ตอนที่ 32 : บทที่ 21 หย่งเหลียน (รีไรท์) (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 160 ครั้ง
    24 ม.ค. 62





ฮัดชิ้วว!

" อากาศก็ไม่ได้เย็นมาก ท่านไม่สบายหรือ " เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินเสียงจามของผู้เป็นนายหญิง


" ไม่ๆ ข้าสบายดี " เฟิ่งเซียนสูดหายใจเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงอู้อี้


นับตั้งแต่วันที่ทำพันธะสัญญาก็ผ่านมาแล้วราวๆ 1 อาทิตย์อาจารย์และศิษย์พี่ของเฟิ่งเซียนยังคงวุ่นวายอยู่ภายในสำนักอสรพิษ ส่วนตัวของเฟิ่งเซียนนั้นสามารถตั้งสติและทำความเข้าใจได้มากขึ้นทั้งนางยังมักจะถอดจิตเข้าไปอยู่ในมิติบ่อยครั้งจนกลายเป็นสนิทสนมกับสัตว์อสูรผู้สูงศักดิ์ได้อย่างง่ายดาย

 

และนางยังได้รับรู้อีกว่าสัตว์อสูรเช่นเสวี่ยหลงนั้นเรื่องมากเสียยิ่งกว่าผู้ใดทั้งอาหารการกินที่แท้จริงแล้วไม่จำเป็นต้องกินก็ได้แต่เสวี่ยหลงกลับชอบกินอาหารดังเช่นมนุษย์ทั่วไปนางจึงต้องจัดสำรับเผื่อแล้วนำเข้ามาให้ในมิติเสมอ


" ยามนี้ข้าคงต้องออกจากมิติไปก่อนหากมีอันใดเจ้าก็ส่งกระแสจิตเข้ามาในความคิดข้า รู้หรือไม่ " เสียงใสเอื้อนเอ่ยอย่างเนิบนาบทว่าแฝงไว้ด้วยคำสั่งอยู่หลายส่วน

" ขอรับนายหญิง "

 

ยามซื่อ (09.00-10.59)


ท้องฟ้าสดใสกอปรกับหมู่เมฆสีขาวบริสุทธิ์ประปรายทั่วท้องฟ้านั้นให้ความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายครั้นได้เหม่อมองขึ้นไป


               เฟิ่งเซียนยามนี้ไม่ได้ฝึกขั้นพลังอันใดต่อทว่านางกลับมีความรู้สึกเหงาเจืออาลัยถึงบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาลึกๆครั้นหวนนึกถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่ชิดใกล้กับท่านอ๋องผู้นั้นในยามฝึกฝนและท่วงท่าองอาจของร่างสูงที่มักปรากฏให้นางเห็นเสมอเมื่อยามลงจากหุบเขา ความรู้สึกที่เสมือนว่านางขาดบางสิ่งบางอย่างไปทำให้นางอดรู้สึกหงุดหงิดใจไม่ได้

 

หากความรู้สึกนี้คือจุดเริ่มต้นของความรัก ฉะนั้นแล้วคำว่า กลัว จึงเป็นเพียงคำเดียวที่ผุดขึ้นมาภายในจิตใจเฟิ่งเซียนตอนนี้


               ร่างบางพลันถอดถอนลมหายใจออกมาเบาๆด้วยความหนักใจ


ผ่านมาแล้วเกือบ 2 ปีที่นางได้ข้ามมิติมา ขณะที่ตัวนางไม่ได้หลงเหลือความรู้สึกรักให้แก่ฌอห์ณแล้วแม้แต่น้อยหากแต่หัวใจนางนั้นยังคงรู้สึกเห็นแก่ตัวยิ่งนักเนื่องจากนางยังไม่อาจปล่อยวางความเจ็บปวดฝังใจและความเคียดแค้นในอดีตลงได้จึงพาลทำให้ในตอนนี้นางไม่อาจวางใจหรือฝากใจให้แก่ผู้ใดได้


เมื่อเหม่อมองไปยังฟ้าไกลทำให้เฟิ่งเซียนหลุดความคิดไปถึงอดีตเสมอ ใบหน้างามยู่ปากน้อยๆอย่างขัดใจพลางส่ายหัวเบาๆด้วยเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่นางจะมาคิดถึงผู้ที่ไม่มีทางได้พบเจออีก


เอาเถอะ ยามนี้นางควรหาอะไรทำเพื่อไม่ให้นางได้คิดฟุ้งซ่านอีกรวมถึงนางยังมีภาระหน้าที่ที่จะต้องเตรียมตัวเพื่อลงแข่งขันการประลองในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า


" เช่นนั้นก็ไปหาที่ฝึกสงบๆบนภูเขาฝั่งที่ไม่เคยไปสักที่ก็แล้วกัน " เฟิ่งเซียนบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆแล้วจึงพุ่งทะยานตัวออกไปทันที


หญิงสาวอาจจะยังคงไม่ได้เปิดใจทว่านางจะรู้ตัวหรือไม่ว่าความสำคัญและการคงอยู่ของคนผู้นี้กลับกลายเป็นความเคยชินโดยไม่รู้ตัว

 

ร่างหญิงสาวสะคราญโฉมทะยานข้ามต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่าด้วยความคล่องแคล่วรวดเร็ว อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวไปตามแรงลมอย่างสม่ำเสมอแลดูงดงามพริ้วไหวราวกับผีเสื้อกำลังกางปีกโผบิน


เฟิ่งเซียนไม่เคยสำรวจดินแดนเฟิงฟู่เขตสัตว์อสูรแห่งนี้เลยสักครั้งเพราะส่วนมากนางจำเป็นต้องอยู่ภายใต้เส้นทางบนหุบเขาไร้รักที่ใช้วิ่งและฝึกเป็นประจำดังที่อาจารย์เคยสั่งไว้ทว่าวันนี้ความสามารถของนางได้ก้าวล้ำขึ้นมามากจึงอยากลองมายังสถานที่ที่สัตว์อสูรอาศัยอยู่บ้าง

 

สายตาคมโตสอดส่องหาสถานที่จะฝึกฝนกระบวนท่าต่างๆ แต่แท้จริงภายในใจนางกลับมองหาสถานที่ที่จะสามารถผ่อนคลายความคิดของตัวเองเสียมากกว่า  

 

เขตแดนสัตว์อสูรเข้ามาไม่ไกลมากนัก


พรึบ! 

ปลายเท้าของร่างบางกระโดดลงจากกิ่งไม้พลางแตะลงบนพื้นเบาๆเมื่อมองเห็นน้ำตกเยื้องอยู่ไปไม่ไกลมากนักแต่บรรยากาศรอบข้างที่เงียบเชียบจนผิดปกติทำให้ร่างบางต้องหยุดยืนสังเกตมองไปรอบๆก่อนเมื่อเห็นว่าไม่ได้มีสิ่งใดผิดแปลกจึงก้าวเดินต่อไปยังทิศทางของน้ำตก

 

เฟิ่งเซียนหยุดยืนมองธารน้ำใสที่มีสายน้ำตกกระทบลงมาด้านล่างอย่างเหม่อลอยนางหลับตาลงช้าๆพลางยืนนิ่งสูดหายใจลึกจนเต็มปอดก่อนจะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อรอรับไอเย็นและละอองน้ำจากสายลมที่พัดพามาอย่างผ่อนคลาย

 

นานมากแล้วที่นางไม่ได้ปล่อยอารมณ์ให้ปลิดปลิวไปกับธรรมชาติเช่นนี้..ไม่ว่าจะเป็นชาตินี้หรือชาติก่อนทว่านางยังไม่ทันได้ยืนซึมซับธรรมชาติให้ได้นานมากกว่านี้ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัว


' นายหญิงภายหลังม่านน้ำตกตรงกลางมีถ้ำอยู่ข้าสัมผัสได้ถึงบางอย่างอยู่ภายใน ' เป็นเสียงของเสวี่ยหลงที่ดังขึ้นในหัวของเฟิ่งเซียนทั้งน้ำเสียงของเขายังเจือแวววิตกกังวลเล็กน้อยจนนางจับสังเกตได้


' สิ่งใดอยู่ในนั้นเหตุใดเจ้าจึงมีน้ำเสียงเช่นนี้ '


' ข้าคิดว่าเป็นสัตว์อสูรขั้นสูง  '


' อืม เข้าใจแล้วข้าจะลองเข้าไปสำรวจดู ' เฟิ่งเซียนตอบกลับก่อนจะดีดตัวเข้าไปอย่างเงียบเชียบแฝงไว้ด้วยความระมัดระวังทุกย่างก้าว


' นั่นตรงนั้น ข้าสัมผัสได้ว่ามีสัตว์อสูรขั้นสูงกำลังบาดเจ็บท่านระวังตัวด้วย ' เสวี่ยหลงที่มีประสาทสัมผัสสูงส่งกว่าเฟิ่งเซียนพลันเอ่ยขึ้นเมื่อมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายใน


' อืม ' เฟิ่งเซียนรับคำสั้นๆ จากนั้นจึงยืนรวบรวมสมาธิให้ได้มากที่สุดพร้อมทั้งประเมินสถานการณ์ไปพลางๆเผื่อว่าเกิดเหตุร้ายนางจะได้ป้องกันตัวทัน


" สัตว์อสูรขั้นสูงที่กำลังบาดเจ็บเลือกมาอยู่ภายในถ้ำน้ำตกด้านหน้าใกล้กับเขตแดนสัตว์อสูรเช่นนี้คงเพราะป้องกันการถูกโจมตีซ้ำ " เฟิ่งเซียนพึมพำออกมาด้วยความมั่นใจเกิน 5 ส่วนเนื่องจากตัวนางนั้นได้เข้ามายังเขตสัตว์อสูรก็จริงแต่น้ำตกแห่งนี้ไม่ได้อยู่ลึกอันใดมากนักทั้งระหว่างทางที่เข้ามากระทั่งสัตว์อสูรขั้นต่ำสักตัวนางยังไม่พบเจอ

 

มิน่าเล่านางถึงได้รู้สึกว่าที่นี่เงียบสงบจนเกินไปคงเพราะเหล่าสัตว์อสูรต่างรับรู้ได้ว่ามีสัตว์อสูรขั้นสูงอยู่ภายในที่แห่งนี้จึงไม่มีสัตว์อสูรขั้นต่ำถึงขั้นกลางตัวไหนกล้าเข้ามาอยู่แถวนี้

 

             เฟิ่งเซียนเรียกบอลธาตุแสงลูกเล็กๆออกมาก่อนจะบังคับให้ลอยวนอยู่บนมือจากนั้นจึงยืนมือไปข้างหน้าเพื่อส่องแสงเข้าไปในถ้ำพลางขยับขาก้าวเดินช้าๆ  กระทั่งลึกเข้าไปจนสุดทางถ้ำตรงหน้าของนางพลันปรากฏร่างอสรพิษรัตติกาลตัวใหญ่ขดนอนอยู่ไม่ไกล

 

ฟู่ ฟู่  เสียงขู่กรรโชกดังขึ้นตั้งแต่ตอนที่เฟิ่งเซียนเรียกลูกบอลธาตุแสงออกมา


" เจ้ามนุษย์โสโครก บังอาจบุกรุกเข้ามาอยากตายมากใช่หรือไม่ " อสรพิษทมิฬเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกดต่ำ


อสรพิษรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากจึงขู่กรรโชกไม่หยุดเพราะตัวเขาบาดเจ็บอยู่จึงเพิ่งมารู้ว่ามีมนุษย์ผู้หนึ่งบุกรุกเข้ามาทั้งยังเข้าใกล้ตัวเขามากแล้ว หากจะให้มันพุ่งเข้าไปต่อกรด้วยแล้วยามนี้แม้นมนุษย์ผู้นั้นมีพลังเพียงขั้นปฐพีก็คงจะสามารถเอาชนะเขาได้โดยง่าย

 

" หึ ข้าหาใช่มนุษย์โสโครกดังที่เจ้ากล่าวไม่ " เฟิ่งเซียนจ้องมองไปยังสัตว์อสูรตรงหน้าอย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัว


" เจ้า เหตุใดจึงฟังและพูดภาษาสัตว์อสูรเช่นข้าได้ "


" เฮ้อ ก็แค่งูใกล้ตายเหตุใดเจ้าจึงให้ข้าเข้ามาด้วยเล่าเสวี่ยหลง " อสรพิษทมิฬที่เห็นมนุษย์หญิงเมินตนก็อดรู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมาไม่ได้

 

อสูรขั้นสูงฉายาอสรพิษทมิฬผู้ไร้ปราณีเช่นเขาหากยามนี้ไม่ได้บาดเจ็บมนุษย์หญิงผู้นี้คงได้ตายตกไปตั้งแต่ยามก้าวเหยียบพื้นถ้ำแห่งนี้แล้วแต่อนิจจังยามนี้เขาหาได้แข็งแกร่งดังเช่นยามปกติไม่กระทั่งพลังจะแปลงกายเป็นร่างมนุษย์ยังไม่สามารถทำได้จึงจำต้องกดข่มอารมณ์ขุ่นเคืองนั้นไว้ให้ลึกสุดใจ 

 

ผ่านไปสักพักพลันปรากฏร่างสูงกำยำของบุรุษผู้หนึ่งโผล่ออกมายืนเคียงข้างกายของหญิงสาวพาลทำให้อสรพิษทมิฬผงะไปเล็กน้อย


' แรงกดดันเช่นนี้  ใช่สัตว์อสูรในตำนานหรือไม่ ' นัยน์ตาสีทองของอสรพิษทมิฬเบิกกว้างขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่


' หากแต่นอกจากท่านผู้นั้นแล้วไม่อาจมีผู้ใดสามารถควบคุมสัตว์อสูรตนนี้ไว้ได้ ในใจอสรพิษบังเกิดความคิดสับสนระคนสงสัยขึ้นมาแทนที่ความขุ่นเคืองจนสิ้น



__________________________________________________________________________________

ท้ายนี้เหมือนเดิมค่ะ
- รูปเล่มออกปลายเดือนนี้แล้วนะคะ มีกิจกรรมแจกรางวัลให้ได้เล่นสนุกกันอย่างแน่นอน ส่วน E-Book นิยายของไรท์ก็มีเช่นกันน้า (ออกประมาณปลายเดือนนี้เหมือนกันค่ะ) 
- ฝากน้องเฟิ่งไว้ในใจด้วยนะคะ จับจองซื้อน้องไปอยู่ด้วยนะคะ สงสารน้อง <3
- ขอบคุณค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 160 ครั้ง

2,205 ความคิดเห็น

  1. #2087 เรฟามีร์ (@bestwills) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 23:11
    รอนะคะ.
    #2087
    1
    • #2087-1 Bai hui mei (@Sirirat2910) (จากตอนที่ 32)
      24 มกราคม 2562 / 13:44

      อัพตอนใหม่แล้วนะคะ
      #2087-1
  2. #2086 passionfas11 (@passionfas11) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 19:28

    รอๆๆๆค่ะ รีบมาต่อนะ อย่าปล่อยให้รีดค้างอีกเลยนะไรท์
    #2086
    0
  3. #1644 Nanase33 (@HikariJung8893) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 01:20
    รออ่านนะคะ สนุกๆ
    #1644
    0
  4. #1642 104139116 (@104139116) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 23:33

    คอยตอนต่อไปนะไรท์
    #1642
    0
  5. #495 Pandanus23233 (@Pandanus23233) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 20:05
    รอจ้าาาาา ท่านอ๋องเท่านั้นที่อยู่ในใจ
    #495
    0
  6. วันที่ 10 เมษายน 2561 / 20:03
    สู้ๆค่ะรออยู่เสมอนะคะ
    #494
    0