The New Eden สงครามเทวทูตแห่งสวนศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 72 : ตอนที่ 8 Emptiness

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 มิ.ย. 62

     ทันทีที่ผู้ถูกคุมตัวในห้องกักกันหลบหนีออกมาได้ คนของฟอร์ราที่อยู่ในสำนักงาน SA ต่างรีบออกตามล่าโดยฉับพลัน เพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เมื่อมีผู้ชุมนุมประท้วงด้านหน้าสำนักงาน
     ไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนหรือขอความช่วยเหลือใดๆ ไม่มีใครสังเกตเห็น เจ้าหน้าที่เกือบทุกคนภายในส่วนกักกันถูกเวทมนตร์ที่ไร้ร่อยรอยสะกดไว้ แม้แต่นักเวทของ SA ต้องใช้เวลาคลายมนตร์เป็นเวลานาน

          "คนที่ทำลายผนึกของท่านเกรบได้ ไม่ธรรมดาแล้ว" นักเวทออกความเห็น
          "ที่สำคัญไร้ร่องรอย ไม่มีใครสัมผัสได้"

     ชายหนุ่มในชุดสูทเนียบสีดำเดินเข้าตรวจตราภายในพื้นที่ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม มูลา เขาเป็นคนของฟอร์ราและได้รับความไว้วางใจจากเจ้าหน้าที่ระดับสูง

          "เพราะอะไรเธอถึงไม่ช่วยคุณออกไปด้วยล่ะครับ"

     ร่างหญิงสาว เฟส กำลังหลับไหลอยู่บนเตียงภายในห้อง ทว่ากลับมีอีกคนที่อยู่ภายในห้องนั้นด้วย และมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มองเห็นเขา ชุดเกราะที่มีหนามเต็มตัวร่างใหญ่

          "ข้า...จะรับใช้...เพียงท่านเอคโค่"

     เสียงที่ดังก้องนั้น มีเพียงมูลาเท่านั้นที่ได้ยิน

          "ขอให้เป็นอย่างนั้นจริงเถอะครับ"

     เมื่อมูลากล่าวจบ จึงเดินตามเส้นทางที่คาดว่าจะใช้ในการหลบหนี ซึ่งนำออกสู่ประตูทางเข้าชั้นใต้ดินที่เก็บยานพาหนะส่วนใหญ่ของ SA ทางออกเชื่อมกับลานกว้างด้านหน้า

     มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะออกทางนั้น

          "พวกเธอไปทางอาสนวิหารค่ะ"

     เสียงของหญิงสาวตอบคำถามในใจของมูลา

          "ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใด เฝ้าระวังทางนั้นในตอนนี้ เจ้าหน้าที่ในโบสถ์เองก็ไม่พบร่องรอยเวทมนตร์ค่ะ"
          "คุณรูท ได้รับคำสั่งแล้วไม่ใช่หรือครับ เพราะอะไรจึงอยู่ที่นี่อีก"
                "เดิมทีฉันทำงานร่วมกับท่านคิระและคุณวาเลนไทน์อยู่แล้วค่ะ"
          "ถ้าอย่างนั้น พวกเขาคงรู้จักเส้นทางภายในเป็นอย่างดีเลยนะครับ"
          "ค่ะ หลบเลี่ยงการตรวจจับได้ทั้งหมด"

     มูลานิ่งเงียบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับรออะไรบางอย่าง รูทเองก็ไม่ได้ตอบสนองอะไรต่อท่าทีนั้น เธอเพียงยืนสงบโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าของเขา

          "เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพนะครับ"

     เขากล่าวอวยพรและเดินจากไป รูทมองไล่หลังด้วยความสงสัย แม้ว่าคนจากฟอร์รามีนิสัยที่เฉพาะตัว ทว่ามูลาแตกต่างจากคนอื่นๆ มาก

     'กรุณาถอยออกห่างจากแนวรั้ว กรุณาถอยออกห่างจากแนวรั้ว กรุณา...'

     เสียงประกาศดังทั้วพื้นที่ ผู้ชุมนุมประท้วงเริ่มปีนป่ายแนวรั้ว แม้จะยังไม่ข้ามมาก็ตาม
     หุ่น ES ของ SA ถูกส่งขึ้นมายังลานกว้างด้านหน้าโดยลิฟต์ใต้ดิน พวกมันเป็นรุ่นปราบจราจลโดยเฉพาะ

     รูทยืนแนบชิดกับกระจกอาคารมองลงมาเบื้องล่างดูสถานการณ์ที่กำลังทวีความตึงเครียด 

     มีบางอย่างกระตุ้นความเกลียดชัง

     ในตอนนั้นเองที่รูทได้เห็นบุคคลที่กำลังตามหา เธอแฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม ดวงตาสีส้มของเธอจ้องมองกลับมาที่รูทอย่างยียวน

     พวกเจ้าจะทำอะไรได้

     คลื่นเสียงดังแทรกเข้ามาในหัว ทำให้รูททรุดตัวลงเพราะอาการเวียนศีรษะอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้รีบเข้าประคองตัวเธอไว้

          "เธออยู่นั่น ในกลุ่ม...เกลซี อยู่ตรงนั้น"



     หลังจากที่เซตและไอน์ออกมาจากสำนักงาน SA พวกเขาตัดสินใจที่จะอยู่ในเขตที่หกต่อไปจนถึงช่วงเย็น
     ผู้ชุมนุมมารวมตัวกันหน้าสำนักงานเป็นจำนวนมาก ตำรวจปราบจราจลยืนจัดแถวห่างออกมาเกือบร้อยเมตรเพื่อเตรียมความพร้อม

          "เข้าไปดูกัน" เซตกล่าวพร้อมกับเดินไปทางหน้าสำนักงาน
          "เอาจริงหรอ!" 

     เมื่อตำรวจที่ดูแลพื้นที่บริเวณนั้นเห็นนักเรียนทั้งสองเข้ามา เขาจึงรีบเข้าไปห้าม ไอน์พยายามจะดึงเซตกลับ ทว่าเซตแสดงบัตรเจ้าหน้าที่ SA ให้ดู ตำรวจจึงต้องปล่อยให้เข้าไป เพราะกฎอัยการศึกในตอนนี้ ตำรวจเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่เท่านั้น

          "มันอันตรายนะ มาอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมแบบนี้"  ไอน์ยังคงทักท้วง
          "มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง" เซตตอบเสียงเรียบ

     ในตอนนั้นเองในกลุ่มผู้ชุมนุม หญิงสาวคนหนึ่งดึงดูดสายตาของเซต เธอเคลื่อนที่แทรกผ่านไปตามช่องว่างแคบๆ ของกลุ่มคน ไปด้านหน้าสำนักงาน

          "เซต!"
          "อะไร" 
          "พวกเขาเตือนให้ออกห่างจากแนวรั้วแล้ว เป็นอะไรไป ฉันเรียกนายตั้งหลายครั้งแล้ว" ไอน์กล่าวอย่างหงุดหงิด

     เซตรีบมองหาบางสิ่งบางอย่างหรือบางคน

          "เรียกตำรวจทางนั้นมาเดี๋ยวนี้ ฉันจะนำไปก่อน" เซตกล่าวก่อนที่จะแทรกตัวเข้าไปในฝูงชน
          "โธ่..." 

     ตำรวจปราบจราจลกลุ่มหนึ่งเคลื่อนที่ตามไอน์เข้ามาในฝูงชนในทันที ผู้คนส่วนใหญ่หลบหลีกให้ทาง บางส่วนถูกจับคล้องกุญแจมือเพราะขัดขวางการปฏิบัติงาน

     หญิงสาวที่เซตไล่ตามรู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกไล่ตาม ในตอนที่เซตห่างจากเธอเพียงเอื้อมมือ ใบหน้าของเธอปรากฏชัด

          "เกล...ซี"

     รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า ดวงตาสีส้มส่องประกายความชั่วร้าย

     บางอย่างกระแทกเข้าที่ศีรษะของเซตอย่างแรง จนกระทั่งเขาทรุดลง สติอันเลือนรางพยุงตัวเขาไม่ให้ฟุบลง

          "นายเลือกผิดข้าง เซต"

     นั่นเป็นเสียงหญิงสาวสุดท้ายที่เซตได้ยินก่อนจะถูกบางสิ่งกระแทกซ้ำที่ศีรษะจนเขาสลบไป

     ไม่ใช่เสียงของเกลซี มันเป็นเสียงที่คุ้นเคย

     ด้วยความเกรี้ยวกราดของฝูงชนเจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวเซตได้อย่างยากลำบาก กระบองทอนฟาถูกเหวี่ยงฟาดใส่ผู้ชุมนุมที่ใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่
     บางคนพยายามกระชากโล่สีใส เจ้าหน้าที่จึงฉีดสเปรย์พริกไทย ผู้ชุมนุมจึงเริ่มกระจายตัวออก

     ตำรวจปราบจราจลรอบนอกตั้งแถวขอคืนพื้นที่ในทันทีเมื่อเริ่มมีการใช้ความรุนแรง เจ้าหน้าที่ SA ซึ่งอยู่ใกล้มากกว่าส่งเจ้าหน้าที่ในชุด ES เข้าสลายการชุมนุมซึ่งมันได้ผลดีเกินคาด
     ฝูงชนสลายตัวไปในทันทีเมื่อหุ่นตัวสูงใหญ่เดินลงสู่ถนน ร่างของเซตที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นถูกทิ้งไว้อย่างโดดเดี่ยว 
     ไอน์รีบวิ่งเข้าไปดูอาการอย่างรวดเร็ว ด้วยความตกใจและเลือดที่เปรอะเปื้อนทำให้ไอน์ไม่สามารถปฐมพยาบาลได้
     เจ้าหน้าที่ SA รีบนำร่างเซตกลับเข้าภายในสำนักงานทันที 


     การแถลงข่าวช่วงบ่ายได้เริ่มขึ้นที่ด้านหน้าอาคารรัฐสภาในเขตที่สาม นักข่าวทั้งในและต่างประเทศจำนวนเกือบพันคนรวมตัวกันอยู่ที่นั่นด้วย ทำให้ข่าวการสลายชุมนุมหน้าสำนักงานไม่ได้รับความสนใจ ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับเจ้าหน้าที่
     หญิงสาวและชายหนุ่มในเครื่องแบบนักเรียนที่กำลังนั่งรอที่หน้าส่วนของกองพยาบาล พวกเขาเหนื่อยล้าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาที แต่มันมีผลกระทบต่อจิตใจมากกว่าที่คิด

          "ฉันเห็นว่าเป็นเธอ เป็นเกลซี"
          "ฉันก็เชื่อแบบนั้น รูท" ไอน์กล่าวเสียงเรียบ "เซตเองก็รู้ว่าเป็นเธอ เขาจึงถูกทำร้าย"
          "สาหัส"
          "ใช่ ไม่น่าเชื่อเลย"

     ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทั้งคู่ทราบดีว่าต่างฝ่ายต่างรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และนั่นไม่มีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมเลย 

          "พวกผู้ปกครองจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ" ไอน์เริ่มทำลายความเงียบ
          "ฟอร์ราส่งคนออกไปแล้ว SA เคลื่อนไหวลำบาก" รูทตอบเสียงเรียบ

     และทั้งสองก็หมดบทสนทนา

          "คุณทั้งสอง..." มูลาเรียกพวกเขาจากปลายทางเดิน "ทราบไหมครับว่าคุณคาระ บี และใบว่าน อยู่ที่ไหน"

     ใบหน้าที่ยิ้มแย้มนั้นปกปิดความตึงเครียดไม่มิดอีกแล้ว
     รูทและไอน์หันมองหน้ากันพลางนึกอย่างรวดเร็ว

          "คาระออกไปก่อนพวกเราค่ะ เราไม่รู้..."
          "หึ"

     มูลาอมยิ้มก่อนที่จะเดินจากทั้งสองไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ถาม
     ทันทีที่เขาลับสายตาไป รูทและไอน์ต่างลงความเห็นตรงกัน

          "มูลา เป็นคนที่แปลก"



     หลังจากที่การแถลงข่าวที่ด้านหน้าอาคารรัฐสภาสิ้นสุดลง เกรบพร้อมทั้งผู้ติดตามรีบเดินทางกลับสู่เขตที่หกในทันที 
     โดยระหว่างที่อยู่บนเครื่องบิน นิลกาฬเดินกลับไปมาตามทางเดินไม่หยุด 

          "นั่นไม่ช่วยให้ไปถึงเร็วขึ้นหรอก" คิระกล่าว
          "ทั้งคนของฟอร์รา เจ้าหน้าที่ SA ไม่มีใครตามรอยได้เลย ไม่สิ...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกโจมตี" นิลกาฬครุ่นคิดอย่างหนัก ในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
          "ขอโทษด้วยนะเกรบ ที่ต้องพูดเช่นนี้" วาเลนไทน์กล่าวหลังจากนิ่งเงียบพักใหญ่ "ครั้งนี้เป็นคนในแล้วล่ะ"

     เกรบเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างสงบ 

          "ข้าก็คิดเช่นนั้น"



          ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงใกล้เส้นขอบฟ้า บรรยากาศในเมืองของเขตที่ห้าเริ่มครึกครื้นและมีเสน่ห์มากขึ้น
     ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งที่มีลูกค้าเพียงโต๊ะเดียวเริ่มเปิดไฟประดับร้าน ลูกค้าเพียงกลุ่มเดียวนั้นมาได้ถูกเวลา ผู้คนยังไม่เลิกงานและบรรยากาศที่เป็นใจ
     หญิงสาวผมสีดำนั่งจ้องหญิงสาวผมสีเงินตรงหน้าเขม็ง เพราะเธอยังคงสะอื้นไม่หยุด ชายหนุ่มที่นั่งฝั่งเดียวกับหญิงสาวผมสีเงินทำอะไรไม่ถูกกับสายตานั้น

          "รู้ไหม ทำไมนายนั่งฝั่งนั้น" หญิงสาวผมสีดำกล่าวเสียงเรียบแต่แข็งกร้าว
          "ก็...ฉันมากับเธอนี่" เขายื่นหน้าไปทางหญิงสาวผมสีเงิน "ต้องการคำตอบแบบไหนกันล่ะ ใบว่าน"
          "รุ่นพี่!" ใบว่านซ่อนใบหน้าครึ่งหนึ่งลงภายใต้ผ้าพันคอ
          "ไหนบอกว่าห้ามเรียก"
          "ม้าว"

     พนักงานบริการของร้านหันมาตามเสียงที่ใบว่านทำภายใต้ผ้าพันคอ เธอคงนึกว่าเป็นเสียงของแมวจริงๆ 
     ใบว่านเหลือบตามองไปที่มือข้างหนึ่งของคาระซึ่งอยู่ในกุมมือของฟาเรนไฮต์ แววตาของเธอแข็งกร้าวในทันที 

          "เลิกร้องไห้สักที น่าหงุดหงิด" ใบว่านกล่าวเสียงแผ่วแต่พอที่จะทำให้ทั้งสองได้ยิน
          "รุ่นพี่ใบว่าน!" คาระแตะที่มือของใบว่านเพื่อหยุดเธอไว้เท่านั้น
          "ใบว่าน เฉยๆ" เธอดึงมือกลับ
          "เธอตามฉันมาถึงที่นี่ ต้องการอะไรกันล่ะ"
          "ถูกโจมตีไม่ใช่หรอ"
          "ไม่สิ นี่เขตที่ห้านะ เธอตามฉันมาตั้งแต่แรกแล้ว"

     ใบว่านนั่งนิ่งประสานสายตากับคาระครู่หนึ่ง เธอใช้นิ้ววาดรูปหัวใจในอากาศ

          "อ๋อ จริงด้วยสินะ"
          "ขอตัว"

     ใบว่านลุกขึ้นแล้วเดินไปยังด้านหลังของร้าน เธอหันมาส่งสายตาให้คาระ และเขาก็รู้ดีว่าต้องทำอะไร
     ฟาเรนไฮต์ หญิงสาวผมสีเงินกุมมือเขาแน่น เธอยังสะอื้นเล็กน้อยและเบียดตัวเข้ามาใกล้ ผิวของเธอเย็นเฉียบจนคาระสะดุ้ง เฮือก ก่อนที่จะโอบไหล่เธอกระชับ

          "ไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ใช่ความผิดของเธอเลย ฟาเรนไฮต์"
          "ถ้าหากข้าอยู่ข้างเจ้า...เจ้าคงไม่ต้องถูกนอยซ์ครอบงำ"
          "ไม่ใช่อย่างนั้น..."
          "ข้ากังวลมาก คิดถึงแต่เรื่องของเจ้า ข้าทำพลาด"
          "ไม่ ไม่ใช่ความผิดของเธอ ฟาเรนไฮต์ได้โปรดฟังก่อน"

     คาระประคองใบหน้าของเธอขึ้น ดวงตาสีน้ำเงินสดที่เปล่งประกายมองมาที่เขา 

          "ไม่ว่าฉันจะเป็นอะไร นั่นเป็นเพราะฉันเลือกเอง..." คาระจ้องมองเข้าไปในตาคู่นั้น "...ฉัน...โธ่..."

          "ฉันแค่ต้อง...พักและ...เดินทาง"
          "ข้าจะไปกับเจ้า"
          "...เพียงคนเดียว"

     ฟาเรนไฮต์จับมือของคาระที่ประคองใบหน้าของเธอ

          "เพราะเหตุใด...หรือว่าเจ้ายังโกรธข้า..."
          "ไม่ใช่แน่นอน ฟาเรนไฮต์..."

     คาระปล่อยมือและผละตัวออก

          "มันเป็นเพราะฉันเอง"

     ฟาเรนไฮต์จ้องมองเข้าไปในดวงตาของคาระ สิ่งที่เธอได้เห็นคือแววตาที่เศร้าสร้อย ไร้ซึ่งชีวิตชีวาใดๆ 

     ไม่สิ ยังเหลืออยู่ ทว่าเศษส่วนตัวตนของคาระที่แตกสลายและขาดวิ่นเหล่านั้นกำลังปกป้องชิ้นส่วนสุดท้ายภายในจิตใจที่เริ่มว่างเปล่าลงไปทุกที

     เธอไม่สามารถเข้าไปถึงส่วนนั้นของเขาได้อีก และไม่มีใครสามารถทำได้ เว้นแต่...

          "เห็นแล้วใช่ไหม"

     ใบว่านกล่าวแทรกขึ้นโดยที่ทั้งสองไม่ทันรู้ตัวจึงสะดุ้ง สายตาที่เย็นชาของเธอจับจ้องไปยังดวงตาของนางฟ้าครู่หนึ่ง

          "เส้นทางนี้ไม่มีเธออีกแล้ว" เธอกล่าวต่อด้วยเสียงที่แผ่วเบา


ตอนที่ 8 Emptiness 

2 ความคิดเห็น