The New Eden สงครามเทวทูตแห่งสวนศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 ว่าด้วยชีวิตวัยรุ่นที่ล้ำเส้น (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    8 ธ.ค. 59

ตอนที่ 1 ว่าด้วยชีวิตวัยรุ่นที่ล้ำเส้น (rewrite)

 

 

     คาระ ฮาร์ทมาน นักเรียนชั้น .5 แห่งโรงเรียนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคที่เจ็ดเขตที่เจ็ดและกำลังเรียนวิชาประวัติศาสตร์ในช่วงบ่ายของวันหนึ่ง

 

      "น่าเบื่อจริง ง่วง ไม่ไหวแล้ว" คาระเริ่มบ่นพึมพำ 

       "ฉันว่าวิชานี้น่าสนใจดีออก" เสียงชายคนหนึ่งได้พูดขึ้น 

       "ฉันฟังมาจนเบื่อแล้ว"

 

       ง่วงนอนมาก อยากจะหลับแล้ว สติคาระค่อยๆเลือนลางไป

  

       "คาระ หมดคาบเรียนแล้ว" เด็กหนุ่มพูดพร้อมกับสะกิดไหล่ของคาระ

        "อืม..."

 

คาระตื่นขึ้นและพยายามปรับสายตาของตัวเอง เมื่อตื่นเต็มที่แล้วเขาจึงเริ่มเก็บสมุดที่มีแต่รูปวาด ปากกาและหนังสือการ์ตูนเข้ากระเป๋า

 

"เกลียดโรงเรียนนี้ชะมัด!"คาระพูดด้วยอารมณ์หงุดหงิด"เซต ไปหาอะไรกินกันไหม" คาระถามเซตที่พึ่งเก็บของเข้ากระเป๋าเสร็จ

 

          'เซต' เป็นคนที่เรียบร้อยมีระเบียบแต่งตัวได้ถูกระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว ชอบอ่านหนังสือสังคมโดยเฉพาะประวัติศาสตร์ ด้วยท่าทางบุคลิกที่ไม่ค่อยน่าเข้าหา ผมรองทรงสีดำ สายตาที่นิ่งสงบสีน้ำตาลเข้มจนมองเห็นเป็นสีดำ ใบหน้าที่เรียวคมแสดงอารมณ์เฉพาะเพื่อนที่สนิทจึงทำให้มีเพื่อนน้อยแต่มีความสามารถทางด้านกีฬาสูงมาก 

  

       "อืม ก็ดีเหมือนกัน" เซตตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

  

        สิบห้านาทีต่อมา พวกเขาก็ได้มาอยู่ในคาเฟ่แห่งหนึ่งที่ห่างจากโรงเรียนมาประมาณห้าร้อยเมตร เป็นร้านที่นักเรียนชอบมากันบ่อยๆ ในช่วงกลางคืนร้านนี้จะเปลี่ยนเป็นบาร์ที่ห้ามนักเรียนเข้า เค้กที่นี่มีหลากหลายชนิด แต่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดคือ'ชีสเค้ก'

          คาระสั่ง บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก เซตสั่งช็อกโกแลตร้อน ขณะที่ทั้งสองคนกำลังลิ้มรสของหวานตรงหน้าได้พักหนึ่ง กลุ่มนักเรียนสาว .ปลายผลักประตูที่เป็นกระจกใสบานใหญ่เข้ามาในร้าน

      เมื่อเสียงกระดิ่งที่ถูกแขวนอยู่บนประตูกระจกสั่นระริกทำให้เกิดเสียงแหลมกรุ๊งกริ๊ง ด้วยนิสัยช่างสังเกตของเซตอยู่แล้วสายตาของเซตทำงานโดยทันทีที่จะสำรวจคนที่กำลังเดินเข้ามา แต่คราวนี้เซตมีท่าทีที่แปลกไปเขาหันกลับมาจ้องมองที่แก้วของเขาทันที เมื่อคาระทานเค้กเรียบร้อยแล้ว คาระเริ่มสำรวจผู้คนภายในร้านซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกันกับคาระ

            แต่ในตอนนั้นเองที่คาระสบตาเข้ากับนักเรียนหญิงคนหนึ่งทีมีท่าทีสงบเรียบร้อย ทั้งสองคนรู้จักกันดีเพียงพอและด้วยเหตุผลบางประการที่ทำให้คาระหวั่นไหวจนต้องหลบหน้าเธอในทันที

     

     'ไพน์' ผมสีน้ำตาลตรงสั้นระดับบ่า ทรงผมหน้าม้าที่ตัดเสมอกันที่คิ้ว ใบหน้าที่อ่อนหวานประดับด้วยแว่นสายตากรอบเหลี่ยมสีดำ เป็นคนค่อนข้างสูงเครื่องแบบของผู้หญิงแบบเดียวกันกับโรงเรียนของคาระ สาเหตุที่ทำให้คาระรู้สึกทรมานเจ็บปวดภายในใจเกือบหนึ่งเดือน สิ่งที่คนทั่วไปเรียกว่า อกหัก 

 

          คาระยังไม่ลืมความรู้สึกนั้นมันยังคงตราตรึงในใจผมเหมือนคำสาป เมื่อเขาได้สบตากับเธออีกครั้งหนึ่ง หัวใจของเขาเหมือนถูกเผาไหม้ดังมนต์ที่ถูกร่ายเพื่อให้คำสาปแสดงผลอีกครั้ง นั่นทำให้คาระรู้สึกแย่ถึงขีดสุด ร่างกายของเขาเริ่มจะไม่ตอบสนองต่อสิ่งใด อดีตอันดำมืดเริ่มดึงให้จมดิ่งในความผิดหวังอีกครั้ง ความมืดมิดภายในใจได้เปิดประตูที่อยู่เหนือตรรกะของมนุษย์เรียบร้อยแล้ว

 

         "คาระ ฉันว่านายควรกลับบ้านก่อนนะ" เซตพูดด้วยความเป็นห่วง   

 

         "ฉันก็ว่างั้นแหละ" คาระพูดพร้อมกับเอามือข้างหนึ่งกุมหัว "ฉันรู้สึกหมดแรงทันทีเลย ค่าเค้กเดี๋ยวฉันจะจ่ายคืนนะ" คาระลุกออกไป พยายามออกจากร้านโดยไม่หันกลับไปมองอีก

 

 

          ผิดเวลามาก ให้ตายสิ ฝันร้ายชัดๆ

 

 

           คาระรู้สึกหน้ามืดไปจังหวะหนึ่งและตอนนี้ก็ปวดศีรษะอย่างรุนแรงจนทำให้เข่าอ่อน คาระพยายามใช้มือยันตัวกับกำแพงซึ่งเป็นของบ้านใครสักคน คราวนี้หน้าอกตรงกับหัวใจของเขามันเริ่มร้อนขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกนอกจากเสียงที่เหมือนความถี่สูงๆของนกหวีดที่ใช้กับสุนัข ในอกของเขามันยิ่งร้อนราวกับจะเผาไหม้ได้เอง การหายใจเริ่มไม่เป็นจังหวะ เสียงหัวใจที่ถี่รัวและเร็วมากขึ้น ภาพรอบๆเริ่มเลือนลาง 

 

          ตัวของฉันเป็นอะไรไป ทรมานสุดๆ จะตายแล้วหรอ 

  

         "เป็นอะไรไปล่ะ ให้ช่วยไหม" เสียงของใครคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นกันเอง 

         "..ครับ...ถ้างั้น.."

 

คาระพยายามเงยหน้าขึ้นเพื่อขอความช่วยเหลือ ความหวังที่จะได้ไปโรงพยาบาลได้ทันเวลานั้น ถูกทำให้แหลกสลายไปในทันที เมื่อได้เงยหน้าขึ้นก็พบใบหน้าที่เหลือหนังหุ้มอยู่เพียงครึ่งหน้า ฟันแหลมคมและเขาสองข้างที่คดโค้งชี้ขึ้น ในเบ้าตานั้นเป็นหลุมลึกเข้าไปเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด มันไม่มีดวงตา

 อาการหน้ามืดและเวียนหัวหายไปจนหมด ร่างกายที่ไม่รู้สึกถึงน้ำหนักใดๆของอวัยวะ นัยน์ตาของคาระเบิกกว้าง สติสัมปชัญญะของผมได้ขาดสะบั้นลงในทันที ด้วยสัญชาตญาณของคาระจึงทำให้เขาเอนตัวถอยหลังโดยอัตโนมัติและไวจนตัวผมไปชนกับบางสิ่งที่มีความร้อน คาระหันกลับไปดูว่าชนเข้ากับอะไร แล้วสิ่งนั้นเองที่ทำให้วิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่างด้วยความตกใจอย่างสุดขีด สิ่งที่เห็นั้นเป็นร่างที่เกิดจากหินสีดำดวงตาที่เป็นลูกไฟกำลังลุกโชน 

        

            "โฮกกกกกก!!" ทันทีที่มันคำราม ไฟสีแดงส้มก็ลุกโชนขึ้นทั่วทั้งตัวของร่างหินสีดำ ภายในคอของมันก็มีแสงของไฟพวยพุ่งออกมา 

 

             ใบหน้าของของรู้สึกได้ถึงความร้อนและเกรี้ยวกราดของมัน คาระเบือนหน้าหนีและวิ่งหนีออกมาอย่างไม่คิดชีวิต วิ่งไปโดยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนและใช้เส้นทางไหน วิ่งไปเรื่อยๆ จนมาถึงย่านการค้าซึ่งตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งตามปกติแล้วย่านนั้นในช่วงเวลานี้ตจะต้องมีแม่บ้าน คนเดินไปมาเพื่อซื้ิอของกินของใช้ในทุกๆวัน แต่ตอนนี้ช่างเงียบสงบ แต่คาระไม่สนใจอีกต่อไป เขาวิ่งไปด้วยแรงทั้งหมดที่มีเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆซึ่งเป็นหลังร้านขายปลา เขาหยุดพักพร้อมกับหอบด้วยความเหนื่อย ร่างกายตื่นตัวเต็มที่แล้วและก็เหนื่ิยมาก คาระเริ่มคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงแม้จะใช้เวลาวิ่งเกือบห้านาทีแต่สิ่งที่เขาได้พบเห็นเหมือนพึ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วินาทีนี้ มันเป็นความรู้สึกที่เลวร้ายราวกับโลกทั้งใบได้ทอดทิ้งเขาไปแล้ว

  

         แสงอาทิตย์ของวันค่อยๆลิบหลี่ลงอีกครั้ง ไฟตามทางและป้ายโฆษณาต่างๆเริ่มสว่างขึ้น ทั้งๆที่ไร้ซึ่งผู้คน  

  

         นี่มันอะไรกันเนีย เกิดอะไรขึ้น พวกมันคืออะไร จะทำไงต่อดี ไปที่ไหน

  

         คำถามต่างๆเกิดขึ้นในใจมากมาย ในขณะที่ยืนมองแสงอาทตย์ค่อยๆลับไปมันช่างน่ากลัวและสิ้นหวัง เหมือนกับชีวิตกำลังจะจบลงพร้อมๆกับแสงนั้น ด้วยรูปลักษณ์ของพวกมันทำให้คาระคิดออกได้อย่างเดียวคือพวกที่มาจากโลกหลังความตาย 

 


 

         นี่ฉัน"ตาย"แล้วหรอเนีย ให้ตายเถอะ!!

        

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

2 ความคิดเห็น