The New Eden สงครามเทวทูตแห่งสวนศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 9 Difficulty

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ม.ค. 61

ตอนที่ 9 Difficulty


     "...ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ไหน" เสียงหญิงสาวดังลอดผ่านโทรศัพท์มือถือ

     วาเลนไทน์เหล่ตามองมาทางต้นเสียงในทันที แม้ว่าระยะห่างระหว่างเธอกับคิระไม่สามารถฟังบทสนทนาได้ชัดเจนนัก

     "ไอวี่ เจ้าก็รู้อยู่แล้ว" คิระตอบกลับไปยังโทรศัพท์
     "เจ้าควรหัดเจียมตัวบ้าง เราเหลือกันเพียงเท่านี้แล้ว อย่าลดจำนวนลงไปอีกเลย"
     "งั้นเจ้าควรคืนพลังของข้ามาสิ อะไรๆจะได้ง่ายขึ้น" 

     คิระส่งสัญญาณมือให้แก่วาเลนไทน์ว่า 'ให้ล่วงหน้าไปก่อนได้เลย' ทว่าจากสีหน้าของวาเลนไทน์ที่ดูไม่สบอารมณ์เท่าไรคงจะเข้าใจประมาณว่า 'ฉันกำลังคุยโทรศัพท์กับบางคนที่เป็นหญิงสาว เธอควรไปได้แล้ว' 
     วาเลนไทน์จึงเชิดหน้าไปก่อนที่จะหันลำตัวตาม ผมของเธอปลิวไสวตามแรงสบัด เธอรีบดึงมือของคาระฉุดออกจากห้องในทันที
     คิระที่เห็นอาการกิริยาของวาเลนไทน์ก็พยายามที่จะส่งสัญญาณบอกว่า 'เธอกำลังเข้าใจความหมายผิด' แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ปลายสายก็มีธุระสำคัญเช่นกัน คิระจึงเลี่ยงไม่ได้ ทั้งทิ้งรูทไว้ลำพังก็ไม่ได้

     "คิระ เจ้าไม่ควรแทรกแซงพวกเขาอีก"
     "ทำไมเจ้าไม่บอก เกเบรียล ด้วยล่ะ" คิระหัวเสีย
     "หมายความว่าเจ้าจะละทิ้งฐานะอัศวินเงา เหมือนดังที่เกรบลงมาจากสวรรค์สินะ"
     "..." คิระพูดอะไรไม่ออก 
     "คิระจะทำอะไรคิดให้รอบคอบ ข้ารู้ว่าเจ้าพยายามมากเพียงใด แต่บางครั้งเจ้าต้องให้เวลาส่วนตัวกับพวกเขาในการครุ่นคิดหาคำตอบเองบ้าง" ไอวี่พยายามพูดเตือนคิระ
     "..."
     "...ทุกครั้งที่เจ้าจ้องมองใบหน้าของเธอ เจ้าไม่เห็นหรือ"
     "ใช่ ไอวี่ ข้าอาจจะกำลังรีบร้อน"
     "บางทีปานรูปผีเสื้อที่แก้มขวาของวาเลนไทน์ บอกถึงตัวตนของเธอแล้วนะ"
     "ขอโทษด้วย ไอวี่ ตอนนี้ข้าเห็นแต่ค้างคาว แถมยังมีเรื่องเสียงสะท้อนด้วย" คิระมองออกไปนอกหน้าต่าง
     "หืม ว่าไงนะ! เอคโค่หรอ เดี๋ยว! ค้างคาวงั้นหรือ เกรบฝากเตือนเจ้า..."

     คิระตัดสายก่อนที่ไอวี่จะตั้งคำถามมากกว่านี้ รูทที่เฝ้ามองเหตุการณ์ต่างๆรอถามความเห็นจากคิระ

     "เอายังไงดีคะ พวกปีศาจค้างคาวจำนวนขนาดนี้โจมตีกลุ่มนักรบสวรรค์ พวกเขาคงสู้ไม่ไหวแน่ค่ะ"
     "ดูท่าทีก่อน อย่าพึ่งทำอะไรตอนนี้เด็ดขาด อะไรที่เห็นเรา เก็บมันซะ"
     "รับทราบค่ะ" รูทตอบรับก่อนที่สอดส่องศัตรูผ่านเลนส์

     
     ฝูงค้างคาวปีศาจก่อตัวเป็นกลุ่มก้อนเคลื่อนที่เข้าหากลุ่มนักรบสวรรค์ ทันทีที่เข้าโจมตี นักรบสวรรค์ตนหนึ่งถูกกลืนกินหายเข้าไปในกลุ่มก้อนคล้ายควันสีดำที่มีเสียงเล็กแหลมและเสียงกระพือปีก 
     เมื่อพวกมันบินผ่านไป ร่างนักรบสวรรค์นั้นหงายล้มลงกับพื้น ตัวของเขาเต็มไปด้วยเลือด ชุดเกราะเหล็กถูกเจาะ แทะเล็มจนทะลุถึงข้างใน
     ปีศาจค้างคาวตัวใหญ่พวกมันยังคงบินอยู่เหนือหัวนักรบสวรรค์ เนื่องจากบริเวณนั้นมีแท่งเสาน้ำแข็งคอยกีดขวางพวกมัน และเต็มไปด้วยพลังเวทอันทรงพลังของฟาเรนไฮต์

     "ทำการรบภาคพื้นดิน ใช้เสาน้ำแข็งเป็นที่กำบัง" รูฟัสพยายามจัดระเบียบหน่วยรบ

     เหล่านักรบปฏิบัติตามในทันที แม้ว่าฝูงค้างคาวตัวเล็กจะสร้างปัญหาอย่าหนักให้แก่พวกเขา
     ฟาเรนไฮต์ที่กลับมาเป็นปกติ เธอต้องรับมือกับศัตรูเหล่านี้อย่างรวดเร็วในฐานะที่เธอเองก็เป็นหัวหน้าหน่วยรบ เหล่านักรบของเธอพยายามใช้หอกสงครามโจมตีฝูงค้างคาว
     โรไมน์ใช้เสาน้ำแข็งเป็นที่กำบังจากปีศาจค้างคาวตัวใหญ่ เธอสอดส่องพวกมันจากด้านล่าง ก่อนที่จะดึงสายธนูของเธอ ปลายนิ้วที่เธอลากดึงมาตามสายปรากฎเป็นเส้นลำแสง เมื่อเธอดึงมันจนสุดลำแสงนั้นกลายเป็นลูกธนู

     "ฟาเรนไฮต์" โรไมน์เรียก "กันข้าออกจากเจ้าพวกตัวเล็ก"

     ฟาเรนไฮต์พยักหน้ารับในทันที 
     ฝูงค้าวคาวปีศาจบินวกกลับมาพุงเป้าไปยังโรไมน์ที่กำลังยกธนูขึ้นเล็งปีศาจค้างคาวตัวใหญ่
     ฟาเรนไฮต์กระโดดขวางหน้าฝูงค้างคาวไว้ก่อนที่เธอจะวาดดาบเป็นรูปกากบาทไปด้านหน้า อากาศที่เธอวาดดาบนั้นถูกเยือกแข็งกลายเป็นน้ำแข็งในทันที ไม่เพียงเท่านั้น น้ำแข็งดังกล่าวยิงพลังเวทใส่ฝูงค้าวคาวที่พุ่งตรงมาทางเธอ
     ฝูงค้าวคาวที่ถูกยิงพลังเวทใส่สลายตัวแตกกระจายออกด้านข้างแยกพวกมันออกเป็นหลายกลุ่ม พวกมันหนีไปรวมกลุ่มใหม่อีกครั้ง
     แม้ฟาเรนไฮต์จะป้องกันโรไมน์ไว้ได้ แต่เธอยืนอยู่ในที่โล่ง ลูกไฟขนาดเท่าตัวคนพุ่งลงมาที่ตำแหน่งของฟาเรนไฮต์ในทันทีที่เธอเผลอตัว ลูกไฟระเบิดออกส่งแรงอัดและความร้อนออกไปรอบๆ เธอทำได้เพียงยกแขนขึ้นป้องกันก่อนที่ร่างของเธอจะกระเด็นออกไป

     "ฟาเรนไฮต์!" โรไมน์หมุนตัวกลับมายิงค้างคาวตัวที่ปล่อยลูกไฟออกมา ลูกธนูแสงปักเข้าที่ร่างของมัน แต่มันกลับไม่รู้สึกว่าได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
     "อึก ข้าประมาทไป" ฟาเรนไฮต์ประคองตัวเองไม่ให้เสียหลักไว้ได้

     ฝูงค้างคาวบินโฉบลงมาจัดการนักรบสวรรค์ที่แตกแถวอีกหนึ่งตน ร่างของเขาล้มลงกับพื้น เสียงเกราะเหล็กที่หนักอึ้งกระทบกันดังสนั่น
     หอกแห่งสงครามของนักรบสวรรค์ได้ยิงพลังเวทออกไปหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่สามารถทำให้ฝูงค้างคาวถอยกลับออกไปได้ ซ้ำยังมีปีศาจค้างคาวตัวใหญ่ที่คอยปล่อยลูกไฟสนับสนุน 
     ปืนของนักรบสวรรค์เองก็ดูท่าจะไม่ได้ผลมากนัก ฟาเรนไฮต์เห็นดังนั้น แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากต้องป้องกันโรไมน์และนักรบของเธอจากฝูงค้างคาว ที่สามารถแทรกเข้ามาระหว่างเสาน้ำแข็งได้
     นักรบคนแล้วคนเล่าค่อยๆถูกสังหารอย่างน่าสยดสยอง เสาน้ำแข็งที่พลังเวทอ่อนลงและเริ่มละลาย การต่อสู้ของพวกเขาถูกบีบด้วยเวลาอันน้อยนิด
     นักรบสวรรค์ที่ต่อสู้ระยะประชิดนั้น สามารถจัดการปีศาจค้างคาวได้ ทว่านักรบที่ใช้อาวุระยะไกลจะตกอยู่ในอันตรายทันที ใช่ว่าปีศาจค้างคาวจะจัดการได้โดยนักรบเพียงผู้เดียว

     "รูฟัส เจ้าต้องกำจัดพวกมันสักตัวแล้ว ข้าจะปกป้องนักรบภาคพื้นเอง" ฟาเรนไฮต์บอกแก่รูฟัส
     "นั่นอันตรายเกิ..." รูฟัสยังพูดไม่ทันจบ

     ฟาเรนไฮต์ยิงเวทน้ำแข็งขึ้นไปยังอากาศ มันระเบิดออกกลายเป็นเกล็ดหิมะฟุ้งกระจายจนคล้ายผงแป้งฝุ่น มันช่วยอำพรางสายตาจากค้างคาวปีศาจได้ก็จริงแต่นักรบเบื้องล่างก็มองไม่เห็นเช่นเดียวกัน
     รูฟัสกระโดดทะยานขึ้นสู่ระดับเดียวกันกับปีศาจค้างคาวก่อนที่เขาจะสยายปีกขนนกออกเพื่อประคองตัวเขาในอากาศและฟาดดาบใส่ส่วนหัวของปีศาจค้างคาวในทันที
     มันชะงักไปเล็กน้อย อาจเพราะมันไม่คิดว่ารูฟัสจะขึ้นมาต่อสู้บนอากาศ มันจึงใช้มือที่มีพังผืดเป็นปีกกระแทกเข้าใส่รูฟัส แต่เขาใช้โล่รับแรงกระแทกและเบี่ยงมันออกไปด้านข้าง ทำให้เกิดช่องโหว่ รูฟัสใช้จังหวะเสี้ยววินาทีนั้นพุ่งเข้าใส่ค้างคาวปีศาจแทงดาบไปที่ตัวของมัน 
     เขาใช้แรงและน้ำหนักทั้งหมดใส่ไปที่ดาบของเขา ร่างของปีศาจค้างคาวกระเด็นไปตามแรงนั้น มันส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด นักรบสวรรค์ตนอื่นใช้ปีกสังเคราะห์บินตามรูฟัสขึ้นไปเพื่อโจมตีซ้ำใส่ค้างคาวตัวนั้น
     
     โรไมน์ไม่สนใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวของเธอ เธอรวบรวมสมาธิยกคันธนูขึ้นเล็งไปยังตำแหน่งที่คิดว่าค้างคาวปีศาจจะอยู่ เธอปล่อยลูกธนูแสงออกไป ที่ต่างกันคือธนูดอกนี้เมื่อถูกยิงออกไปแล้วจะมีลำแสงสีเขียววิ่งตามเป็นเส้นเล็กๆตามหางลูกธนู
     โรไมน์สัมผัสได้ว่าเธอยิงถูกวัตถุบางอย่าง เธอจึงคว้าลำแสงสีเขียวเส้นเเล็กที่คล้ายกับเชือกแล้วดึงอย่างสุดแรง

     โฮก! 

     ฝุ่นของหิมะเริ่มเลือนหายไปในอากาศ ทัศนวิสัยเพิ่มมากขึ้น ลูกไฟลูกหนึ่งพุ่งตรงไปที่ตำแหน่งโรไมน์ 
     ก้อนน้ำแข็งถูกยิงสวนไปที่ลูกไฟนั้นอย่างรวดเร็ว จนมันระเบิดออกกลายเป็นเกล็ดหิมะ ฟาเรนไฮต์เป็นผู้ที่ปล่อยพลังเวทออกไป
     
     "ได้ตัวมันแล้ว" โรไมน์พยายามยื้อฉุดกระชากกับปีศาจค้างคาวที่บินอยู่เหนือพวกเธอ
     "ลากมันลงมาที่พื้นให้ได้" ฟาเรนไฮต์เข้าไปช่วยดึง

     พวกเธอทั้งสองออกแรงกระชากจนร่างของค้างคาวตกลงมายังพื้นเบื้องล่าง โรไมน์ยิงธนูใส่ร่างนั้นอย่างรวดเร็ว ทว่าลูกไฟกลับถูกยิงสวนมาในทันที โรไมน์ฉีกตัวหลบออกด้านข้าง แต่ฟาเรนไฮต์ที่หลบไม่ทันนั้นใช้ปีกขนนกของเธอโอบร่างของเธอไว้อย่างมิดชิดก่อนที่จะรับลูกไฟนั้นไปเต็มๆ
     ปีกขนนกที่โอบร่างของฟาเรนไฮต์มีเพียงแค่เขม่าควันไฟเท่านั้น ไม่มีแม้แต่รอบไหม้ใดๆ ทันทีที่ปีกเปิดออกหอกน้ำแข็งถูกยิงกลับไปที่ค้างคาวปีศาจเช่นกัน หอกน้ำแข็งพุ่งแทงทะลุร่างของมันออกไปข้างหลัง แผลที่ด้านหลังปรากฏเป็นน้ำแข็งก่อตัวขึ้นยื่นออกไปเป็นเสาน้ำแข็งก่อนที่มันจะหดตัวอย่างรวดเร็วกลับเข้ามาแทงร่างของปีสาจค้างคาวจากข้างในอีกครั้งหนึ่ง
     ค้างคาวปีศาจตัวนั้นส่งเสียงคำรามอย่างเจ็บปวด แต่มันไม่ละทิ้งความพยายามที่จะสังหารนักรบสรรค์ มันคืบคลานไปข้างหน้าก่อนที่กระโจนเข้าใส่ฟาเรนไฮต์
     โรไมน์ยิงธนูใส่ที่หัวของมัน ในขณะทีมันอยู่กลางอากาศเป็นการขัดจังหวะของมัน
     ฟาเรนไฮต์หมุนตัวหลบอย่างรวดเร็ว ปีกของเธอสบัดตามการหมุน ปลายปีกเชือดเฉือนแขนข้างหนึ่งของค้างคาวตัวนั้น ของเหลวสีดำสาดกระเซ็นไปทั่ว มันเสียหลักล้มลงกองกับพื้น มือของมันถูกฟันจากปีกของฟาเรนไฮต์จนเกือบขาด เธอตวัดดาบอีกครั้งเพื่อตัดมันให้ขาดออกจากกัน
     ของเหลวสีส้มที่มีแสงในตัวเองและมีความร้อนสูงไหลออกข้างปากของปีศาจค้างคาว มันพยายามพ่นลูกไฟในอึดใจสุดท้าย
     โรไมน์ปล่อยสายธนูอย่างจเย็น ลูกธนูพุ่งเข้าใส่หัวของมันอีกครั้ง เพียงเสี้ยววินาทีธนูดอกนั้นระเบิด ตูม เป็นการปิดชีพมันอย่างถาวร ละอองสีฟ้าฟุ้งกระจายตามแรงระเบิด

     "เหลือสาม" โรไมน์สบัดผ้าคลุม ฝุ่นฟุ้งกระจายออกเป็นประกายเมื่อต้องแสงจันทร์

     นักรบสวรรค์บนอากาศแบ่งกลุ่มกันโจมตีค้างคาวปีศาจที่เหลือ ส่วนรูฟัสรับมือกับค้างคาวปีศาจตัวหนึ่งเพียงคนเดียว 
     ตามร่างกายของค้างคาวปีศาจต่างเต็มไปด้วยหอกและดาบปักอยู่มากมาย แต่พวกมันยังคงมีความอันตรายสูง หินหลอมเหลวสีส้มถูกพ่นสาดกระเซ็นไปทั่ว นักรบสวรค์ที่โดนเข้าจะได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสทีเดียว ปืนที่นักรบสวรรค์ใช้ไม่ค่อยได้ผลกับพวกมันนัก พวกเขาจึงต้องทำความเสียหายทางกายภาพแทน
     อนุภาควิญญาณจากปืนทำความเสียหายผ่านผิวหนังของปีศาจค้างคาวไม่ได้ผลมากนัก ต่างจากแท่นยิงของนักรบปีศาจที่เป็นลิ่มแหลมคล้ายหอก

     "จริงสิ ให้นักรบภาคพื้นช่วยยิงพวกมันด้วยปืนของนักรบปีศาจ" รูฟัสที่กำลังบินหลบหลีกลูหไฟสั่งนักรบอีกตนที่บินเคียงคู่กับเขา

     นักรบดังกล่าวบินแยกตัวกลับลงสู่ภาคพื้นดินและถ่ายทอดคำสั่งในทันที ทว่าที่ภาคพื้นเองก็ประสบกับปัญหาจากพวกฝูงค้างคาวที่เข้าก่อกวน
     ฟาเรนไฮต์ใช้พลังเวทของเธอยิงกระสุนน้ำแข็งเข้าใส่ฝูงค้างคาวตัวเล็ก ทันทีที่กระสุนโดนตัวพวกมันก็จะระเบิดออกเป็นสะเก็ดน้ำแข็งที่แหลมคม แต่เมื่อระเบิดออกครั้งหนึ่งพวกมันก็จะแตกฝูงและบินไปรวมตัวกันใหม่ที่อื่น ซึ่งอาจยื้อเวลาให้นักรบภาคพื้นใช้จัดการต้างคาวปีศาจตัวใหญ่ได้ 
     ฝูงค้างคาวนี้หากเทียบกับครั้งแรกที่มันเข้าโจมตี ดูเบาบางน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็ยังอันตรายต่อนักรบอยู่ดีแม้ว่ามันจะมีเพียงตัวเดียวก็ตาม
     แม้ว่าโรไมน์จะช่วยสนับสนุนโดยการใช้ลูกธนูที่ระเบิดได้ก็ตาม พวกมันเองก็ปรับเปลี่ยนวิธีการโจมตีเช่นกัน ก่อนเข้าโจมตีจะบินกระจายตัวออกจากกันและเข้ารวมกลุ่มโจมตีอย่างรวดเร็วแล้วกระจายตัว ซึ่งคาดคะเนได้ยากว่ามันจะรวมกลุ่มกันเมื่อใด หากไล่ฆ่ามันทีละตัวก็คงเป็นการยาก 

        "อ่า นี่เป็นภาระกิจที่หนักพอควรและเต็มไปด้วยปริศนา" โรไมน์เริ่มบ่น "ใยเจ้าดูไม่กังขาต่อคำสั่งที่ให้ทำภารกิจนี้" 
          "ด้วยจำนวนนักรบเพียงหยิบมือนี้ เป็นความจริงที่มันหนักหนา ทว่าในภูมิภาคนี้มีเพียงแค่เรา มันเป็นหน้าที่ของเรา" ฟาเรนไฮต์หยิบหอกแห่งสงครามยื่นให้โรไมน์ "ข้าว่าใช้สิ่งนี้เถิด"

          โรไมน์สะบัดคันธนูให้กลายเป็นแท่งเหล็กขนาดพอดมือก่อนสอดเข้าไปที่ปลอกแขนแล้วรับหอกสงครามจากฟาเรนไฮต์

     "ท่านพี่เซลซิลีคงจะน้อยใจที่ไม่ได้ร่วมรบในศึกนี้ ในค่ำคืนที่ใกล้สิ้นสุดนี้" โรไมน์กล่าว

     ทั้งสองต่างยิ้มให้กันก่อนที่จะเข้าต่อสู้ระยะประชิดร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับนักรบสวรรค์ภาคพื้นดินที่เหลือ

2 ความคิดเห็น