ตอนที่ 27 : บทที่ 20 ชะตาไม่อาจฝืนคำสาบาน (รีไรท์) (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29104
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 164 ครั้ง
    16 ม.ค. 62





เริ่มต้นเพียงศิษย์อาจารย์ทว่าเวลาผันผ่านจากการเฝ้ามองพัฒนาการฝึกฝนกลับกลายเป็นว่าข้ากำลังเฝ้ารอคอยการเติบโตของนางอย่างไม่รู้ตัว

จากวันเป็นเดือนจากเดือนล่วงเข้าปี

การเฝ้ามองทำให้ข้ารู้สึกเคยชินกับการมีนางอยู่ข้างกาย

กระนั้นหาใช่ข้าจะไม่รู้ว่าสำหรับความสัมพันธ์อันยากแก่การสานเช่นศิษย์อาจารย์นั้นหากสาบานหลั่งเลือดแล้วรั้นฝ่าฝืน..ค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายนั้นไม่น้อยเลย

ตัวข้าไม่อาจถลำลึกไปกว่านี้ได้จำต้องหยุดไว้เพียงความต้องการอันน้อยนิดนี้

ความต้องการที่...

เป็นเพียงแค่การได้เฝ้ามองนางต่อไปเรื่อยๆ

ตัวข้านั้น..ต้องการน้อยเกินไปหรือไม่

ผู้เป็นอาจารย์

 

7 เดือนผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ศิษย์พี่ของนางยังคงว่างงานและได้กลายมาเป็นผู้ช่วยของท่านอาจารย์เรื่อยมาทั้งยังคอยหาสิ่งของมากมายมาให้นางอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

 

เฟิ่งเซียนนั้นเมื่อยามที่วิ่งลงหุบเขาก็มักได้พบเจอกับชินอ๋องเสมอแม้ไม่บ่อยครั้งนักหากแต่ละครั้งที่พบเจอมักทำเอาใจเจ้ากรรมของนางเต้นผิดจังหวะทุกคราไป

 

นางไม่ใช่ไม่รู้ว่าอาการแบบนี้คือการเริ่มหวั่นไหวทั้งนางไม่ได้ไร้เดียงสาที่จะไม่รู้ว่าภายหลังความหวั่นไหวนี้หัวใจของนางจะถูกความรักเข้าครอบงำ ดังนั้นเมื่อยามใดที่ใจเต้นผิดจังหวะมักเป็นตัวนางเสมอที่ล่าถอยออกมาก่อนจากนั้นก็ค่อยๆก่อสร้างกำแพงภายในใจให้หนาขึ้นเพื่อกั้นขวางไม่ให้เขาก้าวล้ำเข้ามาได้มากไปกว่านี้

 

เฟิ่งเซียนยามนี้ก้าวหน้าขึ้นไปอยู่ในระดับจักรพรรดิ์ขั้นปลายแล้วนั้นก็ยังคงโหมฝึกหนักต่อไปไม่หยุดจนโดนอาจารย์ตักเตือนบ่อยครั้ง


ในใจหมอเทวดาแม้จะอยากให้นางฝึกหนักและก้าวหน้าไวๆแต่ก็ไม่ควรหนักถึงเพียงนี้เพราะหากนางยังคงฝืนร่างกายเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าจะธาตุไฟจะเข้าแทรกจนชีพจรขาดสะบั้นก็เป็นได้


เฟิ่งเซียนที่รู้จากอาจารย์จึงได้ลดความหักโหมลงเล็กน้อย

 

นางติดนิสัยบ้าบิ่นมาจากชาติภพก่อน นิสัยที่หากตั้งใจทำอะไรแล้วจะไม่ยอมหยุดยั้งทุ่มเทถ่าโถมการฝึกให้สลบกันไปข้างทว่าในยามนี้คิดว่าคงจะทำเช่นนั้นไม่ได้แล้วร่างบางจึงเผลอถอนหายใจเบาๆจนอาจารย์ที่มองนางอยู่เอาตำราในมือเคาะหัวนางไปหนึ่งทีด้วยแรงที่หนักพอสมควร

 

" เจ้าก้าวหน้าเร็วจนจะเรียกว่าเป็นมนุษย์ไม่ได้แล้วนะเซียนเอ๋อร์ รู้หรือไม่คนบนโลกนี้กว่าจะมาถึงระดับเจ้าต้องใช้เวลากว่าสิบสิบปี "  หมอเทวดาส่ายหัวเล็กน้อยพลางมองไปยังศิษย์ตัวน้อยด้วยความเอื้อเอ็นดู

 

เด็กสาววัย 14 หนาวที่เขาไปรับมาคราแรกได้ผันเปลี่ยนไปเป็นสาวงามสะคราญโฉมไปเสียแล้วแม้นเวลาผันผ่านไปยังไม่ถึงสองปี หากแต่ความสามารถและความงามอันโดดเด่นของนางนั้นกลับทวีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปแล้วหลายต่อหลายระดับจนไม่อาจมีผู้ใดกล้าเทียบเคียงและอีกไม่นานเขาคงได้ปล่อยนางกลับคืนสู่อ้อมอกของบิดามารดาทว่าเมื่อคิดมาถึงจุดนี้ก็พาลให้เขารู้สึกใจหายยิ่งนัก


" เซียนเอ๋อร์ในอีก 5 เดือนข้างหน้าก็จะถึงงานประลองแล้วเจ้าจงเตรียมตัวให้พร้อม "


" เจ้าค่ะท่านอาจารย์ " หมอเทวดายิ้มให้เฟิ่งเซียนเล็กน้อย ตัวเขานั้นมั่นใจในพรสวรรค์อันน่าทึ่งของนางอยู่แล้วหากแต่ยังคงกังวลใจในแผนการสกปรกของอีกสองสำนักที่เหลือกระนั้นแล้วอย่างไรเสียเขาก็ไม่มีวันปล่อยให้นางเป็นอันใดไปอย่างเด็ดขาด


" แล้วก็อาจารย์มีของสิ่งหนึ่งจะให้เจ้า " มือหนาโบกเบาๆตรงหน้าเฟิ่งเซียนแล้วแบมือให้นางเห็นสิ่งของภายในมือ


" สิ่งนี้คือ ?? "


" เป็นต่างหูกดลำดับขั้นพลัง ยามนี้พลังของเจ้าก้าวกระโดดไวเกินไปหากผู้อื่นรู้เข้าจะเป็นภัยแก่ตัวเจ้า เมื่อเจ้าสวมมันไว้พลังเจ้าจะใช้ได้ถึงขั้นปราณฟ้าขั้นปลายเท่านั้น "


" เจ้าค่ะ " มือบางพลันเอื้อมไปหยิบมาใส่ทันทีเพราะนางเข้าใจว่าผู้ที่มีอายุเท่านางโดยมากแล้วคงไม่มีใครเกินขั้นปราณฟ้าได้


ธรรมชาติกล่อมเกลาให้หลับไหลในยามราตรี


นายหญิง เสียงใครกัน หญิงสาวหันซ้ายแลขวาเห็นเพียงแต่ความมืดมิดเท่านั้น


นายหญิงขอรับข้าอยู่ทางนี้ เฟิ่งเซียนก้าวตามเสียงเรียกออกไปสายตาพยายามสอดส่องเพ่งมองไปยังด้านหน้าทว่าภาพตรงหน้ากลับมืดมิดไร้ซึ่งหนทางจะมองเห็น


กระทั่งเกิดประกายแสงระยิบระยับวูบหนึ่งตกลงกระทบบนพื้นตรงหน้า มือบอบบางค่อยๆเอื้อมออกไปสัมผัสสิ่งนั้นทันทีอย่างรู้สึกคิดถึง ' คิดถึงเช่นนั้นหรือ เกิดอันใดขึ้นกับข้ากันเหตุใดแม้นไม่รู้ว่าเป็นสิ่งใดแต่ใจข้ากลับโหยหาถึงเพียงนี้ ' ในใจเฟิ่งเซียนจึงขบคิดไปเรื่อยๆอย่างฉงนสนเท่ห์


' เป็นเจ้า ' จู่ๆเฟิ่งเซียนก็พูดออกไปเองราวกับกำลังเหม่อลอยด้วยน้ำเสียงที่เจือไว้ด้วยความยินดี นิ้วเรียวลูบไล้สิ่งที่สัมผัสได้บนพื้นเบาๆรู้สึกได้ถึงความนุ่มลื่นเย็นสบายแขนงหนึ่ง ดวงตาสีนิลกวาดมองเห็นเพียงเกล็ดสีขาวที่เปล่งแสงวูบไหวอยู่ภายใต้มือนางมีลักษณะคล้ายเกล็ดงูหากแต่ขนาดใหญ่กว่าอีกทั้งยามสะท้อนแสงเข้าสู่สายตานางนั้นทอประกายสีรุ้งดั่งไข่มุกยามต้องแสงอาทิตย์

 

เฟิ่งเซียนค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองตามเกล็ดสีขาวนวลไปทว่าเมื่อไกลออกไปไม่ถึงสามศอกนางกลับมองเห็นเพียงแค่ความมืดเท่านั้น

 

นายหญิง ไม่ช้าเราจะได้พบกันอย่างแน่นอน

 

เฮือก ! ร่างบางสะดุ้งตื่นกระเด้งตัวลุกขึ้นมือบางยกขึ้นวางทาบไปยังตำแหน่งเหนือหัวใจเล็กน้อย

' นี่เราฝันไปหรอกหรือ แต่ทำไมความรู้สึกจึงชัดเจนถึงเพียงนี้ความรู้สึกโหยหา คิดถึง และดีใจสับสนปนเปไปหมดแม้เป็นเพียงฝันตื่นหนึ่งแต่เหตุใดความรู้สึกเมื่อยามตื่นจึงไม่ได้จางหายลงไปเลย ' เฟิ่งเซียนพึมพำเบาๆอย่างไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้

 

ยามโฉ่ว (01.00-02.59)

               เฟิ่งเซียนยามนี้ไม่อาจข่มตาหลับลงต่อได้จึงเดินลงเขามาเพื่อหาพื้นที่ที่สามารถใช้ฝึกได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งใดรวมไปถึงยามนี้นางอยากลองฝึกทำอะไรบางอย่างเสียหน่อย


ตั้งแต่นางมาถึงขั้นจักรพรรดิ์ขั้นปลายนางก็สามารถเดินเข้าออกค่ายกลของอาจารย์ได้แล้วจึงไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาการกลับขึ้นไปยังเรือนสมุนไพร ทั้งยามนี้อาจารย์และศิษย์พี่ของนางได้เดินทางลงเขาไปช่วยกันรักษาชาวบ้านยากไร้เป็นเวลา 3 วันแล้วนางจึงไม่ต้องรีบกลับไปเพื่อจัดเตรียมอาหาร


ไม่นานนักเฟิ่งเซียนก็หาสถานที่ที่เหมาะสำหรับการฝึกครั้งนี้เจอด้วยเพราะนางอยากลองฝึกผสานพลังเหมือนที่เคยเห็นชินอ๋องทำ แม้อาจารย์ของนางจะคัดค้านเพราะมันอันตรายเกินไปทั้งไม่จำเป็นต้องผสานกันพลังที่ได้ก็รุนแรงมากแล้วนางจึงได้แอบเก็บความคิดเหล่านั้นออกมาฝึกเองเพียงผู้เดียว

 

อนิจจัง แท้จริงแล้วหมอเทวดาควรบอกเฟิ่งเซียนไปตามตรงว่าความยากและอันตรายนั้นยังไม่มีผู้ใดสามารถทำได้กระทั่งตัวหมอเทวดาเอง ทว่าหมอเทวดาก็หาได้รู้ไม่ว่าเฟิ่งเซียนได้ประสบพบเห็นมาแล้วกับตาตัวเอง

 

มือบางปลดปล่อยพลังปราณสายฟ้าลงไปยังพัดเมื่อพัดกลายเป็นสีดำแล้วจึงค่อยๆถ่ายเทปราณความมืดลงไปผสาน


ตูมม!!


พลังที่ไม่อาจประสานกันทำให้เกิดการระเบิดออกของปราณ ต้นไม้รอบข้างหักโค่นไปหลายต้นส่วนร่างบางผู้เป็นต้นเหตุนั้นได้รีบพลิกตัวหมุนหลบวิถีพลังไปแล้วหลายตลบ จากนั้นนางจึงค่อยๆลุกขึ้นกลับไปลองทำอีกรอบทว่าขณะที่กำลังจะทำอีกรอบนั้นกลับจับสัมผัสได้ถึงตัวตนบางอย่างเสียก่อน

 

ริมฝีปากเย้ายวนยกหยักขึ้นเล็กน้อยแล้วกล่าวขึ้นไม่ดังมาก " ออกมาเถิดเจ้าค่ะท่านอ๋อง " นางมักเจอการปรากฏตัวของเขาเช่นนี้บ่อยๆ จึงไม่ได้แปลกใจอันใดมากนัก


" เจ้าแข็งแกร่งขึ้นใช่หรือไม่ " อวิ้นหยางเอ่ยขึ้นด้วยสุรเสียงแฝงความประหลาดใจอยู่เต็มเปี่ยม


" หาได้เป็นเช่นนั้นไม่เจ้าค่ะ เป็นเพราะท่านตั้งใจให้ข้ารับรู้ได้เสียมากกว่า " ร่างสูงพลันเดินออกมาจากความมืดช้าๆ ด้วยใบหน้าที่ไร้ซึ่งการปกปิดด้วยหน้ากากเช่นยามปกติ กอปรพระจันทร์คืนนี้ส่องสว่างจนเห็นสิ่งรอบข้างได้อย่างชัดเจนการมองเห็นจึงไม่มีอุปสรรคใดๆกับผู้ฝึกยุทธ


" เจ้าบอกจะเรียกเปิ่นหวางว่าพี่ชายใช่หรือไม่ผ่านมาครึ่งปีแล้วเหตุไฉนเจ้าจึงไม่เรียกเปิ่นหวางเช่นนั้นอีก " ใบหน้างามของหญิงสาวพลันแข็งค้างเล็กน้อยเมื่อนางได้ลืมคำเรียกขานเหล่านั้นไปเสียสนิทก่อนร่างบางจะก้าวถอยหลังเล็กน้อยเมื่อร่างสูงพุ่งเข้ามาประชิดอย่างไม่ทันให้นางได้ตั้งตัว

 

เฟิ่งเซียนเงยหน้าขึ้นมองไปยังร่างที่สูงกว่าตรงหน้าพลันนิ่งอึ้งอึกอักไปชั่วขณะ ใบหน้าหล่อเหลาเนียนละเอียด คิ้วกระบี่คมหนารับกับดวงตาคู่คมสีรัตติกาลทอประกายเจือแววเจ้าเล่ห์เล็กน้อยที่นางเคยเห็นผ่านหน้ากากอยู่บ่อยครั้งกอปรกับผมยาวที่เกล้าเพียงครึ่งปลิดปลิวตามแรงลมแผ่วเบาขับให้รู้สึกราวกับเทพเซียนในตำนานที่นางได้ยินเพียงคำเล่าขาน

 

ริมฝีปากบางสีแดงระเรื่อและรูปหน้าคมสันเรียวงามทำให้องค์รวมดูสมบูรณ์แบบยิ่งนักเมื่อรวมกับกลิ่นอายทรงพลังบางอย่างที่แผ่ออกมาแล้วนั้นจึงขับให้ใบหน้าของบุรุษสูงศักดิ์ผู้นี้ค่อนไปทางหล่อเหลาคมคายมากกว่างดงามราวอิสตรี

 

กระทั่งเกิดความคิดขึ้นวูบหนึ่งว่าถ้าหากบุรุษตรงหน้าได้ตัดผมสั้นดังเช่นบุรุษในโลกเก่าก่อนของนางไม่แน่ว่าใบหน้านี้อาจจะทวีความหล่อเหลามากขึ้นหาได้ลดทอนเสน่ห์อันล้นหลามเหล่านี้ได้ไม่

 

กระนั้นก่อนหน้านี้เฟิ่งเซียนก็เคยนึกถึงใบหน้าภายใต้หน้ากากไปต่างๆนาๆว่าอาจจะมีแผลเป็นหรืออัปลักษณ์รวมไปถึงสวยงามเกินอิสตรีจนไม่อยากเปิดเผยใบหน้าแต่ทว่านางกลับคาดการณ์ผิดไปเสียหมด ..เหตุผลที่บุรุษสูงศักดิ์ผู้นี้ปิดบังไว้คงหนีไม่พ้นการหลบบรรดาอิสตรีและความยุ่งวุ่นวายทั้งหลายเป็นแน่แท้เพราะใบหน้าของชินอ๋องนั้นนับได้ว่าหล่อเหลากว่าศิษย์พี่ของนางที่นางเคยเอ่ยชมในใจไปถึงสามส่วน


" แฮ่ม เหตุใดพี่ชายเช่นท่านจึงได้โผล่มาแถวนี้ในยามวิกาลเจ้าคะ " เฟิ่งเซียนสลัดความคิดเรื่อยเปื่อยออกไปจากหัวพลางดึงสติให้กลับมาสงบนิ่งดังเดิมก่อนจะเอ่ยขึ้น


" เป็นเปิ่นหวางที่มาเดินเล่นไกลไปเสียหน่อย " อวิ้นหยางทอดมองไปยังนางด้วยสายตาเจือแววขบขันเล็กน้อย


            วันนี้พระองค์เลือกที่จะไม่สวมหน้ากากมาเนื่องด้วยพระองค์อยากจะเปิดเผยพระพักตร์นี้ให้แก่สตรีตรงหน้าได้เห็นทั้งนางยังเป็นสตรีคนที่สองที่เห็นพระพักตร์ของพระองค์ขณะที่สตรีคนแรกที่ได้เห็นคือพระมารดาของเขาหรือองค์ไทเฮานั่นเอง ทว่าอีกเหตุผลหนึ่งเป็นเพราะพระองค์รู้สึกว่าหน้ากากเกะกะสายพระเนตรของพระองค์ทุกครั้งที่เหม่อมองไปยังดวงหน้านวลของเฟิ่งเซียน


" เจ้าเป็นผู้ใช้ธาตุแห่งความมืดเช่นนั้นหรือ " อวิ้นหยางเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงติดคาดคั้นเล็กน้อย


 ให้ตายสิ นางสู้อุตส่าห์ปิดบังทุกคนได้มาตั้งนาน ( ยกเว้นอาจารย์ ) ต้องมาความแตกเพราะบุรุษผู้นี้ทุกคราไปสินะ


" เอ่อ เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ " เสียงใดตอบออกไปอย่างยอมจำนน

" แล้วเหตุใดเจ้าจึงปิดบังทุกคนไว้ "


" เป็นเพราะข้าเปิดเผยธาตุสายฟ้าไปแล้วทั้งยามนี้ตัวข้าเป็นถึงผู้ฝึกโอสถธาตุแสงหากเปิดเผยทั้งหมดไปอาจเป็นภัยแก่ตัวข้าและครอบครัวได้เจ้าค่ะ "

 

ร่างสูงพลันชะงักงันไปเล็กน้อย ' ข้ารู้เพียงนางครอบครองธาตุพิเศษคือธาตุสายฟ้าและรู้แค่ว่านางเป็นศิษย์ของหมอเทวดาเท่านั้น หากแต่ยุทธภพล่วงรู้เข้าว่านางครอบครองธาตุพิเศษถึงสามธาตุหาไม่แล้วคงไม่แคล้วก่อภยันตรายแก่นางดังที่นางได้คาดการณ์ไว้... ไม่ได้การแล้วข้าจำต้องฝึกฝนให้แข็งแกร่งกว่านี้เพื่อเป็นกำลังหนุนหลังให้แก่นางในภายหน้า ' อวิ้นหยางนึกคิดเงียบๆในใจก่อนสายตาคมจะสังเกตเห็นบางสิ่ง


" กระพรวนนั่นใช่หรือไม่ที่ปิดบังการตรวจหาพลังธาตุของเจ้า "

" เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ " อวิ้นหยางพยักหน้ารับรู้เล็กน้อยแล้วจึงเอ่ยขึ้น


" อืม ให้ข้าเป็นผู้สอนเจ้าผสานปราณความมืดเข้ากับปราณสายฟ้าดีหรือไม่ "

" ดียิ่งเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าน้อยขอรบกวนท่านแล้ว " เฟิ่งเซียนกล่าวเสียงสดใสกว่าเดิมจากนั้นทั้งสองจึงพากันเริ่มดำเนินการฝึก


_____________________________________________________________________

ฝากๆๆ

ปกนิยายไรท์ออกแล้วนะคะ

- คาดว่ารูปเล่มน่าจะอีกไม่นาน ฝากติดตามด้วยน้าา 

- กิจกรรมดีๆมีให้เล่นแน่นอน 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 164 ครั้ง

2,205 ความคิดเห็น

  1. #2070 เรฟามีร์ (@bestwills) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 23:26
    รอนะคะ.
    #2070
    0
  2. #2068 kajeewan26 (@kajeewan26) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 21:02
    รอค่าาาาา
    #2068
    0
  3. #1589 เดะดอย (@9762) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 16:00
    ชะนีใหม่มาอีกนาง ท่านอ๋องมีเด็กในสังกัดด้วย
    #1589
    0
  4. #1588 104139116 (@104139116) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 14:49
    ลงเรือท่านอ๋องลำใหญ่มาก ถ้าเรือล่มจะด่าไรท์ รีบมาต่อนะมันค้างงงงงงง
    #1588
    0
  5. #244 Dianneii (@ddueandy) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 04:05
    พี่หยางข้าอยุ่ฝั่งท่านเสมอ,
    #244
    0
  6. #243 apollean (@apollean) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 02:53
    พี่หยางมาแล้ววว
    #243
    0