คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

[BL]Tale of the Darkness

ตอนที่ 35 : 30th Tale : ดอกไม้งามที่ร่วงโรย [Final]


     อัพเดท 10 ก.พ. 62
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/นิยายวาย
Tags: แฟนตาซี, แวมไพร์, การต่อสู้, BL
ผู้แต่ง : Xeiji / Wu Qi ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Xeiji / Wu Qi
My.iD: https://my.dek-d.com/Seiji_Ed
< Review/Vote > Rating : 95% [ 13 mem(s) ]
This month views : 123 Overall : 40,090
1,061 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1798 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
[BL]Tale of the Darkness ตอนที่ 35 : 30th Tale : ดอกไม้งามที่ร่วงโรย [Final] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 799 , โพส : 11 , Rating : 14% / 7 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


30th Tale : ดอกไม้งามที่ร่วงโรย
 

บรรยากาศเงียบสงัด ไร้เสียงใด ๆ แม้กระทั่งเสียงของแมลงหรือเสียงพลิ้วไหวของต้นไม้ใบหญ้า สีส้มแสดจนเกือบแดงปกคลุมท้องฟ้าสะท้อนแสงลงบนหินแกรนิตสีเทาเข้มหลายก้อนที่ตั้งเป็นแท่นตรง ทุกก้อนล้วนมีรอยร้าว เงาของมันตกกระทบบนผืนหญ้าที่ไร้รอยเหยียบย่ำมานานนับหลายร้อยปี

สุสาน...

สถานที่ที่คนตายนอนอย่างสงบ หวังไม่ให้ใครมาทำลายความสงบนั้น

...หากเพียงแต่ความหวังอย่างสุดท้ายไม่อาจสมปรารถนา...

ร่างสองร่างปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าอย่างเงียบงัน รองเท้าสองคู่แตะบนพื้นหญ้าอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวทำลายความเงียบของสถานที่แห่งนี้ คนนึ่ง ตัวสูงกว่ามองตรงไปข้างหน้าพร้อมด้วยประสาทสัมผัสที่ตื่นตัว ในขณะที่อีกคนกวาดสายตามองรอบตัวอย่างหวั่นเกรงเล็กน้อย

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยมาสุสานมาก่อน เพียงแต่มันไม่วังเวงถึงขนาดนี้!

ที่นี่...สุสานของใครหรือครับ?” เซดดริกถามเกร็ง ๆ

แวมไพร์ที่เสียชีวิตจากการสู้รบกันเมื่อหลายร้อยปีที่แล้วอีกฝ่ายตอบสั้น ๆ ก่อนจะเดินไปที่หินแกรนิตก้อนหนึ่งที่รอยสลักชื่อเริ่มเลือนหายไป พวกเขานอนอยู่ที่นี่มานานแสนนานจนบางทีอาจไม่มีใครจำชื่อของพวกเขาได้

           เกิดความเงียบอันน่าอึดอัดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสอง ชายหนุ่มอีกคนก็ไม่รู้จะเอ่ยอะไรดี ในขณะที่คนพูดเดินไปรอบ ๆ สุสานซึ่งกินพื้นที่ไม่มากนัก ไม่มีใครมาที่นี่...เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ อย่างครุ่นคิด

แล้วหมอนั่นอยู่ที่ไหน?

           เพราะบรรยากาศที่ไร้เสียงใด ๆ ทำให้เซดดริกได้ยินที่อีกฝ่ายพึมพำกับตัวเอง ถ้าอย่างนั้นแยกกันตามหาไหมครับ?” เขาเสนอ บางทีแดนอาจจะไม่ได้ถูกจับตัวมาที่นี่ แต่อยู่ใกล้ ๆ นี้ก็ได้นะ

ไม่ครอสตอบกลับทันควัน มันอันตรายเกินไป

           ชายหนุ่มผมบลอนด์พ่นลมหายใจออกทางจมูกเบา ๆ อย่างไม่ชอบใจนัก ยิ่งเจอแดนเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีไม่ใช่เหรอครับ?” แล้วเขาก็หยิบมีดสั้นที่เหน็บไว้ที่เอวออกมาถือไว้ อีกอย่าง ผมมีไอ้นี่อยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ

           แวมไพร์หนุ่มก้าวแผล็วเดียวก็มาหยุดตรงหน้าอีกฝ่ายที่สะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาสีแดงจับจ้องไปที่ดวงตาอีกคู่อย่างตรงไปตรงมา “นายพูดเองว่าให้นายอยู่ในสายตาฉัน”

เซดดริกได้แต่มุ่ยหน้า น้ำเสียงจริงจังและเฉียบขาดนั้นทำให้เขารู้ว่ารอบนี้เขาเถียงไม่ชนะอย่างแน่นอน

            แล้วทั้งสองก็ออกเดินอีกครั้ง แวมไพร์หนุ่มมองงหาทางขวา ส่วนอีกคนเมียงมองไปทางซ้าย เสียงเหนียบต้นหญ้าดังสวบสาบเป็นจังหวะได้ยินอย่างชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน

            เวลาล่วงเลยจนราตรีมาเยือน แต่พวกเขาก็ยังไม่เจออะไรแม้แต่วี่แวว ดวงตาสีแดงเงยหน้ามองท้องฟ้าที่แสงส้มเริ่มหายไป และแทนทีด้วยสีครามของราตรี ไร้วี่แววของดวงจันทร์เหมือนทุกคืน

คืนเดือนมืด...งั้นเหรอ?

           ...ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลยแม้แต่น้อย...

นี่เขาคิดถูกหรือเปล่าที่ให้อีกฝ่ายตามมาด้วย? การต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่มีทางจบโดยไร้การหลั่งเลือดแน่นอน ยิ่งราตรีที่ไร้แสงจันทร์ยิ่งไม่อาจรับประกันผลลัพธ์ที่ตามมา อาจจะเลวร้ายกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เพราะการต่อสู้ระหว่างอมนุษย์อาจทำให้ผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องโดยไม่ตั้งใจโดนลูกหลงได้ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้น

ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่อยากสูญเสีย...

“เซดดริก ระวังตัว...” แต่แล้วเขาก็ต้องกลืนคำพูดลงคอเมื่อหันกลับมาหาคนข้างกาย และพบว่าที่ตรงนั้นว่างเปล่า “บ้าเอ๊ย! เซดดริก!!!

###

  

กดดันชะมัด...

ความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาตลอดทางตั้งแต่ก้าวเข้ามาในเขตป่า แม้จะเคยเดินป่ามาบ้าง แต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกว่าป่าน่ากลัวขนาดนี้มาก่อน ต้นไม้ก็ไม่ได้ขึ้นจนรกชัฏ แถมยังมีแสงอาทิตย์ตอนเย็นลอดผ่านช่องว่างระหว่างแมกไม้ลงมาบ้าง เซดดริกกำมีดในมือแน่นจนรู้สึกเจ็บแปลบ และต้องหันไปมองมือข้างขวา

มันกำลังสั่น...

           เขาหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ ขณะปาดเหงื่อเย็นที่ไหลรินมาตามผิวแก้ม เขากลัว...และเขาก็รู้ด้วยว่าแวมไพร์หนุ่มก็กำลังกลัวอะไรบางอย่างเช่นกัน และความกลัวนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ตัวเขากำลังกลัวอยู่ก็เป็นได้

           การสูญเสีย...

           การลาจาก...

           ทั้งสองต่างประสบกับสองสิ่งนี้มาในวัยเด็ก และรู้ดีว่าความเจ็บปวดและความขมขื่นที่เกิดจากสองสิ่งนั้นเป็นอย่างไร และถ้าเลือกได้ ก็ไม่อยากเจอมันอีก

           แต่สุดท้ายแล้ว...ก็คงเลี่ยงไม่ได้...

           เพราะเซดดริกมัวแต่จมอยู่กับความคิดของตัวเอง ทำให้ไม่ทันได้สังเกตว่าสภาพรอบกายดูแปลกไปจากที่เคยเป็น จากที่เคยได้ยินเสียงใบไม้พลิ้วไหวบ้าง แต่ตอนนี้กลับเงียบสงัดอย่างผิดธรรมชาติ แสงจากอาทิตย์ค่อย ๆ หายไป แทนที่ด้วยความมืด และความเย็นที่ค่อย ๆ โรยตัวลงมา กว่าเขาจะรู้สึกตัวก็พบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางต้นไม้ที่สูงชะลูดจนแทบมองไม่เห็นท้องฟ้า

หืม?

เซดดริกเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเมื่อรู้สึกว่ารอบข้างเงียบผิดปกติ ไม่ได้ยินเสียงสวบสาบเหมือนกันหน้านี้ พอเขาหันไปมองคนข้าง ๆ ก็พบว่ามันกลับว่างเปล่า!

ไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่าอีกฝ่ายหายไปตอนไหน หรือเขาเริ่มเดินคนเดียวตั้งแต่เมื่อไหร่...และตอนนี้เขาอยู่คนเดียวในป่าตอนกลางคืนโดยไม่รู้ทิศทาง

“ซวยแล้วสิ” ได้แต่พึมพำก่นด่าตัวเอง พยายามทำใจให้สงบ และทำใจกล้าเดินไปข้างหน้า และระวังทุกก้าวที่เหยียบลงบนพื้น เพราะถ้าให้เลือกระหว่างอยู่เฉย ๆ กับเดินหาแดนต่อ เขาคงจะเลือกอย่างหลัง เพราะเขาไม่มีทางเลือกแล้ว

มันจะเงียบได้ขนาดนี้เลยเหรอ?” เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

เมื่อเดินไปได้สักพัก ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนเขาจะเกือบจะวางใจแล้ว แต่แล้วภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้เขาต้องหยุดชะงัก ร่างเล็ก ๆ ของเด็กคนหนึ่งนอนคว่ำ และแผ่หลาอยู่พื้นหญ้าที่รายล้อมด้วยต้นไม้สูงชะลูดหลายต้นคล้ายกับว่าเป็นบอดี้การ์ด แม้ว่าเด็กคนนั้นจะนอนคว่ำอยู่ แต่เซดดริกก็จำชุดนั้นได้

แดน!!

ชายหนุ่มเกือบจะพุ่งเข้าไปหาร่างนั้น แต่ก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ เขาจึงตัดสินใจซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้พุ่มหนึ่งที่ไม่ห่างจากร่างของแดนเท่าใดนัก มือขวาแหวกพุ่มไม้ให้เป็นรูขนาดกว้างพอจะมองลอดได้ แม้ว่าสิ่งที่เขาเห็นคือ เด็กชายนอนสลบอยู่คนเดียว แต่สถานการณ์ก็ไม่ค่อยน่าไว้วางใจเท่าใดนัก

ครั้นจะพุ่งเข้าไปหาเลยก็เกรงว่าเขาจะพุ่งเข้าไปหากับดักเสียเอง แต่เพราะแดนนอนแน่นิ่งไม่ขยับเลย ทำให้เขาเริ่มใจไม่ดี ต้องไม่เล่นตามเกมของหมอนั่นเขาพึมพำเบา ๆ กับตัวเองแม้ใจหนึ่งอยากเข้าไปช่วยมากแค่ไหนก็ตามที

ทันใดนั้น พื้นหญ้ารอบ ๆ ร่างของเด็กชายก็ค่อย ๆ ร้าว แล้วมีเถาวัลย์เส้นเล็ก ๆ งอกขึ้นมาจากรอยร้าวนั้น ใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วย    ความสงสัย แต่แล้วดวงตาสีฟ้าก็เบิกโพลงด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าพื้นผิวของเถาวัลย์เหล่านั้นเต็มไปด้วยหนามเส้นเชือกเหล่านั้นขยับไปมาราวกับมีชีวิต ก่อนมันจะพุ่งเข้ารัดแขนขาของเด็กชายอย่างไม่ปราณี

จะกับดงกับดักอะไรก็ไม่สนแล้ว!!

ไวเท่าความคิด ร่างสูงก็พุ่งออกจากพุ่มไม้ และตรงไปหาเด็กชายที่ยังคงสลบไสลไม่ได้สติแม้ว่าผิวหนังจะเริ่มมีรอยขีดข่วน และเลือดไหลออกมาตามรอยข่วนนั่นแล้วก็ตาม แดน!!” เขาตะโกนก้อง หวังให้เด็กน้อยได้ยินเสียงของเขา และได้สติกลับคืนมา

           แต่ทันทีที่เขาก้าวออกจากพุ่มไม้ พื้นดินใต้เท้าก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย ก่อนที่เถาวัลย์เส้นหนาหลายเส้นจะทะลุผ่านหน้าดิน และพุ่งเข้ารัดแขนขาของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว

เฮ้ย!!” เซดดริกอุทานลั่นพร้อมกับพยายามดิ้นให้หลุด แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่เส้นเถาวัลย์เหล่านั้นก็ยิ่งรัดแน่นเสียจนความรู้สึกที่ปลายนิ้วเริ่มด้านชา มือที่กำรอบด้ามมีดสั้นอยู่ค่อย ๆ หมดแรง จนอาวุธนั้นหล่นจากมือ และไปปักอยู่บนผิวของเถาวัลย์

สภาพตอนนี้ของเขาไม่ต่างจากการถูกขึงแขนขา และรอถูกเชือด

ตึก...

เสียงฝีเท้าดังขึ้นในความมืด เรียกให้ดวงตาสีฟ้าหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว ร่างสูงของชายหนุ่มผมสีทองแซมเงินปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า เครื่องแต่งกายสีดำทะมึน และดวงตาสีแดงฉานที่ทอประกายกร้าวยิ่งทำให้ร่างนั้นดูมีพลังอำนาจ และน่าหวั่นเกรง ริมฝีปากบางบนใบหน้าคมคายฉีกยิ้มเยี่ยงผู้ได้รับชัยชนะ

เจ้านี่อ่านง่ายเหลือเกิน แค่ทำให้เด็กบาดเจ็บนิดหน่อยถึงกับทนดูไม่ได้เฟลอส เดน เดอแคลร์พูดเสียงยานคางขณะเดินเข้ามาใกล้ร่างที่ถูกพันธนาการ ตอนแรกข้าก็คิดอยู่นานเชียวว่าจะทำอย่างไรให้เจ้าโผล่หัวออกมาจากที่ซ่อนได้

เซดดริกกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ มันรู้อยู่แล้วนี่นา บ้าชะมัด!

แต่เพราะนิสัยที่อ่านง่ายของมนุษย์นี่แหละน้าที่ทำให้แผนที่ข้าวางไว้สมบูรณ์แบบ...

เด็กคนนั้นน่ะไม่รู้เรื่องอะไรด้วยสักหน่อย!” อีกฝ่ายพูดเสียงดังจนแทบกลายเป็นเสียงตะคอก

หึ เด็กคนนั้นก็แค่ตัวหมากที่จะล่อให้เจ้าออกห่างจากดีแฟนธ่อมก็เท่านั้น

แต่อีกฝ่ายกลับเหยียดยิ้มชั่วร้าย มือขวาออกมาแตะที่ลำคอขาวของคนที่ถูกพันธนาการ เล็บที่เคยสั้นค่อย ๆ ยาวขึ้นจนแหลมคมก่อนที่เขาจะตวัดมือข้างนั้น จนเล็บกรีดผิวหนังที่ลำคอของชายหนุ่มจนเป็นแผลยาว

ใช่...ล่อให้มนุษย์ที่มีดีแค่เลือดออกจากแวมไพร์หน้าโง่ตัวนั้น...ประโยคท้ายสุดนั้นราวกับเขาพึมพำกับตัวเองในขณะที่สายตาจ้องมองของเหลวสีแดงสดที่ปลายเล็บ

เซดดริกกัดฟันกรอด ทั้งด้วยความเจ็บใจ และเจ็บแผลแปล๊บ ๆ บริเวณลำคอที่โดนบาดจนเป็นแผล แต่ดวงตาสีฟ้าก็จ้องเขม็งที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้

           เฟลอสที่เห็นแววตานั้นกระตุกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหาร่างของเด็กชายที่ยังคงนอนแน่นิ่งไม่ได้สติ ดวงตาสีแดงหรี่มองร่างนั้นอย่างเหยียดหยาม ไอ้เด็กคนนี้ก็โง่นะ...ว่าแล้วเขาก็ใช้เท้าเขี่ยให้แดนนอนหงาย เผยให้เห็นใบหน้าอ่อนเยาแต่เต็มไปด้วยบาดแผล และรอยฟกช้ำ “...หลอกง่ายเสียยิ่งกว่าสัตว์

           ร่างสูงก้มลงกระตุกสร้อยที่คล้องไว้ที่คอของเด็กชายก่อนจะชูมันขึ้นเหนือศีรษะ จี้ห้อยคอธรรมดา ๆ ค่อย ๆ เปลี่ยนรูปร่างเป็นก้อนหินขนาดพอดีมือกำ แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือ ตราสัญลักษณ์รูปก้นหอยที่ปลายหมุนเข้าศูนย์กลาง เด็กน้อยที่ไม่รู้ประสีประสาเก็บสร้อยคอที่ไหลมาตามน้ำ แล้วก็เอาไปอวดให้พี่ชายมนุษย์ผู้แสนใจดี...หึชายหนุ่มแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเหยียดหยาม ก่อนจะหันกลับไปมองร่างของคนผมบลอนด์

 “แต่สิ่งที่ข้าแปลกใจพวกลิ่วล้อของดีแฟนธ่อมรู้ข่าวการหายไปของเจเนซิสได้เร็วขนาดนี้...แต่ก็ดี แผนการของข้าก็จะสำเร็จเร็วขึ้น มุมปากกระตุ้มยิ้มร้าย

แล้วนายจะเอาของมีค่าขนาดไว้กับแดนทำไม?” เซดดริกอดถามไม่ได้

ก็เพราะข้ารู้ไงว่าเจ้าจะรีบมา หรือไม่จริง?” เฟลอสตอบพลางโยนก้อนหินในมือขึ้นลงอย่างสบายอารมณ์ อีกอย่าง คงไม่มีใครคิดว่าเด็กที่ไม่รู้เรื่องโลกภายนอกจะมีหินอันล้ำค่าขนาดไว้กับตัว...จริงไหม?”

คนอย่างนายนี่มัน....

เลว ข้ารู้ ไม่ต้องชมดวงตาสีแดงวาวโรจน์ก่อนจะเหลือบมองร่างที่นอนบนพื้นอย่างเย็นชา เด็กคนนี้ก็หมดประโยชน์ซะแล้ว จะฆ่าทิ้งดีไหมนะ?”

ดวงตาสีฟ้าเบิกโพลงด้วยความตกใจ อย่านะ!!!” เซดดริกตะโกนลั่น และพยายามขยับแขนขาให้หลุดจากพันธนาการ แต่กลับกลายเป็นว่าเถาวัลย์เส้นหนึ่งม้วนตัวเองเป็นก้อนหนาก่อนจะกระแทกเข้าที่ท้องของเขาอย่างแรง

ชายหนุ่มถึงกับไอโขลกเสียงดังเมื่อโดนน้ำหนักที่มากกว่าแรงคนหนึ่งคนชกกระแทกเข้าที่ช่องท้อง

           เฟลอสหัวเราะลั่นก่อนจะก้าวข้ามร่างของแดน เจ้าคงรู้แล้วสินะว่าหินนี่มีอำนาจอะไร?” เขาถามพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้อีกฝ่าย

ใช่...เขารู้ว่าหินมีอำนาจอะไร แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ก็แล้วยังไงล่ะ?

เจเนซิส หินแห่งการเริ่มต้น...ทำให้ทุกอย่างกลับสู่จุดเริ่มต้น จากวัยแก่สู่วัยหนุ่มสาว จากคนตายกลับกลายมาเป็นคนเป็น จากคนป่วยกลายเป็นคนปกติ และจากคนต้องสาปกลับกลายเป็นคนปกติอีกครั้งชายหนุ่มผมทองแซมเงินเน้นที่ประโยคสุดท้ายอย่างจงใจ

ใช่ จากคนที่เคยมีพันธนาการกลับกลายเป็นไม่มี จากมีความทรงจำกลับสู่จุดเริ่มต้นของความทรงจำ!!”

เพียงเท่านั้น ดวงตาสีฟ้าก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ เขาเข้าใจแล้ว...เข้าใจจุดประสงค์ที่อีกฝ่ายขโมยหินนี้ออกมา และเข้าใจเหตุผลที่แวมไพร์ตนนี้ต้องการแยกเขาให้ออกห่างจากศัตรูคู่อาฆาต

ข้าจะทำให้เจ้าลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นที่โลกแห่งนี้ และคลายพันธะสัญญาทุกอย่างเฟลอสเอ่ยพร้อมกับแสยะยิ้มกว้าง และเจ้า...ก็จะกลายเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

           เซดดริกถึงกับลมหายใจขาดห้วง

           คลายพันธะสัญญา...กลายเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง แต่ถ้าให้ต้องลืมทุกอย่าง...ทั้งความรู้สึก ความสัมพันธ์ ทุก ๆ อย่าง...

ไม่เอาด้วยหรอกนะ!!!

ทำแบบนี้ทำม...ไม่ทันเอ่ยจบ มือใหญ่ก็พุ่งเข้ามาล็อคคอจนแทบจุก

ทำไมน่ะเหรอ?” เสียงห้าวพึมพำเสียงต่ำ และเบาจนแทบไม่ได้ยิน ใบหน้าคมคายยื่นเข้ามาใกล้เสียจนเห็นประกายกร้าวในดวงตาสีแดงฉานนั่น เพราะถ้าสิ่งที่มันรักที่สุดหายไป...มันจะยิ่งเจ็บปวดกว่าความตายยังไงล่ะ!!

มือเรียวค่อย ๆ ลากไปตามบาดแผลที่ลำคอที่ตนสร้างไว้อย่างแผ่วเบาพร้อมกับรอยยิ้มบิดเบี้ยวเริ่มปรากฏบนใบหน้า ข้าอยากเห็นเหลือเกิน...ใบหน้าของมันที่ต้องเห็นสิ่งที่มันรักที่สุดหายไปต่อหน้าต่อตา!!!

เซดดริกกัดฟันกรอด ทั้งด้วยความเจ็บใจ และขยะแขยง แวมไพร์ตนนี้ถูกความแค้นเข้าครอบงำจนความรู้สึกผิดชอบชั่วดีหายไปหมด! “แกมันโรคจิต!

คำปรามาสนั้นไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกรู้สมอะไร มือข้างที่ถือหินแห่งมนตราไว้ยกขึ้นในระดับหัวไหล่ก่อนจะเกิดแสงสีทองสว่างจ้ารอบหินก้อนนั้นเสียจนแทบมองไม่เห็น แต่คนที่ถือมันอยู่รู้สึกได้ว่ามันกำลังเปลี่ยนรูปร่างไปตามที่เขาต้องการ

โอดครวญไปเถอะ ในเมื่อเจ้าหลงเข้ามาในเขตอาคมของข้า มันก็ตามมาช่วยไม่ทันหรอก!

ชายหนุ่มผมบลอนด์พยายามดิ้นอย่างไร้ความหมาย เพราะทั้งมือที่ล็อคคอเขาไว้ และเถาวัลย์ที่พันรอบกายไม่มีทีท่าว่าจะคลายลงเลย ดวงตาสีฟ้าเพ่งมองวัตถุในมืออีกฝ่าย แต่ก็เห็นเพียงแค่แสงสีทองบาดตาเท่านั้น

จบเสียที!

ท่านพี่!!! ไม่ทันที่วัตถุในมือของเฟลอสจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างโดยสมบูรณ์ เสียงเรียกอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหลัง ทำให้แสงสีทองนั้นดับวูบลงอย่างรวดเร็ว แวมไพร์หนุ่มหันขวับไปทางต้นเสียง ร่างบางที่คุ้นตาเดินออกมาจากเงาไม้ฝั่งตรงข้าม

เฟร?” คิ้วขมวดด้วยความแปลกใจ เพราะน้องสาวของเขาควรจะคอยสังเกตการณ์อยู่ภายนอก ไม่ใช่เข้ามาในเขตอาคมของเขาแบบนี้ แต่แล้วดวงตาสีแดงก็เบิกกว้างเมื่อเห็นร่างของใครอีกคนที่เดินตามมา เส้นผมยาวสีดำ และสีหน้าที่เรียบเฉยแต่ดุดันแบบนั้นมีหรือที่เขาจะจำไม่ได้?

           ดีแฟนธ่อม!

           ครอสจ้องเขม็งไปยังศัตรูคู่อาฆาต แม้ใบหน้าจะเรียบเฉย ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ เหมือนเช่นทุกครั้ง แต่ดวงตากลับวาวโรจน์ และประกายกร้าว สองมือกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน อารมณ์ที่เก็บไว้ภายในพร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ ยิ่งสายตาเหลือบไปเห็นร่างที่ถูกพันธนาการด้วยเถาวัลย์แบบนั้นแล้ว...

           ...ยิ่งอยากเข้าไปบั่นคอคนตรงหน้าแล้วเผาให้เหลือแต่เศษธุลี!!

           “ออกห่างจากน้องสาวของข้าเดี๋ยวนี้!!” เฟลอสตวาดลั่นอย่างลืมตัว ในขณะที่ผู้เป็นน้องสาวสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นท่าทางกราดเกรี้ยวของพี่ชาย เจ้า...เจ้าเข้ามาในเขตอาคมของข้าได้อย่างไร?”

           “ท่านพี่...ข้า...เฟรล่าขยับเข้ามาใกล้ชายหนุ่มสายเลือดเดียวกันพร้อมกับก้มหน้างุดราวกับเด็กที่ทำความผิดแล้วโดนจับได้ “...ข้าเป็นคนพาเขาเข้ามาเอง

           “เฟรล่า!!!” ผู้เป็นพี่ชายถึงกับชะงักกึก ดวงตาสีแดงเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว เขาเก็บหินในมือเข้ากระเป๋ากางเกงก่อนจะจับไหล่บาง และบีบแน่น เจ้าทำแบบนี้ทำไมมันเป็นคนทำลายครอบครัวของเรา แล้วเจ้าไปช่วยมันทำไม!?

          หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นอย่างขมขื่น ใบหน้างามค่อย ๆ เงยขึ้นมองใบหน้าที่บัดนี้บิดเบี้ยวไปด้วยโทสะ ดวงตาสีแดงกลมโตเริ่มรื้นใสด้วยหยาดน้ำแห่งความโศกเศร้า เพราะข้าเหนื่อยที่จะต้องมาตามแก้แค้นแบบนี้แล้วเฟรล่าตอบเสียงเบา ก่อนจะยกมือขวาขึ้นแตะแก้มของพี่ชาย พอเถอะค่ะ...ท่านพี่ไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ?”

เฟลอสกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ความโกรธเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะทุกอย่าง จนเสียงอ้อนวอน และน้ำตาของผู้เป็นน้องสาวก็ไม่อาจเอื้อมถึงจิตใจที่ดำมืดได้อีกต่อไป...

ชายหนุ่มผลักร่างบางออกไปข้าง ๆ อย่างไม่ใยดีก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับศัตรู

แวมไพร์ผู้บุกรุกกระตุกยิ้มเหี้ยมก่อนจะก้าวออกมาจากเงาไม้ ต่อให้นางไม่นำทางข้ามา เขตอาคมที่อ่อนกำลังเช่นนี้มีหรือที่ข้าจะเข้ามาไม่ได้?” เขาเอ่ยเสียงเหยียดหยาม แค่สะกิดนิดเดียวก็สลายไปแล้ว เฟลอส

รังสีอาฆาตของทั้งสองฝ่ายพุ่งเข้าหากันอย่างไม่ยอมแพ้ สมาธิจดจ่ออยู่แต่กับศัตรูตรงหน้า ทำให้ชายหนุ่มอีกคนที่ถูกละความสนใจไปเห็นโอกาส...

อีกนิดเดียว...

เซดดริกพยายามเอื้อมมือไปจับด้ามมีดสั้นที่ปักอยู่บนผิวเถาวัลย์ที่ไม่ห่างจากตัวมากนัก ปลายนิ้วค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้อาวุธจนอีกเพียงแค่นิดเดียวก็จะแตะมันได้อยู่แล้ว...ถ้าเพียงแค่เจ้าของมนตราไม่รู้ตัว

           ผัวะ!!

           เถาวัลย์หนาสายเดิมพุ่งเข้ากระแทกที่ใบหน้าของชายหนุ่มผู้ดิ้นรน ในขณะที่มีดสั้นเล่มนั้นถูกปัดกระเด็นไปตกที่ข้างร่างของร่างเล็กที่ยังคงนอนนิ่ง

           “ตื๊อจริงนะ!!” เฟลอสหันขวับไปตวาดใส่คนหาเรื่อง แต่วินาทีที่เขาหันเหความสนใจ แวมไพร์ผมดำก็หายตัวไปจากที่ยืนอยู่ และไปปรากฏตัวที่ข้างกายของร่างที่ถูกพันธนาการไว้อย่างรวดเร็ว เขาโบกมือเบา ๆ สองสามครั้ง เถาวัลย์ที่เคยรัดรอบแขนขาของเซดดริกก็ค่อย ๆ คลายตัว และกลายเป็นพืชต้นเล็ก ๆ ที่งอกอยู่บนพื้นดินเท่านั้น

ชายหนุ่มผมบลอนด์เกือบทรงตัวไม่ทันเมื่อเครื่องพันธนาการหายไปโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ขอบคุณครับ...อูยเขาหันไปขอบคุณคนที่มาช่วยเขาไว้ อดเบ้หน้าไม่ได้เมื่อรู้สึกเจ็บจี๊ดที่มุมปากเมื่อคลี่ยิ้มบาง ๆ แต่ถึงกระนั้นก็ยังดีใจ

           ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็หาเขาเจอ

           เฟลอสกัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้น แต่เขาไม่รอให้จังหวะที่อีกฝ่ายละการป้องกัน ร่างสูงพึมพำมนตราอย่างแผ่วเบา และรวดเร็ว ฉันไม่ยอมหรอก!!

ย้ากกก!!!

แต่ไม่ทันที่จะร่ายเวทมนต์จบ เสียงเล็ก ๆ ร้องโจมตีก็ดังขึ้นข้างหลังกะทันหัน เขาหันขวับไปทางต้นเสียง ก็เห็นร่างเล็กที่ ๆ ควรจะนอนสลบอยู่บนพื้นเหมือนเช่นเดิม แต่บัดนี้ร่างนั้นพุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็วพร้อมกับถือมีดสั้นที่เขาปัดกระเด็นไปเมื่อครู่

แต่ความพยายามนั้นช่างไร้ผล...

เกะกะ!!

เฟลอสโบกมือเพียงครั้งเดียว แดนก็โดนพลังอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นกระแทกที่สีข้างซ้ายอย่างรุนแรงจนปลิวไปกระแทกกับต้นไม้ที่อยู่รอบ ๆ อย่างแรง เด็กชายร่วงลงบนพื้นช้า ๆ และหมดสติไปอีกครั้งพร้อมกับมีดสั้นที่ลอยเข้าสู่มือผู้ทำร้าย แวมไพร์หนุ่มเงื้อมือที่ถือมีดสั้นขึ้นเหนือศีรษะ หมายจะปลิดชีวิตร่างเล็กที่เป็นปัญหา

ไม่!!

ไวกว่าความคิด ชายหนุ่มผมบลอนด์ที่ไม่มีพันธนาการใด ๆ แล้วรีบพุ่งเข้ามาหาเด็กน้อยที่ไร้สติสัมปชัญญะ สองแขนโอบรอบศีรษะเล็กที่เปียกชุ่มไปด้วยเลือดสีแดงสด และหันหลังให้ผู้ถือครองอาวุธอย่างไม่เกรงกลัว

“เซดดริก!!!

เจ้าของชื่อหันขวับไปทางต้นเสียง แต่ก็มีบางอย่างสีดำบดบังสายตาจนแทบมองไม่เห็น สิ่งที่สัมผัสได้ก็มีเพียงอ้อมกอดของใครอีกคนหนึ่งที่โอบรอบตัวของเขา

อ้อมกอดที่คุ้นเคย ไม่เย็นเยียบ...แต่กลับอบอุ่น...

ความอบอุ่นที่ปรารถนา แต่ไม่คาดหวังจะได้รับในสถานการณ์แบบนี้!!

ฉึก!

ดวงตาสีฟ้าเบิกโพลงด้วยความตกใจถึงขีดสุด แต่ไม่ใช่เพราะร่างที่โอบกอดเขาโดนทำร้าย หากแต่เป็นร่างบางอีกร่างหนึ่งที่พุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างเจ้าของผ้าคลุมสีดำ กับมีดสั้นที่แหวกผ่านอากาศมาหมายจะปลิดชีวิตใครก็ตามที่เข้ามาขัดขวาง

หากใครคนนั้น...ไม่ใช่คนที่คนขว้างอาวุธมาหมายจะให้เป็นคนสุดท้ายในชีวิตที่เขาคิดจะทำร้าย

ท่าน...พี่...เสียงหวานสุดท้ายหลุดออกมาจากริมฝีปากเรียวบางที่คลี่ยิ้มเศร้าสร้อย พร้อมกับร่างที่ค่อย ๆ ร่วงลงสู่พื้นดินอย่างเชื่องช้า

           ราวกับดอกไม้งามที่หลุดร่วงจากกิ่งก้าน และตกลงสู่พื้นดินอันหนาวเหน็บ

            “เฟรล่า!!!!!


TO BE CONTINUED...





>>Pre-Order<<

Bloody Bond พันธนาการเขี้ยวราตรี (ชื่อเดิม Tale of the Darkness)

*** วันนี้ - 21 กุมภาพันธ์ ***



ผู้เขียน : Xeiji / อู่ชี่

ภาพปก : Kon

ภาพประกอบ : Mr.x

จำนวนหน้า : 450+

ราคา : 439 บาท

สิ่งที่มีเพิ่มเติมในรูปเล่ม : ตอนพิเศษ และ Uncut

ของแถม : ที่คั่นหนังสือแฮนเมดลายคาแรคเตอร์พระ-นาย (มีจำนวนจำกัด)

*** เดี๋ยวจะมาอัพเดทให้ดูนะคะ ***



สั่งจองได้ที่นี่เลย >> https://goo.gl/forms/pw78JhDWpccygxF62

*** วันนี้ - 21 กุมภาพันธ์ ***


+++++++++++++++++++++


ตอนที่ปิดการอ่าน คือเรากำลังรีไรท์และทยอยลงค่า เปิดให้อ่านแน่นอน ^^ 

หลังจากนี้เราจะเปิดให้อ่านทุกตอนระยะหนึ่งก่อนจะปิดบางตอนนะคะ


+++++++++++++


ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ทำนิยายเรื่องนี้ออกมาเป็นหนังสือซักทีหลังจากผ่านมาหลายปี

ก่อนอื่นอย่าเพิ่งงงกับชื่อเล่มนะคะ เพราะเราเปลี่ยนชื่อเรื่องให้เข้ากับตัวนิยายมากขึ้นค่ะ 


สุดท้ายนี้ ขอบคุณทุกคนมากๆเลยนะคะ

ถ้ายังไงยังคงมาพูดคุยกันได้ใน

FB : https://www.facebook.com/xeijiandwuqi

หรือ twitter : Seiji_18 (แต่ทวิตเตอร์จะออกแนวบ่นไปเรื่อยเปื่อยมากกว่า5555)


และหวังว่าเราจะได้เจอกันอีกในเรื่องถัดๆไปนะคะ :)




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
[BL]Tale of the Darkness ตอนที่ 35 : 30th Tale : ดอกไม้งามที่ร่วงโรย [Final] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 799 , โพส : 11 , Rating : 14% / 7 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 11 : ความคิดเห็นที่ 847
โถ่ เฟรล่า ToT
PS.  \" This world would be a much better place if we all believe that men are brothers under the skin. โลกเราจะดีกว่านี้มาก ถ้าพวกเราทุกคนคิดว่าทุกคนเป็นพี่น้องกัน ภายใต้คุณสมบัติพื้นฐานเดียวกัน \"
Name : Fronztear < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fronztear [ IP : 118.172.154.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2557 / 00:07
# 10 : ความคิดเห็นที่ 761
รออ่านทุกตอนเลยคะ มาอัพไวไวน้าาาาาาาาา สนุกมากกกก อิอิ
Name : นักอ่านคืนสีเงิน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นักอ่านคืนสีเงิน [ IP : 171.100.207.36 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 เมษายน 2557 / 20:17
# 9 : ความคิดเห็นที่ 760
เอิ่ม...ตามทันแล้ว!!>_
Name : โแมวน้ ย [ IP : 171.99.143.215 ]

วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 08:01
# 8 : ความคิดเห็นที่ 749
ท่านพี่ทำอย่างนี้กับเฟล่าได้ยังไงงงงง
PS.  Ever Lasting FriendS` Love Super Junior! 13+2 Hyukjae 97Line [R: 1827]
Name : KongKwanZz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KongKwanZz [ IP : 115.67.103.24 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มกราคม 2557 / 01:39
# 7 : ความคิดเห็นที่ 748
เข้ามาอ่าแล้วสนุกมากเลย จะรออ่านตอนต่อไปนะค่ะ
PS.  ไม่มีมนุษย์ที่ไม่เคยทำผิด
Name : Black Waterlily < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Black Waterlily [ IP : 223.204.75.63 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มกราคม 2557 / 13:46
# 6 : ความคิดเห็นที่ 747
กลับใจเถอะะ เฟรเป็นขนาดนี้แล้วยังไม่รู้อีกหรอว่าน้องต้องการอะร เห้ออ ท่านครอสสส ฮืออ เห็นไหม ว่าแล้วว่าต้องเกิดอะไรขึ้นกลับเซตทีหลังอย่าให้คาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียวว ><
PS.  - เพื่อนกิน เพื่อนกัน เพื่อนกินไม่ทัน เพื่อนกันเอาไปกิน - สามีคือเป้าหมาย ผู้ชายคือทางผ่าน คบเด็กคือนิพพาน ขึ้นคานคือตายทั้งเป็น - เจ็บแล้วจำ คือ คน เจ็บแล้วทน คือควาย
Name : ชานัวร์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ชานัวร์ [ IP : 223.205.249.160 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มกราคม 2557 / 21:28
# 5 : ความคิดเห็นที่ 743
น้องเจ็บแล้วนะ ไม่ใช่เฟลอสคลั่งแล้วกลับไปโทษพวกดีแฟนธ่อมอีก =_____= รออ่านต่อนะคะ เหมือนใกล้จบเรื่อยๆแล้ว
PS.  ฉันไม่เคยกลัวในสิ่งที่ฉันทำ...เพียงแต่ฉันกลัวผลลัพธ์ที่จะตามมา...
Name : Shirahane[Primo] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Shirahane[Primo] [ IP : 49.230.122.155 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 มกราคม 2557 / 07:02
# 4 : ความคิดเห็นที่ 742
ม่ายยยยยย T^T
PS.  Ever Lasting FriendS` Love Super Junior! 13+2 Hyukjae 97Line [R: 1827]
Name : KongKwanZz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KongKwanZz [ IP : 115.67.70.86 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มกราคม 2557 / 05:44
# 3 : ความคิดเห็นที่ 741
อ่านเเค่นี้ก็จะร้องเเล้วอ่ะ อย่าทำอะไรเซดดริกเลยนะ T__T
Name : S__P [ IP : 125.26.14.125 ]

วันที่: 20 มกราคม 2557 / 18:53
# 2 : ความคิดเห็นที่ 740
ค้างมากเลยอะ TT ครอสก็ตามเซดมาอยู่ไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่มาช่วยเซดละ ถ้าหากทุกอย่างกลับสู่จุดเริ่มต้นจริงๆ...เซดก็จะจำอะไรไม่ได้แม้แต่ครอสงั้นเหรอ?!
PS.  ฉันไม่เคยกลัวในสิ่งที่ฉันทำ...เพียงแต่ฉันกลัวผลลัพธ์ที่จะตามมา...
Name : Shirahane[Primo] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Shirahane[Primo] [ IP : 49.230.107.172 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 มกราคม 2557 / 08:38
# 1 : ความคิดเห็นที่ 739
รีบมาต่อด่วนๆค่าาาาาา
Name : ไออุ่น [ IP : 171.6.183.189 ]

วันที่: 18 มกราคม 2557 / 05:00
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android