The New Eden สงครามเทวทูตแห่งสวนศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 28 : ตอนที่ 12 Answer me!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 ม.ค. 61

   ตอนที่ 18 Answer me!


       แสงสีขาวส้มอ่อนๆจากวงแหวนเหนือศีรษะของนางฟ้าทั้งสอง ส่องสว่างราวกับดวงไฟดวงหนึ่ง แหวกม่านหมอกแห่งความมืดออกเพื่อให้พอมองเห็นเส้นทางได้ ทางเดินภายในอาคารนี้ไร้ซึ่งแสงจันทร์ช่วยชี้ทาง นั่นทำให้มนต์คาถาด้านมืดเร้นกายหลบซ่อนในที่แห่งนี้
       แม้ว่าแสงจันทร์จะทำให้รอยต่อระหว่างโลกทับซ้อนกันในบางครั้งซึ่งช่วยทำให้เหล่าวิญญาณขยับเขยื้อนได้สะดวกขึ้น ทว่าเหล่าปีศาจแห่งสภาจอมมารหรือแม้กระทั่งเจ้าแห่งปีศาจบางส่วนกลับเป็นปฏิปักษ์ต่อมนตร์ของดวงจันทร์

     "เหตุใดเราถึงไม่บินขึ้นไปเล่า ฟาเรนไฮต์"
     "มีบางอย่างจับจ้องเราอยู่ไม่ห่าง" ฟาเรนไฮต์ตอบ
     "..." โรไมน์พยายามทำตัวให้เป็นปรกติ

     หมอกสีดำที่ลอยต่ำๆทั่วทั้งอาคารเรียนนี้ช่วยในการบอกตำแหน่งที่อยู่ของอะไรก็ตามที่เคลื่อนที่ผ่านมัน และผู้ที่ปล่อยหมอกนี้กำลังเฝ้าจับตาดูการเคลื่อนไหวของนางฟ้าทั้งสองอยู่นั่นเอง

     "ไม่ใช่นางฟ้าตกสวรรค์" ฟาเรนไฮต์กล่าว
     "อ่า ข้าพอจะนึกออกแล้ว" โรไมน์เฉลียวใจ

     นางฟ้าทั้งสองสยายปีกของตนออก ร่างทั้งสองลอยขึ้นสู่อากาศในทันที แม้ว่าปีกของพวกเธอเกือบจะสัมผัสเพดานด้านบน แต่ก็ลอยพ้นจากหมอกดังกล่าวได้

     "พวกเธอรู้ตัวซะแล้ว" คิระกล่าวออกมาขณะที่เขายืนนิ่งโดยมือของเขากำลังสัมผัสกับหมอกสีดำ
     "ด้วยความเคารพค่ะ เป็นวิธีการที่ไร้ความรอบคอบค่ะ"
     "ดูตรงกันข้ามเลยนะรูท"
     "ให้ยิงขัดขวางไหมคะ"
     "ยังก่อน พวกเธอยังไม่รู้ตำแหน่งของเรา"

     รูททำได้เพียงเล็งปืนไรเฟิลของเธอไปที่นางฟ้าทั้งสองซึ่งอยู่อาคารเรียนฝั่งตรงข้าม พวกเธอบินผ่านทางเดินภายในอาคารอย่างรวดเร็ว รูทมองผ่านเลนส์กล้องส่องติดตามพวกเธออย่างไม่ลดละ เธอรอจังหวะที่ทางเดินภายในอาคารสิ้นสุดลงต่อจากนั้นจะเป็นทางเดินนอกอาคารซึ่งไร้สิ่งบดบังทัศนวิสัย
     เพียงชั่วอึดใจที่นางฟ้าบินผ่านพ้นประตูออกสู่ภายนอกอาคารนั้น รูทเพ่งเล็งมากขึ้นเพื่อที่จะจดจำรูปลักษณ์เป้าหมายของเธอ

     "อ๊ะ! ท่านคิ..." 

     เคร้ง! เสียงโลหะกระทบกันอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นเสียงกังวาน

     ตรงหน้าของรูทปรากฏหญิงสาวภายใต้ชุดเกราะ ทว่าสิ่งที่ทำให้เกิดเสียงดังกล่าวมาจากปีกข้างหนึ่งของนางฟ้าที่รูทเคยพบเจอกำลังรับฝ่ามือของคิระ
     เมื่อรูทลองพิจารณาอีกครั้งกลับเป็นคิระใช้ฝ่ามือรับปีกของโรไมน์ที่โจมตีคิระ เขาไม่สะทกสะท้านแม้แต่เล็กน้อย ทางโรไมน์เองก็ดูประหลาดใจเช่นกันแต่ไม่มากนัก

     "คุณโรไมน์" รูทเรียกชื่อนางฟ้าที่เธอดึงขึ้นมาจากความทรงจำ

     โรไมน์หันมามองที่รูทอย่างสงบก่อนหันกลับไปทางคิระ

     "วาเลนไทน์ไม่ได้แจ้งข้อตกลงระหว่างพวกเราให้ฟังอย่างนั้นหรือ" โรไมน์ซักถาม

     รูทยกปืนพยายามหันไปทางโรไมน์ตามหน้าที่ ทว่าก่อนจะเล็งไปที่โรไมน์ได้ กลับถูกหยุดไว้ด้วยมือของบางคนที่มีไอความเย็นแผ่ออกมา เธอรู้ตัวในทันทีว่าหากฝ่าฝืนการบังคับนั้น โทษของเธอคงเป็นความหนาวเย็นอย่างแสนสาหัสแน่แท้

     "เอ่อ..ค..คุณ..ฟาเรนไฮต์" รูทกล่าวอย่างตื่นตระหนก
     "รู้จักนามของข้าเสียด้วย" 

     นางฟ้าทั้งสองต่างจากที่รูทจินตนาการไว้อย่างมากเมื่อได้พบใกล้ๆ พวกเธอคือนักรบที่พร้อมจะสังหารพรากวิญญาณไปในทันทีพร้อมกลับความรู้สึกที่เมตตาและอ่อนโยนซึ่งนั่นขัดแย้งกันอย่างมาก แต่ดวงตาและคลื่นพลังมันบ่งบอกเช่นนั้นจริงๆ

     "คิระ จุดประสงค์ของเจ้า คืออะไร" ฟาเรนไฮต์ถามด้วยเสียงที่ราบเรียบ
     "เช่นเดียวกับพวกเจ้านั่นแหล่ะ" คิระตอบ
     "ส่งนางฟ้าตกสวรรค์กลับนรกงั้นหรือ" โรไมน์เสริม
     "ประมาณนั้น"
     "ทางผู้คุมกฎไม่ได้แจ้งเรามาเลย เป็นการกระทำโดยพลการของเจ้าอีกแล้วใช่หรือไม่" ฟาเรนไฮต์ซักถามคิระ
     "สงสัยว่าระบบเชื่อมต่อสัญญาณจะขัดข้องล่ะมั้ง"
     "ข้ออ้างไร้น้ำหนัก หากไม่มาขวางทางเรา นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา" ฟาเรนไฮต์ยังคงตรึงปืนของรูทไว้เช่นเดิม "ทว่า ข้อตกลงเรื่องคาระ พวกเจ้าทำลายมัน ส่งตัวเขาคืนมา..."
     "พวกนักรบปีศาจไม่ได้มาทำข้อตกลงด้วยสักหน่อย หากปล่อยไว้พวกเจ้าจะทำอะไรได้"
     "..." นางฟ้าทั้งสองต่างถูกทิ่มแทงด้วยความจริง
     "เจ้านางฟ้าตกสวรรค์นี่สำคัญขนาดที่ทำให้ละทิ้งคาระไว้ลำพังงั้นหรือ" คิระลดมือของตนเองลง "หรือว่าคาระนั้นยังไม่เป็นที่ยืนยันว่าสำคัญจริงๆ"
     "เจ้ากำลังพูดถึงอะไรกันแน่" โรไมน์ถาม
     "ถามนักรบสวรรค์ผู้เยือกเย็นของเจ้าสิ ว่านางฟ้าตกสวรรค์นี้พิสูจน์ได้ว่าคาระเป็นเสียงสะท้อนหรือไม่" คิระจงใจพูดเสียงดังขึ้น

     โรไมน์มีสีหน้าประหลาดใจในทันที เธอหันมาที่ฟาเรนไฮต์เพื่อต้องการคำตอบ แม้แต่รูทเองก็มีอาการเช่นเดียวกับโรไมน์ ฟาเรนไฮต์มีสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้น เธอไม่ได้พูดอะไรออกไป นั่นคงเป็นคำตอบของเธอแล้ว

     "ฟาเรนไฮต์ เจ้า.." โรไมน์อึกอัก "ข้า..ร..เรื่องสำคัญเช่นนี้..."
     "..." ฟาเรนไฮต์ไม่ได้ตอบอะไร
     "ฟาเรนไฮต์ไม่ได้แจ้งข้อเสนอให้เหล่านักรบฟังงั้นหรือ" คิระย้อนคำพูดของโรไมน์

     โรไมน์ได้ยินดังนั้น ความโกรธครอบงำเธอในทันที จนเธอปล่อยหมัดเข้าใส่ใบหน้าของคิระ ทว่ากลับถูกหยุดไว้โดยคลื่นพลังของฟาเรนไฮต์ ไม่ใช่การหยุดหมัดของโรไมน์แต่เป็นการหยุดความรู้สึกของโรไมน์ด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นมากกว่า
     โรไมน์ รูทและคิระสัมผัสได้ในทันทีถึงคลื่นพลังของฟาเรนไฮต์ แต่คนที่รับคลื่นนั้นไปเกือบทั้งหมดคือคิระ

     "คิระ! ส่งคาระคืนข้ามาเดี๋ยวนี้" จิตสังหารซัดเข้าหาคิระทั้งหมด

     รูทได้รับผลกระทบจากจิตสังหารนั้นทำให้สติของเธอขาดในทันที แต่ร่างกายของรูทยังคงอยู่ในอิริยาบถเดิม โรไมน์ที่รับรู้ได้นั้นไม่สามารถหยุดยั้งฟาเรนไฮต์ได้ทัน
     ฟาเรนไฮต์ย้ายร่างมาอยู่ตรงหน้าคิระด้วยความไวแสงและซัดเขาด้วยหมัดตรง คิระไม่หลบการโจมตีของเธอ เขาทำเพียงยืนรับหมัดของเธอ ทว่าหมัดของเธอนั้นรุนแรงเสียจนกระทั่งกำแพงที่ด้านหลังคิระยุบตัวเข้าไปราวกับโดนทุบด้วยค้อนขนาดใหญ่ก่อนที่ตัวคิระจะเซไปตามแรงเสียอีก คิระผงะถอยหลังได้เพียงเสี้ยววินาทีกลับถูกกระชากคอเสื้อกลับมาอีกครั้งก่อนที่กำปั้นของฟาเรนไฮต์จะถึงใบหน้าของคิระอีก

     "ชะตากรรมของเจ้าและเอคโค่ไม่ได้ต่างกันเลย เหตุใดเจ้าจึงตามหาเอคโค่เพียงคนเดียว แค่กๆ" คิระสำลักเลือดในลำคอ 
     "เจ้าหมายความว่าอย่างไร" ฟาเรนไฮต์เสียงแข็ง
     "ถ้าหากผลพิสูจน์ออกมา แล้วยังไงต่อหล่ะ เจ้า..." 

     โรไมน์วางบืนลงบนแขนฟาเรนไฮต์อย่างแผ่วเบา แต่สัมผัสที่เบาบางนั้นกลับเรียกสติของเธอคืนมาได้
     ฟาเรนไฮต์คลายมือจากคิระ ร่างของเขาล่วงกองกับพื้นแทบจะทันที 

     "ความปรารถนาของข้า...นำพาเหล่านักรบมาพบจุดจบ..เช่นนี้" 
     "อย่างน้อยนั่นก็เป็นหน้าที่ของเราอย่างหนึ่ง ความปรารถนาของเจ้าเป็นผลพลอยได้.." โรไมน์ปลอบ
     "ข้าทำให้คาระตกอยู่ในอันตราย...ภารกิจของข้า"
     "..."

     โรไมน์จนด้วยความจริง นั่นเป็นความผิดของฟาเรนไฮต์ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ เธอได้แต่เพียงกุมมือของฟาเรนไฮต์ที่กำลังสำนึกความผิด 
     สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้โรไมน์ตระหนักได้ว่า ตัวตนของพวกเธอที่ได้รับการยกย่องจากมนุษย์ แท้จริงแล้วนั้นอาจจะไม่ต่างอะไรกันกับพวกเขาเลย และบางทีอาจจะแปรเปลี่ยนเป็นปีศาจเสียก็ได้ 
     ระหว่างนั้นโรไมน์เกิดเอะใจขึ้นจึงก้มตัวลงไปหาคิระ

     "แล้ว เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าฟาเรนไฮต์ตกลงอะไรกันกับนางฟ้าตกสวรรค์"
     "แค่กๆ ฟาเรนไฮต์เกิดอะไรขึ้นกับเจ้ากัน อะไรที่ทำให้ดวงตาของเจ้ามืดบอด"
     "ตอบคำถามข้ามา" โรไมน์ดึงผ้าคลุมของคิระขึ้นเพื่อฉุดให้หน้าของคิระเงยขึ้น
     "เจ้านั่นน่ะ ไม่ได้ทำข้อตกลงแค่กับฟาเรนไฮต์หรอก"
     "อ่า เช่นนั้นเอง" โรไมน์เริ่มเข้าใจมากขึ้น "คาระ อยู่ที่ไหน"
     "ขอเวลาก่อน ให้เวลาข้าก่อน"
     "โอ้ นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ข้าจะไม่ให้" โรไมน์กล่าว
     "ไม่ จนกว่าจะรุ่งสาง" คิระเผยรอยบิ้มที่มุมปาก
     "งานนี้ไม่เกี่ยวกับผู้คุมกฎอีกแล้ว เจ้าต้องรับความผิดเป็นการเฉพาะตัว" โรไมน์ฉุดร่างของคิระขึ้น "ฟาเรนไฮต์ฝากดูแลสาวน้อยคนนั้นทีนะ"

     ฟาเรนไฮต์ไม่ได้ตอบรับ แต่โรไมน์ไม่มีเวลารอคำตอบรับจากเธอเช่นกัน 
     โรไมน์ลากร่างของคิระไปตามพื้นจนถึงอีกห้องหนึ่ง

     "จนกว่าจะรุ่งสาง ข้าให้ได้เท่านั้น" คิระย้ำคำตอบเดิม
     "ข้าสงสัยว่าเจ้าจะยอมบอกก่อนรุ่งสางได้หรือไม่" โรไมน์ดึงถุงมือให้กระชับ 
     "งั้นมาหาคำตอบกัน" คิระท้าทาย



     แม้ว่าจะใกล้รุ่งแล้วก็ตาม แต่บรรยากาศโดยรอบนั้นแทบจะไม่ต่างกับช่วงเวลาทั้งคืนที่ผ่านมาเลย โดยปรกติแล้วในตัวเมืองจะเริ่มมีการเคลื่อนไหวของชาวเมืองแล้วในช่วงเวลานี้

     "คาระ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าอยู่ข้างเจ้าเสมอ ระลึกไว้" วาเลนไทน์กำชับ
     "ผมไม่เข้าไปได้ไหม"
     
     วาเลนไทน์ไม่ได้ตอบอะไร เธอไม่รีรอที่จะผลักบานประตูขนาดใหญ่ของอาคารหอประชุมเข้าไป เสียงฝืดของประตูกับความเงียบโดยรอบทำให้บรรยากาศดูหลอนมากขึ้น ภายในอาคารมืดสนิท แม้ว่าจะมีแสงลอดช่องกระจกจากภายนอกเข้ามาก็ตาม แสงนั้นไม่อาจเข้ามาถึงพื้นที่หลักของหอประชุมได้เลย
     วาเลนไทน์นำหน้าคาระเข้าไปภายใน คาระรีบเดินตามเธอเข้าไปในทันที ถึงแม้ว่าเขาเองจะไม่อยากเข้ามานัก แต่การอยู่ข้างนอกเพียงคนเดียวนั้นอันตรายยิ่งกว่า
     ไม่นานนักสายตาของคาระก็ปรับให้ชินกับความมืดได้ แม้ว่าจะมองไม่เห็นอย่างชัดเจน แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่คาระเคยเข้ามา ทำให้เขารับรู้โครงสร้างภายในได้ผ่านความทรงจำ 

     หอประชุมเป็นโถงขนาดใหญ่มีสองชั้น ชั้นบนจะเป็นทางเข้าสู่ที่นั่งแถวบนและห้องควบคุมระบบของหอประชุม ชั้นล่างจะเป็นทางเข้าสู่หอประชุมชั้นล่างและทางไปยังด้านหลังของเวที โครงสร้างของหอประชุมถูกสร้างมาให้คล้ายกับโรงละครเสียมากกว่าซึ่งนั่นทำให้ภายในถูกตกแต่งอย่างประณีต 

     คาระเดินตามวาเลนไทน์ไม่ห่าง ทั้งสองเดินผ่านแต่ละแถวของที่นั่งที่ค่อยๆลดระดับความสูงของพื้นที่อย่างไม่รีบร้อน เพราะต้องระวังเท้าของตนไม่ให้สะดุดกับพื้นที่ต่างระดับที่ค่อยๆลาดต่ำลงสู่เวที

     พรึบ! ผ้าม่านหน้าต่างซึ่งอยู่ส่วนด้านบนเปิดออกอย่างพร้อมเพรียงกัน

     คาระตกใจสะดุ้งโหยงในทันที แต่วาเลนไทน์นั้นกลับมีท่าทีที่สงบนิ่ง แสงที่ลอดผ่านกระจกเข้ามานั้น ทำให้ภาพความทรงจำของคาระชัดเจนขึ้นปม้ว่าจะยังคงเห็นได้ลางๆก็ตาม

     "ข้ามาแทนคิระ เผยตัวออกมา" วาเลนไทน์กล่าวด้วยเสียงปรกติแต่กลับกังวานไปทั้งหอประชุม
     "อา..เข้ามา..ใกล้กับเวทีสิ" เสียงของชายที่แหบแห้งดังขึ้นจากบริเวณเวที 

     คาระจำเสียงดังกล่าวได้เป็นอย่างดี     
     ทั้งสองเดินเข้าไปใกล้มากขึ้น ที่กลางเวทีนั้น มีเก้าอี้ขนาดใหญ่ตัวหนึ่งตั้งอยู่ คาระจำได้ว่ามันมักจะถูกใช้ในการแสดงละครซึ่งใช้เป็นที่นั่งของราชินี เมื่อเข้าใกล้ขึ้นอีกก็พบว่าบนที่นั่งนั้นมีร่างหนึ่งนั่งเอนตัวพิงกับพนักอันสูงใหญ่
     มีอีกร่างหนึ่งเดินออกมาจากด้านหลังของที่นั่งนั้น ร่างนั้นสูงใหญ่เต็มไปด้วยหนามแหลมจากชุดเกราะ คาระหวาดเกรงจนไม่กล้าเดินไปต่อ

     "ขึ้นไปที่เวทีสิ" วาเลนไทน์บอกคาระ
     "หา! เอาจริงดิ" คาระเสียงหลง
     "เขาไม่ทำอะไรเจ้าหรอก"

     คาระรวบรวมความกล้าอยู่ชั่วครู่ก่อนก้าวเดินออกไปโดยไม่มีวาเลนไทน์ตามไปด้วย การแบกน้ำหยักตัวเขาเองขึ้นสู่เวทีนั้นเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะการฝืนใจที่ต้องกระทำและความเหนื่อยล้าตลอดทั้งคืน
     เมื่อคาระขึ้นมาบนเวทีได้ภาพของร่างที่นั่งอยู่บนที่นั่งยิ่งชัดขึ้น

     "ฟ...เฟส! นี่ เฟส" คาระตื่นตระหนก
     
     คาระรีบวิ่งเข้าไปหาร่างของเฟสทันทีแม้จะหวาดระแวงต่อผู้ที่ยืนอยู่ด้านข้างที่นั่งนั้นอยู่

     "เธอเป็นอะไรไป" คาระพยายามเขย่าตัวเฟส
     "แค่หลับใหล...เท่านั้น" เสียงที่แหบแห้งกล่าว

     คาระโล่งใจไปได้ระดับหนึ่ง แต่ความสงสัย คำถามที่เกิดขึ้นในใจกลับมีมากขึ้น

     "อยากได้คำตอบ...มิใช่หรือ.." เสียงที่แหบแห้งกล่าว "รูปลักษณ์เจ้าช่าง...คล้าย...เหมือนกับ...เอคโค่" 
     
     คาระสะดุดใจกับคำนั้นในทันที

     "ทว่า...วิญญาณนั้น...ลวงกันไม่ได้"

2 ความคิดเห็น