The New Eden สงครามเทวทูตแห่งสวนศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 16 : บทที่ 4 The longest night

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ธ.ค. 60

บทที่ 4

 The longest night

 

            ความมืดมิดในยามค่ำคืน มันอาถรรพ์เสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด มนุษย์สัตว์ที่มีปัญญาสูงต่างหวาดกลัวกับสิ่งที่ตนมองไม่เห็น มันอาจจะมีอยู่จริง หรืออาจจะเป็นแค่เพียงช่องว่างที่แสงไม่อาจเอื้อมไปถึง

            ไม่ว่าสิ่งที่มนุษย์จินตนาการนั้นจะน่ากลัวเพียงใด แต่นั่นยังไม่ใช่ความน่ากลัวมากที่สุดของสิ่งที่มองไม่เห็น

 

 

            เสียงปืนกลดังมาจากที่ไกลๆอยู่เป็นระยะ ไฟฟ้าทั้งเมืองดับมาหลายนาทีแล้ว ไฟฟ้าสำรองของเมืองส่วนใหญ่แบ่งไปที่ระบบสาธารณูปโภคหลักๆ ส่วนที่เหลือทางทหารนำไปใช้

            ไฟฟ้าไม่ได้ดับไปเองเฉยๆ แต่ถูกตัดด้วยเหตุผลบางอย่าง ซึ่งถ้าตัดไฟฟ้าทั้งเมืองน่าจะมีเหตุมาจากภัยธรรมชาติกับความมั่นคง และจากที่มีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะกระจายไปทั่วแนวเขตจึงน่าจะเป็นเหตุผลอย่างหลังมากกว่า

            วาเลนไทน์เดินลัดเลาะตามแนวอาคารเพื่อให้เงาของอาคารบดบังการเคลื่อนไหวของเธอให้มากที่สุด เมื่อเธอเคลื่อนที่ไปได้ระยะหนึ่งเธอก็โบกมือให้สัญญาณ อีกสองคนที่ซุ่มอยู่หัวมุมอาคารก็เคลื่อนที่ตามวาเลนไทน์ไปอย่างเงียบๆ

         

“เดี๋ยวหยุดก่อน ข้าจะไปดูข้างหน้าก่อน” วาเลนไทน์พูดเสียงเบา

           

            ครั้งนี้วาเลนไทน์ไม่ได้ลัดเลาะไปตามแนวอาคารแต่เธอเดินบนทางเท้าแบบปกติจนไปถึงสี่แยก ที่บริเวณสี่แยกมีคนกลุ่มหนึ่งยืนประจำแต่ละมุมตึก เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นวาเลนไทน์ก็ไม่ได้มีท่าทีคุกคามแต่อย่างใดกลับเข้ามาหาอย่างเป็นมิตร รูทกับคาระเห็นดังนั้นจึงเดินไปหาวาเลนไทน์

 

            “ให้พวกเราไปส่งยังถนนเส้นหลักเถอะ ตอนนี้มันอันตรายสำหรับพวกคุณ” ชายคนหนึ่งพูด

            “ไม่ต้องห่วงพวกเราหรอก เราคุ้นเคยกับเขตนี้ดี” วาเลนไทน์ตอบ

 

            ในขณะที่วาเลนไทน์กำลังสนทนากับชายคนหนึ่งที่แต่งกายแบบพลเรือนแต่สวมชุดเกราะและอุปกรณ์ต่างๆพร้อมรบ ชายคนอื่นๆที่แต่งกายคล้ายๆกันก็พยายามสอดส่ายสายตาเพื่อหาบางสิ่งบางอย่างอยู่ตลอดเวลา ชายคนหนึ่งที่มุมตึกนั่งพิงอยู่หลังรถกำลังใช้วิทยุติดต่อกับปลายสาย

 

            “พวกเขาเป็นใครกัน” รูทกระซิบถาม

            “กำลังสำรองไง” คาระกระซิบตอบกลับ

 

            ชายคนหนึ่งเห็นท่าทีของคาระกับรูทเขาจึงหยิบบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อของเขาและเดินตรงมาที่ทั้งสองคน เขายื่นการ์ดสี่เหลี่ยมๆให้ทั้งสองคน แต่ด้วยความมืดทำให้ไม่สามารถมองเห็นการ์ดนั้นได้ ชายคนนั้นจึงหยิบหลอดเรืองแสงเล็กๆที่ห้อยกับเสื้อเกราะของเขามาส่องที่การ์ด การ์ดนั้นคือบัตรระบุตัวตนของกำลังสำรอง

 

            “อยากให้สบายใจขึ้นน่ะ” ชายคนนั้นบอก

 

            ในตอนนั้นเองเสียงปืนดังขึ้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ครั้งนี้มันอยู่ใกล้มากและเพียงชั่วพริบตา สะเก็ดไฟแตกกระจายออกที่ท้ายของรถยนต์ที่จอดอยู่มุมหนึ่งของสี่แยกก่อนจะตามด้วยเสียงของโลหะที่ถูกกระทบอย่างแรง ชายที่ยื่นบัตรให้ดึงตัวคาระเข้าหาเขาและผลักไปที่มุมตึก รูทโผตัวไปที่หลังรถยนต์ฝั่งตรงข้ามกับคาระ

 

            “ถูกโจมตีจากทิศตะวันตก” ชายคนหนึ่งตะโกน

            “ปีกนก! ปีกนก!

 

            กระสุนยังพุ่งใส่บริเวณนั้นอีกหลายชุด วาเลนไทน์วิ่งเข้าหลบมุมเดียวกันกับคาระและดึงตัวของคาระไปข้างหลัง

           

            “ฝั่งนั้นไม่ตอบอะไรเลยครับ”

            “วิทยุแจ้งตำแหน่งที่เราอยู่ไปที เร็วเข้า” ชายที่เหมือนหัวหน้าออกคำส่ง

            “เฮ้ ฝั่งนั้นมีประมาณเท่าไร” วาเลนไทน์ตะโกนถาม

            “จากแสงของปืน ประมาณแปดคน” ชายที่หลบอยู่หลังต้นไม้ตะโกนตอบ

            “แล้วฝั่งเราที่สามารถต่อสู้ได้ล่ะ”

            “เรามีแปดคน รบได้จริงสี่คน”

            “ส่งปืนไรเฟิลให้ผู้หญิงที่หลังรถ กับคาระหน่อย ท่าน ผบ.”

            “พวกเขายังเด็กอยู่เลยนะ เราจะคุ้มกันให้”

            “อำนาจการยิงเราน้อยกว่า รูทจะติดอยู่ตรงนั้น”

            “ก็ได้ๆ M16 อยู่ในรถกระบะสีดำทางถนนทิศใต้”

            “ยิงกดฝั่งนั้นให้ด้วย”

 

            วาเลนไทน์วิ่งข้ามถนนออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ถึงสองวินาทีเธอข้าไปถึงถนนอีกฝั่ง กำลังสำรองเริ่มที่จะไม่สามารถยิงต่อสู้ได้เพราะอีกฝั่งยิงกดดันหนักขึ้น แต่ละคนไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้ทำให้ถูกตรึงอยู่กับที่เป็นเป้านิ่ง วาเลนไทน์ได้ปืนไรเฟิลแบบM16มาแล้วสองกระบอกเธอโน้มตัวลงต่ำและโยนปืนกระบอกหนึ่งให้รูท

           

            “เฮ้ ทุกคนพร้อมมั้ย ถ้ายังอยู่แบบนี้เราตายหมดแน่”

            “ส..สั่งการแทนฉันที” ผบ.เสียงสั่น

 

            วาเลนไทน์วิ่งกลับมายังมุมตึกที่คาระหลบอยู่และยื่นปืนให้

 

            “เธอใช้มันเป็นใช่มั้ย”

            “ช..ใช่ แต่ผมไม่เคยรบจริงมาก่อนนะ”

            “เหมือนที่ฝึกมานั่นแหละ มีสมาธิเข้าไว้”

            “ทำไมเราไม่ไปทางอื่นแทนล่ะครับ”

            “เราพาพวกเขาไปได้ไม่หมดทุกคนแน่ สำหรับพวกเราแล้วสามคน หนีพ้นได้สบายเลยล่ะ”

            “...” คาระพูดไม่ออก

            “เอาล่ะ อย่าโผล่ออกจากที่กำบังทั้งตัว ทำตัวให้ลีบเข้าไว้ เคลื่อนที่ให้เร็วที่สุด ไม่มั่นใจ อย่าทำอะไรเด็ดขาด ถึงเธอจะไม่ตายแต่มันก็เจ็บสาหัสเลยล่ะ”

            “หา อะไรนะ”

            “okay ลุยกันเลย”

 

          รูทยิงกระจกของร้านที่ใกล้กับเธอมากที่สุดให้แตกและกระโดดเข้าไปในร้านอย่างรวดเร็ว กระสุนปืนปะทะเข้ากับสิ่งของต่างๆไล่หลังเธอไป แต่ไม่ทัน ตอนนี้รูทปลอดภัยจากแนวของกระสุนของศัตรู มุมที่รูทอยู่มองเห็นแสงไฟที่ออกจากปากกระบอกปืนของศัตรูได้ชัดเจน เธอนำปืนไรเฟิลประทับบ่า สูดหายใจเข้าและผ่อนออกครึ่งหนึ่ง ชั่วอึดใจ กระสุนหนึ่งนัดออกจากปืนของเธอพุ่งไปที่แสงไฟวูบวาบ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังแทรกเสียงของปืน

 

            “ฉันจะดันกลับไป พวกนายช่วยยิงคุ้มกันด้วย” วาเลนไทน์บอกำลังสำรอง

            “รับทราบ”

            “คาระตามข้ามาติดๆล่ะ ตัดความกลัวทิ้งไปซะ”

            “พูดน่ะมันง่าย”

            “เคลื่อนที่ไป!

 

          เมื่อเคลื่อนที่ออกจากมุมตึก กระสุนก็เริ่มตัดผ่านอากาศเฉียดตัวของคาระไปหลายนัด เสียงของมันกดดันจิตใจของคาระอย่างหนัก แม้มันจะยังไม่ปะทะเข้ากับร่างกายแต่มันก็ได้ฆ่าเขาไปแล้ว ในความคิดของคาระเอง ภาพต่างๆมันช้าลง เสียงต่างๆที่ดังจนแสบแก้วหูเริ่มอู้อี้ เสียงลมหายใจกับเสียงของหัวใจกลับดังขึ้นกลบแทนที่

            มาถึงหลังรถยนต์ฝั่งตรงข้ามกับรูท บนทางเท้าชายกำลังสำรองหลบอยู่หลังต้นไม้

 

            “ทำได้ดีมาก” วาเลนไทน์บอกคาระโดยไม่หันมามอง

 

            วาเลนไทน์ชะโงกหน้าขึ้นดูสถานการณ์ผ่านกระจกรถยนต์ เธอผลุบหัวลงในทันทีก่อนที่กระจกรถจะแตกและตามด้วยกระสุนอีกหลายชุด มันช่างยาวนาน เวลาที่พวกเขาถูกกดดัน แม้ว่าความจริงเวลาจะผ่านไปไม่ถึงห้านาที

           

            “คาระ ดันรถนี่ไปข้างหน้า”

            “ครับ”

 

            คาระออกแรงผลักรถยนต์ไปข้างหน้า ขณะที่วาเลนไทน์ใช้ปืนพกยิงคุ้มกัน กำลังสำรองเริ่มกลับมายิงโต้ตอบได้บ้าง สถานการณ์เริ่มจะกลับมาสมดุล จนกระทั่งระเบิดตกลงที่ข้างรถที่คาระดัน คาระและวาเลนไทน์ก้มตัวหลบ รัศมีวงระเบิดไม่กว้างมากนัก แต่เสียงระเบิดและแรงระเบิดของมันข่มขวัญพวกเขาได้ดีเยี่ยม

 

            “M79 ระวังด้วย หาตัวแล้วเก็บมันซะ” ชายคนหนึ่งตะโกนขึ้น

            “คาระ ดันต่อไป”

 

            คาระที่เริ่มทำอะไรไม่ถูก ไม่รีรอที่จะปฏิบัติตามคำสั่งนั้น รถยนต์ที่น่าจะกลายเป็นเศษเหล็กไปแล้วนั้นเป็นที่กำบังอย่างดีในตอนนี้ ทันใดนั้นรถยนต์คันที่คาระดันก็ทรุดฮวบลงไปด้านหน้าไม่สามารถเข็นต่อไปได้

           

            “ไอพวกนั้นมันยิงยางหน้าทิ้ง” วาเลนไทน์หันมาบอกคาระระหว่างที่เปลี่ยนซองกระสุน

 

            เสียงเครื่องยิงลูกระเบิดดังขึ้นก่อนที่ตามาด้วยระเบิดที่ตกลงเข้าที่ต้นไม้ที่กำลังสำรองคนหนึ่งหลบอยู่ ต้นไม้ไม่ได้รับความเสียหายมากนักแต่รอยที่ต้นไม้ก็บ่งบอกถึงความอันตรายของแรงระเบิด รูทออกจากอาคารที่กำบังเคลื่อนที่ไปขางหน้าโดยลัดเลาะตามมุมของอาคาร กระสุนพุ่งเป้าไปที่เธอสลับกับลูกระเบิดที่ตกบริเวณที่รูทอยู่หมายที่จะสังหาร แต่รูทไม่ได้มีท่าทีหวั่นเกรงใดๆเธอยังคงหาจังหวะย้ายตำแหน่งสลับกับยิงโต้ตอบ

            กำลังสำรองคนที่เหลือเริ่มย้ายตำแหน่งที่กำบังขึ้นมาข้างหน้าเรื่อยๆ ชายคนที่วิ่งตามหลังรูทมา โยนซองกระสุนให้รูทก่อนที่จะวิ่งขึ้นมาหลบหลังแนวรถยนต์ที่อยู่เยื้องไปด้านหลังของวาเลนไทน์

 

            “วาเลนไทน์ ศัตรูบาดเจ็บสองคนแล้ว” รูทตะโกนบอก

            เห็นM79แล้ว ทางขวาด้านหลังแนวข้าศึกเสียงวิทยุของกำลังสำรองดังแทรกขึ้น

           

            ชายคนที่อยู่ใกล้กับรูทที่สุดโยนวิทยุของเขาให้รูท

 

            “มุมยิงเธอได้ ฝากด้วยล่ะ”

            “ค่ะ” รูทตอบสั้นๆโดยไม่ละสายตาของเธอจากเป้าหมาย

 

            ผบ.ที่คุมกำลังสำรองยิงกระสุนส่องวิถีไปชี้ตำแหน่งของศัตรู กระสุนวิ่งเป็นเส้นสีแดงไปปะทะกับอาคาร นั่นก็เพียงพอต่อการบอกทิศทางได้แล้วว่าพวกนั้นอยู่ตรงไหนของถนนบ้าง

            รูทเหนี่ยวไกลั่นกระสุนออกไปสองนัด ก่อนที่จะลดปืนลงและหลบเข้ามุมตึก เธอโยนวิทยุคืนกลับไป

 

            “เก็บให้แล้วค่ะ”

           

            ชายหนุ่มรับวิทยุมาจากเธอด้วยท่าทีงุนงง

 

            “เธอคงไม่ใช่นักเรียนธรรมดาๆสินะ”

            “กองทัพน่าจะรับเธอนะ” ชายอีกคนตะโกนข้ามถนนมา

 

            ฝ่ายศัตรูยังคงยิงมาไม่หยุด แม้จะไม่มีการสนับสนุนจากเครื่องยิงลูกระเบิดแล้วก็ตาม วาเลนไทน์ลุกยืนขึ้นใช้เท้ายันไปที่หลังรถ

 

            “ตามให้ทันล่ะ คาระ”

 

            เมื่อเธอพูดจบ เธอถีบรถยนต์สุดแรง รถไถลไปข้างหน้าอย่างรุนแรงหลายสิบเมตร ก่อนที่เธอจะวิ่งตามไปและหลบเข้าที่หลังรถคันนั้น คาระวิ่งตามเข้ามาในทันที แม้จะตะลึงกับสิ่งที่วาเลนไทน์ทำ คนอื่นๆที่เห็นนั้นตกตะลึงกว่าคาระมาก แต่กระสุนของศัตรูกลับมาดึงความสนใจของพวกเขาอีกครั้ง

 

            “เอาล่ะ อยู่ในระยะยิงแล้ว คาระคุ้มกันด้วย” วาเลนไทน์พุ่งตัวออกไปข้างรถไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่ด้านข้างอีกคันหนึ่ง

 

            คาระยิงคุ้มกันไปโดยไม่รู้ว่าศัตรูอยู่ตรงไหนบ้าง ได้แต่ยิงตามไปที่กระสุนส่องวิถี เมื่อวาเลนไทน์เข้าใกล้แนวของศัตรู เธอใช้ปืนพกทั้งสองมือยิงไปพร้อมกับเคลื่อนที่ย้ายตำแหน่งอย่างรวดเร็ว เธอเคลื่อนไหวโดยไม่ขวางทางกระสุนของฝั่งคาระ เธอเคลื่อนไหวได้ถูกจังวะราวกับเธอเห็นทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นบนถนนและเคลื่อนที่ให้สอดประสานไปตามสถานการณ์ การเคลื่อนไหวของเธอเหมือนกับการเต้นระบำบนเวที ที่เสียงปืน กระสุน เป็นเสียงของดนตรี แสงที่ออกจากปากกระบอกปืนราวกับแสงไฟบนเวที คนที่เห็นท่วงท่าของเธอได้ถูกสะกดให้เป็นผู้ชมการแสดงในทันที คาระที่ได้เห็นการเคลื่อนไหวที่ไหลลื่นสอดประสานกับจังหวะของการรบยังต้องถูกสะกดเสียเอง


            เมื่อวาเลนไทน์สามารถสะกดผู้ชมได้เกือบทั้งหมด ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายของเธอ จะต้องจ่ายค่าชมการแสดงนี้อย่างสมน้ำสมเนื้อ สิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนกัน ก็คือ ความตายของเขาเอง

 

 

 

          

2 ความคิดเห็น