ตอนที่ 7 : บทที่ 6 จะจัดการเรื่องราวที่ยังคงค้างคาใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40523
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1985 ครั้ง
    13 ม.ค. 62






ก่อนหน้านั้น


ทางฝั่งรองแม่ทัพอวี้หานลู่ผู้ซึ่งเป็นบุตรชายคนโตของแม่ทัพอวี้หยางสือพี่ชายของเฟิ่งเซียน


          รองแม่ทัพได้รับมอบหมายให้ไปจัดการปราบโจรภูเขาอยู่แถบชายแดนในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น กว่าที่เขาจะทราบข่าวคราวจากปักษาหรือสัตว์อสูรส่งข่าวสารก็ล่วงเลยไปแล้วกว่า 1 อาทิตย์ให้หลังจากเกิดเหตุการณ์ แม้ว่ารองแม่ทัพจะร้อนใจอยากกลับไปยังจวนแม่ทัพทันทีที่ได้ทราบข่าวแต่ก็ไม่อาจทอดทิ้งกองทัพทั้งหมดได้ กระทั่งการปราบโจรภูเขาที่ยืดเยื้อกว่าจะจบลงก็ล่วงเลยเวลามาแล้วกว่า 2 อาทิตย์ให้หลัง


              ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาจนกระทั่งปราบโจรภูเขาสำเร็จรองแม่ทัพได้เคี่ยวกรำความรู้ทั้งหมดในการวางแผนเพื่อรับและบุกรังโจรจนแทบจะไม่ได้พัก ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยหนวดเครารกครึ้มยามนี้กำลังฉายแววอ่อนล้าอย่างปิดไม่มิด


               แม้ตัวเขาจะเหนื่อยสายใจแทบขาดแต่เขากลับตัดสินใจที่จะล่วงหน้ากลับเมืองหลวงทันทีที่ได้รับข่าวใหม่ว่าน้องสาวของเขายังคงไม่ฟื้นคืนสติ ทั้งยังได้ฝากฝังให้คนสนิทนำขบวนทัพกลับ แต่กระนั้นก่อนที่เขาจะมุ่งหน้ากลับไปยังจวนแม่ทัพเขาจำเป็นที่จะต้องเข้าวังเพื่อรายงานเรื่องปราบโจรภูเขาให้แก่ฮ่องเต้ได้รับทราบก่อน คาดว่าหากเขาเร่งการเดินทางโดยไม่หยุดพักน่าจะถึงเมืองหลวงภายใน 4 วัน



               หลังจากที่รองแม่ทัพจัดการเรื่องรายงานการปราบโจรภูเขาในวังหลวงเรียบร้อยแล้วจึงรีบกลับจวนแม่ทัพอย่างไม่คิดรีรอ แต่ทว่าแม้เขาจะรีบเร่งกลับมาถึงเพียงไหนน้องสาวของเขาก็ยังคงหลับไหลอยู่เหมือนเคย


เมื่อรองแม่ทัพได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดจากบิดา ความโกรธแค้นก็พลันปะทุขึ้นภายในจิตใจของเขาจนแทบหลอมละลายทุกสิ่งอย่างได้ เขาคิดจะบุกไปถล่มวังองค์ชาย 4 และจวนเสนาบดีฟางให้สิ้นชื่อแต่กลับถูกบิดาห้ามปรามไว้เนื่องด้วยยังไม่ถึงเวลา ทำให้ลานฝึกทหารกลายเป็นที่รองรับการบันดาลโทสะของรองแม่ทัพในบัดดล 



.

.

จวนแม่ทัพ

เวลาล่วงเลยเข้ายามเฉิน ( 07.00 - 08.59 ) ของวันที่ 3



       เสี่ยวอิงเตรียมอ่างน้ำใบเล็กพร้อมผ้าขาวบางเดินเข้ามาในเรือนเฟิ่งเซียนฮวาเพื่อมาเช็ดตัวคุณหนูของตนดังเช่นทุกครั้ง เพียงแต่เมื่อเข้ามาร่างบางที่ควรนอนหลับไหลอยู่บนเตียงดังเช่นทุกวันกลับกำลังยืนถือคันฉ่องอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่ไม่ไกลไปจากเตียงนอน 


          เสี่ยวอิงยืนนิ่งมองภาพตรงหน้าอย่างโง่งมไปชั่วขณะก่อนจะตะโกนเรียกแม่นมจิ้นอันให้เข้ามาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ จากนั้นนางจึงรีบวางอ่างน้ำแล้วปรี่เข้าไปประคองคุณหนูของอย่างไม่ต้องคิดคร่ำครวญใดๆ


          แม่นมจิ้นอันที่ได้ยินเสียงของเสี่ยวอิงตะโกนเรียกก็ใคร่สงสัยว่าเกิดสิ่งใดขึ้นทว่าเมื่อเดินเข้ามาแล้วเห็นว่าคุณหนูของนางฟื้นคืนสตินัยน์ตาฝ้าฟางของหญิงชราพลันฉายแววปิติยินดีแทนแววตาใคร่สงสัยในตอนแรกจนมิด


แม่นมจิ้นอันปราดเข้ามาจับเนื้อตัวคุณหนูของนางอย่างเบามือพลางร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุดตัวแม้ว่าแม่นมนั้นดีใจเป็นอย่างยิ่งแต่ก็ยังคงไม่ลืมว่าต้องรีบไปรายงานผู้เป็นนายทั้งสาม แม่นมจิ้นอันรีบเช็ดน้ำตาแล้วเข้าไปประคองคุณหนูของนางต่อจากเสี่ยวอิงก่อนจะบอกให้เสี่ยวอิงรีบวิ่งไปรายงานท่านแม่ทัพ รองแม่ทัพและฮูหยินทันทีทันใด

.

.

ก่อนหน้านั้น



               เหมยในขณะนี้สามารถหลอมรวมวิญญาณเข้ากับร่างของอวี้เฟิ่งเซียนในต่างมิติได้แล้วโดยไม่มีสิ่งใดผิดพลาดและเธอเริ่มรู้สึกตัวตั้งแต่ยามเหม่า ( 05.00-06.59 )


คอแห้ง   เป็นความรู้สึกแรกที่เธอสามารถรับรู้ได้ และเมื่อเธอเริ่มขยับตัวเล็กน้อยความรู้สึกที่ตามมาคือความเมื่อยขบราวกับร่างกายของเธอกำลังถูกตรึงอยู่บนเตียงแข็งๆเป็นเวลานานมาก 


ดวงตากลมโตดอกท้อทว่ามีปลายหางเชิดดั่งดวงตาหงส์ค่อยๆลืมขึ้นพลางกระพริบเบาๆเพื่อปรับสายตา เพดานไม้สีน้ำตาลขัดเงาเป็นสิ่งแรกที่เธอเห็นและได้รับรู้โดยพลันว่าสถานที่ตรงนี้คือมิติที่ต่างไปจากโลกใบเดิมของเธอ

 

เมื่อกวาดสายตาสำรวจไปรอบๆ ทุกอย่างถูกประดับตกแต่งเหมือนดังในความทรงจำที่เธอได้รับมาทั้งหมด ข้าวของเครื่องใช้ล้วนแล้วแต่เป็นของโบราณหายากมีลวดลายงดงามประณีตชดช้อยอย่างที่หาดูได้ยากและราคาแพงมากในโลกใบเดิมของเธอ


 กระทั่งมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่าบัดนี้เธอได้ข้ามมิติมาแล้วจริงๆทั้งยังเป็นมิติที่เต็มไปด้วยผู้มีพลังและสัตว์อสูรแม้จะกังวลใจในเรื่องนี้ แต่เมื่อคิดขึ้นได้ว่ายังมีพรโชคดีจากคุณตาถึงยังไงก็คงไม่มีอะไรที่โชคร้ายไปกว่าชาติก่อนได้


 ใบหน้าสวยหวานพยักขึ้นลงตอบรับความคิดของตัวเองเบาๆก่อนจะฉุกคิดขึ้นได้ว่าเธอยังไม่ได้สำรวจหน้าตาของร่างนี้ว่าเป็นอย่างไรถึงจะเคยเห็นก่อนมามิตินี้แต่เธอก็ไม่ได้ตั้งใจมองอย่างละเอียดเท่าไหร่นัก 

ยังดีหน่อยเมื่อตอนเธอตื่นไม่ได้มีใครอยู่ในห้องนี้ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่มีเวลาได้ปรับตัวแน่ๆ แต่ก็แย่หน่อยตรงที่เธอในตอนนี้แทบจะไม่มีเรี่ยวแรงขยับตัว


 ร่างบางสูดหายใจเข้าลึกเต็มปอดก่อนจะค่อยๆออกแรงทั้งหมดที่มีขยับตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆ สายตาพลางสอดส่องหากระจกหรือคันฉ่องในมิตินี้ เมื่อเจอจุดหมายที่เป็นโต๊ะสูงคล้ายโต๊ะเครื่องแป้งแล้วเท้าเล็กก็ค่อยๆขยับยันร่างกายให้หันไปทางขอบเตียงจากนั้นจึงหยุดหอบหายใจอย่างหนักหน่วงแล้วจึงค่อยๆหย่อนเท้าลงไปสัมผัสพื้น  


ความเย็นเยียบของพื้นทำให้เหมยสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะดึงสติให้โฟกัสไปที่คันฉ่อง มือบอบบางยันข้างตัวเพื่อเป็นแรงส่งให้เธอสามารถยืนขึ้นได้อย่างมั่นคง เมื่อคิดว่าพอไหวแล้วเธอจึงสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่แล้วพยายามเดินไปในทิศที่มีสิ่งของให้เกาะแต่ก่อนนั้นเธอก็ไม่ลืมที่จะหาน้ำดื่ม

.

.

ราวกับหญิงสาวเพิ่งผ่านพ้นการวิ่งมาราธอนมากว่า 5 กิโลเมตรแต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นกลับเป็นเพียงก้าวเล็กๆเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น เหงื่อบางๆผุดพรายเต็มใบหน้างามบ่งบอกถึงความอ่อนระโหยโรยแรงที่แทบจะจับลมได้ทุกเมื่อของเธอ แม้ตัวเธอจะเคยฝึกหนักแต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่เหน็ดเหนื่อยจนรู้สึกว่าจะเป็นลมได้ทุกเมื่อเหมือนในตอนนี้เลย


 หลังจากหยุดพักจนสามารถปรับลมหายใจให้คงที่ได้แล้วมือบอบบางที่สั่นน้อยๆก็เอื้อมออกไปคว้าคันฉ่องที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าขึ้นมา 

ฉับพลันเมื่อเห็นเงาที่สะท้อนกลับมาดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง นัยน์ตาสีนิลทอประกายล้ำลึกยิ่งขึ้นยามเธอยกคันฉ่องขึ้นมาเพ่งมองจนแทบจะชิดติดใบหน้า


" เหมือน เหมือนมาก " น้ำเสียงติดเพ้อของเหมยพึมพำออกมาเบาๆจนแทบจะไม่ได้ยิน


            เธอค่อยๆเพ่งพินิจใบหน้านี้อย่างใจเย็นแม้ว่าภาพที่เห็นจะหมองมัวเล็กน้อยเนื่อง

จากเป็นคันฉ่องที่ทำมาจากทองเหลืองขัดเงาในยุคสมัยที่ค่อนข้างโบราณแต่ก็ยังคงเห็นใบหน้าที่ชัดเจนอยู่ในระดับหนึ่ง 



( อิมเมจคันฉ่อง สมมติว่าขัดเงาแล้ว)


          ภาพที่สะท้อนออกมาจากคันฉ่องเป็นเด็กสาววัยแรกแย้มอายุประมาณ 14-15 ปี มีหน้าตาเหมือนเธอในวัยเด็กอย่างกับเป็นคนคนเดียวกัน ต่างเพียงแค่มีผิวพรรณขาวอมชมพูนวลเนียนละเอียดละออซึ่งร่างเดิมของเธอแม้ว่าจะขาวอมชมพูแต่ก็ไม่ได้เนียนละเอียดขนาดนี้    

          

          ใบหน้าเรียวเล็กได้รูปมีคิ้วหนาที่โก่งสวยไม่รกรุงรัง อีกทั้งดวงตาที่ว่าคมแล้วกลับดูคมยิ่งกว่าเดิมและดูโตขึ้นกว่าเดิมอีกเล็กน้อย นัยน์ตาสีดำสนิทเมื่อมองเข้าไปราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างทำให้ไม่อาจทอดถอนสายตาออกมาได้ประกอบกับริมฝีปากบางได้รูปที่ดูอวบอิ่มฉ่ำวาวสีแดงระเรื่อเหมือนผลอิงเถานั้นยิ่งขับให้ใบหน้านี้จากที่ดูคมเฉี่ยวดุดันกลายเป็นแฝงไปด้วยความอ่อนหวานน่าทะนุถนอมไปในเวลาเดียวกัน

 

แม้ว่ายามนี้จะผอมซูบไปบ้างแต่กลับไม่สามารถลดทอนใบหน้างามให้หมองหม่นได้เลยแม้แต่น้อยและถึงจะเหมือนเธอในอีกมิติแต่กลับดูสมบูรณ์แบบมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว 


เฮ้อ นี่ใช่เด็กสาวอายุ 14-15 จริงเหรอ ทำไมถึงได้สวยสดงดงามแบบนี้ เธอไม่อยากนึกเลยว่าถ้าอีกปีสองปีผ่านไป ใบหน้านี้จะงดงามสะคราญโฉมขนาดไหน 


รู้สึกได้ถึงเค้าความวุ่นวายในอนาคตแล้วสิ


          หลังเพ่งพินิจพิจารณาจนพอใจแล้ว ร่างบางก็ยังคงคิดได้ว่าตอนนี้เธอได้มาอยู่ในมิตินี้แล้วคงต้องปรับการพูดรวมไปถึงละทิ้งชื่อเหมยไว้ในความทรงจำแทน 

               และจากนี้ไปเธอคืออวี้เฟิงเซียนบุตรีเพียงหนึ่งเดียวแห่งจวนแม่ทัพ มีบิดามารดาพี่ชายที่รักและใส่ใจเธอเป็นที่สุด

 

' อวี้เฟิ่งเซียนคนก่อน ขอบคุณเจ้ามากที่ดูแลร่างนี้ให้แก่ข้าเป็นอย่างดีหลังจากนี้ไป ข้าจะจัดการเรื่องราวที่เจ้ายังคงค้างคาใจไว้ให้หมดสิ้นแน่นอน '

 

กึก 


เฟิ่งเซียนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นข้างหลัง ใบหน้างามค่อยๆหันกลับไปมองเมื่อเห็นเป็นหญิงสาววัยเดียวกันก็เกิดคำถามขึ้น ' เป็นสาวใช้คนสนิทของนางใช่หรือไม่  '  นางขบคิดในใจเงียบๆโดยหวังว่านางจะเดาไม่ผิด ทั้งนางยังไม่ทันจะพูดอันใดร่างตรงหน้าก็หันหลังตะโกนออกไปยังนอกเรือนจนแก้วหูนางแทบร้าว

 

“ มะ แม่นมจิ้นอันนนน!!  รีบเข้ามาในเรือนเร็วเข้า  เมื่อเสี่ยวอิงพูดจบก็รีบวิ่งไปประคองคุณหนูของนางที่ซึ่งยืนถือคันฉ่องอยู่ไม่ไกลจากเตียง 


เฟิ่งเซียนไม่รู้จะทำท่าทางอย่างไรก็ปล่อยให้เสี่ยวอิงประคองต่อไป ไม่นานนักก็มีร่างอวบอัดของหญิงชราผู้หนึ่งวิ่งปรี่เข้ามาพลางจับเนื้อจับตัวนางและร้องไห้ฟูมฟาย ซึ่งนางก็ยังคงยืนเงียบอยู่เหมือนเดิม          


เอ่อ ข้าปลอบใจใครไม่เป็นเสียด้วยสิ 


          ไม่ถึงหนึ่งจิบชา แม่นมจิ้นอันก็รีบปาดน้ำตาแล้วบอกให้เสี่ยวอิงไปรายงานแก่เจ้านายทั้งสาม จากนั้นจึงค่อยๆประคองร่างบางให้กลับไปนั่งพิงหลังที่เตียงแล้วนำอ่างน้ำและผ้าที่วางไว้มาให้คุณหนูของนางล้างหน้าบ้วนปาก


ไม่ถึง 1 เค่อต่อมา ก็ได้มีเสียงฝีเท้าหลายคู่วิ่งตรงมายังเรือนเฟิ่งเซียนฮวาอย่างรีบร้อน


เซียนเอ๋อร์น้องพี่ เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง   คนแรกที่เข้ามาคือพี่ชายของนาง 


          จากในความทรงจำที่ได้รับมาพี่ชายผู้นี้ของนางคือบุรุษห้าวหาญที่มีหน้าตาคล้ายคลึงท่านพ่อถึง 8 ส่วน ใบหน้าคมเข้มรับกับคิ้วกระบี่และดวงตาสีรัตติกาลคู่คมทำให้ดูหล่อเหลาอย่างร้ายกาจ  ใบหน้าคมดุที่ปกติจะเคร่งขรึมจนผู้คนต่างหวาดกลัวกลับทอประกายอ่อนโยนลงหลายส่วนเมื่อทอดมองมายังนาง


              แม้เฟิ่งเซียนจะไม่คุ้นชินมากนักกับการมีพี่ชายหากแต่นางสัมผัสได้ถึงกระแสความห่วงใยของคนตรงหน้าทำให้นางกล้าที่จะเรียกบุรุษผู้นี้ว่าพี่ชายได้อย่างเต็มปากและไม่รู้สึกติดขัดอะไร


 

ดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะพี่ใหญ่ ” หลังสิ้นเสียงใสที่ตอบกลับก็มีประโยคคำถามดังขึ้นตรงทิศประตูทางเข้า


แน่ใจหรือไม่ เฟิ่งเออร์ลูกพ่อ เป็นท่านพ่อและท่านแม่ของนางที่เดินเข้ามา ทั้งคู่มีรูปโฉมงามสง่าแม้ไม่เหมือนกับพ่อแม่ของนางในอีกมิติหนึ่ง แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นไม่ต่างกันเลย


ท่านพ่อเป็นบุรุษหน้าตาคมคาย ดูสุขุมเยือกเย็นน่านับถือส่วนท่านแม่นั้นนับได้ว่าเป็นโฉมสะคราญผู้หนึ่ง ทั้งใบหน้างดงามกอปรกับดวงตาหวานหยดย้อยที่มีเสน่ห์ดึงดูดนั้นเรียกได้ว่าแม้เวลาผันผ่านก็ไม่อาจพรากความงดงามอันเย้ายวนของท่านแม่ไปได้

 มิน่าเล่าท่านพ่อจึงมีท่านแม่แต่เพียงผู้เดียวเพราะถ้าหากให้นางเดาคงมิอาจมีโฉมงามนางใดเทียบรัศมีท่านแม่ของนางผู้นี้ได้อย่างแน่นอน  นับได้ว่าไม่แปลกใจเลยที่ทั้งนางและท่านพี่นั้นมีหน้าตาสมบูรณ์แบบไร้ที่ติเช่นนี้

 

เฟิ่งเอ๋อร์ ได้ยินที่พ่อเจ้าถามหรือไม่ลูกรัก เป็นท่านแม่ที่พูดขึ้นเมื่อเห็นว่านางยังคงเงียบงัน

“ เจ้าค่ะ เอ่อ ...ลูกแน่ใจว่าดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ

แต่แม่นั้นมิอาจวางใจได้ มาเถอะเฟิ่งเอ๋อร์ให้แม่ได้ตรวจชีพจรเจ้าอีกรอบเถิด 


" เจ้าค่ะท่านแม่ " เฟิ่งเซียนยื่นแขนซ้ายออกไปให้อย่างไม่อิดออดเพื่อให้นิ้วมือเรียวสวยของผู้เป็นมารดาเอื้อมมาแตะได้อย่างถนัดมากขึ้น


น้องเป็นเช่นไรบ้างขอรับท่านแม่ อวี้หานลู่ถามไถ่มารดาแม้น้องสาวจะบอกกับตนแล้วว่าไม่เป็นไร หากแต่ในใจก็ยังคงรู้สึกวิตกกังวลไม่เสื่อมคลาย

“ อืมม น้องเจ้าไม่ได้มีอันใดที่น่าเป็นห่วงแล้วล่ะลู่เอ๋อร์

" ขอรับ " 


เอาล่ะ เฟิ่งเอ๋อร์ แม้ว่าวันนี้เจ้าจะเพิ่งฟื้นหากแต่พ่อยังมีบางเรื่องที่ต้องบอกแก่เจ้า

เรื่องอันใดกันเจ้าคะท่านพ่อ ร่างบางเอียงคอเล็กน้อยรอฟังคำบอกเล่าอย่างตั้งใจ


เรื่องแรก เมื่อสามวันก่อนได้มีหมอเทวดาผู้เป็นเจ้าสำนักอสรพิษแห่งดินแดนเฟิงฟู่เข้ามาทำการรักษาเจ้าจนเจ้าฟื้นคืนได้ในวันนี้หลังจากที่หลับไหลไปนานนับเดือน แต่มีข้อแม้คือเจ้าต้องฝากตัวเป็นศิษย์ของท่านหมอเทวดาผู้นี้ทั้งต้องเดินทางไปยังสำนักอสรพิษในอีก 2วันข้างหน้า เจ้าคิดว่าอย่างไร      

     

     หะ! นางคิดว่านางหลับไปแค่ไม่กี่วันไม่คิดเลยว่าจะหลับไปเป็นเดือน มิน่าเล่าตื่นมาจึงได้รู้สึกคอแห้งขนาดนั้น ว่าแต่หมอเทวดาผู้นี้จะใช่ผู้ที่คุณตาได้กล่าวไว้หรือไม่ยังไงก็คงต้องลองดูก่อน แม้จะออกเดินทางเร็วไปสักหน่อยทั้งยังไม่ทันจะได้อยู่กับครอบครัวแต่หลังจากฝึกสำเร็จนางค่อยเก็บเกี่ยวช่วงเวลาทั้งหมดก็คงไม่สายจนเกินไป


เจ้าค่ะท่านพ่อ ลูกจะคาราวะท่านหมอเทวดาเป็นอาจารย์ ” แววตาของผู้เป็นบิดาอ่อนลงเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อไปด้วยสายตาที่เริ่มแข็งกร้าวขึ้น

อีกเรื่องหนึ่งที่พ่อจะบอกลูก คือพ่ออยากให้เจ้ายกเลิกการหมั้นหมายกับองค์ชาย เสีย   บังเกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะหนึ่ง 


ที่เฟิ่งเซียนเงียบไปเป็นเพราะในตอนแรกนางอยากจะเอ่ยถึงเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้วและคาดไม่ถึงว่าท่านพ่อของนางจะเป็นคนเอ่ยขึ้นมาก่อน

เซียนเอ๋อร์หากเจ้าไม่…” อวี้หานลู่ที่กลัวว่าน้องสาวจะไม่อยากถอนหมั้นจึงเอ่ยปากถาม หากแต่น้องสาวตนกลับตอบขึ้นมาพร้อมกันกับตนอย่างฉะฉานและเด็ดขาดตนจึงเงียบเสียงไป


ข้าจะยกเลิกสัญญาหมั้นหมายเจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่   เมื่อนางพูดจบหน้าตาของแต่ละคนต่างเหลอหลาตื่นตะลึงและมองมายังนางระคนไม่เชื่อหู ทำเอานางแทบจะหลุดหัวเราะอยู่รอมร่อ


เจ้าแน่ใจหรือไม่เฟิ่งเอ๋อร์ เป็นท่านแม่ที่ได้สติเป็นคนแรกและถามนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ลูกแน่ใจเจ้าค่ะท่านแม่  สิ้นคำตอบเฟิ่งเซียนพลันรวบรวมแรงและผินกายลงจากเตียงเพื่อคุกเข่าขอขมาตรงหน้าบุคคลทั้งสาม


“ อวี้เฟิ่งเซียนผู้นี้ช่างอกตัญญูยิ่งนักทำให้ทุกคนเป็นห่วงแล้วได้โปรดรับคารวะจากอวี้เฟิ่งเซียนด้วยเจ้าค่ะ   นางไม่เปิดโอกาสให้ผู้ใดได้ทันตั้งตัวหรือเอ่ยห้ามปรามร่างบางโขกหัวลงไปทันที ครั้งด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี


ไม่เป็นไรลูกพ่อ อดีตไม่อาจหวนสิ่งใดแล้วไปแล้วก็ให้มันแล้วไปเถิด ท่านพ่อพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงติดสั่นพลางรีบเข้ามาพยุงนางให้ลุกขึ้น


เซียนเอ๋อร์ แม้เจ้าจะเป็นเช่นไรพี่ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ข้างๆเจ้า ” เป็นพี่ชายของนางพูดขึ้นด้วยนัยน์ตาที่ฉ่ำวาวไปด้วยหยดน้ำใส


" ไม่มีผู้ใดตำหนิเจ้าลูกรัก " สุดท้ายแล้วเป็นน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับสายน้ำใสเย็นจากท่านแม่ที่เข้ามาปลอบประโลมให้เฟิ่งเซียนรู้สึกอบอุ่นใจอย่างที่ไม่เคยได้รับมานานแสนนาน


     ภายใต้ความตกใจในความเปลี่ยนแปลงไปของอวี้เฟิ่งเซียนหลังฟื้นทำให้ทุกคนไม่อาจรู้ได้ว่าเหตุใดที่ทำให้หญิงสาวในตอนนี้แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาดและฉลาดเฉลียวเป็นที่สุด 


     แววตาล้ำลึกของท่านแม่ทัพพลันปรากฏริ้วแห่งความยินดีขึ้นเมื่อคิดว่า บุตรีของเขาผู้นี้เติบโตขึ้นมากแล้วจริงๆ 


     จากนั้นทุกคนก็ให้เฟิ่งเซียนพักผ่อนต่อ ก่อนจากไปอวี้หยางสือก็หันไปบอกแก่บุตรสาวไว้ว่า พรุ่งนี้ยามซื่อ (09.00-10.59) จะพานางไปเมืองหลวงและเข้าเฝ้าฮ่องเต้เฮ่อเหลียนหลวนหลงที่พระราชวังใจกลางดินแดนทั้งสาม


_________________________________________________________________

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.985K ครั้ง

2,204 ความคิดเห็น

  1. #2202 Rungthip2549 (@Rungthip2549) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 06:33
    แบบสงสารสาวใช้อ่ะ ฟิวเหมือนหนังผี555
    #2202
    0
  2. #2198 May_montira (@minniemintra96) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 18:22
    นอนมาเป็นเดือน แถมไม่มีพลังในตัว ไม่น่าจะแข็งแรงเร็วขนาดนั้นนะน่าจะให้พักก่อน ตัวพ่อไปยื่นเรื่องยื่นฎีกาขออนุญาตฮ่องเต้ถอนหมั้นเองก็ได้นิหน่าอ้างเรื่องความไม่เหมาะสมเพราะลูกไม่มีพลัง ร่างกายไม่แข็งแรง อะไรก็ว่าไป พวกขุนนางก็ต้องเห็นชอบ

    องค์ชายสี่ นางยิ่งจะชอบใจ ไม่น่ามีปัญหาอะไร. (แค่ความคิดเห็นหนึ่ง)
    #2198
    0
  3. #2197 May_montira (@minniemintra96) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 18:06
    เหนื่อยแทบจะจับลม สำนวนแปลกจัง เคยได้ยินแต่ แทบลมจับ , แทบสิ้นสติ

    อ่ะรอดูต่อไป สู้ๆ
    #2197
    0
  4. #1704 jaoh77 (@jaoh19770) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 14:12
    ดีค่ะ จะได้ถอนหมั้นแล้ว
    #1704
    0
  5. #1467 BBPKK_ (@someonepp) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 00:37
    ชีวิคนางเอกเฟอร์เฟคสุดๆอ่ะ ชอบบบบบบ
    #1467
    0
  6. #1460 151119 (@151119) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 18:54
    รอค่า......ขอบคุณนะคะ
    #1460
    0
  7. #1459 Mam Phornphen (@tongmam) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 08:56
    เปิดตอนทีค่ะ อยากอ่านต่อ
    #1459
    1
    • #1459-1 Feng Shan (@Sirirat2910) (จากตอนที่ 7)
      10 สิงหาคม 2561 / 08:56
      กำลังปรับแก้อยู่ค่ะ ไรท์จะพยายามเปิดตอนวันละ3ตอนนะคะ
      #1459-1
  8. #968 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 08:25
    สะใจสุดๆ สะใจทั้งชายสี่และยัยลี่มี่ที่ฮ่องเต้ไม่ยอมรับ ถึงจะแต่งกับชายสี่แต่เป็นได้แค่อนุ
    #968
    0
  9. #723 VESCO (@oscartin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 14:14
    เห็นสาวเจ้าสวยขึ้นหน่อยละทำใจไม่ได้เชียว หัวเหมือนแบกแต่ปูนขี้เลื่อยไว้จริงๆ โถ่ๆๆ
    #723
    0
  10. #659 mookba030 (@mookba030) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 12:46
    สมน้ำหน้สยิ่งนัก!!
    #659
    0
  11. #457 SnowAngelAi (@SnowAngelAi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 21:29
    สะใจมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเจ้าค่ะ
    #457
    0
  12. #316 Zixga (@A-star) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 20:26
    สะใจมากเจ้าคะ
    #316
    0
  13. #224 Nanthara (@Nanthara) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 11:36
    สมน้ำหน้าไม่ต้องมานึกเสียดายหรอก5555555
    #224
    0
  14. #30 โอริฮิเมะ (@2451995) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 11:39
    สนุกค่ะ><
    #30
    0
  15. #14 Rung (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 11:45
    สนุกมากๆมาต่อไวไวนะคะ.. รอๆๆๆๆคร้า
    #14
    0
  16. #13 ดิเดียร์ (@pdeer11) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 09:59
    สนุกนะรอจ้า
    #13
    0
  17. #12 THIP02112528 (@T02112528) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 08:48
    สนุกๆๆๆคะ มาต่อๆรอๆความสะใจคะ
    #12
    0
  18. #11 Angiemammy (@Angiemammy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 01:33
    รอๆมาต่อไวๆน้า
    ไปเรียนเร็วๆเก่งแล้วมาเอาคินนังเพื่อนทรยศหนักๆเลย
    #11
    0