล่ามหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ด้วยความขบขันขณะมองคนโดนหอมแก้มโดยไม่รู้ตัวเช็ดแก้มของตัวเองด้วยผ้าเช็ดหน้า “สงสัยว่าคุณคงจะต้องระวังตัวหน่อยแล้วล่ะครับ”

 

                “เดี๋ยวผมคงจะกลับแล้วล่ะครับ นี่ก็ดื่มมาเยอะแล้ว” เซดดริกตอบพร้อมกับยิ้มจาง ๆ หลังจากที่เก็บผ้าเช็ดหน้าเข้ากระเป๋ากางเกงแล้ว

 

                “ไม่อยู่เคาท์ดาวน์ก่อนเหรอครับ? คุณไม่ต้องเสียค่าเครื่องดื่มเลยนะ”

 

                คนได้รับคำชวนส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่ล่ะครับ ผมล่ะเสียวเมากว่านี้แล้วจะกลับบ้านไม่ถูก”

 

                “ว้า...น่าเสียดาย” ล่ามหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ แต่ก็คลี่ยิ้มตามแบบฉบับบริกร “เดินทางกลับดี ๆ นะครับ สวัสดีปีใหม่ครับ”

 

                “สวัสดีปีใหม่เช่นกันครับ” เซดดริกเอ่ยกลับก่อนที่ทั้งสองจะเดินสวนทางกันไป ร่างสูงผมบลอนด์เดินผ่านฝูงคนไปยังทางออก แต่ดูเหมือนว่าคนจะเยอะกว่าตอนที่เขาเข้ามาอยู่มากโข พอพยายามจะเบียดผ่านช่องว่างระหว่างคนที่เดินเข้ามา ก็โดนชนจนแทบจะจูบเสา

 

                เออดี ชนกันเข้าไป!

 

            แต่เพราะว่าการที่เขาถูกชนนั้น ทำให้เขาเห็นร่าง ๆ หนึ่งที่คุ้นเคยนั่งอยู่มุมร้าน เรือนผมสีดำสั้นดูแปลกตา แต่เมื่อคน ๆ นั้นหันหน้ามาโดนแสงไฟนีออน ดวงตาสีฟ้าก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ

 

                คุณครอส!!!

 

            ครอส ดี ดีแฟนธ่อม นั่งอยู่ตรงนั้นบนโซฟาสีแดง และมีร่างเล็กของหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ สาวเจ้าพยายามชวนคุย และหว่านเสน่ห์ด้วยรอยยิ้มที่แต่งแต้มลิปสติกสีหวาน มือเล็ก ๆ นั้นพยายามจะแตะบนฝ่ามือของอีกฝ่าย ตอนนั้นแหละที่เขาแทบอยากจะพุ่งเข้าไปหา(?) แต่มือแกร่งก็ขยับหลบโดยที่แทบไม่ต้องมอง

 

                “มาอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย....” เซดดริกงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อเจอคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอมากที่สุดในที่แบบนี้ ก็ไหนว่าไม่อยากมาไง... แล้วความงงก็ค่อย ๆ หายไป กลายเป็นว่าความหมั่นไส้เข้ามาแทนที่ ก็รู้ว่าอีกฝ่ายไม่คิดอะไรหรอก แต่ที่หมั่นไส้คือ...ใบหน้าที่นิ่งเฉยได้ตลอดเวลานี่แหละ!

 

                แล้วยังยอมให้เขาเกาะแกะง่าย ๆ อีกนะ!

 

            แล้วเขาก็คิดอะไรบางอย่างออก ริมฝีปากคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะเดินเข้าไปหาคนที่นั่งบนโซฟาแดง โดยไม่ลืมฉกดอกกุหลาบบนโต๊ะที่เขาเดินผ่านมาถือไว้ในมือ เมื่อเดินไปถึงเป้าหมาย แม้เขาจะรู้ว่าชายหนุ่มผมดำจะรู้ตัวแล้วว่ามีใครเดินมา แต่เขาก็ไม่สนใจ แต่กลับโน้มตัวลง และแตะดอกกุหลาบที่ไหล่บางของหญิงสาวเบา ๆ

 

                ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมอง แล้วเธอก็เห็นชายหนุ่มผมบลอนด์ส่งยิ้มจาง ๆ มาให้พร้อมกับดอกไม้ในมือ แล้วยิ่งเห็นว่าเขาคือคนที่เล่นดนตรีเมื่อครู่บนเวที ทำให้เธอเผลอส่งยิ้มหวานให้โดยไม่รู้ตัว

 

                เมื่อเห็นเหยื่อติดเบ็ดแล้ว เขาก็ยื่นมือให้หญิงสาว ส่วนอีกมือหนึ่งก็ผายไปทางกลางร้านเป็นทำนองว่า เต้นกับผมนะครับ ร่างบางตอบรับแทบไม่คิดโดยวางมือบนฝ่ามือที่ยื่นมาให้ และลุกขึ้นยืน ส่วนชายหนุ่มก็พาเธอไปยังฟลอร์เต้นรำ โดยไม่ลืมหันไปยักคิ้วยียวนให้ชายหนุ่มผมดำที่นั่งนิ่งด้วยสายตาที่ดุดันขึ้นมาเล็กน้อย

 

                แม้อีกฝ่ายจะไม่พูดอะไร แต่ครอสก็รู้ว่าเขาโดนหมั่นไส้ และโดนแกล้งเข้าอย่างจัง...

 

                คิดจะทำอะไรของเขา?

 

            ชายหนุ่มคิดในใจขณะมองร่างสูงบลอนด์และหญิงสาวร่างเล็กเต้นตามจังหวะเสียงเพลง...ที่เป็นทำนองแจ๊สช้า ๆ จนทั้งสองแนบชิดกัน และร่างบางก็เอนศีรษะซบแผ่นอกของอีกฝ่าย

 

                เพียงเท่านั้นแหละ...บรรยากาศมาคุรอบกายของคนมองก็ปะทุขึ้นมาทันที แต่ครั้นจะเข้าไปดึงอีกฝ่ายออกมาเลยก็ไม่ใช่นิสัยของเขา...จึงได้แต่ทนนั่งอย่างนั้น เพราะรู้ว่ารายนั้นต้องการจะกวนประสาทเขาไปอย่างนั้น ดังนั้น...ทุกอย่างจึงจบลงที่...ครอสสั่งเครื่องดื่มกับบริกร และนั่งดื่มแอลกอฮอลล์เพียว ๆ โดยไม่สนใจว่าคนรอบข้างจะมองเขาว่ายังไง

 

                เพราะเหล้าที่เขาดื่มอยู่นั้นราคาแพงใช่เล่น แถมปริมาณแอลกอฮอลล์ก็สูงลิบ!

 

            จนกระทั่งเพลงนั้นจบลง พร้อมกับเหล้าหนึ่งขวดเต็ม ๆ ที่หมดตามไปอย่างรวดเร็ว ครอสกำลังจะลุกขึ้นไปดึงร่างของคนกวนประสาทให้กลับมานั่ง แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีชายอีกคนหนึ่งเข้ามาประชิดตัวคนผมบลอนด์ด้วยท่าทางเหมือนคนที่รู้จักกัน

 

                ดูแล้วน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน แถมคนผมสีน้ำตาลอ่อนคนนี้...ทำให้ครอสรู้สึกไม่ชอบใจอย่างไรบอกไม่ถูก เขาเห็นชายคนนั้นถืออะไรในมือสักอย่างแล้วยื่นให้อีกฝ่ายที่ทำสีหน้าลำบากใจ และโบกมือปฏิเสธพัลวัน แต่คนให้ก็ไม่ใส่ใจ กลับดึงมือของอีกฝ่ายมาจับไว้ และบังคับให้แบมือออก

 

                แค่เท่านั้นแหละ...

 

                เปรี้ยะ...

 

                พลัน ไฟทั้งร้านก็ดับลงจนทุกอย่างอยู่ในความมืด แล้วเสียงโหวกเหวกโวยวายราวกับรังผึ้งแตกก็ปะทุขึ้นทันที! เซดดริกที่อยู่ท่ามกลางวงล้อมมองไปรอบกาย แต่ก็เจอแต่ความมืดจนไม่รู้ว่าใครไปใคร แล้วเขาก็รู้สึกถึงแรงฉุดที่ข้อมืออย่างแรงจนเซถลาไปทิศที่ถูกดึง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร...เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

 

                พอรู้ตัวอีกทีก็ออกมานอกร้านแล้ว แสงไฟจากภายในร้านก็สว่างไล่หลังตามมา ทำให้เห็นร่างสูงผมดำที่คุ้นตาแต่ทรงผมไม่คุ้นเคยลากเขาไปข้างหน้า “คุณครอส ปล่อยผมได้แล้ว” เซดดริกเรียก และพยายามบิดข้อมือให้หลุด แต่กลายเป็นว่ามือที่จับข้อมือเขาอยู่ยิ่งออกแรงหนักกว่าเดิม

 

                แผ่นหลังนั้นเหมือนดูใหญ่ขึ้นเล็กน้อย แถมบรรยากาศรอบกายก็ชักจะทำให้เขาเริ่ม...หวั่น ๆ

 

                เวรล่ะ นี่โกรธอยู่รึเปล่าเนี่ย?

 

            เขาเลยเลือกที่จะพูดอะไรต่อ เพราะว่ารู้ว่าพูดไปคงไม่ได้คำตอบอะไรตอบมา แม้จะเริ่มเบ้หน้า เพราะโดนบีบข้อมือขนชาไปหมดแล้วก็ตาม แต่แล้วดวงตาสีฟ้าก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าทิศทางที่อีกฝ่ายพามาคือซอกตึกแคบ ๆ และมืด ๆ “เฮ้ย!” เผลออุทานเมื่อโดนกระชากให้หลังติดกำแพง

 

                ความรู้สึกถัดมาคือ ริมฝีปากเย็นเฉียบที่ประทับลงบนริมฝีปากของเขา แต่ครั้งนี้ไม่ได้อบอุ่นเหมือนครั้งที่ผ่านมา แต่มันกลับบดขยี้อย่างรุนแรงจนเขาเริ่มรู้สึกเจ็บ ร่างที่เล็กกว่าพยายามผลักอีกฝ่ายออก แต่มือแกร่งกลับคว้าข้อมืออีกข้างไว้ และดันให้ติดกำแพง ริมฝีปากบางถูกดุนหนักให้เปิดออก แล้วลิ้นร้อนก็แทรกเข้ามา กวาดทั่วโพรงปากอย่างถือสิทธิ์ และพันเกี่ยวกับลิ้นที่สั่นด้วยความตระหนก

 

                เซดดริกพยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุม เพราะกลัวว่าจะมีใครมาเห็น ตอนแรกเขาแทบอยากกรีดร้อง แต่เมื่อได้รับความร้อนแรง และดุเดือดที่อีกฝ่ายส่งมาให้ไม่ยั้ง ทำให้เริ่มหยุดดิ้นโดยไม่รู้ตัว

 

                ชั่วแวบหนึ่งที่ร่างสูงผมดำถอนจุมพิต คนผมบลอนด์นึกว่ามันจะหยุดแค่นี้... แต่เปล่าเลย ใบหน้าคมคายก็เคลื่อนเข้ามาใกล้ และประทับริมฝีปากอีกครั้ง และรุนแรง และร้อนแรงกว่าเดิม จนความคิดที่จะสู้กลับต้องสลายหายไป และยอมให้อีกฝ่ายมอบสัมผัสที่ไม่อาจต้านทานได้

 

                ดวงตาสีดำที่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงปรือขึ้นเล็กน้อย ทำให้เห็นใบหน้าที่ขึ้นสีอย่างชัดเจน แล้วภาพเมื่อครู่ที่เห็นในผับทำให้อารมณ์โกรธยิ่งพุ่งสูง กอปรกับฤทธิ์แอลกอฮอลล์ที่มีผลต่ออารมณ์ทำให้เขาเผลอปล่อยให้เขี้ยวที่มุมปากงอกยาวลงมาเล็กน้อย

 

                ข้าต้องการ...

 

            เซดดริกแทบทรงตัวไว้ไม่อยู่เมื่อโดนรุกหนัก ขาที่พยุงร่างกายไว้เริ่มอ่อนแรงจนเกือบจะทรุด ถ้าไม่ติดว่ารู้สึกถึงท่อนขาของคนตรงหน้าเข้ามาแทรกระหว่างตัวเขาไว้ ดวงตาสีฟ้าเบิกโพลงด้วยความตกใจ และพยายามดันอีกฝ่ายออก จนริมฝีปากเผลอโดนเขี้ยวของแวมไพร์หนุ่มจนเลือดไหลซิบ

 

                ชายหนุ่มผมบลอนด์สะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงรสเหล็กที่มุมปาก แล้วยิ่งสะดุ้งหนักเมื่อคนตรงหน้าถอนริมฝีปากออก และเลียของเหลวสีแดงที่มุมปากของเขา “ค...คุณครอส” เสียงเรียกสั่นเครือเบา ๆ ทำให้ร่างสูงกว่าได้สติ แต่ก็ยังเลี่ยงไม่มองหน้า และซบใบหน้าลงบนไหล่ที่เตี้ยกว่า

 

                เซดดริกหอบหายใจหนักด้วยความตระหนก ก่อนจะเริ่มตั้งสติได้ และถอนหายใจออกเบา ๆ อย่างโล่งอกเมื่ออีกฝ่ายหยุดสักที... แต่ก็อดหวั่น ๆ ไมได้เมื่อคนที่ซบไหล่เขาอยู่ยังคงเงียบ... เขาจึงลองเสี่ยงถาม “นี่คุณเป็นอะไรน่ะ?”

 

                “...”

 

                “คุณหึงเหรอ?”

 

                ถ้าใช่นะ...น่ากลัวชะมัดยาดเลย

 

                แต่แวมไพร์หนุ่มก็ยังคงเงียบ... สายลมพัดผ่านมาเล็กน้อย ทำให้เซดดริกได้กลิ่นแอลกอฮอลล์จากลมหายใจของอีกฝ่ายมากกว่าเดิม จากตอนแรกที่คิดว่าเป็นกลิ่นของเขาเอง ก็เลยทำให้เขาพอเดาอะไรได้ แต่ก็อดประชดไม่ได้ “อย่าว่าแต่ผมเลย คุณเองก็มีผู้หญิงมาเกาะแกะนี่”

 

                ครอสขยับใบหน้าออกจากไหล่ของอีกฝ่าย และจ้องดวงตาสีฟ้าเขม็ง จนเขาเริ่มสังเกตริ้วของความตระหนกเล็กน้อยในแววตา ไวเท่าความคิด ชายหนุ่มก็ร่ายเวทย์หายตัวทันที

 

                แล้วที่ตรงนั้นก็ว่างเปล่าราวกับไม่มีใครอยู่ตรงนั้นมาก่อน....

 

 

------------------

 

 

            ร่างสองร่างปรากฏขึ้นกลางห้องที่คุ้นเคย ทันทีที่เวทย์สลายไป คนผมบลอนด์ก็รีบผลักคนตัวสูงกว่าออก และถอยกรูดออกห่างอย่างรวดเร็ว แต่อีกฝ่ายก็ก้าวตามมา จนแผ่นหลังของคนที่พยายามหนีชนกับเสาเตียง ทำเอาเขาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ในขณะที่เจ้าของห้องประชิดเข้ามาใกล้จนแทบไม่เหลือช่องว่าง

 

                ดวงตาสีแดงจ้องเขม็งไปที่ดวงสีอ่อนกว่าอย่างตรงไปตรงมา “ใช่...ฉันหึง หึงมาก ๆ เลยด้วย” เขาพูดขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย “กับผู้หญิงคนนั้นยังพอว่า แต่ไอ้ผู้ชายคนนั้นที่เดินเข้ามาหานาย...ฉันไม่ชอบ”

 

                ข้าหึงจนอยากจะตามไปฆ่าไอ้มนุษย์คนนั้นเสียให้รู้แล้วรู้รอด!

 

            เซดดริกอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง แต่ไม่ทันจะได้เถียงกลับ วงแขนแกร่งก็โอบรอบตัวเขา แล้วอุ้มขึ้นเตียงอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากเย็นก็ประทับลงบนริมฝีปากเขาอีกครั้ง เพียงแค่ครั้งนี้กลับอ่อนโยน ไม่รุนแรงเหมือนครั้งที่ผ่านมา อ่อนโยนเสียจนเมื่อคนเริ่มถอนริมฝีปากออก คนที่นอนอยู่แทบอยากจะอ้อนวอนว่าอย่าหยุดเลย...

 

                แต่พอถูกจ้องตรง ๆ เซดดริกกลับพูดอะไรไม่ออกไปเสียงั้น...ตอนนี้เขาไม่รู้ตัวเลยว่าสีหน้าของเขาตลกมากแค่ไหน ทั้งใบหูที่แดงแจ๋ และริมฝีปากที่บวมแดง ทำให้คนมองอดยิ้มบาง ๆ ไม่ได้

 

                เป็นเสียแบบนี้...ใครจะไม่ให้หึงไหวล่ะ?

 

            มือแกร่งไล่ไปตามกรอบหน้าของอีกฝ่ายอย่างหลงใหล “อย่าทำแบบวันนี้อีกนะ” เขาเอ่ยสั้น ๆ ก่อนจะก้มลงจนหน้าผากของตัวเองแตะกับหน้าผากที่อุณหภูมิพุ่งขึ้นสูง

 

                “คุณนั่นแหละ...อยู่ดี ๆ ก็โผล่ไป ไหนว่าไม่ไปไง” เซดดริกบ่นกระปอดกระแปด แต่ก็ยอมอยู่นิ่ง ๆ “อีกอย่าง คนนั้นน่ะเขาเอาของจากเจ้าของร้านมาให้ผม ตอบแทนที่ผมขึ้นไปเล่นเพลงให้ ผมไม่อยากรับ เขาก็เลยบังคับให้ผม...ก็เท่านั้นเอง”

 

                “ก็อย่าจับมือสิ...”

 

                ชายหนุ่มผมบลอนด์อดอมยิ้มไม่ได้เมื่อได้ยินคำตอบนั้น อย่างกับเด็กเลยแน่ะ “แหม คุณเอง ผู้หญิงคนนั้นก็แทบจะรวมร่างกับคุณอยู่แล้วนะ” เขาแซะกลบความเขิน

 

                “หึ” แวมไพร์หนุ่มหัวเราะในลำคอเบา ๆ “ก็แค่อยากรู้ว่านายจะหึงไหม”

 

                เซดดริกถึงกับทำหน้าเหวอ “นี่สรุปคือแกล้งผม?” เขาทำหน้ามุ่ย ก่อนจะผลักร่างใหญ่ให้ลุกไปจากตัวเขา พอกำลังจะลุกจากเตียง กลับโดนรวบเอวให้ถอยกลับมา และถูกดึงให้นั่งลงบนตักของอีกฝ่าย ชายหนุ่มพยายามดึงดันจะลุก เพราะถ้านั่งแบบนี้มันเหมือนผู้หญิงนั่งตักผู้ชายชัด ๆ!

 

            “ที่ฉันไม่ไปด้วย ก็นึกว่านายจะไม่ไป” ครอสเอ่ยพร้อมกับกอดเอวของคนที่นั่งอยู่บนตักแน่น “ฉันอยากฉลองกับนายแค่สองคน...”

 

                เพราะคำตอบนั้นทำให้คนที่พยายามจะลุก หยุดดิ้นทันที “แล้ว...แล้วคุณเอเกิล กับนีน่าล่ะครับ?”

 

                “สำหรับพวกเราแล้ว วันปีใหม่ ไม่มีความสำคัญอะไรเลย” แวมไพร์หนุ่มตอบพร้อมกับจูบเบา ๆ ที่หัวไหล่ของอีกฝ่าย “ยิ่งไม่ต้องพูดถึงวันคริสมาสต์...อย่างพวกเราอยู่คนละฝ่ายกับพระเจ้ามาตลอด ดังนั้นวันไร้สาระแบบนั้นไม่น่าสนใจเลยแม้แต่น้อย แต่เพราะมีนาย...วันปีใหม่ก็เปลี่ยนไป”

 

                เพราะมันคืออีกปีที่นับถอยหลังวันที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน...

 

            ดวงตาสีแดงประกายหม่นหมองลง แต่เพียงแค่แวบเดียวเท่านั้นจนจับความรู้สึกไม่ได้ เซดดริกแตะมือที่โอบรอบเอวของเขาเบา ๆ “ผมเอง...ก็อยากฉลองกับคุณ ก็เลยชวนคุณไปในเมือง...น่ะ”

 

                ชายหนุ่มผมดำอมยิ้มเมื่อเห็นใบหูของอีกฝ่ายแดงแปร๊ด...แดงเสียจนน่าแกล้งแรง ๆ “นี่เซดดริก”

 

                “ครับ?”

 

                “ฉันอยากได้ของขวัญปีใหม่ชิ้นแรกในชีวิต...”

 

                “แล้ว..คุณอยากได้อะไรล่ะ?” เซดดริกถามพร้อมกับเอี้ยวตัวไปมอง

 

                ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์จนคนมองเริ่มจะหวั่น ๆ ยิ่งสายตาที่กรุ้มกริ่มนั้น...ทำให้เขาเริ่มจับเค้าอะไรบางอย่างได้ ครอสไม่ตอบอะไร แต่ช้อนตัวอีกฝ่ายขึ้นมา และวางลงบนเตียงอีกรอบ

 

                “นายไง”

 

                .

                .

 

                .

                ลูกไฟยาวหลายลูกวิ่งขึ้นฟ้า ก่อนจะแตกกระจายเป็นดอกไม้ไฟ สว่างไสวและหลากสีสันทั่วท้องฟ้ายามราตรี สว่างเสียจนทดแทนแสงจากหลอดไฟ และพระจันทร์ดวงกลมโตบนท้องฟ้า... แต่สิ่งที่ใครคนหนึ่งเห็นตอนนี้...ไม่ใช่พลุ ไม่ใช่ดอกไม้ไฟ และไม่ใช่ดวงจันทร์... แต่เป็นประกายในดวงตาของคนอีกคนหนึ่งที่มองมาอย่างตรงไปตรงมา ก่อนที่ประกายในดวงตานั้นจะค่อย ๆ เคลื่อนมาใกล้จนนับขนตาที่ล้อมกรอบดวงตาคู่นั้นได้

 

                อุณหภูมิภายนอกที่เฉียดติดลบก็ไม่ได้ทำให้ภายในห้องหนาวแต่อยากใดเมื่อได้ใกล้ชิดอิงแอบกันและกัน เสียงผิวกายเสียดสีกัน สอดรับกับเสียงที่ร้องออกมาด้วยความสุขสม ริมฝีปากเย็นพรมจูบไล่ซับเหงื่อใสบนใบหน้า และทุกส่วน มือแกร่งที่สอดประสาน และร่างกายที่แนบชิด ปลุกอารมณ์แห่งไฟรักให้พุ่งสูงจนยากจะมอด

 

                เสียงพลุที่ดังสนั่นทั่วท้องฟ้ากลบเสียงร้องที่น่าอาย และหัวใจที่เต้นระรัว แต่ต่างฝ่ายต่างได้ยินชัดเจน เสียงหอบหายใจหนักสลับกันไปมากับเสียงที่พร่ำบอกไม่รู้กี่ครั้ง...

 

                “รัก”

 

                “ผมรู้ครับ...” แล้วก็เอื้อมมือไปแตะที่ใบหน้าของอีกฝ่าย “สุขสันต์วันปีใหม่ครับ”

 

                รอยยิ้มที่หาดูได้ยากระบายใบบนหน้าคมคาย พร้อมกับมือแกร่งที่สัมผัสมือที่ชุ่มเหงื่ออย่างแผ่วเบา “สุขสันต์วันปีใหม่...เซด”

 

                บทบรรเลงยังคงดำเนินต่อ... พร้อมกับเสียงในใจที่ดังในใจ

 

 

                ที่รักของข้า...


To be continued...

นึกว่าจะปั่นไม่ทันวันปีใหม่ซะแล้ว! เลยกลายเป็นตอนพิเศษต้อนรับวันปีใหม่ที่ยาวมาก ๆ เพราะจุดให้จบลงไม่เจอค่ะ 5555+
หวานกันให้น้ำตาลขึ้นจอเลยมั้ยสองคนนี้... แถมหลังๆนี่เขียนไปเขินไป -/////- พยายามจะไม่ให้มันออกมาเรท อยากให้มันออกมาดูสวยกกว่าเรท ซึ่งไม่เคยลองเขียนแบบนี้มาก่อน...ก็ไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นยังไง ติชมกันได้นะคะ ><

และในโอกาสตอนพิเศษนี้...
Happty New Year 2014! นะคะทุกคน มีความสุชมากๆ ขอให้เป็นปีแห่งความสุข และเสียงหัวเราะนะคะ และอย่าลืมติดตามครอส และเซดดริกต่อไปนะคะ ><

แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ


อ้างอิง**
 

. Classic Daiquiri
 
       ค็อกเทลสูตรนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศคิวบาและเป็นค็อกเทลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกตัวหนึ่งเลยทีเดียว
       



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
[BL]Tale of the Darkness ตอนที่ 34 : Special Tale :: My darling , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 742 , โพส : 9 , Rating : 0% / 5 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 9 : ความคิดเห็นที่ 884
แง๊วววว หึงกันโหดจางงงงง ดราม่านิดๆง่าาาา
PS.  ~ สายลมแห่งโชคชะตาจะนำทางเจ้า....~
Name : จอมโจรปริศนา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จอมโจรปริศนา [ IP : 171.100.179.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 ตุลาคม 2557 / 00:02
# 8 : ความคิดเห็นที่ 846
เเวมไพร์หึงแรงใช่ย่อย
PS.  \" This world would be a much better place if we all believe that men are brothers under the skin. โลกเราจะดีกว่านี้มาก ถ้าพวกเราทุกคนคิดว่าทุกคนเป็นพี่น้องกัน ภายใต้คุณสมบัติพื้นฐานเดียวกัน \"
Name : Fronztear < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fronztear [ IP : 118.172.154.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2557 / 00:03
# 7 : ความคิดเห็นที่ 746
ตอนแรกก็อยากกรี๊ดแล้วก็ตีลังกาสักสิบตลบเพราะความฟินแต่พออ่านถึงคำว่า "อีกปีที่นับถอยหลังวันที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน" ฮือ TT จากฟินๆกลายเป็นดราม่าเลย มันซึ่งมากอ่ะ เศร้ามาก TwT
PS.  - เพื่อนกิน เพื่อนกัน เพื่อนกินไม่ทัน เพื่อนกันเอาไปกิน - สามีคือเป้าหมาย ผู้ชายคือทางผ่าน คบเด็กคือนิพพาน ขึ้นคานคือตายทั้งเป็น - เจ็บแล้วจำ คือ คน เจ็บแล้วทน คือควาย
Name : ชานัวร์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ชานัวร์ [ IP : 223.205.249.160 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มกราคม 2557 / 21:11
# 6 : ความคิดเห็นที่ 737
หวานน่ารักมากค่ะตอนนี้ ดีใจที่กลับมาอัพต่อนะคะ
Name : iluminat < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ iluminat [ IP : 171.101.199.208 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มกราคม 2557 / 23:32
# 5 : ความคิดเห็นที่ 736
อั้ยยะ ตอนนี้โคตรน่ารักอะ ><
PS.  Ever Lasting FriendS` Love Super Junior! 13+2 Hyukjae 97Line [R: 1827]
Name : KongKwanZz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KongKwanZz [ IP : 125.26.255.115 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มกราคม 2557 / 11:12
# 4 : ความคิดเห็นที่ 735
Love you น่ารักจริงๆ
Name : นักอ่าน...lnwcool < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นักอ่าน...lnwcool [ IP : 111.84.66.3 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มกราคม 2557 / 15:50
# 3 : ความคิดเห็นที่ 734
ไรท์ต้องการจะฆ่ากันให้ตายใช่ไหม >[]< มันเป็นอะไรที่ฟินมากเลย ขอบอกๆ ครอสทนได้ถ้าผู้หญิงอยู่กับเซด แต่ถ้าเป็นผู้ชาย ครอสฉุดเซดขึ้นเตียงเลย #ใสๆไว้ลูก
PS.  ฉันไม่เคยกลัวในสิ่งที่ฉันทำ...เพียงแต่ฉันกลัวผลลัพธ์ที่จะตามมา...
Name : Shirahane[Primo] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Shirahane[Primo] [ IP : 49.230.170.148 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มกราคม 2557 / 15:42
# 2 : ความคิดเห็นที่ 733
หึงขนาดนี้เลยอ่ะ เขิล
Name : iForGive < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ iForGive [ IP : 202.29.14.248 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มกราคม 2557 / 14:18
# 1 : ความคิดเห็นที่ 732
สุขสันต์วันปีใหม่นะค่ะ

มีความสุขม๊ากมาก อัพนิยายเยอะๆ ฮ่าๆๆๆ

ครอสน่ารักจัง
Name : mingmingzz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mingmingzz [ IP : 171.100.95.209 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มกราคม 2557 / 09:42
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android